YouTube2Text

เขียนโปรแกรมภาษา Python | สำหรับผู้เริ่มต้น [Phase1](อัปเดตล่าสุด) — Transcript

by KongRuksiam Official · 20,295 words · 9,099 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:09ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในคลิปนี้
  2. 0:13นะครับก็จะเป็นหัวข้อแรกของเนื้อหาการ
  3. 0:16เขียนโปรแกรมภาษา python สำหรับผู้เริ่ม
  4. 0:18ต้นนะครับซึ่งเป็นเนื้อหาที่จัดทำขึ้นมา
  5. 0:21ใหม่นะครับอเป็น python เวอร์ชั่นอัพเดต
  6. 0:24ล่าสุดนั่นเองนะครับอ่ะก่อนที่เราจะไปลุย
  7. 0:28ในพารทของการเขียนโปรแกรมภาษา python นะ
  8. 0:31ครับก็จะต้องมาทำความรู้จักกับภาษา python
  9. 0:34กันก่อนนะครับว่าภาษา python คืออะไรมี
  10. 0:37ความสามารถอะไรบ้างนะครับเนื่องจากว่าบาง
  11. 0:40คนเรียนพื้นฐานไปแล้วยังมองภาพไม่ออกนะ
  12. 0:42ครับว่าเราจะนำเอาความรู้พื้นฐานของการ
  13. 0:45เขียนโปรแกรมภาษา python เนี่ยไปพัฒนา
  14. 0:48ระบบหรือว่าไปสร้างระบบในด้านใดได้บ้างนะ
  15. 0:51ครับตัวภาษา python เนี่ยนะครับจะมีไี่นะ
  16. 0:54ครับที่รองรับการทำงานในด้านต่างๆนะครับ
  17. 0:57อย่างเช่นนำไปสร้างเกมก็ได้นำไปทำเว็บนะ
  18. 1:01ครับนำไปใช้งานกับตัว AI ก็ได้นะครับอัน
  19. 1:06นี้ก็คือตัวอย่างความสามารถของภาษา python
  20. 1:10นะครับโดย python นะครับก็คือภาษา
  21. 1:13คอมพิวเตอร์อีกภาษานึงนะครับที่ใช้สำหรับ
  22. 1:17การพัฒนาโปรแกรมนะครับโดยผู้พัฒนาหรือว่า
  23. 1:21นักเขียนโปรแกรมเนี่ยจะต้องเรียนรู้โครง
  24. 1:23สร้างภาษา python นะครับว่ามีโครงสร้าง
  25. 1:25การเขียนอย่างไรนะครับเพื่อที่จะสั่งการ
  26. 1:28ให้คอมพิวเตอร์นั้นนะครับสามารถทำงานตาม
  27. 1:31วัตถุประสงค์ที่ต้องการได้นะครับโดยการ
  28. 1:34สั่งการให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้นั้นนะครับ
  29. 1:37จะต้องอาศัยส่วนที่เรียกว่าตัวแปรภาษา
  30. 1:40นั่นเองนะครับโดยตัวแปรภาษาเนี่ยก็เปรียบ
  31. 1:44เสมือนกับล่ามนะครับทำหน้าที่แปลงโค้ด
  32. 1:47ภาษาคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์เขียนขึ้นนะครับ
  33. 1:49ในนี้ก็คือภาษา python เนาะไปเป็นภาษาที่
  34. 1:52เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจนะครับว่า
  35. 1:54ต้องการให้ทำงานอะไรนะฮะโดยในปัจจุบัน
  36. 1:57เนี่ยตัวแปรภาษาจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนะ
  37. 2:00ครับเราจะเรียกว่า compiler กับ interpret
  38. 2:04นะครับซึ่งแต่ละตัวเนี่ยนะครับหรือว่าแต่
  39. 2:08ละแบบเนี่ยก็จะมีความสามารถหรือว่าข้อดี
  40. 2:10ข้อเสียแตกต่างกันดอกไปนะครับอ่าขอเริ่ม
  41. 2:13ต้นที่ compiler ก่อนนะครับข้อดีของ
  42. 2:16compiler นะครับก็คือทำงานได้เร็วเนื่อง
  43. 2:19จากว่าจะทำการแปลคำสั่งหรือว่าแปลโค้ดที่
  44. 2:23เราเขียนทั้งหมดในครั้งเดียวนะครับแล้ว
  45. 2:26จึงทำงานตามคำสั่งของโปรแกรมในภายหลังนะ
  46. 2:29ครับนี่ก็คือคือข้อดีเนาะแต่ว่าข้อเสีย
  47. 2:32ของ compiler นะครับก็คือเมื่อเกิดข้อผิด
  48. 2:35พลาดขึ้นนะครับจะตรวจสอบหาข้อผิดพลาดได้
  49. 2:39ยากนะครับเนื่องจากว่าอ่ามันทำการแปลคำ
  50. 2:42สั่งทีเดียวทั้งโปรแกรมเนาะอันนี้ก็คือ
  51. 2:45ข้อดีแลก็ข้อเสียของ compiler นะครับต่อ
  52. 2:48มาก็จะเป็น interpret นะครับอ่าข้อดีก็
  53. 2:52คือจะแปลคำสั่งทีละบรรทัดนะครับทำให้หา
  54. 2:55ข้อผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่ายนะครับเนื่อง
  55. 2:58จากแปลคำั่งสั่งทีลบรรทัดนะครับเราสามารถ
  56. 3:01สั่งให้โปรแกรมเนี่ยทำงานเฉพาะจุดได้นะ
  57. 3:04ครับและไม่ต้องเสียเวลารอการแปลคำสั่ง
  58. 3:07เป็นเวลานานเพราะว่ามันแปลคำสั่งทีละ
  59. 3:11บรรทัดนะครับมันไม่เหมือนกับตัวคอที่แปล
  60. 3:14ครั้งเดียวนะฮะแต่ว่าข้อเสียของ interpret
  61. 3:17นะครับก็คือมันช้าเนื่องจากทำงานทีละ
  62. 3:20บรรทัดนะฮะอันนี้ก็คือรูปแบบของตัวแปร
  63. 3:24ภาษานะครับโดย python เนี่ยนะฮะจัดเป็น
  64. 3:27ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตัวแปลภาษาแบบ
  65. 3:31interpret นะครับอ่าอันนี้ก็คือสิ่งที่
  66. 3:34ทุกคนต้องทราบเป็นลำดับแรกนะครับก็คือตัว
  67. 3:37แปลภาษาของอ่าภาษา python เนี่ยจะเป็น
  68. 3:39interpreter นะ
  69. 3:41ฮะข้อดีของภาษา python นะครับอ่าบางคนมี
  70. 3:45ความสงสัยว่าทำไมต้องใช้ภาษา python ด้วย
  71. 3:48ใช้ภาษาอื่นได้มยนะครับก็สามารถใช้ได้
  72. 3:51เหมือนกันแต่ว่าข้อดีของภาษา python
  73. 3:53เนี่ยอันดับแรกนะครับก็คือทำงานได้หลาย
  74. 3:56ระบบปฏิบัติการไม่ว่าจะเป็นนำไปใช้บน
  75. 3:58Windows บน Mac บน Linux นะฮะเป็น open
  76. 4:01source นะครับก็คือสามารถใช้งานได้ฟรี
  77. 4:03ไม่มีค่าใช้จ่ายนะครับโครงสร้างไวยากรณ์
  78. 4:06ภาษานะครับเข้าใจง่ายรองรับการเขียน
  79. 4:09โปรแกรมเชิงวัตถุหรือว่า oop นะครับ
  80. 4:12เหมือนกับภาษาโปรแกรมทั่วไปเลยก็คืออ่า
  81. 4:15รองรับการเขียนโปรแกรมในลักษณะของ
  82. 4:17ฟังก์ชันนะครับจะเรียกว่าเป็น functional
  83. 4:19programming เนาะแลก็ object oriented
  84. 4:21programming นะครับหรือว่าการเขียน
  85. 4:22โปรแกรมเชิงวัตถุนะฮะก็คือสามารถเขียนได้
  86. 4:25ทั้ง 2 รูปแบบนะฮะมี Library นะครับให้
  87. 4:28ใช้งานจำนวนมากไม่ว่าจะจะเป็น Library
  88. 4:30ที่นำไปใช้ในการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันไปทำ
  89. 4:35เกมนะครับทำกราฟฟิกทำ AI หรือว่า Machine
  90. 4:39Learning นะฮะรองรับการทำงานกับฐานข้อ
  91. 4:41มูลนะครับก็คือเราสามารถเขียนโปรแกรมภาษา
  92. 4:43python เนี่ยทำงานกับฐานข้อมูลได้นะ
  93. 4:46ครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการประยุกต์
  94. 4:49ใช้งานภาษา python นะครับก็คือเราสามารถ
  95. 4:52ที่จะพัฒนาแอปพลิเคชันในรูปแบบของ gui
  96. 4:54ได้นะครับหรือว่า Desktop แอปพลิเคชัน
  97. 4:57เนาะโดยใช้ Library นะครับครับอย่างเช่น
  98. 5:00TK Enter P qt อะไรพวกนี้นะครับไอ้
  99. 5:02ตัวที่ผมไฮไลท์เป็นสีฟ้าจะเป็นรายชื่อ
  100. 5:04Library นะครับสำหรับนำไปทำแอปพลิเคชัน
  101. 5:07ถ้าเป็น gui ก็จะเป็น T กับ P qt นะครับ
  102. 5:11สามารถนำภาษา python เนี่ยไปพัฒนาเว็บ
  103. 5:13แอพพลิเคชันได้นะครับจะเป็นส่วนของตัว
  104. 5:16Back End อย่างเช่นตัว juggle
  105. 5:19framework หรือว่า Fast framework อะไร
  106. 5:21พวกนี้นะครับสามารถพัฒนาเกมได้นะครับโดย
  107. 5:23ใช้ Library py Game หรืองาน Data Sign
  108. 5:26นะครับแล้วก็จะใช้ตัวนำ Pie panta match
  109. 5:29plift อะไรพวกนี้นะครับซึ่งจะต่อยอดไปใน
  110. 5:33ส่วนของตัว Machine Learning แล้วก็ AI
  111. 5:35ด้วยนะ
  112. 5:37ครับหรือจะเป็นงานด้านการประมวลผลภาพหรือ
  113. 5:40ว่า image processing นะครับเราจะใช้ตัว
  114. 5:43Library ที่ชื่อว่า Open CV เนาะการ
  115. 5:45พัฒนาระบบแผนที่นะครับการสกัดข้อมูลจาก
  116. 5:48เว็บไซต์นะครับการพัฒนา API และก็การจัด
  117. 5:51การตัวฐานข้อมูลนะครับทั้งในส่วนของ SQL
  118. 5:54หรือว่า No SQL รวมไปถึงอ่าทำแอปบนมือ
  119. 5:59ถือได้ได้ด้วยนะครับอาจจะไม่ค่อยดังเท่า
  120. 6:01ไหร่นะฮะในส่วนของตัวภาษา python ที่มี
  121. 6:03อ่าที่ใช้ตัว Library สำหรับทำแอปบนมือ
  122. 6:06ถือหรือนำไปใช้กับตัว bender นะครับซึ่ง
  123. 6:09เป็นโปรแกรมสำหรับทำโมเดล 3 มิติเนาะเรา
  124. 6:12ก็สามารถเขียน python script นะครับใน
  125. 6:14โปรแกรมดังกล่าได้นะฮะเดี๋ยวถมีเวลาจะมา
  126. 6:17สอนในเรื่องของ bender นะครับซึ่งจะเป็น
  127. 6:20การอ่าปั้นโมเดล 3 มิตินะ
  128. 6:24ฮะต่อมาครับก็จะเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของ
  129. 6:27ภาษา python นะครับที่ทุกคนจะต้องทราบ
  130. 6:29ก่อนที่จะเริ่มต้นเขียนโปรแกรมนะครับโดย
  131. 6:32ไฟล์ที่เก็บโค้ดภาษา python นะครับหรือ
  132. 6:34sce Code เนี่ยจะมีนามสกุล
  133. 6:37fpy นะครับนี่ก็คือสิ่งแรกที่ทุกคนต้อง
  134. 6:40ทราบนะครับตัวที่ 2 นะครับก็คือการย่อ
  135. 6:44หน้าโค้ดโปรแกรมนะครับหรือว่า indentation
  136. 6:47ก็คือการจัดรูปแบบคำสั่งในภาษา python นะ
  137. 6:50ครับโดยแบ่งโคดออกเป็นกลุ่มย่อยๆซึ่งแต่
  138. 6:54ละกลุ่มนะครับจะต้องจัดย่อหน้าให้เท่ากัน
  139. 6:57นะครับไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อผิดพลาดและก็
  140. 6:59ไม่ไม่สามารถรันโปรแกรมได้นะครับอันนี้ก็
  141. 7:02คืออ่า 2 ส่วนแรกนะครับที่ทุกคนต้องทราบ
  142. 7:05ก็คือไฟล์ที่เก็บอ่าโค้ดภาษา python นาม
  143. 7:08สกุล py และเรื่องของการเขียนโปรแกรม
  144. 7:11เนี่ยถ้าต้องการจะจัดรูปแบบคำสั่งหรือว่า
  145. 7:14จัดโค้ดออกเป็นกลุ่มเนี่ยเราจะใช้วิธีการ
  146. 7:17ยอดหน้าโค้ดนะครับใช้วิธีการกด Tab หรือ
  147. 7:20ว่ากด Space Bar ก็ได้แต่ว่าถ้าเป็นการ
  148. 7:21เขียนโปรแกรมจริงๆเนี่ยจะแนะนำให้กด Tab
  149. 7:25นะครับเป็นการเว้นวรรคหรือว่าการทำย่อ
  150. 7:27หน้านะฮะ
  151. 7:29อันนี้ก็คือตัวอย่างการย่อหน้าเนาะถ้าเรา
  152. 7:32เขียนโค้ดภาษา python นะครับอ่าอย่างเช่น
  153. 7:34ผมมีบล็อกคำสั่งก็คือ E นะครับซึ่งบล็อก
  154. 7:38ดังกล่าวเนี่ยจะมีการกำหนดการทำงานนะครับ
  155. 7:41ก็คือคำสั่งปริ้ซึ่งคำสั่งปริ้เนี่ยนะ
  156. 7:43ครับจะเขียนต่อท้ายเครื่องหมาย colon ของ
  157. 7:45EB นะครับถ้าเราไม่ทำการย่อหน้าหรือว่า
  158. 7:49ไม่ทำการกำหนดการเว้น bu เนี่ยโค้ดจะไม่
  159. 7:52สามารถรันได้นะครับอย่างเช่น If username
  160. 7:55นะครับเป็น Admin หรือเปล่านะครับถ้าเป็น
  161. 7:57แอดมินให้ทำอะไรก็บอกว่าสวัสดีผู้ดูแล
  162. 7:59ระบบนะครับแต่ถ้าไม่ได้เป็นแอดมินก็จะบอก
  163. 8:02ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องนะครับอันนี้ก็คือ
  164. 8:04สิ่งที่ผมต้องการยให้ทำนะครับแต่ว่าตัว
  165. 8:06โค้ดดังกล่าวเนี่ยมันไม่สามารถทำงานได้
  166. 8:09เพราะว่าบล็อกการทำงานหรือว่าขอบเขตของ
  167. 8:12ตัวคำสั่งปริ้นเนี่ยนะครับมันยังไม่ถูก
  168. 8:15จัดยอดหน้าก็จัดยอดหน้าโดยการแบนะครับ
  169. 8:18หรือว่าการ Space Bar เนาะให้มีพื้นที่
  170. 8:20ว่างเพื่อที่จะบอกว่าปริ้นตัวแรกนะครับ
  171. 8:23สวัสดีผู้ดูแลระบบเนี่ยจะอยู่ในอ่าขอบเต
  172. 8:27การทำงานของอฟ username Admin
  173. 8:30นะครับแต่ถ้าเป็นเอนะครับก็คือปริ้นข้อ
  174. 8:32มูลไม่ถูกต้องเนี่ยจะอยู่ในพื้นที่ของตัว
  175. 8:34เอนะครับซึ่งการบอกขอบเขตหรือว่ากลุ่มของ
  176. 8:38โค้ดเนี่ยนะครับจะใช้เครื่องหมายโคลอนนะ
  177. 8:41เป็นตัวที่บอกขอบเขตการทำงานนะครับก็คือ
  178. 8:43โคลอนต่อท้ายอีฟกับ colon ต่อท้ายเอตัว
  179. 8:48นี้นะครับอันนี้เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างตอน
  180. 8:50เขียนโค้ดจริงๆเนาะว่ามันจะเกิดข้อผิด
  181. 8:52พลาดยังไงถ้าเราไม่ทำการยอดหน้านะครับอ่า
  182. 8:57อันนี้ก็คืออ่าวิธีการเก็บเขียนโค้ดที่
  183. 9:00ถูกต้องนะครับในภาษา python ต้องมีการย่อ
  184. 9:02หน้าด้วยนะ
  185. 9:03ฮะต่อมาครับก็จะเป็นการเขียนคอมเมนนะครับ
  186. 9:07หรือหมายเหตุของโปรแกรมนะครับอันนี้จะใช้
  187. 9:10สำหรับอธิบายหน้าที่หรือว่าความหมายของ
  188. 9:12โค้ดที่เขียนนะครับหรือทำการยกเลิกโค้ด
  189. 9:15ชั่วคราวนะครับส่งผลให้ตัวแปลภาษาเนี่ย
  190. 9:18ไม่สนใจโค้ดในบรรทัดที่ถูกทำหมายเหตุนะ
  191. 9:21ครับซึ่งในภาษา python เนี่ยเราจะใช้
  192. 9:23เครื่องหมาย Sharp นะครับเป็นตัวที่บอก
  193. 9:25ว่าส่วนนี้จะเป็นคอมเมนหรือว่าหมายเหตุ
  194. 9:28หรือว่าเป็นเป็นอ่ากลุ่มของประโยคหรือข้อ
  195. 9:32ความที่ใช้ในการอธิบายความหมายของโค้ดที่
  196. 9:35เราเขียนเนาะเพราะว่าโค้ดที่เราเขียน
  197. 9:36เนี่ยมันไม่ได้มีแค่อ่า 2-3 บรรทัดนะครับ
  198. 9:39มีเป็นพันเป็นหมื่นนะครับเป็นแสนบรรทัดที
  199. 9:42นี้การที่เราจะมาไล่ดูโค้ดนะครับเพื่อดู
  200. 9:46การทำงานของโค้นที่เราเขียนได้เนี่ยนะ
  201. 9:47ครับก็จะต้องอาศัยตัวคอมเมนต์นะครับเป็น
  202. 9:50ตัวที่อ่าใช้ในการอธิบายว่าโค้ดที่เรา
  203. 9:53เขียนเนี่ยมันมีรูปแบบการทำงานเป็นยังไง
  204. 9:56นะครับโดยในภาษา python เนี่ยเราจะใช้
  205. 9:59เครื่องหมายชาร์ปนะเป็นตัวที่บอกว่าไอ้
  206. 10:02ประโยคหรือว่าข้อความที่เราเขียนนะครับใน
  207. 10:06กลุ่มของโค้ดทั้งหมดเนี่ยส่วนที่เป็น
  208. 10:09คอมเมนนะครับจะเป็นคำสั่งที่เราสามารถ
  209. 10:12อ่านแล้วเข้าใจได้เลยนะครับว่าไอ้โค้ดที่
  210. 10:14เราเขียนขึ้นมาเนี่ยมันทำหน้าที่อะไร
  211. 10:15อย่างเช่นรับ input นะครับหรือว่ารับข้อ
  212. 10:18มูลเนี่ยข้อมูลเป็นแบบไหนเป็นตัวเลขเป็น
  213. 10:20ข้อความนู่นนี่นั่นนะครับประสหรือว่า
  214. 10:22กระบวนการทำงานนะครับอ่าเกิดกระบวนการทำ
  215. 10:25งานอะไรบ้างนะครับแล้วก็ output ที่ส่ง
  216. 10:27ออกมาเนี่ยนะครับเป็นแบบใดนะครับเราก็
  217. 10:31ต้องมีการเขียนคอมเมนต์หรือว่าเขียนเป็น
  218. 10:34หมายเหตุขึ้นมานะครับเป็นการอธิบายโค้ด
  219. 10:37นั่นแหละนะครับเวลาที่เรามาดูโค้ดหรือว่า
  220. 10:40คนอื่นมาดูโค้ดที่เราเขียนเนี่ยก็จะเข้า
  221. 10:42ใจความหมายตรงกันนะครับว่าโค้ดที่เขียน
  222. 10:44ขึ้นมาเนี่ยมี input process output
  223. 10:47เป็นยังไงนะ
  224. 10:49ครับต่อมาก็จะเป็นโครงสร้างควบคุมพื้นฐาน
  225. 10:52ในภาษา python นะครับก็จะมีอยู่ 3 ตัว
  226. 10:54เหมือนภาษาโปรแกรมทั่วไปเลยนะครับโดยโครง
  227. 10:57สร้างวอบคลุมพื้นฐานก็คือกลุ่มคำสั่งที่
  228. 11:00ใช้ควบคุมการทำงานโปรแกรมของเรานะครับ
  229. 11:02ประกอบไปด้วยคำสั่งแบบลำดับหรือว่า
  230. 11:05sequence นะครับคำสั่งเงื่อนไขหรือว่าค
  231. 11:07แล้วก็คำสั่งทำซ้ำหรือว่า Loop นั่นเองนะ
  232. 11:10ครับซึ่งผมจะยกตัวอย่างอ่าโครงสร้างควบ
  233. 11:13คุมพื้นฐานเนี่ยทีละส่วนเลยนะครับเรียง
  234. 11:15ลำดับจากง่ายไปยากเนาะซึ่งจะเริ่มต้นตั้ง
  235. 11:17แต่อ่าคำสั่งแบบลำดับนะครับหรือว่า
  236. 11:20sequence นั่นเองนะครับต่อมาก็จะเป็น
  237. 11:22เงื่อนไขแล้วก็ Loop นะครับเป็นโครงสร้าง
  238. 11:25ควบคุมตัวท้ายๆนะครับที่เราจะได้เรียนกัน
  239. 11:28นะฮะนะอันนี้ก็คืออ่าในส่วนของความสามารถ
  240. 11:34ของภาษา python และก็องค์ประกอบพื้นฐาน
  241. 11:38และก็โครงสร้างควบคุมพื้นฐานนะครับเดี๋ยว
  242. 11:41ในหัวข้อต่อไปครับเราก็จะมาลุยในส่วนของ
  243. 11:43การดาวน์โหลดแลก็ติดตั้งอ่าภาษา python
  244. 11:47นะครับลงไปที่เครื่องของเรากันนะครับใน
  245. 11:49การเริ่มต้นเขียนโปรแกรมนั่นเองอ่ามีขั้น
  246. 11:53ตอนอย่างอะไรบ้างเในพาร์ทหน้าเดี๋ยวมาลุย
  247. 11:55กันต่อ
  248. 12:06ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในคลิปนี้
  249. 12:09นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการดาวน์โหลดและ
  250. 12:12ก็ติดตั้ง python ลงไปที่เครื่องของเรา
  251. 12:15กันนะครับเพื่อที่จะเริ่มต้นเขียนโปรแกรม
  252. 12:17ภาษา python นั่นเองโดยขั้นตอนแรกนะครับ
  253. 12:20ให้ทุกคนเข้าไปที่เว็บไซต์ python.org นะ
  254. 12:23ครับก็จะได้หน้าเว็บแบบนี้มาจากนั้นนะ
  255. 12:26ครับก็ทำการดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง python
  256. 12:28นะครับครับลงไปที่เครื่องของตัวเองได้เลย
  257. 12:31นะครับโดยไปที่แบเมนูที่ชื่อว่าดาวน์โหลด
  258. 12:35นะครับในแบเมนูดาวน์โหลดตัวนี้นะครับก็จะ
  259. 12:37ให้เราทำการเลือก platform นะครับอ่าที่
  260. 12:41ต้องการเด็กจะนำเอา python นะครับไปรัน
  261. 12:43หรือว่าไปใช้งานของผมเป็น windows นะครับ
  262. 12:47อ่าตัวเมนูก็จะขึ้นบอกว่า Download for
  263. 12:49Windows นะครับเป็นการบอกว่าเราจะทำการ
  264. 12:51ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง python เนี่ยให้
  265. 12:53สามารถรันบนระบบปฏิบัติการ Windows ได้นะ
  266. 12:56ครับสำหรับท่านใดที่ใช้แพลตฟอร์มอืนะครับ
  267. 12:59ไม่ว่าจะเป็น Max Linux นะครับก็ทำการ
  268. 13:02ดาวน์โหลดตัว python นะครับให้อ้างยิงตาม
  269. 13:05รูปแบบเครื่องของเงได้เลยนะครับอันนี้ของ
  270. 13:08ผมใช้ Windows ก็จะขึ้นมาว่า Download
  271. 13:10for Windows นะครับซึ่ง python นะครับ
  272. 13:13เวอร์ชั่นที่ผมจะดาวน์โหลดเนี่ยจะเป็น
  273. 13:16python
  274. 13:183.12.7 นะครับณวันที่จะทำเนื้อหานะครับ
  275. 13:21ยังเป็นเวอร์ชั่นนี้อยู่สำหรับท่านใดที่
  276. 13:24มาดูอ่าในตอนหลังๆเนาะอาจจะมีการเปลี่ยน
  277. 13:29เวอร์ชั่นเป็น
  278. 13:313.12.1 หรือ 3.13 อะไรก็ว่าไปนะครับก็
  279. 13:34สามารถใช้งานได้เหมือนกันนะฮะขั้นตอนการ
  280. 13:37ดาวน์โหลดก็ง่ายมากครับก็คลิกที่ปุ่มอ่า
  281. 13:40ดาวน์โหลดนะครับที่เป็นปุ่มสีเทาตัวนี้นะ
  282. 13:43ครับนี่ว่าดาวน์โหลด for Windows นะครับ
  283. 13:45เป็น python
  284. 13:473.12.7 นะครับก็กดที่ปุ่มดาวน์โหลดตัว
  285. 13:50นี้ได้เลยนะครับ
  286. 13:53อ่าหลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยนะ
  287. 13:56ครับก็จะมาเริ่มต้นกระบวนการติดตั้ง
  288. 13:58python ลงไปที่เครื่องครับก็เปิดไปติด
  289. 14:01ตั้งขึ้นมาครับอ่ากดเปิดขึ้นมาเลยนะครับ
  290. 14:04ก็จะได้หน้าต่างนะครับในการปรับแต่งว่า
  291. 14:08อยากจะติดตั้ง python เนี่ยนะครับอ่ามี
  292. 14:11การตั้งค่าอะไรบ้างนะครับเราก็จะมากำหนด
  293. 14:14การตั้งค่าหรือว่ามาปรับแต่งเนาะโดยส่วน
  294. 14:17ของการตั้งค่าเนี่ยนะครับให้ทุกคนติ๊กถูก
  295. 14:19นะครับในส่วนของ use Admin private กับ
  296. 14:22App
  297. 14:23python.exe 2 part นะครับเป็นการ set
  298. 14:26Part python ลงไปที่เครื่องด้วยเราจะ
  299. 14:28สามารถรันคำสั่ง python นะครับผ่านตัว
  300. 14:30comand พร้อได้สำหรับ่าใช Windows เนาะ
  301. 14:34หรือรันคำสั่ง python นะครับผ่าน Terminal
  302. 14:36ได้สำหรับท่านใดที่ใช้ Mac นะฮะหลังจาก
  303. 14:39ที่เราติ๊กถูกตัวเลือก 2 ตัวนี้เสร็จ
  304. 14:43เรียบร้อยนะครับต่อมาก็จะเป็นการปรับแต่ง
  305. 14:46ว่าจะติดตั้ง python เนี่ยลงไปที่ตำแหน่ง
  306. 14:48ใดภายในเครื่องของเรานะครับอันนี้ผมจะเซต
  307. 14:50ตามค่า default เลยนะครับโดยจะเลือกเมนู
  308. 14:53Install Now ก็คือให้ติดตั้ง python
  309. 14:56312 เนี่ยเก็บอยู่ที่ตัวแ Data นะครับ
  310. 14:59ภายในเครื่องของผมนั่นเองนะครับผมก็จะ
  311. 15:01เลือก Install Now นะครับเมนูตัวแรกนะ
  312. 15:04ครับจากนั้นก็รอให้ทำการติดตั้ง python
  313. 15:07จนเสร็จเรียบร้อยนะครับหลังจากที่ติดตั้ง
  314. 15:10เสร็จนะครับก็กดที่ปุ่ม close ตัวนี้ได้
  315. 15:13เลยนะครับอันนี้ก็คือขั้นตอนการดาวน์โหลด
  316. 15:16แล้วก็ติดตั้ง python ลงไปที่เครื่องนะ
  317. 15:18ครับต่อมาครับก็จะมาทดสอบอ่ารันคำสั่ง
  318. 15:21python นะครับผ่านตัว Command พร้อมหรือ
  319. 15:24ว่าใน Terminal นะครับอ่าถ้าท่านใดที่
  320. 15:27Windows นะครับไม่เปิด Command พร้อม
  321. 15:29ขึ้นมากดอ่าปุ่ม start นะครับ cmd เลือก
  322. 15:32เป็น Command พ้อนะครับโอเคโดยคำสั่งที่
  323. 15:37เราจะระบุใน Command พร้อมนะครับจะเป็น
  324. 15:39การตรวจสอบเวอร์ชั่นนะครับของ python นะ
  325. 15:43ครับที่เราติดตั้งลงไปก่อนหน้านี้นะครับ
  326. 15:45ว่าเป็น python เวอร์ชั่นอะไรนะครับก็คือ
  327. 15:48ใช้คำสั่งก็คือ python นะครับเป็นวรนะ
  328. 15:51ครับแล้วก็ขีด 2 ขีดตามด้วยคำว่าเวอรชั่น
  329. 15:55นะครับคำสั่งดังกล่าวเนี่ยเป็นการตรวจสอบ
  330. 15:58ตอ่าเวอร์ชั่นของตัว python นะครับที่เรา
  331. 16:02ติดตั้งลงไปที่เครื่องว่าเป็น python
  332. 16:05เวอร์ชั่นอะไรนะครับก็กดปุ่ม Enter ครับ
  333. 16:09ซึ่งก็จะแสดงรายละเอียดนะครับเป็น python
  334. 16:123. 12 2.7 นั่นเองนะครับนั่นแสดงว่า
  335. 16:16ตอนนี้เราสามารถที่จะเขียนโปรแกรมภาษา
  336. 16:19python ภายในเครื่องของเราได้แล้วนะครับ
  337. 16:21ก็คือเราทำการติดตั้งตัวแปรภาษา python
  338. 16:24นะครับลงไปที่เครื่องเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  339. 16:26นั่นเองนะฮะตัวนี้พาร์หน้าครับเราก็จะมา
  340. 16:28ลุยในส่วนของการเริ่มต้นเขียนโปรแกรมภาษา
  341. 16:31python กันสำหรับในข้อนี้นะครับก็ขอยก
  342. 16:34ตัวอย่างเพียงเท่านี้ครับ
  343. 16:45ผมครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยจากหัว
  344. 16:49ข้อที่ผ่านมาครับเราก็ได้ลุยในส่วนของการ
  345. 16:52ดาวน์โหลดแล้วก็ติดตั้ง python นะครับลง
  346. 16:55ไปที่เครื่องเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะ
  347. 16:57ครับในหัวข้อนี้ก็จะมาการเริ่มต้นเขด
  348. 16:59โปรแกรมภาษา python กันนะครับก่อนที่จะ
  349. 17:02เริ่มต้นเขดโปรแกรมภาษา python เนี่ยก็จะ
  350. 17:05ต้องมาทำความรู้จักกับส่วนที่เรียกว่า ide
  351. 17:07กันก่อนนะครับโดย ide เนี่ยจะเป็นเครื่อง
  352. 17:11มือสำหรับใช้ในการเขียนโค้ดนะครับเพื่อทด
  353. 17:13สอบแล้วก็รันโปรแกรมซึ่งภายใน ID เนี่ยจะ
  354. 17:16ประกอบไปด้วยส่วนของ source Code editor
  355. 17:19นะครับซึ่งจะเป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการ
  356. 17:21เขียนโปรแกรมและตัวแปลภาษานะครับรวมถึง
  357. 17:25debugger ที่ช่วยตรวจสอบข้อผิดพลาดภายใน
  358. 17:28โปรแกรมของเรานะครับใน python เนี่ยนะ
  359. 17:31ครับจะมีเครื่องมือมาตรฐานนะครับสำหรับ
  360. 17:34เริ่มต้นเขียนโค้ดและก็ทดสอบโปรแกรมนะ
  361. 17:36ครับเรียกว่า
  362. 17:37idle python นั่นเองนะฮะโดยรูปแบบของ ID
  363. 17:42Le python เนี่ยจะแบ่งเป็น 2 แบบนะครับ
  364. 17:45แบบแรกก็คือ python Shell นะครับหรือว่า
  365. 17:47การเขียนโปรแกรมขนาดเล็กเนาะสำหรับทดลอง
  366. 17:51อ่าการทำงานต่างๆนะครับภายในโปรแกรมของ
  367. 17:55เรานะครับซึ่งจะเป็นการทำงานง่ายๆอย่าง
  368. 17:57เช่นการบวกเลขอะไรพวกนี้นะครับเขียนเป็น
  369. 17:58โค้ดทีละ 1 บรรทัดเราก็จะอาศัยตัว Pon
  370. 18:01Shell นะครับแต่ถ้าเป็นรูปแบบอ่าโปรแกรม
  371. 18:05ขนาดใหญ่นะครับที่มีความซับซ้อนนะครับมี
  372. 18:08โค้ดหลายบรรทัดเนี่ยเราก็จะเขียนโปรแกรม
  373. 18:10ในรูปแบบ sce Code นะครับซึ่งจะต้องมี
  374. 18:15การบันทึกเป็นอ่า python ไลนะครับนามตกุล
  375. 18:19py นั่นเองซึ่งผมก็จะยกตัวอย่างทั้ง 2
  376. 18:23รูปแบบเลยนะครับทั้งที่เป็นรูปแบบ python
  377. 18:25Shell กับส่วนที่เป็น sce Code เนาะโดย
  378. 18:29คำสั่งพื้นฐานนะครับที่ทุกคนจะต้องเรียน
  379. 18:32ในหัวข้อนี้เนี่ยก็จะเป็นเรื่องของการ
  380. 18:34แสดงผลข้อมูลครับอก็คือคำสั่งสำหรับใช้
  381. 18:37แสดงผลข้อมูลออกทางจอภาพนะครับทางข้อมูล
  382. 18:41ที่อยู่อยู่ในรูปแบบตัวเลขตัวอักษรหรือ
  383. 18:43ว่าผลลัพธ์จากการประมวลผลนะครับโดยคำสั่ง
  384. 18:46สำหรับแสดงผลข้อมูลเนี่ยนะครับก็คือคำ
  385. 18:49สั่งปริ้นนะครับปริ้นเนี่ยเราจะเรียกว่า
  386. 18:53เป็นฟังก์ชันนะครับเป็นฟังก์ชันมาตรฐานใน
  387. 18:55ภาษา python นะครับทำหน้าที่แสดงผลข้อมูล
  388. 18:59โดยมีโครงสร้างคำสั่งนะครับก็คืออ่าปิ้น
  389. 19:03นะครับ PR int และก็วงเล็บเปิดปิดนะครับ
  390. 19:06้าในนก็จะเป็นข้อมูลที่เราต้องการอยากจะ
  391. 19:09นำมาแสดงผลนะครับถ้าเรามีข้อมูลมากกว่า 1
  392. 19:13ตัวนะครับแล้วก็จะคัด้วยคืองหมายคอมม่าก็
  393. 19:15จะเป็นข้อมูลที่ 1 ข้อมูลที่ 2 ข้อมูลที่
  394. 19:173 อะไรก็ว่าไปนะครับถ้าข้อมูลของเรานะ
  395. 19:20ครับอยู่ในรูปแบบข้อความในที่นี้เราจะ
  396. 19:23เรียกว่าเป็น String นะครับ String ก็คือ
  397. 19:25ข้อความเนาะจะเขียนข้อความเนี่ยนะครับข้อ
  398. 19:28ชอบด้วยเครื่องหมายอ่าบิโดหรือว่าันหนู 2
  399. 19:33ตัวนะครับเป็นการบอกว่าไอ้ข้อมูลตัวนี้นะ
  400. 19:36มันคือข้อความแต่ถ้าเป็นตัวเลขนะครับจะ
  401. 19:39ไม่เขียนครอบด้วยเครื่องหมาย Double ดนะ
  402. 19:42ฮะอันนี้ก็คือรูปแบบคำสั่งสำหรับแสดงผล
  403. 19:46ข้อมูลนะครับก็คือคำสั่งปริ้นนั่นเองนะ
  404. 19:48ครับเราเรียกว่าเป็นฟังก์ชันปริ้นเนาะอ่า
  405. 19:51เดี๋ยวมาดูตัวอย่างการเขียนโปรแกรมนะครับ
  406. 19:53สำหรับแสดงผลข้อมูลกันนะครับว่ามีขั้นตอน
  407. 19:56การเขียนอย่างไรจากหัวข้อที่ผ่านมาครับ
  408. 20:00เราก็ได้ลุยในส่วนของการดาวน์โหลดแล้วก็
  409. 20:03ติดตั้ง python นะครับแล้วก็ทำการแสดงอ่า
  410. 20:07เลขเวอร์ชั่นของ python นะครับที่เราติด
  411. 20:09ตั้งลงไปที่เครื่องเนาะในพื้นที่ Terminal
  412. 20:11หรือว่าตัวคมาพร้อมนะครับโดยใช้คำสั่งก็
  413. 20:13คือ python เป็นมรรคขีด 2 ขีดแล้วก็
  414. 20:16เวอร์ชั่นนะครับถ้ามีการแสดงเลขเวอร์ชั่น
  415. 20:19ออกมาแสดงว่ามี python นะครับติดตั้งลงไป
  416. 20:22ที่เครื่องของเราแล้วนะครับพร้อมที่จะ
  417. 20:24เริ่มต้นให้ใช้งานได้เลยนะครับอในข้อนี้
  418. 20:29ครับเราก็จะมาเขียนโปรแกรมภาษา python
  419. 20:31อย่างง่ายๆกันนะครับโดยเราจะใช้ ide นะ
  420. 20:35ครับที่ติดมากับตัว python นะครับนั่นก็
  421. 20:38คือ idle python นั่นเองอ่าให้ทุกคนนะ
  422. 20:42ครับกดปุ่ม start นะครับแล้วก็พิมพ์คำว่า
  423. 20:44ID Le นะครับอ ID Le python นะครับ
  424. 20:49เป็น python 3.12 นั่นเองนะครับก็คือ
  425. 20:52อ้างยิงตามเวอร์ชั่นที่เราติดตั้งลงไปที่
  426. 20:54เครื่องนะฮะก็กดเปิดตัว ID ID ขึ้นมานะ
  427. 20:59ครับนี่ก็คือหน้าตาของ ID python นะครับ
  428. 21:02ก็จะขึ้นมาว่าเป็น idle Shell นะครับ
  429. 21:063.12.7 นะครับนี่ก็เป็นเลขเวอร์ชั่นของ
  430. 21:09python นะครับที่ถูกติดตั้งลงไปใน
  431. 21:12เครื่องของเราทีนี้นะครับข้อความนะครับ
  432. 21:16ที่ปรากฏเนี่ยไอ้พื้นที่สีขาวเราจะเรียก
  433. 21:18ว่าเป็น editor นะครับมันเป็นพื้นที่
  434. 21:20สำหรับเริ่มต้นเก็ดโปรแกรมภาษา python นะ
  435. 21:22ครับแต่ว่าข้อความเมันดูเล็กเกินไปเดี๋ยว
  436. 21:26ผมจะขอปรับ font ปรับขนาดข้อความใหม่ก่อน
  437. 21:28นะครับไม่งั้นทุกคนน่าจะต้องแบบเพ่งดูดีๆ
  438. 21:32นะครับว่าเขียนคำสั่งอะไรไปผมจะขอขยายข้อ
  439. 21:34ความให้ให้มันใหญ่ขึ้นมาอีกนิดนึงนะฮะให้
  440. 21:37ทุกคนนะครับไปที่อ่าเมนู Option นะครับ
  441. 21:41แล้วก็เลือกเป็น Config idle นะฮะอ่าก็
  442. 21:44จะได้หน้าต่าง setting นะครับปรากฏขึ้นมา
  443. 21:48นะครับมาที่ Tab font นะครับปรับ font
  444. 21:50ใหม่นะครับไซส์เริ่มต้นจะเป็น 10 นะฮะผม
  445. 21:53จะปรับเป็นซัก 20 แล้วกันนะครับก็เลือก
  446. 21:57เป็น 20 ไปเนาะแล้วก็กดกดโอเคนะครับอ่ะ
  447. 22:00ข้อความก็จะดูใหญ่ขึ้นมาะหรือ 20 ไม่พอใจ
  448. 22:04ผมปรับเป็น 22 แล้วกันนะ 22 เนาะกดโอเคไป
  449. 22:09นะครับอันนี้ก็คือหน้าตาของ ID Le
  450. 22:13python นะครับมันก็จะมีเครื่องหมาย Arrow
  451. 22:15ครับเรว่าลูกศรนะครับแล้วก็มีเซอร์
  452. 22:17กระพริบ
  453. 22:18อยู่พื้นที่ตรงนี้นะครับจะรอรับคำสั่งนะ
  454. 22:22ครับที่เราต้องการอยากจะให้อ่าโปรแกรมของ
  455. 22:26เรามันทำงานนะครับอยากจะให้ทำงานอะไรก็
  456. 22:28ระบุคคำสั่งนะครับในพื้นที่เซอร์ที่มัน
  457. 22:31กระพริบอยู่ตรงนี้นะครับก็คือมันจะมีลูก
  458. 22:33ศรชี้อยู่นะครับจะเป็น python Shell
  459. 22:35เนาะก็คือเราสามารถที่จะอ่าระบุคำสั่งนะ
  460. 22:38ครับทีละ 1 บรรทัดนะครับลงไปในพื้นที่ตรง
  461. 22:41นี้อ่ะอย่างเช่นผมอยากจะให้แสดงผลบวกของ
  462. 22:46ตัวเลขนะครับ 1 + 1 ได้เท่าไหร่นะครับ
  463. 22:49ให้
  464. 22:50อ่าเขียนโปรแกรมสำหรับหาผลบวกของตัวเลขนะ
  465. 22:56ครับออกมาก็จะเป็น 1 + 1 ใช่มั้ยผมก็จะ
  466. 22:59ระบุเป็น 1 แล้วก็เครื่องหมายบวกแล้วก็ 1
  467. 23:02แบบนี้นะครับนี้ก็คือคำสั่งที่เราเขียน
  468. 23:04ครับจากนั้นก็กดปุ่ม Enter ครับมันก็จะทำ
  469. 23:07การแปลงคำสั่งนะครับที่เป็นสมการ
  470. 23:09คณิตศาสตร์ในเรื่องของการบวกเลขเนาะก็ได้
  471. 23:12ผลลัพธ์เป็นเลข 2 นะครับที่เป็นสีน้ำเงิน
  472. 23:13ตัวนี้ออกมานะครับนี่ก็คือผลลัพธ์ที่อ่า
  473. 23:17ได้จากการคำนวณหาผลบวกของตัวเลข 1 + 1
  474. 23:23นะครับอันนี้ก็คือโค้ดที่เราเขียนนะครับ 1
  475. 23:25+ 1 อันนี้ก็คือผลลัพธ์นะฮะต่อมาครับ
  476. 23:28ถ้าผมต้องการอยากจะทราบว่า 100 นะครับ -
  477. 23:3190 นะได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไหร่ก็ระบุเป็น
  478. 23:34100 - 90 นะครับก็กบ Enter ครับก็จะ
  479. 23:38ได้ผลลัพธ์เป็น 10 เห็นมั้ยฮะออันนี้ก็
  480. 23:40คือการเขียนคำสั่งพื้นฐานเลยนะครับก็คือ
  481. 23:44เป็นการนำเอาตัวเลขเนี่ยมาบวกมาลบกันนะ
  482. 23:47ครับตัวภาษา Pon ก็จะแปลงไอ้ตัวสมการที่
  483. 23:51เราเขียนเนี่ยนะครับออกมาเป็นผลลัพธ์ตาม
  484. 23:55ที่เราต้องการนะครับอย่างเช่นบวกกันได้ผล
  485. 23:57รวมเป็นเท่าไหร่ลบลบกันได้ผลลบเป็นเท่า
  486. 23:59ไหร่นู่นนี่นั่นหรือต้องการอยากจะให้แสดง
  487. 24:02ผลข้อความนะครับออกทางจอภาพนะครับโดยข้อ
  488. 24:06ความเนี่ยนะครับอ่าจะต้องนำไปใช้ร่วมกับ
  489. 24:10ฟังก์ชันปริ้หรือว่าคำสั่งปริ้นนะครับเรา
  490. 24:13ก็จะมาเขียนคำสั่งก็คือปรินะครับคำสั่ง
  491. 24:16ปริ้เนี่ยเป็นคำสั่งมาตรฐานนะครับที่อยู่
  492. 24:19ในภาษา python อยู่แล้วนะครับเราสามารถ
  493. 24:20ที่จะอ่าเขียนคำสั่งตัวนี้ได้เลยก็จะเป็น
  494. 24:23ปริ้นนะครับแล้วก็วงเล็บเปิดปิดครับอ่าวง
  495. 24:27เล็บเปิดปิดด้านในก็จะใส่เครื่องหมาย
  496. 24:28Double Code เข้าไปนะครับก็คือให้บรรจุ
  497. 24:31ข้อความหรือ String นะครับในพื้นที่
  498. 24:34เครื่องหมาย Double Code ตัวนี้นะครับ
  499. 24:36เพื่หมาย dou ดก็จะเป็นฟันหนูเนาะอ่าสี
  500. 24:38เขียวๆตัวนี้นะฮะด้านในก็จะเป็นข้อความ
  501. 24:40ครับอย่างเช่นผมให้แสดงข้อความคำว่า
  502. 24:42สวัสดี python นะครับจะสังเกตว่าข้อความ
  503. 24:47สวัสดี python เนี่ยจะถูกเขียนครอบด้วย
  504. 24:49เครื่องหมาย Double โดนะครับอ่าจากนั้นย
  505. 24:54ไงต่อครับก็กดปุ่ม Enter ได้เลยนะครับอัน
  506. 24:57นี้ก็คือคำสั่งสลับแสดงผลข้อความนะฮะกด
  507. 24:59Enter ไปก็จะแสดงข้อความสวัสดี python
  508. 25:03นะครับอ่ะทีนี้ถ้าผมไม่นำเอาข้อความเนี่ย
  509. 25:07ไปเขียนครอบด้วยเครื่องหมาย Double ดครับ
  510. 25:09ขอ copy ตัวนี้มานะอ่าไฮไลท์เลยนะครับจาก
  511. 25:13นั้นก็คลิกขวา Copy นะครับแล้วก็มาวาง
  512. 25:15ปั๊บนี้นะครับแต่ผมไม่เขียนครอบด้วย
  513. 25:18เครื่องหมาย Double Code ครับกดปุ่ม
  514. 25:20Enter ดูนะครับก็จะแจ้ง Error นะครับบอก
  515. 25:23ว่า syntax Error นะครับหรือว่าอ่าตัว
  516. 25:27ไวยากรณ์ที่เราเขียนเนี่ยนะครับมันผิดนะ
  517. 25:29ครับโปรแกรมก็เลยไม่สามารถทำงานได้มันก็
  518. 25:31แจ้ง eror เป็นสีแดงไม่ออกมานะฮะอันนี้ก็
  519. 25:35คือการใช้ตัว python Shell ครับก็คือ
  520. 25:38เขียนคำสั่งทีละบรรทัดต่อถเครื่องหมายลูก
  521. 25:41ศรตัวนี้นะครับทีนี้ถ้าผมมีคำสั่งหลายๆ
  522. 25:45บรรทัดล่ะจะทำยังไงนะครับคือไม่อยากเขียน
  523. 25:49ทีละบรรทัดแล้วนะครับอยากจะเขียนหลายๆ
  524. 25:51บรรทัดสร้างเป็นตัวโปรแกรมขึ้นมานะฮะเรา
  525. 25:54ก็จะต้องเขียนโปรแกรมในรูปแบบของ sce
  526. 25:56Code นะครับซึ่งก็คือการบรรจุคำสั่งของ
  527. 26:01python เนี่ยลงไปเก็บในไฟล์เราจะเรียก
  528. 26:04ว่าเป็น python File นะครับก็คือไฟล์นาม
  529. 26:07สกุณ py นั่นเองโดยวิธีการนะครับให้ทุกคน
  530. 26:11ทำการสร้างตัว python ไฟล์ขึ้นมาครับ
  531. 26:14เพื่อที่จะอ่าเขียนคำสั่งหลายๆบรรทัดแล้ว
  532. 26:17ก็ให้ทำงานตอนที่อ่าเราทำการรันเนาะก็คือ
  533. 26:21อยากให้มีลำดับการทำงานเป็นยังไงนะครับก็
  534. 26:23จะเขียนโค้ดหลายๆบรรทัดเนี่ยเก็บลงในไฟล์
  535. 26:27ไฟล์นึงแล้วก็ทำการรันตัวโปรแกรมดังกล่าว
  536. 26:30นะครับให้ทำงานตามที่เราต้องการนั่นเอง
  537. 26:32คือไม่ต้องมาเขียนคำสั่งทีละตัวแบบนี้นะ
  538. 26:35ครับต่อท้ายไอ้ตัวเครื่องหมายลูกศรหรือ
  539. 26:38ว่าเครื่องหมายอ่ามากกว่านะครับ 3 อันผม
  540. 26:41เรียกเป็นลูกศรอ่ะวิธีการนะครับให้ทุกคน
  541. 26:44ไปที่เมนูไฟล์ครับแล้วก็เลือก New ไฟลอ่า
  542. 26:48ทำการสร้างไฟล์ขึ้นมาใหม่นะครับอันนี้ก็
  543. 26:50จะเป็นหน้าต่างของอ่าตัวไฟล์นะครับเราจะ
  544. 26:56เรียกว่าเป็นไ python ไลนะครับหรือว่าตัว
  545. 27:00source Code พื้นที่สีขาวเนี่ยเราจะ
  546. 27:02เรือกเป็น editor นะครับเป็นหน้าต่าง
  547. 27:03สำหรับเขียนคำสั่งภาษา python ลงไปนะครับ
  548. 27:07ทีนี้ไอ้ตัวไฟล์ที่เราสร้างขึ้นมาใหม่
  549. 27:09เนี่ยนะครับผมจะให้ทุกคนทำการบันทึกไฟล์
  550. 27:11ครับอหรือว่าทำการเขียนคำสั่งก็ได้นะครับ
  551. 27:14อ่าก็จะเป็นคำสั่งปริ้นเนาะปริ้นะครับนี่
  552. 27:17ก็จะเป็น Hell python แล้วกันรอบนี้นะ
  553. 27:20ครับเป็นข้อความภาษาอังกฤษนะฮะอ่า Hello
  554. 27:23python นะครับหรือให้ปริ้นนะครับอ่ารอบ
  555. 27:27นี้มีการใช้คำสั่งปริ้นอ่า 2 ตัวนะครับ
  556. 27:30ตัวแรกเนี่ยใส่ข้อความ Hello python ตัว
  557. 27:34ที่ 2 นะครับใส่เป็นผลบวกของตัวเลขนะครับ
  558. 27:38100 บวกกับ 400 อ่าถ้าเป็นการคำนวณทาง
  559. 27:43คณิตศาสตนะครับหรือพวกตัวเลขเนี่ยเราไม่
  560. 27:46ต้องเขียนครอบด้วยเครื่องหมายบิลโดนะครับ
  561. 27:48เพราะว่าเราต้องการากจะนำเอาตัวเลขมา
