YouTube2Text

ท่องโลกจักรวาลกับ Stephen Hawking #สรุปหนังสือ A Brief History of Time | Mission To The Moon EP.2739 — Transcript

by Mission To The Moon · 1,877 words · 1,254 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00คำถามแรกนะครับของหนังสือเล่มนี้คือ
  2. 0:03จักรวาลเริ่มต้นยังไง Stevenen Hawkings
  3. 0:05เล่าว่ามีนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังคนนึง
  4. 0:07เนี่ยไปบรรยายเรื่องดาราศาสตร์ให้คนทั่ว
  5. 0:09ไปฟังอธิบายว่าโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ยังไง
  6. 0:12ดวงอาทิตย์โคจรอยู่ในกาแล็กซี่ยังไงนะ
  7. 0:15อะไรอย่างี้พอบรรยายจบเนี่ยก็มีหญิงชราคน
  8. 0:18นึงลุกขึ้นมาแล้วบอกว่าที่คุณพูดมาทั้ง
  9. 0:20หมดน่ะไร้สาระ[เพลง]
  10. 0:22โลกจริงๆแล้วเนี่ยมันเป็นแผ่นแบนๆวางอยู่
  11. 0:25บนหลังเต่ายักษ์ต่างหากนักวิทยาศาสตร์ก็
  12. 0:28ยิ้มนะครับแล้วก็ถามกลับด้วยความมั่นใจ
  13. 0:30ว่าอ้าวแล้วเต่าตัวนั้นเนี่ยมันยืนอยู่บน
  14. 0:33อะไรล่ะมันก็เป็นเต่าซ้อนเต่าลงไปเรื่อยๆ
  15. 0:37น่ะสิผมว่าเค้ากำลังจะบอกเราแบบถ่อมตัว
  16. 0:39มากๆว่าภาพจักรวาลของหญิงชราคนนี้มันฟัง
  17. 0:41ดูตลกใช่มั้ยแต่อย่าเพิ่งหัวเราะเธอนะ
  18. 0:44เพราะสภาพจักรวาลที่พวกเราถืออยู่ในหัว
  19. 0:46ตอนนี้เนี่ยวันนึงข้างหน้ามันอาจจะดูตลก
  20. 0:49พอๆกับเรื่องเต่านี้ก็ได้ในสายตาคนรุ่น
  21. 0:53ถัดไปประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์คือ
  22. 0:55ประวัติศาสตร์ของการค้นพบว่าภาพเดิมที่
  23. 0:58เราเคยเชื่อสนิทเนี่ยมันอาจจะผิดก็ได้ผิด
  24. 1:01แล้วก็แก้ใหม่แล้วก็อาจจะพบว่าผิดอีกแล้ว
  25. 1:03ก็แก้ใหม่อีกไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่นี่คือ
  26. 1:07วิธีที่ความรู้เดินหน้า
  27. 1:12>> Mission to the moon continue with
  28. 1:14your mission
  29. 1:17>> โอกาสสุดท้ายของปีนี้กับ 3 หลักสูตรอนไซต
  30. 1:19สุดเข้มข้นจาก[เพลง] Mission Academy ใน
  31. 1:21รุ่นส่งท้ายพัฒนาทักษะผู้นำและการบริหาร
  32. 1:25ให้เฉียบคมยิ่งกว่าเดิมกับหลักสูตร
  33. 1:27โคachชิรุ่นที่ 2 เปิดรับถึง 18 กันยายน
  34. 1:30นี้หลักสูตร CRM รุ่นที่ 2 เปิดรับถึง 2
  35. 1:33ตุลาคมและหลักสูตรเจรจาต่อรอง BNT รุ่น
  36. 1:37ที่ 4 เปิดรับถึง 23 ตุลาคมนี้ครับเรียน
  37. 1:40ons เจาะลึกสมัครด่วนที่ Line Admission
  38. 1:43to the Moon หรือเว็บไซต์ของเราถ้า
  39. 1:45พลาดรอบนี้[เพลง]ต้องรออีกทีปีหน้าเลยนะ
  40. 1:48ครับ
  41. 1:50>> สวัสดีครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ Mission
  42. 1:52to the Moon Podcast นะครับคุณอยู่
  43. 1:54กับประวิธานอุตสาหะครับวันนี้วันเสาร์นะ
  44. 1:57ครับเพราะฉะนั้นเราก็จะมาพูดพูดคุยเรื่อง
  45. 1:59หนังสือกันนะครับก่อนเริ่มเนี่ยก็ต้องบอก
  46. 2:02ว่าช่วงนี้เนี่ยเสียงปลอมก็ระบาดอีกละนะ
  47. 2:05ฮะแล้วก็โอไปขายหนังสือละครแนวตั้งขาย
  48. 2:09ปุ๋ยขายอะไรเต็มไปหมดเลยนะครับเพราะ
  49. 2:10ฉะนั้นต้องระมัดระวังกันด้วยนะครับ
  50. 2:12หนังสือวันนี้เนี่ยนะครับคือหนังสือที่มี
  51. 2:14ชื่อว่า A Brief History of Time นะ
  52. 2:17ครับเป็นหนังสือดังมากๆเลยเล่มหนึเป็น
  53. 2:20หนังสือที่ต้องบอกว่าเขียนโดยSteีฟen
  54. 2:22Hawking ซึ่งก็เป็นสุดยอดนักวิทยาศาสตร์
  55. 2:25แห่งยุคเรานะครับแล้วก็เป็นบทเรียนของการ
  56. 2:27ทำของยากให้ง่ายขึ้นด้วยนะฮะแล้ววันนี้จะ
  57. 2:30พาไปแบบชวนคุยถึงประเด็นต่างๆที่สำคัญใน
  58. 2:34หนังสือแต่ว่าก่อนจะพูดถึงหนังสือเนี่ย
  59. 2:36อยากพูดถึงตัวSteีเฟen Hawkings เองเพราะ
  60. 2:38ว่าก็เป็นเรื่องราวชีวิตเ้าเนี่ยก็เจ๋ง
  61. 2:41มากนะผมว่านะฮะ Steven Hawkings เกิด 8
  62. 2:44มกราคม 1942 ที่Oxforเรordดนะครับมีเกร็ด
  63. 2:47ที่แฟนๆชอบเล่ากันเขาบอกว่าวันเกิดของ
  64. 2:49Steีฟen Hawkings เนี่ยตรงกับวันครบรอบ
  65. 2:52300 ปีของวันที่กาลิเลโอกาลิเลอีเนี่ย
  66. 2:55นักดาราศาสตร์คนสำคัญของโลกเนี่ยเสีย
  67. 2:57ชีวิตพอดีคือเกิดวันที่กิเรโอเสียชีวิตนะ
  68. 3:00ครับต้องมีการแปลงปฏิทินสมัยนั้นมาด้วยนะ
  69. 3:02นะครับแต่ว่าตอนที่เขาเสียชีวิตตอน
  70. 3:05ที่ฮingเสียชีวิตในปี 2018 เนี่ยเาเสีย
  71. 3:07ชีวิตในวันที่ 14 มีนาคมซึ่งเป็นวันเกิด
  72. 3:10ของอัลเบ์ร์ตไอสไตนพอดีแถมทั้งคู่เนี่ย
  73. 3:13ยังเสียชีวิตตอนอายุ 76 ปีเท่ากันด้วยนะ
  74. 3:16ครับอันนี้ก็เป็นเรื่องที่บังเอิญนะฮะ
  75. 3:19แล้วก็น่าสนใจในมุมที่ว่าเค้าเป็นคนที่
  76. 3:22ศึกษาเรื่องเวลาแล้วเวลาก็เป็นเรื่องที่
  77. 3:24บังเอิญมากสำหรับเขาตอนเด็กๆเนี่ยนะครับ
  78. 3:27เค้าก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจเรียนแต่ว่าเป็น
  79. 3:29คนเก่งมากนะฮะเป็นเด็กหัวดีสุดๆเลยนะฮะ
  80. 3:32แล้วก็ไปจบตรีที่ออกฟเฟร์ดแล้วก็ไปเรียน
  81. 3:35เอกนะฮะด้านจักรวาลวิทยาที่ Cambridge นะ
  82. 3:38ครับเรื่องเนี่ยมันเกิดขึ้นตอน 21 นะฮะ
  83. 3:42ตอน 21 เนี่ยเค้าก็เริ่มสังเกตร่างกายตัว
  84. 3:45เองว่าเอ๊ร่างกายเค้านี่มันแปลกๆมันชอบ
  85. 3:48แบบเดินแล้วมันสะดุดอ่ะนะใครเคยเดินๆแล้ว
  86. 3:51อยู่ดีๆลมเองเหมือนตอนแรกอาจจะคิดว่าซุ่ม
  87. 3:53ซ่ามนะฮะแต่พอสังเกตตัวเองไปสักพักเนี่ย
  88. 3:56เหมือนบางทีเดินล้มสะดุดแล้วบางทีมือ
  89. 3:58เนี่ยมันก็ไม่ค่อยไปตามที่คิดนะฮะสักพัก
  90. 4:01ก็เป็นหนักขึ้นพอไปหาหมอหมอเขาบอกว่าเขา
  91. 4:06เนี่ยเป็นโรค ALS นะครับหรือว่าบ้านเรา
  92. 4:08เรียกว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดหนึ่ง
  93. 4:11ซึ่งเป็นโรคที่เซลล์ประสาทที่ควบคุมกล้าม
  94. 4:13เนื้อเนี่ยจะค่อยๆตายลงเรื่อยๆนะครับร่าง
  95. 4:15กายจะขยับได้น้อยลงทีละส่วนจากข้อมูลของ
  96. 4:18นิตยสารไมเนี่ยนะครับเอิ่มผู้ป่วยโรคนี้
  97. 4:22ส่วนใหญ่เนี่ยมีชีวิตอยู่ได้แค่ไม่กี่ปี
  98. 4:24เท่านั้นหลังจากได้รับการวินิจฉัยนะครับ
  99. 4:27ในตอนนั้นเองเนี่ยคุณหมอก็ประเมินว่า
  100. 4:29Steีฟเฟen Hawkings เนี่ยน่าจะเหลือเวลา
  101. 4:30ประมาณสัก 2 ปีนะครับลองนึกภาพดูนะครับ
  102. 4:33ว่าอายุ 21 นี่กำลังเป็นแบบช่วงเริ่มต้น
  103. 4:36ชีวิตเลยนะเพิ่งเริ่มทำปริญญาเอกมีแฟน
  104. 4:38กำลังจะแต่งงานแล้วอยู่ดีๆคุณก็เพิ่งรู้
  105. 4:41คุณป่วยแล้วมีเวลาอีก 2 ปีสิ่งที่คนอื่น
  106. 4:44ทำยังไงไม่รู้แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจาก
  107. 4:46กับSteีเวen Hawking ที่น่าสนใจเเล่าให้
  108. 4:48The New York Times ฟังในปี 2004
  109. 4:51แล้วเป็นประโยคสำคัญเลยนะประโยคเนี้ยบอก
  110. 4:53ว่าความคาดหวังของผมทั้งหมดถูกลดลงเหลือ 0
  111. 4:57ตอนผมอายุ 21 ทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจาก
  112. 5:00นั้นคือกำไรทั้งหมดซึ่งก็เป็นมุมมองที่ผม
  113. 5:04ว่าเจ๋งมากนะฮะแล้วในบทสัมภาษณ์เดียวกัน
  114. 5:07เนี่ยเาก็ยังพูดอีกประโยคนึงที่กลายเป็น
  115. 5:09ประโยคดังของเขาไปเลยนะครับบอกว่า life
  116. 5:13would be tragic if it weren't
  117. 5:15funny ชีวิตก็เป็นเรื่องเศร้าถ้ามันไม่
  118. 5:17ตลกขนาดนี้แล้วปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ก็
  119. 5:20เกิดขึ้นนะครับเค้าไม่ได้หายนะครับแต่ว่า
  120. 5:23โลกของเขาเนี่ยมันดำเนินไปช้ากว่าผู้ป่วย
  121. 5:27อื่นเป็นอย่างมากเลยจาก 2 ปีที่หมอ
  122. 5:29ประเมินเนี่ยกลายเป็น 5 ปี 10 ปี 20 ปี
  123. 5:32สุดท้ายเมีชีวิตอยู่กับโรคเถึง 50 ปีนะ
  124. 5:35ครับซึ่งรายงานทางการแพทย์บอกว่าเป็นกรณี
  125. 5:38ที่หายากมากๆนะฮะจริงๆแพทย์ที่ศึกษาเคส
  126. 5:42ของเขาเองเนี่ยก็ยังอธิบายได้ไม่เต็มปาก
  127. 5:44นะว่าทำไมเขาถึงอยู่ได้นานขนาดนี้แต่ว่า
  128. 5:48อายุของเขาเนี่ยผมว่าไม่ใช่ประเด็น
  129. 5:50ประเด็นคือเขาเอาเวลาที่ได้มาเนี่ยนะฮะทำ
  130. 5:53อะไรต่างหนักในขณะที่ร่างกายค่อยๆหยุดทำ
  131. 5:56งานไปทีละส่วนเนี่ยนะครับสมองเขาเนี่ย
  132. 5:58กลับทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆมีเกร็ดนึงที่
  133. 6:00เขาก็เล่าเองบ่อยๆว่าพอเป็นโรคนี้เนี่ย
  134. 6:02เขากลับตั้งใจทำงานมากขึ้นกว่าเดิมเพราะ
  135. 6:05ก่อนหน้านั้นเนี่ยเขารู้สึกว่าชีวิตมัน
  136. 6:06น่าเบื่อไม่มีอะไรต้องรีบทำแต่พอรู้ว่า
  137. 6:10ทุกอย่างเวลามีจำกัดมากเนี่ยทุกอย่าง
  138. 6:12เปลี่ยนไปหมดนะครับเาแต่งงานมีลูก 3 คน
  139. 6:14แล้วก็เริ่มผลิตผลงานวิชาการที่ทำให้วง
  140. 6:17การฟิสิกส์เนี่ยต้องหันมามองนะครับจุด
  141. 6:19เปลี่ยนใหญ่ในงานทางวิชาการของเขาเนี่ย
  142. 6:21เกิดขึ้นในปี 1974 ตอนนั้นอายุ 32 นะครับ
  143. 6:25เค้าค้นพบสิ่งที่ปัจจุบันเรียกว่า
  144. 6:27Hawkings Radiation นะครับหรือว่ารังสี
  145. 6:29ของ Hawkings เนี่ยซึ่งเดี๋ยวจะเล่าให้
  146. 6:31ฟังในรายละเอียดนิดนึงแต่ว่าเอาสั้นๆว่า
  147. 6:33มันคือการค้นพบว่าหลุมดำที่ทางโลกเชื่อ
  148. 6:35ว่าดูดทุกอย่างเข้าไปแล้วเนี่ยไม่มีอะไร
  149. 6:37ออกมาได้เลยเนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยมันรั่วฮะ
  150. 6:40มันปล่อยรังสีออกมาได้และในระยะยาวเนี่ย
  151. 6:43มันระเหยหายไปได้ด้วยการค้นพบครั้งนี้
  152. 6:46เนี่ยทำให้เขาเนี่ยกลายเป็นดาวรุ่งของวง
  153. 6:48การแล้วก็ได้เป็นสมาชิก Royal Society
  154. 6:50นะครับซึ่งเป็นสมาคมวิทยาศาสตร์เก่าแก่
  155. 6:52ที่สุดของโลกแห่งหนึ่งนะครับตั้งแต่อายุ
  156. 6:5532 และต่อมาได้นั่งเ่อตำแหน่ง Lucas
  157. 6:59Professor ที่ Cambridge นะครับจะใช้คำ
  158. 7:01ว่าตำแหน่งหรือว่าเก้าอี้เดียวกันกับ
  159. 7:03Isaac Newton ที่เคยนั่งเมื่อ 300 ปี
  160. 7:05ที่แล้วคำถามก็คือว่าแล้วเมาเขียนหนังสือ
  161. 7:08เล่มนี้ได้ยังไงเรื่องเนี่ยเริ่มจากปัญหา
  162. 7:11ที่พ่อแม่ทุกคนเข้าใจดีคือเรื่องค่าเทอม
  163. 7:13ลูกนะฮะตามรายงานของ Outlook อินเดียนะ
  164. 7:15ครับเราปี 1982 เนี่ยนะฮะเอิ่ม Hawking
  165. 7:20ก็เริ่มคิดอยากจะเขียนหนังสือวิทยาศาสตร์
  166. 7:22สำหรับคนทั่วไปคือก่อนหน้านั้นเนี่ยงาน
  167. 7:24ของเขาเนี่ยมันเป็นงานแบบวิทยาศาสตร์มากๆ
  168. 7:27ที่พวกเราคงอ่านไม่รู้เรื่องอ่ะนะครับ
  169. 7:29เอิ่มเค้าก็เลยอยากจะเขียนวิทยาศาสตร์
  170. 7:32สำหรับคนทั่วไปด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมา
  171. 7:34มากนะครับข้อแรกคือต้องการที่จะหาเงินมา
  172. 7:37จ่ายค่าเล่าเรียนให้กับลูกสาวต้องต้องไม่
  173. 7:39ลืมว่าอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยเนี่ยต่อ
  174. 7:40ให้เป็นอาจารย์ระดับโลกเนี่ยนะครับก็ไม่
  175. 7:42ได้ได้รายได้มหาศาลอะไรนะครับแล้วเาเอง
  176. 7:44เนี่ยก็มีค่าใช้จ่ายในการดูแลตัวเองจาก
  177. 7:47โลกนะที่เขาป่วยเนี่ยเยอะนะฮะเพราะฉะนั้น
  178. 7:50ก็ต้องหารายได้ส่วนข้อข้อที่ 2 เนี่ยเขา
  179. 7:52เชื่อว่ามันถึงเวลาแล้วนะครับที่นัก
  180. 7:54ฟิสิกส์นักวิทยาศาสตร์เนี่ยต้องออกมาเล่า
  181. 7:56ให้คนทั่วไปฟังว่าเค้าค้นพบอะไรกันมาถึง
  182. 8:00ไหนแล้วนะฮะเพราะเรื่องพวกนี้เนี่ยมัน
  183. 8:02กลายเป็นคำถามที่มนุษย์ทุกคนสงสัยมาตั้ง
  184. 8:05แต่สมัยกรีกโบราณเช่นจักรวาลมาจากไหนเวลา
  185. 8:09คืออะไรนะฮะมิติคืออะไรเราอยู่ตรงไหนใน
  186. 8:13ภาพใหญ่ทั้งหมดนี้นะฮะเพราะฉะนั้นคนสงสัย
  187. 8:18เยอะก็
  188. 8:20เขียนให้คนอ่านดีกว่านะครับหนังสือพิมพ์
  189. 8:24The Irish Time เล่าเบื้องหลังว่าตอน
  190. 8:27นั้นเนี่ยนะฮะก็มีสำนักพิมพ์ชั้นนำเนี่ย
  191. 8:29มาแย่งอยากจะพิมพ์ต้นฉบับของ Hawkings นะ
  192. 8:31ครับแต่ว่า Hawkings เนี่ยนะครับเลือก
  193. 8:34Bantัมซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ตลาดแสมนะฮะซึ่ง
  194. 8:37ไม่ได้เป็นสำนักพิมพ์แบบว่าใช้คำว่าไม่
  195. 8:40ได้เป็นสำนักพิมพ์แบบมีเกียรติแบบ
  196. 8:43เกียรติยศสูงๆอะไรอย่างเงี้ยนะฮะคือคือ
  197. 8:45สำนักพิมพ์ที่แสหน่อยด้วยเหตุผลที่ว่า
  198. 8:47เค้าอยากให้หนังสือเค้าเนี่ยมันมีเครือ
  199. 8:49ข่ายในการกระจายไปได้ไกลมากขึ้นนะครับถ้า
  200. 8:53สำนักพิมพ์มันแบบไฮโซจัดอย่างเงี้ยมันก็
  201. 8:55อาจจะกระจายหนังสือไปเฉพาะในที่ที่แบบ
  202. 8:58เอ่อคนอาจจะเข้าถึงยากนะฮะเค้าอยากให้
  203. 9:01เค้าบอกเคยบอกว่าเค้าอยากให้หนังสือของ
  204. 9:02เขาเนี่ยมันวางขายในซุเปอร์มาร์เก็ตร้าน
  205. 9:04ขายยาเอ่อร้านหนังสือในสนามบินอยู่ข้าง
  206. 9:07เคาน์เตอร์ยาสีฟันก็ได้ไม่เป็นไรนะครับ
  207. 9:10อยากให้คนทั่วๆไปเนี่ยรู้สึกว่าหยิบมา
  208. 9:13อ่านได้เลยแล้วก็บรรณาธิการของ Bantom
  209. 9:15เนี่ยที่ชื่อว่าปีเตอร์กูนะครับเขาบอกว่า
  210. 9:18อย่างงี้ฮะกูเนี่ยไปเจอเรื่องราวของ
  211. 9:20Hawkings เนี่ยจากบทความใน New York
  212. 9:22Times สนใจมากๆพอได้ต้นฉบับมาเนี่ยปรากฏ
  213. 9:25ว่ามันเป็นต้นฉบับสั้นๆนะฮะที่มันยาวสัก
  214. 9:28100 หน้าเท่านั้นเองนะฮะแต่ว่าอ่านยาก
  215. 9:31มากสำหรับคนทั่วไปสิ่งที่บรรณาธิการคนนี้
  216. 9:34ทำนะฮะคือเขาไม่ได้แก้ต้นฉบับเองนะครับ
  217. 9:36แน่นอนว่าเขาแก้ไม่ได้เไม่ใช่นักฟิสิกส์
  218. 9:38แต่สิ่งที่เขาทำก็คือเค้าตั้งคำถามกลับไป
  219. 9:41กับ Stephen Hawkings เรื่อยๆเค้าอ่าน
  220. 9:43ตรงไหนเค้าไม่เข้าใจเค้าถามกลับนะฮะอ่าน
  221. 9:46ตรงไหนไม่เข้าใจถามกลับนะครับถามไปถามจน
  222. 9:49กว่าเค้าซึ่งเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีความ
  223. 9:52รู้เอ่อฟิสิกส์เนี่ยนะครับอ่านแล้วเข้าใจ
  224. 9:56ทำให้จริงๆแล้วเนี่ยSteีเฟน Hawkings
  225. 9:57เนี่ยแก้ต้นฉบับนี้อีกนานเลยนะครับเป็น
  226. 10:00การตอบโต้กันเอ่อระหว่างบรรณาธิการกับตัว
  227. 10:03Steีฟเนen Hawkings เนี่ยหลายเดือนเลยที
  228. 10:05เดียวนะฮะจนกระทั่งกลายเป็นหนังสือที่คน
  229. 10:09ทั่วๆไปอ่านและเข้าใจมีกฎเหล็กข้อนึงที่
  230. 10:12กลายเป็นตำนานนะครับ Hawking เล่าไว้ใน
  231. 10:14หนังสือเองเลยว่ามีคนเตือนว่าสมการทุก
  232. 10:16สมการที่ใส่เข้าไปในหนังสือเนี่ยจะทำให้
  233. 10:19ยอดขายหายไปครึ่งนึงนะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ย
  234. 10:23เขาบอกว่าทั้งเล่มเนี่ยนะฮะ hing ตัดสิน
  235. 10:26ใจว่าทั้งเล่มเนี่ยจะมีสมการแค่สมการ
  236. 10:28เดียวเท่านั้นก็คือ e = mc squ ของถ้า
  237. 10:32ไม่ใส่อันนี้นะ hwing บอกว่ามันคงพูด
  238. 10:35เรื่องจักรวาลไม่ได้จริงๆส่วนที่เหลือ
  239. 10:37เนี่ยตัดหมดเพราะว่า
  240. 10:39รู้ว่ายิ่งใส่สมการเข้าไปเท่าไหร่หนังสือ
  241. 10:41ยิ่งขายไม่ออกนะครับแล้วคนก็ไม่อยากอ่าน
  242. 10:43นะฮะเพราะฉะนั้นทฤษฎีที่ซับซ้อนที่สุดของ
  243. 10:45มนุษย์เนี่ยเลยถูกบังคับนะฮะในหนังสือ
  244. 10:48เล่มนี้ให้เล่าด้วยภาษาคนร้วนๆนะแต่
  245. 10:51ระหว่างที่กำลังปั้นหนังสือเล่มนี้อยู่ก็
  246. 10:53มีเหตุการณ์ที่ทำให้หนังสือเล่มนี้เกือบ
  247. 10:55จะไม่ได้ออกนะครับเพราะว่าตอนนั้นเนี่ยปี
  248. 10:561985 เนี่ยสีนก็ป่วยเป็นปอดบวมรุนแรงนะ
  249. 11:00ครับอาการหนักถึงหมอเนี่ยต้องเจาะคอนะฮะ
  250. 11:04ผลคือเขารอดชีวิตนะแต่เขาสูญเสียความ
  251. 11:05สามารถในการพูดไปตลอดกาลแต่สิ่งที่ช่วย
  252. 11:08เขาไว้ก็คือเทคโนโลยีนะครับมีการพัฒนา
  253. 11:10ซอฟต์แวร์ที่ให้เขาเนี่ยเลือกคำจากหน้าจอ
  254. 11:12ด้วยการขยับนิ้วแล้วก็ให้คอมพิวเตอร์นั้น
  255. 11:14สังเคราะห์เสียงแทนมันก็เลยเป็นเสียงหุ่น
  256. 11:16ยนต์ที่เราคุ้นเคยกันดีนะครับแล้วก็
  257. 11:18Hawing Hawking เองก็ใช้เครื่องมือนี้
  258. 11:20แหละในการทำงานต่อแล้วก็เขียนต้นฉบับเล่ม
  259. 11:22นี้เอาจนจบจนได้ในปี 1987 นะครับ 1988 ก็
  260. 11:27วางแผงนะฮะปรากฏว่าโอ้โหมันได้รับการตอบ
  261. 11:32รับอย่างดีเยี่ยมนะครับหนังสือเนี่ยกลาย
  262. 11:34เป็นอันดับ[เสียงกระแอม] 1 อ่ะนะฮะ
  263. 11:35หนังสือขายดีทั่วโลกนะครับเป็น New York
  264. 11:37Time Bestseller นะฮะแล้วก็อยู่บนชาร์จ
  265. 11:40หนังสือขายดีของ The Sunday Times
  266. 11:42เนี่ยนะฮะถึง 237 สัปดาห์นะครับเอ่อมีการ
  267. 11:47ประมาณการกันว่ายอดขายทั่วโลกเนี่ยน่าจะ
  268. 11:49ประมาณสัก 30 ล้านเล่มนะครับถูกแปลเป็น 40
  269. 11:53ภาษารวมถึงภาษาไทยในชื่อประวัติย่อของกาล
  270. 11:55เวลาจริงๆต้องบอกว่าสำนักพิมพ์ในเมืองไทย
  271. 11:58เนี่ยนะครับสำนักพิมพ์แสงดาวเนี่ยล่าสุด
  272. 12:00เี่เข้าใจว่าน่าจะเป็นปี 2566 ก็แปลว่า
  273. 12:03ยังมีคนซื้อหนังสือเล่มนี้อยู่ตลอดคำถาม
  274. 12:06แรกของหนังสือเล่มนี้คือจักรวาลเริ่มต้น
  275. 12:09ยังไง Stevenen Hawkings เล่าว่ามีนัก
  276. 12:11วิทยาศาสตร์ชื่อดังคนนึงเนี่ยไปบรรยาย
  277. 12:13เรื่องดาราศาสตร์ให้คนทั่วไปฟังอธิบายว่า
  278. 12:15โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ยังไงดวงอาทิตย์โคจร
  279. 12:18อยู่ในกาแล็กซี่ยังไงนะอะไรอย่างงี้พอ
  280. 12:20บรรยายจบเนี่ยก็มีหญิงชราคนนึงลุกขึ้นมา
  281. 12:23แล้วบอกว่าที่คุณพูดมาทั้งหมดน่ะไร้สาระ
  282. 12:26โลกจริงๆแล้วเนี่ยมันเป็นแผ่นแบนๆวางอยู่
  283. 12:30บนหลังเต่ายักษ์ต่างหากนักวิทยาศาสตร์ก็
  284. 12:32ยิ้มนะครับแล้วก็ถามกลับด้วยความมั่นใจ
  285. 12:34ว่าอ้าวแล้วเต่าตัวนั้นเนี่ยมันยืนอยู่บน
  286. 12:37อะไรล่ะหญิงชราก็ตอบทันทีบอกว่าหนุ่มน้อย
  287. 12:42คำถามนี้ฉลาดมากแต่ฉันรู้ทันมันก็เป็น
  288. 12:46เต่าซ้อนซ้อนเต่าลงไปเรื่อยๆน่ะสิ turtle
  289. 12:50all the way down นะครับก็คือเต่า
  290. 12:52ซ้อนเต่าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนะครับสี
  291. 12:55เนี่ยเลือกเปิดหนังสือด้วยเรื่องนี้ผมว่า
  292. 12:58เขากำลังจะบอกเราแบบถ่อมตัวมากๆว่าภาพ
  293. 13:00จักรวาลของหญิงชราคนนี้มันฟังดูตลกใช่
  294. 13:02มั้ยแต่อย่าเพิ่งหัวเราะเธอนะเพราะสภาพ
  295. 13:05จักรวาลที่พวกเราถืออยู่ในหัวตอนนี้เนี่ย
  296. 13:07วันนึงข้างหน้ามันอาจจะดูตลกพอๆกับเรื่อง
  297. 13:12เต่านี้ก็ได้ในสายตาคนรุ่นถัดไป
  298. 13:15ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์คือประวัติ
  299. 13:17ประิศาสตร์ของการค้นพบว่าภาพเดิมที่เรา
  300. 13:19เคยเชื่อสนิทเนี่ยมันอาจจะผิดก็ได้ผิด
  301. 13:22แล้วก็แก้ใหม่แล้วก็อาจจะพบว่าผิดอีกแล้ว
  302. 13:25ก็แก้ใหม่อีกไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่นี่คือ
  303. 13:28วิธีที่ความรู้เดินหน้านะครับทีนี้ภาพของ
  304. 13:31จักรวาลมนุษย์เนี่ยเปลี่ยนมากี่รอบแล้วนะ
  305. 13:33ครับเอาแบบเร็วๆนะครับเพราะมันมี
  306. 13:34เวอร์ชั่นเยอะมากๆนะครับอันนี้คือ
  307. 13:37เวอร์ชั่นที่เราเรียนกันตอนประถมเนาะสมัย
  308. 13:39กรีกโบราณอิสตเนี่ยเชื่อว่าโลกคือศูนย์
  309. 13:41กลางทุกอย่างหมุนรอบเรานะครับภาพนี้อยู่
  310. 13:45มานานนะครับประมาณสัก 2,000 1000 ปีจน
  311. 13:47กระทั่งโปรนิคัสบอกว่าเฮ้ยเอ๊ะเอ๊เราไม่
  312. 13:51น่าจะศูนย์กลางมั้งดวงอาทิตย์หรือเปล่า
  313. 13:53ที่เป็นศูนย์กลางนะฮะแล้วโลกเนี่ยก็เป็น
  314. 13:56แค่ดาวเคราะห์ดวงนึงที่หมุนรอบดวงอาทิตย์
  315. 13:58นะตามมาด้วยกาลิลโอที่ส่องกล้องยืนยันนะ