  562. 27:50คำนวณหาผลรวมหาผลบวกผลคูณผลหารอะไรก็ว่า
  563. 27:54ไปนะครับอันนี้ก็คือคำสั่งที่เราเขียนนะ
  564. 27:57ครับครับในตัว python ไฟล์ของเราทีนี้
  565. 28:02เมื่อเขียนเสร็จแล้วนะครับจะต้องทำการ
  566. 28:04บันทึกไฟล์ครับอ่าเก็บเป็น source Code
  567. 28:07หรือว่าเก็บเป็นไฟล์ที่บรรจุคำสั่งภายใน
  568. 28:12โปรแกรมของเราเนาะโปรแกรมของเราก็คือให้
  569. 28:14แสดงข้อความ Hello python กับผลรวมของ
  570. 28:17ตัวเลขออกทางจอภาพนะครับวิธีการบันทึก
  571. 28:21ไฟล์ครับให้ทุกคนไปที่เมนูไฟล์แล้วก็
  572. 28:23เลือกอ่าเมนูเฟนะครับจากนั้นนะครับอ่าก็
  573. 28:29มาเลือกว่าจะเซฟไฟล์ดังกล่าวหรือว่า
  574. 28:32บันทึกไฟล์ตัวนี้เนี่ยนะครับไว้ที่
  575. 28:36ตำแหน่งใดภายในเครื่องของเรานะครับอันนี้
  576. 28:38ผมจะให้บันทึกอยู่ที่ Desktop นะครับก็จะ
  577. 28:40มาที่ Desktop และผมก็จะทำการสร้าง
  578. 28:43โฟลเดอร์ขึ้นมาใหม่ครับคลิกขวา New
  579. 28:45Folder อ่าผมตั้งชื่อ Folder ว่า
  580. 28:48learning
  581. 28:50python นะครับ Learning python พิมพ์ดู
  582. 28:53รึเปล่าอ่า Learning python Folder
  583. 28:56Learning python ตัวนี้นะครับจะเป็น
  584. 28:58โฟลเดอร์ที่ใช้เก็บ python ไฟลของเรานะ
  585. 29:02ครับก็ทำการบิคลิกเข้าไปที่ Folder
  586. 29:05Learning python ครับอคลิกเข้าไปเลยจาก
  587. 29:10นั้นนะครับก็มาตั้งชื่อไฟล์นะครับอ่าผมจะ
  588. 29:14ตั้งชื่อว่าโปรแกรมแล้วะ
  589. 29:15กันนะครับรูปแบบนะครับเป็น python File
  590. 29:20ก็คือไลนสกุ py นะครับตอนที่ทำการตั้ง
  591. 29:23ชื่อเนี่ยเราไม่ต้องเขียนนามสกุลต่อท้าย
  592. 29:25นะครับก็ระบุชื่อไฟล์ของเราก็คือโปรแกรม
  593. 29:28นะครับส่วนนามสกุลเนี่ยอ่าตัวระบบจะทำการ
  594. 29:32กำหนดให้เองนะครับเพราะว่าเราเซฟ type
  595. 29:35หรือว่าบันทึกรูปแบบของชื่อไฟล์ตัวนี้นะ
  596. 29:38ครับเป็นไฟล์โปรแกรมนามสกุล py ก็คือเป็น
  597. 29:41python File นั่นเองจากนก็กดเซฟครับปา
  598. 29:45อ่าเรียบร้อยแล้วนะครับเพราะฉะนั้นตอนนี้
  599. 29:48นะครับไอ้ตัวไฟล์ที่เราสร้างขึ้นมาเนี่ย
  600. 29:51นะครับจะมีชื่อว่าโปรแกรมนสก. py บรรจุ
  601. 29:55อยู่ที่ Desktop ครับ Folder Learning
  602. 29:57python นะครับและ python เวอร์ชั่นที่
  603. 30:00เราใช้เนี่ยครับจะเป็น
  604. 30:023.12.7 เห็นมฮะอันนี้ก็คือรายละเอียดของ
  605. 30:05ตัวไฟล์ของเราทีนี้ยังไงต่อนะครับหลังจาก
  606. 30:09ที่เราบันทึกไฟล์เสร็จเรียบร้อยนะครับ
  607. 30:11ต้องการเกจะรัน Code ครับ Run Code หรือ
  608. 30:14ว่ารันคำสั่งที่เราเขียนนะครับให้แสดงข้อ
  609. 30:17ความออกทางจอภาพก็คือข้อความ Hell python
  610. 30:21แล้วก็ผลรวมของตัวเลข 100 กับ 400 นะครับ
  611. 30:24รวมกันได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไหร่ให้ทุกคนนะ
  612. 30:26ครับกดที่อ่าส่วนของเมนู Run ครับแล้วก็
  613. 30:30เลือกเป็น Run module นะฮะ module ก็คือ
  614. 30:34ตัวอ่าตัวไฟล์ python ของเรานะครับ python
  615. 30:36จะเรียกว่าเป็น ule เนาะอ่าก็เลือกที่
  616. 30:40เมนู Run module ครับหรือว่ากดคียั F5
  617. 30:43ก็ได้นะครับปั๊บนะครับเมื่อกดดันแล้วนะ
  618. 30:47ครับระบบก็จะวิ่งมาที่ตัว python Shield
  619. 30:50ครับเี่ฮะก็จะมีการแสดงรายละเอียดนะครับ
  620. 30:53บอกว่าตอนนี้เข้าไปทำงานอยู่ที่อ่าไฟล
  621. 30:57Program vy นะซึ่งบรรจุอยู่ใน Folder
  622. 30:59Learning python นะครับอยู่ที่ Desktop
  623. 31:02เนาะโดยให้ทำคำสั่งนะครับ 2 คำสั่งก็คือ
  624. 31:07คำสั่งปริ้น Hello python และก็คำสั่ง
  625. 31:12ปิ้ 100 + 400 นะครับผลลัพธ์ที่เกิด
  626. 31:14ขึ้นครับอ่าก็จะแสดงผลเป็น Hello python
  627. 31:17แลก็ 500 นะครับโดยลำดับการทำงานเนี่ยนะ
  628. 31:21ครับก็จะอั้งยิงตามโครงสร้างควบคุมพื้น
  629. 31:23ฐานนะครับของภาษา python ตัวแรกเลยก็คือ
  630. 31:26โครงสร้างควบคุมแบบลำดับนะครับคำสั่งใด
  631. 31:29ที่เขียนก่อนจะถูกทำงานก่อนนะครับคำสั่ง
  632. 31:32ใดที่เขียนหลังสุดหรือว่าในบรรทัดถัดไปก็
  633. 31:35จะถูกทำงานอ่าตามลำดับเนาะอันนี้ก็คือเรา
  634. 31:38เขียนในบรรทัดที่ 1 เสร็จเรียบร้อยก็มาทำ
  635. 31:41งานที่บรรทัดที่ 2 แต่ว่าตอนนี้ผมไม่ได้
  636. 31:44ให้แสดงเลขบรรทัดเนาะอวิธีการแสดงเลข
  637. 31:46บรรทัดนะครับให้ทุกคนมาที่ส่วนของอ่อตัว
  638. 31:50Option นะครับแล้วก็เลือกเมนู Show LINE
  639. 31:53Number นะครับอ่าให้ทำการแสดงเลขบรรทัด
  640. 31:56ออกมาเพราะฉะนั้นการทำงานนะครับของ
  641. 31:59โปรแกรมของเรานะครับก็จะเริ่มต้นทำงานที่
  642. 32:01บรรทัดที่ 1 นะครับเมื่อทำเสร็จแล้วก็
  643. 32:02ค่อยไปทำงานที่บรรทัดที่ 2 นะครับลำดับ
  644. 32:05การทำงานเนี่ยก็จะแสดงข้อความเป็นโหล
  645. 32:07python ตามด้วย 500 นั่นเองนะฮะอันนี้ก็
  646. 32:11จะเป็นตัวอย่างการใช้คำสั่งสำหรับแสดงผล
  647. 32:16ข้อมูลออกทางจอภาพนะครับนัก็คือคำสั่ง
  648. 32:18ปริ้นนั่นเองนะฮะก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่
  649. 32:21แสดงข้างต้นเลยนะครับหรือบางคนอาจจะปิด
  650. 32:23ตัว ID shale ตัวนี้ออกไปก็ได้นะครับ
  651. 32:26เปิดแค่ไฟล์อ่าโปรแกรม py ขึ้นมานะครับ
  652. 32:29จากนั้นก็ต้องการกดรันใหม่ก็ได้นะครับก็
  653. 32:31Run module เหมือนเดิมนะครับก็คือผล
  654. 32:33ลัพธ์จากอ่าคำสั่งที่เราเขียนในไล์
  655. 32:37Program py นะครับอ่ะทีนี้ถ้าผมเปลี่ยน
  656. 32:40ใหม่ครับเปลี่ยนจาก Hello python นะครับ
  657. 32:44เป็น Hello กล้องรักสยามนะ
  658. 32:47ครับเมื่อเราทำการเขียนเรียบร้อยนะครับ
  659. 32:50แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่ทำการกดเซฟนะแล้วผม
  660. 32:53ไปรันนะครับอ่า Run module ระบบก็จะถาม
  661. 32:55ว่าอ่าไอ้ตัวโคดโคดที่คุณเขียนล่าสุด
  662. 32:59เนี่ยยังไม่ถูกบันทึกเลยนะครับคุณต้องการ
  663. 33:00จะจะบันทึกหรือเปล่านะครับเราก็กดโอเคไป
  664. 33:02เนาะเพื่อที่จะทำการบันทึกไฟล์นะครับแล้ว
  665. 33:04ก็ให้แสดงผลลัพธ์อ่าของคำสั่งล่าสุดที่
  666. 33:07เราเขียนออกมานะครับว่าได้ผลลัพธ์เป็นยัง
  667. 33:09ไงหรือวิธีการสังเกตง่ายๆนะครับตอนที่เรา
  668. 33:12ทำการแก้ไขโค้ดเนี่ยอ่าอย่างเช่น Hello
  669. 33:14python เหมือนเดิมนะ
  670. 33:16ฮะพิธีการสังเกตว่าไฟล์ที่เราเขียนเนี่ย
  671. 33:20ถูกเซฟหรือยังถูกบันทึกหรือยังนะครับให้
  672. 33:22ทุกคนสังเกตตรงชื่อไฟล์ครับมันจะมี
  673. 33:25เครื่องหมายดอกจันกำกับเอาไว้เป็นการบอก
  674. 33:28ว่าไอ้ตัวคำสั่งที่เราเขียนล่าสุดในไฟล์
  675. 33:30ตัวนี้เนี่ยยังไม่ถูกบันทึกนะครับถ้าทำ
  676. 33:34การบันทึกเนี่ยเครื่องหมายดอกจันทรจะหาย
  677. 33:36ไปนะฮะอผมก็จะไปที่ไฟล์แล้วก็เซฟนะครับ
  678. 33:40เครื่องหมายดอกจันรก็หายไปแล้วแสดงว่าตัว
  679. 33:42ไฟล์ดังกล่าวของเรานะครับมีการบันทึกคำ
  680. 33:44สั่งล่าสุดเรียบร้อยนั่นเองก็ต้องการรัน
  681. 33:46ปกตินะ
  682. 33:48ฮะโอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นคำสั่งเบื้อง
  683. 33:52ต้นนะครับที่ทุกคนจะต้องทราบก็คือคำสั่ง
  684. 33:54ปรินั่นเองนะฮะในการแสดงผลข้อตามนะครับ
  685. 33:58ออกทางจอภาพรวมไปถึงผลรวมของตัวเลขเนาะ
  686. 34:01ซึ่งถ้าเป็นตัวเลขนะครับจะไม่เขียนครอบ
  687. 34:03ด้วยเครื่องหมาย Double โดแต่ถ้าเป็นข้อ
  688. 34:06ความจะครอบเรื่องใหม่ Double ดนะครับถ้า
  689. 34:08ไม่ครอบก็จะแจ้ง syntax Error นะครับตาม
  690. 34:11ข้อความสีแดงที่แจ้งข้างต้นเนาะที่ผมได้
  691. 34:13ทดลองให้ทุกคนดูนะฮะแต่ในข้อต่อไปครับเรา
  692. 34:16ก็จะมาลุยในส่วนของอ่าการเขียนโปรแกรม
  693. 34:19ภาษาไปทกันต่อนะครับจึงจะเป็นเรื่องของ
  694. 34:21อ่าคอมเมหรือว่าหมายเหตุนั่นเองอ่ามีขั้น
  695. 34:25ตอนอย่างอะไรบ้างเดี๋ยวในพาร์ทหน้าเดี๋ยว
  696. 34:26มาลุยกัน
  697. 34:37ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  698. 34:40นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับการเขียน
  699. 34:43คอมเมนหรือว่าหมายเหตุกันนะครับโดยจุด
  700. 34:46ประสงค์ของการเขียนคอมเมนต์นะครับจะมี
  701. 34:49อยู่ 2 จุดประสงค์ด้วยกันนะครับตัวแรกนะ
  702. 34:53ครับก็คือจะใช้อธิบายหน้าที่หรือความความ
  703. 34:57หมายของโค้ดที่เราเขียนนะครับอเป็นข้อ
  704. 35:00ความที่เราสามารถอ่านและเข้าใจได้เลยนะ
  705. 35:02ครับเป็นข้อความภาษาอังกฤษภาษาไทยก็ได้นะ
  706. 35:04ครับเวลาที่เรามาดูโค้ดเราจะได้เข้าใจ
  707. 35:07ความหมายของโค้ดที่เราเขียนนะครับหรือคน
  708. 35:10อื่นมาดูโค้ดของเราเนี่ยเขาก็จะได้เข้าใจ
  709. 35:13ความหมายของโค้ดที่เราเขียนนะครับว่ามี
  710. 35:16ความหมายยังไงโค้ดตรงนี้มีหน้าที่อะไร
  711. 35:18นู่นนี่นั่นนะครับเก็คือจุดประสงค์แรกของ
  712. 35:21การเขียนคอมเมนต์นะครับจุดประสงค์ข้อที่ 2
  713. 35:25นะครับก็คือทำการยกเลิกโค้ดชั่วคราวนะ
  714. 35:28ครับซึ่งจะส่งผลให้ตัวแปรภาษาเนี่ยไม่สน
  715. 35:32ใจโค้ดในบรรทัดที่ถูกทำหมายเหตุหรือว่า
  716. 35:35คอมเมนนั่นเองนะฮะโดยการเขียนคอมเมนใน
  717. 35:39ภาษา python เนี่ยครับจะแบ่งออกเป็น 2
  718. 35:42วิธีนะครับหรือว่า 2 รูปแบบแบบที่ 1 นะ
  719. 35:45ครับเราจะใช้เครื่องหมาย Sharp นะครับโดย
  720. 35:47เครื่องหมายชารเนี่ยจะใช้ในการอธิบายคำ
  721. 35:51สั่งแบบสั้นๆในรูปแบบบรรทัดเดียวนะครับ
  722. 35:54ซึ่งจะนิยมเขียนอยู่ด้านบนหรือด้านหลัง
  723. 35:58โคดที่เราต้องการากจะใส่คำอธิบายลงไปนะ
  724. 36:01ครับวิธีที่ 2 นะครับเขียนคำอธิบายไว้ใน
  725. 36:04เครื่องหมาย Triple Code นะครับในที่นี้
  726. 36:08จะรวมทั้งส่วนของ Single Code หรือว่า
  727. 36:10ฟันหนูอันเดียวแล้วก็ Double Code หรือ
  728. 36:14ฟันหนู 2 อันนะครับซึ่งจะใช้ในการอธิบาย
  729. 36:17คำสั่งยาวๆหรือว่าแบบหลายบรรทัดนั่นเอง
  730. 36:21อ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการเขียนคอมเมนใน
  731. 36:25ภาษา python นะครับทั้ง 2 วิธีการนะครับ
  732. 36:27ว่ามีขั้นตอนการเขียนอย่างไรบ้างกลับมา
  733. 36:31ที่ไฟล์งานของเรานะครับอ่าไฟล์งานผมจะขอ
  734. 36:34เรียกว่าเป็นโปรเจคแล้วกันเนาะอ่ะกลับมา
  735. 36:36ที่โปรเจคของเรานะครับในโปรเจคของเราตอน
  736. 36:39นี้นะครับหรือว่าในไฟล์ Program py ของ
  737. 36:41เราเนี่ยมีการใส่คำสั่งปริ้นนะครับสำหรับ
  738. 36:45แสดงข้อมูลออกทางจอภาพนะครับไม่ว่าจะเป็น
  739. 36:47ข้อความ Hello python หรือผลบวกของตัว
  740. 36:50เลข 100 กับ 400 นะครับได้ผลลัพธ์เป็นยัง
  741. 36:53ไงเราก็ลองกดรันดูเนาะอ่าก็จะได้ข้อความ
  742. 36:56โห python กับเลข 500 มานะครับในหัวข้อ
  743. 37:01นี้จะเป็นเรื่องของการเขียนคอมเมนต์หรือ
  744. 37:03ว่าการกำหนดหมายเหตุนะครับหมายเหตุก็คือ
  745. 37:05คำอธิบายโค้ดหรือว่าการยกเลิกโค้ดนะครับ
  746. 37:08ซึ่งตอนที่เราทำการเขียนโปรแกรมเนี่ย
  747. 37:10โปรแกรมของเราเนี่ยมันไม่ได้มีคำสั่งแค่
  748. 37:132-3 บรรทัดใช่มั้ยครับอาจจะมีเป็นหมื่น
  749. 37:17เป็นแสนเป็นล้านบรรทัดเลยนะครับแล้วว่า
  750. 37:19ตอนที่เราทำการพัฒนาโปรแกรมเนี่ยก็จะใช้
  751. 37:22ระยะเวลาหลายวันนะครับอาจจะเป็นสัปดาห์
  752. 37:25เป็นเดือนเป็นปีขึ้นอยู่กับขอบเขตของงาน
  753. 37:27ที่เราได้รับนะครับปัญหาที่ตามมาก็คือเรา
  754. 37:31ทำการเขียนโค้ดเนี่ยก็จะมีบางครั้งนะครับ
  755. 37:34ที่เราอาจจะลืมก็คือเราเขียนโค้ดเองเรา
  756. 37:36อาจจะลืมนะครับว่าเอ๊ยโค้ดที่เราเขียน
  757. 37:38เนี่ยมันมีหน้าที่อะไรมันทำงานยังไงนะ
  758. 37:41ครับวิธีการแก้ปัญหาการลืมหรือว่าตอนมา
  759. 37:44ไล่ดูโค้ดในภายหลังเนี่ยก็จะต้องอาศัย
  760. 37:48ส่วนของคอมเมนครับก็คือคำอธิบายโค้ดว่า
  761. 37:52โค้ดที่เราเขียนเนี่ยมันมีหน้าที่อะไรนะ
  762. 37:55ครับมี input หรือว่ามีข้อมูลมี process
  763. 37:58หรือว่ากระบวนการทำงานมี output หรือว่า
  764. 38:00ผลลัพธ์เป็นยังไงเราก็จะต้องอ่ากำหนดหมาย
  765. 38:05เหตุหรือว่าคำอธิบายโค้ดขึ้นมาเพื่อที่จะ
  766. 38:08ให้ตัวเราเองนะครับสามารถเข้าใจโค้ดที่
  767. 38:10เขียนรวมไปถึงคนที่มาดูโค้ดคนที่มาอ่านำ
  768. 38:15เอาโค้ดของเราไปพัฒนาต่อเนาะเจะได้เข้าใจ
  769. 38:18โครงสร้างของตัวโปรแกรมที่เราเขียนนะครับ
  770. 38:20ว่ามีโครงสร้างแล้วว่าลำดับการทำงานเป็น
  771. 38:22ยังไงอ่าก็ต้องอาศัยส่วนของหมายเหตุนะ
  772. 38:26ครับดูรายละเอียดที่เขียนนะครับว่าอ่ามี
  773. 38:30รายละเอียดเป็นยังไงซึ่งการเขียนหมายเหตุ
  774. 38:32หรือว่าคอมเมนต์ก็เป็นเสมือนกับเราทำเป็น
  775. 38:34คู่มือขึ้นมานะครับกำกับที่ตัวโค้ดที่เรา
  776. 38:38เขียนนะครับว่าบรรทัดนี้มันคือโค้ดอะไรทำ
  777. 38:41งานอะไรนะครับอ่าซึ่งคำสั่งที่เราเขียน
  778. 38:44ตอนนี้เนี่ยก็คือให้แสดงข้อความออกทางจอ
  779. 38:47ภาพใช่มั้ยครับโดยบรรทัดที่ 1 เนี่ยนะฮะ
  780. 38:51จะเป็นอ่าการแสดงข้อความ Hello python
  781. 38:55ออกทางจอภาพส่วนบรรทัดที่ที่ 2 จะเป็นการ
  782. 38:58คำนวณหาผลรวมของตัวเลข 100 กับ 400 นะ
  783. 39:03ครับเราก็จะนำเอาไอ้ข้อความที่อธิบายก่อน
  784. 39:06หน้านี้เนี่ยนะครับมาระบุเป็นคอมเมนใน
  785. 39:09ไฟล์ Program py ซึ่งการเขียนคอมเมนจะ
  786. 39:11แบ่งเป็น 2 แบบถ้าเป็นคำอธิบายสั้นๆ
  787. 39:15บรรทัดเดียวนะครับเราจะใช้เครื่องหมาย
  788. 39:17Sharp แต่ถ้าเป็นคำอธิบายยาวๆเราจะใช้
  789. 39:19เครื่องหมาย Triple Code นะครับอ่าผมยก
  790. 39:22ตัวอย่างเป็นคำอธิบายสั้นๆก่อนนะครับก็
  791. 39:27คือคือเครื่องหมายชาร์ปอย่างเช่นบรรทัด
  792. 39:28ที่ 1 เนี่ยนะครับผมใส่เป็นคำอธิบายเนาะ
  793. 39:31ก็คือระบุเป็นเครื่องหมายชาร์ปแบบนี้แต่
  794. 39:33ก็ใส่เป็นประโยคภาษาไทยไปเลยนะครับประโยค
  795. 39:36ภาษาไทยภาษาอังกฤษก็ได้นะครับหรือว่าเป็น
  796. 39:38ภาษาที่เราต้องการอยากจะให้คนที่เข้ามาดู
  797. 39:41โค้ดเนี่ยสามารถอ่านแล้วก็รู้เรื่องว่า
  798. 39:42บรรทัดที่ 1 เนี่ยมันทำอะไรนะครับอย่าง
  799. 39:45เช่นบรรทที่ 1 นะครับผมแสดงข้อความบอกว่า
  800. 39:49อ่าแสดงข้อ
  801. 39:52ความนะ
  802. 39:54ครับออกทางจอภาพอะไรพวกนี้นะครับออกทางจอ
  803. 39:58ภาพอ่าอันนี้ก็คือการเขียนคอมเมนต์แบบ
  804. 40:01บรรทัดเดียวนะครับซึ่งเราสามารถเขียนได้ 2
  805. 40:05แบบนะครับก็คือแบบแรกเนี่ยเราเขียนต่อ
  806. 40:09ท้ายคำสั่งเลยนะครับก็คือเมื่อปริ้นเสร็จ
  807. 40:12ปั๊บอ่ะก็ใส่คำอธิบายไปหรือจะเขียนอยู่
  808. 40:16ด้านบนก็ได้นะครับนะผมตบบันทัดลงมาเนาะ
  809. 40:18แล้วก็ย้ายหรือว่าตัดตัวนี้ไปนะครับไปไว้
  810. 40:21ที่บรทัดที่ 1 นะครับแสดงข้อความออกทางจอ
  811. 40:24ภาพนะครับแล้วก็ทำการเซฟให้เรียบร้อยนะฮะ
  812. 40:28หรือกด ctrl S ก็ได้นะครับเป็นการเซฟ
  813. 40:30ไฟล์เนาะเพราะฉะนั้นนะครับถ้าคนเข้ามาดู
  814. 40:33ไอ้ตัวโปรแกรมที่เราเขียนนะครับเขาก็จะ
  815. 40:35ทราบทันทีว่าอ๋อไอ้โค้ดที่เขียนเนี่ยเป็น
  816. 40:37โค้ดสำหรับแสดงข้อความออกทางจอภาพนะครับ
  817. 40:41ทีนี้บรรทัดที่ 2 เนี่ยนะครับผมมาเขียนคำ
  818. 40:44อธิบายเพิ่มเติมอันนี้บอกว่า
  819. 40:46แสดงข้อ
  820. 40:48ความนะครับแต่ว่าบรรทัดที่ 3 เนี่ยจะเป็น
  821. 40:51การ
  822. 40:53แสดงผลบวกของตัวเลขนะครับออี่
  823. 40:59ฮะโดยบรรทัดที่ 1 เนี่ยนะครับเป็นการใส่
  824. 41:02อ่า
  825. 41:03คอมเมนบอกว่าบรรทัดถัดไปเนี่ยจะเป็นการ
  826. 41:06แสดงข้อความออกทางจอภาพนะซึ่งบรรทัดที่ 2
  827. 41:09ก็คือแสดงข้อความแบบปกติเนาะเอ่อหรือว่า
  828. 41:12เป็น String นะครับอ่าผมก็แสดงข้อความใน
  829. 41:15รูปแบบ String นะครับ String ก็คือเป็น
  830. 41:17ชุดข้อความนั่นแหละนะครับแต่ว่าในภาษา
  831. 41:19โปรแกรมเขาจะไม่เรียกว่าเป็นข้อความเข
  832. 41:21เป็นสินะฮะส่วนบรรทัดที่ 3 นะครับแสดงผล
  833. 41:25บวกของตัวเลขก็คือ 100 กับ 400 นะครับ
  834. 41:28เพราะฉะนั้นคนที่เข้ามาดูโค้ดก็จะสามารถ
  835. 41:30เข้าใจการทำงานของโปรแกรมของเรานะครับว่า
  836. 41:33มันทำอะไรนะฮะอันนี้ก็คือวิธีที่ 1 นะ
  837. 41:38ครับเขียนคำอธิบายสั้นๆบรรทัดเดียวแต่ถ้า
  838. 41:42มีหลายบรรทัดล่ะอ่ะอย่างเช่นแสดงข้อความอ
  839. 41:44ทางจอภาพนะครับผมตบอันนี้ลงมานะฮอ่ะผมจะ
  840. 41:48ลองกดรันดูก่อนเนาะลองกดรันให้คนดูก่อนนะ
  841. 41:51ครับว่ามันสามารถรันได้ปกตินะฮะก็คือ
  842. 41:55Hello python แล้วก็ 500 นะครับเพราะ
  843. 41:56ว่าส่วนที่เป็นคอมเมนเนี่ยนะครับตัวแปล
  844. 41:59ภาษาเนี่ยมันจะมองข้ามไปเลยนะครับมันจะ
  845. 42:02ไม่ถูกมองเป็นคำสั่งพื้นฐานที่มันจะต้อง
  846. 42:04แปลนะฮะอันนี้ถ้าเป็นส่วนของตัวคอมเมนต์
  847. 42:09นะครับเป็นการเขียนคอมเมนต์บรรทัดเดียวนะ
  848. 42:12ครับซึ่งการเขียนคอมเมนต์บรทัดเดียวเนี่ย
  849. 42:14จะนิยมเขียนอยู่ด้านบนกับอยู่ด้านหลังแต่
  850. 42:17ถ้ามาเขียนด้านหน้านะ
  851. 42:20ครับถ้ามาเขียนด้านหน้าเนี่ยแสดงว่าเป็น
  852. 42:23การปิดคำสั่งตัวนี้ครับก็คือทำให้คำสั่ง
  853. 42:27ปิ Hello python เนี่ยกลายเป็นคอมเม
  854. 42:30เมื่อกลายเป็นคอมเมนนะครับตัวแปรภาษามัน
  855. 42:32ก็จะไม่แปลบรรทัดที่ 2 ก็คือไม่แปลคำสั่ง
  856. 42:36ปริ้มันก็จะมองข้ามไปเลยเพราะว่าไอ้ตัว
  857. 42:39ปริเนี่ยเหมือนกับว่าเราทำให้มันกลายเป็น
  858. 42:42คอมเมนหรือเป็นการยกเลิกโค้ดในบรรทัดที่ 2
  859. 42:46ไม่ให้ทำงานมันก็จะทำงานแค่บรรทัดที่ 3
  860. 42:48นะครับอ่ะผมก็ทำการเซฟแล้วก็ทำการรันเนาะ
  861. 42:52ก็จะมีแค่ข้อความ 500 นะครับแสดงผลออกมา
  862. 42:56เพราะว่าเราไปปิดการทำงานในบรรทัดที่ 2
  863. 42:58นะครับถ้าต้องการอยากจะยกเลิกก็ลบเครื่อง
  864. 43:00ใหม่ช้าลงไปก็คือสั่งเปิดการทำงานคำสั่ง
  865. 43:04ในบรรทัดที่ 2 นะครับ Hello python
  866. 43:07เหมือนเดิมนั่น
  867. 43:08เองโอเคนะครับอ่านี่ก็คือการเขียน
  868. 43:11คอมเมนต์วิธีที่ 1 เขียนคอมเมนต์แบบ
  869. 43:14บรรทัดเดียวนะครับเป็นการกำหนดอ่าข้อความ
  870. 43:18แบบสั้นๆแล้วถ้ามีหลายบรรทัดล่ะอ่ะแสดง
  871. 43:21ข้อความออกทางจอภาพผมตบคำว่าออกทางจอภาพ
  872. 43:24เนี่ยลงมาเป็นบรทที่ 2 ครับแล้วก็ทำการ
  873. 43:28เซฟอลองกดรันดูซิระบบก็จะแจ้ง Error นะ
  874. 43:32ครับบอกว่าไอ้ตัวข้อความออกทางจอภาพเนี่ย
  875. 43:35มันไม่ถูกนิยามนะครับมันไม่ถูกนิยามขึ้น
  876. 43:39มาก็คือมันไม่ได้มองเป็นคำสั่งของตัวภาษา
  877. 43:41Pon เลยนะครับมันพยายามแปลแล้วแต่มันแปล
  878. 43:43ไม่ได้ไม่เข้าใจนะครับว่าไอ้คำว่าออกทาง
  879. 43:46จอภาพมันคืออะไรนะฮะเพราะว่า
  880. 43:49อ่าตัวบรรทัดที่ 2 เนี่ยตัวแปลภาษามันจะ
  881. 43:53มองว่าเป็นคำสั่งพื้นฐานที่มันจะต้องแปล
  882. 43:55นะครับอ่าแต่ว่าสิ่งเราต้องการอยากจะทำก็
  883. 43:58คืออยากจะกำหนดให้เป็นคำอธิบายแบบหลาย
  884. 44:01บรรทัดครับอแต่ว่าบรรทัดที่ 2 เนี่ยเรา
  885. 44:03ไม่ได้ใส่เครื่องหมายชารเข้าไปเนาะอ่าผม
  886. 44:05ก็จะใส่เืองหมายชาเข้าไปเพื่อที่จะบอกว่า
  887. 44:07บทที่ 1 กับ 2 เนี่ยเป็นคอมเมนอ่าเป็นคำ
  888. 44:10อธิบายก็จะรันผ่านนะครับหรือถ้าผมมี 3
  889. 44:15บรรทัดครับอย่างเช่นอ่าผู้พัฒนาโปรแกรมนะ
  890. 44:19ครับผู้พัฒนา
  891. 44:23โปรแกรมคือกล้องรักสยามอะไรพวกนี้นะฮะอัน
  892. 44:28นี้ก็คือการเขียนคำอธิบายหรือว่าคอมเมน
  893. 44:31แต่คำอธิบายที่เราเขียนนะครับมันเป็นคำ
  894. 44:33อธิบายสั้นๆทีละบรทัดนะก็คือบรรทัดที่ 1
  895. 44:36แสดงข้อความบรรทัดที่ 2 ออกทางจอภาพนะ
  896. 44:40ครับออกทางจออันนี้ออกจากออกทางจอภาพนะ
  897. 44:43ครับบรรทัดที่ 3 ก็คือผู้พัฒนาโปรแกรมคือ
  898. 44:46ค้องรสยามนะครับอนี้ก็คือการเขียน
  899. 44:48คอมเมนต์ทีละ 1 บรรทัดนะครับเป็นข้อความ
  900. 44:52สั้นๆอ่าแล้วถ้าเป็นข้อความแบบยาวๆล่ะข้อ
  901. 44:55ความแบบยาวๆเนี่ยเราก็ก็จะเปลี่ยนจาก
  902. 44:57เครื่องหมายชาร์จไปเป็นเครื่องหมาย tile
  903. 44:59Code นะครับผมก็จะลบเครื่องหมายชาร์จนี้
  904. 45:02ออกเนาะทีนี้เราจะเขียนคำอธิบายยาวๆนะ
  905. 45:05เครื่องไมที่เพโดนะครับจะครอบพื้นที่ข้อ
  906. 45:09ความนะครับที่เราต้องการอยากจะใส่เป็นคำ
  907. 45:13อธิบายแบบหลายบรรทัดนะครับโดยใช้เครื่อง
  908. 45:16หมาย Triple Code นะครับ Triple Code
  909. 45:18ก็จะเป็นเครื่องหมาย Single Code หรือ
  910. 45:21ว่าฟันหนู 3 ตัวนะครับครอบอันนี้จะเป็น
  911. 45:23พื้นที่เปิดและก็พื้นที่ปิดครับแสดงว่า
  912. 45:27บรรทัดที่ 1 ถึงบรรทัดที่ 5 เนี่นะครับก็
  913. 45:30คือเป็น
  914. 45:31คอมเมนต์นะครับแต่ว่าจะเป็นคอมเมนต์แบบ
  915. 45:33หลาย
  916. 45:34บรรทัดนะครับอ่าทีนี้ลองกดรันใหม่ครับก็
  917. 45:39ทำงานได้เหมือน
  918. 45:40เดิมนะครับหรือผมจะตบบอกว่าแสดงข้อความ
  919. 45:45ออกทางจอภาพผู้พัฒนาโปรแกรมคือข้อรสยามนะ
  920. 45:47ครับอ่าเวอร์ชั่นโปรแกรมของเรานะครับ
  921. 45:50เวอร์ชั่น
  922. 45:53โปรแกรมเป็นเวอร์ชั่น 1.0 อะไรก็ว่าไป
  923. 45:57นะครับอ่ะประมาณนี้นะครับประมาณนี้อันนี้
  924. 46:00ก็คือการเขียนคอมเมนต์หลายบรรทัดนะครับจะ
  925. 46:04ใช้สัญลักษณ์ที่เป็นทริดนะครับก็คือฟัน
  926. 46:08หนู 3 ตัวหรือจะเป็น Double Triple ดก็
  927. 46:12ได้นะครับก็คือ Double ด 3 อันนะครับก็จะ
  928. 46:15เป็นฟันหนู 3 อันแบบนี้นะครับอันนี้ก็จะ
  929. 46:18เป็นพื้นที่เปิดกับพื้นที่ปิดนะครับก็
  930. 46:20ต้องระบุขอบเขตเปิดปิดด้วยว่าคอมเมนต์ที่
  931. 46:23เราจะเขียนหลายบรรทัดเนี่ยเริ่มต้นที่ที่
  932. 46:27บรรทัดที่เท่าไหร่แล้วก็จบที่บรรทัดที่
  933. 46:28เท่าไหร่นะครับเพราะถ้าเราไม่ใส่แล้ว
  934. 46:30เนี่ยนะครับมันก็จะมองว่าบรรทัดที่เหลือ
  935. 46:32เนี่ยจะถูกเป็นแปลงให้เป็นคอมเมนทั้งหมด
  936. 46:35เลยนะครับโปรแกรมก็จะไม่สามารถทำงานได้
  937. 46:38เพราะว่ามันถูกมองเป็นคอมเมนทั้งหมดเห็น
  938. 46:41มยฮะมันไม่มีพื้นที่เปิดกับพื้นที่ปิดของ
  939. 46:44ตัวคอมเมนนะฮะจะแจ้ง Error นะครับเพราะ
  940. 46:48ฉะนั้นต้องมีการใส่ขอบเขตหรือว่าพื้นที่
  941. 46:51ปิดด้วยว่าบรรทัดที่ 1-5 คือพื้นที่
  942. 46:55คอมเมนแบบหลายบรรทัดถ้าเป็นบรรทัดเดียวก็
  943. 46:58ใช้เครื่องหมาย
  944. 46:59ชารปโอเคครับอ่ะก็ประมาณนี้นะครับใน
  945. 47:03เรื่องของการเขียนคอมเมนในภาษา python
  946. 47:06เดี๋ยวในหัวขตัดไปครับเราก็จะมาลุยในส่วน
  947. 47:08ของชนิดข้อมูลในภาษา python
  948. 47:20กันครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  949. 47:23ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับชนิด
  950. 47:26ข้อมูลในภาษา python กันนะครับชนิดข้อมูล
  951. 47:29หรือ Data type นะครับก็คือสิ่งที่ใช้
  952. 47:32กำหนดลักษณะการเก็บและการจัดการข้อมูลภาย
  953. 47:35ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของเรานะครับโดยใน
  954. 47:38ภาษา python เนี่ยจะแบ่งออกเป็นชนิดข้อ
  955. 47:40มูลพื้นฐานกับชนิดข้อมูลแบบอ้างยิงนะฮะใน
  956. 47:44หัวข้อนี้ครับก็จะมายกตัวอย่างชนิดข้อมูล
  957. 47:47พื้นฐานก่อนหรือ primitive Data type
  958. 47:50นะครับในส่วนของชนิข้อมูลแบบอ้างอิงหรือ
  959. 47:53ว่า non primitive Data type หรือว่า
  960. 47:55Reference Data type เนี่ยผมจะสอนสอน
  961. 47:57ในภายหลังเนาะอเพราะว่าเราจะต้องนำเอา
  962. 48:00ความรู้ของจิข้อมูลพื้นฐานไปใช้กับจนิข้อ
  963. 48:02มูลแบบอ้างอิงด้วยนะฮะโดยชนนี้ข้อมูลพื้น
  964. 48:06ฐานในภาษา python เนี่ยก็จะมีการแบ่งเป็น
  965. 48:10กลุ่มครับหรือว่าแบ่งเป็นประเภทเนาะมาดู
  966. 48:13ตัวแรกครับก็คือข้อมูลประเภทตัวเลขนะครับ
  967. 48:16ก็คือ in fce Complex นะฮะข้อมูลประเภท
  968. 48:20ตรรกศาสตร์หรือว่าค่าความจริงนะครับก็คือ
  969. 48:22บูหรือว่าบูนนะฮะข้อมูลประเภทสายอักขระ
  970. 48:27หรือ str นะครับย่อมาจาก String หรือว่า
  971. 48:29ชุดข้อความนะครับและข้อมูลแบบไม่ระบุค่า
  972. 48:33หรือว่า non type นะครับอันนี้ก็คือราย
  973. 48:37ชื่อกลุ่มชนิดข้อมูลพื้นฐานในภาษา python
  974. 48:40นะครับที่ทุกคนจะต้องทราบอ่ะขอเริ่มต้น
  975. 48:42ที่กลุ่มแรกก่อนก็คือข้อมูลประเภทตัวเลข
  976. 48:45หรือว่า Number นะครับก็จะแบ่งออกเป็น
  977. 48:48จำนวนเต็มหรือว่า integer นะครับก็คือ
  978. 48:50เป็นตัวเลขจำนวนเต็มเต็มบวกเต็มลบเต็ม 0
  979. 48:53อะไรพวกนี้ก็คือตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยม
  980. 48:56นะครับตอนมาก็จะเป็นตัวเลขอ่าจำนวนทศนิยม
  981. 48:59นะครับหรือว่า fing Point ก็คือตัวเลข
  982. 49:02ที่มีจุดทศนิยมนะครับแล้วก็ตัวเลขจำนวน
  983. 49:05เชิงซ้อนนะครับก็คือเป็นตัวเลขจำนวนเชิง
  984. 49:08ซ้อนนั่นเองนะครับเจะมีตัว j กำกับเอาไว้
  985. 49:11ที่ตัวเลขนะฮะอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างเนาะ
  986. 49:14ถ้าเป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะครับอเต็มบวก
  987. 49:17เต็มลบเต็ม 0 ก็คือ in หรือว่า integer
  988. 49:19นะครับเป็นตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยมแต่ถ้า
  989. 49:23เป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมเราจะเรียกว่า
  990. 49:24เป็น fce นะครับอย่างเช่น 9
  991. 49:279.99 หรือจำนวนเชิงซ้อนนะครับก็จะเป็น 3
  992. 49:31+ 5g อะไรพวกนี้นะครับใน python จะ
  993. 49:35เรียกว่าเป็น Complex เนาะอันนี้ก็คือ
  994. 49:38กลุ่มแรกนะครับเป็นตัวเลขนะครับแบ่งออก
  995. 49:40เป็นอ่าจำนวนเป็นตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยม
  996. 49:46มีจุดทศนิยมแล้วก็จำนวนเชิงซ้อนนะฮะอ่า
  997. 49:51ต่อมาก็จะเป็นข้อมูลประเภทตศาสตร์หรือว่า
  998. 49:53ค่าความจริงนะครับอ่าเป็นชนิดข้อมูลที่มี
  999. 49:55ค่าได้เพียง 2 2 ค่าก็คือ True กับ fal
  1000. 49:59นะครับ True ก็คือจริงนะครับ f ก็คือ Test
  1001. 50:01ซึ่งจะใช้ในเรื่องของการกำหนดเงื่อนไขการ
  1002. 50:03ทำงานในโปรแกรมนะครับทีนี้ข้อมูลตัวนี้
  1003. 50:06สำคัญมากนะครับ 2 ค่านี้แต่ว่ามีส่วน
  1004. 50:10สำคัญเยอะเลยนะครับตอนที่เราทำการเขียน
  1005. 50:12โปรแกรมขนาดใหญ่เนาะต่อมาก็จะเป็นข้อมูล
  1006. 50:15ประเภทสายอักขระหรือว่าสินะครับก็คือเป็น
  1007. 50:18จะข้อมูลที่เก็บข้อความหรว่ากลุ่มตัว
  1008. 50:20อักษรตัวจะเขียนข้อความนะครับครอบด้วย
  1009. 50:24เครื่องหมาย dou ดนะครับอย่างเช่นห python
  1010. 50:27ก้อรสยามอะไรพวกนี้นะครับที่ผมยกตัวอย่าง
  1011. 50:30ตอนที่เราเขียนโปรแกรมในหัวข้อแรกๆนะครับ
  1012. 50:32เราจะทำงานกับข้อความเนี่ยก็จะต้องเขียน
  1013. 50:36ข้อความของเราเนี่ยครอบด้วยเครื่องหมาย
  1014. 50:37Double Code โดยข้อความก็คือ String
  1015. 50:40โอเคนะครับ
  1016. 50:43อ่าต่อมาก็จะเป็นข้อมูลแบบไม่ระบุค่าหรือ
  1017. 50:46ว่า non type นะครับในภาษาโปรแกรมอื่น
  1018. 50:48เนี่ยเป็นพวกค่าเนานะฮะในภาษา python จะ
  1019. 50:51เป็นส่วนของตัว non หรือว่าค่าว่างนะครับ
  1020. 50:54เป็นการนิยามขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลที่ไม่
  1021. 50:57สามารถคาดเดาได้ว่าข้อมูลนั้นมีประเภทข้อ
  1022. 51:00มูลแบบใดก็คือใส่เป็นค่าว่างมาก่อนหรือ
  1023. 51:02ว่าใส่เป็นค่า non ไปก่อนนะครับยกตัว
  1024. 51:04อย่างเช่นถ้ามีการเก็บข้อมูลแต่ไม่รู้เลย
  1025. 51:08ว่าไอ้ข้อมูลที่ต้องการจะจะเก็บเนี่ยมัน
  1026. 51:11มีลักษณะเป็นแบบใดก็คือไม่มีค่าใดๆเลยไม่
  1027. 51:14เท่ากับค่า f นะครับไม่เท่ากับค่าว่างใน
  1028. 51:17String นะครับไม่ตรงกับชนิดข้อมูลใดเลย
  1029. 51:19หรือไม่เท่ากับ 0 อะไรพวกนี้ก็คือคำนิยาม
  1030. 51:22ของค่าว่างหรือว่าค่านอนนั่นเองอันนี้ก็
  1031. 51:26คือชนิดข้อมูลพื้นฐานในภาษา python นะ
  1032. 51:29ครับที่ทุกคนจะต้องทราบซึ่งเราจะนำเอา
  1033. 51:32ชนิดข้อมูลพื้นฐานพวกนี้นะครับไปใช้งาน
  1034. 51:34กับส่วนที่เรียกว่าตัวแปรอ่ะเดี๋ยวใน
  1035. 51:37พาร์ทหน้าเราจะมาลุยในส่วนของการสร้างตัว
  1036. 51:39แปรในภาษา python
  1037. 51:49กันครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  1038. 51:53ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับตัวแปล
  1039. 51:56ในภาษา python กันนะครับตัวแปรนะครับภาษา
  1040. 51:59อังกฤษก็คือ variable นะครับหมายถึงชื่อ
  1041. 52:02ที่ถูกนิยามขึ้นมานะครับเพื่อใช้เก็บค่า
  1042. 52:05ข้อมูลสำหรับนำไปใช้งานในโปรแกรมของเรานะ
  1043. 52:08ครับโดยข้อมูลเนี่ยอาจจะประกอบไปด้วยข้อ
  1044. 52:11ความตัวเลขตัวอักษรหรือว่าผลลัพธ์จากการ
  1045. 52:14ประมวลผลนะครับซึ่งก็จะอ้างยิงตามชนิดข้อ
  1046. 52:16มูลที่เราได้เรียนก่อนหน้านี้นะครับโดย
  1047. 52:19ข้อมูลที่เก็บในตัวแปรนั้นนะครับสามารถ
  1048. 52:21เปลี่ยนแปลงค่าได้ก็เลยเรียกว่าเป็นตัว
  1049. 52:24แปรนะฮะอันนี้ก็ก็คือความหมายของตัวแปรนะ
  1050. 52:27ครับต่อมาครับก็จะเป็นการสร้างตัวแปรครับ
  1051. 52:31การสร้างตัวแปรเนี่ยนะครับเราก็จะระบุ
  1052. 52:34เป็นชื่อตัวแปรแลก็เครื่องหมายเท่ากับตาม
  1053. 52:37ด้วยค่าเริ่มต้นอันนี้ก็คือรูปแบบที่ 1
  1054. 52:39นะครับรูปแบบที่ 2 ก็คือถ้าเรามีตัวแปร
  1055. 52:41มากกว่า 1 ตัวแปรเนี่ยเราสามารถที่จะ
  1056. 52:44สร้างในบรรทัดเดียวได้นะครับก็จะระบุเป็น
  1057. 52:47ชื่อตัวแปรที่ 1 เครื่องหมายคอมม่าชื่อ
  1058. 52:49ตัวแปรที่ 2 3 4 อะไรก็ว่าไปนะครับมี
  1059. 52:51ค่าเท่ากับค่าเริ่มต้นที่ 1 เครื่องหมาย
  1060. 52:53คอมม่าค่าเริ่มต้น 2 3 4 ไปจนถึงค่าสุด
  1061. 52:56ท้ายนะครับที่เราทำการนิยามตัวแปรขึ้นมา
  1062. 52:59โดยเครื่องหมายเท่ากับตัวนี้นะครับจะเป็น
  1063. 53:01การกำหนดค่าลงไปที่ตัวแปรนะครับซึ่งก็คือ
  1064. 53:05ค่าที่อยู่ด้านขวาเนี่ยจะเป็นค่าเริ่มต้น
  1065. 53:07ก็คือให้นำค่าเริ่มต้นทางด้านขวาขวามือ
  1066. 53:10ของเครื่องหมายเท่ากับเนี่ยไปเก็บลงในตัว
  1067. 53:13แปรที่อยู่ด้านซ้ายมือนั่นเองนะครับนี้ก็
  1068. 53:16คือวิธีการสร้างตัวแปรนะครับอ่ะนี่ก็จะ
  1069. 53:20เป็นตัวอย่างการสร้างตัวแปรเนอย่างเช่นผม
  1070. 53:22สร้างตัวแปรที่ชื่อว่าตัวแปรเมนะครับมี
  1071. 53:23ค่าเท่ากับกล้องแสดงว่าตัวแปรเนมของผมนะ
  1072. 53:26ครับจะเก็บชุดข้อความหรือว่าสติงนั่นเอง
  1073. 53:30ต่อมาก็จะเป็นตัวแปร Age นะครับอ่าเป็น
  1074. 53:32ายุเนาะมีค่าเท่ากับ 30 ก็คือเก็บตัวเลข
  1075. 53:35จำนวนเต็มก็คือเลข 30 ลงไปที่ตัวแปร S
  1076. 53:38นั่นเองอันนี้เป็นการสร้างตัวแปรนะครับ
  1077. 53:41ขึ้นมา 1 ตัวแปรเท่ากับ 1 บรรทัดทีนี้ถ้า
  1078. 53:44ผมต้องการอยจะสร้างตัวแปรหลายตัวแปรใน
  1079. 53:47บรรทัดเดียวล่ะนะครับก็สามารถสร้างได้
  1080. 53:49เหมือนกันนะครับก็จะเป็นตัวแปรเนมเครื่อง
  1081. 53:52หมายคอมม่าตัวแปร AG นะครับมีค่าเท่ากับ
  1082. 53:54ตามด้วยค่าเริ่มต้นนะครับก็คือกล้อง
  1083. 53:56เครื่องหมายคอมม่าแล้วก็ 30 โดยกล้อง
  1084. 53:58เนี่ยจะเก็บลงในตัวแปร name นะครับ 30 จะ
  1085. 54:01เก็บลงในตัวแปร Age นั่นเองนะครับซึ่งก็
  1086. 54:04จะอยู่ที่ลำดับของการสร้างตัวแปรและก็
  1087. 54:08ลำดับค่าเริ่มต้นนะครับที่เราระบุต่อท้าย
  1088. 54:10เครื่องหมายคอมม่านะครับว่าตัวแปรที่เรา
  1089. 54:12สร้างขึ้นมาเนี่ยอ่าตัวแปรตัวแรกเก็บค่า
  1090. 54:14อะไรตัวที่ 2 ตัวที่ 3 เก็บค่าอะไรก็คือ
  1091. 54:16ทำการนำค่าเริ่มต้นที่อยู่ในขวาเ่าทาง
  1092. 54:20ด้านขวามือนะครับของเครื่องหมายเท่ากับเ
  1093. 54:22ไปเก็บในตัวแปรที่อยู่ด้านซ้ายมือนั่นเอง
  1094. 54:24นะครับอันนี้ก็คือกรณีที่เราสร้างตัวแปร
  1095. 54:26ขึ้นมาหลายตัวแปรแลก็อยากจะให้นิยามโดย
  1096. 54:31ใช้โค้ดแค่ 1 บรรทัดนะครับแต่ถ้าหลาย
  1097. 54:33บรรทัดบางคนกลัวงงก็สร้างเป็น 1 ตัวแปร
  1098. 54:36เท่ากับ 1 บรรทัดแบบนี้ก็ได้นะฮะทีนี้การ
  1099. 54:39สร้างตัวแปรเนี่ยนะครับก็คือการตั้งชื่อ
  1100. 54:43สำหรับเก็บข้อมูลใช่มั้ครับอ่ามีการตั้ง
  1101. 54:46ชื่อขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลก็จะมีกฎการ
  1102. 54:49ตั้งชื่อนะครับอ่าเวลาที่เราทำการสร้าง
  1103. 54:52พื้นที่เก็บข้อมูลหรือว่าสร้างตัวแปร
  1104. 54:54เนี่ยก็จะต้องมีการคำนึงถึงกฎในการตั้ง
  1105. 54:58ชื่อด้วยว่าสามารถตั้งชื่ออะไรได้บ้าง
  1106. 55:01หรือตั้งอะไรไม่ได้บ้างนะครับมันก็จะมี
  1107. 55:04ข้อกำหนดอยู่เนาะโดยชื่อตัวแปรเนี่ยนะ
  1108. 55:07ครับต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษนะ
  1109. 55:10ครับ a ถึง z เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด
  1110. 55:12หรือว่าพิมพ์เล็กทั้งหมดก็ได้หรือขึ้นต้น
  1111. 55:15ด้วยเครื่องหมาย und นะครับก็คือเครื่อง
  1112. 55:18หมายขีดเส้นใต้เท่านั้นนะฮะตัวอักษรตัว
  1113. 55:21แรกนะครับห้ามเป็นตัวเลข
  1114. 55:24อ่าตัวพิมพ์เล็กพิมพใหญ่มีความหมายต่าง
  1115. 55:27กันนะครับก็คือเป็นเคส sensitive เนาะ
  1116. 55:30ห้ามใช้อัครพิเศษนะครับมาประกอบเป็นชื่อ
  1117. 55:32ตัวแปรอย่างเช่นเครื่องหมายปีกกาเครื่อง
  1118. 55:34หมายเปอร์เซ็นต์เครื่องหมายยกกำลังเอัน
  1119. 55:37นี้เป็นเหมือนเครื่องหมายลูกศรชี้ขึ้น
  1120. 55:41แล้วกันนะครับอผมไม่รู้มันชื่อว่าอะไรตัว
  1121. 55:43นี้มันเป็นเหมือนหมวกนะอ่ะเป็นสัญลักษณ์
  1122. 55:45พิเศษนั่นแหละนะครับและช่องว่างห้ามนำมา
  1123. 55:49ประกอบเป็นชื่อต่อแปรนะครับและอันสุดท้าย