  316. 14:01ครับและนิวตันที่อธิบายว่าแรงอะไรทำให้
  317. 14:04ทุกอย่างเนี่ยโคจรแบบนี้อันนี้คือเรา
  318. 14:06เรียนกันตอนประถมนะฮะถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะ
  319. 14:08ซักป. 4 ป. 5 ได้นะฮะแต่ถึงอย่างนั้น
  320. 14:12เนี่ยจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 หรือว่าสัก 100
  321. 14:14ปีนี้เองเนี่ยนะครับนักวิทยาศาสตร์เกือบ
  322. 14:16ทั้งหมดรวมถึงไอนสไตน์เองเนี่ยก็ยังเชื่อ
  323. 14:18ว่าจักรวาลมันนิ่งครับมันเป็นแบบนี้มา
  324. 14:21ตลอดไม่มีจุดจบไม่มีจุดเริ่มต้นดาวอยู่
  325. 14:24ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งใน
  326. 14:27ปี 1929
  327. 14:29นะครับมีชายคนนึงที่ชื่อว่า Hubble ก็มา
  328. 14:32ทำลายภาพนั้นทิ้งนะครับ Hubble เนี่ยใช้
  329. 14:35กล้องโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตอนนั้น
  330. 14:37เนี่ยที่หอดูดาวที่ Mth Wilson ใน
  331. 14:39แคลิฟอร์เนียนะครับส่องดูกาแล็กซี่ไกลๆ
  332. 14:42แล้วพบ 2 อย่างอย่างแรกก็คือจักรวาลเนี่ย
  333. 14:44มันใหญ่กว่าที่ทุกคนคิดไว้มากมายมหาศาล
  334. 14:47เลยนะครับก่อนหน้านั้นเนี่ยหลายคนเชื่อ
  335. 14:49ว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือกของเราเนี่ยคือ
  336. 14:52จักรวาลทั้งหมดนะครับแต่ubบleแดงให้เห็น
  337. 14:54ว่าทางช้างเผือกซึ่งลำพังตัวมันเองเนี่ย
  338. 14:57ก็มีดาวฤกษ์เป็นแสนล้านดวงแล้วเป็นแค่ 1
  339. 15:00ในกาแล็กซี่อีกนับไม่ถ้วนพูดง่ายๆก็คือ
  340. 15:03ว่าดวงอาทิตย์ของเราเนี่ยก็เป็นดาวธรรมดา
  341. 15:061 ดวงในกาแล็กซี่ธรรมดา 1 กาแล็กซี่ท่าม
  342. 15:09กลางกาแล็กซี่มหาศาลจนนับไม่หวั่นไม่ไหว
  343. 15:12นะครับอย่างที่ 2 ซึ่งใช้คำว่าเป็นระเบิด
  344. 15:15ลูกใหญ่ของวงการเลยก็ได้ก็คือสิ่งที่ฮบ
  345. 15:20บอกว่ากาแล็กซี่แทบทุกอันนั้นกำลังวิ่ง
  346. 15:22หนีออกจากเราและยิ่งอยู่ไกลยิ่งหนีเร็ว
  347. 15:27เค้ารู้ได้ยังไงล่ะครับหลักการมันคล้าย
  348. 15:30เวลาเราได้ยินเสียงรถพยาบาลครับสังเกตมั้
  349. 15:33ครับว่าตอนรถเนี่ยวิ่งเข้าหาเราเนี่ย
  350. 15:36เสียงไซเรนเนี่ยมันจะแหลมขึ้นแต่พอพอเรา
  351. 15:39วิ่งผ่านเราไปแล้วเนี่ยเสียงจะทุ้มลงนะ
  352. 15:41ครับแสงก็มีพฤติกรรมคล้ายๆกันนะครับถ้า
  353. 15:45แหล่งกำเนิดแสงนั้นวิ่งหนีเราอยู่นะครับ
  354. 15:48สีของแสงเนี่ยจะเลื่อนไปทางโทนแดงที่เขา
  355. 15:51เรียกกันว่า R Shift Red L Shift นะ
  356. 15:54ฮะ Hele เห็นว่าแสงจากGา็กซี่เกือบทุกอัน
  357. 15:57เนี่ยแดงกว่าที่ควรจะเป็นแปลว่าGา็กซี่
  358. 16:00กำลังหนีเราไปอยู่จักรวาลไม่ได้นิ่ง
  359. 16:02จักรวาลกำลังขยายตัวทีนี้พอรู้แล้วว่า
  360. 16:04จักรวาลกำลังขยายตัวเนี่ยนะครับมันแปลว่า
  361. 16:07อะไรแปลว่าถ้าวันนี้ทุกอย่างกำลังวิ่ง
  362. 16:09ห่างออกจากกันแปลว่าเมื่อวานทุกอย่างอยู่
  363. 16:12ใกล้กันกว่านี้ปีที่แล้วใกล้กว่าๆนั้น
  364. 16:15ย้อนหลังกลับไปเรื่อยๆหลายพันล้านปีทุก
  365. 16:18อย่างต้องเคยอยู่ที่จุดเดียวเป็นจุดที่
  366. 16:22เล็กมากๆร้อนมากๆหนาแน่นมากๆแล้ววันนึง
  367. 16:25มันก็เริ่มขยายออกนี่แหละครับคือแนวคิด
  368. 16:27ที่เราเรียกกันว่า Big Bang นะครับซึ่ง
  369. 16:30ข้อมูลปัจจุบันเนี่ยบอกว่ามันเกิดขึ้นมา
  370. 16:32เมื่อประมาณ 13,800
  371. 16:35ล้านปีที่แล้วนะครับแต่ครับแนวคิดนี้ตอน
  372. 16:37แรกนี่ก็ยังเป็นทฤษฎีที่เา้าถกเถียงกัน
  373. 16:39อยู่นะครับจนกระทั่งมันได้หลักฐานชิ้น
  374. 16:41สำคัญแบบบังเอิญมากในปี 1965 และเรื่อง
  375. 16:46นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนกพิราบนะครับผม
  376. 16:48เล่าให้ฟังเป็นอย่างนี้นะฮะที่ห้อง
  377. 16:49ปฏิบัติการของ Bell Laabs นะฮะซึ่งตอน
  378. 16:51นั้นก็เป็นบริษัทที่แบบโอ้โหไฮเทคสุดๆเลย
  379. 16:53เนี่ยนะฮะในรัฐนิวเจอรซี่เนี่ยมีวิศวกร
  380. 16:57นักดาราศาสตร์ 2 คนที่ชื่อว่า Arn Penส
  381. 17:00กับ Robert Wilson นะครับกำลังใช้เสา
  382. 17:03อากาศวิทยุขนาดใหญ่ยักษ์เนี่ยทำงานอยู่นะ
  383. 17:06ครับแล้วก็เจอปัญหาที่น่ารำรำคาญเคือไม่
  384. 17:08ว่าจะหันเสาเนี่ยไปทางไหนของท้องฟ้าเนี่ย
  385. 17:11ก็จะได้ยินเสียงซ่าๆจางๆติดมาตลอดนะครับ
  386. 17:14กลางวันก็มีกลางคืนก็มีฤดูไหนก็มีทั้งคู่
  387. 17:18พยายามหาสาเหตุอยู่หลายเดือนนะครับเช็ค
  388. 17:19อุปกรณ์ทุกชิ้นเช็คสัญญาณรบกวนจากเมือง
  389. 17:22ใกล้เคียงนะครับจนกระทั่งไปเจอผู้ต้อง
  390. 17:25สงสัยหลักนั่นก็คือนกพิราบคู่นึงที่มันทำ
  391. 17:27รังอยู่ในเสาอากาศนะมันก็ไปอึใส่อ่ะนะฮะ
  392. 17:31เคลือบไอ้จานรับสัญญาณหมดทั้ง 2 ก็ต้องไป
  393. 17:35ไล่นกนะฮะแล้วก็ขัด
  394. 17:37เอามูลนกออกเสาอากาศนะครับด้วยความหวัง
  395. 17:40ว่าเสียงซ่านั้นจะหายไปแต่ผลก็คือเสียง
  396. 17:43ซ่ายังอยู่สุดท้ายความจริงก็เฉลยครับว่า
  397. 17:45เสียงซ่าที่พวกพยายามกำจัดทิ้งมาตลอดอ่ะ
  398. 17:48ไม่ใช่สัญญาณรบกวนอะไรเลยนะครับมันคือแสง
  399. 17:51เรืองรองที่หลงเหลืออยู่จากบิ๊กนะครับคือ
  400. 17:54ความร้อนจากยุคแรกของจักรวาลเมื่อ 13,800
  401. 17:57ล้านปีก่อนเย็นตัวลงจนกลายเป็นคลื่น
  402. 17:59ไมโครเวฟจางอาบอยู่ทั่วทั้งจักรวาลทุกทิศ
  403. 18:03ทุกทางนะครับเราเรียกมันว่า Cosmic
  404. 18:05Microwave background หรือว่ารังสี
  405. 18:08ไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาลนะครับซึ่งเขา
  406. 18:12บอกว่าเนี่ยคือหลักฐานว่า Big Bang เคย
  407. 18:14เกิดขึ้นจริงๆเพราะถ้าจักรวาลเคยร้อนจัด
  408. 18:16มาก่อนจริงเนี่ยมันก็ต้องมีร่องรอยความ
  409. 18:18ร้อนลงเหลือแบบนี้แหละตรงตามที่ทฤษฎี
  410. 18:21ทำนายไว้เป๊ะเลยการค้นพบโดยบังเอิญในวัน
  411. 18:23นั้นของPenซสกับ Wilson เนี่ยได้รับ
  412. 18:25รางวัลโนเบลสาขาPhysิส์ในปี 1978 นะครับ
  413. 18:29ผมต้องเล่าก่อนนะครับว่าของจริงมันซับ
  414. 18:30ซ้อนกว่านี้เยอะนะฮะแต่ว่าเราอธิบายแบบ
  415. 18:34เพื่อความเข้าใจง่ายนะฮะเอ่อเอิ่ม
  416. 18:37ผมว่ามันสอนแบบมันสอนแนวคิดของนัก
  417. 18:43วิทยาศาสตร์ที่ผมชอบแล้วกันก็คือนัก
  418. 18:45วิทยาศาสตร์ 2 คนนี้เนี่ยเค้าไม่ได้ตั้ง
  419. 18:46ใจจะออกไปพิสูจน์ทฤษฎีไมโครเวฟอะไรนี่
  420. 18:49แหละแต่ว่าเค้าอ่ะแค่เจอความผิดปกตินะฮะ
  421. 18:53ที่มันน่ารำคาญนะครับแต่ไม่ยอมอ่ะไม่ยอม
  422. 18:56มองข้ามมันไปนะครับบางคนเนี่ยถ้าเจอความ
  423. 18:59ผิดปกติแบบเนี้ยเราก็จะปัดๆผ่านไปแต่เค้า
  424. 19:02ไม่ยอมเค้าหาจนเจอให้ได้ว่ามันมาจากไหน
  425. 19:06กันแน่นี่คือความอยากรู้อยากเห็นแบบนึงนะ
  426. 19:08ซึ่งผมว่าสำคัญมากสำหรับคนยุคนี้เป็น
  427. 19:10เรื่องแถมนะครับเขาบอกว่าไอ้เสียงซ่าที่
  428. 19:13ว่าเไม่ใช่เรื่องไกลตัวของเรานัก
  429. 19:15ราราศาสตร์ชอบเล่ากันว่าสมัยทีวีอนาลอก
  430. 19:18ที่ต้องหมุนหาช่องอ่ะนะฮะผมยังทันอยู่นะ
  431. 19:21ฮะเวลาเจอช่องว่างที่มีแต่ภาพเม็ดซ่าๆน่ะ
  432. 19:24นะครับส่วนเล็กๆส่วนนึงของสัญญาณรบกวน
  433. 19:26นั้นคือรังสีจากบิ๊กงนั่นเองพูดอีกแบบก็
  434. 19:29คือว่าพวกเราทุกคนเคยเห็นร่องรอยจากจุด
  435. 19:32กำเนิดจักรวาลกันมาแล้วทั้งนั้นนะครับต่อ
  436. 19:34ไปนะครับผมจะขอเริ่มด้วยคำถามง่ายๆก่อน
  437. 19:36ว่าถ้าผมถามว่าตอนนี้เวลาเดินเร็วเท่ากัน
  438. 19:40สำหรับทุกคนบนโลกมยนะครับสัญชัของเราก็จะ
  439. 19:44ต้องตอบว่าก็ต้องเท่ากันสินะ 1 นาทีของผม
  440. 19:471 นาทีของคุณเนี่ยนะฮะ 1 นาทีที่
  441. 19:49กรุงเทพฯ 1 นาทีที่นิวยอร์กมันก็ต้องเท่า
  442. 19:51กันสิใช่มั้ฮะเวลาคือแม่น้ำสายเดียวที่
  443. 19:54ไหลผ่านทุกคนด้วยความเร็วเท่ากันนะครับ
  444. 19:57นิวตันเองก็เชื่อแบบนั้นนะฮะและ
  445. 19:59วิทยาศาสตร์ทั้งหมดเอาจริงๆแล้วเนี่ยตั้ง
  446. 20:01อยู่บนความเชื่อแบบนั้นมาตลอด 200 ปีนะ
  447. 20:04ครับแล้วไนสไตนก็มาบอกว่าไม่จริงครับ
  448. 20:07เพราะนั้นหนังสือ Hawking อธิบายเรื่อง
  449. 20:09นี้ไว้ด้วยบทที่ว่าด้วยอวกาศและเวลาซึ่ง
  450. 20:12เป็นการเล่าทฤษฎีสัมพันธภาพของไอนสไตนให้
  451. 20:15พวกเราฟังแบบง่ายๆนะฮะแก่นของมันเนี่ย
  452. 20:18สรุปได้ประมาณนี้ทุกอย่างเริ่มต้นจากข้อ
  453. 20:20เท็จจริงประหลาดข้อหนึ่งคือแสงนั้นเดิน
  454. 20:24ทางด้วยความเร็วคงที่เสมอนะครับประมาณ
  455. 20:27300,000 กม/่อวินาทีไม่ว่าคุณจะวิ่งเข้า
  456. 20:31หามันหรือวิ่งหนีมันเนี่ยคุณจะวัดความ
  457. 20:33เร็วแสงได้เท่าเดิมเป๊ะซึ่งพอคิดตามจริงๆ
  458. 20:36มันก็ค่อนข้างแปลกทีเดียวนะครับเพราะว่า
  459. 20:38ของอย่างอื่นมันไม่เป็นแบบนี้เนาะสมมุติ
  460. 20:40ว่าถ้ามีรถวิ่งมาด้วยความเร็ว 100 กม/่อ
  461. 20:43ชม.เนี่ยแล้วเราขับรถหนีด้วยความเร็ว 60
  462. 20:46นะฮะรถคันนั้นก็จะไล่เราด้วยความเร็ว 40
  463. 20:49ใช่มั้ยครับอ่าแต่กับแสงเนี่ยต่อให้เรา
  464. 20:52หนีเร็วแค่ไหนเนี่ยมันก็จะยังไล่เราด้วย
  465. 20:55ความเร็วเท่าๆเดิมเสมอเรียกว่าเร็วเต็ม
  466. 20:58ที่เท่าเดิมดีกว่านะฮะไนสไตนนั่งคิด
  467. 21:01เรื่องนี้แล้วก็ได้ข้อสรุปแบบพลิกโลกบอก
  468. 21:04ว่าถ้าความเร็วแสงไม่ยอมเปลี่ยนอย่างงั้น
  469. 21:07สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแทน[เสียงกระแอม]คือ
  470. 21:09เวลากับระยะทางเวลาจึงไม่ใช่แม่น้ำสาย
  471. 21:13เดียวที่ไหลเท่ากันสำหรับทุกคนแต่เวลาของ
  472. 21:15แต่ละคนนั้นเดินไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับว่า
  473. 21:18คุณเคลื่อนที่เร็วแค่ไหนและอยู่ในแรงโน้ม
  474. 21:20ถ่วงแรงแค่ไหนถ้าคุณเคลื่อนที่เร็วเวลา
  475. 21:24คุณถ้าคุณเคลื่อนที่เร็วเวลาของคุณยิ่ง
  476. 21:27เดินช้าลงเมื่อเทียบกับคนอื่นที่หยุดนิ่ง
  477. 21:29และยิ่งคุณอยู่ใกล้แหล่งแรงโน้มถ่วงมาก
  478. 21:32เช่นอยู่ใกล้ดาวมวลมหาศาลเนี่ยเวลาของคุณ
  479. 21:35ก็จะยิ่งเดินช้าลงด้วยนะครับจำอเตอร์สเตล
  480. 21:39ได้ใช่มั้ฮะหนังอstellaนี่แหละอธิบาย
  481. 21:41เรื่องนี้เลยนะครับซึ่งเราอาจจะได้ยิน
  482. 21:44เรื่องพวกนี้ในเอ่อนิยายวิทยาศาสตร์อยู่
  483. 21:46บ่อยๆแต่ประเด็นคือเรื่องนี้ถูกพิสูจน์
  484. 21:48แล้วนะครับและพวกเราทุกคนเนี่ยกำลังใช้
  485. 21:51ประโยชน์จากมันอยู่ทุกวันด้วยนะครับเอา
  486. 21:53แบบใกล้ตัวสุดเลยนะฮะ GPS GPS ในมือถือ
  487. 21:57เนี่ยนะครับทำงานด้วยดาวเทียมที่โคจรอยู่
  488. 22:00เหนือแผ่นดินเนี่ยนะฮะประมาณสซัก 20,000
  489. 22:02กม.ตามข้อมูลจากภาควิชาดาราศาสตร์ที่ Ohio
  490. 22:05State นะครับนาฬิกาบนดาวเทียมพวกนี้เดิน
  491. 22:07ไม่เท่ากับนาฬิกาบนโลกนะครับเพราะว่า
  492. 22:09ปัจจัย 2 ปัจจัยหักล้างกันก็คือดาวเทียม
  493. 22:12นั้นเคลื่อนที่เร็วทำให้เวลาเ่ะเดินช้าลง
  494. 22:14นิดนึงแต่มันอยู่ไกลจากแรงโน้มถ่วงของโลก
  495. 22:17ทำให้เวลาเนี่ยเดินเร็วขึ้นเยอะกว่านะ
  496. 22:20ครับผลสุดคือนาฬิกาบนดาวเทียมเนี่ยนะครับ
  497. 22:22เดินเร็วกว่านาฬิกาบนพื้นโลกเนี่ยประมาณ
  498. 22:2538 ไมโครวินาทีต่อวันหลายคนฟังแล้วแบบ 38
  499. 22:28ไมโครวินาทีฟังดูจิ๊บจ๊อยมากเลยนะฮะแต่
  500. 22:32แสงเดินทางได้ 300,000 กม.ใน 1 วินาที
  501. 22:35ความคลาดเคลื่อนแค่นั้นเนี่ยถ้าไม่แก้
  502. 22:37เนี่ยจะทำให้ GPS เนี่ยมันเพี้ยนสะสมไป
  503. 22:41วันนึงราวๆสัก 10 กม.ได้เลยนะครับคือถ้า
  504. 22:44วิศวกรที่ทำ GPS เนี่ยไม่เอาทฤษฎีของ
  505. 22:47ไนสไตนมาปรับนาฬิกาดาวเทียมทุกวันเนี่ยนะ
  506. 22:50ฮะโลเคชในมือถือเราเนี่ยมันจะเพี้ยนนะ
  507. 22:54ครับเพี้ยนถึงขณะที่ว่าวันนี้คุณเปิดแอป
  508. 22:57อยู่สยามเนี่ยนะฮะพรุ่งนี้อาจจะบอกว่าคุณ
  509. 23:00เอิ่อยู่แบบบางนาอะไรเงี้ยนะฮะออาจจะได้
  510. 23:03อย่างนั้นเลยนะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยทุก
  511. 23:05ครั้งที่เราเปิด Google Maps หรือว่าคุณ
  512. 23:08ไปเรียกรถนะฮะแล้วมันมารับถูกที่เนี่ยนี่
  513. 23:11คือประโยคโชทฤษฎีสัมพันธภาพนะครับทีนี้ก็
  514. 23:15มีคำถามที่น่าสนใจว่าเฮ้ยเรารู้ได้ไงว่า
  515. 23:18ไอนสไตน์พูดถูกนะฮะตรงนี้มีเหตุการณ์
  516. 23:20ประวัติศาสตร์ที่เล่าไว้ในหนังสือด้วยนะ
  517. 23:22ครับทฤษฎีของไอนสไตน์เนี่ยได้คำทำนายไว้
  518. 23:25ข้อนึงว่ามวลขนาดใหญ่อย่างดวงอาทิตย์
  519. 23:28เนี่ยจะทำให้อวกาศรอบๆมันเนี่ยโค้งเมื่อ
  520. 23:32อวกาศโค้งเนี่ยแสงที่วิ่งผ่านใกล้ๆเนี่ย
  521. 23:35มันก็จะเดินทางเป็นเส้นโค้งด้วยถูกมั้
  522. 23:37ครับอ่าพูดง่ายๆคือว่าดวงอาทิตย์เนี่ย
  523. 23:40เบี่ยงแสงของดาวที่อยู่ข้างข้างหลังมัน
  524. 23:42ได้
  525. 23:44ปัญหาคือแล้วจะพิสูจน์กันยังไงนะครับ
  526. 23:46เพราะปกติเนี่ยเราไม่มีทางเห็นดาวที่อยู่
  527. 23:48ข้างๆดวงอาทิตย์อยู่แล้วนะเพราะว่าแสง
  528. 23:51อาทิตย์มันก็ต้องกลบหมดอยู่แล้วใช่มั้
  529. 23:53ครับยกเว้นเหตุการณ์เดียวครับนั่นคือ
  530. 23:56สุริยุปราคาเต็มดวงในปี 1919
  531. 24:01นะฮะมีนักดาราศาสตร์อังกฤษที่ชื่อว่า
  532. 24:04Arthur Addington นะครับนำคณะเดินทาง
  533. 24:07ข้ามโลกไปที่เกาะที่มีชื่อว่า Princip
  534. 24:10นอกชายไปฝั่งแอฟริกาตะวันตกเพื่อถ่ายรูป
  535. 24:14ดวงอาทิตย์ในจังหวะไม่กี่นาทีที่ดวง
  536. 24:16อาทิตย์ถูกดวงจันทร์บังมิดสิ่งที่เรียก
  537. 24:19ว่าสุริยุเป็นราคาเต็มดวงนะครับแล้วเเอา
  538. 24:22ตำแหน่งดวงดาวในรูปเนี่ยมาเทียบกับ
  539. 24:24ตำแหน่งจริงของมันในตอนกลางคืนถ้าตำแหน่ง
  540. 24:27ขยับแปลว่าแสงโดนดวงอาทิตย์เบี่ยงจริงนะ
  541. 24:31ครับผลออกมาก็คือตำแหน่งดาวขยับครับแล้ว
  542. 24:34ก็ใกล้เคียงกับตัวเลขที่ไอนสไตน์ทำนายไว้
  543. 24:36นะครับองค์กรอวกาศยุโรปหรือว่า ESA เนี่ย
  544. 24:40บันทึกไว้ว่าการประกาศผลครั้งนั้นทำให้
  545. 24:43ไอนสไตน์กลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่โด่ง
  546. 24:45ดังที่สุดในโลกแทบชั่วข้ามคืนเลยทีเดียว
  547. 24:47นะครับหนังสือพิมพ์ทั่วโลกพาดหัวข่าวว่า
  548. 24:50ฟิสิกส์ของนิวเติยหยัดมา 200 ปีนั้นถูก
  549. 24:54ล้มล้างแล้วนะครับลองนึกภาพนะครับข่าว
  550. 24:57วิทยาศาสตร์ล้วนๆเรื่องแสงโค้งเนี่ยกลาย
  551. 24:59เป็นข่าวหน้า 1 ของโลกนะครับอันนี้เป็น
  552. 25:01ยุคที่เพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่ 1 มา
  553. 25:03หมาดๆนะครับ
  554. 25:05และที่งดงามก็คือเรื่องนี้เป็นเรื่องของ
  555. 25:07นักวิทยาศาสตร์อังกฤษที่ลงทุนข้ามน้ำข้าม
  556. 25:10ทะเลไปเพื่อพิสูจน์ทฤษฎีของนัก
  557. 25:12วิทยาศาสตร์เยอรมันซึ่งจริงๆตอนนั้นเนี่ย
  558. 25:14ในประวัติศาสตร์ก็คือทั้ง 2 เนี่ยเพิ่ง
  559. 25:16ทั้ง 2 ประเทศเนี่ยเพิ่งรบกันมานะครับ
  560. 25:18เพราะฉะนั้นเราอาจจะกล่าวได้ว่า
  561. 25:20วิทยาศาสตร์นั้นข้ามเอ่อเส้นแบ่งพวกนี้
  562. 25:23ได้ทีนี้กลับมาในมุมที่ Stepen Hawking
  563. 25:25อยากให้เราเห็นนะครับพอเวลากับอวกาศเนี่ย
  564. 25:28มันยืดหดได้แล้วกันใช้คำนี้เนาะบิดโค้ง
  565. 25:32ได้เนี่ยขึ้นอยู่กับผู้สังเกตเนี่ยมันแปล
  566. 25:34ว่าเราต้องคิดว่าอวกาศกับเวลาเนี่ยเป็น 2
  567. 25:38อย่างที่แยกกันแต่ต้องมองมันเป็นเนื้อ
  568. 25:41เดียวกันที่เขาเรียกว่า Space Time นะฮะ
  569. 25:44อาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นเหมือนผืนผ้า 4
  570. 25:47มิติที่ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลอาศัย
  571. 25:50อยู่มวลทำให้ผืนผ้าใบนี้บุ๋มลงไปและรอย
  572. 25:55บุ๋มนั่นแหละครับคือสิ่งที่เราเรียกว่า
  573. 25:57แรงโน้มถ่วงโลกเนี่ยไม่ได้ถูกดูดเข้าหา
  574. 26:00ดวงอาทิตย์นะครับโลกแค่กลิ้งไปตามรอยบุ๋ม
  575. 26:04ที่ดวงอาทิตย์กดไว้บนไอ้ผืน Space Time
  576. 26:08เนี่ยนะฮะเหมือนลูกแก้วที่กลิ้งวนอยู่ใน
  577. 26:12เอิ่มในแอ่งอ่ะที่แบบที่มันที่มันหมุน
  578. 26:15อยู่หรือว่าหรือว่าอาจจะเป็นลูกโบลิ่ง
  579. 26:18กลิ้งอยู่บนผ้าใบก็ได้อ่ะลูกโบลิ่งบนผ้า
  580. 26:19ใบจะเห็นภาพมากกว่านะฮะโลกอ่ะมันหมุนแบบ
  581. 26:24นั้นกลิ้งแบบนั้นอยู่
  582. 26:26มีของแถมอีกอย่างนึงเรื่องความเร็วแสงที่
  583. 26:28ผมชอบนะครับคือพอแสงใช้เวลาเดินทางเนี่ย
  584. 26:31มันแปลว่าการมองไกลอันนี้เราอาจจะเคยได้
  585. 26:33ยินเนาะตอนเด็กๆครูสอนนะครับการมองไกลไป
  586. 26:37ไกลๆเนี่ยมันคือการมองมองย้อนอดีต
  587. 26:41แสงของดวงอาทิตย์ที่เราเห็นปะทะตาเราตอน
  588. 26:44นี้เนี่ยออกเดินทางจากดวงอาทิตย์เมื่อ 8
  589. 26:46นาทีก่อนนะครับดังนั้นไม่ได้เห็นดวง
  590. 26:48อาทิตย์ในตอนนี้เราเห็นดวงอาทิตย์เนี่ย
  591. 26:50เวลาเรามองไปเนี่ยเห็นดวงอาทิตย์เนี่ย
  592. 26:52delดีลay 8 นาทีนะครับดาวฤกษ์ที่ไกลออกไป
  593. 26:55เนี่ยบางดวงเนี่ยใช้เวลาเดินทางเป็นร้อย
  594. 26:58เป็นพันปีแปลว่าทุกคืนที่คุณแหงนมองดู
  595. 27:01ท้องฟ้าคุณกำลังดูประวัติศาสตร์
  596. 27:06ฉายอยู่ดาวบางดวงที่คุณเห็นเนี่ยอาจจะดับ
  597. 27:09ไปแล้วด้วยซ้ำนะครับเพียงแต่มันต้องใช้
  598. 27:11เวลาอาจจะ 1000 ปีเพื่อเดินทางมาถึงตาเรา
  599. 27:15ในวันนี้พอเข้าใจตรงนี้แล้วเนี่ยนะฮะคำ
  600. 27:17ถามสนุกๆก็ตามมาว่าถ้ามวลมากๆทำให้ไอ้ผืน
  601. 27:20ผ้าใบ Space Time มันบุ๋มลึกลงไปแล้ว
  602. 27:22เนี่ยแล้วถ้ามีอะไรสักอย่างที่มีมวล
  603. 27:25มหาศาลถูกอัดแน่นอยู่ในพื้นที่เล็กจิ๋ว
  604. 27:27ล่ะรอยบุ๋มมันจะลึกขนาดไหนลึกขนาดที่แม้
  605. 27:31แต่แสงก็ปีนออกมาไม่ได้เลยหรือเปล่านะ
  606. 27:33ครับใช่ครับนี่คือBlackโหรือว่าหลุมดำนะ
  607. 27:37ฮะซึ่งเดี๋ยวจะไปคุยกันเพราะว่าเป็น
  608. 27:39เรื่องที่Steฟen Hawking พูดถึงเยอะใน
  609. 27:41หนังสือนี้แต่ก่อนจะถึงหลุมดำเนี่ยเรา
  610. 27:43ต้องแวะมารับอาจจะเรียกว่าเป็นเครื่องมือ
  611. 27:46แล้วกันที่ Stephen Hawkings เนี่ยใช้
  612. 27:49พูดถึงเรื่องหลุมดำจนโลกตะลึงนะฮะเมื่อ
  613. 27:51กี้เนี่ยเราคุยกันถึงของที่ใหญ่ที่สุดใน
  614. 27:54จักรวาลใช่มั้ครับดาวกาแล็กซี่อวกาศอะไร
  615. 27:56อย่างเงี้ยในหนังสือเนี่ยSteีฟen Hawkings
  616. 27:59เนี่ยพาเราหักเลี้ยวไปที่อีกขั้วนึงเป็น
  617. 28:02ของที่เล็กที่สุดนะฮะก็คืออะตอมนะครับและ
  618. 28:06อนุภาคที่เล็กกว่าอะตอม
  619. 28:08ซึ่งเป็นอาณาจักรของทฤษฎีที่เรียกว่า
  620. 28:10กลศาสตร์Quวตัมกฎของโลกใบนี้มันมันแปลก
  621. 28:13ประหลาดนะต้องบอกอย่างี้ก่อนนะครับเอ่อ
  622. 28:16นักฟิสิกส์ระดับรางวัลโนเบลอย่าง Richard
  623. 28:18Fon เนี่ยยังเคยพูดไว้ในเลคureปี 1965
  624. 28:21ว่าผมสามารถพูดได้อย่างปลอดภัยเลยว่าไม่
  625. 28:23มีใครเข้าใจกลศาสตร์Quวตัมหรอกนะครับคน
  626. 28:27ที่พูดคือคนที่ได้รับรางวัลโนเบลจากการ
  627. 28:29ศึกษามันนี่แหละนะฮะเรื่องมันเป็นแบบนี้
  628. 28:31ครับย้อนกลับไปในต้นศาลที่ 19 เนี่ยมีนัก
  629. 28:33คณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่าลับปรา
  630. 28:37นะครับหลายท่านจะคุ้นชื่อนะฮะเคยเรียนนะ
  631. 28:39ฮะเคยเสนอความคิดที่เรียกว่า scientific
  632. 28:43determinism นะซึ่ง hwing ก็เล่าใน
  633. 28:45หนังสือนี่แหละใจความก็คือว่าจักรวาลนั้น