  1124. 55:52นะครับที่ผมไฮไลท์เป็นสีฟ้าไว้เก็คือไม่
  1125. 55:54ซ้ำกับคำสงวนหรือว่าคำสั่งพิเศษในนี้เรา
  1126. 55:58จะเรียกเป็นคีย์เวิร์ดนะครับในภาษา Pon
  1127. 56:00อันนี้ก็จะเป็นตารางคำสงวนนะครับอ่าเป็น
  1128. 56:04ตัวอย่างนะครับจริงๆมีหลายคำกว่านี้นะ
  1129. 56:06ครับแต่ว่าคำที่เราจะใช้งานหลักๆเนี่ยจะ
  1130. 56:09อยู่ที่ตารางคีย์เวิร์ดพวกนี้เลยนะครับ
  1131. 56:11อย่างเช่นคำว่า and คำว่า bak คำว่า Class
  1132. 56:14Continue คำว่า fault คำว่า non นะครับ
  1133. 56:18คำว่า Import คำว่า for อะไรพวกนี้นะครับ
  1134. 56:21ซึ่งไอ้คำพวกนี้เนี่ยเราจะเรียกว่าเป็นคำ
  1135. 56:22สงวนนะครับซึ่งเป็นคำเฉพาะอ่าเป็นคำสั่ง
  1136. 56:26เฉพาะในภาษา python ห้ามนำเอาคำพวกนี้มา
  1137. 56:30ตั้งเป็นชื่อตัวแปรแต่ถ้าเรียกไม่ได้นะ
  1138. 56:33ครับเราก็สามารถที่จะเปลี่ยนให้เป็นคำที่
  1139. 56:37มันไม่ซ้ำนะครับอย่างเช่นต้องการอยากจะ
  1140. 56:39ใช้คำว่าคสนะครับแต่คาสเนี่ยมันเป็น
  1141. 56:42คีย์เวิร์ดในภาษา python ใช่มั้ครับห้าม
  1142. 56:44นำมาตั้งเป็นชื่อตัวแปลเราก็จะตั้งเป็นคล
  1143. 56:471 นะครับก็คือเอาตัวเลขมาปนได้นะครับ
  1144. 56:50เพราะว่าตัวแปรของเราเนี่ยเราสามารถที่จะ
  1145. 56:53อ่านำเอาตัวอักษร A ถึง Z หรือว่าอ่า
  1146. 56:56เครื่องหมายขีดเส้นใต้มาใส่ก็ได้นะครับ
  1147. 56:58รวมไปถึงตัวเลขด้วยอันนี้ผมลืมเขียนไป
  1148. 57:00เนาะก็คือสามารถใส่ตัวเลขไปปนที่ชื่อตัว
  1149. 57:04แปรได้นะครับแต่ว่าตัวอักษรตัวแรกห้าม
  1150. 57:06เป็นตัวเลขนะครับตัวอักษรตัวที่ 2 3 4
  1151. 57:09เป็นต้นไปเนี่ยสามารถใส่ตัวเลขรวมกับอ่า
  1152. 57:12คำที่อยู่ในชื่อตัวแปรได้นะครับถ้า
  1153. 57:15ต้องการอยากจะใช้คำว่าคลาสนะครับสร้าง
  1154. 57:18เป็นตัวแปรแต่คลาสเนี่ยมันซ้ำกับ
  1155. 57:20คีย์เวิร์ดในในตัวภาษา python นะอาจจะ
  1156. 57:23เปลี่ยนเป็น underscore Class หรือว่าคส
  1157. 57:251 คลาส 2 อะไรก็ว่าไปนะครับมันก็จะไม่
  1158. 57:28ตรงกับคำว่าคลสที่เป็นคีย์เวิร์ดของภาษา
  1159. 57:31python แล้วนะฮะเพราะฉะนั้นนะครับถ้า
  1160. 57:35อธิบายให้เข้าใจง่ายๆเลยในส่วนของการ
  1161. 57:38สร้างตัวแปรเนี่ยก็คือการสร้างพื้นที่
  1162. 57:40เก็บข้อมูลนะครับโดยการเก็บข้อมูลเนี่ยผม
  1163. 57:44จะยกตัวอย่างเป็นเขียนโปรแกรมเก็บข้อมูล
  1164. 57:47นักเรียนแล้วกันโดยข้อมูลเนี่ยจะแบ่งออก
  1165. 57:49เป็น 4 ส่วนส่วนแรกก็คือเป็นชื่อนักเรียน
  1166. 57:52นะครับอยู่ในรูปแบบข้อความตัวที่ 2 ก็คือ
  1167. 57:55อายุนะครับเป็นตัวเลขจำนวนเต็มตัวที่ 3
  1168. 57:59ก็คือเดนะครับเกดเฉลี่ยนักเรียนนะครับจะ
  1169. 58:01เป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมแล้วก็สถานะจะ
  1170. 58:04เป็นค่าทางตรรกศาสตร์หรือว่าค่าความจริง
  1171. 58:06นะครับถ้าเป็นค่า True แสดงว่าอยู่
  1172. 58:09ระหว่างศึกษาอยู่นะครับแต่ถ้าเป็น f ก็
  1173. 58:11คือจบการศึกษาไปแล้วเราก็จะมาทดลองเก็บ
  1174. 58:14โปรแกรมเก็บข้อมูลนักเรียนกันนะครับว่ามี
  1175. 58:17ขั้นตอนการเขียนอย่างไรเนาะกลับมาที่
  1176. 58:20โปรเจคของเรานะครับจากหัวข้อที่ผ่านมา
  1177. 58:22ครับเราก็ได้ลุยในส่วนของการเขียน
  1178. 58:24คอมเมนต์นะครับครับเสร็จเป็นที่แล้วใน
  1179. 58:27เรื่องของการเขียนคอมเมนต์แบบบรรทัดเดียว
  1180. 58:30แล้วก็หลายบรรทัดเนาะอ่าในหัวข้อนี้จะ
  1181. 58:32เป็นเรื่องของการเขียนโปรแกรมเก็บข้อมูล
  1182. 58:35นักเรียนครับเดี๋ยวผมขอใส่คำอธิบายก่อน
  1183. 58:38เก็บข้อมูลนักเรียนนะครับข้อมูลนักเรียนอ
  1184. 58:43โดยข้อมูลของนักเรียนจะแบ่งออกเป็นอ่า 4
  1185. 58:47ส่วนนะก็คือมีชื่อมีอายุมีเกียรติเฉลี่ย
  1186. 58:51แล้วก็มีสถานะนะครับเราก็จะมาสร้างตัวแปร
  1187. 58:56สำหรับเก็บชื่อนักเรียนก่อนนะครับอ่าผมจะ
  1188. 58:59สร้างตัวแปรที่ชื่อว่า name ขึ้นมาเป็น
  1189. 59:02ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะครับก็คือตัวแปรเนม
  1190. 59:05นะฮะโดยตัวแปรเนมของผมนะครับจะเก็บข้อ
  1191. 59:08ความหรือว่า String นะครับผมก็ระบเป็น
  1192. 59:10name เท่ากับแล้วก็เครื่องหมาย dou cde
  1193. 59:13ครับตามด้วยข้อมูลนะครับที่ต้องการจะให้
  1194. 59:16บรรจุหรือเก็บลงไปที่ตัวแปรเมนะครับอย่าง
  1195. 59:19เช่นชื่อนักเรนของผมนะครับชื่อว่ากล้อง
  1196. 59:21รักสยามอ่านี้ก็คือการสร้างตัวแปร
  1197. 59:26นะครับตัวแปรของเรามีชื่อว่าตัวแปร name
  1198. 59:29นะครับโดยค่าเริ่มต้นก็คือกล้องรักสยาม
  1199. 59:34ซึ่งเป็น String ใช่มั้ยครับหรือว่าชุด
  1200. 59:36ข้อความนั่นเองนะฮะทีนี้การสร้างตัวแปร
  1201. 59:40เนี่ยนะครับอ่ะก็จะต้องอิงตามเอ่อกฎการ
  1202. 59:45ตั้งชื่อเนาะอ่ะแต่ก่อนที่จะอิงตามกฎการ
  1203. 59:48ตั้งชื่อเดี๋ยวผมขอแสดงข้อมูลที่เก็บอยู่
  1204. 59:50ในตัวแปรเนมก่อนนะครับตัวแปรเมเนี่ยนะ
  1205. 59:53ครับเป็นตัวแปรที่เอาไว้เก็บชื่อนักเรียน
  1206. 59:57ใช่มั้ยครับก็คือกล้องรักสยามนะฮะเพราะ
  1207. 1:00:02ฉะนั้นตอนนี้นะครับเราก็มีพื้นที่เก็บข้อ
  1208. 1:00:05มูลแล้ว 1 ส่วนก็คือได้ชื่อนักเรียนมา
  1209. 1:00:08แล้วทีนี้เมื่อได้ชื่อมาแล้วนะครับเรา
  1210. 1:00:11ต้องการแจะนำเอาข้อมูลที่เก็บในตัวแปรเม
  1211. 1:00:13เนี่ยมาแสดงผลนะครับก็จะใช้งานร่วมกับคำ
  1212. 1:00:16สั่งปริ้นนะครับก็จะเป็น
  1213. 1:00:18ปริ้นะครับตามด้วยชื่อตัวแปรของเรานะครับ
  1214. 1:00:21ชื่อตัวแปรเนี่ยก็คือตัวแปร name นะครับ
  1215. 1:00:24เราก็จะเขียนในที่อ่าวงเล็บเปิดปิดของตัว
  1216. 1:00:28ปริ้นนะครับก็เป็นเสมือนกับเราโยนเอาข้อ
  1217. 1:00:31ความก้อนรสยามนะครับมาใส่ในพื้นที่ปริ้นต
  1218. 1:00:34นี้แต่ว่าข้อความกสยามเนี่ยเรามีพื้นที่
  1219. 1:00:37เก็บข้อมูลแล้วก็คือตัวแปรเมใช่ไหมมครับ
  1220. 1:00:39เพราะฉะนั้นถ้าต้องการอยากจะให้แสดงข้อ
  1221. 1:00:42ความกล้องรัสยามมันก็แค่ไปดึงเอาข้อมูล
  1222. 1:00:44จากตัวแปนี้มาใช้นะครับมาลองกดรันดูซินะ
  1223. 1:00:49ก็จะเป็นกล้องรัสยามเห็นมฮะหรือผมเปลี่ยน
  1224. 1:00:52ชื่อใหม่นะครับจากกล้องรัสยามเนี่ย
  1225. 1:00:54เปลี่ยนไปเป็นโจโจ้นะครับครับก็ระบเป็น
  1226. 1:00:56name เท่ากับโจโจ้แนี้
  1227. 1:00:59ได้นะ
  1228. 1:01:02ฮะโอเคนะครับในบรรทัดที่ 2 นะครับเรา
  1229. 1:01:05กำหนดค่าเริ่มต้นเป็นกล้องรัสยามแต่ว่าใน
  1230. 1:01:08บรรทัดที่ 3 เนี่ยเป็นโจโจ้ใช่มั้ยครับ
  1231. 1:01:11เพราะฉะนั้นลำดับการทำงานของคำสั่งเนี่ก็
  1232. 1:01:13คือจะทำตั้งแต่บนลงล่างนะครับบรรทันที่ 2
  1233. 1:01:17เป็นชื่อนี้แต่ว่าเราเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
  1234. 1:01:19โจโจ้แล้วนะครับเพราะฉะนั้นข้อมูลล่าสุด
  1235. 1:01:21ครับที่อยู่ในตัวแนมก็คือโจโจ้ครับอ่ะลอง
  1236. 1:01:23กดรันดูซิมันก็จะเป็นโจโจ้
  1237. 1:01:26เห็นมั้ยฮะอ่าเดี๋ยวผมขอกลับไปใช้เนม
  1238. 1:01:30เหมือนเดิมนะครับอ่าอันนี้ผมก็จะลบปริ
  1239. 1:01:34name ออกนะครับทีนี้การสร้างตัวแปรเนี่
  1240. 1:01:37ก็จะคำนึงถึงกฎการตั้งชื่อใช่มั้ยครับ
  1241. 1:01:41อย่างเช่น
  1242. 1:01:42อ่าชื่อตัวแปรนะครับต้องประกอบไปด้วยตัว
  1243. 1:01:46อักษรภาษาอังกฤษ a ถึง z นะครับจะเป็นตัว
  1244. 1:01:48พิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ได้หมดเลยนะครับแต่ว่า
  1245. 1:01:51จะเป็นรูปแบบของ Case sensitive Case
  1246. 1:01:54sensitive ก็คือตัวอักษรเล็กพิมพ์ใหญ่
  1247. 1:01:56เนี่ยจะมีความหมายต่างกันอย่างเช่นเมนะ
  1248. 1:02:00ครับที่เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดจะเป็น
  1249. 1:02:02กล้องรักสยามแต่ถ้าเป็นเนมตัวพิมพ์ใหญ่
  1250. 1:02:05ทั้งหมดนะครับจะเป็นกล้องรักสยามที่เป็น
  1251. 1:02:10ข้อความภาษาอังกฤษครับอ่าถึงแม้ชื่อตัว
  1252. 1:02:13แปรของเรานะครับจะเป็นเนมเหมือนกันแต่ว่า
  1253. 1:02:16เนมที่เป็นเคสตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดจะเป็น
  1254. 1:02:19กล้องรัสยามที่เป็นภาษาไทยเนมที่เป็นตัวผ
  1255. 1:02:23ใหญ่ทั้งหมดจะเป็นกล้องรัสยามภาษาอังกฤษ
  1256. 1:02:26นะครับถ้าผมต้องการอยากจะแสดงชื่อนะครับ
  1257. 1:02:29ของนักเรียนนะครับที่เป็นกล้องรักสยาม
  1258. 1:02:32ภาษาไทยนะครับก็จะไปเรียกใช้ตัวแปรเนมตัว
  1259. 1:02:35พิพเลขทั้งหมดนะครับอก็ลองกดรันดูนะครับ
  1260. 1:02:39ก็จะเป็นก้องรัสยามแต่ถ้าเป็นชื่อภาษา
  1261. 1:02:44อังกฤษครับก็จะต้องไปที่ตัวแปรเนมที่เป็น
  1262. 1:02:47ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดนะครับก็จะได้
  1263. 1:02:50เป็นกล้องรักสยามที่เป็นภาษาอังกฤษมาี่ก็
  1264. 1:02:53คือหลักการของอ่าเคส sensitive ก็คือตัว
  1265. 1:02:57พิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่จะมีความหมายต่างกันนะ
  1266. 1:03:00ครับอันนี้เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดพิมพ์
  1267. 1:03:02ใหญ่ทั้งหมดนะครับผมสามารถที่จะนำเาพิมพ์
  1268. 1:03:04เล็กพิมพ์ใหญ่ปนกันได้นะครับมาเป็นเนมอบบ
  1269. 1:03:07นี้อันนี้ก็คือตัวแปรเนมเหมือนกันแต่ว่า
  1270. 1:03:10จะเป็นตัวแปรเนมที่เป็นตัวอักษรพิมพ์เล็ก
  1271. 1:03:13บนกับพิมพ์ใหญ่นะครับอันนี้ผมจะใส่เป็น
  1272. 1:03:16โจโจ้แล้วกันเนาะถ้าผมต้องการเดกจะได้อ่า
  1273. 1:03:20ข้อมูลโจโจ้มาแสดงผลนะครับก็ไปที่ตัวแปร
  1274. 1:03:22Name ที่เป็นตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ปนกัน
  1275. 1:03:27นะครับ
  1276. 1:03:28อ่าโอเคก็ได้โจโจ้
  1277. 1:03:31มานะครับอันนี้ก็คือ Case sensitive นะ
  1278. 1:03:36ครับพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่มีความหมายต่างกัน
  1279. 1:03:38ถึงแม้ชื่อจะเหมือนกันก็ตามทีนี้ในส่วน
  1280. 1:03:41ของตัวแปรเนี่ยนะครับห้ามขึ้นต้นด้วยตัว
  1281. 1:03:46เลขนะครับอ่ะสมมุติผมใส่เป็น 1 name นะ
  1282. 1:03:49ครับหรือใส่เป็นสัญลักษณ์เนาะอ่ะเป็น
  1283. 1:03:53เปอร์เซ็น name อะไรพวกนี้ถามว่าสามารถทำ
  1284. 1:03:56งานได้มั้ยนะครับเลองกดรันดูอ่ามันก็จะ
  1285. 1:03:58แจ้ง Error ทันทีนะครับว่าบรรทัดที่ 2
  1286. 1:04:00เนี่ยนะฮะอ่าชื่อตัวแปลของเรามันขึ้นต้น
  1287. 1:04:03ด้วยตัวเลขนะครับทำงานไม่ได้นะครับเพราะ
  1288. 1:04:07ฉะนั้นอ่ะเมื่อกี้ผมไปกดปิดนะขอเปิดมา
  1289. 1:04:10ใหม่แล้วกันเพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องแก้ก็
  1290. 1:04:13คืออ่าลบเลข 1 ตนี้ออกนะฮะอ่าเดี๋ยวนะตัว
  1291. 1:04:18นี้โอเคอ่าบรรทัดหายอ่าเดี๋ยวผมขอโชว์
  1292. 1:04:22บรรทัดก่อนบรรทัดที่ 2 เนี่ยนะครับอ่าเรา
  1293. 1:04:27ทำการลบเลข 1 ออกไปแล้วนะครับเพราะว่าตัว
  1294. 1:04:30แปรของเราห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลขเนาะอ่ะที
  1295. 1:04:33นี้นะครับมาดูที่ั้ที่ 3 ครับผมขึ้นต้น
  1296. 1:04:36ด้วย
  1297. 1:04:38อ่าสัญลักษณ์เปอร์เซ็นต์ครับอลองกดรันดู
  1298. 1:04:42ซิอ่ะก็บอกว่าบันทาที่ 3 เนี่ยทำงานไม่
  1299. 1:04:46ได้นะครับเพราะว่ามันมันขึ้นต้นด้วย
  1300. 1:04:49สัญลักษณ์พิเศษนะครับหรือถ้าเป็นตัวแปร
  1301. 1:04:54เนมตัวนี้นะครับแต่ว่ามีช่องงครับระหว่าง
  1302. 1:04:57อ่า na กับ MB นะครับมีช่องว่างอยู่ตรง
  1303. 1:05:00ตรงกลางเนาะทีนี้ผมจะลองกดร้านใหม่นะครับ
  1304. 1:05:04ก็ทำงานไม่ได้เพราะว่าอะไรครับเพราะว่า
  1305. 1:05:08ตัวแปรของเรานะครับมีช่องว่างช่องว่างก็
  1306. 1:05:11ถือว่าเป็นสัญลักษณ์พิเศษนะครับอ่าอยู่
  1307. 1:05:13ที่ตัวแปรก็เลยทำงานไม่
  1308. 1:05:15ได้นะครับหรือผมทำการสร้างตัวแปรนะครับ
  1309. 1:05:20ที่มันไปซ้ำกับคีย์เวิร์ดอ่าอย่างเช่นผม
  1310. 1:05:25สร้างตัวแปรที่ชื่อว่าคลสขึ้นมาตัวแปรคลา
  1311. 1:05:29ตัวนี้นะครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะ
  1312. 1:05:31ให้เก็บห้องเรียนว่านักเรียนคนนี้นะครับ
  1313. 1:05:34เรียนอยู่ห้องอะไรอย่างเช่นเรียนอยู่ที่ป
  1314. 1:05:381 นะครับคลาสป 1 อ่าจากนั้นนะครับผมก็
  1315. 1:05:43เอาตัวแปรคลาสเนี่ยมาใช้งานทีนี้ทุกคน
  1316. 1:05:47สังเกตนะครับว่าตัวแปรคลาสเนี่ยมันจะ
  1317. 1:05:49ไฮไลท์เป็นสีส้มแสดงว่ามันเป็นคีย์เวิร์ด
  1318. 1:05:52ครับมันเป็นคำสงวนคำสสงวนเนี่ยไม่สามารถ
  1319. 1:05:56นำมาสร้างเป็นตัวแปรได้อ่าเดี๋ยวผมจะลอง
  1320. 1:05:59กดรันดูเนาะนะครับมันก็เลยแจ้งบรรทัดที่ 5
  1321. 1:06:02นะครับตัวแปรคสเนี่ยไม่สามารถที่จะสร้าง
  1322. 1:06:07ขึ้นมาได้ก็เลยบอกว่า invalid syntax
  1323. 1:06:10เพะว่ามันไปซ้ำกับคำสงวนนะครับแล้วก็เลย
  1324. 1:06:14เลี่ยงครับโอเคคำว่าคลาสเนี่ยมันมันซ้ำ
  1325. 1:06:17กับคำสงวนเนาะก็เป็นคลาส 1 ะกันว่ามันมัน
  1326. 1:06:22จะได้ไม่ซ้ำนะครับแล้วก็ใส่ตัวเลขเข้าไป
  1327. 1:06:25นะครับก็จะเป็นป 1 แต่ว่าตัวเลขของเรา
  1328. 1:06:28เนี่ยเราไม่ได้ขึ้นต้นใช่ไหมมครับเราเอา
  1329. 1:06:30มาเขียนต่อ
  1330. 1:06:32ท้ายหรือถ้าหากว่าเป็นคลาสแล้วก็เว้นวรค
  1331. 1:06:36ล่ะเว้นวรค 1 มานี้นะครับคลาสเว้นวรค 1
  1332. 1:06:41มันมีช่องว่างใช่ไมยครับแสดงว่าตอนที่ทำ
  1333. 1:06:44การรันโปรแกรมเนี่ยอมันรันไม่ได้เพราะว่า
  1334. 1:06:47ตัวแปรคลาส 1 ของเราเนี่ยนะครับมันไม่ซ้ำ
  1335. 1:06:51กับคีย์เวิร์ดข้อจริงแต่ว่ามัน
  1336. 1:06:54มีช่องว่างนะครับอยู่ที่ตัวแปรเราสามารถ
  1337. 1:06:58แทนที่ช่องว่างตัวนี้นะครับด้วยเครื่อง
  1338. 1:07:00หมาย und score ได้นะครับอ่าก็จะเป็นค
  1339. 1:07:03und 1 ก็คือห้องเรียนตอน 1 นั่น
  1340. 1:07:08เองนะครับอ่าลองกดรันดูนี้ก็คือรันได้นะ
  1341. 1:07:12ครับหรือเกเนี่ยจะเขียนอยู่ด้านหน้าตัว
  1342. 1:07:15แปรก็ได้ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลขแต่ว่า
  1343. 1:07:18สามารถขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย und
  1344. 1:07:21ได้นะครับันนี้ผมก็จะลองแสดงข้อมูลของ
  1345. 1:07:25กล้องรัสยามที่เป็นชื่อภาษาไทยออกมานะ
  1346. 1:07:28ครับก็จะเป็น und name นะครับก็จะเป็น
  1347. 1:07:31กล้องรัสยามภาษาไทยโอเคนะครับอ่าประมาณ
  1348. 1:07:36นี้นะครับประมาณนี้เดี๋ยวผมจะขอลบนะครับ
  1349. 1:07:40เหลือแค่ตัวแปรเนมแบบปกติก่อนอันนี้เป็น
  1350. 1:07:43การยกตัวอย่างนะครับว่าถ้าเราสร้างตัวแปร
  1351. 1:07:46ขึ้นมาแล้วไม่ได้ดูกฎการตั้งชื่อเนี่ยบาง
  1352. 1:07:50คนอาจจะงงว่าเอ๊ะทำไมมันตั้งชื่อตัวแปร
  1353. 1:07:52แบบนี้ก็ได้นะครับอย่างเช่นตัวแปร Class
  1354. 1:07:54ตัวแปรออะไรพวกนี้นะครับิก็เป็นคำสงวนตอน
  1355. 1:07:58นี้ผมสามารถเก็บข้อมูลของนักเรียนได้แล้ว
  1356. 1:07:59นะครับก็คือกล้องรสยามเนาะอ่าเป็น String
  1357. 1:08:03นะครับทีนี้บางคนต้องการอยากจะรู้ว่าเอ๊ะ
  1358. 1:08:07ไอ้ข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร name เนี่ยเรา
  1359. 1:08:09จะทราบได้อย่างไรว่ามันมีชนข้อมูลแบบใดนะ
  1360. 1:08:12ครับวิธีการตรวจสอบเนี้ข้อมูลนะครับเราจะ
  1361. 1:08:14ใช้คำสั่งตัวนึงก็คือคำสั่ง type นะครับ
  1362. 1:08:20ก็จะเป็นปิ type แล้วก็วงเล็บเปิดปิดนะ
  1363. 1:08:23ครับด้านในก็จะเป็นชื่อตัวแปรก็คือตัวแป
  1364. 1:08:25name
  1365. 1:08:26อันนี้เป็นการแสดงข้อมูลนะครับแสดงข้อ
  1366. 1:08:32มูลส่วน type เนี่ยนะครับเป็นการแสดงชนิด
  1367. 1:08:36ข้อ
  1368. 1:08:38มูลนะครับโดยจะนำเอาข้อมูลนะครับหรือว่า
  1369. 1:08:43ตัวแปรเนี่ยมาเขียนอยู่ในพื้นที่วงเล็บ
  1370. 1:08:46เปิดผิดของคำสั่ง type นะครับให้แสดงชนิด
  1371. 1:08:50ข้อมูลออกมาว่าตัวแปรเนมของเรามีชนิดข้อ
  1372. 1:08:52มูลเป็นอะไรนะครับมาลองกดรันดูอันเซฟก่อน
  1373. 1:08:56นะครับก็จะเป็นกล้องรัฐสยามนะครับแล้วก็
  1374. 1:08:59Class
  1375. 1:09:00str นะครับ str ก็คือ String นะครับแสดง
  1376. 1:09:04ว่าตัวแปร name ของเรานะครับเป็น String
  1377. 1:09:06หรือว่าชุดข้อความนั่นเองอันนี้ก็คือการ
  1378. 1:09:09ตรวจสอบิข้อมูลนะครับอ่ะเดี๋ยวผมจะขอปิด
  1379. 1:09:13คำสั่งในบรรทัดที่ 6 ไปก่อนนะะ
  1380. 1:09:16อ้าสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะให้เก็บ
  1381. 1:09:20ข้อมูลของนักเรียนครับตอนนี้เราเก็บแค่
  1382. 1:09:23ชื่อใช่มยต่อมาเเก็บอายุครับอ่ะกล้องรัช
  1383. 1:09:26สยามนะครับมีอายุ 18 ปีเก็ใส่เป็น 18 ไป
  1384. 1:09:29ก็จะเป็น AG เท่ากับ 18 นะครับไม่จำเป็น
  1385. 1:09:34ต้องเขียนติดกันก็ได้นะครับถ้ามีการ
  1386. 1:09:35assign ค่าก็คือ Edge แล้วก็เว้นวรรค
  1387. 1:09:38แล้วก็เท่ากับ 18 แบบนี้ก็ได้นะครับก็
  1388. 1:09:41สามารถทำงานได้ก็คือร้านผ่านนะครับความ
  1389. 1:09:44หมายก็คือนำเอาค่าด้านขวามือไปเก็บลงใน
  1390. 1:09:46ค่าอยู่ด้านซ้ายก็คือชื่อตัวแปรนะครับก็
  1391. 1:09:49คือ Age เท่ากับ 18 นะครับเราจะเขียนเป็น
  1392. 1:09:51BB แบบนี้ก็ได้หรือจะเขียนติดกันก็ได้นะ
  1393. 1:09:54ครับนะ AG กับ 18 นี้แต่เว้นมาเนี่ยอย่า
  1394. 1:09:58เว้นหลายอันนะครับอย่าเว้น 2 ตัวนะเว้น
  1395. 1:10:01แค่ตัวเดียวพอนะอ่ะตอนนี้ผมเก็บข้อมูลนัก
  1396. 1:10:03เรียนนะครับมีชื่อมีอายุต่อมาก็จะเป็นเกด
  1397. 1:10:07ครับเกดของนักเรียนผมก็สร้างตัวแปรเกด
  1398. 1:10:09ขึ้นมานะครับอ่า 3.99 อะไรพวกนี้อ่าเกด
  1399. 1:10:14เฉลี่ยของนักเรียนนะครับเด็กชายกล้องอายุ
  1400. 1:10:1718 ปีเอ่อไม่ใช่เด็กชายแล้วนะครับเป็น
  1401. 1:10:19เป็นนายกล้องละนะถ้าเป็นเด็กชายก็อายุ 10
  1402. 1:10:22ขวบอ่ะ
  1403. 1:10:24อ่า Gate 3.99 นะครับต่อมาก็จะเป็น
  1404. 1:10:29สเตตัสนะครับก็คือสถานะของนักเรียนนะครับ
  1405. 1:10:34ว่าตอนนี้เรียนจบหรือยังหรือว่ากำลัง
  1406. 1:10:36ศึกษาอยู่นะครับผมก็จะใส่เป็นค่า True
  1407. 1:10:38เนาะค่า True ก็คือกำลังศึกษาอยู่นะครับ
  1408. 1:10:42จะสังเกตว่าตอนนี้ข้อมูลในตัวแปลของเรานะ
  1409. 1:10:44ครับมีเข้อมูลต่างกันอย่างเ่นตัวแป name
  1410. 1:10:47นะครับเป็น String นะครับ Age เป็นตัวเลข
  1411. 1:10:50จำนวนเต็มหรือว่า in นะครับส่วน Gate ก็
  1412. 1:10:52คือ 3.99 นะครับเป็น F
  1413. 1:10:55นะครับก็คือตัวเลขที่มีจุดทศนิยมแล้วก็
  1414. 1:10:59สเตตัสเป็นบูนนะฮะทีนี้บางคนก็อาจจะงงว่า
  1415. 1:11:03เอ๊ะทราบได้อย่างไรว่ามีชนิข้อมูลอะไรนะ
  1416. 1:11:06ครับในตัวแปรพวกนี้แล้วก็ใช้งานร่วมกับคำ
  1417. 1:11:09สั่ง type ครับในการแสดงชนิดข้อมูลออก
  1418. 1:11:13มานะครับอย่างเช่น type name ก็คือแสดง
  1419. 1:11:16ชนิดข้อมูลของตัวแปร name ออกมานะครับถ้า
  1420. 1:11:20ต้องการเจะแสดงชิข้อมูลของตัวไป Age นะ
  1421. 1:11:23ครับก็ระบุเป็นคำสั่ง type ในพื้นที่ของ
  1422. 1:11:25ปริ้น่ะ typ วงเล็บเปิดปิดแล้วก็ชื่อตัว
  1423. 1:11:28แปรก็คือตัวแปรเออ่าเป็นการแสดงทนี้ข้อ
  1424. 1:11:32มูลของตัวแปรเมกับเบสออกมานะครับอลองกด
  1425. 1:11:36รันดูซินะครับตัวแรกนะครับก็คือเป็น sdr
  1426. 1:11:41SD ก็คือของ name นะครับส่วน in ก็คือ
  1427. 1:11:44เป็นของ
  1428. 1:11:45Ed in ก็คือ integer นะครับเป็นตัวเลข
  1429. 1:11:48จำนวนเต็มเนาะอต่อมาก็จะเป็น Gate ครับ
  1430. 1:11:51อยากจะทราบว่าตัวแปรเดของเราเนี่ยมีชนิด
  1431. 1:11:55ข้อมูลเป็นอะไรนะครับก็ตไป Gate นะโอเคมา
  1432. 1:12:01ดูซิว่าได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไหร่นะครับก็
  1433. 1:12:03เป็น fce เห็นมั้ยฮะก็คือตัวเลขที่มีจุด
  1434. 1:12:05ทศนิยมนะครับแล้วก็ตัวสุดท้ายก็คือสเตตัส
  1435. 1:12:09ครับ
  1436. 1:12:11สเตตัสนะก็จะเป็น type แล้วก็ตัวแปร
  1437. 1:12:14สเตตัสนะครับอยากจะทราบว่าตัวแปรสเตตัสมี
  1438. 1:12:17ชนิดข้อมูลเป็นอะไรนะครับก็จะเป็นป type
  1439. 1:12:21สตัสเนาะอ่าลองกดรันดูนะครับก็จะเป็นบูก็
  1440. 1:12:24คือ ue
  1441. 1:12:25หรือว่าค่าทางตรรกศาสตร์อันนี้จะเป็นการ
  1442. 1:12:28จำแนกจนิข้อมูลนะครับที่อยู่ในตัวแปรออก
  1443. 1:12:31มาทีนี้ถ้าต้องการอยจะแสดงข้อมูลล่ะอัน
  1444. 1:12:35นี้เดี๋ยวผมจะเขียนคอมเมนต์ไว้นะก็จะเติม
  1445. 1:12:38เครื่องหมายชารปนะครับอยู่ด้านหน้าคำสั่ง
  1446. 1:12:41ปริ้นเนาะเป็นสีแดงแสดงว่าถูกทำให้เป็น
  1447. 1:12:44คอมเมนต์แล้วสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะ
  1448. 1:12:47ให้แสดงข้อมูลของนักเรียนออกมาครับก็มี
  1449. 1:12:50ชื่อมีอายุมี Gate มีสถานะเป็นยังไงนะ
  1450. 1:12:57ครับโดยวิธีการนะครับอ่ะผมก็จะกำหนดเป็น
  1451. 1:13:02คอมเมนต์นะบอกว่าแสดงข้อมูล
  1452. 1:13:04เนาะโดยข้อมูลตัวแรกนะครับจะเป็นข้อมูล
  1453. 1:13:07ชื่อนักเรียนเก็ปริ้นตัวแปรเนมออกมาไม่
  1454. 1:13:10ต้องเติม type แล้วนะครับเพราะว่าเรา
  1455. 1:13:11ต้องการเ็กจะเอาข้อมูลมาใช้นะครับไม่ต้อง
  1456. 1:13:14เติม type เหมือนแสดงสข้อมูลเนาะแสดงข้อ
  1457. 1:13:17มูลออกมาอย่างเดียวนะครับก็ลองกดรันดูนะ
  1458. 1:13:20ก็จะเป็นกล้องรับสยามนะครับต่อมาก็จะเป็น
  1459. 1:13:24ตัวตัวแปล Age นะครับอ่าตัวแปร Age ก็
  1460. 1:13:28ปริ้ Age นะครับอ่ะลองกดรันดูนะก็เป็น 10
  1461. 1:13:32นะครับต่อมาก็จะเป็นตัวแปร
  1462. 1:13:36Gate นะครับตัวแปร Gate แล้วก็สเตตัส
  1463. 1:13:40เนาะอ
  1464. 1:13:42ปิ้
  1465. 1:13:44สตัสนะครับโอเคกดันดูก็จะเป็นกสยาม 10
  1466. 1:13:503.99 แล้วก็ True นะครับโดยข้อมูลนะครับ
  1467. 1:13:55ด้านบนเนี่ยอข้อมูลนักเรียนเนี่ยเราจะ
  1468. 1:13:57เรียกว่าเป็น input
  1469. 1:13:59เนาะ
  1470. 1:14:02input นะครับการแสดงผลข้อมูลเนี่ยจะเป็น
  1471. 1:14:06output นะ
  1472. 1:14:09ครับเป็น
  1473. 1:14:11output ทีนี้ก่อนที่จะแสดงผลเนี่ยนะครับ
  1474. 1:14:14สิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะเปลี่ยนแปลง
  1475. 1:14:16ข้อมูลครับอ่าแก้ไขข้อมูลก่อนที่จะแสดงผล
  1476. 1:14:20นะฮะอ่าอย่างเช่นอายุเนี่ยนะครับผมอยากจะ
  1477. 1:14:23เปลี่ยนจาก 10 ขวบไปเป็น 20 ครับก็จะระบุ
  1478. 1:14:27เป็น Edge เท่ากับ
  1479. 1:14:2820 ในบรรทัดที่ 3 เนี่ยนะครับเป็นการ
  1480. 1:14:31กำหนดค่าเริ่มต้นเนาะแล้วก็มาเปลี่ยนแปลง
  1481. 1:14:33ข้อมูลใหม่นะครับข้อมูลเริ่มต้นเนี่ยอายุ
  1482. 1:14:36เริ่มต้นก็คือ 10 ใช่มั้ยครับผมมาแก้ใน
  1483. 1:14:38บรรทัดที่ 8 ก็คือให้ตกับ 20 ก็จะนำเอา
  1484. 1:14:42ค่างล่าสุดที่แก้นะครับมาทำงานตรงรรทัด
  1485. 1:14:44ที่ 13 เพราะฉะนั้นอายุของนักเรียนนะครับ
  1486. 1:14:48ก็จะเป็น 20 เห็นมั้ยฮะหรือเกรดเฉลี่ยนะ
  1487. 1:14:52ครับจากเดิมเป็น 3.99 เนี่ยผมไปแก้เกรด
  1488. 1:14:54ใหม่นะครับเป็น 4.00 แทนอก็มาแก้อ่าใน
  1489. 1:15:00ส่วนของตัวนี้นะครับบรรทัดที่ 9 ก่อนที่
  1490. 1:15:02จะเริ่มต้นแสดงข้อมูลนะครับนะก็จะเป็นก้อ
  1491. 1:15:06สยามนะครับ 20 4.0 แล้วก็
  1492. 1:15:09True นะ
  1493. 1:15:11ครับทีนี้นะครับในส่วนของการสร้างตัวแปร
  1494. 1:15:14เนี่ยนะครับมันมี 2 แบบแบบแรกก็คือ 1 ตัว
  1495. 1:15:18แปรนะครับเท่ากับ 1 บรรทัดเห็นมั้ยก็คือ
  1496. 1:15:22name บรรทัดที่ 2 นะครับเอบรรทัดที่ 3 3
  1497. 1:15:25เกียดและที่ 4 สเตตัสและที่ 5 ถ้าผม
  1498. 1:15:28ต้องการอยากจะสร้างตัวแปรหลายๆตัวแปรขึ้น
  1499. 1:15:31มานะครับโดยนิยามขึ้นมาแค่บรรทัดเดียวนะ
  1500. 1:15:37ครับจะทำอย่างไรเพราะว่าตอนนี้เราสร้าง
  1501. 1:15:39ตัวแปรขึ้นมา 4 ตัวก็กินพื้นที่ไป 4
  1502. 1:15:41บรรทัดเลยนะครับวิธีการครับเราก็สร้างตัว
  1503. 1:15:44แปรแบบเดิมเลยนะครับก็คือมี name Age
  1504. 1:15:47Gate แล้วก็สตัสนะครับก็จะเป็น name
  1505. 1:15:49เครื่องหมายคอม AG เครื่องหมายคอมแล้วก็
  1506. 1:15:53เกดแล้วก็สสตัสนะครับแบบนี้นะครับสร้าง
  1507. 1:15:57ตัวแปรขึ้นมา 4 ตัวแปรแล้วก็มากำหนดค่า
  1508. 1:15:59เริ่มต้นนะครับโดยตัวแรกก็คือเป็นชื่อก็
  1509. 1:16:03คือก้อนรสยามใช่มั้ครับผมก็มาใส่นะครับ
  1510. 1:16:06ตามด้วยเครื่องหมายคอมม่าคันที่ 2 ก็จะ
  1511. 1:16:08เป็น 10 นะครับก็จะเป็น 10 คันที่ 3 ก็จะ
  1512. 1:16:12เป็น 3.99 นะครับอันสุดซ้ายก็จะเป็น True
  1513. 1:16:17แบบนี้นะครับความหมายเดียวกันเลยก็คือ
  1514. 1:16:21สร้างตัวแปรขึ้นมา 4 ตัวแล้วก็กำหนดค่า
  1515. 1:16:23เริ่มต้นนะครับแต่ว่าเราเราจะเขียนแค่
  1516. 1:16:25บรรทัดเดียวนะะไม่ต้องมากระจายออกมาเป็น 4
  1517. 1:16:30บรรทัดนี้แล้วโอเคนะครับเพราะฉะนั้นการ
  1518. 1:16:33จับคู่ก็จะเริ่มต้นจับคู่โดยจำแนกจาก
  1519. 1:16:36เครื่องหมายคอมม่านะครับอย่างเช่นก้อน
  1520. 1:16:39สยามก็ไปจับกับ name นะครับคอม 2 ก็ Age
  1521. 1:16:42ก็จับกับ 10 Gate ก็จับกับ 3.99 สตัสก็
  1522. 1:16:46จับกับ True อะไรพวกนี้นะครับอันนี้ผมก็
  1523. 1:16:48จะลบทิ้งเนาะไม่ใช้แล้วเพราะว่าเราเขียน
  1524. 1:16:52โค้ดแค่ 1 บรรทัดก็มีตัวแปร 4 ตัวเลยการ
  1525. 1:16:56แก้ไขข้อมูลอันนี้ผมไม่แก้แล้วนะครับนี้
  1526. 1:16:58เป็นการยกตัวอย่างเฉยๆว่าตัวแปรเนี่ย
  1527. 1:17:00สามารถแก้ไขข้อมูลได้อาจจะแก้แค่ส่วนของ
  1528. 1:17:02เกรดแล้วกันนะครับเป็น 4.00 เนาะ
  1529. 1:17:07แ่าโอเคนะครับมาลองกดรันดูซิปั๊บนะครับก็
  1530. 1:17:12จะเป็นกล้องรัฐสยามนะครับ 10 4.0 4.0
  1531. 1:17:16นะครับแล้วก็ ue เนาะทศนิยมตัวเดียวนะ
  1532. 1:17:19ครับทีนี้ในส่วนของการแสดงผลนะครับโดยใช้
  1533. 1:17:23คำสั่งปริ้นหรือว่าฟังก์ชันปริเนี่ยเรา
  1534. 1:17:25สามารถที่จะแต่งประโยคได้แต่งประโยคหมาย
  1535. 1:17:28ความว่าเราสามารถที่จะนำเอาตัวแปรเนี่ยไป
  1536. 1:17:30เขียนร่วมกับข้อความได้โดยข้อความเนี่ย
  1537. 1:17:34มันจะเขียนขอบด้วยเครื่องหมาย Double
  1538. 1:17:36Code ใช่มั้ยครับอย่างเช่นผมต้องการอยาก
  1539. 1:17:38จะให้บอกรายละเอียดเพิ่มเติมครับก็คือตอน
  1540. 1:17:41นี้เป็นการดึงข้อมูลมาจากตัวแปรก็จริงแต่
  1541. 1:17:44ว่าเราไม่รู้เลยว่าเอ๊ะ 10 มันคืออะไร 4.0
  1542. 1:17:46คืออะไร True คืออะไรนะครับแล้วก็จะมีการ
  1543. 1:17:50แต่งประโยคเพื่อที่จะให้การแสดงผลเนี่ย
  1544. 1:17:52มันอ่านและเข้าใจหรือว่าสื่อความหมายมาก
  1545. 1:17:56ยิ่งขึ้นนะครับอย่างเช่นตัวแปร name
  1546. 1:17:58เนี่ยนะครับเป็นชื่อของนักเรียนนะครับมา
  1547. 1:18:00ผมก็จะใส่เครื่องหมาย dou Code นะครับ
  1548. 1:18:03อยู่ด้านหน้าอันนี้ก็จะบอกว่าชื่อนัก
  1549. 1:18:06เรียนมีค่าเท่ากับตามด้วยข้อมูลที่อยู่ใน
  1550. 1:18:09ตัวไป name ครับซึ่งจะคัด้วยเครื่องหมาย
  1551. 1:18:12คอมม่านะครับเป็นการบอกว่าชื่อนักเรียน
  1552. 1:18:15เนี่ยเป็น String นะครับเป็นข้อความที่
  1553. 1:18:17เรากำหนดขึ้นมานะครับส่วนตัวแปรเนี่ยนะ
  1554. 1:18:20ครับก็คือเป็นค่าที่ไว้เก็บข้อมูลซึ่ง
  1555. 1:18:23สามารถเปลี่ยนแปลงได้แต่ว่าส String หรือ
  1556. 1:18:25วชุข้อความเนี่ยเราจะไม่สามารถเปลี่ยนได้
  1557. 1:18:27ตอนที่ทำการรันนะฮะเพราะฉะนั้นนะครับ
  1558. 1:18:29ประโยคเต็มๆก็คือชื่อนักเรียนมีค่าเท่า
  1559. 1:18:31กับตามด้วยข้อมูลที่อยู่ในตัวแ name นะ
  1560. 1:18:34ครับมาลองกดรันดู
  1561. 1:18:36ซิซึ่งจะคัด้วยคหมายความมานะครับอันนี้จะ
  1562. 1:18:39เป็นข้อความธรรมดาแล้วก็เครื่องหมายความ
  1563. 1:18:41มาแล้วก็ตัวแปรของเรานะครับอลองกดรก็จะ
  1564. 1:18:45เป็นชื่อนักเรียนเท่ากับกล้องรัสยามเอ
  1565. 1:18:48ทำไมไม่มีไมเอกอแเอกนะอันนี้ตัว python
  1566. 1:18:53ID ID Le python เี่มันจะมันจะมี
  1567. 1:18:56ปัญหาเรื่องสลาลอยอยู่นะะแต่ว่าตอนนี้เรา
  1568. 1:19:00ก็สามารถเข้าใจได้แล้วนะครับว่าไอ้ข้อมูล
  1569. 1:19:02ตัวแรกเป็นชื่อนักเรียนก็คือเป็นกล้องรัก
  1570. 1:19:05สยามต่อมาก็จะเป็นอายุนะครับอายุ 10 ขวบ
  1571. 1:19:07ใช่มั้ยเราก็มาแต่งประโยคนะครับก็จะเป็น
  1572. 1:19:11อายุมีค่าเท่ากับแล้วก็เครื่องหมายคอมม่า
  1573. 1:19:15ตามด้วยตัวแปรก็คือตัวแปร S นะครับอ่ะลอง
  1574. 1:19:18กดรันดูนะครับอายุ 10 10 อะไรล่ะ 10 ปี
  1575. 1:19:22ใช่มั้ยแล้วก็เอาคำว่าปีมาเขียนต่อท้ายเ
  1576. 1:19:24นะครับก็จะเครื่องหมายควมแล้วก็คำว่าปี
  1577. 1:19:29เนาะอ่าก็จะเป็นปีนี้หรือว่าเป็นขวบก็ได้
  1578. 1:19:33นะครับอายุ 10 ขวบนะฮะนะ
  1579. 1:19:38ขวบ
  1580. 1:19:41โอเคอ่ะโอเคไปนะครับชื่อนักเรียนนะครับ
  1581. 1:19:45อายุเท่ากับ 10 ขวบนะต่อมาก็จะเป็น 4.0
  1582. 1:19:49เนาะอ่า
  1583. 1:19:504.0 4.0 อันนี้ผมใส่หลักเดียวเนาะ
  1584. 1:19:54ทศนิยมนะครับ 4.0 เนี่จะเป็นเฉลี่ยเอ่อ
  1585. 1:19:57เกดเฉลี่ยนะครับก็จะเป็นเกดเฉลี่ยนะครับ
  1586. 1:20:01มีค่าเท่ากับข้อมูลที่อยู่ในตัวแปรเกด
  1587. 1:20:04ครับอ่าก็คั้นหมายคอมม่าเหมือนเดิมเลยนะ
  1588. 1:20:09ครับอ่าเกดเฉลี่ย 4.0 นะครับส่วน ue ก็
  1589. 1:20:13คือเป็นสถานะเนาะสถานะนะ
  1590. 1:20:17ครับสถานะมีค่าเท่า
  1591. 1:20:20กับค่าที่เก็บอยู่ในตัวแปรสเตตัส
  1592. 1:20:24ใช่มยครับอ่าสเตตัสเป็นสถานะเนาะว่าเรียน
  1593. 1:20:27จบหรือยังหรือว่าจะกำลังเรียนอยู่นะครับ
  1594. 1:20:29สถานะเท่ากับ
  1595. 1:20:31True โอเคครับผมอันนี้ก็คือการแสดงข้อ
  1596. 1:20:34มูลนะครับถ้าเป็นการแสดงิข้อมูลก็จะระบุ
  1597. 1:20:38ตัวแปรร่วมกับฟังก์ชัน type หรือว่าคำ
  1598. 1:20:41สั่ง type นะฮะลองกดรันดูเห็นมข้อมูลตัว
  1599. 1:20:46แรกเป็นชื่อนักเรียนนะครับก็คือเป็น sdr
  1600. 1:20:47หรือว่า String นะครับ 10 ก็เป็นตัวเลข
  1601. 1:20:50จำนวนเต็มก็คือ in ทศยมก็คือโนะครับอ่า
  1602. 1:20:54True ก็คือคือ
  1603. 1:20:55บูนโอเคครับผมนี่ก็จะเป็นตัวอย่างการ
  1604. 1:20:58สร้างตัวแปรและก็การตรวจสอบชนิดข้อมูลใน
  1605. 1:21:02ตัวแปรนะครับอาจจะไม่ได้เก็บในตัวแปรก็
  1606. 1:21:06ได้นะครับอาจจะกำหนดเป็นข้อมูลขึ้นมาตรงๆ
  1607. 1:21:09เลยก็ได้นะครับอย่างเช่นปิ้ typ ตัวสุด
  1608. 1:21:11ท้ายนะครับผมใส่เป็นอ่า 3.99 อะไรพวกนี้
  1609. 1:21:15นะ
  1610. 1:21:16ครับก็คืออยากจะตรวจสอบข้อมูลอะไรก็โยน
  1611. 1:21:20ข้อมูลเข้าไปในพื้นที่วงเล็บเปิดปิดของ
  1612. 1:21:23ไทยได้เลยนะครับไม่จำเป็นต้องเก็บลงในตัว
  1613. 1:21:24แปรอย่างเดียวนะฮะอันนี้ก็จะได้ข้อมูลสุด
  1614. 1:21:28ท้ายเป็นเป็นโสนะฮะมา
  1615. 1:21:30ต่อโอเคครับผมก็ประมาณนี้ครับในเรื่องของ
  1616. 1:21:34การสร้างตัวแปร
  1617. 1:21:45ครับครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  1618. 1:21:49ข้อนี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการรับข้อ
  1619. 1:21:53มูลจากผู้ใช้นะครับโดยการรับข้อมูลจากผู้
  1620. 1:21:57ใช้นะครับจะเป็นการใช้งานคำสั่งสำหรับรับ
  1621. 1:22:00ค่าผ่านทางคีย์บอร์ดนะครับแล้วก็เก็บค่า
  1622. 1:22:03ดังกล่าวลงไปในตัวแปรนะครับโดยมีโครง
  1623. 1:22:07สร้างคำสั่งดังนี้นะครับก็คือทำการประกาศ
  1624. 1:22:09ตัวแปรขึ้นมามีค่าเท่ากับตามด้วยคำสั่ง
  1625. 1:22:12input นะครับหรือว่าฟังก์ชัน input ถ้า
  1626. 1:22:16ในคำสั่ง input ตัวนี้นะครับอ่าในพื้นที่
  1627. 1:22:18วงเล็บเปิดปิดก็จะเป็นข้อความที่จะแสดงผล
  1628. 1:22:21ก่อนรับข้อมูลนั่นเองอันนี้ก็คือโครง
  1629. 1:22:25สร้างคำสั่ง input นะครับซึ่งเป็นคำสั่ง
  1630. 1:22:27สำหรับรับค่าผ่านทางคีย์บอร์ดจากผู้ใช้
  1631. 1:22:31งานโปรแกรมนะครับอ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่าง
  1632. 1:22:34การใช้คำสั่ง input ในการรับข้อมูลจากผู้
  1633. 1:22:37ใช้โปรแกรมกันนะครับว่ามีขั้นตอนการใช้
  1634. 1:22:39งานอย่างไรกลับมาที่ไฟล์ Program py ของ
  1635. 1:22:43เรานะครับคำสั่งเดิมจากหัวข้อที่แล้ว
  1636. 1:22:45เนี่ยผมได้ทำการลบทิ้งแล้วนะครับซึ่งจะ
  1637. 1:22:47เป็นเรื่องของการสร้างตัวแปรเนาะอ่าในหัว
  1638. 1:22:50ข้อนี้นะครับจะเป็นเรื่องของการรับข้อมูล
  1639. 1:22:52จากผู้ใช้โปรแกรมนะครับหรือว่าการรับ
  1640. 1:22:55input จากผู้ใช้โปรแกรมผ่านทางคีย์บอร์ด
  1641. 1:22:58นั่นเองนะครับโดยผมจะยกตัวอย่างโดยทำการ
  1642. 1:23:01สร้างอ่าโปรแกรมนะครับสำหรับรับข้อมูล
  1643. 1:23:04พื้นฐานของผู้ใช้งานนะครับเข้ามาทำงานไม่
  1644. 1:23:08ว่าจะเป็นการป้อนชื่ออ่าป้อนอายุป้อนปี
  1645. 1:23:11เกิดอะไรก็ว่าไปนะครับโดยวิธีการเนี่ยนะ
  1646. 1:23:15ครับปกติเวลาที่เราทำการสร้างตัวแปรเนี่ย
  1647. 1:23:17ก็ต้องมีการกำหนดค่าเริ่มต้นใช่มั้ยครับ
  1648. 1:23:19อย่างเช่นผมสร้างตัวแปรเนมขึ้นมานะครับ
  1649. 1:23:22เก็บข้อความเป็นกล้องลักสยามเนาะเาอ่า
  1650. 1:23:26แล้วผมก็จะนำเอาข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร
  1651. 1:23:28name นะครับไปแสดงผลร่วมกับอ่าคำสั่ง
  1652. 1:23:31ปริ้นเนาะก็จะเป็นปริแล้วก็ตัวแปร name
  1653. 1:23:34นะครับอันนี้ก็คือการสร้างตัวแปรแล้วก็
  1654. 1:23:37การกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปรของเรา
  1655. 1:23:39ใช่ไมั้ยครับอกดรันถผลลับก็จะได้ข้อความ
  1656. 1:23:42กล้องรักสยามแสดงผลออกมาทีนี้นะครับผมจะ
  1657. 1:23:45เปลี่ยนใหม่ผมจะเปลี่ยนจากการกำหนดค่า
  1658. 1:23:49เริ่มต้นนะครับให้เก็บลงในตัวแปรเปลี่ยน
  1659. 1:23:51ไปเป็นให้รับข้อมูลจากผู้ใช้โปรแกรมผ่าน
  1660. 1:23:54ทางคีย์บอร์ดนะฮะโดยวิธีการรับค่าเนี่ย
  1661. 1:23:57เราก็จะเปลี่ยนจากการกำหนดค่าเริ่มต้นนะ
  1662. 1:24:00ครับไปเป็นการเรียกใช้ฟังก์ชันมาตรฐานนะ