  634. 28:47น่ะเหมือนในการเรือนยักษ์ถ้ามีสิ่งใดสิ่ง
  635. 28:49หนึ่งที่รู้ตำแหน่งและความเร็วของอนุภาค
  636. 28:51ทุกตัวในจักรวาลณวินาทีนี้สิ่งนั้นจะ
  637. 28:54คำนวณอนาคตทั้งหมดได้เลยทุกอย่างถูกกำหนด
  638. 28:57ไว้แล้วด้วยกฎิกส์ไม่มีคำว่าบังเอิญนะ
  639. 29:00ครับฟังดูสมเด็จสมผลใช่มั้วิทยาศาสตร์ยุค
  640. 29:02นั้นเนี่ยก็เชื่อกันแบบนี้นะครับแล้วมัน
  641. 29:05ก็มีความคิดค้านมาตอน 1920 โดยนัก physic
  642. 29:10ที่ชื่อว่า Wenner Heisenberg นะครับค้น
  643. 29:13พบสิ่งที่เรียกว่าหลักของความไม่แน่นอน
  644. 29:16หรือว่า Uncertainty Principle ซึ่ง
  645. 29:18Hawkings เนี่ยยกให้เป็นหนึ่งในการค้นพบ
  646. 29:20ที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 20 ใจความแบบ
  647. 29:23บ้านๆเลยคือเราไม่มีทางรู้ทั้งตำแหน่งและ
  648. 29:27ความเร็วของอนุภาคตัวนึงได้แม่นยำพร้อม
  649. 29:30กันยิ่งวัดตำแหน่งแม่นความเร็วจะเบลอยิ่ง
  650. 29:33วัดความเร็วแม่นตำแหน่งจะเบลอคำถามคือ
  651. 29:36ทำไมนะครับลองคิดภาพตามนะครับอันนี้จะ
  652. 29:38ต้องชวนจินตนาการนิดนึงนะครับการจะเห็น
  653. 29:40อะไรสักอย่างนึงเนี่ยอ่ะสมมุติเรานึกถึง
  654. 29:43ของปากกานี้นะฮะปากกานี้นะครับการเห็น
  655. 29:48อะไรสักอย่างนึงเนี่ยเราต้องส่องแสงไปที่
  656. 29:50มันใช่มั้ครับอ่ะกับของใหญ่ๆอย่างโต๊ะ
  657. 29:53เก้าอี้นะฮะแสงที่ตกกระทบเนี่ยไม่ได้ทำ
  658. 29:56ให้โต๊ะขยับไปไหนแต่กับอนุภาพแบบเล็กจิ๋ว
  659. 29:59สุดๆแสงที่เราส่องไปเพื่อดูมันเนี่ยมันไป
  660. 30:03ชนมันกระเด็นเปลี่ยนทิศคือแสงเนี่ยไปทำ
  661. 30:07ให้ไอ้อนุภาคเนี่ยกระเด็นเปลี่ยนทิศได้
  662. 30:09พูดง่ายๆคือในโลกควนตัมเนี่ยนะครับการมอง
  663. 30:12เห็นคือการรบกวนเราไม่มีทางเป็นผู้สังเกต
  664. 30:15การที่ใสสะอาด 100% โดยไม่ไปรบกวนอนุภาค
  665. 30:18เล็กๆนี้ได้เพราะแค่มองก็เป็นการเปลี่ยน
  666. 30:21สิ่งที่ถูกมองแล้วผลที่ตามมาก็คือว่า
  667. 30:23นาฬิกาของลาปลาสเนี่ยนะฮะถูกแย้งแล้วกัน
  668. 30:26นะฮะแปลว่าเราไม่สามารถรู้สถานะปัจจุบัน
  669. 30:30เป๊ะได้นะฮะก็แปลว่าเราทำนายอนาคตเป๊ะไม่
  670. 30:36ได้สิ่งที่ฟิsทำได้ดีที่สุดในโลกของ
  671. 30:39quวตัมคือการบอกความน่าจะเป็นครับความน่า
  672. 30:42จะเป็นว่าอนุภาคตัวเนี้ยมีโอกาส 70% ที่
  673. 30:45อยู่ตรงนี้และ 30% ที่จะอยู่อีกที่นึงนะ
  674. 30:49ครับเป็นธรรมชาติในระดับรากฐานที่สุดนะ
  675. 30:52ครับเป็นเกมของความน่าจะเป็นไม่ใช่เกมของ
  676. 30:54ความแน่นอนนะครับแล้วรู้มั้ครับว่าใครรับ
  677. 30:57เรื่องนี้ไม่ได้ที่สุดนะฮะก็คือไนสตนนั่น
  678. 30:59เองนะครับทั้งที่งานของไนสไตนเองเนี่ยก็
  679. 31:01มีส่วนสำคัญในการให้กำเนิดทฤษฎีquวตัมแต่
  680. 31:04เขาไม่เคยยอมรับไอเดียที่ว่าจักรวาลเี่ทำ
  681. 31:06งานด้วยกันจะเรียกว่าทอยลูกเต่าก็ได้ในปี
  682. 31:091926 เาเขียนจดหมายถึงเพื่อนนักฟิสิกส์
  683. 31:13คนนึงที่มีชื่อว่าแบนนะครับโต้แย้งเรื่อง
  684. 31:16นี้ซึ่งกลายมาเป็นวลีอมตะที่เราได้ยินกัน
  685. 31:19บ่อยๆว่าพระเจ้าไม่ทอยลูกเต่านะครับ
  686. 31:22ไนสไตนเชื่อจนวันสุดท้ายว่าเบื้องหลัง
  687. 31:26ความน่าจะเป็นพวกนี้ต้องมีกฎที่แน่นอน
  688. 31:28ซ่อนอยู่เพียงแต่เรายังหาไม่เจอเท่านั้น
  689. 31:29เองแต่ประวัติศาสตร์หลังจากนั้นก็อย่าง
  690. 31:32น้อยที่สุดเท่าที่เรารู้นะฮะชี้ไปในทิศ
  691. 31:35ทางเดียวกันว่าธรรมชาติเนี่ยทอยลูกเต๋า
  692. 31:38จริงๆนะครับการทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า
  693. 31:40เนี่ยยืนยันความประหลาดของควอนตัมมาตลอด
  694. 31:43100 ปีแม้แต่อัจฉริยะที่สุดแห่งยุคก็เดา
  695. 31:47ใจจักรวาลผิดได้นะครับอันนี้เป็นเครื่อง
  696. 31:48เตือนใจที่ดีว่าสิ่งที่เป็นความจริงหรือ
  697. 31:51แม้กระทั่งความเก่งในอดีตเนี่ยไม่ได้
  698. 31:52การันตีว่าจะถูกตลอดไปนะฮะและจักรวาล
  699. 31:55เนี่ยก็ไม่มีหน้าที่ต้องเป็นไปตามความ
  700. 31:58เชื่อหรือว่ารสนิยมของเรานะครับแม้
  701. 32:00กระทั่งไนส์ไตนก็อาจจะยังผิดได้นะฮะทีนี้
  702. 32:05บางคนกำลังคิดว่าโอเคเรื่องอนุภาคทอยลูก
  703. 32:06เต่าเนี่ยมันเกี่ยวอะไรกับชีวิตฉันใช่มั้
  704. 32:08ฮะquอนตัมอะไรเนี่ยนะฮะเคยได้ยินอยู่
  705. 32:10เหมือนกันัมคอมพิวเตอร์นี่มันยังไงนะฮะ
  706. 32:13คือมันเกี่ยวมากครับมันเกี่ยวเพราะว่า
  707. 32:15อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่เนี่ยอาจจะ
  708. 32:18เรียกว่าแทบทุกอย่างนะครับไม่ว่าจะเป็น
  709. 32:20มือถือของท่านคอมพิวเตอร์ของท่านนะครับไป
  710. 32:24จนกระทั่งเดินไปสมมุติว่านี้จะเรียกว่ารถ
  711. 32:27ของทุกเอ่อหลายๆคนด้วยนะฮะที่มีอุปกรณ์
  712. 32:30พวกนี้เต็มไปหมดหรือว่าไปเครื่อง MRI นะ
  713. 32:33ในโรงพยาบาลเนี่ยนะฮะเวลาเราไปตรวจร่าง
  714. 32:35กายไปตรวจเอ่อให้คุณหมอเนี่ยล้วนทำงาน
  715. 32:38อยู่บนความเข้าใจพฤติกรรมquวอนตัมของ
  716. 32:41อิเล็กตรอนในสารกึ่งตัวนำทั้งนั้นครับ
  717. 32:44ทฤษฎีที่ว่าเข้าใจยากมากๆเนี่ยนะเป็นราก
  718. 32:48ฐานของอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ
  719. 32:50โลกยุคนี้และความรู้ที่ตอนนั้นน่ะที่เขา
  720. 32:54คุยกันเรื่องนี้เนี่ยเมื่อหลายสิบปีหรือ
  721. 32:57จะเกือบ 100 ปีที่แล้วเนี่ยยังนึกไม่ออก
  722. 32:59ว่าจะเอามาทำอะไรนะฮะแต่ทุกวันเนี้ยกลาย
  723. 33:01เป็นรากฐานของเทคโนโลยีเลยในรอกควนตัม
  724. 33:04เนี่ยความว่างเปล่าเนี่ยมันไม่เคยว่าง
  725. 33:06จริงหลักความไม่แน่นอนบอกว่าแม้แต่
  726. 33:09สูญยากาศก็นิ่งสนิทไม่ได้มันต้องมีพลัง
  727. 33:12งานกระเพื่อมขึ้นลงอยู่ตลอดเวลามีคู่
  728. 33:14อนุภาคจิ๋วๆผุดขึ้นแล้วก็หักล้างกันไป
  729. 33:17เกิดดับๆทั่วทุกอนูของจักรวาลเหมือนผิว
  730. 33:21น้ำที่ดูเรียบจากไกลๆแต่พอซูมเข้าไปใกล้ๆ
  731. 33:23จะเห็นว่ามันกระเพื่อมยิบยับตลอดเวลาอยาก
  732. 33:26ให้จำภาพนี้ไว้นะความว่างที่ไม่ว่างเพราะ
  733. 33:29เดี๋ยวเราจะพาพาไปกลับมาที่Steีฟen
  734. 33:33Hawkings ที่เขาเอาเรื่องนี้แหละนะครับ
  735. 33:35มาเขย่าความเชื่อเรื่องหลุมดำของคนทั้ง
  736. 33:38โลกก่อนจะไปต่อนะฮะเพราะว่าพาร์ทนี้เนี่ย
  737. 33:41อยากจะทวนนิดนึงสรุปสั้นๆก่อนนะครับในโลก
  738. 33:44ใบใหญ่นี้เนี่ยมีสัมพันธภาพที่บอกว่าเวลา
  739. 33:47ยืดหดได้โลกใบเล็กมีควนตัมบอกว่าทุกอย่าง
  740. 33:50มีความน่าจะเป็น 2 ทฤษฎีนี้ต่างก็แม่นยำ
  741. 33:54สุดๆในอาณาเขตของตัวเองแต่ปัญหาใหญ่คือ 2
  742. 33:57ทฤษฎีมันเข้ากันไม่ได้นะฮะเหมือนคนพูดกัน
  743. 34:00คนละศึกษาประชุมร่วมกันตีกันตลอดแบบนี้นะ
  744. 34:03ครับแต่ถ้าต้องบังคับให้ทำงานด้วยกัน
  745. 34:06เนี่ยนะฮะจะทำงานได้ยังไงก็คือเรากำลังจะ
  746. 34:10พูดถึงสถานที่ที่ทั้งใหญ่โตมโหฬารและถูก
  747. 34:14บีบอัดเล็กจนจิ๋วในเวลาเดียวกันก็คือ
  748. 34:17เรื่องหลุมดำนั่นเองนะครับก่อนอื่นเนี่ย
  749. 34:19เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าไอ้หลุมดำนี่
  750. 34:22คืออะไรดาวฤกษ์อย่างดวงอาทิตย์เนี่ยตลอด
  751. 34:25ชีวิตของมันเนี่ยมันคือสมรภูมิของแรง 2
  752. 34:28แรงที่สู้กันตลอดเวลานะครับแรงที่ 1 ก็
  753. 34:31คือแรงโน้มถ่วงของตัวมันเองที่พยายามที่
  754. 34:33จะบีบทุกอย่างเข้าหาศูนย์กลางกับอีกแรง
  755. 34:36นึงคือแรงดันจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ข้าง
  756. 34:39ในที่ระเบิดดันทุกอย่างออกด้านนอกตราบใด
  757. 34:43ที่เชื้อเพลิงยังมีนะฮะ 2 แรงนี้ก็จะ
  758. 34:46สมดุลกันดาวก็จะคงรูปอยู่ได้แต่ถ้าวันนึง
  759. 34:49เนี่ยเชื้อเพลิงเกิดหมดแรงดันข้างในหายไป
  760. 34:53เหลือแต่แรงโน้มถ่วงบีบเข้าอย่างเดียวดาว
  761. 34:55ก็จะยุบตัวลงนั่นเองถ้าดาวดวงนั้นไม่มวล
  762. 34:58มากพอการยุบตัวของมันจะไม่มีอะไรหยุดมัน
  763. 35:01ได้เลยครับมวลทั้งหมดจะถูกอัดเล็กลงเล็ก
  764. 35:04ลงเล็กลงเล็กลงจนกลายเป็นรอยบุ๋มบนผืน
  765. 35:09Space Time พูดกันเมื่อกี้กลายเป็นหลุม
  766. 35:13ที่ลึกจนไม่มีก้นลึกจนถึงจุดที่ว่าภายใน
  767. 35:17รัศมี 1 รอบของมันต่อให้คุณวิ่งหนีด้วย
  768. 35:19ความเร็วแสงเนี่ยซึ่งเป็นความเร็วสูงสุด
  769. 35:21ที่จักรวาลอนุญาตเนี่ยคุณก็ยังหนีไม่พ้น
  770. 35:24เส้นรัศมีนั้นมีชื่อเรียกว่า Event
  771. 35:27Horizon Event Horizon เหมือนชื่อหนัง
  772. 35:30นั่นแหละนะครับเป็นหนังที่หลอนดีนะตอนที่
  773. 35:32มันออกฉายตอนนั้นนะครับ Event Horizon
  774. 35:34หรือภาษาไทยแปลว่าขอบฟ้าของเหตุการณ์นะ
  775. 35:36ครับมันคือ
  776. 35:39ข้างนอกเส้นเนี่ยคุณกลับบ้านได้ข้ามเส้น
  777. 35:42นี้ไปเมื่อไหร่ไม่มีทางกลับเพราะแม้แต่
  778. 35:44แสงก็ยังออกมาไม่ได้นะครับเราเลยมองไม่
  779. 35:46เห็นมันมันจึงเรียกว่าหลุมดำนั่นเองนะ
  780. 35:49ครับทีนี้ปัญหาคลาสสิคของมันก็คือว่าถ้า
  781. 35:54เรามองไม่เห็นมันเราจะรู้ได้ไงว่ามันมี
  782. 35:56อยู่จริงนะครับคำตอบคือเราดูจากพฤติกรรม
  783. 36:00ของเพื่อนบ้านมันครับในหนังสือเwingเล่า
  784. 36:04ถึงระบบดาวแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า Sixness
  785. 36:07X1 นะครับซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดรังสี X
  786. 36:10เข้มข้นในกลุ่มดาวหงส์ที่นั่นเนี่ยมีดาว
  787. 36:13ฤกษ์ยักษ์ดวงนึงที่กำลังหมุนรอบอะไรบาง
  788. 36:15อย่างที่มองไม่เห็นและอะไรบางอย่างนั้น
  789. 36:18กำลังดูดเนื้อสารจากตัวดาวเข้าไปเกิดเป็น
  790. 36:21วงก๊าซร้อนจัดที่เปล่งนางสี X ออกมานะ
  791. 36:24ครับหลักฐานทุกอย่างชี้ว่านั่นน่าจะเป็น
  792. 36:26หลุมดำ Hawkings เนี่ยนะครับไปพนันกับ
  793. 36:28เพื่อนเพื่อนสนิทเขาซึ่งก็คือคิornคิปซอ
  794. 36:31ก็เป็นอ่านักฟิสิกส์ระดับตำนานอีกคนนึงนะ
  795. 36:34ครับคนนี้แหละที่ต่อมาเนี่ยเป็นที่ปรึกษา
  796. 36:36ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับหนังเรื่อง
  797. 36:38อินเตอร์stellaนะครับ Hawkings เนี่ยพนัน
  798. 36:40ว่าไอ้ Signus X1 เนี่ยไม่ใช่หลุมดำนะ
  799. 36:45ซึ่งก็แปลกดีนะHawkingsซที่ศึกษาหลุมดำมา
  800. 36:47ตลอดพนันว่าข้างในที่ไอ้ไอไอ้ที่ว่าหลุม
  801. 36:50ดำเนี่ยไม่น่าจะใช่นะครับเหตุผลของเขาก็
  802. 36:54น่าสนใจมากเบอกว่านี่คือกรมธรฑ์ประกันภัย
  803. 36:56ของเขาคิดตามดูนะครับว่าถ้าสุดท้ายท้าย
  804. 36:59Sign X1 เป็นหลุมดำจริงเแพ้พนันก็จริง
  805. 37:02แต่งานวิจัยทั้งชีวิตของเขานั้นถูกต้อง
  806. 37:04หมดถือว่าคุ้มแต่ถ้าเกิดเกิดหลุมดำไม่
  807. 37:07จริงขึ้นมางานทั้งชีวิตเสูญเปล่าอย่าง
  808. 37:09น้อยเขาก็ยังได้รับรางวัลปลอบใจจากการชนะ
  809. 37:12พนันเป็นการเหตความเสี่ยงนะฮะเหมือนกับ
  810. 37:15ที่เขาบอกว่าเวลาไปคนที่ชอบไปเอ่ออะไรนะ
  811. 37:18ไปเดิมพันทีมฟุตบอลนะฮะเอ่อไปเดิมพันทีม
  812. 37:23ฝั่งตรงข้ามกับทีมที่เราชอบเนี่ยถ้าทีม
  813. 37:25นั้นชนะเราทีมเราแพ้ใช่นะแต่ทีมผมตรงข้าม
  814. 37:29ชนะเราก็ได้ตังค์ถ้าทีมเราชนะเราก็ดีใจ
  815. 37:31อะไรแบบนี้เป็นต้นนะคล้ายๆอย่างงั้นนะฮะ
  816. 37:34ผ่านไปนะครับผ่านเวลาไปเนี่ยหลักฐาน
  817. 37:37เรื่องดาวตรงนี้ก็ชัดขึ้นเรื่อยๆนะครับจน
  818. 37:39ปี 1990 เนี่ยนะฮะก็พบว่าเออมันเป็นหลุม
  819. 37:44ดำจริงๆนะฮะทีนี้เรื่องหลุมดำเนี่ยยิ่ง
  820. 37:47เวลาผ่านไปเนี่ยหลักฐานก็ยิ่งถล่มทลายเลย
  821. 37:49นะครับในสมัยที่หนังสือออกตอน 1988 นะ
  822. 37:52หลุมดำยังเป็นสิ่งที่อนุมานเอาจากสิ่งแวด
  823. 37:54ล้อมนะครับแต่ในปี 2015 ที่ผ่านมาเนี่ย
  824. 37:58เครื่องตรวจจับที่ชื่อว่าไโกเนี่ยนะครับ
  825. 38:00สามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงหรือว่า
  826. 38:02ระรอกคลื่นบนผืนการอวกาศที่เกิดจากหลุมดำ
  827. 38:062 ลูกพุ่งชนควบรวมกันได้เป็นครั้งแรกและ
  828. 38:09หนึ่งในผู้บวกเวิโครงการนี้ก็ได้รับโรงบล
  829. 38:12ในปี 2017 นะครับจากงานนี้ก็คือิปตอนั่น
  830. 38:15เองนะฮะที่เราพูดถึงนี่แหละนะครับจากนั้น
  831. 38:18ปี 2019 เนี่ยโครงการ Event Horizon
  832. 38:20Toscope นะครับก็เผยแพร่ภาพหลุมดำครั้ง
  833. 38:23แรกในประวัติศาสตร์ก็คือหลุมดำมวลยิ่ง
  834. 38:27ยิ่งยวดใจกลางGalaxี่ M87 นะครับที่เรา
  835. 38:30เคยเห็นน่าจะเคยเห็นกันนะฮะเป็นวงแหวนสี
  836. 38:32ส้มๆอ่ะล้อมเงาดำๆอ่ะนะฮะคนแชร์กันเพียบ
  837. 38:35เลยตอนนั้นผมจำได้น่าสนใจก็คือครั้งนึง
  838. 38:37ของที่เคยเป็นทฤษฎีในกระดาษนะฮะของ Stepen
  839. 38:40Hawkings เนี่ยก็กลายเป็นของที่ถูกถ่าย
  840. 38:43รูปได้น่าเสียดายอย่างเดียวก็คือSteีen
  841. 38:45Hawkings เนี่ยเสียชีวิตไปแค่ 1 ปีก่อน
  842. 38:47หน้านั้นเองก็เลยไม่ได้มีโอกาสเห็นภาพนี้
  843. 38:49ภาพที่ดังมากของ M 87 เนี่ยนะครับทีนี้
  844. 38:53มาถึงผลงานชิ้นเอกของSteีฟen Hawking
  845. 38:56ซึ่งอยู่ในบทที่ชื่อเก๋มากในหนังสือนะ
  846. 38:59ครับชื่อบทเนี้ยชื่อว่า Black Holes and
  847. 39:03so Black นะฮะแล้วอย่างที่เล่าไปนะครับ
  848. 39:06ความช่วยพื้นฐานที่สุดเกี่ยวกับหลุมดำก็
  849. 39:08คือไม่มีอะไรหนีออกมาได้นะครับหลุมดำ
  850. 39:10เนี่ยมีแต่กินเข้าไปไม่มีการคายอะไรออกมา
  851. 39:13และมันจะโตขึ้นไปเรื่อยๆตลอดกาลแต่ในปี
  852. 39:161974 เนี่ย Hawkings ก็ลองทำในสิ่งที่
  853. 39:20ไม่ค่อยมีใครทำแล้วกันก็คือการเอาทฤษฎี
  854. 39:22Quantum เนี่ยนะครับซึ่งเป็นฟิsของสิ่ง
  855. 39:24ที่เล็กที่สุดมาคำนวณร่วมกับทฤษฎี
  856. 39:27สัมพันธภาพซึ่งเป็นฟิสิกส์ของสิ่งที่ใหญ่
  857. 39:29ที่สุดแล้วผลการคำนวณที่ออกมาก็ทำให้ตัว
  858. 39:32เขาเองยังงงก็คือหลุมดำเนี่ยมันเปล่ง
  859. 39:35รังสีออกมาครับหลักการแบบเข้าใจง่ายๆเป็น
  860. 39:38แบบนี้ครับyysิก์quantัมบอกว่าความว่าง
  861. 39:40เปล่าที่เราคิดว่ามันว่างเนี่ยมันไม่เคย
  862. 39:42ว่างจริงในสูญยากาศเนี่ยจะมีคู่อนุภาค
  863. 39:45เล็กจิ๋วเกิดขึ้นแล้วหักล้างกันตลอดเวลา
  864. 39:47เกิดดับเกิดดับเกิดดับเร็วมากจนเราไม่ทัน
  865. 39:50สังเกตทีนี้ถ้าคู่อนุภาคคู่นึงบังเอิญ
  866. 39:52เกิดขึ้นตรง Evil Horizon พอดีล่ะนะครับ
  867. 39:56ก็อาจจะเกิดกรณีที่อนุภาคตัวนึงตกลงเข้า
  868. 39:58ไปในหลุมดำส่วนอีกตัวนึงเนี่ยมันรอดออกมา
  869. 40:00ได้อนุภาคที่รอดออกมานั่นแหละเมื่อมองจาก
  870. 40:03ภายนอกนะครับเหมือนกับหลุมดำนั้นกำลังแผ่
  871. 40:06รังสีออกมานะครับและรังสีที่ว่านี้ก็ได้
  872. 40:10ชื่อตามSteีฟen Hawkings ก็คือ Hawkings
  873. 40:13Radiation นะครับหรือพูดง่ายๆก็คือว่า
  874. 40:16หลุมดำเนี่ยมันรั่วนะมันสูญเสียพลังงานนะ
  875. 40:19แปลว่ามันค่อยๆเบาลงและในระยะเวลาที่ยาว
  876. 40:23นานมหาศาลเนี่ยมันสามารถระเหยจนหายไปทาง
  877. 40:26ลูกได้เลยนะครับภาพของหลุมดำที่เราเคยคิด
  878. 40:29ว่าเป็นอมตะเนี่ยก็ถูกแทนที่ด้วยหลุมดำ
  879. 40:31ที่มีวันตายเหมือนกับทุกอย่างบนโลกนี้การ
  880. 40:35ค้นพบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ฟิสิกส์ 2
  881. 40:37สำนักใหญ่ที่ไม่เคยคุยกันรู้เรื่องคือ
  882. 40:39quวอนตัมกับสัมพันธภาพเนี่ยถูกจับมาทำงาน
  883. 40:43ร่วมกันแล้วให้คำตอบที่มีความหมายและผล
  884. 40:45งานชิ้นนี้ถูกยกให้เป็นมรดกทาง
  885. 40:47วิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญที่สุดของ Hawking
  886. 40:50มาจนถึงปัจจุบันครับแต่ปัญหามีอยู่ว่าถ้า
  887. 40:54หลุมดำมันระเหยไปได้จริงแล้วข้อมูลของทุก
  888. 40:58สิ่งที่มันเคยกลืนเข้าไปล่ะมันจะหายไปไหน
  889. 41:01สมมุติว่าเราโยนสมุดบันทึกเล่มนึงลงไปใน
  890. 41:03หลุมดำแล้ววันนึงหลุมดำมันระเหยไปหมด
  891. 41:05เนี่ยข้อมูลในสมุดเนี่ยมันก็จะหายไปถาวร
  892. 41:09เลยหรือเปล่านะฮะมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะ
  893. 41:13บอกว่าเอ๊ะทำไมถึงมีคนนั่งคิดเรื่องพวก
  894. 41:15นี้นะ[เสียงหัวเราะ]
  895. 41:17คือมันดูเป็นเรื่องที่
  896. 41:19อะไรดีอ่ะโอ้โหมันซับซ้อนมากนะฮะมันแบบ
  897. 41:22ทำไมเราถึงต้องคิดกันขนาดนี้นะแต่ว่าแน่
  898. 41:25นอนน่ะมันมีคนจำนวนนึงนะครับที่เขาก็ต้อง
  899. 41:29คิดเรื่องพวกนี้ใช่มั้ฮะทีนี้คำถามที่ว่า
  900. 41:32ไอ้สมุดที่โยงให้ดูหลุมดำมันจะหายไปถาวร
  901. 41:34หรือเปล่าเนี่ยฟังดูก็ไม่เห็นจะมีปัญหา
  902. 41:36อะไรเลยนี่ใช่มั้ยฮะแต่ในทางquวอนตัม
  903. 41:38เนี่ยนี่คือเรื่องคอขาบาตายนะครับจำได้
  904. 41:40ใช่มั้ครับตอนเด็กๆอีกเหมือนกันนะครับกฎ
  905. 41:43พื้นฐานของquอนตัมบอกว่าข้อมูลในจักรวาล
  906. 41:46เนี่ยห้ามสูญหายโดยเด็ดขาดถ้าข้อมูลหาย
  907. 41:49ได้จริง Physic Quantum ทั้งระบบจะสั่น
  908. 41:52คลอนวงการวิทยาศาสตร์เรียกปัญหานี้ว่า
  909. 41:55Black Hole Information Paradox ในปี
  910. 41:571997 เนี่ยก็เลยเกิดการพนันขันต่อครั้ง
  911. 42:01ขึ้นมานะครับฝั่งนึงก็คือ Hawking กับตอน
  912. 42:04นะฮะที่พนันว่าข้อมูลหายไปจริงๆอีกฝั่ง
  913. 42:06นึงเนี่ยเป็นนักฟิสิกส์ชื่อว่า John
  914. 42:08Prสกิลนะครับที่พนันว่าข้อมูลต้องรอดออก
  915. 42:10มาได้แล้วก็เขาก็เดิมพันกันเป็นแบบสาุกรม
  916. 42:13เล่มโปรดอะไรอย่างเงี้ยนะฮะเวลาผ่านไป 7
  917. 42:15ปีเนี่ยฮิสก็กลับไปคำนวณใหม่ครั้งแล้ว
  918. 42:17ครั้งเล่าจนในปี 2004 นะครับในงานประชุม
  919. 42:20วิชาการที่ดับลินที่ isand เนี่ยฮอกingก็
  920. 42:23ประกาศขาดต่อหน้าสาธารณะว่าผมแพ้ผมแพ้แปล
  921. 42:26ว่าอะไรผมแพ้ก็คือผลการศึกษาใหม่เนี่ยชี้
  922. 42:29ว่าข้อมูลน่าจะเล็ดรอดออกมาได้จริงๆแล้วเ
  923. 42:32ก็เลยมอบสารนุกรมให้กับเอิ่ John Prสkิ
  924. 42:36ตามสัญญานะฮะมันเป็นเรื่องที่ยังเป็นที่
  925. 42:40ถกเถียงกันอยู่ก็คือยังมีคนไม่เชื่อนะฮะ
  926. 42:43ยังมียังมีคนไม่เชื่อสิ่งที่ Steven
  927. 42:44Hawkings พูดแล้วก็หลายคนบอกว่ายังไม่
  928. 42:47เห็นข้อพิสูจน์ที่ยอมรับได้เต็มที่ก็ยัง
  929. 42:49เป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าข้อมูลสรุปมันจะ
  930. 42:51หายมั้ยนะฮะซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังเถียงกัน
  931. 42:53อยู่นะครับทีนี้ผ่านมาถึงตรงนี้เนี่ยขอ
  932. 42:56เช็คอินสักนิดนึงเราผ่านมา 4 จุดแล้วเนาะ
  933. 42:58จักรวาลมีวันเกิดเวลายืดหดได้นะครับโลก
  934. 43:01ควตัมการทอยลูกเต่าและหลุมดำที่ไม่ได้ดำ
  935. 43:03สนิทนะครับแล้วเข้ามาในคำถามสำคัญของ
  936. 43:05หนังสือดำนี้ก็คือก่อนบิ๊ก Bang มีอะไร
  937. 43:08เริ่มต้นจากคำถามง่ายๆอย่างี้ก่อนทำไมเรา
  938. 43:10จำอดีตได้แต่จำอนาคตไม่ได้อ่านะฮะอย่า
  939. 43:13เพิ่งตอบว่ามันยังไม่เกิดนะครับเพราะทาง
  940. 43:15เนี่ยเรื่องนี้ประหลาดกว่าที่คิดนะครับ
  941. 43:17กฎิกส์พื้นฐานเกือบทั้งหมดนะครับทำงานได้
  942. 43:202 ทิศทางเท่ากันก็คือถ้าเกิดว่าคุณถ่าย
  943. 43:24วีดีโอลูกบิลเลiอ่ะวิ่งมาชนกัน 2 ลูกอ่ะ
  944. 43:28แล้วเอาวีดีโอมาเปิดย้อนหลังเนี่ยภาพที่
  945. 43:30เห็นก็ยังเป็นไปตามกฎิกส์ทุกประการเอา
  946. 43:33จริงๆดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าอันไหนเดินหน้า