  1663. 1:24:03ครับหรือว่าคำสั่งสำหรับรับข้อมูลจากผู้
  1664. 1:24:06ใช้โปรแกรมนะครับนก็คือคำสั่งที่ชื่อว่า
  1665. 1:24:09input นั่นเองนะครับตามด้วยเครื่องหมาย
  1666. 1:24:12วงเล็บเปิดปิดนะครับด้านในพื้นที่วงเล็บ
  1667. 1:24:15เปิดปิดตัวนี้ก็จะเป็นข้อความนะครับที่จะ
  1668. 1:24:17ถูกแสดงผลตอนที่เราอยากจะให้ผู้ใช้
  1669. 1:24:22โปรแกรมเนี่ยทำการส่งข้อมูลเข้ามานะครับ
  1670. 1:24:25ก็ต้องมีการระบุข้อความกำกับด้วยนะครับ
  1671. 1:24:26ว่าข้อมูลที่ต้องการจะส่งเข้ามานี่เป็น
  1672. 1:24:28ข้อมูลอะไรอย่างเช่นถ้าให้ป้อนชื่อนะครับ
  1673. 1:24:31อ่าผมก็จะใส่ข้อความด้านในนะครับพื้นที่
  1674. 1:24:35วงเล็บเปิดปิดของตัวคำสั่ง input เนาะบอก
  1675. 1:24:37ว่า
  1676. 1:24:39กรุณาป้อนชื่อของคุณนะ
  1677. 1:24:44ครับซึ่งข้อความดังกล่าวเนี่ยนะครับจะถูก
  1678. 1:24:47แสดงผลตอนที่ทำการรันโปรแกรมขึ้นมานะครับ
  1679. 1:24:52มาเป็นข้อความกำกับเนาะว่าอยากจะให้ให้
  1680. 1:24:54ผู้ใช้โปรแกรมเนี่ยป้อนข้อมูลอะไรเข้ามา
  1681. 1:24:57ทำงานนะครับในนี้ก็คือให้ป้อนชื่อใช่ไหมม
  1682. 1:25:00ครับก็ทำการระบุข้อความกำกับว่ากรุณาป้อน
  1683. 1:25:03ชื่อของคุณนะครับก็จะมีเคเซอร์กระพริบ
  1684. 1:25:06ด้านหลังนะฮะตอนที่ทำการกดรันโปรแกรมเผม
  1685. 1:25:08จะลองกดรันดูนะครับมาที่รันแล้วก็ Run
  1686. 1:25:10module ก็บอกว่ากรุณาป้อนชื่อของคุณนะ
  1687. 1:25:13ครับแล้วก็เครื่องหมายโคลอนนะครับก็คือ
  1688. 1:25:15เครื่องหมายตัวนี้ที่ผมเขียนต่อท้ายนะ
  1689. 1:25:17ครับแล้วก็จะมีเซอร์กระพริบนะครับรอรับ
  1690. 1:25:20input หรือว่ารอรับข้อมูลจากผู้ใช้งานนะ
  1691. 1:25:24ครับในนี้ก็คือผู้ใช้โปรแกรมเนาะให้ป้อน
  1692. 1:25:27ชื่อเข้ามานะครับอย่างเช่นผมป้อนชื่อเป็น
  1693. 1:25:30กล้องและกันนะครับจากนั้นก็กด Enter ครับ
  1694. 1:25:34ปั๊บก็จะได้ข้อความกล้องแสดงผลนะครับถาม
  1695. 1:25:37ว่าคำว่ากล้องที่ป้อนเข้ามาเนี่ยนะครับ
  1696. 1:25:40ถูกเก็บลงไหนนะครับถูกเก็บลงในตัวแปรเนม
  1697. 1:25:44ตัวนี้เพราะว่าตัวแปรเนมรอรับค่าอยู่แล้ว
  1698. 1:25:46จากนั้นเราก็นำเอาตัวแปรเนมนะครับมาแสดง
  1699. 1:25:49ผลในบรรทัดที่ 3 นั่น
  1700. 1:25:51เองโอเคนะครับอ่านี้ก็คือการรับข้อมูลจาก
  1701. 1:25:55ผู้ใช้โปรแกรมนะครับหรืออาจจะแต่งประโยค
  1702. 1:25:58ก็ได้นะครับตอนที่ทำการแสดงผลชื่อเนาะก็
  1703. 1:26:01บอก
  1704. 1:26:02ว่า
  1705. 1:26:03อ่าชื่อของคุณนะ
  1706. 1:26:07ครับมีค่าเท่ากับแล้วก็ข้อมูลที่อยู่ใน
  1707. 1:26:10ตัวแปรเมนะฮะแบบนี้ก็คือรับข้อมูลเข้ามา
  1708. 1:26:15แล้วก็นำข้อมูลมาแสดงผลนะครับอ่ะลองกดลดู
  1709. 1:26:19กรุณาป้อนชื่อของคุณนะครับผมใส่เป็นกล้อง
  1710. 1:26:21ภาษาอังกฤษนะฮะกด Enter ครับอ่าข้อมูล
  1711. 1:26:25กล้องตัวนี้ก็จะเก็บลงในตัวแปรเมนะครับ
  1712. 1:26:27ตัวแปรเมก็จะนำไปใช้งานร่วมกับอ่าคำสั่ง
  1713. 1:26:30ปริ้นใช่่ไมั้ยครับชื่อของคุณแล้วก็ข้อ
  1714. 1:26:32มูลที่อยู่ในตัวแปร
  1715. 1:26:34เมโอเคนะครับอ่ะนอกเหนือจากการป้อนชื่อนะ
  1716. 1:26:39ครับผมอยากจะให้ป้อนปีเกิดนะครับอ่ะผมจะ
  1717. 1:26:42ทำการสร้างตัวแปรยขึ้นมานะมีค่าเท่ากับ
  1718. 1:26:45input นะครับก็คือให้รอรับชื่อก่อนนะ
  1719. 1:26:50ครับเมื่อป้อนชื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะเป็น
  1720. 1:26:52การป้อนปีเกิดครับอผมก็จะใส่ข้อความ
  1721. 1:26:55กำกับบอกว่ากรุณาป้อนปีเกิดของคุณนะครับ
  1722. 1:27:02ผมจะใส่วงเล็บด้วยนะครับว่าเป็นปีพ.ศเนาะ
  1723. 1:27:05อ่า
  1724. 1:27:06พ.ศนะครับแล้วก็เครื่องหมายโคลอนพอพอจุดส
  1725. 1:27:11จุดหรือเปล่าอประมาณนี้นะครับเพื่อทำการ
  1726. 1:27:15ป้อนปีเกิดเสร็จเรียบร้อยนะครับก็จะนำเอา
  1727. 1:27:17ข้อมูลปีเกิดมาแสดงผลนะครับก็จะเป็นอ่าปี
  1728. 1:27:22เกิดนะครับ
  1729. 1:27:25มีค่าเท่ากับข้อมูลนะครับที่ถูกส่งลงมา
  1730. 1:27:31เก็บลงในตัวแปรตัวแปร Year นะครับเพราะ
  1731. 1:27:34ว่าตัวแปร Year เนี่ยให้ทำการเก็บอ่าข้อ
  1732. 1:27:39มูลปีเกิดนั่นเองนะครับจากผู้ใช้โปรแกรม
  1733. 1:27:42เนาะผู้ใช้โปรแกรมก็กรอกข้อมูลเข้ามานะ
  1734. 1:27:45ครับเมื่อกรอกเสร็จกด Enter ปั๊บก็นำข้อ
  1735. 1:27:47มูลลงมาเก็บลงในตัวแปรของเราก็คือตัวแปร
  1736. 1:27:51เนมกับ Year นะครับโดยตัวแปรเมจะเก็บชื่อ
  1737. 1:27:53Year เก็บเกิดนะฮะอ่าลองกดรันดูซิการทำ
  1738. 1:27:58งานเริ่มต้นนะครับก็จะให้ป้อนชื่อก่อน
  1739. 1:28:00เพราะว่าบรรทัดที่ 1 ให้ทำการป้อนชื่อใช่
  1740. 1:28:03มั้ยครับออย่างเช่นเป็นชื่อกล้องเหมือน
  1741. 1:28:05เดิมเลยนะครับนะอ่ะเป็นกล้องนะครับกดปุ่ม
  1742. 1:28:10Enter ครับปั๊บต่อมาก็จะเป็นป้อนปีเกิด
  1743. 1:28:14ของคุณนะครับอย่างเช่นเป็นปี 256 7 อะไร
  1744. 1:28:19พวกนี้นะครับก็กดปุ่ม
  1745. 1:28:22Enter ชื่อของคุณเท่ากับกล้องนะครับปี
  1746. 1:28:25เกิด 2567 นะฮะอ่าทีนี้นะครับอ่าหลังจาก
  1747. 1:28:32ที่เราทำการรับ input จากผู้ใช้โปรแกรม
  1748. 1:28:37แล้วนะครับก็คือรับข้อมูลจากผู้ใช้
  1749. 1:28:39โปรแกรมมาเก็บลงในตัวแปรที่เราสนใจก็คือ
  1750. 1:28:41ตัวแปร Name กับ Year นะครับสิ่งที่ผม
  1751. 1:28:44ต้องการตรวจสอบก็คืออยากจะทราว่าข้อมูล
  1752. 1:28:47ที่ส่งมาเนี่ยนะครับเก็บลงในตัวแปร Name
  1753. 1:28:50กับ Year เนี่ยมีชนิดข้อมูลอ่าเป็นอะไรนะ
  1754. 1:28:54ครับผมก็ทำการตรวจสอบชนิดข้อมูลครับโดย
  1755. 1:28:56ใช้คำสั่ง type นะครับตามด้วยชื่อตัวแปร
  1756. 1:29:00ที่ผมต้องการในตรวจสอบชนิดข้อมูลนะครับก็
  1757. 1:29:03คือ Name กับ Year ใช่ไมมครับอ่าต้องการ
  1758. 1:29:05อยากจะทราบว่าข้อมูลที่ส่งเข้ามานั้นมีิ
  1759. 1:29:09ข้อมูลเป็นแบบใดซึ่งถ้าทุกคนมาดูในส่วน
  1760. 1:29:12ของ name เนี่ยมันก็เป็น String ใช่ไหมม
  1761. 1:29:14ครับส่วน Year เนี่ยมันจะต้องเป็นตัวเลข
  1762. 1:29:16จำนวนเต็มใช่มั้ครับว่าปีพ.ศเป็นตัวเลข
  1763. 1:29:19เตมๆเนาะอ่ะลองกดรันดูซิมาตรวจสอบนะครับ
  1764. 1:29:23มาป้อนชื่อนะครับเป็นกล้องนะครับปีเกิด
  1765. 1:29:252567 กด Enter ปั๊บนะครับก็จะได้ข้อมูล
  1766. 1:29:29ที่อยู่ในตัวแปร Name กับ Year เนี่ยนะ
  1767. 1:29:32ครับมีชนนี้ข้อมูลเป็น String ครับเพราะ
  1768. 1:29:34ฉะนั้นการทำงานของตัวฟังก์ชัน input นะ
  1769. 1:29:37ครับข้อมูลที่ถูกส่งนะครับมาเก็บลงในตัว
  1770. 1:29:41แปรเนี่ยจะเป็นข้อความหรือว่าสริงเสมอนะ
  1771. 1:29:46ฮะถ้าเราต้องการอยากจะอ่านำเอาข้อมูลที่
  1772. 1:29:50เป็นตัวเลขเครับมาคำนวณทางคณิตศาสตร์ก็จะ
  1773. 1:29:53ต้องมีการแปลงชนิดข้อมูลก่อนนะครับจาก
  1774. 1:29:55String ให้กลายเป็นตัวเลขนะครับตัวเลขก็
  1775. 1:29:59ขึ้นอยู่กับอ่าประเภทที่เราสนใจนะครับว่า
  1776. 1:30:02เป็นตัวเลขจำนวนเต็มหรือว่าตัวเลขที่มี
  1777. 1:30:04จุดทศนิยมนั่นเองแต่ว่าตัว input ที่มี
  1778. 1:30:08การกำหนดภายในโปรแกรมของเราเนี่ยนะครับ
  1779. 1:30:11อ่าเวลาที่ทำการรับข้อมูลผ่านทาง
  1780. 1:30:14คีย์บอร์ดจากผู้ใช้โปรแกรมเนี่ยเราจะได้
  1781. 1:30:16ข้อมูลที่เป็น String นะครับมาใช้งานเสมอ
  1782. 1:30:20นะครับอย่างเช่นตอนนี้ผมป้อนชื่อเป็น
  1783. 1:30:22กล้องใช่มั้ยครับอ่ะก็เป็นสิงเนาะปีเกิด
  1784. 1:30:25เป็น 2567 นะครับ 2567 ตัวนี้ก็จะถือว่า
  1785. 1:30:27เป็น String นะฮะเพราะว่ารูปแบบของชนนี้
  1786. 1:30:31ข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร Year เป็นเป็น
  1787. 1:30:33String นั่นเองนะฮะแต่ในข้อต่อไปครับเรา
  1788. 1:30:36ก็จะมาลุยในส่วนของการแปลงเิข้อมูล
  1789. 1:30:48กันครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  1790. 1:30:51ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จากกับการ
  1791. 1:30:54แปลงชนิดข้อมูลนะครับหรือว่า typ Casting
  1792. 1:30:56กันนะครับซึ่งผมจะยกตัวอย่างอยู่ด้วยกัน 3
  1793. 1:31:00คำสั่งนะครับในเรื่องของการแปลงชนิดข้อ
  1794. 1:31:02มูลเนาะคำสัแรก็คือ int วงเล็บเปิดปิด
  1795. 1:31:05แล้วก็ข้อมูลนะครับความหมายก็คือทำการ
  1796. 1:31:07แปลงข้อมูลชนิดอื่นเป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะ
  1797. 1:31:10ครับต่อมาก็คือดงเลขเปิดปิดแล้วก็ข้อมูล
  1798. 1:31:14นะครับความหมายก็คือเป็นการแปลงข้อมูล
  1799. 1:31:16ชนิดอื่นนะครับเป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยม
  1800. 1:31:19นั่นเองนะฮะแลก็ตัวสุดท้ายก็คือ str วง
  1801. 1:31:22เล็บเปิดปิดแล้วก็ข้อมูลมนะครับเป็นการ
  1802. 1:31:24แปลงข้อมูลชนิดอื่นเป็นข้อความหรือ String
  1803. 1:31:27นะครับมันก็คือการนำเอาชื่อของชนิดข้อมูล
  1804. 1:31:31นะครับมาครอบข้อมูลที่เราต้องการเจะ
  1805. 1:31:33เปลี่ยนให้กลายเป็นชนิดข้อมูลที่เรา
  1806. 1:31:36ต้องการนะครับอย่างเช่นถ้าเป็น in ก็คือ
  1807. 1:31:38แปลงข้อมูลอื่นให้กลายเป็น in ถ้าเป็นโก็
  1808. 1:31:40คือแปลงข้อมูลอื่นให้กลายเป็นโดหรือว่า
  1809. 1:31:42เลขที่มีจุดทศนิยมนะครับถ้าเป็น String
  1810. 1:31:45ก็คือ str นะฮะอ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการ
  1811. 1:31:48เขียนโปรแกรมสำหรับแปลงเนิข้อมูลกันนะ
  1812. 1:31:51ครับว่ามีขั้นตอนการเขียนอย่างไรการมาที่
  1813. 1:31:54โปรเจคของเรานะครับจากหัวข้อที่ผ่านมา
  1814. 1:31:56ครับเราก็ได้ลุยในส่วนของการรับข้อมูลจาก
  1815. 1:31:59ผู้ใช้โปรแกรมนะครับโดยเลกใช้งานคำสั่ง
  1816. 1:32:02input นะครับในการรับชื่อแล้วก็รับปี
  1817. 1:32:05เกิดเข้ามาทำงานใช่มั้ย
  1818. 1:32:07ครับสิ่งที่ผมต้องการนะครับก็จะเป็นอ่า
  1819. 1:32:11ส่วนของการบอกว่าตอนนี้อ่าผู้ใช้งาน
  1820. 1:32:15โปรแกรมของเราเนี่ยเามีอายุกี่ปีนะครับ
  1821. 1:32:18เพราะว่ามีการป้อนปีเกิดเข้ามาใช่มั้ครับ
  1822. 1:32:21อย่างเช่นถ้าเกิดปี 2540 0 นะครับผู้ใช้
  1823. 1:32:25งานโปรแกรมของเราเนี่ยจะมีอายุกี่ปีนั่น
  1824. 1:32:28เองอันนี้ก็คือสิ่งที่ผมต้องการนะครับอ่า
  1825. 1:32:30เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างเนาะอย่างเช่นตอนที่
  1826. 1:32:33ทำการรนโปรแกรมขึ้นมานะครับทำการป้อนชื่อ
  1827. 1:32:35อย่างเช่นชื่อกล้องนะครับป้อนปีเกิดของ
  1828. 1:32:38คุณนะครับมาเป็น
  1829. 1:32:402540 อะไรพวกนี้นะครับสิ่งที่ผมต้องการ
  1830. 1:32:44ก็คืออยากจะให้มีการคำนวณอายุของผู้ใช้
  1831. 1:32:49โปรแกรมนะครับโดยอ้างยิงตามปีเกิดนะครับ
  1832. 1:32:52อย่างเช่นปีปัจจุบันตอนนี้นะครับเป็น
  1833. 1:32:552567 นะครับต้องการอยจะทราบว่าอ่าเด็ก
  1834. 1:32:58ใช้กล้องนะครับที่เกิดปี 2540 เนี่ยมี
  1835. 1:33:01อายุกี่ปีนะครับในปี 2567 นั่นเองเพราะ
  1836. 1:33:05ฉะนั้นนะครับสิ่งที่จะต้องทำก็คือทำการหา
  1837. 1:33:09อ่าผลต่างของปีเกิดใช่มั้ยครับปีผศเกิดก็
  1838. 1:33:14คือนำเอาปีปัจจุบันไปลบกับปีเกิดก็จะได้
  1839. 1:33:18อายุนะครับของผู้ใช้มาใช้งานแล้วนั่นเอง
  1840. 1:33:22นะฮะก็คือนำเอาปี 2567 ไปลบกับ 2540 นะ
  1841. 1:33:27ครับก็จะทราบอายุของเด็กชายกล้องนะครับ
  1842. 1:33:30ว่ามีอายุกี่ปีนะฮะอันนี้ก็คือสิ่งที่เรา
  1843. 1:33:34จะทำนะ
  1844. 1:33:35ครับเพราะฉะนั้นนะครับคำสั่งที่จะถูก
  1845. 1:33:38เพิ่มเข้าไปก็จะเป็นการแสดงอายุนะครับว่า
  1846. 1:33:43ตอนนี้เด็กช้กล้องหรือคนที่มาใช้โปรแกรม
  1847. 1:33:47เนี่ยเมื่อป้อนปีเกิดไปแล้วนะครับต้องการ
  1848. 1:33:49จะจะทราบว่าอายุปัจจุบันของตัวเองนี่มี
  1849. 1:33:52อายุกี่ปีนะครับจะทำทำอย่างไรวิธีการนะ
  1850. 1:33:56ครับอ่าผมก็จะทำการแสดงข้อความนะบอกว่าปี
  1851. 1:33:59นี้คุณมีอายุนะ
  1852. 1:34:02ครับปีนี้คุณมีอายุนะครับเท่ากับกี่ปีนะ
  1853. 1:34:07ครับก็ทำการคำนวณโดยนำเอา
  1854. 1:34:11อ่าปีปัจจุบันนะครับก็คือปี 2567 นะครับณ
  1855. 1:34:15วันที่ผมอัดคลิปนะครับจะเป็นปี 2567 เนาะ
  1856. 1:34:18ไปรบกับปีเกิดที่ป้อนเข้ามานะครับนั่นก็
  1857. 1:34:20คือตัวแปรเยียนั่นเองนะนะครับอ่าอันนี้ก็
  1858. 1:34:25คือการคำนวณเนาะเอาปีปัจจุบันลบกับปีเกิด
  1859. 1:34:29นะครับก็จะทราบว่าปีนี้มีอายุกี่ปีนะครับ
  1860. 1:34:33ก็คือมีอายุกี่ปีนั่นแหละนะอ่ะมาดูผล
  1861. 1:34:36ลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับว่าจะได้ผลลัพธ์
  1862. 1:34:38เป็นอย่างไรเนาะอ่ะปอนชื่อเหมือนเดิมเลย
  1863. 1:34:41นะครับก็คือกล้องนะครับปีพ.ศเกิดครับอ่ะ
  1864. 1:34:462540 กด Enter ครับก็แสดงข้อข้อมูลนะ
  1865. 1:34:51ครับบอกว่าชื่อของคุณกล้องนะครับปีเกิด
  1866. 1:34:532540 แต่ว่าปัญหาที่ตามมาครับก็คืออย่า
  1867. 1:34:58มี Error ครับบรรทัดที่ 6 ครับบรรทัดที่ 6
  1868. 1:35:01คือตัว
  1869. 1:35:02ไหนคือส่วนที่คำนวณใช่มั้ยครับคำนวณว่า
  1870. 1:35:06ตอนนี้มีอายุกี่ปีนะฮะก็คือ 25 6 7 ลบ
  1871. 1:35:10กับข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร Year นะครับ
  1872. 1:35:14ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือไม่สามารถลบได้
  1873. 1:35:17เพราะว่าอะไรครับเพราะว่า 2567 นะครับ
  1874. 1:35:20เป็นตัวเลขจำนวนเต็มแต่ว่าข้อมูลที่อยู่
  1875. 1:35:24ในตัวแปร Year นะครับมันเป็น
  1876. 1:35:26String หรือว่าเป็นชุดข้อความนะครับนำ
  1877. 1:35:29เอาตัวเลขไปลบกับข้อความไม่ได้นะครับ
  1878. 1:35:32เพราะว่าการคำนวณทางคณิตศาสตร์ในเรื่อง
  1879. 1:35:34ของการบวกลบคูณหารเนี่ยอ่าชนิดข้อมูลจะ
  1880. 1:35:37ต้องเหมือนกันก็คือเป็นตัวเลขเหมือนกันนะ
  1881. 1:35:39ครับอย่างเช่นตัวเลขจำนวนเต็มทศนิยม
  1882. 1:35:42สามารถนำมาบวกลบคูณหารกันได้แต่ถ้าเป็น
  1883. 1:35:45ตัวเลขกับข้อความนะครับจะไม่สามารถคำนวณ
  1884. 1:35:49ทางคณิตศาสตร์ได้นะครับมันก็เลยบอกว่าอ่า
  1885. 1:35:51ไม่ซัพพอร์ตส่วนของทนี้ข้อมูลที่เป็น in
  1886. 1:35:55ก็คือ 2567 นะครับที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม
  1887. 1:35:57กับ Year ที่เป็น String ก็คือ strr ไม่
  1888. 1:36:01สามารถนมาคำนวณได้นะครับเพราะว่าอะไรครับ
  1889. 1:36:04เพราะว่าข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร Year
  1890. 1:36:06เนี่ยมันเป็น String ใช่ไหมมครับเพราะว่า
  1891. 1:36:08เราทำการตรวจสอบ typ แล้วอ่ะเดี๋ยวผมจะ
  1892. 1:36:10เขียนคอมเมนต์ในบรรทัดที่ 6 ออกเนาะอ่า
  1893. 1:36:12เขียนคอมเมนต์เอาไว้นะครับไม่ให้มันทำงาน
  1894. 1:36:14เพื่อที่จะให้โปรแกรมมันรันผ่านก่อนนะ
  1895. 1:36:17ครับมาชื่อกล้องนะครับอายุอไม่ใช่อายุนะ
  1896. 1:36:20ครับปีเกิด 2540 นะครับแต่สังเกตว่าว่า
  1897. 1:36:23อ่าชนิดข้อมูลนะครับที่อยู่ในตัวแปร Name
  1898. 1:36:27กับ Year เนี่ยมันเป็น String ทั้งคู่แต่
  1899. 1:36:30การคำนวณทางคณิตศาสตรเนี่ยเราไม่สามารถนำ
  1900. 1:36:32เอา String หรือว่าชุดข้อความมาคำนวณได้
  1901. 1:36:34ก็จะต้องมีการแปลงครับแปลงชนิดข้อมูลอ่า
  1902. 1:36:38ที่อยู่ในตัวแปร Year นะครับเพราะว่าตัว
  1903. 1:36:40แปร Year เนี่ยทำการส่งข้อมูลที่เป็นอ่า
  1904. 1:36:43ตัวเลขเข้ามาใช่ไหมมครับแต่ว่าอ่าผลลัพธ์
  1905. 1:36:47จากการใช้คำสั่ง input เนี่ยตัวเลขที่ส่ง
  1906. 1:36:49เข้ามาเนี่ยมันเป็นตัวเลขที่อยู่ในรูปแบบ
  1907. 1:36:52ของ String ก็คือตัวเลขอ่าที่ไม่สามารถนำ
  1908. 1:36:56มาคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้ถ้าต้องการให้
  1909. 1:36:59คำนวณทางคณิตศาสตร์ก็เปลี่ยนจาก String
  1910. 1:37:01ให้กลายเป็นตัวเลขนะครับแปลงเป็นตัวเลข
  1911. 1:37:04จำนวนเต็มหรือว่าตัวเลขที่มีจุดทศนิยมก็
  1912. 1:37:07ได้นะครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะ
  1913. 1:37:10แปลงอ่า String ให้กลายเป็นตัวเลขจำนวน
  1914. 1:37:13เต็มนะครับก็จะนำเอาส่วนของคำสั่ง in นะ
  1915. 1:37:18ครับมาเขียนครอบชื่อตัวแปร Year ครับแบบ
  1916. 1:37:21นี้ก็คือ in Year
  1917. 1:37:24เป็นการบอกว่าเอาข้อมูลตัวเลขที่อยู่ใน
  1918. 1:37:27ตัวแปร Year เนี่ยที่เป็น String นะครับ
  1919. 1:37:30แปลงให้อยู่ในรูปแบบของ int นะครับเมื่อ
  1920. 1:37:33แปลงเสร็จเรียบร้อยก็สามารถนำมาลบกับ 2567
  1921. 1:37:37ได้นั่น
  1922. 1:37:38เองโอเคนะครับอ่าประมาณนี้นะประมาณนี้
  1923. 1:37:42เดี๋ยวผมจะ
  1924. 1:37:44อ่อ
  1925. 1:37:46ลบไ๋นะเดี๋ยวผมจะเขียนคอมเมนต์บรรทัดที่
  1926. 1:37:51อ่ะ 8 กับ 9 นะครับเอาไว้เหมือนเดิม
  1927. 1:37:53เดี๋ยวผมลองกดรันให้ทุกคนดูก่อนนะฮะปอน
  1928. 1:37:57ชื่อของคุณนะครับมาเป็นกล้องปีพ.ศเกิด
  1929. 1:38:002540 กด Enter นะครับแต่สังเกตว่า
  1930. 1:38:03โปรแกรมของเราเนี่ยสามารถทำงานได้ปกติก็
  1931. 1:38:07คือปีนี้มีอายุ 27 ปีนะครับแต่ว่าชนิดข้อ
  1932. 1:38:11มูลที่อยู่ในตัวแปร Year มันยังเป็นสิ
  1933. 1:38:13อยู่เลยเพราะว่าอะไรครับเพราะว่าเราทำการ
  1934. 1:38:15แปลงชนิดข้อมูลนะครับจากสิให้กลายเป็น in
  1935. 1:38:18เนี่ยในบรรทัดที่ 6 ก็คือทำงานแค่บรรทัด
  1936. 1:38:22ที่ 6 อย่างเดียวนะครับไม่ได้แปลงอ่าให้
  1937. 1:38:24กับตัวแปร Year ตัวนี้นะครับมันจะแปลง
  1938. 1:38:27เฉพาะในบรรทัดที่ 6 แต่ว่าในบรรทัดที่ 9
  1939. 1:38:29เนี่ย Year ก็ยังเป็นสิงอยู่เหมือนเดิม
  1940. 1:38:31ความหมายก็คือเราจะทำการแปลงชนิดข้อมูลนะ
  1941. 1:38:34ครับอ่าที่อยู่ในตัวแปร Year เนี่ยเฉพาะ
  1942. 1:38:38ตอนที่นำมาคำนวณเท่านั้นก็คือในบรรทัดที่
  1943. 1:38:416 แต่ว่าข้อมูลอทีนี้ข้อมูลเดิมของมัน
  1944. 1:38:44เนี่ยก็คือบรรทัดที่ 9 นะครับก็คือบรรทัด
  1945. 1:38:48ที่ 2 เนี่ยรับข้อมูลเข้ามาแปลงนะครับ
  1946. 1:38:51แปลงแค่ตรงส่วนนี้แลก็จบการทำงานไปเลยนะ
  1947. 1:38:55ครับแต่ตัวแปร Year ของเราเนี่ยมันก็ยัง
  1948. 1:38:58มีชนิดข้อมูลเป็น String เหมือนเดิมเพราะ
  1949. 1:39:00ว่าแปลงแค่ส่วนนี้ส่วนอื่นมันได้แปลงนะ
  1950. 1:39:03ครับอ่าก็คือตั้งแต่บรัที่ 2 ไปเนี่ยจน
  1951. 1:39:06ถึงบรรทัดที่ 9 ตัวเยียของเราก็ยังเป็นสิ
  1952. 1:39:09อยู่นะครับแต่ว่าจะถูกแปลงแค่ส่วนของ
  1953. 1:39:11บรทัดที่ 6 เท่านั้นก็คือในบล็อกของคำ
  1954. 1:39:14สั่งปริ้นก็คือทำงานเฉพาะในพื้นที่วงเล็บ
  1955. 1:39:17เปิดปิดของอ่าคำสั่ง
  1956. 1:39:19ปริ้นนะครับก็เลยได้ผลลัพธ์เป็น sdr
  1957. 1:39:22เหมือนเดิม
  1958. 1:39:24นะครับแต่ว่าการคำนวณเนี่ยก็สามารถนำเอา
  1959. 1:39:27อ่อปีพ.ศปัจจุบันก็คือ 2567 นะครับไปลบ
  1960. 1:39:32กับ 2540 ได้ได้บทลับเป็น 27 เพราะฉะนั้น
  1961. 1:39:35ตอนนี้
  1962. 1:39:36อ่าอายุนะครับของกล้องเนี่ยก็คือ 27
  1963. 1:39:41ปีโอเคนะครับบางคนก็อาจจะมีความสงสัยว่า
  1964. 1:39:45เอ๊ะถ้าอยากจะแปลงตัวแปรเยียเนี่ยให้เป็น
  1965. 1:39:49อินแบบถาวรล่ะจะแปลงยังไงนะครับวิธีการ
  1966. 1:39:52ครับเราก็จะนำเอา in เนี่ยมาเขียนครอบ
  1967. 1:39:54input ครับอ่าเป็นการอ่ารับ input จาก
  1968. 1:39:59ผู้ใช้โปรแกรมนะครับแล้วก็แปลง input ดัง
  1969. 1:40:02กล่าวให้เป็น int ตัวแปรเยียวแล้วก็จะมี
  1970. 1:40:04ค่าเป็น int อัตโนมัติเลยนะครับก็คือไม่
  1971. 1:40:07ต้องมาแปลงในบรรทัดที่ 6 แล้วนะครับ
  1972. 1:40:10อ่าโดยการแปลงในบรรทัดที่ 6 เนี่ยจะเป็น
  1973. 1:40:14การแปลงเฉพาะส่วนก็คือในพื้นที่ของอ่าคำ
  1974. 1:40:18สั่งปริ้นแต่ถ้าต้องการเนี่ยจะกำหนดให้
  1975. 1:40:21ตัวแปร Year เป็น in อัตโนมัติก็ต้องแปลง
  1976. 1:40:24ตอนที่รับข้อมูลเข้ามาโอเคนะครับอ่ะผมจะ
  1977. 1:40:28ลองกดรันใหม่เนาะนะครับป้อนชื่อของคุณ
  1978. 1:40:32เป็นกล้องนะครับปีเกิด
  1979. 1:40:342540 นะครับปีนี้คุณมีอายุ 27 นะครับ
  1980. 1:40:38แล้วก็มีชนิดข้อมูลเป็น in เห็นมั้ยฮะ
  1981. 1:40:40เพราะว่าเราทำการรับข้อมูลแล้วก็แปลงที
  1982. 1:40:44นี้ข้อมูลในครั้ง
  1983. 1:40:45เดียวโอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง
  1984. 1:40:48การแปลงชนิดข้อมูลเนาะอ่าประมาณนี้นะครับ
  1985. 1:40:52ประมาณนี้
  1986. 1:40:54หรือถ้าผมอยากจะทราบว่าอ่าโจโจ้นะครับ
  1987. 1:41:00เกิดปี 2538 นะครับปีนี้เนี่ยโจโจ้จะมี
  1988. 1:41:03อายุกี่ปีนะครับก็กดรันดูก็บอกว่าปีนี้
  1989. 1:41:06คุณมีอายุ 29 นะครับไม่มีหน่วยปีนะผมจะ
  1990. 1:41:09ลองเติมปีต่อท้ายเข้า
  1991. 1:41:11ไปนะครับอ่ะปี
  1992. 1:41:14โอเคส่วนการเช็ค typ ผมจะลบออกนะฮะทุกคน
  1993. 1:41:18น่าจะเห็นผลลัพธ์แล้วเนาะว่าถ้าเรานำเอาท
  1994. 1:41:22นี้ข้อมูลมาครอบใน input เนี่ย input ตัว
  1995. 1:41:24นี้ก็ไปเสมือนกับ String ชุดนึงนะครับ
  1996. 1:41:26เพราะว่ามันส่งผลลัพธ์กลับมาเป็น String
  1997. 1:41:28นะครับแล้วก็แปลง String ตัวนี้นะครับที่
  1998. 1:41:31ผู้ใช้ทำการส่งข้อมูลเข้ามาเนี่ยนะครับ
  1999. 1:41:34จากเดิมเราเก็บลงในตัวแปร Year ใช่มยแล้ว
  2000. 1:41:36ก็เอา in มาครอบเพราะฉะนั้นไอ้ข้อมูลที่
  2001. 1:41:39ส่งเข้ามาจากเดิมที่มันเป็น String ก็จะ
  2002. 1:41:41ถูกแปลงให้เป็น int ตัวแปรเดียวเราก็จะมี
  2003. 1:41:45คข้อมูลเป็น in
  2004. 1:41:47อัตโนมัตินะครับอ่ะลองกดรันใหม่นะกล้อง
  2005. 1:41:51เหมือนเดิมนะครับ
  2006. 1:41:532540 นะครับปีนี้คุณมีอายุ 27
  2007. 1:41:57ปีโอเคนะครับชื่อของคุณก็คือกล้องเนาะปี
  2008. 1:42:00เกิด 2540 นะฮะโอเคครับผมนี้ก็จะเป็นตัว
  2009. 1:42:04อย่างการแปลงิข้อมูลครับก็จะได้ผลลัพธ์
  2010. 1:42:07ตามที่แสดงข้างต้น
  2011. 1:42:17เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  2012. 1:42:21ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับตัว
  2013. 1:42:24ดำเนินการหรือว่า Operator ในภาษา python
  2014. 1:42:27นะครับโดยความหมายของตัวดำเนินการก็คือ
  2015. 1:42:31กลุ่มของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่ใช้
  2016. 1:42:35ในการเขนโปรแกรมนะครับผมจะยกตัวอย่าง
  2017. 1:42:37อย่างเช่นผมมีสมการ a + b นะครับ
  2018. 1:42:40เครื่องหมายบวกเราจะเรียกว่าตัวดำเนินการ
  2019. 1:42:43หรือว่า Operator ส่วน a กับ B เราจะ
  2020. 1:42:47เรียกว่าตัวถูกดำเนินการหรือว่า operand
  2021. 1:42:50นะฮะโดยในส่วนของตัวดำเนินการในภาษา
  2022. 1:42:54python ก็จะมีอยู่หลายประเภทด้วยกันนะ
  2023. 1:42:57ครับประเภทแรกก็คือตัวดำเนินการทาง
  2024. 1:42:59คณิตศาสตร์นะครับในเรื่องของการคำนวณบวก
  2025. 1:43:01ลบคูณหารนะต่อมาก็จะเป็นตัวดำเนินการ
  2026. 1:43:05กำหนดค่าหรือว่า assignment Operator นะ
  2027. 1:43:08ครับต่อมาก็จะเป็นตัวดำเนินการเปรียบ
  2028. 1:43:10เทียบหรือว่า comparison
  2029. 1:43:12Operator ต่อมาก็จะเป็นตัวดำเนินการทาง
  2030. 1:43:15ตรรกศาสตร์นะครับหรือว่า logical เนาะต่อ
  2031. 1:43:19มาก็จะเป็นตัวดำเนินการเอกลักษณ์หรือว่า
  2032. 1:43:21Identity นะครับแล้วก็ตัวสุดท้าย
  2033. 1:43:24ก็คือตัวดำเนินการสมาชิกนะฮะในหัวข้อนี้
  2034. 1:43:28ผมจะมายกตัวอย่างตัวดำเนินการทาง
  2035. 1:43:30คณิตศาสตร์ครับซึ่งจะเป็นเรื่องของการใช้
  2036. 1:43:34สัญลักษณ์ในการคำนวณทางคณิตศาสตร์นะครับ
  2037. 1:43:36ซึ่งจะมีอยู่ 7 ตัวด้วยกันนะครับที่ทุกคน
  2038. 1:43:40ต้องทราบตัวแรกก็คือเครื่องหมายบวกความ
  2039. 1:43:44หมายก็คืออ่าเป็นการหาผลบวกนะฮะต่อมาก็จะ
  2040. 1:43:48เป็นเครื่องหมายลบหรือว่าเครื่องหมายขีด
  2041. 1:43:50เนาะก็คือการลบต่อมาก็คือเครื่องหมายป
  2042. 1:43:53ครับก็คือการคูณหรือว่าดอกจันนั่นเองนะฮะ
  2043. 1:43:56ต่อมาก็คือสชเป็นการหารต่อมาก็จะเป็น
  2044. 1:43:59เครื่องหมายเปอร์เซ็นต์เป็นการหันเอาเศษ
  2045. 1:44:02นะครับต่อมาก็จะเป็นเครื่องหมายสตาร 2
  2046. 1:44:05ตัวหรือว่าดอกจัน 2 ตัวก็คือเป็นการยก
  2047. 1:44:08กำลังแล้วก็เครื่องหมาย slash 2 ตัวเป็น
  2048. 1:44:11การหารไม่เอาเศษก็คือไม่มีจุดทศนิยมนั่น
  2049. 1:44:15เองนะครับเป็นการหารแลก็จัดให้อยู่ในรูป
  2050. 1:44:18แบบของตัวเลขจำนวนเต็มแต่้าเป็นการหันเอ
  2051. 1:44:21เศษก็คือเราจะได้เอ่อเ่อผลลัพธ์เป็นตัว
  2052. 1:44:24เลขที่มีจุดทศนิยมนะครับในกรณีที่มันหาร
  2053. 1:44:27ไม่ลงตัวเนาะอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้
  2054. 1:44:31ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์กันนะครับว่ามี
  2055. 1:44:33ขั้นตอนการใช้งานอย่างไรกลับมาที่โปรเจค
  2056. 1:44:36ของเรานะครับในส่วนของการใช้งานตัวดำเนิน
  2057. 1:44:39การทางคณิตศาสตร์เนี่ยเราก็จะต้องมีข้อ
  2058. 1:44:42มูลอ่าตัวเลขนะครับที่สามารถนำมาคำนวณทาง
  2059. 1:44:45คณิตศาสตร์ได้ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขจำนวน
  2060. 1:44:47เต็มหรือว่าตัวเลขที่มีจุดทศนิยมนะฮะผมจะ
  2061. 1:44:50ยกตัวอย่างนะครับอย่างเช่นผลต้องการสร้าง
  2062. 1:44:52ตัวแปรขึ้นมา 2 ตัวแปรนะครับก็คือตัวแปร
  2063. 1:44:55Number 1 กับตัวแปร number 2 นะครับ
  2064. 1:44:58โดยค่าเริ่มต้นของตัวแปรนอร์ 1 นะครับผม
  2065. 1:45:01กำหนดเป็น 5 เนาะส่วนนัอ 2 เนี่ยผมกำหนด
  2066. 1:45:04ค่าเป็นเป็น 2 แล้วกันนะครับอ่าอันนี้ก็
  2067. 1:45:09คืออ่าการสร้างตัวแปรนะครับอันเดี๋ยวผมจะ
  2068. 1:45:12เขียนคอมเมนต์กำกับเอาไว้นะครับอันนี้ก็
  2069. 1:45:16จะบอกว่า
  2070. 1:45:18อ่าตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์
  2071. 1:45:25ทาง
  2072. 1:45:27คณิตศาสตร์นะครับก็คือการบวกการลบการคูณ
  2073. 1:45:31การหารการยกกำลังนั่นเองนะฮะโอเคตอนนี้ผม
  2074. 1:45:35ต้องการสร้างตัวแปรขึ้นมา 2 ตัวก็คือ
  2075. 1:45:38Number 1 กับ number 2 นะครับ Number
  2076. 1:45:401 มีค่าเริ่มต้นเป็น 5 นั 2 มีค่าเริ่ม
  2077. 1:45:42ต้นเป็น 2 นะครับจากนั้นผมก็จะทำการแสดง
  2078. 1:45:46ข้อมูลเริ่มต้นครับอแสดงข้อมูลออกมาก็คือ
  2079. 1:45:49ตัวเลขที่ 1 นะครับมีค่าเป็นเท่าไหร่เนาะ
  2080. 1:45:53ตัวเลขที่
  2081. 1:45:541 มีค่าเท่ากับข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร
  2082. 1:45:57Number 1 นะ
  2083. 1:45:59ฮะต่อมาก็จะเป็นตัวเลขที่ 2
  2084. 1:46:03เนาะอ่ะปรินะฮะขอ copy มามาเลยนะครับโอเค
  2085. 1:46:11ctrl C ctrl V เลยนะฮะอันนี้ก็จะเป็น
  2086. 1:46:15ตัวเลขที่ 2 นะครับเท่ากับ number 2
  2087. 1:46:19นั่นเอง
  2088. 1:46:21อ่าเราลองกดรันดูนะครับปาบนก็จะบอกว่าตัว
  2089. 1:46:25เลขที่ 1 เท่ากับ 5 ตัวเลขที่ 2 เท่ากับ 2
  2090. 1:46:28อันนี้ก็คือเรามีการจัดเตรียมข้อมูลเริ่ม
  2091. 1:46:31ต้นนะครับว่าตัวเลขตัวที่ 1 นี่คืออะไร
  2092. 1:46:33ตัวที่ 2 คืออะไรจากนั้นก็นำมาคำนวณทาง
  2093. 1:46:35คณิตศาสตร์ครับอ่าเริ่มต้นคำนวณเลยอ่ะ
  2094. 1:46:40คำนวณโดยการคำนวณเนี่ยอย่างเช่นผมต้องการ
  2095. 1:46:43อยากจะอ่าหาผลรวมของตัวเลขนะครับก็เป็น
  2096. 1:46:47เรื่องของการบวกใช่มยอ่าก็จะให้บวกเลข
  2097. 1:46:51แล้วก็แสดงผลออกมานะครับก็จะเป็นปิ Number
  2098. 1:46:541 นะครับบวก number 2 นั่นเองนะครับอัน
  2099. 1:47:00นี้ก็คือการบวกนะฮะอ่ะกดรันดูนะครับอ่า
  2100. 1:47:06Number 1 เดี๋ยวนะอ่า Number 1 ลืม
  2101. 1:47:10เติมเลข 1 กดรันใหม่ผลลัพธ์ก็จะเป็น 7
  2102. 1:47:16ใช่มครับหรือผมอาจจะสร้าง
  2103. 1:47:19อ่าเครื่องหมายมาขั้นก็ได้นะระหว่าง input
  2104. 1:47:23กับ output เนาะอเป็นเครื่องหมายขีดแนี้
  2105. 1:47:26แล้วกัน
  2106. 1:47:28โอเคปึ๊บนะครับอได้เป็น 7 ออก
  2107. 1:47:31มานะครับก็คือเอา 5 ไปบวกกับ 2 ก็ได้เป็น
  2108. 1:47:347 ใช่มยอ่าผมก็จะแต่งประโยคนะครับบอก
  2109. 1:47:38ว่าผลบวกนะครับมีค่าเท่ากับเท่าไหร่โอเค
  2110. 1:47:43ก็จะเป็น Number 1 + number 2 นะครับ
  2111. 1:47:47อ่าผลบวกเท่ากับ 7 ต่อมาก็จะเป็นการลบนะ
  2112. 1:47:50ครับขอ copy ตัวนี้มาเนาะ Copy มาเลยนะ
  2113. 1:47:53ครับปั๊บอันนี้ก็จะเป็นผล
  2114. 1:47:55ลบแล้วก็มาเปลี่ยนสัญลักษณ์นะครับจากบวก
  2115. 1:47:59ก็จะกลายเป็นลบหรือว่าเครื่องหมายขีดอก็
  2116. 1:48:01แปลว่าการลบนะ
  2117. 1:48:03ฮะอ่าข้อมูลเริ่มต้นก็คือ 5 กับ 2 นะครับ
  2118. 1:48:06ลบกันแล้วก็เหลือ 3 แต่ถ้าบวกกันก็เป็น 7
  2119. 1:48:10ต่อมาก็จะเป็นอ่ามีบวกมี
  2120. 1:48:14ลบต่อมาก็จะเป็นการคูณครับการคูณอ่าผลคูณ
  2121. 1:48:20เนาะผลคูณ
  2122. 1:48:24การคูณนะครับเราจะใช้สัญลักษณ์ดอกจันนะ
  2123. 1:48:27ครับหรือว่าเครื่องหมายสารนั่นเอง 5 * 2
  2124. 1:48:31ได้เท่าไหร่ครับ 5 2 เป็น 10
  2125. 1:48:34นอันนี้ก็คือการคูณต่อมาก็จะเป็นการยก
  2126. 1:48:38กำลังครับอ่ายกกำลังอันนี้ผมก็จะเปลี่ยน
  2127. 1:48:41ประโยคใหม่เป็นยก
  2128. 1:48:43กำลังนะยก
  2129. 1:48:46กำลังนะครับการยกกำลังเราจะใช้สต 2 ตัวนะ
  2130. 1:48:51ครับอ่าก็คือ 5 ยกำลัง 2 นะครับ 5 5 25
  2131. 1:48:56อ่าผลลัพธ์ก็จะเป็น 25 ใช่มครับมีการบวก
  2132. 1:49:01การลบการคูณยกกำลังนะครับต่อมาก็จะเป็น
  2133. 1:49:04การ
  2134. 1:49:05หารนะครับผลหารครับเ่านี้นะผล
  2135. 1:49:10หารการหารเราจะใช้อ่าเครื่องหมาย slash
  2136. 1:49:15นะ
  2137. 1:49:16ครับก็คือ 5 หารด้วย 2 นะครับได้ผลลัพธ์
  2138. 1:49:21เป็นเท่าไหร่อ่าก็เป็น 2.5 ใช่มั้ยครับผล
  2139. 1:49:23ฐาน
  2140. 1:49:25นะอ่ามีการบวกลบคูณหารยกกำลังนะครับต่อมา
  2141. 1:49:31ก็จะเป็นเอ่อหารไม่เอาเศษครับหารไม่เอา
  2142. 1:49:36เศษหารไม่เอาเศษจะใช้เครื่องหมาย slash 2
  2143. 1:49:41ตัวนะครับผลหารไม่เอา
  2144. 1:49:43เศษไม่เอาเศษนะ
  2145. 1:49:46ครับหรืออาจจะพูดอีกอย่างนึงไม่เอาเศษอาจ
  2146. 1:49:50จะแปลกๆเนาะบอกว่าหารผลหารจำนวนเต็มแล้ว
  2147. 1:49:55กันผลหารไม่เอาจุดแล้วกันเนาะไม่เอา
  2148. 1:49:58ทศนิยมนะไม่เอาทศนิยมน่าจะสื่อความหมาย
  2149. 1:50:01กว่านะฮะไม่เอาจุด
  2150. 1:50:05ทศนิยมนะ
  2151. 1:50:07ครับก็คือตอนที่เราทำการหารเนี่ยนะฮะเรา
  2152. 1:50:10ได้ผลลับเป็น 2.5 ใช่มั้ยครับถ้าไม่
  2153. 1:50:13ต้องการแต่จะได้จุดจุด 5 มาใช้นะครับเอา
  2154. 1:50:16แค่ 2 อย่างเดียวก็จะเป็นการใช้เครื่อง
  2155. 1:50:20หมายสช 2 ตัวนะครับก็คือผลหารไปเอาจุด
  2156. 1:50:23ทศนิยมนะครับก็คือสช 2 ตัวตัวนี้นะครับ
  2157. 1:50:27อันนี้ก็คือการหารไม่เอาเศษหรือว่าไม่เอา
  2158. 1:50:29จุดทศนิยมนะครับแล้วก็ตัวสุดท้ายนะครับ
  2159. 1:50:33ตัวสุดท้ายจะเป็นอะไรครับอ่าเป็นการหาร
  2160. 1:50:38เอาเศษเนาะก็คือได้เศษเท่าไหร่นะครับหลัง
  2161. 1:50:42จากที่หารกันแล้วนะครับโดยจะใช้สัญลักษณ์
  2162. 1:50:46ก็คือเป็นเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์นะ
  2163. 1:50:48ครับ 5 หารด้วย 2 เศษเท่าไหร่นะครับเอาผล
  2164. 1:50:53เศษมาใช้นะครับก็คือจะใช้สัญลักษณ์
  2165. 1:50:58เปอร์เซ็นต์หรือว่าตัวมอดูลัสนะฮะ modulo
  2166. 1:51:01modulus นะฮะอ่ากดรัดูนะครับก็เศษ 1 นะ
  2167. 1:51:06ครับ 2 2 4 อีกเท่าไหร่ถึงจะถึง 5 ก็
  2168. 1:51:08คือ 1 ใช่ไหมมครับก็เศษ 1 ก็เอาผลเศษมา
  2169. 1:51:12ใช้งานอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการใช้ตัว
  2170. 1:51:15ดำเนินการทางคณิตศาสตร์นะครับไม่ว่าจะ
  2171. 1:51:17เป็นการบวกการลบการคูณยกกำลังการหารหาร
  2172. 1:51:20ไม่เอาเศษแล้วก็หารเอาเสษนะครับก็จะได้ผล
  2173. 1:51:24ลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลยหรือบางคนอาจจะ
  2174. 1:51:26เปลี่ยนตัวเลขใหม่ก็ได้นะครับอย่างเช่น
  2175. 1:51:28อ่ะเป็น 10 กับ 2 บ้างนะฮะลองกดรันดูเนาะ
  2176. 1:51:34อ่าผลลัพธ์ก็จะเปลี่ยนนะครับอ่าผลบวกก็
  2177. 1:51:36เป็น 12 ลบกันก็เหลือ 8 ผลคูณก็คือ 2 *
  2178. 1:51:4010 ก็ได้ 20 นะครับยกกำลังก็คือ 10 ยก
  2179. 1:51:43กำลัง 2 ก็เป็น 100 นะครับหารกันนะก็เป็น
  2180. 1:51:465.0 ใช่มั้ยครับก็ไม่เอาจุดใช่มยก็เหลือ
  2181. 1:51:51แค่ 5 นะครับแล้วก็เสจ 0 นั่น
  2182. 1:51:53เองโอเคครับผมก็จะได้บทลับประมาณนี้ครับ
  2183. 1:51:56ในเรื่องของการใช้ตัวดำเนินการทาง
  2184. 1:52:08คณิตศาสตร์ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่าน
  2185. 1:52:11เลยในหัวข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จัก
  2186. 1:52:14กับตัวดำเนินการกำหนดค่ากันนะครับโดยตัว
  2187. 1:52:18ดำเนินการกำหนดค่าเนี่ยจะเป็นการรวมร่าง
  2188. 1:52:20กันระหว่างตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์นะ
  2189. 1:52:23ครับร่วมกับเครื่องหมายเท่ากับนั่นเองนะ
  2190. 1:52:25ครับเป็นการกำหนดค่าและก็คำนวณไปในตัว
  2191. 1:52:29ด้วยนะครับโดยจะมีเครื่องหมายหรือว่า
  2192. 1:52:32สัญลักษณ์อยู่ด้วยกัน 7 ตัวนะครับเหมือน
  2193. 1:52:35กับตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์เลยนะฮะก็
  2194. 1:52:38คือบวกเท่ากับลบเท่ากับคูณเท่ากับหารเท่า
  2195. 1:52:42กับนะครับแล้วก็หารเอาเศษแล้วก็เท่ากับเน
  2196. 1:52:45แล้วก็ยกกำลังแล้วก็หารไม่เอาเศษหรือว่า
  2197. 1:52:49ไม่เอาทศนิยมนะครับโดยรูปแบบการเขียนนะ
  2198. 1:52:53ครับอย่างเช่นผมมีตัวแปรนะครับที่เก็บข้อ
  2199. 1:52:56มูลตัวเลขอยู่ 2 ตัวก็คือตัวแปร x กับตัว
  2200. 1:53:01แปร Y ต้องการอยากจะนำเอาข้อมูลที่อยู่ใน
  2201. 1:53:03ตัวแปร x กับตัวแปร Y เนี่ยมาคำนวณทาง
  2202. 1:53:05คณิตศาสตร์แล้วก็เก็บผลลัพธ์จากการคำนวณ
  2203. 1:53:08เนี่ยลงไปเก็บในตัวแปร x อีกรอบนึงหลัง