  947. 43:36อันไหนถอยหลังแต่ในชีวิตจริงของเราไม่
  948. 43:38เป็นแบบนั้นถ้าเกิดว่าเราถ่ายวีดีโอแก้ว
  949. 43:41หล่นจากโต๊ะแล้วมันแตกกระจายเนี่ยแล้ว
  950. 43:43เปิดย้อนหลังเนี่ยเศษแก้วกระโดดขึ้นจาก
  951. 43:44พื้นประกอบกันเป็นร่างใบเดิมเด้งกลับไปบน
  952. 43:46โต๊ะเนี่ยทุกคนจะรู้ทันทีว่านี่คือการ
  953. 43:49เปิดเทปถอยหลังเพราะในโลกจริงไม่มีทาง
  954. 43:51เกิดขึ้นแบบนี้คำถามคือทำไมถึงไม่เกิดล่ะ
  955. 43:55ในเมื่อกฎิกส์ไม่ได้ห้ามนะฮะ Hawkings
  956. 43:58เนี่ยอุทิศบทนึงเลยให้กับเรื่องนี้ชื่อบท
  957. 44:01ว่า The Arrow of Time คำตอบแบบย่อที่
  958. 44:04สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือสิ่งที่เรียกว่า
  959. 44:06Entropy หรือระดับความไร้ระเบียบหลักการ
  960. 44:09ก็คือในระบบใดๆก็ตามความไร้ระเบียบมีแนว
  961. 44:11โน้มจะเพิ่มขึ้นตามเวลาเสมอเหตุผลเบื้อง
  962. 44:15หลังก็ง่ายจนน่าตกใจเพราะหนทางที่ของจะรก
  963. 44:19มันมีเยอะกว่าหนทางที่ของจะเรียบร้อย
  964. 44:21อย่างเทียบกันไม่ได้นะครับลองนึกภาพ
  965. 44:23จิ๊กซอ 1000 ชิ้นนะครับการเรียงให้ถูก
  966. 44:26ต้องต่อเป็นรูปเนี่ยมีแบบเดียวแต่การ
  967. 44:29เรียงมั่วๆมีเป็นล้านแบบเพราะฉะนั้นถ้า
  968. 44:31คุณเขย่ากล่องจิ๊กซอโอกาสที่มันจะออกมา
  969. 44:34เป็นภาพสมบูรณ์พอดีเนี่ยเรียกว่าน้อยมาก
  970. 44:36จนแทบเป็น 0 ไม่ใช่เพราะมีกดห้ามนะแต่
  971. 44:39เพราะว่าความน่าจะเป็นมันเทไปทางมันจะรก
  972. 44:43เละอ่ะมากกว่าเยอะแก้วกาแฟก็เหมือนกันนะ
  973. 44:45ครับสภาพแก้วสมบูรณ์มีแบบเดียวแต่สภาพแตก
  974. 44:48กระจายมีได้เป็นอนัน์เวลาเดินทางไปทางไหน
  975. 44:52จักรวาลก็เลยจะไปจากความเป็นระเบียบสู่
  976. 44:54ความไร้ระเบียบในทางนั้นและนี่แหละครับ
  977. 44:57ที่สร้างทิศทางให้กับเวลาลูกศรของเวลาชี้
  978. 45:00ไปที่ทางที่มันจะรกมากขึ้นเราจำอดีตได้
  979. 45:04เพราะอดีตคือทิศทางที่เป็นระเบียบมากกว่า
  980. 45:06เราจำอนาคตไม่ได้เพราะอนาคตยังไม่ถูก
  981. 45:09บันทึกลงในความรกของจักรวาลนะครับนี่คือ
  982. 45:13ไอเดียของภาพยนตร์เรื่องเนetของ
  983. 45:15chริสopherร์noนนั่นเองนะครับเป็นหนังอีก
  984. 45:17เรื่องนึงที่เดี๋ยววันนึงจะมาชวนคุยกัน
  985. 45:20ว่าเค้าเอาอันเนี้ยเราก็ไปสร้างหนังนะฮะ
  986. 45:23ก็สนุกดีแต่ว่าเราก็สร้างระเบียบได้หนิ
  987. 45:27ห้องรกก็เก็บได้ใช่มั้ยอ่านะฮะมันแล้วมัน
  988. 45:31ต้องรกต่อไปเรื่อยๆเหรอนะครับคำตอบก็คือ
  989. 45:34ใช่คุณเก็บมันได้แต่คุณต้องจ่ายมันด้วย
  990. 45:37พลังงานและการใช้พลังงานนั้นเนี่ยไปเพิ่ม
  991. 45:39ความไร้ระเบียบที่อื่นแทนพูดง่ายๆก็คือ
  992. 45:41ระเบียบนั้นเป็นของที่ไม่ได้มาฟรีทั้งใน
  993. 45:45จักรวาลในบริษัทในชีวิตใครอยากได้ระบบที่
  994. 45:47เป็นระเบียบต้องเติมพลังงานเข้าไปเรื่อยๆ
  995. 45:50คุณปล่อยปล่อยมันไว้เมื่อไหร่ทุกอย่างจะ
  996. 45:52ค่อยๆรกเองโดยอัตโนมัตินะฮะพูดแบบนี้ปุ๊บ
  997. 45:56ทุกคนน่าจะเริ่มพยักหน้าตามนะฮะทีนี้ถ้า
  998. 46:00เวลามีทิศทางจริง
  999. 46:02แล้วกฎฟิสิกส์ไม่ได้ห้ามเรื่องการถอยหลัง
  1000. 46:05ของมันแล้วเราย้อมเวลาได้ไหมนะครับคำถาม
  1001. 46:08นี้สำหรับหลายคนอาจจะเป็นคำถามสนุกๆเอา
  1002. 46:11ไว้ดูหนังใส่ฝ่ายแต่สี hwing ไม่ถามสนุก
  1003. 46:15อันนี้เป็นจริงจังเอาจริงๆในหนังสือเนี่ย
  1004. 46:17มันมีการปรับปรุงนะเพิ่มบทเรื่อง WMH โอ
  1005. 46:20มานะฮะเรื่องเนี้ยเรื่องเดินทางข้ามเวลา
  1006. 46:23อ่ะนะครับในทางทฤษฎีต้องบอกแบบนี้สมการ
  1007. 46:26ของไนสไตนไม่ได้ปิดประตูเรื่องนี้สนิทมี
  1008. 46:28คำตอบทางคณิตศาสตร์ปางแบบนะฮะที่อนุญาต
  1009. 46:32ให้เกิดอืมทางรัฐเหรอ
  1010. 46:37ทางรัฐใน Space Time ได้อ่ะแต่ตัว
  1011. 46:40Hawkings เองค่อนข้างเชื่อว่าธรรมชาติ
  1012. 46:42น่าจะมีกลไกบางอย่างคอยห้ามไม่ให้เกิดการ
  1013. 46:46ย้อนเวลาไม่งั้นจะเกิดปัญหาวุ่นวายแบบใน
  1014. 46:49หนังไายเลยก็คืออ่ะสมมุติเราย้อนเวลากลับ
  1015. 46:52ไปแล้วเราไปทำให้พ่อแม่เราไม่ได้เจอกัน
  1016. 46:54แล้วเราจะเกิดมาจากไหนอะไรแบบนี้นะครับฟi
  1017. 46:55นั้นผมอยากจะเล่าวิธีการที่เขาทดลอง
  1018. 46:58เรื่องนี้นะครับเพราะว่าผมว่าเป็นการทด
  1019. 46:59ลองที่ฮามากที่สุดอันนึงเลยทีเดียวนะครับ
  1020. 47:01เกิดขึ้นในปี 2009 นะครับSteีen Hawkings
  1021. 47:03จัดปาร์ตี้ที่ Cambridge นะฮะปาร์ตี้ก็มี
  1022. 47:06มีแชมเปนมีลูกโป่งมีอะไรอย่างเงี้ยแล้วก็
  1023. 47:09มีป้ายเขียนว่ายินดีต้อนรับนักเดินทาง
  1024. 47:12ข้ามเวลาแต่มีเงื่อนไขพิเศษอยู่ข้อนึงคือ
  1025. 47:16เขาไม่บอกใครเลยว่ามีปาร์ตี้ที่นี้คือไม่
  1026. 47:20บอกใครล่วงหน้านะครับแล้วค่อยเผยแพร่บัตร
  1027. 47:23เชิญพร้อมพิกัดสถานที่และเวลาแบบละเอียด
  1028. 47:27หลังจากปาร์ตี้จบไปแล้วตะกะเป็นแบบนี้
  1029. 47:31ครับถ้าในอนาคตมนุษย์ย้อนเวลาได้จริงสัก
  1030. 47:34วันนึงต้องมีใครสักคนเห็นบัตรเชิญนี้แล้ว
  1031. 47:37ย้อนเวลากลับมาร่วมปาร์ตี้ได้ใช่มั้ครับ
  1032. 47:39เพราะสำหรับคนในอนาคตเนี่ยปาร์ตี้เนี่ย
  1033. 47:42คืออดีตที่มีพิกัดครบถ้วนผลการทดลองเป็น
  1034. 47:46ยังไงก็ไม่ต้องสืบนะฮะก็คือสีเฟน Hawkings
  1035. 47:48เนี่ยนั่งนั่งรออยู่คนเดียวไม่มีใครโผล่
  1036. 47:50มาเลยเขาก็สรุปผลแบบหน้าตายเลยว่านี่คือ
  1037. 47:54หลักฐานเชิงทดลองว่าการย้อนเวลาคงเป็นไป
  1038. 47:56ไม่ได้นะครับหรือไม่ก็คนในอนาคตไม่ชอบ
  1039. 47:58ปาร์ตี้เขานะฮะผมว่าเรื่องเนี้ยผมชอบ
  1040. 48:01เพราะว่ามันเป็นมันมีความเป็น hwing ทุก
  1041. 48:03ครบทุกองค์ประกอบเลยคือคำถามลึกทดลองง่าย
  1042. 48:07แต่ว่ามีอารมณ์ขันเพราะถ้าใครอ่านงานของ
  1043. 48:09เขาหรือว่าติดตามผลงานของเขาทั้งหลาย
  1044. 48:12เนี่ยนะฮะก็จะรู้ว่าสีเฟen hwing เนี่ย
  1045. 48:14เป็นคนที่เล่นมุกเยอะมากนะครับแล้วก็
  1046. 48:17เนี่ยอะไรอย่างเงี้ยนะฮะก็คือเป็นเค้าสุด
  1047. 48:19ๆเลยนะครับอ่ะทีนี้ไปที่คำถามใหญ่ที่สุด
  1048. 48:24ในเล่มคือถ้าจักรวาลมีจุดเริ่มต้นที่
  1049. 48:25Bบิ๊กBangงแล้วแล้วก่อนหน้านั้นเป็นยังไง
  1050. 48:28[เสียงสูดหายใจ]คำตอบนึงที่ Hawking เสนอ
  1051. 48:29ไว้ในหนังสือเนี่ยเป็นแนวคิดที่เขาพัฒนา
  1052. 48:31ร่วมกับนักฟิสิกส์ที่ชื่อว่า James
  1053. 48:33Hartle นะครับเรียกว่า No Boundary
  1054. 48:36Proposal หรือว่าข้อเสนอที่ไร้ขอบเขตเรา
  1055. 48:39ไม่พูดถึงตัวคณิตศาสตร์ปวดหัวนะฮะผมก็ไม่
  1056. 48:41ไหวละนะฮะผมเนี่ยแม้จะเรียนสายวิทยมาตลอด
  1057. 48:44แต่โอ้โหเจอฟิส่งฟิสิกส์หนักๆนี่ก็ไม่ไหว
  1058. 48:46เอาเป็นว่าเอาแบบที่ที่เค้าสรุปแบบสำหรับ
  1059. 48:49คนธรรมดานะครับเค้าบอกอย่างงี้ฮะให้ลอง
  1060. 48:53นึกภาพผิวโลกถ้าคุณเดินขึ้นเหนือไปเรื่อย
  1061. 48:56ๆสุดท้ายคุณจะไปถึงขั้วโลกเหนือถ้ามีคน
  1062. 49:00ถามว่าแล้วเหนือกว่าขั้วโลกเหนือคือตรง
  1063. 49:04ไหน
  1064. 49:05เอาจริงๆคำถามนี้ผิดตั้งแต่คำถามแล้วใช่
  1065. 49:07มั้ครับไม่ใช่ว่าคำตอบเป็นความลับหรือ
  1066. 49:10อะไรแต่เพราะคู่เลือกเหนือเนี่ยคำว่า
  1067. 49:12เหนือกว่านี้เนี่ยมันหมดความหมายคือทิศ
  1068. 49:15เหนือเนี่ยมันสิ้นสุดตรงนั้นโดยธรรมชาติ
  1069. 49:18ชาติของมันเองผิวโลกก็ไม่ได้มีอะไรมากั้น
  1070. 49:20มันถึงมีกำแพงไม่ได้มีอะไรมันก็เรียบ
  1071. 49:22เนียนตามปกติแต่มันสิ้นสุดมันโดยธรรมชาติ
  1072. 49:25อ่ะตรงนั้นน่ะก็คือทิศเหนือนะครับ Hawking
  1073. 49:28เสนอว่าเวลาอาจจะเป็นแบบเดียวกันคำถามว่า
  1074. 49:32ก่อนเกิดบิ๊กBangงมีอะไรเนี่ยอาจจะเป็นคำ
  1075. 49:34ถามแบบเดียวกันกับเหนือกว่าขั้วโลกเหนือ
  1076. 49:38คือตรงไหนไม่ใช่ว่าคำตอบถูกซ่อนอยู่แต่คำ
  1077. 49:42ถามเนี่ยมันใช้ไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
  1078. 49:45นะฮะเพราะเวลาเองเนี่ยถือกำเนิดเกิดขึ้น
  1079. 49:48พร้อมจักรวาล
  1080. 49:50ก่อนหน้านั้นจึงไม่มีก่อนหน้านั้นจักรวาล
  1081. 49:53อาจไม่มีขอบไม่มีจุดตั้งต้นที่ต้องให้ใคร
  1082. 49:55มากดปุ่มสตาร์ทมันแค่เป็นของมันแบบนี้เอง
  1083. 49:59เหมือนผิวโลกที่ไม่มีขอบให้ตกลงไปแต่มี
  1084. 50:02ขนาดจำกัดอันนี้เป็นข้อเสนอทางทฤษฎีนะ
  1085. 50:05ครับจนถึงวันนี้ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้แล้วก็
  1086. 50:07นักฟิสิกส์เองก็ยังถกกันอยู่นะฮะ Hawking
  1087. 50:10เองก็เขียนไว้ชัดเจนว่ามันคือ proposal
  1088. 50:12คือข้อเสนอนะฮไม่ใช่ข้อสรุป
  1089. 50:15แต่ผมชอบมันในฐานะตัวอย่างของทักทักษะการ
  1090. 50:17คิดขั้นสูงอย่างนึงนะครับก็คือว่าบาง
  1091. 50:19ครั้งเนี่ยปัญหาที่เราแก้ไม่ตกสักทีเนี่ย
  1092. 50:23มันแก้ไม่ตกเพราะว่าตัวคำถามบางทีมันผิด
  1093. 50:25ตั้งแต่ต้นการถอยออกมา 1 แล้วถามว่าเอ๊ะ
  1094. 50:29คำถามนี้มันถูกหรือเปล่าเนี่ยนะครับบางที
  1095. 50:31ช่วยปลดล็อคมากกว่าการพยายามไปหาคำตอบอีก
  1096. 50:34เป็นร้อยเป็นพ000ชั่วโมง
  1097. 50:37หนังสือเดินทางมาถึงบทสุดท้ายนะครับ
  1098. 50:39Steีฟen Hawkings ทิ้งท้ายด้วยความฝันอัน
  1099. 50:41ยิ่งใหญ่ของวงการฟิส์คือการหาทฤษฎีหนึ่ง
  1100. 50:44เดียวที่อธิบายทุกสิ่งในจักรวาลได้หมดที่
  1101. 50:47วงการเรียกว่า Theory of Everything
  1102. 50:50ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังหาไม่เจอนะครับแต่
  1103. 50:52ประเด็นที่ Hawking ทิ้งไว้ในบทสรุปเนี่ย
  1104. 50:54ไปไกลกว่านั้นมากเตั้งคำถามทำนองว่าต่อ