  2204. 1:53:11จากที่คำนวณเสร็จแล้วนะครับซึ่งเราก็จะ
  2205. 1:53:15ใช้ตัวดำเนินการกำหนดค่านะครับมาจัดการ
  2206. 1:53:18ตรงส่วนนี้อ่ะอย่างเช่นถ้าผมต้องการากจะ
  2207. 1:53:22นำเอาค่าเดิมนะครับที่อยู่ในตัวแปร x ไป
  2208. 1:53:25บวกกับตัวแปร Y นะครับผลลัพธ์จากการบวก
  2209. 1:53:27อ่าได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไหร่ก็เก็บลงในตัว
  2210. 1:53:29แปร x นะครับก็จะกำหนดเป็น x = x + y
  2211. 1:53:33นะครับถ้าเขียนแบบลดรูปนะครับหรือว่าใช้
  2212. 1:53:37ตัวดำเนินการกำหนดค่าก็จะเป็น X + = Y
  2213. 1:53:41นะครับก็คือเขียน x แค่ครั้งเดียวนะครับ
  2214. 1:53:44ต่อมาก็จะเป็นการลบนะครับอ่า x ล = Y
  2215. 1:53:47ความหมายก็คือนำเอาค่าเดิมใน x ไปลบกับ Y
  2216. 1:53:50ผลลัพธ์จากการลบเป็นเท่าไหร่ก็เก็บลงใน
  2217. 1:53:52ตัวไป x นะครับเป็นค่าล่าสุดนั่น
  2218. 1:53:56เองนี้ก็คือการเขียนแบบเต็มนะครับถ้า
  2219. 1:53:59เขียนแบบลดรูปก็จะเขียน x แค่ครั้งเดียว
  2220. 1:54:01นะครับก็เป็น x - = y นะความหมายก็คือ
  2221. 1:54:04x = x - y การคูณการหารหารนเศษยก
  2222. 1:54:08กำลังนะครับหรือหารไม่เอาจุดทศนิยมก็ทำ
  2223. 1:54:12เหมือนกันเลยนะครับถ้าเรามีพื้นฐานการใช้
  2224. 1:54:16ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์นะครับเราก็
  2225. 1:54:18สามารถใช้งานตัวดำเนินการกำหนดค่าได้นะ
  2226. 1:54:21ครับก็แค่เอาเครื่องหมายเท่ากับมาเขียน
  2227. 1:54:24ร่วมกับสัญลักษณ์ที่เป็นตัวดำเนินการทาง
  2228. 1:54:27คณิตศาสตร์นั่นเองนะฮะอ่าเดี๋ยวมาดูตัว
  2229. 1:54:30อย่างการใช้ตัวดำเนินการกำหนดค่ากันนะ
  2230. 1:54:33ครับว่ามีขั้นตอนการใช้งานอย่างไรกลับมา
  2231. 1:54:35ที่โปรเจคของเรานะครับในส่วนของการใช้งาน
  2232. 1:54:38ตัวดำเนินการกำหนดค่าหรือว่า assignment
  2233. 1:54:40Operator นะครับก็จะเป็นการทำงานกับข้อ
  2234. 1:54:44มูลที่เป็นตัวเลขเหมือนเดิมเลยนะครับอ่า
  2235. 1:54:47ผมจะยกตัวอย่างเป็นตัวเลข 2 จำนวนเนาะ
  2236. 1:54:50เก็บลงในตัวแปร x กับตัวแปร y นะครับตัว
  2237. 1:54:53แป x นะครับมีค่าเริ่มต้นเป็น 10 ตัวแปล Y
  2238. 1:54:55มีค่าเริ่มต้นเป็น 2 นะฮะทีนี้ยังไงต่อนะ
  2239. 1:54:59ครับสิ่งที่ผมต้องการก็คือผมอยากจะให้
  2240. 1:55:02แสดงข้อมูลของตัวไป x กับตัวไป Y ออกมา
  2241. 1:55:04ก่อนนะครับอก็จะเป็น X นะครับมีค่าเท่า
  2242. 1:55:08กับข้อมูลในตัวแปร x นะครับและก็ Y นะ
  2243. 1:55:15ครับอ่า Y มีค่าเท่ากับข้อมูลที่อยู่ใน
  2244. 1:55:18ตัวแปร Y
  2245. 1:55:20นะะก็คือทำการแสดงข้อมูลข้อมูลเริ่มต้น
  2246. 1:55:23ก่อนนะครับอ่ะลองกดรันดูนะครับก็จะเป็น 10
  2247. 1:55:25กับ 2 เนาะ
  2248. 1:55:28อ่าโอเคนะครับอ่ะผมขอเขียนเว้นวรรคนิดนึง
  2249. 1:55:33แต่งประโยคให้สวยงามนะครับ X = 10 Y =
  2250. 1:55:372 นะครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะนำ
  2251. 1:55:40เอาข้อมูล 2 ตัวนี้นะครับอ่านำมาคำนวณทาง
  2252. 1:55:45คณิตศาสตร์ไหนก็เก็บผลลัพธ์จากการคำนวณ
  2253. 1:55:48เนี่ยลงไปที่ตัวแปร x นะฮะโดยวิธีการนะ
  2254. 1:55:52ครับผมก็จะนำมาบวกกันก่อนเก็จะเป็น X +
  2255. 1:55:55Y ใช่ไมั้ยครับถ้าเป็นการบวกเมื่อบวกกัน
  2256. 1:55:59แล้วนะครับอยากจะนำเอาผลบวกเนี่ยไปเก็บลง
  2257. 1:56:02ในตัวแปร x อีกรอบนึงนะครับก็จะเป็น X =
  2258. 1:56:05X + Y แบบนี้ความหมายก็คือเอาค่าก่อน
  2259. 1:56:09หน้านี้นะครับที่อยู่ในตัวแปร x ซึ่งมัน
  2260. 1:56:12ก็คือเลข 10 ใช่มั้ยครับไปบวกกับข้อมูลใน
  2261. 1:56:15ตัวแปร Y นะครับก็คือเลข 2 นะครับได้ผล
  2262. 1:56:18บวกเป็นเท่าไหร่ก็เป็น 12 ใช่มั้ยครับ
  2263. 1:56:20เพราะฉะนั้นผลผลรวมของตัวเลขนะครับที่
  2264. 1:56:24อยู่ในตัวไป x กับตัวไปล y ก็คือเลข 12
  2265. 1:56:27เนี่ยก็จะถูกเก็บลงในตัวไปล x นั่นเอง
  2266. 1:56:30เพราะฉะนั้นข้อมูลล่าสุดที่อยู่ในตัวไป x
  2267. 1:56:32ก็จะเป็น 12 นะครับอ่าผมก็จะลองปริ้นผล
  2268. 1:56:35ลัพธ์ออกมาเนาะอ่าผลลัพธ์นะครับผล
  2269. 1:56:41ลัพธ์
  2270. 1:56:43นะมีค่าเท่ากับข้อมูลที่อยู่ในตัวไป x นะ
  2271. 1:56:48ครับมาดูซิว่ามันจะได้ผลลัพธ์เป็น 12
  2272. 1:56:50หรือเปล่าอ่ะลองกดรันดูนะครับอผลลัธเป็น
  2273. 1:56:5312 เห็นมยครับอันนี้ก็คือการเขียนแบบแจก
  2274. 1:56:58แจงออกมาเนาะก็คือ x + y ได้ผลบวกไป
  2275. 1:57:01เท่าไหร่ก็เก็บลงในตัวไป x ทีนี้นะครับ
  2276. 1:57:04เราจะเปลี่ยนใหม่นะครับจากการเขียนแจกแจง
  2277. 1:57:06แบบนี้ไปเป็นการใช้ตัวดำเนินการกำหนดค่า
  2278. 1:57:09ครับเราก็จะเขียน x แค่ตัวเดียว
  2279. 1:57:13ครับก็จะเป็น
  2280. 1:57:15X บวกเท่ากับ Y
  2281. 1:57:19แทนก็มีความหมายเหมือนกันกับ x เท่ากับ x
  2282. 1:57:22+ y นะครับแต่ว่าเราเขียน x แค่แค่
  2283. 1:57:25ครั้ง
  2284. 1:57:26เดียวนะฮะอก็จะเป็น X บเท่ากับ Y นะครับ
  2285. 1:57:32ผลลัพธ์ก็ได้เหมือนเดิมเลยก็คือเป็น 12
  2286. 1:57:35แต่ว่าการเขียนเมันจะดูกระชับกว่ารูปแบบ
  2287. 1:57:38แรกใช่มั้ยครับที่ที่เราเขียน x ซ้ำกัน 2
  2288. 1:57:40จุดเราก็เขียนให้เหลือแค่จุดเดียวอ่านอก
  2289. 1:57:44เหนือจากการบวกนะครับต่อมาก็จะเป็นการลบ
  2290. 1:57:48ครับการลบเราก็จะระบุเป็น x - = y นะ
  2291. 1:57:51ครับมีความหมายเดียวกันกับ x = x - y
  2292. 1:57:55นั่นเองแต่ว่าเราจะเขียนลดรูปนะครับเขียน
  2293. 1:57:58x แค่ครั้งเดียวอันนี้ก็คือการใช้ตัว
  2294. 1:58:01ดำเนินการกำหนดค่านะครับเป็นการรวมร่าง
  2295. 1:58:03ระหว่างตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์กับ
  2296. 1:58:05เครื่องหมายเท่ากับนะฮะลองกดรันดูลบกัน
  2297. 1:58:08ได้เท่าไหร่เนี่ยก็เหลือ 8 นะฮะอ่านอก
  2298. 1:58:11เหนือจากการลบนะครับบวกลบอ่ะต่อมาก็จะ
  2299. 1:58:14เป็นการคูณครับนะก็คือ x คู = Y นะครับ
  2300. 1:58:18ก็มีความหมายเดียวกันกับ x = x * y
  2301. 1:58:22ความหมายเดียวกันเลยนะครับก็คือมาคูณกัน
  2302. 1:58:24ก็ 10 * 2 ก็ได้ 20 เห็นฮะอ่ามีการบวก
  2303. 1:58:29การลบการคูณต่อมาก็จะเป็นยกกำลังนะครับยก
  2304. 1:58:32กำลังก็สตาร 2 ตัวนะครับมีความหมายเดียว
  2305. 1:58:35กันกับ X =
  2306. 1:58:37X ยกกำลัง Y นะครับก็คือใส่เครื่องหมาย
  2307. 1:58:40สตาร 2 ตัวนะครับแต่ว่าเราเขียน x แค่ตัว
  2308. 1:58:42เดียวเนาะอันนี้เป็นคอมเมนนะครับอย่าไปงง
  2309. 1:58:45กับไอ้ตัวนี้นะอันนี้ผมเขียนตัวอย่างเฉยๆ
  2310. 1:58:47นะอ่ากดรันดูนะครับก็ได้ 100 นะครับต่อมา
  2311. 1:58:53ครับบวกลบคูณยกกำลังอ่ะหารทีนี้ก็จะเป็น X
  2312. 1:58:59หารเท่ากับ Y มีความหมายเดียวกันกับ x =
  2313. 1:59:03x าร Y นั่นเองแต่ว่าเราเขียนลดรูปนะ
  2314. 1:59:06ครับเขียน x แค่ตัวเดียวพอหารกันได้เท่า
  2315. 1:59:10ไหร่นะครับ 10 าร 2 ก็เป็น 5.0 นะครับถ้า
  2316. 1:59:14ไม่ได้ต้องการอยากจะได้จุดทศยมมานะครับก็
  2317. 1:59:17ใส่เป็นส 2 ตัวไปก็มีความหมายเดียวกันกับ
  2318. 1:59:21x เท่ากับ x / y นะฮะอก็จะเหลือแค่
  2319. 1:59:265 ต่อมาก็จะเป็นการารเอาเศษครับก็คือ
  2320. 1:59:30เปอร์เซ็นต์เนาะ x เป = Y นะครับมีความ
  2321. 1:59:33หมายเดียวกันกับ x = ก x per Y แต่ว่า
  2322. 1:59:38เราเขียนลดรูปเหลือแค่นี้นะฮะก็เศษ 0 นะ
  2323. 1:59:44ครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการใช้ตัว
  2324. 1:59:46ดำเนินการกำหนดค่านะครับอันนี้ผมก็จะลบไป
  2325. 1:59:49เนาะซึ่งก็จะมีอยู่หลายตัวดำเนินการนะ
  2326. 1:59:53ครับอ้างยิงตามตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์
  2327. 1:59:56เลยนะครับไม่ว่าจะเป็นการบวกการลบการคูณ
  2328. 1:59:58การหารหารเาเศษยกกำลังหารไม่เอาทศนิยม
  2329. 2:00:02อะไรพวกนี้นะครับเป็นการลดรูปการเขียน
  2330. 2:00:06สมการที่มันใช้ตัวแปรซ้ำกัน 2 จุดแล้วก็
  2331. 2:00:10เก็บผลลัพธ์ลงไปที่ตัวแปรเดิมในที่นี้ก็
  2332. 2:00:13คือตัวแปร X ใช่มั้ยครับอ่าก็จะได้ผล
  2333. 2:00:15ลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลยเดี๋ยวในหัวข้อ
  2334. 2:00:18ตัดไปครับเราก็จะมาทำความรู้จักกับตัว
  2335. 2:00:20ดำเนินการเปรียบเทียบกัน
  2336. 2:00:31ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  2337. 2:00:34นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับตัวดำเนิน
  2338. 2:00:37การเปรียบเทียบกันนะครับตัวดำเนินการ
  2339. 2:00:40เปรียบเทียบก็จะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูล
  2340. 2:00:43นะครับในที่นี้จะเป็นการยกตัวอย่างอ่าการ
  2341. 2:00:47เปรียบเทียบข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของตัว
  2342. 2:00:50เลขนะครับโดยผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบนะ
  2343. 2:00:53ครับเราจะได้ค่าทางตรรกศาสตร์หรือว่าค่า
  2344. 2:00:56True fault นะครับมาใช้งานโดยตัวดำเนิน
  2345. 2:00:59การเปรียบเทียบนะครับจะใช้สัญลักษณ์อยู่
  2346. 2:01:02ด้วยกัน 6 ตัวนะครับตัวแรกก็คือเครื่อง
  2347. 2:01:04หมายเท่ากับคู่นะครับความหมายก็คือเท่า
  2348. 2:01:09กับหรือว่าเท่ากันหรือไม่นั่นเองนะครับยก
  2349. 2:01:12ตัวอย่างเช่น a = b หรือไม่นะครับก็จะ
  2350. 2:01:15มี 2 คำตอบก็คือเท่ากันกับไม่เท่ากันนะ
  2351. 2:01:19ครับก็คือ True กับ fse นั่นเองนะครับถ้า
  2352. 2:01:21เท่ากันก็จะเป็นเป็น True ไม่เท่ากันก็จะ
  2353. 2:01:23เป็น for อะไรประมาณนี้นะฮะอันนี้ก็คือผล
  2354. 2:01:26ลัพธ์จากการเปรียบเทียบเนาะต่อมาก็จะเป็น
  2355. 2:01:27เครื่องหมายที่ 2 นะครับก็คือเครื่องหมาย
  2356. 2:01:29ตกใจแล้วก็เท่ากับนะครับความหมายก็คือไม่
  2357. 2:01:32เท่ากับหรือว่าไม่เท่ากันนั่นเองยกตัว
  2358. 2:01:35อย่างเช่น a ไม่เท่ากับ B หรือไม่อะไร
  2359. 2:01:38ประมาณนี้ต่อมาก็จะเป็นเครื่องหมายมาก
  2360. 2:01:40กว่านะครับก็จะเป็นอ่าสัญลักษณ์มากกว่า
  2361. 2:01:44ใช่มยอ่า a มากกว่า B หรือเปล่าอ่าน้อย
  2362. 2:01:47กว่าก็จะเป็นสัญลักษณ์น้อยกว่าเนาะก็คือ
  2363. 2:01:49ลูกศรชี้ไปทางด้านซ้ายมือมือนะครับอันนี้
  2364. 2:01:52เป็นด้านขวามือจะเป็นมากกว่าน้อยกว่าก็จะ
  2365. 2:01:55เป็นด้านซ้ายนะครับน้อยกว่าก็คือ a น้อย
  2366. 2:01:58กว่า B หรือเปล่าก็ทำการเปรียบเทียบแล้ว
  2367. 2:02:00ก็อ่าได้ผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบเป็นค่า
  2368. 2:02:03ทางตศาสตร์ต่อมาก็จะเป็นมากกว่าเท่ากับนะ
  2369. 2:02:06ครับก็จะเป็นมากกว่าแล้วก็เครื่องหมาย
  2370. 2:02:07เท่ากับนะฮะต่อมาก็คือน้อยกว่าเท่ากับนะ
  2371. 2:02:11ครับก็คือนำเอาความรู้เรื่องคณิตศาสตร์
  2372. 2:02:13พื้นฐานนะครับมาใช้ในการเขียนโปรแกรมด้วย
  2373. 2:02:15ในการเปรียบเทียบอ่าตัวเลขนะครับหรือว่า
  2374. 2:02:19เปรียบเทียบข้อมูล 2 ค่า
  2375. 2:02:22นะครับว่ามันเท่ากันหรือว่าไม่เท่ากันมี
  2376. 2:02:25ค่ามากกว่าหรือว่าน้อยกว่าอะไรประมาณนี้
  2377. 2:02:27นะฮะอ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้ตัว
  2378. 2:02:30ดำเนินการเปรียบเทียบกันนะครับว่ามีขั้น
  2379. 2:02:32ตอนการใช้งานอย่างไรกลับมาที่โปรเจคของ
  2380. 2:02:35เรานะครับในส่วนของการใช้งานตัวดำเนินการ
  2381. 2:02:38เปรียบเทียบหรือว่าการเปรียบเทียบข้อมูล
  2382. 2:02:41นะครับผมจะยกตัวอย่างทำการสร้างตัวแปร
  2383. 2:02:44ขึ้นมา 2 ตัวแปรก็คือตัวแปร x กับตัวแปร Y
  2384. 2:02:48โดยค่าเริ่มต้นในตัวแปร x นะครับมีค่า
  2385. 2:02:50เท่ากับ 100 นะตัวแปร Y มีค่าเท่ากับ 50
  2386. 2:02:53แอันนี้ก็คือการกำหนดค่าเริ่มต้นเราจะใช้
  2387. 2:02:57เครื่องหมายเท่ากับนะครับทีนี้การเปรียบ
  2388. 2:03:00เทียบนะครับการเปรียบเทียบเนี่ยอ่าผล
  2389. 2:03:02ลัพธ์จากการเปรียบเทียบจะได้ค่าทาง
  2390. 2:03:04ตรรกศาสตร์มาใช้งานอย่างเช่นผมต้องการเจะ
  2391. 2:03:08เปรียบเทียบว่าข้อมูลในตัวแปร x กับข้อ
  2392. 2:03:11มูลในตัวแปร Y เนี่ยมันเท่ากันหรือเปล่า
  2393. 2:03:13นะครับก็คือ 100 = 50 หรือไม่นะฮะตัว
  2394. 2:03:17วิธีการเปรียบเทียบครับผมก็จะให้ทำการอ่า
  2395. 2:03:19เปรียบเทียบแล้วก็แสดงผลลัพธ์ออกมาเลยนะ
  2396. 2:03:21ครับโดยใช้ลบกับคำสั่งปริ้นเนาะทำการตรวจ
  2397. 2:03:25สอบว่าตอนนี้ค่าในตัวแปร x มันเท่ากับค่า
  2398. 2:03:27ในตัวแปร Y หรือเปล่านะครับก็คือนำมา
  2399. 2:03:30เปรียบเทียบกันก็คือ x = เท่ากับ
  2400. 2:03:33Y นะครับทำการเปรียบเทียบว่ามันเท่ากัน
  2401. 2:03:36หรือไม่นะครับก็คือเลข 100 กับ
  2402. 2:03:4050 ซึ่งถ้าทุกคนดูมันก็ไม่เท่ากันใช่
  2403. 2:03:43มั้ยอ่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับมาดูซิก็
  2404. 2:03:46จะได้เป็น f กลับมาเพราะว่า 100 มันไม่
  2405. 2:03:48เท่ากับ 50 อยู่แล้วนะครับแล้วถ้ามันเท่า
  2406. 2:03:51กันล่ะมันเท่ากันอ่ะอย่างเช่นเป็น 100
  2407. 2:03:53เท่ากันเนาะอ่าผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบ
  2408. 2:03:56ก็จะได้เป็น True มาเห็นมฮะอ่าประมาณนี้
  2409. 2:04:00นะครับประมาณนี้อันนี้ก็คือตัวแรกนะครับ
  2410. 2:04:02เท่ากับอ่าทีนี้ไม่เท่ากับครับ x ไม่เท่า
  2411. 2:04:05กับ Y หรือไม่นะครับก็จะเป็นเครื่องหมาย
  2412. 2:04:08ตกใจแล้วก็เครื่องหมายเท่ากับนะฮะทำการ
  2413. 2:04:10เปรี่เทศนว่าข้อมูลในตัวแปร x ไม่เท่ากับ
  2414. 2:04:13ข้อมูลในตัวแปร Y หรือไม่นะครับอ่าผลลัพธ
  2415. 2:04:16ที่เกิดขึ้นครับก็จะได้เป็น True ส่วน f
  2416. 2:04:19นี่เป็นคำตอบของการเปรียบเทียบว่ามันเท่า
  2417. 2:04:21กันนะฮะ
  2418. 2:04:22อ่ะเปรียบเพียบให้ดูเลยนะครับบรรทัดที่ 4
  2419. 2:04:24ได้เป็น fce นะครับบรรทัดที่ 5 ได้เป็น
  2420. 2:04:26True ก็คือ x ไม่เท่าก Y นะฮะอ่าต่อมา
  2421. 2:04:31ครับก็จะเป็นการเปรียบเทียบค่ามากกว่า
  2422. 2:04:35ครับมากกว่าก็เป็น x มากกว่า Y เนาะอ่า x
  2423. 2:04:40มากกว่า Y หรือไม่นะครับอ่าผลลัพธ์ที่
  2424. 2:04:44เกิดขึ้นก็เป็น True ใช่มครับอันนี้ต้อง
  2425. 2:04:46ในงจะเปลี่ยนเป็น 50 แล้วกันเนาะ
  2426. 2:04:49นะ 100 มากกว่า 50 หรือไม่นะครับก็เป็น
  2427. 2:04:53จริงใช่มย
  2428. 2:04:55อ่านอกเหนือจากการเปเมากกว่านะครับก็จะมี
  2429. 2:04:59มากกว่าเท่ากับด้วยอ่ามีค่ามากกว่าหรือ
  2430. 2:05:03ว่าเท่ากับ 50 หรือเปล่าหรือว่าเท่ากับ Y
  2431. 2:05:06หรือไม่นะครับลรับจากการเปียบเทียบก็จะ
  2432. 2:05:08เป็น
  2433. 2:05:10True โอเคนะครับอ่ามีมากกว่าก็ต้องมี
  2434. 2:05:14น้อยกว่านะครับอ่าน้อยกว่าก็จะเป็น
  2435. 2:05:17สัญลักษณ์ตัวนี้นะครับน้อยกว่า
  2436. 2:05:20100 น้อยกว่า 50 หรือไม่นะครับผลลัพธ์
  2437. 2:05:24จากการเปียบเทศก็จะเป็น ult อ่า 100 มัน
  2438. 2:05:26ไม่ได้น้อยน้อยกว่า 50 นะก็ได้ผลลัพธ์
  2439. 2:05:28เป็น F มานะครับน้อยกว่าเท่ากับหรือเปล่า
  2440. 2:05:32นะฮะโอเคน้อยกว่าหรือเท่ากับ Y หรือไม่ผล
  2441. 2:05:37ลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็จะเป็น f นะครับจะมี
  2442. 2:05:41True แค่ 3 เคสนะครับก็คือไม่เท่ากับ
  2443. 2:05:45แล้วก็มีค่ามากกว่ามากกว่าเท่ากับนะครับ
  2444. 2:05:48ส่วนน้อยกว่าน้อยกว่าเท่ากับแล้วก็เท่า
  2445. 2:05:51กับเจะเป็น f ทั้งหมดเลยอันนี้ก็คือผล
  2446. 2:05:54ลัพธ์จากการใช้ตัวดำเนินการเปรียบเทียบนะ
  2447. 2:05:58ครับในภาษา python บางคนก็อาจจะงงว่ามัน
  2448. 2:06:01นำไปใช้ประโยชน์อะไรนะครับมันจะนำไปใช้
  2449. 2:06:03กับส่วนของคำสั่งเงื่อนไขนะครับซึ่งเราจะ
  2450. 2:06:06ได้เรียนในหัวข้อถัดไปนั่นเองอันนี้ก็จะ
  2451. 2:06:09เป็นตัวอย่างการใช้ตัวดำเนินการเปรียบ
  2452. 2:06:11เทียบนะครับก็ขอยกตัวอย่างเพียงเท่านี้
  2453. 2:06:14แต่ในพาร์ทหน้าเราจะมาลุยในส่วนของการใช้
  2454. 2:06:17คำสั่งเงื่อนไขกัน
  2455. 2:06:28ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  2456. 2:06:31นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับคำสั่ง
  2457. 2:06:33เงื่อนไขในภาษา python กันนะครับโดยคำ
  2458. 2:06:36สั่งเงื่อนไขเนี่ยก็จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่ม
  2459. 2:06:39คำสั่งนะครับที่อยู่ในโครงสร้างควบคุม
  2460. 2:06:41พื้นฐานในภาษา python เนาะนอกเหนือจากอ่า
  2461. 2:06:44โครงสร้างควบคลุมแบบลำดับนะครับก็จะมี
  2462. 2:06:47โครงสร้างครอบคลุมที่เป็นคำสั่งเงื่อนไข
  2463. 2:06:50นะครับอ่าซึ่งจะเป็น
  2464. 2:06:52กลุ่มคำสั่งที่ใช้อ่าตัดสินใจในการเลือก
  2465. 2:06:56ทำงานตามเงื่อนไขต่างๆภายในโปรแกรมของเรา
  2466. 2:06:58นะครับที่มีการกำหนดขึ้นมาซึ่งในภาษา pyon
  2467. 2:07:01เจะแบ่งออกเป็น 2 คำสั่งนะครับก็คือ If
  2468. 2:07:04statement กับ Mat statement นะฮะในข้อ
  2469. 2:07:08นี้จะมายกตัวอย่างคำสั่งเงื่อนไขตัวแรก
  2470. 2:07:10ครับนั่นก็คือ If statement นั่นเองซึ่ง
  2471. 2:07:12If statement เนี่ยนะครับก็จะแบ่งรูป
  2472. 2:07:15แบบออกเป็น 3 รูปแบบก็คือแบบแรก If แบบ
  2473. 2:07:19ที่ 2 ก็คือ If L แบบที่ 3 ก็คือ If เอ
  2474. 2:07:23If แลก็เอนะครับหรือว่าอเอแล้วก็เอนั่น
  2475. 2:07:26เองซึ่งแต่ละแบบเนี่ยก็จะต้องมีการกำหนด
  2476. 2:07:29condition หรือว่าเงื่อนไขลงไปนะครับใน
  2477. 2:07:31การกำหนดเป็นทางเลิกในการทำงานภายใน
  2478. 2:07:33โปรแกรมของเราถ้าเป็น If อย่างเดียวก็คือ
  2479. 2:07:36มี 1 เงื่อนไขถ้าเป็นอฟเอก็คือมี 2
  2480. 2:07:39เงื่อนไขแต่ถ้าเป็นอีฟเออเอก็คือหลาย
  2481. 2:07:42เงื่อนไขนั่นเองนะครับอ่าก็จะมายกตัว
  2482. 2:07:45อย่างทีละคำสั่งเนาะขอเริ่มต้นที่คำสั่ง
  2483. 2:07:47รูปแบบที่ 1 นะครับก็คือ If นะครับหรือ
  2484. 2:07:50ว่า If statement นะครับโครงสร้างคำสั่ง
  2485. 2:07:54ก็จะเป็น If condition เครื่องหมาย colon
  2486. 2:07:57และก็ด้านล่างเครื่องหมายคก็จะเป็นกลุ่ม
  2487. 2:08:00คำสั่งต่างๆนะครับเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง
  2488. 2:08:02condition ก็คือเงื่อนไขนะครับเงื่อนไข
  2489. 2:08:06เป็นจริงอาจจะเกิดจากผลลัพธ์จากการเปรียบ
  2490. 2:08:09เทียบนะครับแต่สังเกตว่าคำสั่งต่างๆเมื่อ
  2491. 2:08:12เงื่อนไขเป็นจริงแสดงว่าเงื่อนไขของเรา
  2492. 2:08:14เนี่ยต้องอยู่ในรูปแบบของค่าทาง
  2493. 2:08:15ตรรกศาสตร์ก็คือค่าูค่าพใช่มั้ยครับอาจจะ
  2494. 2:08:19เป็นเรื่องของการเปรียบเทียบหรือว่าใช้
  2495. 2:08:21งานร่วมกับตัวดำเนินการเปรียบเทียบเพราะ
  2496. 2:08:23ว่าผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบได้เป็นค่า
  2497. 2:08:24ทางตศาสตร์มาใช่มั้ครับเราก็จะนำเอาความ
  2498. 2:08:27รู้ในเรื่องของตัวดำเนินการเปรียบเทียบ
  2499. 2:08:30เนี่ยมาใช้งานร่วมกับคำสั่ง E ด้วยในการ
  2500. 2:08:33กำหนดเป็นเงื่อนไขนั่นเองอย่างเช่น
  2501. 2:08:34ต้องการตรวจสอบว่าตัวเลขที่ส่งเข้ามามัน
  2502. 2:08:37เท่ากันหรือเปล่าถ้าเท่ากันหรือว่าเงื่อน
  2503. 2:08:39ไขเป็นจริงให้ทำอะไรนะครับก็จะมาเขียนคำ
  2504. 2:08:42สั่งต่างๆในบ็อกของอฟนั่นเองนะครับอันนี้
  2505. 2:08:46ก็คือรูปแบบที่ 1 เนาะเป็น If เงื่อนไข
  2506. 2:08:48เครื่องหมายโคลอนและก็คำสั่งต่างๆเมื่อ
  2507. 2:08:50เงื่อนไขขเป็นจริงนะฮะโดยคำสั่งต่างๆที่
  2508. 2:08:54จะทำงานในบ็อกอีฟตัวนี้นะครับหรือว่าต่อ
  2509. 2:08:56ท้ายเครื่องหมายโคลอนเนี่ยจะต้องมีการย่อ
  2510. 2:08:58หน้าให้เท่ากันด้วยเพื่อเป็นการจัดกลุ่ม
  2511. 2:09:01คำสั่งว่าจะทำงานในบล็อก EV นั่นเองหรือ
  2512. 2:09:04ว่าทำงานในขอบเขตของอีฟเท่านั้นโอเคนะ
  2513. 2:09:07ครับต่อมาก็จะเป็นรูปแบบที่ 2 นะครับก็
  2514. 2:09:09คือ
  2515. 2:09:10EV นะครับรูปแบบที่ 2 เนี่ยจะเป็นเงื่อน
  2516. 2:09:14ไขที่เป็นจริงกับเป็นเท็จครับโครงสร้างคำ
  2517. 2:09:16สั่งก็ระบุเป็น If condition หรือว่า
  2518. 2:09:19เงื่อนไขแล้วก็ colon แล้วก็คำสั่งต่างๆ
  2519. 2:09:22เมื่อเงื่อนไขเป็นจริงนะครับแต่ถ้าเป็น
  2520. 2:09:25เทสก็จะวิ่งมาที่เอนะครับก็จะเป็นเอ colon
  2521. 2:09:28คำสั่งต่างๆเมื่อเงื่อนไขเป็นเทปโอเคนะ
  2522. 2:09:32ครับโดยรูปแบบที่ 2 เนี่ยนะครับหรือว่า
  2523. 2:09:34อ่า 2 เงื่อนไขเนี่ยนอกเหนือจากการเขียน E
  2524. 2:09:39เอแบบนี้นะครับเราสามารถเขียนในลักษณะของ
  2525. 2:09:42ลดรูปได้ด้วยนะครับเรียกว่า ternary
  2526. 2:09:44Operator ก็จะเป็นเงื่อนไขเป็นจริง If
  2527. 2:09:47condition เอแล้วก็เงื่อนไขเป็น Test นะ
  2528. 2:09:49ครับซึ่งผมจะยกตัวอย่างในหัวข้อถัดไปเนาะ
  2529. 2:09:51ในเรื่องของ ternary Operator นะฮะเอา
  2530. 2:09:54เป็นว่าตอนนี้เราสามารถอ่ากำหนดคำสั่ง
  2531. 2:09:58เงื่อนไขนะครับทั้ง 2 แบบได้แล้วก็คืออีฟ
  2532. 2:10:00เอ EV ด้วยแบบที่ 3 ก็จะเป็นอ elip หรือ
  2533. 2:10:05ว่าเอ EV แล้วก็เอนะครับอันนี้จะเป็นการ
  2534. 2:10:08กำหนดเงื่อนไขหลายเงื่อนไขในโปรแกรมของ
  2535. 2:10:10เรานะครับตัว EV เนี่ยจะเป็นเงื่อนไขหลัก
  2536. 2:10:13ส่วน L หรือว่า elip เจะเป็นเงื่อนไขรอง
  2537. 2:10:16ลงมานะครับเป็นเงื่อนไขที่ 2 3 4 จนถึง
  2538. 2:10:18ลำดับที่ N นะครับถ้าไม่ตรงกับเงื่อนไข
  2539. 2:10:21ขายได้เลยก็จะอยู่ในส่วนของเอนะครับโครง
  2540. 2:10:24สร้างคำสั่งก็จะระบุเป็น If condition 1
  2541. 2:10:27ก็คือเงื่อนขายที่ 1 นะครับแล้วก็เครื่อง
  2542. 2:10:29หมายโคลอนอ่าด้านในก็จะเป็นคำสั่งต่างๆ
  2543. 2:10:33เมื่อเงื่อนไขที่ 1 เป็นจริงนะครับต่อมา
  2544. 2:10:35ก็จะเป็น lef หรือว่า elip นะครับแล้วก็
  2545. 2:10:37condition n n ก็คือลำดับเงื่อนไขนะ
  2546. 2:10:40ครับแล้วก็เครื่องหมายโคลอนคำสั่งต่างๆ
  2547. 2:10:43เมื่อเงื่อนไขที่เป็นจริงนะครับต่อมาก็จะ
  2548. 2:10:46เป็นเอแล้วก็โคลอนนะครับคำสั่งต่างๆเมื่อ
  2549. 2:10:49ทุกเงื่อนไขตั้งแต่เงื่อนไขที่ 1 จนถึงเง
  2550. 2:10:52เงื่อนไขที่ n เนี่ยมันเป็นเท็จทั้งหมดก็
  2551. 2:10:54จะวิ่งมาที่ Block เอนั่นเองนะครับอันนี้
  2552. 2:10:58ก็คือรูปแบบคำสั่งแบบที่ 3 นะครับก็คืออฟ
  2553. 2:11:02เออแล้วก็เอนะครับหรือว่าอเอแล้วก็เอนั่น
  2554. 2:11:06เองนะฮะต่อมาก็จะเป็นคำสั่งที่เกี่ยวข้อง
  2555. 2:11:09กับอ่าคำสั่งเงื่อนไขหรือว่า If
  2556. 2:11:12statement นะครับก็คือคำสั่ง Part คือคำ
  2557. 2:11:15สัั่ง
  2558. 2:11:16อ่าที่จะนำมาใช้
  2559. 2:11:19อ่าแล้วก็ระบุว่าน่าจะไม่มีการทำงานใดๆ
  2560. 2:11:22เกิดขึ้นเลยนะครับต้องการให้โปรแกรมรัน
  2561. 2:11:24ได้ก่อนความหมายก็คือตอนที่เราทำการกำหนด
  2562. 2:11:27เงื่อนไขขขึ้นมาในโปรแกรมเนี่ยอ่าเรามี
  2563. 2:11:30การกำหนดแค่โครงสร้างเอาไว้ว่าจะมีเงื่อน
  2564. 2:11:33ไขนี้ๆๆนะครับในโปรแกรมของเราแต่ว่าอยาก
  2565. 2:11:36จะให้โปรแกรมมันรันได้นะครับแต่ยังไม่มี
  2566. 2:11:40การกำหนดกระบวนการทำงานเกิดขึ้นนะครับเรา
  2567. 2:11:44ก็จะอาศัยคำสั่ง pass หรือว่าคีย์เวิร์ด
  2568. 2:11:46pass ตัวนี้นะครับอเป็นคำสั่งที่ระบุว่า
  2569. 2:11:49จะไม่มีการทำงานใดๆเกิดขึ้นเลยแต่ต้องการ
  2570. 2:11:52ให้โปรแกรมรันได้ก่อนนะครับซึ่งจะใช้ใน
  2571. 2:11:54กรณีที่มีการวางโครงสร้างโปรแกรมเอาไว้
  2572. 2:11:56แต่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดการมันลงไปนะ
  2573. 2:11:59ฮะอันนี้ก็คือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับอีฟ
  2574. 2:12:02นะครับซึ่งคำสั่งพเนี่ยมันสามารถทำได้อ่อ
  2575. 2:12:07หลายคำสั่งมากนะครับอ่าในส่วนของการทำซ้ำ
  2576. 2:12:09เราก็สามารถใช้พได้การสร้างฟังก์ชันก็ใช้
  2577. 2:12:12พได้อันนี้ผมยกตัวอย่างเป็นส่วนของ If
  2578. 2:12:15statement ก่อนเนาะอเผื่อบางคนยังไม่
  2579. 2:12:17เข้าใจในส่วนของตัวฟังก์ชันตัว Loop อะไร
  2580. 2:12:20พวกนี้นะเราจะได้ใช้แน่นอนนะครับในส่วน
  2581. 2:12:22ของตัว Part เอาเป็นว่าคำสั่ง Part เป็น
  2582. 2:12:26คำสั่งที่สั่งให้โปรแกรมมันล้านพันฉลุยนะ
  2583. 2:12:30ฮะ
  2584. 2:12:31อ่าทีนี้นะครับในส่วนของการใช้อ่าคำสั่ง
  2585. 2:12:36เงื่อนไขหรือว่าอ statement เนี่ยผมก็จะ
  2586. 2:12:38ยกตัวอย่างเป็นการเขียนโปรแกรมตัดเดอย่าง
  2587. 2:12:40ง่ายเนาะโดยทำการคำนวณเกดจากคะแนนสอบของ
  2588. 2:12:43นักเรียนนะครับโดยมีเกณฑ์วัดผลดังนี้ก็
  2589. 2:12:46คือคะแนน 50 ขึ้นไปเนี่ยจะได้เกด a แต่
  2590. 2:12:49ถ้าน้อยกว่า 50 จะได้เกด f นะฮะอ่ามีวิธี
  2591. 2:12:53การเขียนอย่างไรนะครับเดี๋ยวเรามา่าลุยใน
  2592. 2:12:56ส่วนของการเขียนโปรแกรมตัดเกดกันกลับมา
  2593. 2:12:59ที่โปรเจคของเรานะครับในหัวข้อนี้จะเป็น
  2594. 2:13:02เรื่องของการใช้คำสั่งเงื่อนไขเนาะในการ
  2595. 2:13:04เขียนโปรแกรมตัด Gate อย่างง่ายนะครับ
  2596. 2:13:06ซึ่งจะมีการออกเดอยู่ 2 เดก็คือเด a กับ
  2597. 2:13:09เด f นะฮะโดยถ้าต้องการได้เกด a เนี่ย
  2598. 2:13:12ต้องสอบได้คะแนน 50 คะแนนขึ้นไปใช่มั้ย
  2599. 2:13:15ครับถึงจะสอบผ่านหรือว่าได้ Gate a นั่น
  2600. 2:13:17เองนะครับอ่าโดยวิธีการนะครับอ่าผมก็จะ
  2601. 2:13:21ให้รับคะแนนสอบของนักเรียนนะฮะผ่านทาง
  2602. 2:13:25คีย์บอร์ดแล้วะกันนะครับโดยทำการสร้างตัว
  2603. 2:13:27แปรขึ้นมาเนาะก็คือตัวแปรสกอนะครับมีค่า
  2604. 2:13:30เท่ากับ input นะครับด้านในผมก็จะระบุข้อ
  2605. 2:13:33ความกำกับนะครับบอกว่ากรุณาป้อน
  2606. 2:13:36คะแนนคะแนนสอบของคุณนะครับอ่าโดย input
  2607. 2:13:42ที่ส่งเข้ามาเนี่ยจะเป็นตัวเลขแต่ว่าผล
  2608. 2:13:43ลัพธ์ที่ได้เนี่ยจะเป็นเกดนะฮะโดยข้อมูล
  2609. 2:13:48คะแนนสอบนะครับจะเป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะ
  2610. 2:13:52ครับแต่ว่าผลลัพธ์ของ input เนี่ยเราจะ
  2611. 2:13:54ได้เป็น String กลับมานะครับเพราะฉะนั้น
  2612. 2:13:57สกอก็จะกลายเป็น String อัตโนมัตินะครับ
  2613. 2:13:59ผมก็จะเปลี่ยนจนี้ข้อมูลเนาะจากสิให้กลาย
  2614. 2:14:02เป็น in นะครับหรือว่าให้กลายเป็นตัวเลข
  2615. 2:14:04จำนวนเต็มเพื่อที่จะนำมาคำนวณหรือว่านำมา
  2616. 2:14:06เปรียบเทียบทางคณิตศาสตร์ได้นะในเรื่อง
  2617. 2:14:08ของการตรวจสอบว่ามีค่ามากกว่าน้อยกว่า
  2618. 2:14:10หรือว่าเท่ากับอะไรประมาณนี้เพราะฉะนั้น
  2619. 2:14:13ตัวแปรสกอของผมนะครับก็จะเก็บคะแนนสอบนะ
  2620. 2:14:16ครับของนักเรียนเนาะผมก็จะปริ้นบอกว่าอ่า
  2621. 2:14:20คะแนนของของคุณแล้วกันคะแนอ่าคะแนนสอบของ
  2622. 2:14:25คุณมีค่าเท่ากับข้อมูลที่เก็บอยู่ในตัว
  2623. 2:14:29แปรสกอรนะครับโอเคอ่ะลองกดรันดู
  2624. 2:14:34ซิกรุณาป้อนคะแนนสอบของคุณนะครับอ่าเป็น
  2625. 2:14:3940 คะแนนก็จะบอกว่าคะแนนสอบของคุณเท่า
  2626. 2:14:42กับ 40 อ่ะเรียบร้อยแล้วต่อมาก็จะเป็นการ
  2627. 2:14:46ตรวจสอบเคิข้อมูลนะครับในตัวแปรสกอเนาะทำ
  2628. 2:14:50การตรวจสอบก่อนนะครับก่อนที่จะกำหนด
  2629. 2:14:52เงื่อนไขการทำงานก็จะเป็นปิ้ type score
  2630. 2:14:56นะครับ
  2631. 2:14:59โอเคอ่ะลองกดรันดูนะ
  2632. 2:15:03ครับ 40 คะแนนนะครับอ่าเป็น in เรียบร้อย
  2633. 2:15:07แล้วอ่ะทีนี้ยไงต่อครับตอนนี้เรารับ input
  2634. 2:15:11จากผู้ใช้โปรแกรมได้แล้วนะครับต่อมาก็จะ
  2635. 2:15:13เป็น process หรือว่า
  2636. 2:15:16อ่ากระบวนการทำงานนะครับอันนี้ผมจะใส่
  2637. 2:15:19คอมเมนมาว่าเป็น input เนาะอ่ารับข้อมูล
  2638. 2:15:21มาต่อมาก็จะเป็น process นะครับก็คือขั้น
  2639. 2:15:25ตอนการทำงานโดยขั้นตอนการทำงานเนี่ยนะ
  2640. 2:15:28ครับก็จะเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบอ่า
  2641. 2:15:31คะแนนนะครับแล้วก็กำหนดเป็นเงื่อน
  2642. 2:15:35ไขโดยเกณฑ์วัดผลสอบเนี่ยนะครับเราจะทำการ
  2643. 2:15:40ออกเกรดให้กับนักเรียนใช่มั้ยเทำการตรวจ
  2644. 2:15:43สอบว่าตอนนี้คะแนนสอบของนักเรียนเนี่ย
  2645. 2:15:45เกินครึ่งหรือเปล่านะครับวิธีการตรวจสอบ
  2646. 2:15:48ก็จะใช้อีฟครับแล้วก็เงื่อนไข
  2647. 2:15:51ก็คือทำการเปรียบเทียบอ่าในส่วนของตัวแปร
  2648. 2:15:55สอนะครับว่ามีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 50
  2649. 2:15:58หรือไม่มากกว่าเท่ากับ 50 หรือไม่นะครับ
  2650. 2:16:02ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงให้ทำอะไรนะครับก็จะ
  2651. 2:16:04ระบุต่อท้ายเครื่องหมายโคลัตัวนี้นะครับ
  2652. 2:16:07ก็จะเป็น If สกอมากกว่าเท่ากับ 50 แล้วก็
  2653. 2:16:09โคลอนผมจะให้พก่อนนะครับก็คือสามารถรัน
  2654. 2:16:15ได้ก่อนถ้าไม่ใส่พนะครับผมจะลองกดรันดู
  2655. 2:16:18เนาะอลองกดรันก็จะแจ้ง Error บรรทัดที่ 7
  2656. 2:16:24นะครับบอกว่า E statement เนี่ยไม่มี
  2657. 2:16:27บล็อกการทำงานก็คือเปรียบเทียบแล้วให้ทำ
  2658. 2:16:29อะไรนะครับไม่รู้ก็เลยแจ้ง
  2659. 2:16:32Error นะครับอ่าอันนี้ก็คือสิ่งที่เกิด
  2660. 2:16:37ขึ้นนะครับถ้าเราทำการวางโครงสร้างเอาไว้
  2661. 2:16:40แต่แต่ว่ายังไม่ได้มีการกำหนดการทำงานนะ
  2662. 2:16:43ครับอันนี้ python SH ผมปิดไปก่อนเนาะ
  2663. 2:16:46อ่ะ
  2664. 2:16:48โคเพราะฉะนั้นนะครับถ้าต้องการอยากจะให้
  2665. 2:16:51โปรแกรมรันผ่านก็จะระบุคีย์เวิร์ด pass
  2666. 2:16:53เข้าไปนะครับเป็นการกำหนดโครงสร้างไว้
  2667. 2:16:57ก่อนว่าตอนนี้เงื่อนไขของเราก็คือตรวจสอบ
  2668. 2:17:00ว่าถ้าคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ให้ทำ
  2669. 2:17:04อะไรตอนนี้ยังไม่มีการกำหนดการทำงานทำการ
  2670. 2:17:09กำหนดเป็นทางเลือกเอาไว้ก่อนถ้านะครับ If
  2671. 2:17:14ก็แปลว่าถ้าใช่มยถ้าคะแนนมากกว่าเท่ากับ
  2672. 2:17:1750 เราต้องการให้ทำอะไรตอนนี้ยังไม่ำนวน
  2673. 2:17:21การทำงานนะครับแต่ว่าอยากให้โปรแกรมมัน
  2674. 2:17:23รันได้ก่อนนะครับมันก็รันได้เห็นมั้ยะ 40
  2675. 2:17:2640 คะแนนน่ะก็รันได้นะครับแต่ว่าการทำ
  2676. 2:17:29งานยังไม่กำหนดเราใส่พไปนะครับทีนี้ถ้า
  2677. 2:17:33หากว่าเงื่อนไขเอ่อที่เราระบุนะครับมัน
  2678. 2:17:37เป็นเทสครับก็คือเอนะให้ทำอะไรก็ทำการพ
  2679. 2:17:42ความหมายก็คือตอนนี้เรามีเงื่อนไขใน
  2680. 2:17:44โปรแกรมเนี่ย 2 เงื่อนไขเงื่อนไขแรกก็คือ
  2681. 2:17:47ถ้าคะแนนสอบมากกว่า 50 คะแนนขึ้นไปนะครับ
  2682. 2:17:52มากกว่าหรือเท่ากับ 50 แสดงว่ารวม 50
  2683. 2:17:54ด้วยใช่มยอ่า 50 คะแนนขึ้นไปให้ทำอะไรนะ
  2684. 2:17:58ครับแล้วถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จก็คือได้
  2685. 2:18:01คะแนนต่ำกว่า 50 ให้ทำอะไรตอนนี้เรายัง
  2686. 2:18:05ไม่ทำการกำหนดการทำงานนะครับแต่ว่าอยาก
  2687. 2:18:07ให้โปรแกรมมันมันรันได้ก่อนก็ระบุเป็น
  2688. 2:18:09คีย์เวิร์ด Part เนาะอก็รันได้ปกติแต่ถ้า
  2689. 2:18:12ไม่ใส่เลยมันจะรันไม่ได้นะครับหลังจากที่
  2690. 2:18:15มีการกำหนดทางเลือกหรือว่าเงื่อนไขการทำ
  2691. 2:18:18งานเรียบร้อยแล้วนะครับผมก็จะมาออกเกรด
  2692. 2:18:20ให้กับนักเรียน
  2693. 2:18:21ครับก็คือถ้าคะแนนที่ส่งมาครับมากกว่า
  2694. 2:18:26หรือเท่ากับ 50 นะให้ทำอะไรผมก็จะให้
  2695. 2:18:29ปริ้นนะครับบอกว่าคุณได้
  2696. 2:18:36อ่ะคุณได้เกด a นะครับอ่าออกเกดให้เลยนะ
  2697. 2:18:41ครับคุณได้เกด
  2698. 2:18:43a นะครับหรือสอบผ่านนะครับอ่ะบอกว่าสอบ
  2699. 2:18:46ผ่านแล้วกันเนาะอสอบผ่าน
  2700. 2:18:50แต่ถ้าเป็นเท็จนะครับก็คือคะแนนต่ำกว่า 50
  2701. 2:18:54ก็บอกว่าสอบไม่ผ่านนะฮะผมจะ Copy ตัวนี้
  2702. 2:18:58มาเนาะ
  2703. 2:19:00อสอบไม่
  2704. 2:19:02ผ่านนะครับอ่านี้ก็คือการกำหนดกระบวนการ
  2705. 2:19:06ทำงานครับอ่าลองกดรันดู
  2706. 2:19:10ซิโอเคนะครับคะแนนสอบนะครับอ่าเป็น 48
  2707. 2:19:14ครับคะแนนสอบของคุณก็คือ 48 นะครับผล
  2708. 2:19:18ลัพธ์ผมว่าสอบไม่ผ่าน
  2709. 2:19:20นะฮะอ่าแล้วถ้า
  2710. 2:19:24เป็น 50 ล่ะ 50 ก็บอกว่าสอบผ่านเห็นมครับ
  2711. 2:19:30อ่าประมาณนี้นะครับประมาณนี้ทีนี้ในส่วน
  2712. 2:19:33ของการเขียนคำสั่งเงื่อนไขเนี่ยทุกคนจะ
  2713. 2:19:37สังเกตว่าตรงคำสั่งปริเนี่ยมันจะมีการ
  2714. 2:19:40indent หรือว่าการย่อหน้าครับมีการย่อ
  2715. 2:19:44หน้าหรือว่ามีการแบเนาะความหมายก็คือคำ
  2716. 2:19:48สั่งิตัวนี้นะครับจะมีขอบเขตการทำงาน
  2717. 2:19:51นะครับในพื้นที่ของ EV statement หรือ
  2718. 2:19:54ว่าอตัวแรกนะอีฟบนตัวนี้นะครับถ้าเงื่อน
  2719. 2:19:59ไขเป็นจริงให้ทำอะไรนะครับอันนี้ก็จะเป็น
  2720. 2:20:01คำสั่งย่อยที่จะอยู่ในพื้นที่ของเครื่อง
  2721. 2:20:04หมายอ่าคอลอนะครับของตัว
  2722. 2:20:08อีฟนะฮะถ้าเงื่อนไขเป็นจริงก็บอกว่าสอบ
  2723. 2:20:12ผ่านนะครับไอ้บล็อกสอบผ่านตัวนี้แหละนะ
  2724. 2:20:14ครับอ่ามันก็จะอยู่ในพื้นที่ของตัวอีฟ
  2725. 2:20:17เพราะว่าอะไรครับเพราะว่าใช้ indent หรือ
  2726. 2:20:20ว่าการย่อหน้านะครับในการจำแนกกลุ่มคำ
  2727. 2:20:23สั่งที่จะทำงานเมื่อเงื่อนไขที่ 1 เป็น
  2728. 2:20:27จริงอ่าแล้วถ้าผมไม่ไม่ทำการระบุย้อหน้า
  2729. 2:20:30ล่ะผมเขียนติดไปนี้เลยนะครับอันนี้ก็ผมก็
  2730. 2:20:34เขียนติดเหมือนกันนะครับไม่ไม่ทำการเขียน
  2731. 2:20:36ย้อหน้าละก็คือ If ส print L นะครับรัน
  2732. 2:20:41ดูก็จะแจ้ง Error ครับบอกว่า syntax
  2733. 2:20:44Error ตรง indent Block นะครับ EV เห็น
  2734. 2:20:47มตรง Block E เนี่ยบรรทัดที่ 6 เนี่ยทำ
  2735. 2:20:50ไม่ได้ทำงานไม่ได้นะครับมันทำงานไม่ได้
  2736. 2:20:54เพราะว่าอะไรครับเพราะว่าไม่เกิดการไม่มี
  2737. 2:20:56การย่อหน้าเกิดขึ้นนะครับในบล็อกของอีฟ
  2738. 2:21:01ความหมายก็คืออีฟเนี่ยมีการกำหนดเป็นเป็น
  2739. 2:21:04คำสั่งหลักก็คือสอมากกว่าหรือเท่ากับ 50
  2740. 2:21:08ทีนี้ถ้าคำสั่งหลักตัวนี้เป็นจริงเนี่ย
  2741. 2:21:10ให้ทำอะไรก็จะมีกลุ่มคำสั่งย่อยครับหรือ
  2742. 2:21:14ว่าคำสั่งที่อยู่ในพื้นที่ของอีฟเนี่ยนะ
  2743. 2:21:17ครับต้องทำการเว้นวรรคอ่าหรือว่าย่อหน้า
  2744. 2:21:22นะครับเพื่อที่จะบอกว่าไอ้ตัวปริ้นสอบ
  2745. 2:21:25ผ่านเนี่ยมันเป็นคำสั่งย่อยนะฮะที่ถูกจัด
  2746. 2:21:30กลุ่มอ่าในเงื่อนไขที่ 1 ก็คือในส่วนของ
  2747. 2:21:35ตัว Block E นะครับ Block นี่เขียนติด
  2748. 2:21:39ติดขอบเลยใช่มั้ยครับแต่ว่าปริ้นสอบผ่าน
  2749. 2:21:43เนี่ยจะมีการเว้นวรรคหรือมีการ indent
  2750. 2:21:47หรือการเขียนย่อหน้าขึ้นเพื่อที่จะบอกว่า
  2751. 2:21:49คำสั่งปริ้นตัวนี้จะถูกบรรจุอยู่ในพื้น
  2752. 2:21:52ที่ของอีฟตัวเอก็เหมือนกันนะครับเอป้
  2753. 2:21:56เนี่ยปริ้นสอบไม่ผ่านเนี่ยมันก็คือคำสั่ง
  2754. 2:21:59ที่ทำงานอยู่ในขอบเขตหรือว่าพื้นที่ของ
  2755. 2:22:03เอนะครับถ้าเราไม่ทำการระบุ indent หรือ
  2756. 2:22:08ย่อหน้าเลยเอก็จะทำงานไม่ได้ครับรอบนี้
  2757. 2:22:11เห็นมก็จะแจ้ง syntax Error นะครับ
  2758. 2:22:14indent Block ตรงส่วนของ
  2759. 2:22:17เอทำงานไม่ได้วิธีการแก้ปัญหาก็คือโอเค
  2760. 2:22:23ต้องมีการย่อหน้าให้ถูกต้องกด Tab 1
  2761. 2:22:25ครั้งนะครับแนะนำว่าไม่ต้องกด Space Bar
  2762. 2:22:29นะครับกด Space Bar มันจะมีปัญหาในภาย
  2763. 2:22:31หลังให้กด Tab ดีกว่าแบแค่ครั้งเดียวเป็น
  2764. 2:22:35การบอกว่าปริ้นสอบผ่านเนี่ยเป็นคำสั่ง
  2765. 2:22:38ย่อยนะครับที่อยู่ในอ่าพื้นที่ของอีฟส่วน
  2766. 2:22:42ปริ้นสอบไม่ผ่านเป็นคำสั่งย่อยที่อยู่ใน
  2767. 2:22:44พื้นที่ของเอโอเคนะครับมาลองกดร้า
  2768. 2:22:48ใหม่เขดมาป้อนคะแนนสอบของคุณนะครับอ่ะ
  2769. 2:22:52เป็น 59 ครับคะแนนสอบของคุณ 59 สอบ
  2770. 2:22:56ผ่านโอเคนะครับอ่านี้ก็คือเรามีเงื่อนไข
  2771. 2:22:59แค่ 2 เงื่อนไขทีนี้นะครับบังเอิญว่าผู้
  2772. 2:23:03ใช้งานโปรแกรมเนี่ย
  2773. 2:23:06เค้าไม่ค่อยชำนาญเท่าไหร่ว่าจะต้องป้อน
  2774. 2:23:09คะแนนสอบเท่าไหร่อ่าอย่างเช่น
  2775. 2:23:12อ่าป้อนคะแนนสอบเป็นติดลบมาครับ -1 อ่ะก็
  2776. 2:23:17สอบไม่ผ่านนะครับสอบไม่ผ่านหรือป้อนคะแนน
  2777. 2:23:22สอบเป็นอะไริเป็น 0 อ่ะ 0 ก็สอบไม่ผ่าน
  2778. 2:23:26อยู่แล้วนะฮะเพราะฉะนั้นนะครับสิ่งที่ผม
  2779. 2:23:30จะมากำหนดก็คือ
  2780. 2:23:31อ่าเงื่อน
  2781. 2:23:33ไขสำหรับตรวจสอบข้อมูลของคะแนนครับโดยข้อ
  2782. 2:23:39มูลคะแนนของเราเนี่ยจะต้องไม่ได้เป็นค่า
  2783. 2:23:41ติดลบครับเพราะถ้ามีค่าติดลบเนี่ยมันก็จะ
  2784. 2:23:45แปลกๆใช่มั้ยคะแนนสอบติดลบคุณเวสอบยังไง
  2785. 2:23:48เนี่ยได้ติดลบมาเนี่ยก็จะแแปลกๆใช่มั้ย
  2786. 2:23:51โปรแกรมของเรานะครับเพราะฉะนั้นเจะต้องมี
  2787. 2:23:53การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมนะครับในกรณี
  2788. 2:23:56ที่สอบผ่านหรือว่าสอบไม่ผ่านเนี่ยคะแนน
  2789. 2:23:59ของเราจะต้องอยู่ในช่วงอ่า 0 คะแนนขึ้นไป
  2790. 2:24:04แต่ว่าถ้าเป็นค่าติดลบอย่างเช่น -1 -2
  2791. 2:24:06ไล่ลงไปเนี่ยนะครับเราก็จะแจ้งกับผู้ใช้
  2792. 2:24:10โปรแกรมบอกว่าเป้อนคะแนนไม่ถูกต้องนะครับ
  2793. 2:24:13ผมก็จะเพิ่มเงื่อนไขหลักนะครับที่จะถูก
  2794. 2:24:17ตรวจสอบก่อนก่อนที่จะมีการเปรียบเทียบตัว
  2795. 2:24:21เลขนะครับก็คือทำการตรวจสอบว่าตอนนี้
  2796. 2:24:24คะแนนสอบที่ป้อนเข้ามาเนี่ยนะครับมันน้อย
  2797. 2:24:26กว่า 0 หรือเปล่าก็คือเป็นค่าติดลบหรือ
  2798. 2:24:29ไม่อันนี้จะถือว่าเป็นเงื่อนไขหลักนะครับ
  2799. 2:24:32ถ้ามีค่าติดลบผมก็จะปินบอกว่าอ่าคะแนนไม่
  2800. 2:24:37ถูก
  2801. 2:24:39ต้องนะครับคะแนนไม่ถูกต้องอันนี้ก็คือ
  2802. 2:24:42เงื่อนไขที่ 1 ส่วนเงื่อนไที่ 2 เนี่ยจะ
  2803. 2:24:45เป็นสกอร์มากกว่าหรือเท่ากับ 50 นะครับก็
  2804. 2:24:48จะเปลี่ยนจากอีฟไปเป็นิแทนอ่าเป็นเงื่อน
  2805. 2:24:52ไขที่ 2 นะครับเงื่อนไขที่ 1 ก็คือสกอ
  2806. 2:24:56น้อยกว่า 0 เงื่อนไขที่ 2 ก็คือสกอมาก
  2807. 2:24:59กว่าแลเท่ากับ 50 นะครับถ้าหากว่าทั้ง 2
  2808. 2:25:04เงื่อนไขด้านบนนะครับอ่าเป็นเทสทั้งหมดก็
  2809. 2:25:09จะวิ่งมาที่บ็อกเอบอกว่าสอบไม่ผ่านอ่ามา
  2810. 2:25:12ดูซิผมจะลองป้อนคะแนนสอบนะครับเป็น -10
  2811. 2:25:17นะครับก็จะบอกว่าคะแนนสอบของคุณเท่ากับ
  2812. 2:25:20-10 แล้วก็คะแนนไม่ถูกต้องเห็นมั้ยฮะอ่า
  2813. 2:25:25ก็คือจะไม่ได้แจ้งสถานะว่าสอบผ่านหรือว่า
  2814. 2:25:27สอบไม่ผ่านแต่ถ้าเมื่อไหร่ครับผมป้อนอ่า
  2815. 2:25:31คะแนนสอบครับอ่ะเป็น 0 แล้วกันก็บอกว่า
  2816. 2:25:33สอบไม่ผ่านเห็นฮะอได้ 0 คะแนนนะครับกิน
  2817. 2:25:37ไข่ต้มไปนะครับหรือได้ 1 คะแนนนะครับ 1
  2818. 2:25:40คะแนนก็สอบไม่ผ่านอ่าแต่ถ้าเป็น 50 คะแนน
  2819. 2:25:44ขึ้นไปเนาะอ่า 50 ก็แบว่าสอบ
  2820. 2:25:48ผ่านนะครับ
  2821. 2:25:51อ่าหรือจะเปลี่ยนเงื่อนไขก็ได้นะครับจาก
  2822. 2:25:54สอบผ่านสอบไม่ผ่านเนี่ไปเป็นเกด a กับเด f
  2823. 2:25:57เนาะนะออกเดเลยนะครับไม่ต้องแจ้งสถานะว่า
  2824. 2:26:03สอบผ่านหรือว่าสอบไม่
  2825. 2:26:05ผ่านนะครับกรุณาป้อนคะแนนสอบของคุณนะครับ
  2826. 2:26:09อ 50 ก็ได้เด
  2827. 2:26:11a นะครับและถ้าเป็น 30 คะแนนล่ะก็ได้เด
  2828. 2:26:17f นะครับอันนี้อาจจะรันเร็วนิดนึงนะฮะ
  2829. 2:26:19อ่า 49 คะแนนนะครับก็ได้เด f แต่ถ้าเป็น
  2830. 2:26:23ติดลบครับอ่ะติดลบ -1 อ่ะก็บอกว่าคะแนน
  2831. 2:26:27ไม่ถูกต้องหรือได้คะแนน 0 แต้ม 0 คะแนนก็
  2832. 2:26:32ได้ 7f เหมือน
  2833. 2:26:35เดิมโอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการ
  2834. 2:26:39ใช้คำสั่งเงื่อนไขนะครับทั้งรูปแบบ 2
  2835. 2:26:43เงื่อนไขและข้อ 3 เงื่อนไขนะฮะก็จะได้ผล
  2836. 2:26:47ลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  2837. 2:26:59ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  2838. 2:27:02นี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการเขียนออ
  2839. 2:27:05แบบลดรูปกันนะครับหรือว่า ternary
  2840. 2:27:08Operator เนาะโดย ebel แบบลดรูปนะครับ
  2841. 2:27:11หรือว่า ternary Operator เนี่ยจะเป็น
  2842. 2:27:13การกำหนดเงื่อนไข 2 เงื่อนไขก็คือเงื่อน
  2843. 2:27:17ไขที่เป็นจริงกับเงื่อนไขที่เป็น Test
  2844. 2:27:19หรือว่า Block e กับบอกเอนะครับซึ่งอ่า
  2845. 2:27:23การลดรูปเนี่ยก็คือทำให้โค้ดเนี่ยมีความ
  2846. 2:27:26กระชับหรือพูดง่ายง่ายก็คือถ้าเราเขียน E
  2847. 2:27:29แบบปกติเนี่ยจะใช้จำนวนบรรทัดเยอะกว่า E
  2848. 2:27:32แบบลดรูปนะครับ E แบบลดรูปจะเขียนแค่
  2849. 2:27:34บรรทัดเดียวก็สามารถทำงานได้เลยนะฮะอ่ะ
  2850. 2:27:37เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างเป็นการเขียน E แบบ
  2851. 2:27:40ปกติก่อนเนาะแล้วก็ทำการลดรูปให้อยู่ใน
  2852. 2:27:44ลักษณะของ ternary Operator นะครับก็คือ
  2853. 2:27:48เขียนโค้ดแค่บรรทัดเดียวก็สามารถทำงาน
  2854. 2:27:50เงื่อนไข 2 เงื่อนไขได้ซึ่งผมจะยกตัว
  2855. 2:27:54อย่างเป็นการเขียนโปรแกรมคำนวณเลขคู่กับ
  2856. 2:27:57เลขคี่แล้วกันนะครับก็คือจะให้ผู้ใช้
  2857. 2:28:00โปรแกรมเนี่ยส่งตัวเลขเข้ามาทำงานนะครับ
  2858. 2:28:03แล้วก็ให้โปรแกรมเนี่ยบอกว่าตัวเลขที่ส่ง
  2859. 2:28:05เข้ามานั้นมันเป็นเลขคู่หรือว่าเลขคี่
  2860. 2:28:08นั่นเองผมก็จะสร้างตัวแปรที่ชื่อว่า
  2861. 2:28:10Number ขึ้นมาครับมีค่าเท่ากับ input
  2862. 2:28:13เนาะอันนี้ก็บอกว่าป้อนตัวเลขนะครับป้อน
  2863. 2:28:18ตัวเลขของคุณนะครับ
  2864. 2:28:22โอเคอ่าโดยข้อมูลที่ป้อนนะครับแล้วก็แปลง
  2865. 2:28:28ให้อยู่ในรูปแบบของตัวเลขจำนวนเต็มครับก็
  2866. 2:28:30คือ int นะเอามาเขียนครอบ input นะฮะอัน
  2867. 2:28:35นี้ก็จะบอกว่ากรุณาป้อนตัวเลขเนาะกรุณา
  2868. 2:28:38ป้อนตัวเลขของคุณนะครับหลังจากที่ป้อน
  2869. 2:28:41เสร็จเรียบร้อยนะครับอ่าผมก็จะ
  2870. 2:28:44ปริ้นนะครับอ่าตัวเลขของ
  2871. 2:28:51คุณคือเลขอะไรนะครับก็เลขที่อยู่ในตัวแปร
  2872. 2:28:55Number ครับ
  2873. 2:28:57โอเคอันนี้ก็คือการรับ input เข้ามาทำงาน
  2874. 2:29:00นะกดลกรุณาป้อนตัวเลขของคุณนะครับมาเลข 10
  2875. 2:29:04นะตัวเลขของคุณก็คือ 10 สิ่งที่ผมต้องการ
  2876. 2:29:08ก็คืออยากจะให้โปรแกรมเนี่ยบอกว่าเลข 10
  2877. 2:29:10หรือว่าเลขที่ป้อนเข้ามาเนี่ยเป็นเลขคู่
  2878. 2:29:12หรือว่าเลขคี่นะครับถ้าเป็นเลขคู่แสดงว่า
  2879. 2:29:15หาร 2 ลงตัวครับก็คือได้เศษ 0 แต่ถ้าเป็น
  2880. 2:29:18เลขคี่ก็คือหาร 2 ลงตัวนั่นเองผมก็จะมา
  2881. 2:29:21กำหนดเงื่อนไขครับก็คืออฟถ้า number ของ
  2882. 2:29:24ผมเนี่ยนะครับทำการหาร 2 นะครับแล้วได้
  2883. 2:29:28เศษ 0 ครับอ่าเหลือเศษ 0 หาร 2 เศษ 0 นะ
  2884. 2:29:33ครับอเท่ากับเท่ากับนะฮะทำการเปรียบเทียบ
  2885. 2:29:35เนาะอันนี้เป็นการใช้ตัวดำเนินการทาง
  2886. 2:29:40คณิตศาสตร์นะครับส่วนเท่ากับเท่ากับเนี่ย
  2887. 2:29:43เป็นการใช้ตัวดำเนินการเปรียบเทียบก็คือ
  2888. 2:29:46เมื่อทำการคำนวณหาผลหารนะครับครับของตัว
  2889. 2:29:50เลขนะครับก็คือหารเอาเศษเนาะอ่าเอาตัวเลข
  2890. 2:29:55นะครับมาหาร 2 แล้วได้เศษ 0 ก็คือเท่ากับ
  2891. 2:29:58เท่ากับ 0 นะครับให้ทำอะไรอ่าก็คือถ้าหาร
  2892. 2:30:022 ลงตัวให้ทำอะไรนะครับแล้วถ้าหารไม่ลง
  2893. 2:30:05ตัวล่ะให้ทำอะไรนะครับก็จะใส่พทเอาไว้
  2894. 2:30:08ก่อนถ้าหาร 2 ลงตัวนะครับก็คือหาร 2 แล้ว
  2895. 2:30:12ได้เศษ 0 นะครับก็จะถือว่าตัวเลขที่ส่ง
  2896. 2:30:15เข้ามานั้นมันเป็นเลขคู่นะครับผมก็จะ
  2897. 2:30:17ปริ้นบอกว่าเป็นเลขคู่
  2898. 2:30:20นะครับอเลขคู่แล้ว
  2899. 2:30:23กันแต่ถ้าหาร 2 ไม่ลงตัวนะครับก็คือไม่
  2900. 2:30:26ได้เศษ 0 แสดงว่าเป็นเลขคี่
  2901. 2:30:31ครับเลขคี่ออันนี้ก็คือการทำงานนะครับ If
  2902. 2:30:37Number นะครับหาร 2 อันนี้หารเอาเศษนะ
  2903. 2:30:40ครับถ้าได้เศษ 0 หรือว่ามีค่าเท่ากับเท่า
  2904. 2:30:44ก 0 นะครับก็คือผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบ
  2905. 2:30:46เศษนั่นเองผลเศษนะครับเป็นเศษส 0 แสดงว่า
  2906. 2:30:50หาร 2 ลงตัวก็บอกว่าเลขคู่แต่ถ้าเป็นเอก็
  2907. 2:30:54คือเลขคี่อ่ะมาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  2908. 2:30:56ครับอกดรันเนาะกรุณาป้อนตัวเลขของคุณนะ
  2909. 2:31:01ครับอ่า 10 ก็เป็นเลขคู่เห็นมอ่าแต่ถ้า
  2910. 2:31:05เป็นเลขอื่นล่ะเลข 3 อะไรพวกนี้ก็เป็นเลข
  2911. 2:31:09คี่นะ
  2912. 2:31:11ครับหรือถ้าเป็นเลขอะไรดี 70 อ่ะเป็นเลข
  2913. 2:31:18คู่อันนี้ก็คือคือ EB แบบปกตินะ
  2914. 2:31:23ครับจำนวนบรรทัดเนี่ยทั้งหมด 4 บรรทัดที
  2915. 2:31:28นี้ถ้าเป็น ternary Operator ครับหรือ
  2916. 2:31:30ว่า eil แบบรดรูปเนี่ยก็จะมีโครงสร้าง
  2917. 2:31:32คล้ายกับ eil แบบปกติเลยก็คือมีคำสั่งอี
  2918. 2:31:36มีคำสั่งเอแต่ว่าจะเขียนแค่บรรทัดเดียวนะ
  2919. 2:31:39ครับโดยคำสั่งที่อยู่ด้านหน้าเนี่ยนะครับ
  2920. 2:31:42อ่าก็จะเป็นผลลัพธ์นะครับผลลัพธ์ถ้า
  2921. 2:31:46เงื่อนไขเป็นจริงโดยในที่นี้นะครับผลลัพ
  2922. 2:31:50ถ้าเงื่อนไขเป็นจริก็คือปริ้นเลขคู่ใช่
  2923. 2:31:52ไหมผมก็จะเอาปริ้นเลขคู่มาต่อมาก็จะเป็น
  2924. 2:31:55เงื่อนไขครับก็คือ If Number
  2925. 2:31:59อ่า modulus 2 นะครับหรือว่า Mod 2
  2926. 2:32:03เนาะแล้วได้สจ 0 หรือ
  2927. 2:32:06เปล่านะครับเอาเงื่อนไขมาตามด้วย log เอ
  2928. 2:32:12ครับแล้วก็คำสั่งที่อยู่ในบล็อกเอแบบนี้
  2929. 2:32:18อันนี้ก็คือ ternary
  2930. 2:32:21Operator เงื่อนไขอ่าคำสั่งเมื่อเงื่อน
  2931. 2:32:25ไขใน E เป็นจริงนะครับก็คือปิ้นเลขคู่ตาม
  2932. 2:32:28ด้วยอีฟแล้วก็เงื่อนไขนะครับก็คือทำการ
  2933. 2:32:31หารเอาเศษใช่ไหมมครับก็คือหาร 2 แล้วได้
  2934. 2:32:34เศษ 0 หรือไม่ตามด้วยเอแล้วก็ปิ้เลขคี่นะ
  2935. 2:32:38ครับเราเขียนแค่บรรทัดเดียวเห็นมะอันนี้
  2936. 2:32:40ผมก็จะลบทิ้งแล้วไม่ใช้แล้วนะครับอประมาณ
  2937. 2:32:44นี้เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับผลลัพธ์ก็
  2938. 2:32:48เหมือนเดิมครับอันนี้นี้ทันกันมเนี่ยอ่า
  2939. 2:32:50ปริ้นเลขคู่อีฟ Number นะครับ Mod 2
  2940. 2:32:55เท่ากับเท่ากับ 0 แล้วก็เอปริ้นเลขคี่นะ
  2941. 2:32:58ครับอ่า Mod ก็คือเปอร์เซ็นต์นะฮะก็คือ
  2942. 2:33:00Mod modulo หรือ modulus นะฮะอ่าหารเอา
  2943. 2:33:04เศษอ่ะลองกดรันดูนะครับผมป้อนเลข 10 ครับ
  2944. 2:33:07อ่ะป้อนเลข 10 ก็บอกว่าเลขคู่เห็นมอ่า
  2945. 2:33:13แล้วถ้าเป็นเลขคี่
  2946. 2:33:14ล่ะ 3 นะครับเลขคี่เอ๊ะทำไมไม่เอกผมไม่มี
  2947. 2:33:19นะครับผมผมได้ใส่ไม่เอกแล้วเลข
  2948. 2:33:22คี่นะครับอ่ะผมใส่ไปแล้วนะเลขคี่ผมใส่ไม่
  2949. 2:33:25เอกไปแล้วนะฮะแต่ถ้าเป็น id python สลา
  2950. 2:33:29มันจะลอยนะครับไม่ได้ไม่ต้องตกใจ
  2951. 2:33:31นะแต่ผมนตกใจแล้วนะครับทำไมมันทำงานไม่
  2952. 2:33:35ได้อ่ะเลขคี่นะครับมา
  2953. 2:33:373 หรือถ้าเป็น 7 7 ก็หาร 2 ไม่ลงตัว
  2954. 2:33:41เนาะอก็เป็นเลข
  2955. 2:33:43คี่นะครับแต่ถ้าเป็น 15 15 าร 2 ลงตัว
  2956. 2:33:47มั้ย 15 นะครับอเป็นเลขคี่แต่ถ้าเป็น 16
  2957. 2:33:50จะเป็นเลขคู่
  2958. 2:33:52นะโอเคก็คืออ่าเนี่ยหาร 2 ลงตัวนะครับเลข
  2959. 2:33:57คู่อันนี้สละไม่ลอยเนาะเดี๋ยวผมเทสใหม่
  2960. 2:34:02ก่อน 7 อันนี้สละลอยอ่ะเห็นไมเอกมีอยู่
  2961. 2:34:06นะโอเคครับผมอันนี้ก็คือ ternary
  2962. 2:34:09Operator นะครับหรือว่า EB แบบลดรูปใน
  2963. 2:34:11ภาษา python อ่าก็จะได้ผลรับตามที่แสดง
  2964. 2:34:14ข้างต้นเลย
  2965. 2:34:24ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  2966. 2:34:28นี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการดาวน์โหลด
  2967. 2:34:31และก็ติดตั้งเครื่องมือนะครับที่จะช่วย
  2968. 2:34:34อำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา
  2969. 2:34:37python นะครับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่ง
  2970. 2:34:40ขึ้นนะครับโดยเครื่องมือดังกล่าวเนี่ยจะ
  2971. 2:34:42มีชื่อว่า Visual Studio Code หรือว่า
  2972. 2:34:44Wi Code นั่นเองนะครับจากหัวข้อที่่าน
  2973. 2:34:46ผๆมาครับเราก็ได้ลุยในส่วนของการเขียน
  2974. 2:34:48โปรแกรมภาษา python ครับพื้นฐานกันไปแล้ว
  2975. 2:34:50นะครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างตัว
  2976. 2:34:52แปรการใช้โครงสร้างควบคุมพื้นฐานนะครับ
  2977. 2:34:55ทั้งในส่วนของแบบลำดับแลก็แบบมีเงื่อนไข
  2978. 2:34:58เนาะแล้วก็เริ่มต้นเขียนโปรแกรมตัด Gate
  2979. 2:35:00นะครับโดยอาศัยความรู้ในเรื่องของคำสั่ง
  2980. 2:35:03เงื่อนไขใช่ไหมมครับนั่นก็คือในส่วนของ
  2981. 2:35:05ตัวออรวมไปถึงการเขียน ifl แบบรดรูปหรือ
  2982. 2:35:09ว่า ternary Operator นะครับซึ่งการ
  2983. 2:35:11เขียนโปรแกรมที่มันผ่านมาเนี่ยนะครับเรา
  2984. 2:35:13ก็จะอาศัยเครื่องมือมาตรฐานนะครับของตัว
  2985. 2:35:16ภาษา python นั่นก็คือ idle python นะ
  2986. 2:35:19ครับแต่ว่า ID I python เนี่ยมันก็จะมี
  2987. 2:35:22ข้อจำกัดหลายๆอย่างนะครับที่ไม่สามารถทำ
  2988. 2:35:25ให้เราเเขียนโปรแกรมได้อย่างมี
  2989. 2:35:27ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นหรือว่าไม่สามารถ
  2990. 2:35:29ทำให้เราเขียนโปรแกรมง่ายมากกว่าเดิมนะฮะ
  2991. 2:35:31ก็เลยเปลี่ยนจากการใช้ ID python นะครับ
  2992. 2:35:35มาใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า vs Code หรือ
  2993. 2:35:37ว่า Visual Studio Code แทนนั่นเองนะ
  2994. 2:35:39ครับโดย vs Code นะครับเป็นเครื่องมือ
  2995. 2:35:42หรือว่า ide หรือ text editor นะครับที่
  2996. 2:35:44ใช้สำหรับเขียนโปรแกรมนะครับที่ได้รับ
  2997. 2:35:47ความนิยมในปัจจุบันนะครับเนื่องจากว่าตัว
  2998. 2:35:50Wi Code เนี่ยมันรองรับการเขียนโปรแกรม
  2999. 2:35:52ได้หลายภาษานะครับอย่างเช่นเราสามารถ
  3000. 2:35:54เขียนโปรแกรมภาษา python ภาษา Java ภาษา C
  3001. 2:35:58นะครับใน vs Code ได้เนื่องจากว่า vs
  3002. 2:36:00Code เนี่ยอ่าเป็นโปรแกรมที่ให้เรา
  3003. 2:36:03สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรีนะครับอีก
  3004. 2:36:06ทั้งมีขนาดเล็กและก็ทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  3005. 2:36:08นะครับโดย V Code นะครับจะมีส่วนที่
  3006. 2:36:11เรียกว่าส่วนเสริมหรือว่า Extension นะ
  3007. 2:36:13ครับที่อำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม
  3008. 2:36:15นะครับอย่างเช่นมีระบบ Auto Complete
  3009. 2:36:17หรือทำการ generate ตัวคำสั่งสำเร็จรูปไป
  3010. 2:36:21ให้เราใช้งานได้เลยนะครับโดยที่เราไม่
  3011. 2:36:22จำเป็นต้องเขียนคำสั่งเองทั้งหมดนะฮะนี้
  3012. 2:36:25ก็คือส่วนของตัว Extension หรือว่าส่วน
  3013. 2:36:29เสริมที่อยู่ในตัว W Code นะครับซึ่งก็
  3014. 2:36:31ต้องไปดาวน์โหลดตามภาษาที่เราเขียนนะครับ
  3015. 2:36:33อย่างเช่นถ้าเราใช้ภาษา python ก็จะต้อง
  3016. 2:36:36ติดตั้ง Extension นะครับที่ชื่อว่า
  3017. 2:36:38python ลงไปใน V Code นั่นเองนะฮะโดย
  3018. 2:36:42การใช้งาน V Code ร่วมกับ python นะครับ
  3019. 2:36:44อันดับแรกเราต้องติดตั้ง vs Code ลงไป
  3020. 2:36:46ที่เครื่องของเราก่อนนะครับจากนั้นก็ทำ
  3021. 2:36:48การเลือก P interpreter นะครับตาม
  3022. 2:36:51เวอร์ชั่นที่ติดตั้งในเครื่องนะฮะก็คือ
  3023. 2:36:54เลือกตัวแปลภาษานะครับมาใช้งานใน West
  3024. 2:36:57Code นะครับจากนั้นก็ทำการติดตั้งส่วน
  3025. 2:36:59เสริมหรือว่า python Extension นะครับ
  3026. 2:37:02สำหรับอำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม
  3027. 2:37:04ด้วยภาษา python นะครับอย่างเช่นการรัน
  3028. 2:37:06การจัดระเบียบโค้ดนะครับพร้อมระบบอ่า
  3029. 2:37:09สร้างคำสั่งสำเร็จรูปให้อัตโนมัตินะครับ
  3030. 2:37:12โดยที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดเองทั้งหมด
  3031. 2:37:15นะฮะเราพิมพ์ตัวอักษรแค่ตัวเดียวก็จะได้
  3032. 2:37:17คำสั่งสำเร็จรูปมาใช้งานเลยอะไรประมาณนี้
  3033. 2:37:19นะฮะเรียกว่าระบบ Auto Complete เนาะอ่า
  3034. 2:37:22เดี๋ยวมาดูตัวอย่างการดาวน์โหลดและก็ติด
  3035. 2:37:24ตั้ง vs Code ลงไปที่เครื่องของเรากันนะ
  3036. 2:37:27ครับรวมไปถึงการตั้งค่า B Code นะครับ
  3037. 2:37:29ให้สามารถใช้งานร่วมกับ python ได้นั่น
  3038. 2:37:32เองนะครับมีขั้นตอนอย่างไรบ้างนะครับ
  3039. 2:37:34เดี๋ยวเรามาเริ่มต้นกันเลยขั้นตอนแรกนะ
  3040. 2:37:37ครับให้ทุกคนเข้าไปที่เว็บไซต์ Code
  3041. 2:37:39Visual studio.com นะครับอ่าก็จะได้
  3042. 2:37:41หน้าเว็บอันนี้มาจากนั้นนะครับให้ทุกคนกด
  3043. 2:37:45ที่ปุ่มดาวน์โหลดอ่าไฟล์ติดตั้ง Wi Code
  3044. 2:37:47นะครับไปไว้ที่เครื่องของตัวเองนะครับก็
  3045. 2:37:50คือปุ่มสีน้ำเงินตัวนี้นะครับอ่า Download
  3046. 2:37:52for Windows ของผมใช้ Windows นะครับก็
  3047. 2:37:54จะขึ้นมาว่า Download for Windows เนาะ
  3048. 2:37:56ก็คลิกที่ปุ่มโหดตัวนี้นะครับอ่าก็จะทำ
  3049. 2:38:00การดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้ง vs Code นะครับ
  3050. 2:38:02มาไว้ที่เครื่องของเรานั่นเองนะครับอ่ะ
  3051. 2:38:04หลังจากที่ดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยนะครับ
  3052. 2:38:06ก็จะมาเริ่มต้นติดตั้ง V Code กันนะครับ
  3053. 2:38:09ก็เปิดไฟล์ติดตั้งขึ้นมา
  3054. 2:38:11ครับแล้วก็อ่าติ๊กตรงส่วนของ except นะ
  3055. 2:38:16ครับยอมรับการใช้งานเนาะแล้วก็กด next
  3056. 2:38:18ั้นั้นก็มาเลือกว่าจะติดตั้ง vs Code นะ
  3057. 2:38:22ครับลงไปที่ตำแหน่งใดภายในเครื่องของเรา
  3058. 2:38:24นะครับอันนี้ผมเซตตามค่า default เลยนะ
  3059. 2:38:26ครับอ่าจะไม่มีการเปลี่ยนผ่านนะฮะจากนั้น
  3060. 2:38:29ก็กด next ครับอกด next นะครับในส่วนของ
  3061. 2:38:33อ่าตัว Option อะไรพวกนี้นะครับผมจะให้
  3062. 2:38:36สร้างตัวอ่า Desktop ไอคอนนะครับหรือว่า
  3063. 2:38:41สร้าง Shortcut อ่าของตัวเ Code นะครับ
  3064. 2:38:44อยู่ที่ Desktop นะฮะก็ติ๊กถูกตรง create
  3065. 2:38:47Desktop ไอคอนนะฮะอ่าอ่าแล้วก็กด next
  3066. 2:38:50นะครับแล้วก็กด Install ได้เลยนะครับอัน
  3067. 2:38:53นี้ก็คือขั้นตอนการดาวน์โหลดแล้วก็ติด
  3068. 2:38:55ตั้งเ Code นะครับลงไปที่เครื่องของเรา
  3069. 2:38:57นั่นเองนะฮะก็จะรอให้ติดตั้งจนเสร็จนะ
  3070. 2:39:02ครับโอเคหลังจากที่ติดตั้งเสร็จเรียบร้อย
  3071. 2:39:05นะครับผมก็จะให้ Run vest Code ขึ้นมา
  3072. 2:39:07นะฮะก็ติ๊กถูกตัวนี้นะครับแล้วก็กด finish
  3073. 2:39:11ไปนะครับอันนี้ก็คือหน้าตาของอ่าโปรแกรมเ
  3074. 2:39:17Code นะครับ
  3075. 2:39:20ซึ่งหน้าต่างเริ่มต้นเนี่ยนะฮะก็จะมีราย
  3076. 2:39:23ละเอียดนะครับตรงส่วนของเมนูต่างๆไม่ว่า
  3077. 2:39:25จะเป็นการสร้างไฟล์การเปิดไฟล์การเปิด
  3078. 2:39:27โฟลเดอร์นู่นนี่นั่นนะฮะอ่านี้ก็
  3079. 2:39:31คือหน้าตาโปรแกรม PS Code นะครับอ่ะที
  3080. 2:39:35นี้ยังไงต่อนะฮะสิ่งที่เราต้องทำนะครับก็
  3081. 2:39:38จะเป็นเรื่องของการติดตั้งส่วนที่เรียก
  3082. 2:39:42ว่า Extension ครับหรือว่าส่วนเสริมที่จะ
  3083. 2:39:45นำมาใช้งานใน West Code นะครับนั่นก็คือ
  3084. 2:39:48เราต้องการอยากจะเขียนโปรแกรมภาษา python
  3085. 2:39:51นะครับใน vs Code เพราะว่า vs Code มัน
  3086. 2:39:53เป็นโปรแกรมสำหรับเขียน Code ใช่มั้ยครับ
  3087. 2:39:56ก็จะต้องมีการลง Extension หรือว่าส่วน
  3088. 2:39:58เสริมนะครับที่จะช่วยให้เราสามารถเขียน
  3089. 2:40:00โปรแกรมได้ง่ายมากยิ่งขึ้นซึ่ง Extension
  3090. 2:40:03ที่เราจะติดตั้งนะครับจะมีชื่อว่า python
  3091. 2:40:06นะครับ Extension นะครับจะอยู่ในเมนูที่
  3092. 2:40:09ชื่อว่า Extension นะครับก็คือไอไอตัว
  3093. 2:40:11ไอคอนตัวนี้นะครับอ่า Extension นะครับ
  3094. 2:40:14คลิกเข้า
  3095. 2:40:15ไปเมื่อคลิกที่เมนู Extension แล้วนะครับ
  3096. 2:40:18ขั้นตอนต่อมาเนี่ยก็จะเป็นเรื่องของการ
  3097. 2:40:21ค้นหา Extension นะครับที่เราจะติดตั้ง
  3098. 2:40:25ให้สามารถใช้งานกับ vh Code ได้นะครับ
  3099. 2:40:29นั่นก็คือ Extension ที่ชื่อว่า python
  3100. 2:40:32นะฮะหรือถ้ามันไม่ขึ้นตรงนี้นะครับให้ทุก
  3101. 2:40:35คนค้นคำว่า python นะครับในช่องค้นหาได้
  3102. 2:40:38เลยนะฮะอ่าจากนั้นก็เลือก Extension
  3103. 2:40:42python นะครับอ่าของ Microsoft นะฮมันจะ
  3104. 2:40:45มี python หลายตัวมากๆนะครับแต่ว่าให้ทุก
  3105. 2:40:47คนเลือกในส่วนของอ่อ Extension ที่ชื่อ
  3106. 2:40:50ว่า python ของ Microsoft นะครับอันนี้จะ
  3107. 2:40:53เป็นจำนวนการดาวน์โหลดอ่าหรือว่าการใช้
  3108. 2:40:56งานตัว Extension ดังกล่าวนะ
  3109. 2:40:59ฮะโดยในส่วนของการติดตั้ง Extension
  3110. 2:41:02python นะครับก็กดที่อ่าเมนู Install
  3111. 2:41:05ตัวนี้ได้เลยนะครับ
  3112. 2:41:08โอเคอันนี้ก็คือขั้นตอนแรกนะครับหลังจาก
  3113. 2:41:12ที่ทุกคนอ่าเปิด vs Code ขึ้นมาจะต้อง
  3114. 2:41:14ติดตั้ง Extension ที่ชื่อว่า python ลง
  3115. 2:41:17ไปนะครับเวลาที่เราเขียนโปรแกรมด้วยภาษา
  3116. 2:41:20python เนี่ยอ่าตัว Extension ตัวนี้นะ
  3117. 2:41:22ครับก็จะช่วยในเรื่องของการ generate อ่า
  3118. 2:41:25คำสั่งสำเร็จรูปรวมไปถึงการจัดโค้ดที่เรา
  3119. 2:41:27อัตโนมัตินะครับทุกครั้งที่มีการเซฟหรือ
  3120. 2:41:29ว่ารันอ่าตัว python ไลนะครับถ้าติดตั้ง
  3121. 2:41:34เสร็จเรียบร้อยนะครับอ่ามันจะขึ้นให้ถอน
  3122. 2:41:37การติดตั้งเนาะอ่าอันนี้ไม่ต้องถอนนะครับ
  3123. 2:41:39ติดตั้งไปแล้วจากนั้นนะครับให้ทุกคนมาดู
  3124. 2:41:42ในส่วนของตัว Extension นะครับรายชื่อ
  3125. 2:41:46Extension นะครับที่ถูกติดตั้งตอนนี้นะ
  3126. 2:41:48ครับภายใน W Code ของเราเนี่ยก็จะมี 3
  3127. 2:41:51ตัวนะครับก็คือ python python debugger
  3128. 2:41:54แล้วก็ pilan นะครับจะเป็น Extension ที่
  3129. 2:41:56เกี่ยวข้องกับ
  3130. 2:41:57อ่าเครื่องมือที่จะช่วยอำนวยความสะดวกใน
  3131. 2:42:00การเขียนโปรแกรมด้วยภาษา python นะครับ
  3132. 2:42:02มันจะมี 3 ตัวนะครับตัวนึงจะเป็นส่วนของ
  3133. 2:42:05การจัดตัวโค้ดนะครับตัวนึงจะเป็นการเอ่อ
  3134. 2:42:09สร้างคำสั่งสำเร็จรูปของภาษา python ขึ้น
  3135. 2:42:11มาให้เราใช้งานนะครับอันนี้ก็คือขั้นตอน
  3136. 2:42:14แรกนะฮะขั้นตอนที่ 2 ครับผมจะให้ทุกคน
  3137. 2:42:18เปิดเิด Folder ect python นะครับที่
  3138. 2:42:21อยู่ในเครื่องของตัวเองนะครับให้นำเข้ามา
  3139. 2:42:24ทำงานใน vs Code ครับโดยให้ทุกคนมาที่
  3140. 2:42:28ส่วนของ explorer ตัวนี้นะครับแล้วก็กด
  3141. 2:42:31ที่อ่าปุ่ม Open Folder หรือจะไปที่เมนู
  3142. 2:42:36ไฟล์แล้วก็ Open Folder ก็ได้นะครับอผม
  3143. 2:42:40จะไปที่เมนูไฟลแล้วก็ Open Folder เนาะ
  3144. 2:42:43จากนั้นนะครับให้ทุกคนไปนำเอาฟลอร์นะครับ
  3145. 2:42:46Project หรือว่าโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า
  3146. 2:42:49Learning python นะครับเข้ามาทำงานใน BS
  3147. 2:42:51Code นะครับของผมเก็บโฟลเดอร์งานหรือว่า
  3148. 2:42:55Folder ect นะครับไว้ที่ Desktop ใช่
  3149. 2:42:59ไหมมครับแล้วก็โฟลเดอร์ที่ชื่อว่า
  3150. 2:43:00learning python นะผมก็จะเลือกโฟลเดอร์
  3151. 2:43:02ตัวนี้นะครับนำเข้ามาทำงานใน Bas Code
  3152. 2:43:05นะครับก็กดที่ Folder Learning python
  3153. 2:43:09แล้วก็กดที่ปุ่ม select Folder ครับปั๊บ
  3154. 2:43:12โอเคอันนี้ก็กด tas ไปนะฮะอ่าทีนี้ยังไง
  3155. 2:43:17ต่อนะครับให้ทุกคนสังเกตตรงส่วนของ
  3156. 2:43:20explorer ครับมันจะมีชื่อโฟลเดอร์ครับ
  3157. 2:43:22ที่ชื่อว่า learning python นะครับถูกนำ
  3158. 2:43:24เข้ามาทำงานและในฟลอร์ Learning python
  3159. 2:43:27นะครับก็จะมีไฟล์ที่ชื่อว่า Program py
  3160. 2:43:30ก็คือไฟล์งานที่เราได้สร้างจากหัวข้อที่
  3161. 2:43:32ผ่านมาครับถูกนำมาใช้งานด้วยนะครับให้ทุก
  3162. 2:43:36คนนะครับเปิดไฟล์ Program py ขึ้นมานะ
  3163. 2:43:39ครับอันนี้ก็คือส่วนของ font หรือว่าขนาด
  3164. 2:43:44ข้อความเริ่มต้นนะครับที่อยู่ในตัวไฟล์
  3165. 2:43:46ดังกล่าวจากหัวข้อที่ผ่านมาเนี่ยนะครับ
  3166. 2:43:48เราเราลุยในส่วนของการใช้ตัว ternary
  3167. 2:43:51Operator เนาะในการรับข้อมูลตัวเลขนะ
  3168. 2:43:54ครับแล้วก็ให้บอกว่าเป็นเลขคู่หรือว่าเลข
  3169. 2:43:56คี่อันนี้ก็คือโค้ดเดิมที่เราลุยกันมาแต่
  3170. 2:43:59ว่าตอนนี้นะครับอ่าข้อความมันดูเล็กเกิน
  3171. 2:44:02ไปใช่มอ่ะผมจะทำการขยายขนาดข้อความนะครับ
  3172. 2:44:06ให้มันใหญ่ขึ้นมาก็ไปที่เมนูไฟลนะครับ
  3173. 2:44:09preference แล้วก็ settings ครับมันจะ
  3174. 2:44:13เลือก Tab User นะครับแล้วก็ให้ทุกคนมา
  3175. 2:44:15ที่ส่วนของ editor font Size นะครับทำ
  3176. 2:44:19การปรับขนาด font นั่นเองหรือว่าปรับขนาด
  3177. 2:44:21ข้อความให้ใหญ่ขึ้นมานะครับผมปรับเอาซัก
  3178. 2:44:2522 แล้วกันนะครับแล้วก็กด Enter นะครับ
  3179. 2:44:29หรือไม่กดก็ได้นะครับระบวแค่ 22 ไปเมันจะ
  3180. 2:44:32เปลี่ยนขนาดข้อความให้เราเลยข้อความก็จะ
  3181. 2:44:34ดูใหญ่ขึ้นมาแล้วนะครับหรือถ้าข้อความนะ
  3182. 2:44:38ครับมันยังเล็กอยู่อ่ะก็สามารถไปปรับ
  3183. 2:44:41ใหม่คได้นะครับมาที่ไฟล preference
  3184. 2:44:44settings นะครับผมปรับเป็นซัก 25 แล้ว
  3185. 2:44:46กันโอเค
  3186. 2:44:49นะฮะอ่าทุกคนก็น่าจะเห็นโค้ดชัดแล้วนะ
  3187. 2:44:52ครับแต่สังเกตว่าตัวเ Code เนี่ยจะมีการ
  3188. 2:44:54แบ่งสีเอ่อส่วนของตัวโค้ดที่เราเขียนนะ
  3189. 2:44:58ครับอย่างเช่นส่วนที่เป็นคอมเมนก็จะเป็น
  3190. 2:45:00สีเขียวใช่มั้ครับอันนี้ก็จะเป็นตัวคำ
  3191. 2:45:03สั่งที่เราลุยกันมานะครับอันนี้ก็จะเป็น
  3192. 2:45:05สีของตัวแปรเนาะขั้นตอนต่อมานะครับสิ่ง
  3193. 2:45:09ที่ทุกคนจะต้องทำก็จะเป็นเรื่องของการ
  3194. 2:45:12ตั้งค่า python interpreter ครับก็คือนำ
  3195. 2:45:15เอาส่วนของตัวแปรภาษาเนี่ยอ่าที่เป็นเป็น
  3196. 2:45:19ของภาษา python นะครับมาใช้งานใน vs Code
  3197. 2:45:22ด้วยให้ทุกคนนะครับกดที่เมนูมุมล่างขวา
  3198. 2:45:26ครับอมันจะมี python แล้วก็เป็นเวอร์ชั่น
  3199. 2:45:30นะครับไอ้ตัวเวอร์ชั่นตัวนี้เนี่ยจะเป็น
  3200. 2:45:31การเลือก python interpreter นะครับ
  3201. 2:45:33เวอร์ชั่นที่เราต้องการแต่จะนำมาใช้ใน USS
  3202. 2:45:36Code นะครับว่าต้องการแจะได้ตัวแปลภาษา
  3203. 2:45:39หรือ python เวอร์ชั่นใดนะครับมาใช้งาน
  3204. 2:45:41นั่นเองโดยในตอนนี้นะครับ vs Code เนี่ย
  3205. 2:45:44ทำการเลือก python เวอร์ชั่น 3.12.7 ให้
  3206. 2:45:48ผมนะครับแต่ตนใดที่ไม่ขึ้นนะครับเมนูตัว
  3207. 2:45:51นี้ขึ้นมานะครับหรืออาจจะขึ้นเป็นกล่องสี
  3208. 2:45:55เหลืองบอกว่าให้เลือก python interpreter
  3209. 2:45:57นะครับก็ทำการคลิกนะครับแล้วก็มาเลือก
  3210. 2:46:00ตำแหน่งของ python interpreter นะครับ
  3211. 2:46:02ที่เราติดตั้งภายในเครื่องของเรานะครับ
  3212. 2:46:05นี้ผมทำการติดตั้ง python
  3213. 2:46:083.12.7 นะครับไว้ที่แอป Data อ่ามันก็จะ
  3214. 2:46:11ทำการกำหนดผาหรือว่าตำแหน่งของ python
  3215. 2:46:15เวอร์ชั่นดังกล่าวนะครับก็ให้ทำการเลือก
  3216. 2:46:17ตัว interpreter นะครับของตัว python ที่
  3217. 2:46:20เราติดตั้งลงไปในเครื่องนะครับอ่าเลือกมา
  3218. 2:46:23มันก็จะขึ้นเป็นอ่าตัว python
  3219. 2:46:283.12.7 นะครับโอเคเนาะหลังจากที่เราทำ
  3220. 2:46:34การเลือก python interpreter เสร็จเรียบ
  3221. 2:46:36ร้อยนะครับตอนนี้เนี่ยอ่า vs Code ก็จะ
  3222. 2:46:40สามารถอ่าใช้สำหรับเขียนโปรแกรมภาษา
  3223. 2:46:44python ได้แล้วนะครับตอนนี้โค้ดที่เรา
  3224. 2:46:48เขียนนะครับจะเป็นเป็นโค้ดเดิมก็คือ
  3225. 2:46:49ternary Operator ในการบอกเลขนะครับว่า
  3226. 2:46:53เป็นเลขคู่หรือว่าเลขคี่เนาะโดยวิธีการนะ
  3227. 2:46:56ครับให้ทุกคนกด Run ครับอยู่ที่มุมบนขวา
  3228. 2:47:00มือนะครับนี่ที่เป็นไอคอนตัวนี้นะครับ Run
  3229. 2:47:03python file นะครับเป็นการรันคำสั่งอ่า
  3230. 2:47:07ที่อยู่ในไฟล์ Program py ครับอ่าก็ลอง
  3231. 2:47:09กดรันดูเมื่อทำการกดรันนะครับอ่าในส่วน
  3232. 2:47:13ของตัว W Code เนี่ยก็จะมีการอ่าแสดงข้อ
  3233. 2:47:17มูลหรือว่ารายละเอียดนะครับครับอยู่ที่
  3234. 2:47:19Terminal ครับมันจะทำการเปิด Terminal
  3235. 2:47:21ขึ้นมานะครับโดยใน Terminal เนี่ยนะครับ
  3236. 2:47:24อ่าก็คือจะทำการรันไฟล์ Program py ของ
  3237. 2:47:29เรานะครับว่ามันมีกระบวนการทำงานเป็นยัง
  3238. 2:47:30ไงนะครับซึ่งในตัวไฟล์ดังกล่าวเนี่ยจะให้
  3239. 2:47:34ป้อนตัวเลขใช่มั้ครับแล้วก็บอกว่าตัวเลข
  3240. 2:47:39ที่ป้อนเนี่ยเป็นเลขคู่หรือว่าเลขคี่นะ
  3241. 2:47:41ครับอผมป้อนเลข 10 ไปเนาะนะก็จะขึ้นมาว่า
  3242. 2:47:44ตัวเลขของคุณคือ 10 นะครับเป็นเลข
  3243. 2:47:47คู่แต่ทุกคนสังเกตนะครับว่า Terminal นี่
  3244. 2:47:50นะครับอ่ามันจะมี PS นะครับอยู่ด้านหน้า
  3245. 2:47:54ถ้าไม่ได้มีการปรับแต่งใหม่นะมันจะขึ้น
  3246. 2:47:56เป็นตัว PS นะครับ PS ในที่นี้จะเป็นส่วน
  3247. 2:48:00ของตัว Power Shell นะครับถ้าท่านใดที่
  3248. 2:48:02ใช้ Windows นะครับมันจะรันผ่าน Power
  3249. 2:48:04Shell อัตโนมัตนะครับให้ทุกคนเปลี่ยนจาก
  3250. 2:48:06Power Shell ไปเป็น Command พ้อนะครับน
  3251. 2:48:08ว่าตัว Power Shell เนี่ยอ่าในบางครั้ง
  3252. 2:48:11ถ้าเรามีการเก็บตัวไฟล์ของเรานะครับที่
  3253. 2:48:14เป็นผภาษาไทยหรือว่ามีอัขระพิเศษนะครับ
  3254. 2:48:19ที่เอ่อปนอยู่กับชื่อไฟล์ของเรานะครับบาง
  3255. 2:48:23ครั้งมันจะทำงานไม่ได้นะครับถ้าเป็นตัว
  3256. 2:48:25Power Shell เนาะอ่าวิธีการให้ทุกคนค
  3257. 2:48:28Terminal ไปก่อนแล้วก็ไปที่เมนู Terminal
  3258. 2:48:31นะครับแล้วก็ New Terminal นะครับมันจะ
  3259. 2:48:33ขึ้นเป็น Power Shell ให้ทุกคนสลับจาก
  3260. 2:48:35Power Shell นะครับอ่ากดที่ Power
  3261. 2:48:39Shell ตัวนี้นะครับหรือกดตรงส่วนของ
  3262. 2:48:42เครื่องหมายลูกศรนะครับชี้ลงด้านล่างข้าง
  3263. 2:48:45ๆเครื่องหมายบวกนะครับแล้วก็เลือกเมนู
  3264. 2:48:48Select default Profile นะครับและ
  3265. 2:48:51เลือกเป็น Command prom ครับอ่าเป็นการ
  3266. 2:48:54สลับจาก Power Shell ไปเป็น Command
  3267. 2:48:56prom แล้วก็กดรูปถังขยายหรือว่า Q
  3268. 2:48:59Terminal ตัวนี้แล้วก็ New Terminal
  3269. 2:49:01ขึ้นมาใหม่นะครับมันก็จะกำหนดเป็น cmd
  3270. 2:49:04หรือว่าตัว Command พ้อนั่นเองนะครับอ่า
  3271. 2:49:07ทีนี้ยังไงต่อครับตอนที่เราทำการกดรัน