  1105. 50:56ให้เราค้นพบสมการสุดท้ายที่อธิบายทุก
  1106. 50:59อย่างได้จริงคำถามก็ยังเหลืออยู่ดีว่า
  1107. 51:02แล้วอะไรที่เป่าลมหายใจเข้าไปในสมการ
  1108. 51:05เหล่านั้นให้มันลุกขึ้นมาเป็นจักรวาลจริง
  1109. 51:07ๆทำไมจักรวาลถึงต้องลำบากมีตัวตนขึ้นมา
  1110. 51:10ด้วยและประโยคสุดท้ายของหนังสือนะครับก็
  1111. 51:12กลายเป็นประโยคที่ถูกยกไปพูดต่อมากที่สุด
  1112. 51:15ของเล่ม
  1113. 51:16คือถ้าวันนึงมนุษย์ตอบคำถามนั้นได้นั่นจะ
  1114. 51:19เป็นชัยชนะสูงสุดของเหตุผลของมนุษย์เพราะ
  1115. 51:22เมื่อนั้นเนี่ยเราจะได้รู้จักความคิดของ
  1116. 51:24พระเจ้านะครับใครฟังมาถึงตรงนี้นะครับยิน
  1117. 51:28ดีด้วยนะครับคุณได้ฟังหนึ่งในเนื้อหาของ
  1118. 51:30หนังสือเล่มที่ผมว่าเอาจริงๆตอนอ่านรอบ
  1119. 51:32แรกนี่มึนเหมือนกันนะแต่ว่าพอคือเขาเขียน
  1120. 51:37ให้ง่ายที่สุดที่มันจะง่ายได้แล้วนะฮะเอา
  1121. 51:39จริงๆนะผมว่าหนังสือเล่มนี้เขียนง่ายกว่า
  1122. 51:41ตำราเรียนเยอะเลยตำราเรียนเรื่องเนี้ยนะ
  1123. 51:43ฮะใครที่เคยเรียนฟิิกส์มาจะจำได้
  1124. 51:47แต่ผมอยากชวนคุยอย่างี้ว่านอกจากเราจะมี
  1125. 51:50ความรู้เรื่องจักรวาลแล้วเนี่ยจริงๆแล้ว
  1126. 51:52ทั้งหมดเนี้ยมันฝากอะไรไว้กับชีวิตเรา
  1127. 51:53บ้างเล่าปลายทางชีวิตของ Hawkings อีกนิด
  1128. 51:57นึงแล้วกันนะครับหลังจากหนังสือออกเนี่ย
  1129. 51:58นะครับเอ่อSteี Hawkings ก็กลายเป็นนัก
  1130. 52:01วิทยาศาสตร์ที่ดังมากแบบไม่มีใครเทียบอ่ะ
  1131. 52:03นะฮะแล้วก็ก็ใช้ความดังนั้นอย่างมีอารมณ์
  1132. 52:06ขันสุดๆนะครับเขาไปเล่นเป็นตัวเองใน
  1133. 52:08ซีรียส Star Trek นะครับแล้วก็ตอนนั้น
  1134. 52:10มิฉักเล่นโปเกอร์กับเอ่อนิวตันกับไนสตนใน
  1135. 52:13Hogram เวอร์ชัเแน่นอนในฉากนั้นเขาเป็น
  1136. 52:15คนชนะนะครับเขาให้เสียงตัวเองใน The
  1137. 52:17Simpsons นะครับ Future drama ไปปรากฏ
  1138. 52:20ตัวใน sitcom The Big Bang Theory
  1139. 52:22The Big Bang Theory เนี่ยเป็นSitคอ
  1140. 52:24ที่ผมชอบมากนะมันดูแล้วมันเพลินดัดนะฮะ
  1141. 52:26แล้วก็เป็นซีรียสของเด็กเนิแล้วก็จริงๆก็
  1142. 52:29Steีฟen Hawking ก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาล
  1143. 52:31ใจสำคัญของคนที่เขาเขียนซีรียสขึ้นมานะ
  1144. 52:33ครับเป็นคนที่เรียกว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่
  1145. 52:37รู้จักแม้ไม่เคยอ่านงานวิชาการของเขาอีก
  1146. 52:39ภาพนึงที่อยากทุกคนลองไปหาดูนะครับปี 2007
  1147. 52:41เนี่ยตอนอายุ 65 เนี่ยSteีเฟน Hawkings
  1148. 52:44ขึ้นเครื่องบินบินดัดแปลงที่ให้บินแบบ
  1149. 52:46พาราโบล่าเพื่อจำลองสภาพไร้น้ำหนักสำนัก
  1150. 52:48ข่าว BBC บันทึกภาพวันนั้นนะครับเอ่อชาย
  1151. 52:51ที่ถูกล็อคอยู่ในรถเข็นมาเกือบทั้งชีวิต
  1152. 52:53เนี่ยได้ลอยตัวเป็นอิสระกลางอวกาศครั้ง
  1153. 52:56แรกในรอบหลายสิบปีนะครับในภาพนั้นเยิ้ม
  1154. 52:58กว้างมากนะฮะทีนี้กลับมาที่บทสรุปของ
  1155. 53:03ชีวิตเราทั้งหมดนี้เนี่ยเราเป็นคนทำงาน
  1156. 53:06เราเป็นนู่นเป็นนี่เนี่ยเราไม่ได้เป็นนัก
  1157. 53:07ฟิสิกส์เราอาจจะคนส่วนใหญ่ที่ฟังช่องผม
  1158. 53:09อาจจะไม่ค่อยชอบเรียนทั้งฟิสิกส์ด้วยซ้ำ
  1159. 53:11นะฮะเหมือนผมเนี่ยนะฮะผมก็ไม่ค่อยชอบ
  1160. 53:13เรียนเท่าไหร่เนี่ยแต่เราจะเอาข้อคิดจาก
  1161. 53:16สุดยอดนักวิทยาศาสตร์คนนี้ไปใช้อะไรได้
  1162. 53:19บ้างนะฮะข้อแรกผมว่าสำคัญสุดใจเลยข้อนี้
  1163. 53:24ของที่ยากเนี่ยต้องอธิบายให้ง่ายได้ของ
  1164. 53:26ที่ยากที่อธิบายให้ง่ายได้คือของที่มี
  1165. 53:29มูลค่ามหาศาล
  1166. 53:31นะฮะลองคิดดูนะครับจริงๆความรู้ในหนังสือ
  1167. 53:32เล่มนี้เนี่ยมันอยู่ในตำราวิชาการมานาน
  1168. 53:34มากละนะฮะแต่ว่ามันอยู่ในภาษาที่แบบมีคน
  1169. 53:40เป็นอาจจะหลักพันหลักหมื่นที่เข้าใจ
  1170. 53:43เรื่องนี้นะฮะเราทั่วๆไปเนี่ยไปอ่านตำรา
  1171. 53:49ตอนนู้นก็ไม่เข้าใจอ่ะมันยากเกินแต่สิ่ง
  1172. 53:51ที่สีhฮwingทำกับบรรณาธิการของเขาเหมือน
  1173. 53:54ที่เขาบรรยายเรื่องไอ้ไอ้รอยบุ๋มในผ้า
  1174. 53:57อะไรเนี่ยนะฮะคือการสร้างสะพานสร้างสะพาน
  1175. 54:00ให้หนังสือเล่มเนี้ยได้มาเจอกับคนอีกหลาย
  1176. 54:04สิบล้านคนกระบวนการสร้างสะพานเนี้ยที่ทำ
  1177. 54:07ของยากง่ายๆเนี่ยยากมาก
  1178. 54:10เหมือนที่เล่าให้ฟังนะฮะเหลือสมการ 1
  1179. 54:12สมการเท่า E = MC square นะครับแล้วก็
  1180. 54:15เขียนต้นฉบับเขียนแล้วเขียนอีกจนกระทั่ง
  1181. 54:18คนที่เป็นบก.ที่ไม่ได้เป็นนักฟิสิกส์อ่าน
  1182. 54:21รู้เรื่องนะฮะในโลกการทำงานก็เหมือนกันคน
  1183. 54:24เก่งเรื่องยากมีเยอะแต่คนที่เก่งเรื่อง
  1184. 54:27ยากแล้วทำให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจเรื่อง
  1185. 54:29เนี้ยเข้าใจให้ลูกค้าให้ทีมให้ผู้บริหาร
  1186. 54:31เข้าใจได้มีน้อยมากและตลาดจะยอมจ่ายแพง
  1187. 54:35เสมอสำหรับทักษะนี้ข้อที่ 2 นะครับใน
  1188. 54:38ชีวิตนี้ลองเดิมพันธ์แบบแพ้แล้วยังได้ดู
  1189. 54:40บ้างก็ได้นะฮะเหมือนตอนที่เขาพันเอ่อ
  1190. 54:43Sinus X1 ใช่มั้ครับออกแบบการเดิมพัน
  1191. 54:46ให้ตัวเองได้ประโยชน์ไม่ว่าทางไหนเราอาจ
  1192. 54:49จะเอามาใช้กับการลองอะไรใหม่ๆก็ได้ถามตัว
  1193. 54:51เองว่าเนี่ยเราจะออกแบบสถานการณ์เนี้ยนะ
  1194. 54:54ฮะให้ต่อให้เราผิดพลาดเนี่ยจะได้อะไรกลับ
  1195. 54:57มาบ้างนะครับเราอาจจะเสียบางอย่างแต่เรา
  1196. 55:01ได้อะไรกลับมาบ้างนะครับเพราะฉะนั้นคำว่า
  1197. 55:03เสียเปล่ากับการออกแบบแบบเนี้ยก็จะไม่มี
  1198. 55:07ข้อที่ 3 นะครับความผิดพลาดไม่ใช่จุดจบ
  1199. 55:09อันนี้แน่นอนนะฮะสีen Hawkings เองก็ยอม
  1200. 55:11รับว่าเค้าเองก็ผิดพลาดในเรื่องบางอย่าง
  1201. 55:15นะฮะแล้วก็เป็นคนพูดเองเลยแหละไม่ต้องให้
  1202. 55:17รอให้ใครมาแก้ด้วยซ้ำก็คือเค้าเองเนี่ย
  1203. 55:19เป็นคนพูดเลยว่าผมเรื่องนี้ผมก่อนหน้านี้
  1204. 55:22ผมผิดนะอันนี้เป็นบทเทรนเรื่อง Leadership
  1205. 55:26และข้อที่ 4 อาจจะสำคัญที่สุดเวลาที่
  1206. 55:28เหลืออยู่นั้นมีค่ากว่าเวลาที่เสียไปเสมอ
  1207. 55:31อย่าลืมนะครับว่าผลงานทั้งหมดของผู้ชายคน
  1208. 55:34นี้ซึ่งต้องบอกว่ามีคุณปการกับชีวิตของ
  1209. 55:38พวกเราทุกวันนี้มากๆเนี่ยนะฮะเกิดขึ้น
  1210. 55:41หลังจากวันที่หมอบอกว่าเขามีเวลาเหลือแค่
  1211. 55:432 ปีนะฮะ
  1212. 55:45ถ้าวันนั้นสีเฟน Hawking
  1213. 55:48ไม่ไม่สู้ต่อไปแล้วก็อาจจะไม่มีทั้งหมด
  1214. 55:52นี้นะครับตอนที่เขาไปบรรยายที่ฮ่องกงอยู่
  1215. 55:55ครั้งนึงเขาพูดไว้ประโยคนึงน่าสนใจมากเ
  1216. 55:57บอกว่า however bad life may seem
  1217. 56:01always something you can do and
  1218. 56:04succeeded นะไม่ว่าชีวิตจะดูแย่แค่ไหน
  1219. 56:06เนี่ยมันมีบางเรื่องที่คุณยังทำได้และทำ
  1220. 56:10สำเร็จได้อีกประโยคนึงเให้สัมภาษณ์ไว้กับ
  1221. 56:13AC นะครับ B 2010 จงจำไว้ว่าให้แหงนมอง
  1222. 56:17ของดวงดาวอย่าเอาแต่ก้มมองเท้าตัวเองนะ
  1223. 56:20ครับผมคิดว่านี่คือหนึ่งในหนังสือที่น่า
  1224. 56:24สนใจมากแล้วชีวิตของผู้เขียนเองเนี่ยก็
  1225. 56:27น่าสนใจไม่แพ้หนังสือนะครับหวังว่าทุก
  1226. 56:31ท่านวันนี้อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้เนี่ย
  1227. 56:33น่าจะได้อะไรกลับไปเยอะมากมาคอมเมนต์กัน
  1228. 56:35เยอะๆนะครับว่าชอบไม่ชอบหนังสือเล่มนี้
  1229. 56:37ยังไงหรือว่ามีไอเดียอะไรมาแชร์กันนะครับ
  1230. 56:40คอมเมนต์ต่างๆเนี่ยเป็นกำลังใจให้ผมและ
  1231. 56:42ทีมงานมากๆวันนี้ขอบคุณที่ติดตามมิชion
  1232. 56:44สุนามมุนนะครับพบกันใหม่พรุ่งนี้สวัสดี
  1233. 56:46ครับ
  1234. 56:50>> Mission to the moon. Continue with
  1235. 56:53your mission.
  1236. 56:55ขออนุญาตแนะนำสินค้าดีๆครับ Kid by
  1237. 56:58Analog สินค้าแรกจากAnal็อกแบรนด์ใหม่
  1238. 57:00ของพวกเราที่ตั้งใจจะสร้างพื้นที่แห่ง
  1239. 57:03ความคิดสำหรับคนทำงานโดยเฉพาะโดยเป้าหมาย
  1240. 57:06ของคิดนี้คือช่วยให้คุณสามารถทำงานได้
  1241. 57:09อย่างเป็นระเบียบและจัดเรียงความคิดได้
  1242. 57:12อย่างมีประสิทธิภาพครับคิด 1 เซตประกอบไป
  1243. 57:14ด้วยสมุดจดปกหนังสีแดงขนาด A5 จำนวน 1
  1244. 57:18เล่มนะครับโดยมีให้เลือก 2 แบบนะครับแบบ
  1245. 57:21มีเส้นบรรทัดและแบบไม่มีเส้นบรรทัดนอกจาก
  1246. 57:24นี้เรายังมี sticky note ให้ด้วยนะครับ
  1247. 57:26แต่ไม่ใช่ Sticky note ธรรมดาเพราะมัน
  1248. 57:28คือ sticky note ที่ช่วยให้การทำงานของ
  1249. 57:30เราเป็นระเบียบครับมีให้เลือกหลายแบบเลย
  1250. 57:32นะครับไม่ว่าจะเป็น Time Boxing Weekly
  1251. 57:34Plan Key idea Next Step สั่งซื้อ
  1252. 57:37ได้แล้ววัน[เพลง]นี้ทุกช่องทางของแบรนด์
  1253. 57:39Analอกนะครับอย่าลืมกดติดตามแบรนด์น้อง
  1254. 57:41ใหม่ของพวกเราด้วยนะครับ

About this transcript

This page contains the full transcript of ท่องโลกจักรวาลกับ Stephen Hawking #สรุปหนังสือ A Brief History of Time | Mission To The Moon EP.2739 by Mission To The Moon, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 1,877 words across 1,254 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to translate the transcript into 100+ languages.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, translation to 100+ languages, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.