  3272. 2:49:10เนาะเราก็จะทำการันตัว Command พ้อนะครับ
  3273. 2:49:13ก็คือรันคำสั่ง python เนี่ยในพื้นที่
  3274. 2:49:15Command พ้อแทน Power Shield นั่นเองนะ
  3275. 2:49:18ครับก็ทำการปป้อนตัวเลขเหมือนเดิมนะฮะอ่า
  3276. 2:49:20เลข 10 อะไรก็ว่าไปแต่ว่าข้อความนะครับ
  3277. 2:49:23ที่แสดงผลใน Terminal เนี่ยขนาดมันดูเล็ก
  3278. 2:49:26ใช่มยอ่าบางคนมองไม่เห็นนะครับว่าไอ้ข้อ
  3279. 2:49:30ความที่ผมพิมพ์เนี่ยมันคืออะไรนะผมจะทำ
  3280. 2:49:32การขยายข้อความใน Terminal นะครับให้ทุก
  3281. 2:49:35คนมาที่ไฟล์ครับแล้วก็ preference
  3282. 2:49:39setting นะครับจากนั้นก็ทำการค้น
  3283. 2:49:42settings ครับอ่าที่ชื่อว่า
  3284. 2:49:45เ
  3285. 2:49:47Terminal นะครับอ
  3286. 2:49:49Terminal แล้วก็เว้นวรคนะครับ font siz
  3287. 2:49:54ครับอ Terminal font size นี่มอ่า
  3288. 2:49:57Terminal นะ Terminal อ่า font นะครับ
  3289. 2:50:02Terminal font นะะอันนี้จะเป็นเมนูนะ
  3290. 2:50:07ครับก็คือ Terminal integrated font
  3291. 2:50:10size นะครับขนาดเริ่มต้นจะเป็น 14 นะ
  3292. 2:50:15ครับผมจะเปลี่ยนเป็น 20 แล้วกันก็คือขนาด
  3293. 2:50:19ข้อความที่จะถูกแสดงผลใน Terminal นั่น
  3294. 2:50:21เองนะฮะก่อนหน้านี้เราทำการปรับขนาดข้อ
  3295. 2:50:24ความในตัว editor นะครับ editor ก็คือ
  3296. 2:50:27หน้าต่างตัวนี้นะครับที่เราใช้ในการเขียน
  3297. 2:50:30โค้ดแต่ Terminal ก็คือส่วนของขนานข้อ
  3298. 2:50:34ความที่อยู่ใน Terminal ครับให้ทุกคนมา
  3299. 2:50:35ที่ Terminal แล้วก็ New Terminal อมัน
  3300. 2:50:38ก็จะมีการปรับขนาดข้อความใหม่นะครับใหญ่
  3301. 2:50:41ขึ้นมานะครับตามขณะที่เรากำหนดก่อนหน้า
  3302. 2:50:44นี้เนาะอ่าจากนั้นก็ลองกดรันอีกรอบนึง
  3303. 2:50:48ครับ
  3304. 2:50:51โอเคนะครับกรุณาป้อนตัวเลขของคุณนะครับมา
  3305. 2:50:53เป็น 15 แล้วกันอ่าตัวเลขของคุณคือ 15 นะ
  3306. 2:50:57ครับเป็นเลข
  3307. 2:50:58คียโอเคนะครับทีนี้ในส่วนของการเขียน
  3308. 2:51:02โปรแกรมภาษา python ใน B Code เนี่ยกรณี
  3309. 2:51:05ที่เรามีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งนะครับใน
  3310. 2:51:09python ไลอย่างเช่นอ่าป้อนตัวเลขของคุณ
  3311. 2:51:11นะครับผมลบคำว่ากรุณาออกนะฮะทีนี้เมื่อลบ
  3312. 2:51:16แล้วนะครับให้ทุกคนสังเกตตรงส่วนของชื่อ
  3313. 2:51:18ไฟล์ Program py ครับมันจะมีสัญลักษณ์
  3314. 2:51:22กลมๆสีขาวตัวนี้อยู่นะครับเป็นการบอกว่า
  3315. 2:51:24ตัวไฟล์ดังกล่าวเนี่ยนะครับมีการถูกแก้ไข
  3316. 2:51:27แต่ยังไม่ถูกบันทึกนะครับก็เลยขึ้นเป็น
  3317. 2:51:31จุดสีขาแบบนี้นะครับเพื่อที่จะบอกว่าตอน
  3318. 2:51:34นี้มีการแก้ไขโค้ดนะแต่ว่าโค้ดที่คุณ
  3319. 2:51:36เขียนล่าสุดเนี่ยยังไม่ถูกบันทึกเลยนะ
  3320. 2:51:38ครับวิธีการบันทึกนะก็ไปที่ไฟล์แล้วก็เซฟ
  3321. 2:51:42ครับจุดกลมๆก็จะหายไปแล้วแสดงว่าคำสั่ง
  3322. 2:51:46ที่เราเขียนล่าสุดครับถูกบันทึกเรียบร้อย
  3323. 2:51:49โอเคนะครับอ่ะก็ลองกดรันใหม่นะครับก็จะ
  3324. 2:51:51ไม่มีคำว่ากรุณาป้อนตัวเลขของคุณนะครับก็
  3325. 2:51:54จะมีแค่คำว่าป้อนตัวเลขของคุณเนาะอ่าผม
  3326. 2:51:56ป้อนเป็น 100 แล้วกันอ่าตัวเลขของคุณคือ
  3327. 2:51:59100 นะครับเป็นเลขคู่นั่นเองโอเคครับผม
  3328. 2:52:02นี่ก็จะเป็นตัวอย่างการดาวน์โหลดแล้วก็
  3329. 2:52:05ติดตั้งเ Code นะครับรวมไปถึงการตั้งค่า
  3330. 2:52:07อ่าตัว python นะครับให้สามารถใช้งานในเ
  3331. 2:52:12Code ได้ทีนี้ใน B Code เนี่ยนะครับ
  3332. 2:52:14หลังจากที่เราติดตั้ง Extension python
  3333. 2:52:16ไปผมบอกว่ามันจะมีระบบ generate อ่าคำ
  3334. 2:52:19สั่งสำเรจรูปขึ้นมาให้เราเลยนะครับอย่าง
  3335. 2:52:21เช่นคำสั่งปริ้นเนาะผมพิมพ์แค่ตัว P นะ
  3336. 2:52:23ครับแล้วก็สามารถที่จะเลือกคำสั่งที่
  3337. 2:52:26เกี่ยวข้องได้เลยนะครับอย่างเช่นคำสั่ง
  3338. 2:52:28ปริ้อะไรพวกนี้ผมก็สามารถอ่าเลือกได้นะ
  3339. 2:52:31ครับก็คือพิมพ์ตัวอักษรแค่ตัวเดียวนะครับ
  3340. 2:52:33แล้วก็มาเลือกคำสั่งได้เลยอันนี้ก็คือข้อ
  3341. 2:52:35ดีของตัว vis Code นะครับรวมไปถึงการจัด
  3342. 2:52:39โค้ดอัตโนมัติด้วยนะครับเวลาที่เราทำการ
  3343. 2:52:42เขียนอ่าก็จะมีการจัด indent หรือว่าการ
  3344. 2:52:44ย่อหน้าหรือว่าการ BB ให้อัตโนมัตินะฮะ
  3345. 2:52:48โอเคครับผมก็ประมาณนี้ครับในเรื่องของการ
  3346. 2:52:51ใช้ vs Code เดี๋ยวในหัวข้อต่อไปครับเรา
  3347. 2:52:53ก็จะมาลุยในส่วนของการเขียนโปรแกรมด้วย
  3348. 2:52:56ภาษา python กันต่อนะ
  3349. 2:53:07ฮะครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  3350. 2:53:10ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับตัว
  3351. 2:53:13ดำเนินการทางตรรกศาสตร์กันนะครับโดยตัว
  3352. 2:53:16ดำเนินการทางตรรกศาสตร์
  3353. 2:53:18จะมีอยู่ 3 ตัวนะครับที่ทุกคนจะต้องทราบ
  3354. 2:53:21ก็คือ and or not นะครับ and ถ้าแปล
  3355. 2:53:24เป็นภาษาไทยแปลว่าและนะครับอแปลว่าหรือ
  3356. 2:53:27not แปลว่าไม่นะครับโดยตัวดำเนินการทาง
  3357. 2:53:31ตรรกศาสตร์เนี่ยก็จะเป็นการนำมาความรู้ใน
  3358. 2:53:34เรื่องของวิชาตรรกศาสตร์นะครับมาใช้ในการ
  3359. 2:53:36เขียนโปรแกรมนั่นเองซึ่งก็จะต้องอาศัย
  3360. 2:53:38ส่วนที่เรียกว่าตารางความจริงนะครับซึ่ง
  3361. 2:53:41ตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์เนี่ยจะเป็น
  3362. 2:53:43เรื่องของการทำงานกับค่าทางตรรกศาสตร์
  3363. 2:53:45หรือว่าบูีนะครับโดยส่วนใหญ่จะเป็นการ
  3364. 2:53:49เชื่อมอ่าเงื่อนไขการทำงานเข้าด้วยกันนะ
  3365. 2:53:52ครับผ่าน Operator แกับ or นะครับส่วน not
  3366. 2:53:55เนี่ยจะเป็นการกำหนดให้ค่าทางตรสาตรเี่
  3367. 2:53:58เป็นค่าตรงกันข้ามนะฮะอ่าผมจะขอเริ่มต้น
  3368. 2:54:01ที่ส่วนของการนิยามค่าทางตศาสตร์ก่อนนะ
  3369. 2:54:05ครับสมมุติว่าผมมีตัวแปร a กับตัวแปร B
  3370. 2:54:09นะครับเป็นค่าทางตรรกศาสตร์ผมต้องการดจะ
  3371. 2:54:12นำเอา 2 ค่านี้นะครับมาดำเนินการกันอะไร
  3372. 2:54:14สักอย่างนึงหรือว่ามาเชื่อมการทำงานเข้า
  3373. 2:54:16ด้วยกันนะครับโดยจะเริ่มต้นที่ตารางแรก
  3374. 2:54:20ก่อนนะครับก็คือการใช้ตัวดำเนินการทาง
  3375. 2:54:23ตรรกศาสตร์ที่ชื่อว่า not นะครับถ้าตัว
  3376. 2:54:26แปร a ของผมนะครับมีเก็บมีการเก็บค่า
  3377. 2:54:29เริ่มต้นเป็น True นะครับแล้วเรากำหนด
  3378. 2:54:31เป็น not a มันก็จะกลายเป็น fal หรือถ้า
  3379. 2:54:33a ของผมนะครับมีค่าเริ่มต้นเป็น fault
  3380. 2:54:36ถ้ากำหนดอ่า Operator not นะครับก็จะ
  3381. 2:54:39กลายเป็น True ก็คือค่าตรงกันข้ามนะฮะต่อ
  3382. 2:54:43มาครับถ้าผมมีตัวแปร a กับตัวแปร B นะ
  3383. 2:54:45ครับเก็บค่าทางตรรกศาสตร์เอาไว้นะครับก็
  3384. 2:54:48คือค่า True หรือว่าค่า f นะครับต้องการ
  3385. 2:54:50อยจะนำมาเชื่อมการทำงานเข้าด้วยกันผ่าน
  3386. 2:54:53Operator 2 ตัวนะครับก็คือ and กับ or
  3387. 2:54:55เนาะกรณีที่เป็นแนนะครับหรือว่าวะนะฮะถ้า
  3388. 2:55:01a กับ B นะครับเป็น for ทั้งคู่และมา
  3389. 2:55:03เชื่อมด้วยแนะครับก็จะกลายเป็น f ถ้า a
  3390. 2:55:06เป็น f b เป็น True นะครับเชื่อมด้วยแก็
  3391. 2:55:08จะกลายเป็น f ถ้า a กับ B นะครับ a เป็น
  3392. 2:55:11True B เป็น f นะครับเชื่อมกันก็จะกลาย
  3393. 2:55:14เป็น f ถ้า a เป็น ue b เป็น True นะ
  3394. 2:55:18ครับเชื่อมด้วย and ก็จะกลายเป็น to อัน
  3395. 2:55:20นี้ก็คือ Case and เนาะต่อมาก็จะเป็น
  3396. 2:55:22Case or ครับกรณีที่เชื่อมด้วย Operator
  3397. 2:55:25All นะฮะ a กับ B นะครับเป็น fal ทั้ง
  3398. 2:55:28คู่เชื่อมด้วย or ก็จะกลายเป็น fal นะ
  3399. 2:55:31ครับ a เป็น fal b เป็น True นะครับ
  3400. 2:55:34เชื่อมกันก็จะกลายเป็น True เนาะถ้า
  3401. 2:55:36เชื่อมด้วย All นะฮะ a เป็น True B เป็น
  3402. 2:55:39fal นะครับเชื่อมด้วย All ก็จะกลายเป็น
  3403. 2:55:41True a เป็น True B เป็น True นะครับ
  3404. 2:55:44เชื่อมด้วยอผลลัพธ์ก็จะกลายเป็น True ถ้า
  3405. 2:55:47ดูจากตารางเนี่ยนะครับให้ทุกคนสังเกตค่า
  3406. 2:55:50True กับค่า f นะครับของแนกับอแอนเนี่ย
  3407. 2:55:54นะครับจะมีแค่เคสเดียวนะครับก็คือเป็น
  3408. 2:55:56จริงทั้งคู่ใช่มยอ่าเป็นจริงทั้งคู่ก็จะ
  3409. 2:55:58กลายเป็นจริงแต่อเนี่ยนะครับถ้าฝั่งใด
  3410. 2:56:01ฝั่งนึงเป็นจริงหรือว่าเป็นจริงทั้งคู่นะ
  3411. 2:56:04ครับผลลัพธ์ก็จะเป็นจริงนะฮะหรือถ้ามอง
  3412. 2:56:08ตารางยากนะครับมาดูเป็นแผนภาพดีกว่านะ
  3413. 2:56:10ครับแผนภาพตัวแรกจะเป็นการเชื่อมด้วยแอน
  3414. 2:56:12ครับผมจะให้สีส้มนะครับเป็น
  3415. 2:56:15คชสีขาวเป็นค่าปนะครับ a กับ B เป็นตัว
  3416. 2:56:20แปรทางตรรกศาสตร์หรือว่าคค่าทาง
  3417. 2:56:22ตรรกศาสตร์นะครับถ้า a เป็นจริงนะครับ
  3418. 2:56:25หรือว่า a เป็น True B เป็น True เชื่อม
  3419. 2:56:28ด้วยแนะครับก็จะเป็น True นะครับ a เป็น
  3420. 2:56:30True B เป็น f นะครับเชื่อมด้วยแก็จะ
  3421. 2:56:33กลายเป็น f a เป็น f b เป็น True นะ
  3422. 2:56:36ครับเชื่อมด้วยแก็จะเป็น f นะครับ a เป็น
  3423. 2:56:38f b เป็น f เชื่อมด้วยแก็เป็น f นะฮะ
  3424. 2:56:42อ่าต่อมาก็จะเป็นอครับเป็นอเนาะอเนี่ยดู
  3425. 2:56:46ง่ายเลยนะครับถ้าทั้ง 2 2 ฝั่งเป็นจริง
  3426. 2:56:49นะครับก็คือ a กับ B เป็นจริงหรือว่าเป็น
  3427. 2:56:51True นะครับเชื่อมด้วยอผลลับก็จะเป็น
  3428. 2:56:54True นะครับถ้า a เป็น True นะครับ B
  3429. 2:56:58เป็น f เชื่อมด้วย All ก็เป็น True a
  3430. 2:57:01เป็น f b เป็น True นะครับเชื่อมด้วย All
  3431. 2:57:04ก็จะเป็น True a เป็น fal b เป็น f
  3432. 2:57:07เชื่อมด้วย All ก็เป็น f นะครับเพราะ
  3433. 2:57:09ฉะนั้นเป็นจริง 3 กรณีนะครับก็คือฝั่ง
  3434. 2:57:13ซ้ายฝั่งขวานะครับฝั่งซ้ายก็คือ a เนาะ
  3435. 2:57:15ฝั่งขวาก็คือ B นะครับเป็นจริงทั้งคู่อก็
  3436. 2:57:18จะเป็นจริงเป็นจริงฝั่งใดฝั่งนึงนะครับก็
  3437. 2:57:21จะได้ผลลัพธ์เป็นจริงโอเคนะครับแต่ถ้า
  3438. 2:57:24เป็น f ทั้งคู่ผลลัพธ์ก็จะเป็น f อันนี้
  3439. 2:57:27ก็คือในส่วนของ and นะครับและก็ or ต่อมา
  3440. 2:57:31ก็คือ not ครับ not ก็ตรงข้ามถ้า a เป็น
  3441. 2:57:34True นะครับเราใส่ not ไปก็จะเป็น f ถ้า
  3442. 2:57:36a เป็น f นะครับใส่ not ไปก็จะเป็น True
  3443. 2:57:39อ B ก็เหมือนกันนะครับถ้า B เป็น True
  3444. 2:57:41ใส่ not B ไปก็จะเป็น fault นะครับแต่
  3445. 2:57:44ถ้า B เป็น fault นะครับเราใส่เป็น not B
  3446. 2:57:46ก็จะเป็น True อะไรประมาณนี้
  3447. 2:57:49นะครับอันนี้ก็คือตัวอย่างค่าทาง
  3448. 2:57:51ตรรกศาสตร์นะครับถามว่ามันมีประโยชน์ยัง
  3449. 2:57:54ไงนะครับมันมีประโยชน์ในกรณีที่เรากำหนด
  3450. 2:57:57ทางเลือกหรือว่าเงื่อนไขภายในโปรแกรมที่
  3451. 2:57:59เราเขียนครับแล้วต้องการอยากจะตรวจสอบว่า
  3452. 2:58:02เงื่อนไขของเราเนี่ยมันมีข้อกำหนดเป็นยัง
  3453. 2:58:06ไงนะครับในกรณีที่เรามีเงื่อนไขมากกว่า 1
  3454. 2:58:09เงื่อนไขเนาะโดยเงื่อนไขในนี้นะครับผมจะ
  3455. 2:58:11ยกตัวอย่างเป็นส่วนของค่า a กับ B นะครับ
  3456. 2:58:15a เป็นเงื่อนไขที่ 1 B เป็นเงื่อนไขที่
  3457. 2:58:172 นะฮะจากนั้นก็นำมาเชื่อมหรือว่านำมาทำ
  3458. 2:58:20งานร่วมกับตัว Operator นะครับไม่จะเป็น
  3459. 2:58:22and or not นะฮะอ่าผมจะยกตัวอย่างนะ
  3460. 2:58:25ครับอ่าการใช้ตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์
  3461. 2:58:29นะครับให้ a เป็นเงื่อนไขที่ 1 อย่างเช่น
  3462. 2:58:31เป็นชื่อผู้ใช้นะครับให้ B เป็นเงื่อนไข
  3463. 2:58:35ที่ 2 นะครับเป็นรหัสผ่านอเราต้องการอยจะ
  3464. 2:58:38ตรวจสอบชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านนะครับอย่าง
  3465. 2:58:40เช่นต้องการอยจะลอกอินเข้าสู่ระบบนะครับ
  3466. 2:58:43อ่าล็อกอินใช้งานแอปอะไรพวกนี้ก็ต้องมี
  3467. 2:58:45การกรอก username password ใช่มั้ยครับ
  3468. 2:58:48หรือว่ากรอกชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านทีนี้
  3469. 2:58:51การกรอกข้อมูลเนี่ยก็ต้องมีการตรวจสอบนะ
  3470. 2:58:54ครับว่าชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านเนี่ถูกต้อง
  3471. 2:58:57หรือไม่ถ้าถูกต้องก็เข้าสู่ระบบได้นะครับ
  3472. 2:59:00แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่สามารถล็อกอินเข้า
  3473. 2:59:02สู่ระบบได้นะครับนี่ก็จะเป็นโจทย์ปัญหา
  3474. 2:59:04การล็อกอินเข้าสู่ระบบเนาะซึ่งก็จะอาศัย
  3475. 2:59:07ตัว Operator 3 ตัวก็คือ and or not
  3476. 2:59:10นะครับเป็นค่าทางอเป็นตัวดำเนินการทาง
  3477. 2:59:12ตรรกศาสตร์นะครับมาดูในเคสของแอนก่อนก็
  3478. 2:59:15คือและนะครับชื่อผู้ใช้เป็นแอดมและรหัส
  3479. 2:59:20ผ่านเท่ากับ 1 2 3 4 จะสามารถเข้าสู่
  3480. 2:59:22ระบบได้นะครับโดยชื่อผู้ใช้เนี่ยจะเป็น
  3481. 2:59:26เงื่อนไข a นะครับส่วนรหัสผ่านจะเป็น
  3482. 2:59:29เงื่อนไข B เราเชื่อม a กับ B ด้วยและนะ
  3483. 2:59:33ครับหรือว่าแความหมายก็คือชื่อผู้ใช้
  3484. 2:59:36เนี่ยต้องเป็นแอดมินและรหัสผ่านต้องเท่า
  3485. 2:59:39กับ 1 2 3 4 นะครับถ้าถูกต้องทั้งคู่
  3486. 2:59:44จะสามารถเข้าสู่ระบบได้อันนี้ก็คือความส
  3487. 2:59:48สามารถของแ Operator นะครับต่อมาก็จะเป็น
  3488. 2:59:51อครับหรือว่าหรืออ่ามามาดูประโยคนะครับ
  3489. 2:59:55ชื่อผู้ใช้เป็นแอดมินหรือรหัสผ่านเท่ากับ
  3490. 2:59:581 2 3 4 จะสามารถเข้าสู่ระบบได้นะ
  3491. 3:00:01ครับความหมายก็คือถ้าชื่อผู้ใช้เป็น
  3492. 3:00:04แอดมินนะครับหรือรหัสผ่านเท่ากับ 1 2 3
  3493. 3:00:074 ก็คือเรากรอกแอดมินนะครับอ่ะกรอกชื่อ
  3494. 3:00:10ผู้ใช้เป็นแอดมินและรหัสผ่านก็เป็น 1 2
  3495. 3:00:123 4 ด้วยจะสามารถเข้าสู่ระบบได้หรืออีก
  3496. 3:00:15กรณีนึงก็คือชื่อผู้ใช้เนี่ยเป็นแอดมิน
  3497. 3:00:18แต่ว่าเราป้อนรหัสผ่านผิดก็สามารถเข้าสู่
  3498. 3:00:20ระบบได้หรือเราป้อนชื่อผู้ใช้เป็นชื่อ
  3499. 3:00:23อื่นแต่ว่าเราป้อนรหัสผ่านถูกนะครับเป็น 1
  3500. 3:00:252 3 4 ก็คือสามารถเข้าสู่ระบบได้อัน
  3501. 3:00:27นี้ก็คือความสามารถของอนะครับก็คืออ่า
  3502. 3:00:30เป็นจริงทั้งฝั่งซ้ายและก็ฝั่งขวานะครับ
  3503. 3:00:34หรือว่าฝั่งเงื่อนไข a กับเงื่อนไข B นะ
  3504. 3:00:36ครับเป็นจริงทั้งคู่เข้าสู่ระบบได้เป็น
  3505. 3:00:38จริงแค่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็คือไม่ฝั่งซ้าย
  3506. 3:00:41ก็ฝั่งขวาเป็นจริงก็จะสามารถเข้าสู่ระบบ
  3507. 3:00:43ได้แต่จะไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ก็ต่อ
  3508. 3:00:46เมื่อป้อนชื่อผู้ใช้ผิดนะครับแลก็รหัส
  3509. 3:00:49ผ่านผิดก็คือไม่ถูกสักักอย่างนะครับจะไม่
  3510. 3:00:52สามารถเข้าสู่รปได้เลยตัวสุดท้ายก็คือ not
  3511. 3:00:56นะครับก็คือไม่ชื่อผู้ใช้ไม่ใช่แอดมนะ
  3512. 3:01:00ครับอ่าเอาชื่ออื่นมาล็อกอินเข้าสู่ระบบ
  3513. 3:01:02นะครับก็จะไม่สามารถล็อกอินได้นั่นเองอ่ะ
  3514. 3:01:05เดี๋ยวมาดูตัวอย่าง Part ของการเขียน
  3515. 3:01:08โปรแกรมกันบ้างนะครับในเรื่องของการทำ
  3516. 3:01:10ระบบล็อกอินอ่าเข้าสู่ระบบหรือว่าเข้าใช้
  3517. 3:01:14งานแอปเนาะว่ามีขั้นตอนการเขียนอย่างไรนะ
  3518. 3:01:16ครับโดยใช้ตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์ and
  3519. 3:01:20or not นะฮะกลับมาที่ W Code นะครับใน
  3520. 3:01:23ส่วนของการประยุกต์ใช้งานตัวดำเนินการทาง
  3521. 3:01:25ตรรกศาสตร์เนี่ยนะครับจะเป็นเรื่องของการ
  3522. 3:01:28เขียนโปรแกรมตรวจสอบอ่าชื่อผู้ใช้แล้วก็
  3523. 3:01:31รหัสผ่านเนาะเพราะฉะนั้น input เนี่ยนะ
  3524. 3:01:33ครับจะมีอยู่ 2 ตัวก็คือชื่อผู้ใช้และก็
  3525. 3:01:37รหัสผ่านใช่มั้ครับผมจะทำการสร้างตัวแปร
  3526. 3:01:40ขึ้นมา 2 ตัวแปรนะครับตัวแปรแรกตัวแปรแรก
  3527. 3:01:43จะมีชื่อว่า username นะครับซึ่งจะเก็บ
  3528. 3:01:45ข้อมูลชื่อผู้ใช้นะครับก็มีค่าเท่ากับ
  3529. 3:01:48ฟังก์ชัน input นะครับด้านในก็จะเป็นข้อ
  3530. 3:01:51ความครับบอกว่าป้อนชื่ออ่าป้อนชื่อผู้
  3531. 3:01:59ใช้นะครับหรือว่าป้อน username นั่นเอง
  3532. 3:02:02อันนี้ก็คือ input ตัวแรกนะครับ input
  3533. 3:02:05ตัวที่ 2 ครับก็คือ Password หรือว่ารหัส
  3534. 3:02:07ผ่านนะครับอมีค่าเท่ากับ
  3535. 3:02:10input อันนี้เจะบอกว่า
  3536. 3:02:14ป้อนรหัสผ่าน
  3537. 3:02:17นะครับ
  3538. 3:02:19โอเคตอนนี้นะครับเราได้ input มาแล้วนะ
  3539. 3:02:22ครับมี 2 ตัวก็คืออ่า username กับพวรนะ
  3540. 3:02:27ครับทีนี้ยังไงต่อเราก็จะมากำหนดเงื่อนไข
  3541. 3:02:30นะครับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่
  3542. 3:02:34ส่งเข้ามาทำงานนะครับทั้งในส่วนของชื่อ
  3543. 3:02:37ผู้ใช้และก็รหัสผ่านนะครับว่าตรงตามที่
  3544. 3:02:40กำหนดหรือไม่โดยในที่นี้นะครับ username
  3545. 3:02:43ต้องเป็น Admin หรือผู้ดูแลระบบส่วน
  3546. 3:02:45พาสเวิร์ดก็คือหมายเลข 1 2 3 34 นะ
  3547. 3:02:48ครับโดยข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร username
  3548. 3:02:51กับ Password จะเป็น String นะครับเพราะ
  3549. 3:02:53ฉะนั้นการตรวจสอบ String เนี่ยอ่าข้อมูล
  3550. 3:02:56ที่เป็นตัวเลขจะต้องเขียนครอบด้วยเครื่อง
  3551. 3:02:57หมาย Double Code นะครับอ่ะผมจะตรวจสอบ
  3552. 3:03:00เคสแรกก่อนก็คือในกรณีที่ Username ของ
  3553. 3:03:05เรานะครับเป็น Admin นะก็คือ If username
  3554. 3:03:08นะครับมีค่าเท่ากับ Admin เท่ากับ่ากับ 2
  3555. 3:03:11ตัวนะครับอันนี้ก็คืออ่าเงื่อนไขแรกหรือ
  3556. 3:03:14ว่าเงื่อนไข a ตามสไลด์นะครับอ่าตามที่ผม
  3557. 3:03:19ยกตัวอย่างเาก็คือเงื่อนไข a อ่าจะเป็น
  3558. 3:03:23ข้อมูลชื่อผู้ใช้นะครับต่อมาครับผมจะทำ
  3559. 3:03:28การเชื่อม
  3560. 3:03:30เอ่อในส่วนของตัวเงื่อนไขนะครับที่เขียน
  3561. 3:03:33อยู่ในบล็อก EV นะครับด้วย and Operator
  3562. 3:03:36ครับนะก็จะเป็นแตามด้วยเงื่อนไข B หรือ
  3563. 3:03:41ว่าเงื่อนไขฝั่งขวามือครับก็คือลาดผ่านนะ
  3564. 3:03:43ครับรอบนี้ก็จะเป็นพาสเวิร์ดครับอ่า
  3565. 3:03:46พาสเวิร์ดมีค่าเท่ากับ 1 2 3 4 หรือ
  3566. 3:03:50ไม่ออะไรประมาณนี้นะครับผมก็จะให้พทก่อน
  3567. 3:03:54ก็คือสามารถรันได้ก่อนอ่ามาดูในส่วนของ
  3568. 3:03:58ตัวโค้ดครับโค้ดของเรานะครับที่เขียนใน
  3569. 3:04:00บรรทัดที่ 5 กับบรรทัดที่ 6 นะครับอ่า
  3570. 3:04:04บรรทัดที่ 5 เนี่ยจะเป็นการกำหนดเงื่อนไข
  3571. 3:04:07นะครับผมจะขอเรียกเงื่อนไขว่าเป็นเงื่อน
  3572. 3:04:10ไขฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาแล้วกันนะครับโดย
  3573. 3:04:12เชื่อมด้วยแน Operator เงื่อนไขฝั่งซ้าย
  3574. 3:04:15ก็คือ username ครับเป็น Admin ฝั่งขวาก็
  3575. 3:04:18คือ Password = ก 1 2 3 4 นะครับส่วน
  3576. 3:04:21แอนจะเป็นตัวเชื่อมเงื่อนไข 2 ฝั่งนี้
  3577. 3:04:23เข้าด้วยกันนะครับถ้าเราเชื่อมด้วยแอนนะ
  3578. 3:04:26ครับเงื่อนไขจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่ออ่า
  3579. 3:04:30ค่าที่ป้อนเข้ามานะครับฝั่งซ้ายเป็น
  3580. 3:04:32แอดมินฝั่งขวาเป็น 1 2 3 4 ใช่มั้ย
  3581. 3:04:35ครับถ้าเป็นจริงทั้งคู่นะครับผลลัพธ์ใน
  3582. 3:04:37บล็อกตัวนี้นะครับก็จะกลายเป็น True ถ้า
  3583. 3:04:40เงื่อนไขเป็นจริงให้ทำอะไรนะครับอ่าก็จะ
  3584. 3:04:42อยู่ในบล็อกการทำงานของอีฟก็คือเขียนต่อ
  3585. 3:04:45ท้ายเครื่องหมายโคลัตัวนี้นะครับผมก็จะ
  3586. 3:04:47ให้ปิด
  3587. 3:04:48บอกว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จนะครับเข้าสู่
  3588. 3:04:54ระบบสำเร็จนะครับโอเคอ่าประมาณนี้นะครับ
  3589. 3:05:00แต่ถ้าป้อนข้อมูลไม่ถูกต้องเลยนะครับก็
  3590. 3:05:03คือไม่ได้เป็นแอดมินรหัสผ่านก็ไม่ถูกนะ
  3591. 3:05:06ครับก็จะวิ่งมาที่็อกเอเนาะเพราะว่าบอกเอ
  3592. 3:05:09มันเป็นเงื่อนไขเป็นเท็จใช่ไมมครับผมก็จะ
  3593. 3:05:12ปรินบอก
  3594. 3:05:14ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องแล้วกันนะครับข้อข้อ
  3595. 3:05:18มูล
  3596. 3:05:20ไม่
  3597. 3:05:23ถูกต้องนะครับ
  3598. 3:05:25โอเคประมาณนี้นะครับประมาณนี้อ่ะทีนี้ยัง
  3599. 3:05:30ไงต่อครับหลังจากที่เราเขียนคำสั่งเสร็จ
  3600. 3:05:32เรบร้อยนะครับเงื่อนไขที่เรากำหนดก็คือ
  3601. 3:05:36username ที่ป้อนเข้ามาต้องเป็น Admin
  3602. 3:05:38ราดผ่านหรือว่า Pin เนี่ยก็คือ 1 2 3 4
  3603. 3:05:42นะครับถ้าป้อนถูกนะครับทั้ง 2 ตัวนี้นะ
  3604. 3:05:45ครับก็เข้าสู่ระบบสำเร็จแต่ถ้าป้อนผิดก็
  3605. 3:05:48บอกว่าข้อมูลไม่ถูกต้องนะครับมาลองกดรัน
  3606. 3:05:51ดู
  3607. 3:05:53ซิอ่ะป้อนชื่อผู้ใช้นะครับผมป้อนเป็น
  3608. 3:05:57แอดมินเนาะราดพ่าน 12 2 3 4 นะครับก็
  3609. 3:06:00บอกว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จอ่าทีนี้ผมจะลอง
  3610. 3:06:03รันอีกรอบนึงนะครับโดยจะทำการป้อนชื่อผู้
  3611. 3:06:06ใช้ผิดครับอาจจะลองป้อนชื่อผู้ใช้ผิดเป็น
  3612. 3:06:09กล้องแล้วกันาผ่านถูกนะครับเป็น 1 2 3
  3613. 3:06:124 ก็บอกว่าข้อมูลไม่ถูกต้องนะครับหรือ
  3614. 3:06:17ถ้าผมผมป้อนชื่อผู้ใช้ถูกครับอกรณีที่ 3
  3615. 3:06:21นะครับก็คือเป็นแอดมินเนาะแต่ว่ารหัสผ่าน
  3616. 3:06:24ผิดครับเป็น 7890 อ่ากด Enter ครับก็บอก
  3617. 3:06:28ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องเพราะฉะนั้นการที่เรา
  3618. 3:06:31จะสามารถเข้าสู่ระบบได้นะครับชื่อผู้ใช้
  3619. 3:06:34ต้องเป็นแอดมเท่านั้นพาสเวิร์ดต้องเป็น 1
  3620. 3:06:372 3 4 เท่านั้นนะครับถ้าป้อนชื่อผิด
  3621. 3:06:41ป้อนรหัสผ่านผิดหรือป้อนผิดทั้งคู่นะครับ
  3622. 3:06:46ก็จะบอกว่าข้อมูลไม่ถกต้องไม่ถูกต้องนั่น
  3623. 3:06:49เองเพราะว่าในส่วนของตัว and Operator
  3624. 3:06:52เนี่ยเงื่อนไขฝั่งซ้ายกับฝั่งขวานะครับ
  3625. 3:06:56ต้องเป็นจริงทั้งคู่นะครับเมื่อเชื่อมกัน
  3626. 3:06:58แล้วจึงจะได้ผลลัพธ์เป็นจริงเนาะตามแผน
  3627. 3:07:00ภาพหรือว่าตามตารางความจริงที่ผมได้แสดง
  3628. 3:07:03ในสไลด์นะครับอ่าถ้าฝั่งใดฝั่งนึงเป็นเท
  3629. 3:07:08นะครับหรือว่าเป็นเทสทั้งคู่หรือเป็น f
  3630. 3:07:10ทั้งคู่นะครับก็จะทำงานไม่ได้นั่นเองก็จะ
  3631. 3:07:13วิ่งมาที่บล็อกเออัตโนมัติทีนี้ผมจะ
  3632. 3:07:15เปลี่ยนจากแครับเป็น all ครับ
  3633. 3:07:18ก็คือหรือรือในส่วนของหรือเนี่ยเงื่อนไข
  3634. 3:07:22ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวาเป็นจริงผลลัพธ์ก็จะ
  3635. 3:07:25กลายเป็นจริงหรือฝั่งใดฝั่งนึงเป็นจริงนะ
  3636. 3:07:28ครับผลลัพธ์ก็จะเป็นจริงเหมือนเดิมนะครับ
  3637. 3:07:31จะเป็นเท็จก็ต่อเมื่อฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา
  3638. 3:07:34เป็นเทปใช่ไหมมครับอ่ะผมจะลองรันให้ทุกคน
  3639. 3:07:37ดูครับรอบนี้มาดูซิว่าถ้าเชื่อมด้วยอ
  3640. 3:07:40เนี่ยจะได้ผลลัพธ์เป็นยังไงผมป้อนอ่า
  3641. 3:07:44username นะครับหรือว่าชื่อผู้ใช้เนี่ย
  3642. 3:07:45เป็นแอดมินเนาะอัผ่าน 1 2 3 4 ก็บอก
  3643. 3:07:49ว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จนะครับก็คือป้อนชื่อ
  3644. 3:07:51ผู้ใช้ถูกป้อนรหัสผ่านถูกนะครับตามเงื่อน
  3645. 3:07:54ไขที่กำหนดอ่ะทีนี้ผมจะลองรันอีกรอบนึง
  3646. 3:07:57ครับผมจะลองเปลี่ยนชื่อผู้ใช้ใหม่นะครับ
  3647. 3:08:01เป็นคนอื่นครับที่ไม่ใช่แอดมินอย่างเช่น
  3648. 3:08:03เป็นกล้องครับแต่ว่ารหัสผ่านถูกนะครับ
  3649. 3:08:05เป็น 1 2 3 4 ก็เข้าสู่ระบบสำเร็จเห็น
  3650. 3:08:09มั้ยครับเพราะว่าเงื่อนไขฝั่งขวาเป็นจริง
  3651. 3:08:11นะครับก็คือรหัสผ่านถูกต้องนะครับผลลัพธ์
  3652. 3:08:15ก็เป็นจริงเหมือนเดิมอาทีนี้ถ้าผมป้อน
  3653. 3:08:18ชื่อผู้ใช้ถูกครับแต่ว่ารหัสผ่านผิดเนาะ
  3654. 3:08:22อ่ะเป็นแอดมินครับรหัสผ่าน 7 8 90 อ่า
  3655. 3:08:26เขบอกว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จเพราะว่าเงื่อน
  3656. 3:08:28ไขฝั่งซ้ายมือนะครับเป็นแอดมินใช่มยถูก
  3657. 3:08:33ต้องถึงแม้จะเพาะรหัสผ่านผิดก็สามารถเข้า
  3658. 3:08:35สู่ระบบได้อยู่ดีความหมายของอก็คือถ้า
  3659. 3:08:39ทั้ง 2 ฝั่งนะครับเป็นจริงทั้งคู่หรือ
  3660. 3:08:42ฝั่งใดฝั่งหนึงเป็นจริงทั้งคู่นะครับไม่
  3661. 3:08:45ว่าจะเป็นอ่าป้อนจ username ถูกต้องป้อ
  3662. 3:08:49รหัผ่านถูกต้องก็สามารถเข้าสู่ระบบได้ก็
  3663. 3:08:51คือเป็นทางเลือกนะครับเผื่อบางคนจำชื่อ
  3664. 3:08:55username ได้แต่จำรหัสผ่านไม่ได้ก็
  3665. 3:08:57สามารถเข้าสู่ระบบได้อยู่ดีหรือบางคนจำ
  3666. 3:08:59username ก็ได้แต่ว่าจำรหัสผ่านได้ก็
  3667. 3:09:01สามารถเข้าสู่ระบบได้นั่นเองนะฮะอันนี้ก็
  3668. 3:09:05คือในส่วนของตัวอเนาะตัวสุดท้ายนะครับก็
  3669. 3:09:09คือ not ครับ not Operator อ่าผมยกตัว
  3670. 3:09:12อย่างเป็นแค่ username แล้วะกันเพราะว่า
  3671. 3:09:14not มันไม่ใช่ตัวเชื่อมนะครับมันจะเป็น
  3672. 3:09:16การทำให้ค่าทางตรรกศาสตร์เนี่ยเป็นค่าตรง
  3673. 3:09:20กันข้ามนะครับอย่างเช่นตอนนี้ผมตรวจสอบ
  3674. 3:09:22แค่ชื่อผู้ใช้นะครับถ้าเป็นแอดมินเนี่ยก็
  3675. 3:09:26บอกว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จใช่มั้ยครับอผมก็
  3676. 3:09:29จะลองป้อนข้อมูลนะฮะชื่อผู้ใช้เป็นแอดมิน
  3677. 3:09:32ครับอ่าก็บอกว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จแต่ถ้า
  3678. 3:09:36ป้อนเป็นชื่ออื่นนะครับอ่าอย่างเช่นเป็น
  3679. 3:09:40กล้องก็จะบอกว่าข้อมูลไม่ถูกต้องนะครับ
  3680. 3:09:43หรือถ้าป้อนเป็นโจโจ้บ้างนะครับชื่อผู้
  3681. 3:09:47ใช้เป็นโจโจ้ก็บอกว่าข้อมูลไม่ถูกต้องนะ
  3682. 3:09:51ครับทีนี้ผมจะเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ครับก็
  3683. 3:09:53คือถ้า username นะครับที่ป้อนเข้ามา
  3684. 3:09:56เนี่ยไม่ใช่
  3685. 3:09:57แอดมินนะครับจะสามารถเข้าสู่ระบบได้นะ
  3686. 3:10:01ครับแต่ถ้าป้อนแอดมินมาเนี่ยจะบอกว่าข้อ
  3687. 3:10:03มูลไม่ถูกต้องนะครับผมก็จะเติม not ครับ
  3688. 3:10:05ด้าน
  3689. 3:10:06หน้า username เท่ากับได้กับ Admin นะ
  3690. 3:10:09ครับความหมายก็คือถ้า Username ของเรานะ
  3691. 3:10:12ครับไม่ใช่แอดมินหรือไม่ได้เป็นแอดมินจะ
  3692. 3:10:15สามารถเข้าสู่ระบบได้นั่นเองนะนะครับก็
  3693. 3:10:17คือทำเงื่อนไขให้เป็นค่าตรงกันข้ามอ่ะผม
  3694. 3:10:20จะลองกดรันดู
  3695. 3:10:22ครับกดรันดูเนาะโอเคชื่อผู้ใช้นะครับถ้า
  3696. 3:10:27ผมป้อนเป็นแอดมินครับแอดมก็จะบอกว่าข้อ
  3697. 3:10:31มูลไม่ถูกต้องเห็นมั้ยครับเพราะว่าเรา
  3698. 3:10:33เปลี่ยนเงื่อนไขใหม่นะครับก็คือถ้า
  3699. 3:10:37ต้องการเกจะเข้าสู่ระบบเนี่ยจะต้องป้อน
  3700. 3:10:39ชื่ออื่นนะครับที่ไม่ใช่แอดมครับนะผมจะ
  3701. 3:10:43ลองรันใหม่ใส่เป็นกล้องไปครับก็บอกว่า
  3702. 3:10:45เข้าสู่ระบบสำเร็จ
  3703. 3:10:48นะฮะหรืออ่าอ่ะอันนี้ผมกดรันเดี๋ยวผมขอค
  3704. 3:10:53Terminal ไปก่อนแล้วก็รัน
  3705. 3:10:55ใหม่หรือผมป้อนเป็นโจโจ้ครับอ่าโจโจ้ก็
  3706. 3:11:00สามารถเข้าสู่ระบบได้เพราะว่าเงื่อนไขที่
  3707. 3:11:02เรากำหนดก็คือ username ต้องไม่ใช่ Admin
  3708. 3:11:05นะครับเราเติมนตข้างหน้าก่อนหน้านี้เรา
  3709. 3:11:08ใส่เป็น username เท่ากับ Admin ใช่มั้ย
  3710. 3:11:09ทีนี้เปี่ใหม่เป็นไม่ใช่ Admin
  3711. 3:11:11แล้วโอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการ
  3712. 3:11:15ใช้ตัวดำเนินการทางต
  3713. 3:11:17นะครับในภาษา python ในส่วนของ and or
  3714. 3:11:20not นะฮะก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้าง
  3715. 3:11:23ต้น
  3716. 3:11:33เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  3717. 3:11:36ข้อนี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการเขียน
  3718. 3:11:39โปรแกรมตัด Gate อย่างง่ายกันนะครับซึ่ง
  3719. 3:11:42จะเป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้งานตัว
  3720. 3:11:45ดำเนินการทางตรรกศาสตร์นะครับนะครับหรือ
  3721. 3:11:47ว่า logical Operator เนาะโดยโปรแกรมตัด
  3722. 3:11:50เดของเรานะครับจะทำการคำนวณ Gate จาก
  3723. 3:11:52คะแดนสอบของนักเรียนนะครับโดยมีคะแนนเต็ม
  3724. 3:11:55ก็คือ 100 คะแนนนะครับซึ่งจะมีเกณฑ์วัดผล
  3725. 3:11:59ดังนี้นะครับก็คือคะแนนอยู่ในช่วง 80 ถึง
  3726. 3:12:03100 เนี่ยจะได้เกด A คะแนนในช่วง
  3727. 3:12:0770-79 ได้เกด B คะแนนในช่วง0ถ 69 ได้เกด
  3728. 3:12:12f นะครับแต่ถ้าป้อนค่าอื่นนะครับจะได้
  3729. 3:12:14เกด n บ invalid นะนะครับก็คืออ่าข้อมูล
  3730. 3:12:19ที่ป้อนเข้ามาไม่ถูกต้องนะครับหรือว่าไม่
  3731. 3:12:20สามารถออกเดได้นั่นเองก็เลยขึ้นเป็นเด n
  3732. 3:12:23เอาไว้ก่อนนะฮะอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการ
  3733. 3:12:26เขียนโปรแกรมตัด Gate กันนะครับว่ามีขั้น
  3734. 3:12:29ตอนการเขียนอย่างไรบ้างนะครับตามช่วง
  3735. 3:12:31คะแนนที่กำหนดเนาะกลับมาที่ vs Code นะ
  3736. 3:12:35ครับในส่วนของการเขียนโปรแกรมตัด Gate
  3737. 3:12:37ตามช่วงคะแนนที่กำหนดนะครับ input ที่จะ
  3738. 3:12:40รับเข้ามานะครับจะเป็นอ่าคะแนนสอบของนัก
  3739. 3:12:43เรียนของเรานะครับซึ่งผมจะกำหนดให้เป็น
  3740. 3:12:47ตัวเลขจำนวนเต็มะกันนะครับจะได้ตรวจสอบ
  3741. 3:12:50ได้ง่ายเนาะอ่าผมจะทำการสร้างตัวแปรที่
  3742. 3:12:52ชื่อว่า score ขึ้นมาครับสำหรับเก็บอ่า
  3743. 3:12:56ข้อมูลหรือว่า input นะครับที่เป็นคะแนน
  3744. 3:12:59สอบของนักเรียนนะครับนะก็จะกำหนดเป็น
  3745. 3:13:02input ด้านในก็จะเป็นข้อความนะครับที่จะ
  3746. 3:13:05ถูกแสดงผลตอนที่ทำการรับข้อมูลนะครับก็
  3747. 3:13:08บอกว่าป้อนคะแนนสอบอ่าป้อนคะแนนสอบของคุณ
  3748. 3:13:14นะครับแล้วก็เครื่องหมายโคลอนแบบนี้ทีนี้
  3749. 3:13:17คะแนนที่ส่งเข้ามานะครับจะต้องแปลงให้
  3750. 3:13:20อยู่ในรูปแบบของตัวเลขจำนวนเต็มนะครับก็
  3751. 3:13:24จะเอาคำสั่ง in นะครับมาเขียนครอบคำสั่ง
  3752. 3:13:28input นะครับอตัวแปรสกอรของเราก็จะมี
  3753. 3:13:31ชนิดข้อมูลเป็น in แล้วทีนี้ยังไงต่อนะ
  3754. 3:13:34ครับเราก็จะมากำหนดเงื่อนไขสำหรับออก
  3755. 3:13:38เกียตให้กับนักเรียนของเรานะครับก่อนที่
  3756. 3:13:41จะออกเกียรติเดี๋ยวผมขอแสดงข้อมูลก่อนว่า
  3757. 3:13:44คะแนนที่ส่งเขมานะครับมีคะแนนเท่าไร่นะ
  3758. 3:13:47ครับอ่ะคะแนนของคุณเนาะคะแนนของคุณคือแล
  3759. 3:13:52ก็ข้อมูลที่เจ็บอยู่ในตัวแปรสกอรนะครับ
  3760. 3:13:56จากนั้นนะครับผมก็จะทำการสร้างตัวแปรเกด
  3761. 3:13:58ขึ้นมาครับอ่ามีค่าเริ่มต้นเป็น non ก็
  3762. 3:14:01คือเป็นค่าว่างนะครับยังไม่ได้มีการกำหนด
  3763. 3:14:04เกดในตอนเริ่มต้นนะครับจะกำหนดข้อตอเมื่อ
  3764. 3:14:09มีการกำหนดช่วงคะแนนออกมานะครับว่าถ้า
  3765. 3:14:13คะแนนในช่วงนี้จะได้เกดอะไรนะครับอย่าง
  3766. 3:14:15เช่นคะแนนตั้งแต่ 80 ถ 100 คะแนนเนี่ยก็
  3767. 3:14:19จะได้เกด a นะครับ 70-79 ได้เกด B นู่น
  3768. 3:14:23นี่นั่นนะครับก็จะมากับหนุนเงื่อนไขเลยนะ
  3769. 3:14:25ครับเป็นช่วงคะแนนเนาะก็จะเป็นอีฟนะครับ
  3770. 3:14:28ถ้าสกอร์ที่ส่งเข้ามานะครับมีค่ามากกว่า
  3771. 3:14:32หรือเท่ากับ 80 ก็คือตั้งแต่ 80 คะแนน
  3772. 3:14:35ขึ้นไปนะครับไปจนถึงก็คือแอนครับแอนสกอ
  3773. 3:14:39น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 นะครับก็คือ
  3774. 3:14:43คะแนนอยู่ในช่วง 80-100 ครับครับ 80-100
  3775. 3:14:48ให้ตามอะไรอ่าผมก็จะกำหนดให้ตัวแปร Gate
  3776. 3:14:52นะครับเป็นเด a นั่น
  3777. 3:14:54เองอ่าอันนี้ก็คือการกำหนดช่วงคะแนนอ่า
  3778. 3:14:58สำหรับคนที่จะได้เกด a เนาะก็คือ 80 -
  3779. 3:15:02100 นะครับต่อมาครับถ้าคะแนนสอบของเรานะ
  3780. 3:15:06ครับอยู่ในช่วง
  3781. 3:15:0970-79 นะฮะก็คือเอ EV ใช่มยสกอนะครับมาก
  3782. 3:15:15กว่าหรือเท่ากับ 70 ครับก็คือคือตั้งแต่
  3783. 3:15:1770 ขึ้นไปนะครับไปจนถึงสกอน้อยกว่าหรือ
  3784. 3:15:23เท่ากับ 79 คะแนนนะครับนะอนี้ก็จะ
  3785. 3:15:28เป็นอ่า 70 ถึง 79 นะฮะเราก็จะทำการออก
  3786. 3:15:36Gate นะครับนี่ต้อง indent นะกด Tab นะ
  3787. 3:15:39ครับออก Gate Gate มีค่าเท่ากับ B
  3788. 3:15:42ครับอ่านี้ก็
  3789. 3:15:45คือเงื่อนไขนะครับกรณีที่นักเรียนของเรา
  3790. 3:15:50เนี่ยนะครับจะได้เกต B นะต้องมีคะแนนใน
  3791. 3:15:53ช่วง
  3792. 3:15:5570-79 นะครับออกเดแค่นี้พอนะครับที่
  3793. 3:15:59เหลือครับที่เหลืออย่างเช่นเดอ่า f เนี่ย
  3794. 3:16:04ก็คือคะแนน 0 -69 ครับอตัดเกียรตแบบทำ
  3795. 3:16:09ร้ายนักเรียนมากเลยนะฮะอ่าสกอของเรานะ
  3796. 3:16:12ครับมากกว่าหรือเท่ากับ 0 ก็คือตั้งแต่ 0
  3797. 3:16:15คะแนนขึ้นไปใช่มั้ยครับไปจนถึงสกอร์น้อย
  3798. 3:16:19กว่าหรือสกับ 69 คะแนนครับก็จะได้เด f
  3799. 3:16:22นั่นเองกินปลาอร่อยนะฮะแประมาณนี้นะครับ
  3800. 3:16:28อันนี้ผมก็จะเขียนช่วงคะแนนเนาะก็คือ 0
  3801. 3:16:31ถึง 69 คะแนนนะครับแลถ้าไม่ตรงกับเงื่อน
  3802. 3:16:35ไขใดเลยนะครับไม่ตรงกับเด a b แล้วก็ f
  3803. 3:16:38นะฮะก็คือคะแนนไม่ได้อยู่ในช่วง 0 ถึง 100
  3804. 3:16:41นะฮะก็จะเป็นเอครับเพราะว่าคะแนนเต็มเต็ม
  3805. 3:16:46100 ใช่มยนะครับถ้ามีการป้อนเกินนะครับ
  3806. 3:16:48อย่างเช่นเป็น 101 102 นะครับคะแนนเป็น
  3807. 3:16:511000 หรือว่าคะแนนติดลบอก็จะออกเกียดนะ
  3808. 3:16:55ครับเป็น Gate n ครับแบว่า invalid เนาะ
  3809. 3:16:59invalid นะครับอ่าก็คือข้อมูลไม่ถูกต้อง
  3810. 3:17:04นั่นเองหรือบางคนอาจจะแจ้งเป็น Error
  3811. 3:17:07Message ก็ได้นะครับแจ้งข้อผิดพลาดไปว่า
  3812. 3:17:09ไม่สามารถอเกตได้เพราะว่าคะแนนมันได้อยู่
  3813. 3:17:11ในช่วงที่กำหนดนะครับป้อนคะแนนสอบติดลบมา
  3814. 3:17:14อะไรประมาณนี้นะครับอ่านี้ก็คือเดี๋ยวผม
  3815. 3:17:18จะคอมเมนไว้ก่อนอันนี้เป็น input นะครับ
  3816. 3:17:21ส่วนอันนี้เป็น process
  3817. 3:17:23เนาะอ่าตัวสุดท้ายก็จะเป็น output นะครับ
  3818. 3:17:27ผล
  3819. 3:17:28ลัพธ์ output โดย output ก็คือ Gate ใช่
  3820. 3:17:32ไหมครับสิ่งที่ต้องการเพราะฉะนั้นผมก็จะ
  3821. 3:17:34ทำการปริ้นนะครับ Gate ของคุณนะครับคือ
  3822. 3:17:39Gate อะไรล่ะก็อยู่ที่ตัวแปร Gate ครับ
  3823. 3:17:45โอเคตัวในส่วนของตัว process นะครับเรานำ
  3824. 3:17:48เอาส่วนของแ Operator นะครับมาเชื่อม
  3825. 3:17:51เงื่อนไขฝั่งซ้ายกับฝั่งขวานะครับฝั่ง
  3826. 3:17:55ซ้ายก็จะเป็นช่วงเริ่มต้นใช่มั้ยครับของ
  3827. 3:17:57คะแนนเนาะว่าเริ่มต้นที่คะแนนที่เท่าไหร่
  3828. 3:18:00นะครับส่วนด้านขวามือเนี่ยจะเป็น
  3829. 3:18:03อ่าส่วนท้ายนะครับหรือว่าคะแนนในช่วงท้าย
  3830. 3:18:07ๆนะครับหรือว่าจุดสิ้นสุดของคะแนนนะครับ
  3831. 3:18:11ก่อนที่จะออกเกียรตอ่าฝั่งซ้ายมือเป็นจุด
  3832. 3:18:14เริ่มต้นนะครับก็คือเริ่มต้นที่ 80 จบที่
  3833. 3:18:16100 นะครับนี้ก็คือเกด a เนาะเริ่มต้น
  3834. 3:18:19ที่ 70 นะครับจบที่ 79 ก็เป็น b นะครับ
  3835. 3:18:22เริ่มต้นที่ 0 จบที่ 69 ก็เป็นเกด f แต่
  3836. 3:18:25ถ้าไม่ตรงกับเงื่อนไขได้เลยนะครับก็คือใน
  3837. 3:18:27ส่วนของเอนะฮะอ่ะลองกดรันดูซิผมจะทำการ
  3838. 3:18:34ป้อนคะแนนนะครับอ่าคะแนนสอบของคุณอย่าง
  3839. 3:18:36เช่นผมได้ 99 คะแนนครับอก็บอกว่าคะแนนของ
  3840. 3:18:39คุณคือ 99 นะครับเกดของคุณคือ a อ่าแต่
  3841. 3:18:44ถ้าผมป้อนนะครับเป็น
  3842. 3:18:47เท่าไหร่ดี 79 คะแนนนะครับก็คือเด B อ่ะ
  3843. 3:18:51อยู่ในช่วงนี้นะครับอยู่ในช่วงเกด B เนาะ
  3844. 3:18:54แต่ถ้าเป็นเด f ล่ะเด f นะครับออย่างเช่น
  3845. 3:18:57ผมสอบ
  3846. 3:18:58ได้ 69 คะแนนนะครับอ่าเกือบเกือบผ่านและ
  3847. 3:19:03เอาเด f ไปนะครับหรือถ้าได้คะแนนนะครับมา
  3848. 3:19:0745
  3849. 3:19:09คะแนน 45 คะแนนมันก็เป็นเด f ใช่มั้ยครับ
  3850. 3:19:13โอเคตอนนี้เราออกเด a เกด B เกดได้แล้วนะ
  3851. 3:19:17ครับทีนี้ถ้าผมป้อนคะแนนครับที่ไม่ได้
  3852. 3:19:19อยู่ในช่วง 0 - 100 100 นะครับอ่า
  3853. 3:19:22อย่างเช่นเป็น 101 อคะแนนสอบได้ 101 นะก็
  3854. 3:19:25จะบอกว่าเดของคุณคือ N นะครับ invalid อ
  3855. 3:19:28ไม่ถูกต้องใช่มั้ยครับหรือผมสอบได้ 1,000
  3856. 3:19:32คแนนนะฮะคะแนนสอบเต็มร้อยแต่ได้ 1,000 นะ
  3857. 3:19:36ฮะนะก็บอกว่า n เป็น invalid นะ
  3858. 3:19:39ฮะอ่าหรือถ้าป้อนคะแนนสอบติดลบนะครับอมี
  3859. 3:19:44คนสอบได้คะแนนติดลบด้วย -1 นะก็บอกว่าเด
  3860. 3:19:47ของคุณคือ n
  3861. 3:19:49invalid โอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัว
  3862. 3:19:52อย่างการเขียนโปรแกรมตัด Gate อย่างง่าย
  3863. 3:19:55นะครับด้วยภาษา python ในการประยุกต์ใช้
  3864. 3:19:57อ่าตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์นะครับเรา
  3865. 3:20:01ใช้แค่ตัวเดียวก็คือส่วนของแ Operator นะ
  3866. 3:20:05ครับในการเชื่อมอ่าการทำงานนะครับฝั่ง
  3867. 3:20:08ซ้ายฝั่งขวาที่อยู่ในตัว If statement
  3868. 3:20:11เนาะอก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  3869. 3:20:23ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  3870. 3:20:26นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับ NED EV
  3871. 3:20:29กันนะครับหรือว่าการเขียนเงื่อนไขซ้อนกัน
  3872. 3:20:33นั่นเองนะครับโดยการเขียนเงื่อนไขซ้อนกัน
  3873. 3:20:36นะครับจะแบ่งออกเป็นเงื่อนไขหลักกับ
  3874. 3:20:38เงื่อนไขย่อยนะครับโดยเงื่อนไขหลักเนี่ย
  3875. 3:20:42จะอยู่ด้านบนหรือว่าครอบเงื่อนไขย่อยอีก
  3876. 3:20:45ทีนึงนะครับออย่างเช่นจากภาพเนี่ยผมมีอีฟ
  3877. 3:20:502 บล็อกใช่ไหมมครับโดยบล็อกแรกนะครับเรา
  3878. 3:20:54จะเรียกว่าเงื่อนไขหลักหรือว่าอีฟนอกเนาะ
  3879. 3:20:57อ่าเป็นเงื่อนไขหลักนะครับส่วนอีฟที่ซ้อน
  3880. 3:21:00อยู่ด้านในเงื่อนไขหลักนะครับเราจะเรียก
  3881. 3:21:02ว่าเป็นเงื่อนไขย่อยนะครับโดยเงื่อนไข
  3882. 3:21:05ย่อยก็จะมีอยู่หลายเงื่อนไขนะครับผมก็เลย
  3883. 3:21:08กำหนดเป็นเงื่อนไขย่อยที่ N นะครับเพราะ
  3884. 3:21:10ว่าไม่รู้ลำดับเเป็นเงื่อนไขที่ 1 2 3
  3885. 3:21:124 นะครับไปจนถึงลำดับที่ N นะฮะโดย
  3886. 3:21:15เงื่อนไขย่อยก็จะมีคำสั่งนะครับเมื่อ
  3887. 3:21:17เงื่อนไขยอดที่เอ็นเป็นจริงนะฮะอ่าเจะมี
  3888. 3:21:20การกำหนดการทำงานเนาะทีนี้ในส่วนของตัว
  3889. 3:21:23NED EV หรือว่าการเขียนเงื่อนไขซ้อนกัน
  3890. 3:21:26เนี่ยมันมีประโยชน์ยังไงนะครับมันมี
  3891. 3:21:28ประโยชน์ในเรื่องของการกำหนดลำดับการทำ
  3892. 3:21:31งานของโปรแกรมของเรานะครับอผมจะยกตัว
  3893. 3:21:33อย่างอย่างเช่นอ่าเป็นบริการธนาคารและกัน
  3894. 3:21:37นะครับโดยบริการธนาคารเนี่ยนะครับจะให้ทำ
  3895. 3:21:41การป้อนข้อมูลนะครับสำหรับเข้าสู่ระบบ
  3896. 3:21:43เนาะก็คือผู้ใช้บริการเนี่ยต้องล็อกอิน
  3897. 3:21:45เข้าสู่ระบบครับ
  3898. 3:21:47โดยป้อนข้อมูลผู้ใช้ดังนี้นะครับก็คือ
  3899. 3:21:49username เป็นเมอเป็นสมาชิกใช่มยแล้วก็
  3900. 3:21:52พาสเวิร์ดก็คือ 1 2 3 4 นะครับในกรณี
  3901. 3:21:56ที่ข้อมูลผู้ใช้นะครับที่ทำการป้อนเนี่ย
  3902. 3:21:59ถูกต้องจะสามารถใช้บริการธนาคารได้อย่าง
  3903. 3:22:02เช่นบริการถอนเงินบริการฝากเงินนะครับ
  3904. 3:22:06ซึ่งถ้าต้องการถอนเงินเนี่ยก็ป้อนหมายเลข
  3905. 3:22:081 นะครับถ้าต้องการฝากเงินก็ป้อนหมายเลข
  3906. 3:22:102 แต่ถ้าป้อนหมายเลขอื่นๆนะครับระบบก็จะ
  3907. 3:22:12แจ้งกลับมาว่าหมายเลขบริการไม่ถูกต้อง
  3908. 3:22:15นั่นเองนะครับนะครับเพราะฉะนั้นการที่เรา
  3909. 3:22:17จะใช้บริการธนาคารได้เนี่ยอ่าจะต้องมี
  3910. 3:22:20เงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบก็คือ username
  3911. 3:22:23กับ Password ถูกต้องนะครับถ้าป้อนไม่ถูก
  3912. 3:22:26คุณก็จะไม่สามารถไปถอนเงินไปฝากเงินได้นะ
  3913. 3:22:29ครับกรณีที่ป้อนข้อมูลผู้ใช้ไม่ถูกต้อง
  3914. 3:22:31เนี่ยระบบก็จะแจ้งบอกว่าเ่อไม่พบบัญชีนะ
  3915. 3:22:34ครับเพราะว่าคุณป้อนข้อมูลผิดใช่มั้ยฮะ
  3916. 3:22:37อ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการเขียนโปรแกรมอ่า
  3917. 3:22:41บริการธนาคารกันนะครับซึ่งจะเป็นการ
  3918. 3:22:44ประยุกต์ใช้ตัว NED EV หรือว่าการเขียน
  3919. 3:22:47เงื่อนไขซ้อนกันนั่นเองอ่ามีขั้นตอนอย่าง
  3920. 3:22:50อะไรบ้างเดี๋ยวเรามาเริ่มต้นกันเลยกลับมา
  3921. 3:22:52ที่ vs Code นะครับในส่วนของการใช้ตัว
  3922. 3:22:55NED EV นะครับในเรื่องของการเขียน
  3923. 3:22:58โปรแกรมใช้บริการธนาคารนะครับสิ่งที่จะ
  3924. 3:23:01ต้องรับเข้ามานะครับหรือว่า input ที่จะ
  3925. 3:23:03ถูกส่งเข้ามาในโปรแกรมเนี่ยจะมี 2 ตัวก็
  3926. 3:23:05คือตัวแรกจะเป็นชื่อผู้ใช้หรือว่า
  3927. 3:23:08username นะครับตัวที่ 2 ก็คือรหัสผ่าน
  3928. 3:23:10หรือว่า password นั่นเองนะฮะอ่าก็จะมา
  3929. 3:23:13รับ input ก่อนเนาะก็คือ username นะครับ
  3930. 3:23:15มีค่ากับ input อันนี้ก็จะบอกว่าป้อนชื่อ
  3931. 3:23:20ผู้ใช้นะครับอป้อนชื่อผู้
  3932. 3:23:25ใช้ต่อมาก็จะเป็นพาสเวิร์ดครับอ่าเสร้าง
  3933. 3:23:28ตัวแปรพาสเวิร์ดขึ้นมามีค่าเท่ากับ input
  3934. 3:23:32อันนี้เบอกว่าป้อนรหัสผ่านเนาะอ่าป้อน
  3935. 3:23:34รหัส
  3936. 3:23:36ผ่านนะครับโอเคทีนี้ยังไงต่อนะครับตอนนี้
  3937. 3:23:41เราสามารถรับข้อมูล username กับ Password
  3938. 3:23:44ได้แล้วสิ่งที่ต้องทำนะครับครับก็คือทำ
  3939. 3:23:46การตรวจสอบว่า username กับ Password
  3940. 3:23:48เนี่ยตรงตามที่ธนาคารกำหนดหรือเปล่านะ
  3941. 3:23:52ครับก็คือ username ต้องเป็น me นะครับ
  3942. 3:23:54แล้วก็รหัสผ่านต้องเป็น 1 2 3 4 อ่า
  3943. 3:23:57เราก็จะมากำหนดเงื่อนไขนะครับก็คือ If
  3944. 3:24:00username นะครับมีค่าเท่ากับ me ก็คือ
  3945. 3:24:04สมาชิกใช่ไหมมครับแล้วก็เชื่อมด้วยแอน
  3946. 3:24:06ครับเพราะว่าเราจะทำการตรวจสอบทั้ง
  3947. 3:24:08username แล้วก็ Password นะครับตรงกัน
  3948. 3:24:10ทั้งเงื่อนไขฝั่งซ้ายและก็ฝั่งขวานะครับ
  3949. 3:24:14ถ้ามีอ่า 34 เงื่อนไครก็สามารถเชื่อมด้วย
  3950. 3:24:17แหรือ All นะครับหรือว่า not ได้นะครับ
  3951. 3:24:19อันนี้ผมยกตัวอย่างแค่ 2 ฝั่งเนาะจริงๆ
  3952. 3:24:22เราสามารถเพิ่มเป็นเงื่อนไที่ 3 เงื่อน
  3953. 3:24:24ที่ 4 นะครับในอีฟก็ได้แต่ทุกคนจะงงนะถ้า
  3954. 3:24:28เงื่อนไขมันเยอะเอาเป็นว่าผมมีเงื่อนไข
  3955. 3:24:30แค่ 2 ส่วนก็คือตรวจสอบ username กับ
  3956. 3:24:34Password นะครับอ่าพาสเวิร์ดมีค่าเท่า
  3957. 3:24:37กับ 1 2 3 4 หรือเปล่านะฮะสาเหตุที่
  3958. 3:24:41ต้องเอาเครื่องหมาย Double ดมาครอบ 1 2
  3959. 3:24:433 4 เพราะว่าตัวพาสเวิร์ดมันเป็น String
  3960. 3:24:46มยครับถ้าต้องการอยากจะเอามาตรวจสอบแล้ว
  3961. 3:24:50ก็คำนวณทางคณิตศาสตร์ได้ก็ต้องแปลงให้
  3962. 3:24:52อยู่ในรูปแบบของตัวเลขนะฮะอันนี้เป็น
  3963. 3:24:54String ก็เลยครอบด้วยเืองหมาย dou โดนะ
  3964. 3:24:57ครับโอเคถ้าหากว่าป username นะครับกับ
  3965. 3:25:00พาสเวิร์ดถูกต้องให้ทำอะไรผมก็จะบอกว่า
  3966. 3:25:04อ่าเข้าสู่ระบบสำเร็จเนาะเข้าสู่ระบบ
  3967. 3:25:10สำเร็จนะครับโอเคแต่ถ้าเป็นเอน่ะเป็นเอนะ
  3968. 3:25:15ครับอันนี้ต้องเว้นวักให้ถูกนะครับอเอถ้า
  3969. 3:25:20เป็นเอนะครับก็คือป้อนข้อมูลไม่ถูก
  3970. 3:25:24ธานาคารก็จะแจ้งว่าไม่พบบัญชีเนาะไม่พบ
  3971. 3:25:28บัญชีผู้
  3972. 3:25:30ใช้นะครับโอเคอันนี้ก็คือเงื่อนไขหลักนะ
  3973. 3:25:35ครับจะต้องป้อนชื่อผู้ใช้กับรหัสผ่านนะ
  3974. 3:25:38ครับตรงตามที่ธนาคารกำหนดนะครับก็คือ me
  3975. 3:25:421 2 3 4 นะครับอผมจะลองกดรันดูเนาะ
  3976. 3:25:47โอเคชื่อผู้ใช้นะครับเป็นเมครับเป็น
  3977. 3:25:50สมาชิกนะฮะลาดผ่าน 1 2 3 4 นะครับก็
  3978. 3:25:54บอกว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จนะครับอ่าแล้วถ้า
  3979. 3:25:57ป้อนผิดล่ะป้อนผิดก็บอกว่าไม่พบบัญชีผู้
  3980. 3:26:02ใช้เนาอย่างเช่นผมปบเป็นแอดมินอะไรพวกนี้
  3981. 3:26:051 2 3 4 เบอกว่าไม่พบบัญชีผู้
  3982. 3:26:08ใช้นะครับอ่ะทีนี้ยังไงต่อนะครับในกรณี
  3983. 3:26:13ที่เข้าสู่ระบบสำเร็จครับแล้วก็จะสามารถ
  3984. 3:26:17ใช้บริการธนาคารได้นะครับอย่างเช่นบริการ
  3985. 3:26:20ถอนเงินบริการฝากเงินนะครับดูยอดเงินคง
  3986. 3:26:24เหลือนู่นนี่นั่นนะครับซึ่งหลังจากที่
  3987. 3:26:26เข้าสู่ระบบสำเร็จเนี่ยอ่าตัวระบบก็จะให้
  3988. 3:26:31ผู้ใช้เนี่ยป้อนหมายเลขบริการครับอย่าง
  3989. 3:26:34เช่นถ้าป้อนเป็นหมายเลข 1 ก็คือถอนเงิน
  3990. 3:26:37ป้อนหมายเลข 2 เป็นปากเงินนะครับมันเป็น
  3991. 3:26:39การปากเงินถอนเงินเนาะผมก็จะมาเขียน
  3992. 3:26:43เงื่อนไขนะครับซ้อนอยู่ด้านในใน If
  3993. 3:26:47username ครับโดย If username พวรตัว
  3994. 3:26:50นี้นะครับเราจะเรียกว่าเป็นอนอกนะครับ
  3995. 3:26:53หรือว่าอหลักหรือว่าเงื่อนไขหลักส่วนด้าน
  3996. 3:26:56ในนะครับก็จะเป็นการตรวจสอบหมายเลขบริการ
  3997. 3:26:59ครับอ่าตรวจสอบหมายเลขบริการซึ่งการตรวจ
  3998. 3:27:02สอบหมายเลขบริการเนี่ยจะสามารถตรวจสอบได้
  3999. 3:27:05ก็ต่อเมื่อเข้าสู่ระบบสำเร็จเท่านั้นนะ
  4000. 3:27:08ครับก็คืออีฟหลักถูกทำงานเท่านั้นนะครับ
  4001. 3:27:10ถึงจะเข้ามาทำงานที่อีฟย่อยนะครับหรือว่า
  4002. 3:27:13อีฟองเนาะโดยอีลองตัวนี้นะครับจะทำการ
  4003. 3:27:15ตรวจสอบต่อบหมายเลขบริการนะครับที่อ่าผู้
  4004. 3:27:19ใช้ต้องการเจะใช้บริการนะครับผมจะทำการ
  4005. 3:27:22สร้างตัวแปรที่ชื่อว่า service ขึ้นมา
  4006. 3:27:24เนาะเมีค่าเท่ากับ input ครับก็คือให้
  4007. 3:27:27ป้อนหมายเลขบริการครับอ่าป้อนหมาย
  4008. 3:27:31เลขบริการนะครับซึ่งจะมีอยู่ 2 หมายเลขนะ
  4009. 3:27:34ครับอ่า 1-2 เนกำหนดช่วงเอาไว้
  4010. 3:27:37ด้วยจากนั้นนะครับผมก็จะทำการตรวจสอบอ่า
  4011. 3:27:41ข้อมูลนะครับที่อยู่ในตัวแปรเซอร์สครับ
  4012. 3:27:43อ่ะแต่ก่อนที่จะตรวจสอบเดี๋ยวผมจะรันให้
  4013. 3:27:45ทุกคนดูก่อนนะ
  4014. 3:27:48ฮะให้ทำการป้อนชื่อผู้ใช้นะครับมาเป็น me
  4015. 3:27:53นะครับราผ่าน 1 2 3 4 นะครับก็บอกว่า
  4016. 3:27:56เข้าสู่ระบบสำเร็จครับแล้วก็รอรับหมายเลข
  4017. 3:27:58บริการครับอ่าป้อนหมายเลขบริการ 1 หรือ
  4018. 3:28:01ว่า 2 ใช่มั้ยอ่าผมป้อนหมายเลข 1 ไปปั๊บ
  4019. 3:28:04ถ้าป้อนหมายเลข 1 ให้ทำอะไรนะครับแล้วก็
  4020. 3:28:06จะมากำหนดกระบวนการทำงานนะครับทีนี้ทุกคน
  4021. 3:28:10สังเกตว่าการที่ข้อความนะครับป้อนหมายเลข
  4022. 3:28:13บริการนะครับจะสามารถใช้ใช้งานได้นั้นนะ
  4023. 3:28:16ครับจะต้องเข้าสู่ระบบสำเร็จนั่นแสดงว่า
  4024. 3:28:19ตัวอีฟหลักนะครับจะต้องทำงานนะครับจึงจะ
  4025. 3:28:24เข้ามาที่อ่าตัวแปรเซอร์สตัวนี้ได้นะครับ
  4026. 3:28:27แต่ถ้าผมป้อนข้อมูลไม่ถูกตัวแปรเซอร์สก็
  4027. 3:28:29จะไม่ถูกอ่ารอรับข้อมูลหมายเลขนะฮะอย่าง
  4028. 3:28:34เช่นผมใส่เป็นแอดมินเนาะอผ่าน 1 2 3 4
  4029. 3:28:37นะครับก็บอกว่าไม่พบบัญชีผู้ใช้ก็คือวิ่ง
  4030. 3:28:40มาที่เอตัวนี้เลยนะครับเพราะฉะนั้นสิ่ง
  4031. 3:28:42ที่เราต้องทำต่อครับก็คือตรวจสอบว่าเอ๊ะ
  4032. 3:28:44ข้อมูลในตัวแปลเซอร์สตัวนี้นี้นะครับมัน
  4033. 3:28:47เก็บข้อมูลอะไรเอาไว้นั่นก็คือข้อมูลหมาย
  4034. 3:28:50เลขบริการใช่มั้ครับผมก็ทำการตรวจสอบเลย
  4035. 3:28:53ก็คืออ service นะครับถ้าเป็นหมายเลข 1
  4036. 3:28:56ให้ทำอะไรถ้าเป็นหมายเลข 1 นะครับผมก็จะ
  4037. 3:29:00บอกว่าอ่าเป็นการถอนเงินเนาะอ่าถอนเงิน
  4038. 3:29:06แต่ถ้าเป็นหมายเลข 2 นะครับอ่า
  4039. 3:29:08เอ service นะครับเป็น 2 อันนี้จะเป็นการ
  4040. 3:29:14ฝากเงิน
  4041. 3:29:17นะครับแล้วถ้าป้อนตัวเลขนะครับนอกเหนือ
  4042. 3:29:20จาก 1 กับ 2 หรือว่าป้อนค่าอื่นมาครับก็
  4043. 3:29:22จะเป็น L ครับอันนี้ก็จะบอกว่าหมายเลขไม่
  4044. 3:29:26ถูกต้องนะครับหมาย
  4045. 3:29:28เลขบริการไม่ถูกต้องนะฮะโอเคเราจะเรียก
  4046. 3:29:35ส่วนของอีฟเออีเอตัวนี้นะครับว่าเป็นอีฟ
  4047. 3:29:39ย่อยครับอีบย่อยหรือว่าเงื่อนไขย่อย
  4048. 3:29:44เงื่อนไขย่อยจะสามารถทำงานงานได้ก็ต่อ
  4049. 3:29:46เมื่อเงื่อนไขหลักถูกทำงานนะครับนก็คือมี
  4050. 3:29:51การป้อน username Password ถูกก็จะ
  4051. 3:29:53สามารถใช้บริการธนาคารได้นะครับไม่ว่าจะ
  4052. 3:29:55เป็นการถอนเงินการฝากเงินนู่นนี่นั่นอ่ะ
  4053. 3:29:58มาดูซิว่าจะสามารถทำงานได้หรือเปล่านะ
  4054. 3:30:01ครับอันนี้ก่อนรันให้ทุกคนเซฟไฟล์เรียบ
  4055. 3:30:05ร้อยนะครับมาที่ไฟล์แล้วก็เซฟแล้วกด ctrl
  4056. 3:30:07S นะครับอ่ากดรัน
  4057. 3:30:10เนาะผมจะยกตัวอย่างอ่ะป้อนข้อมูลผิดก่อน
  4058. 3:30:14นะครับแอดม
  4059. 3:30:167890 นะครับอไม่พบบัญชีผู้ใช้แสดงว่าเรา
  4060. 3:30:19ไม่สามารถใช้บริการธนาคารได้ใช่ไหมมครับ
  4061. 3:30:22ทีนี้ถ้าผมป้อนข้อมูลถูกครับป้อนข้อมูล
  4062. 3:30:26ถูกเป็น
  4063. 3:30:28เมราดผ่าน 1 2
  4064. 3:30:3234 เมื่อป้อนข้อมูลถูกนะครับเราก็จะ
  4065. 3:30:36สามารถใช้บริการธนาคารได้นะครับระบบก็จะ
  4066. 3:30:40แจ้งว่าเข้าสู่ระบบสำเร็จแลก็บอกว่าป้อน
  4067. 3:30:43หมายเลขบริการก็คือ 1 กับ 2 อ่ะถ้าผมป้อน
  4068. 3:30:46เป็น 1 ครับก็บอกว่าถอนเงินแล้วก็จบการทำ
  4069. 3:30:49งาน
  4070. 3:30:51อ่าตอนนี้ผมสามารถถอนเงินได้แล้วนะครับ
  4071. 3:30:55จากนั้นผมก็ล็อกอินใหม่ครับเเหมือน
  4072. 3:30:59เดิม 1 2 3 4 นะครับผมจะเลือกหมายเลข
  4073. 3:31:02บริการ 2 ครับก็เป็นการฝาก
  4074. 3:31:04เงินนะครับเพราะฉะนั้นการที่เราจะใช้
  4075. 3:31:07บริการได้นะครับจะต้องเข้าสู่ระบบสำเร็จ
  4076. 3:31:10แน่นอนครับว่าเงื่อนไขหลักต้องทำงานก่อน
  4077. 3:31:14โอเคนะครับอ่ะแล้วถ้าเป็น
  4078. 3:31:16เลขอื่นล่ะที่ไม่ใช่ 1 กับ 2 ครับทีนี้
  4079. 3:31:19เราจะได้บริการอะไรอ่า me 1 2 3 4 นะ
  4080. 3:31:25ครับผมป้อนหมายเลขบริการนะครับเป็นเลข 5
  4081. 3:31:29ซึ่งมันไม่มีใช่ไหมมครับก็จะบอกว่าหมาย
  4082. 3:31:31เลขบริการไม่ถูกต้องก็คือในบล็อกเอตัวนี้
  4083. 3:31:35นั่นเองนะครับของตัวแปรเซอร์สเนาะทำการ
  4084. 3:31:39ตรวจสอบค่าในตัวแป serv ถ้าเป็นค่าอื่น
  4085. 3:31:42นอกเหนือจาก 1 กับ 2 นะครับเขบอกว่าหมาย
  4086. 3:31:44เลขหมายเลขบริการไม่ถูกต้อง
  4087. 3:31:47โอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง NED EV
  4088. 3:31:51นะครับหรือว่าการเขียนเงื่อนไขซ้อนกันก็
  4089. 3:31:53จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  4090. 3:32:05เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  4091. 3:32:08ข้อนี้นะครับก็จะมาลุยการใช้คำสั่งเงื่อน
  4092. 3:32:11ไขตัวที่ 2 กันนะครับนั่นก็คือ Match
  4093. 3:32:14statement นั่นเองนะครับ
  4094. 3:32:16โดย Match statement นะครับหรือใน
  4095. 3:32:19Document หรือตำราบางเล่มจะเขียนว่าเป็น
  4096. 3:32:22Match Case นะครับอ่าความหมายเดียวกัน
  4097. 3:32:24นะครับก็คือจะเป็นการใช้คำสั่ง Match
  4098. 3:32:27ร่วมกับคำสั่งเคสนะครับโดย Match เนี่ยจะ
  4099. 3:32:30เป็นคำสั่งที่ใช้กำหนดเงื่อนไขคล้ายกับ
  4100. 3:32:32อีฟเลยนะครับแต่สามารถกำหนดเงื่อนไขหรือ
  4101. 3:32:34ว่าทางเลือกในการทำงานได้หลากหลายกว่าอีฟ
  4102. 3:32:37นะครับโดยในส่วนของอ่าการกำหนดทางเลือก
  4103. 3:32:42ที่มันหลากหลายเนี่ยเราจะเรียกว่าเป็น
  4104. 3:32:43Pattern matching นะครับเดี๋ยเราจะได้
  4105. 3:32:45เรียนในหัวข้อหลังๆเนาะเพราะว่าตัว patter
  4106. 3:32:47matching มันมีรายละเอียดปีกย่อยเยอะนะ
  4107. 3:32:49ฮะอันนี้ก็คือคำจำกัดความของ Mat นะครับ
  4108. 3:32:53ก็คือเป็นการกำหนดเงื่อนไขคล้ายกับ e
  4109. 3:32:56statement เลยนะครับโดยการทำงานเนี่ยจะ
  4110. 3:32:59นำค่าในตัวแปรนะครับมากำหนดเป็นทางเลือก
  4111. 3:33:02ผ่านคำสั่งเคสนะครับพร้อมระบุค่าที่
  4112. 3:33:04ต้องการตรวจสอบนะครับในตัวแปรดังกล่าวนะ
  4113. 3:33:07ฮะโดยโครงสร้างคำสั่งของ mch statement
  4114. 3:33:10นะครับก็จะมีส่วนของคำสั่ง Match แลก็ตัว
  4115. 3:33:14แปรนะครับแล้วก็เครื่องหมายโคลอนต่อท้าย
  4116. 3:33:18ตัว Match ก็จะเป็นเคสนะครับหรือว่าค่า
  4117. 3:33:20ต่างๆที่ต้องการากจะนำมาตรวจสอบนะครับเ
  4118. 3:33:23ค่าที่ 1 ก็จะเป็นเคสค่าที่ 1 เครื่อง
  4119. 3:33:25หมายคลอนแล้วก็คำสั่งต่างๆไปจนถึงค่าที่ N
  4120. 3:33:29นะครับโดยค่าดังกล่าวเนี่ยก็จะอั้งยิงตาม
  4121. 3:33:31รูปแบบของข้อมูลที่อยู่ในตัวแปรนะครับ
  4122. 3:33:34ซึ่งเราเขียนกำกับในส่วนของตัวคำสั่ง Map
  4123. 3:33:37นั่นเองนะฮะอันนี้ก็คือโครงสร้างคำสั่งนะ
  4124. 3:33:41ครับทีนี้การประยุกต์ใช้งานตัว Match
  4125. 3:33:44statement นะครับผมจะยกตัวอย่างเป็น
  4126. 3:33:46บริการธนาคารเหมือนเดิมเลยนะครับก็คือให้
  4127. 3:33:49ป้อนหมายเลขบริการนะครับถ้าป้อนหมายเลข 1
  4128. 3:33:52เป็นการถอนเงินป้อนหมายเลข 2 เป็นการฝาก
  4129. 3:33:54เงินป้อนหมายเลข 3 เป็นการดูยอดเงินคง
  4130. 3:33:58เหลือแต่ถ้าป้อนค่าว่างนะครับก็จะแจ้งว่า
  4131. 3:34:00หมายเลขบริการไม่ถูกต้องนั่นเองอ่าเดี๋ยว
  4132. 3:34:04มาดูตัวอย่างการใช้ตัว Match statement
  4133. 3:34:07กันหรือว่า Match Case นะครับในภาษา
  4134. 3:34:09python เนาะว่ามีรูปแบบการเขียนอย่างไร
  4135. 3:34:11นะครับในการทำโปรแกรมบริการธนาคารนะครับ
  4136. 3:34:15ผ่านการกดหมายเลขนั่นเองกลับมาที่ vs
  4137. 3:34:19Code นะครับในเรื่องของ Match statement
  4138. 3:34:21หรือว่า Match Case จะเป็นเรื่องของการ
  4139. 3:34:24เขียนโปรแกรมใช้บริการธนาคารเนาะผ่านการ
  4140. 3:34:26ป้อนหมายเลขบริการนะครับถ้าเป็นเลข 1 ก็
  4141. 3:34:29คือถอนเงินเลข 2 ฝากเงินเลข 3 ยอดเงินคง
  4142. 3:34:33เหลือนะครับและถ้าเป็นค่าว่างอ่าส่งค่า
  4143. 3:34:36ว่างมาก็คือไม่ได้ป้อนหมายเลขอะไรเลยก็จะ
  4144. 3:34:38แจ้งว่าหมายเลขไม่ถูกต้องนะครับตัววิธี
  4145. 3:34:41การนะครับเราก็ต้องมาดูในส่วนของตัว input
  4146. 3:34:44ที่ส่งเข้ามานะครับ input ที่ส่งเข้ามาจะ
  4147. 3:34:46เป็นตัวเลขจำนวนเต็มใช่มั้ครับเป็นหมาย
  4148. 3:34:48เลขบริการผมก็จะให้รับหมายเลขบริการผ่าน
  4149. 3:34:52การรับค่าจากคีย์บอร์ดนะครับก็คือรับ
  4150. 3:34:55input จากผู้ใช้โปรแกรมนั่นเองโดยผมจะทำ
  4151. 3:34:58การสร้างตัวแปรที่ชื่อว่า service ขึ้นมา
  4152. 3:35:00ครับสำหรับเก็บหมายเลขบริการอ่ามีค่าเท่า
  4153. 3:35:03กับ input นะครับแล้วก็ข้อความที่จะแสดง
  4154. 3:35:06ผลเก็จะเป็นป้อนหมาย
  4155. 3:35:08เลข
  4156. 3:35:11บริการนะครับโดยข้อมูลหมายเลขบริการเนี่ย
  4157. 3:35:14จะอยู่ในช่วงช่วง 1-3 นะครับอ่าอันนี้ก็
  4158. 3:35:19คือ input ที่จะถูกส่งเข้ามาทำงานครับอ่า
  4159. 3:35:24ป้อนหมายเลขบริการ 1-3 นะฮะทีนี้ยไงต่อ
  4160. 3:35:28ครับปกติเวลาที่เราทำการตรวจสอบหรือว่า
  4161. 3:35:30กำหนดเงื่อนไขเนี่ยเราก็จะใช้ If ใช่ไหมม
  4162. 3:35:33ครับก็จะเป็น If service เท่ากับ 1 = ก
  4163. 3:35:372 3 หรือไม่อะไรก็ว่าไปใช่มั้ยครับที
  4164. 3:35:40นี้เปลี่ยนใหม่เราจะไม่ได้ใช้อีแล้วเราจะ
  4165. 3:35:44ใช้ส่วนของตัว Match statement หรือว่า
  4166. 3:35:46Match Case นะครับโดยวิธีการครับก็ระบุ
  4167. 3:35:49คีย์เวิร์ด Match เว้นมาตามด้วยข้อมูลที่
  4168. 3:35:53อยู่ในตัวแปรนะครับที่เราต้องการอยจะนำมา
  4169. 3:35:56จำแนกค่าข้อมูลด้านในนะครับหรือแยกเป็น
  4170. 3:35:58กรณีหรือว่าเป็นเคสนั่นเองโดยข้อมูลตัว
  4171. 3:36:01แปรของเรานะครับก็คือตัวแปรเซอร์สอ่าเอา
  4172. 3:36:05ข้อมูลที่เก็บอยู่ในตัวแปรเซอร์สมาแจกแจง
  4173. 3:36:08ครับหรือว่ามาแยกเป็นกรณีหรือว่าเป็นเคส
  4174. 3:36:10นะฮะอ่าตามด้วยเครื่องหมายโคลอนะครับเคส
  4175. 3:36:15แรกนะครับก็คือเราต้องการจะตรวจสอบว่า
  4176. 3:36:18เอ๊ะตัวแปรเซอร์สของเราตอนนี้นะครับเก็บ
  4177. 3:36:20เลข 1 หรือเปล่านะครับแล้วก็จะใส่เป็นเคส
  4178. 3:36:24ะก็ข้อมูลตัวเลขนะครับก็คือเป็นเลข 1
  4179. 3:36:26เนาะเป็น String นะครับเพราะว่าอ่าข้อมูล
  4180. 3:36:28ที่อยู่ในตัวแปร service เป็น String นะ
  4181. 3:36:33ครับก็เลยนำเอาเครื่องหมาย Double Code
  4182. 3:36:35มาเขียนครอบเลข 1 เอาไว้ก็คือเคสแล้วก็
  4183. 3:36:39เว้นมาแล้วก็ 1 นะครับถ้าข้อมูลที่อยู่ใน
  4184. 3:36:43ตัวแปรเซอร์สเป็นเลข 1 ให้ทำอะไร
  4185. 3:36:46โดยกระบวนการทำงานเราก็จะเขียนในพื้นที่
  4186. 3:36:48เครื่องหมายคลอนนะครับต่อท้ายเคสนะผมก็จะ
  4187. 3:36:50ปริ้นนะครับบอกว่าถอนเงินอ่านี้ก็คือกรณี
  4188. 3:36:56ที่เราส่งเลข 1 นะครับเข้ามาทำงานนะครับ
  4189. 3:36:59ต่อมาครับถ้าเป็นเลข 2 ล่ะเลข 2 ก็เป็น
  4190. 3:37:01เคส 2 ครับให้ทำอะไรครับเลข 2 เนี่ยเลข 2
  4191. 3:37:05ก็เป็นการฝากเงินใช่ไมมครับฝากเงินอ่ะ
  4192. 3:37:10แล้วถ้าเป็นเลข 3 ล่ะก็เคส
  4193. 3:37:123 นะครับแต่สังเกตว่ามันดูดูมีความ
  4194. 3:37:16กระชับกว่าการเขียน EV L EV ใช่มครับ
  4195. 3:37:19เพราะว่าตัว Match Case เนี่ยเพิ่งจะ
  4196. 3:37:22เพิ่มมาเป็นฟีเจอร์ใหม่นะครับในอ่าเป็น
  4197. 3:37:25มันเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน
  4198. 3:37:26python เวอร์ชั่นหลังๆนะถ้าเป็น
  4199. 3:37:28เวอร์ชั่น 3.7 3.8 จะจะยังไม่มีตัวนี้นะ
  4200. 3:37:31ฮะอ่าอันนี้ถ้าเป็นเคส 3 นะครับหรือว่า
  4201. 3:37:35ข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร service เนี่ยมี
  4202. 3:37:37ค่าเท่ากับ 3
  4203. 3:37:39เนาะอันนี้ก็จะบอกว่าอ่ายอดเงินคงเหลือใน
  4204. 3:37:44บัญชีนะครับ
  4205. 3:37:47ครับโอเคในบัญชี
  4206. 3:37:50อ่ะอ่ะอันนี้ก็คือหมายเลขบริการของเรานะ
  4207. 3:37:55ครับถ้าป้อนหมายเลข 1 นะครับหรือว่า
  4208. 3:37:58service มีค่าเท่ากับ 1 ก็คือถอนเงินถ้า
  4209. 3:38:01เป็นเลข 2 ก็ฝากเงินเป็นเลข 3 ก็ดูยอด
  4210. 3:38:04เงินคงเหลือในบัญชีนะครับอ่า
  4211. 3:38:07ดูหรือสอบถามก็ได้นะครับอ่าสอบ
  4212. 3:38:11ถามยอดเงินคงเหลือในบัญชีและแล้วถ้าหาก
  4213. 3:38:16ว่าผมป้อนเป็นค่าว่างมาครับอ่าป้อนเป็น
  4214. 3:38:19String ว่างเนาะก็คือเป็นเครื่องหมายบิ
  4215. 3:38:22cde นะครับแล้วก็มีอ่าช่องว่างนะครับ
  4216. 3:38:26อยู่ตรงอ่ะตอนี้ใส่เป็นเครื่องหมายบิด
  4217. 3:38:29อย่างเดียวนะฮะแล้วก็เครื่องหมายโคลอนนะ
  4218. 3:38:33ครับเป็นการกำหนดการทำงานนะครับถ้าไม่ได้
  4219. 3:38:35มีการป้อนข้อมูลมาเลยนะฮะอันนี้ผมก็จะบอก
  4220. 3:38:38ว่าหมายเลข
  4221. 3:38:41บริการไม่ถูกต้อง
  4222. 3:38:45นะครับอันนี้เป็น String ว่างเนาะสิงว่าง
  4223. 3:38:48เนี่ย
  4224. 3:38:48อ่าจำไม่ได้จำไม่ได้ว่ามันต้องใส่ต้องใส่
  4225. 3:38:52เป็นข้าวว่างนะครับก็คือกด Space Bar 1
  4226. 3:38:54ครั้งนะครับตรงนี้ก็คือไม่ได้ป้อนเลขอะไร
  4227. 3:38:58เลยนะครับคือถามหมายเลขบริการแต่ไม่ได้
  4228. 3:39:02ป้อนหมายเลข 1 2 3 หรือถ้าเป็นเลขอื่น
  4229. 3:39:06นะครับถ้าเป็นเลขอื่นนก็จะจบการทำงานแต่
  4230. 3:39:08ถ้าป้อนเป็นค่าว่างมาก็จะบอกว่าหมายเลข
  4231. 3:39:10บริการไม่ถูกต้องนะครับอ่ะลองกดรันดูซิ
  4232. 3:39:15นะ
  4233. 3:39:17ฮะป้อนหมายเลขบริการนะครับ 1-3 ผมไม่ได้
  4234. 3:39:20ป้อนอะไรเลยนะครับผมกด Enter เลยนะก็จะจบ
  4235. 3:39:23การทำงานอืแสดงว่าตัวนี้มันมันไม่เข้าเคส
  4236. 3:39:26ตัวนี้นะตัวนี้ไม่ต้องใส่ช่องว่างนะครับ
  4237. 3:39:30หรือ Space Bar เราใส่เป็นเครื่องหมาย
  4238. 3:39:31Double cde อย่างเดียวนะ
  4239. 3:39:34ฮะโอเคลองเช็คใหม่นะครับถ้าไม่ได้มีการ
  4240. 3:39:39ป้อนข้อมูลอะไรเลยนะครับปึ๊บก็บอกว่าหมาย
  4241. 3:39:41เลขบริการไม่ถูก
  4242. 3:39:42ต้องนะครับแต่ถ้ามีการป้อนข้อมูลอ่ะอย่าง
  4243. 3:39:46เช่นอ่าใส่เป็นเลข 1 เนาะก็บอกว่าถอนเงิน
  4244. 3:39:52นะครับก็เข้าเคสที่ 1 นะครับเคสหมายเลข 1
  4245. 3:39:56ต่อมาถ้าเป็นเคสหมายเลข 2 ครับอ่ะข้อเลข 2
  4246. 3:40:00ก็บอกว่าฝากเงินอ่าแล้วถ้าเป็นหมายเลข
  4247. 3:40:043 นะ
  4248. 3:40:07ฮะก็สอบถามยอดเงินคงเหลือในบัญชีใช่มั้ย
  4249. 3:40:11ครับถ้าเป็นค่าว่างก็คือไม่ใส่อะไรเลย
  4250. 3:40:15นะครับกด Enter เลยเขบอกว่าหมายเลขบริการ
  4251. 3:40:18ไม่ถูกต้องหรือใส่เป็นเลขอื่น
  4252. 3:40:22ครับถ้าใส่เป็นเลขอื่นอย่างเช่นเลข 100
  4253. 3:40:26นะครับมันไม่ตรงกับเคส 1 2 3 ใช่มั้ย
  4254. 3:40:28ครับก็จะจบการทำงานนะครับไม่มีอะไรเกิด
  4255. 3:40:33ขึ้นโอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการ
  4256. 3:40:37ใช้ตัว Match statement นะครับในภาษา
  4257. 3:40:41python ถ้าเป็นภาษาอื่นก็คือคำสั่ง
  4258. 3:40:44Switch Case นะครับแต่ว่าใน python จะ
  4259. 3:40:46เรียกว่าเป็น Match Case เนาะอ่าก็จะได้
  4260. 3:40:48ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  4261. 3:40:59เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  4262. 3:41:02ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับคำสั่ง
  4263. 3:41:05ทำซ้ำในภาษา python กันนะครับโดยคำสั่งทำ
  4264. 3:41:09ซ้ำก็คือกลุ่มคำสั่งที่ใช้ในการวนรอบนะ
  4265. 3:41:12ครับหรือว่า Loop เนาะภายในโปรแกรมของเรา
  4266. 3:41:14นะครับโดยโปรแกรมเนี่ยจะทำงานไปเรื่อยๆนะ
  4267. 3:41:17ครับตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้นะฮะหรือว่า
  4268. 3:41:20ตามช่วงข้อมูลที่ต้องการจะให้ทำซ้ำนะครับ
  4269. 3:41:23ซึ่งในภาษา python จะแบ่งออกเป็นอ่า 2
  4270. 3:41:26รูปแบบนะครับก็คือ W Loop กับ for Loop
  4271. 3:41:29นะครับโดยความแตกต่างระหว่าง W Loop กับ
  4272. 3:41:31for Loop นะครับตัว for Loop เนี่ยจะ
  4273. 3:41:34ใช้ในกรณีที่เรารู้จำนวนรอบการทำซ้ำที่
  4274. 3:41:37ชัดเจนนะครับก็คืออยากให้ทำซ้ำกี่รอบก็
  4275. 3:41:40ใช้ for Loop แต่ถ้าเป็น Y นะครับจะใช้
  4276. 3:41:43ในกรณีที่ไม่รู้จำนวนรอบกันทำซ้ำนะครับ
  4277. 3:41:47อ่าในหัวข้อนี้นะครับก็จะมายกตัวอย่างการ
  4278. 3:41:50ใช้ W Loop ก่อนนะครับโดยในส่วนของตัว W
  4279. 3:41:54Loop เนี่ยจะมีโครงสร้างคำสั่งดังนี้นะ
  4280. 3:41:58ครับก็คือกำหนดคีย์เวิร์ด Y ครับหรือว่า
  4281. 3:42:00คำสั่ง Y แล้วก็เงื่อนไขตามด้วยเครื่อง
  4282. 3:42:03หมายโคลอนนะครับด้านด้านหลังเครื่องหมาย
  4283. 3:42:05โคลอนหรือว่าต่อท้ายโคลอนก็จะเป็นคำสั่ง
  4284. 3:42:07ที่เราต้องการอยจะให้ทำซ้ำนะครับเมื่อ
  4285. 3:42:10เงื่อนไขที่กำหนดใน Y เป็นจริงนั่นเองนะ
  4286. 3:42:13ฮะผมจะยกตัวอย่างนะครับหลักการทำงานของ
  4287. 3:42:16ตัว W Loop เนาะอ่าอย่างเช่นผมต้องการ
  4288. 3:42:19อยากจะให้แสดงตัวเลขออกมานะครับอ่า output
  4289. 3:42:23เนี่ยให้แสดงตัวเลข 1-3 นะครับฝั่งด้าน
  4290. 3:42:28ซ้ายมือนะครับจะเป็นโค้ดหรือว่าคำสั่งที่
  4291. 3:42:32ต้องการอยากจะให้เกิดการทำซ้ำเพื่อแสดง
  4292. 3:42:34ตัวเลข 1-3 นะครับส่วน output เนี่ยจะ
  4293. 3:42:37เป็นอ่าลำดับการทำงานนะครับเดี๋ยวผมจะยก
  4294. 3:42:39ตัวอย่างทีกรณีเลยนะฮะโดยจากโค้ดเนี่ยนะ
  4295. 3:42:42ครับผมทำการประกาศอ่าตัวแปรเคาน์เตอร์นะ
  4296. 3:42:46ครับมีค่าเริ่มต้นเป็น 0 นะฮะจากนั้นนะ
  4297. 3:42:49ครับอ่าผมก็นำเอาค่าตัวแปรเคาน์เตอร์
  4298. 3:42:53เนี่ยไปทำงานในตัว wl Loop ครับเพื่อทำ
  4299. 3:42:55การตรวจสอบเงื่อนไขว่าตอนนี้เงื่อนไขหรือ
  4300. 3:42:59ว่าข้อมูลที่อยู่ในตัวแปรเคานเตอร์เนี่ย
  4301. 3:43:01น้อยกว่า 3 หรือเปล่านะครับโดยตัวแปร
  4302. 3:43:03เคาน์เตอร์เนี่ยผมจะขอเรียกว่าเป็นตัวนับ
  4303. 3:43:05รอบการทำงานเนาะอ่าตัวนับรอบการทำงานนะ
  4304. 3:43:08ครับโดยจะนับเริ่มต้นที่รอบที่ 0 นะครับ
  4305. 3:43:12ซึ่งค่าเริ่มต้นก็เลยประกาศเป็น
  4306. 3:43:13เคาน์เตอร์เท่ากับ 0
  4307. 3:43:15นะครับจากนั้นก็ไปทำงานที่ส่วนของตัว W
  4308. 3:43:18Loop ครับทำการตรวจสอบว่าตอนนี้ข้อมูลใน
  4309. 3:43:20ตัวแปรเคาน์เตอร์น้อยกว่า 3 หรือไม่ถ้า
  4310. 3:43:23เงื่อนไขเป็นจริงนะครับก็จะทำการเพิ่มค่า
  4311. 3:43:26ตัวแปรเคาน์เตอร์ขึ้น 1 ค่านะครับก็จะ
  4312. 3:43:29เป็นเคานเตอร์บวกเท 1 จากนั้นก็นำเอาค่า
  4313. 3:43:32ล่าสุดนะครับที่อยู่ในตัวแปรเคาน์เตอร์
  4314. 3:43:34เนี่ยไปแสดงผลนะครับก็คือปิเคาน์เตอร์เรา
  4315. 3:43:37ก็จะได้เลข 1 นะครับมาใช้
  4316. 3:43:39งานนะครับเมื่อแสดงผลเรียบร้อยนะครับก็จะ
  4317. 3:43:43กลับไปที่ไอยู่เหมือนเดิมนะครับทำการตรวจ
  4318. 3:43:46สอบว่าค่าปัจจุบันตอนนี้ของเคาน์เตอร์
  4319. 3:43:48น้อยกว่า 3 หรือเปล่าค่าปัจจุบันเป็นเท่า
  4320. 3:43:50ไหร่ครับเป็น 1 น้อยกว่า 3 หรือไม่นะครับ
  4321. 3:43:53เงื่อนไขเป็นจริงก็เพิ่มตัวแปรเคาน์เตอร์
  4322. 3:43:56ขึ้น 1 ค่านะครับแล้วก็ทำการแสดงผลตัวแปร
  4323. 3:43:59เคาน์เตอร์ค่าล่าสุดในตัวแปรเคาน์เตอร์
  4324. 3:44:01ตอนนี้นะครับที่ถูกแสดงผลออกมาก็จะเป็น 2
  4325. 3:44:04จากนั้นนะครับก็ทำการตรวจสอบเงื่อนไขอีก
  4326. 3:44:06นะครับตรวจสอบว่าตอนนี้ค่าล่าสุดหรือว่า
  4327. 3:44:08ค่าปัจจุบันเคาน์เตอร์เป็นเท่าไหร่นะครับ
  4328. 3:44:10เป็น 2 น้อยกว่า 3 หรือไม่นะครับ 2 น้อย
  4329. 3:44:14กว่า 3 หรือไม่เงื่อนไขเป็นจริงใช่ไหมม
  4330. 3:44:16ครับก็ทำการเพิ่มตัวแปรเคาน์เตอร์ขึ้น 1
  4331. 3:44:19ค่านะครับแล้วก็ปริ้นตัวแปรเคาน์เตอร์ออก
  4332. 3:44:22มาก็จะได้เป็นเลข 3 นะครับแล้วก็ทำการ
  4333. 3:44:26ตรวจสอบเงื่อนไขอีกครั้งนึงนะครับว่าตอน
  4334. 3:44:28นี้ค่าปัจจุบันในตัวแปรเคาน์เตอร์มีค่า
  4335. 3:44:31น้อยกว่า 3 หรือเปล่านะครับก็คือ 3 น้อย
  4336. 3:44:34กว่า 3 หรือไม่ผลปรากฏว่าเงื่อนไขเป็น
  4337. 3:44:36เท็จครับเพราะว่า 3 มันไม่ได้น้อยกว่า 3
  4338. 3:44:38ใช่มมก็จบการทำงานนะครับก็จะได้หมายเลข 1
  4339. 3:44:422 3 มาแสดงผลนั่นเองอันนี้ก็จะเป็นขั้น
  4340. 3:44:46ตอนการทำงานของตัว y zoop ครับอ่าเดี๋ยว
  4341. 3:44:49มาดูวิธีการเขียนโปรแกรมกันนะครับว่ามี
  4342. 3:44:52วิธีการเขียนอย่างไรกลับมาที่ vs Code
  4343. 3:44:55นะครับในส่วนของการใช้งานตัว wl Loop อ
  4344. 3:44:58ผมจะยกตัวอย่างเป็นการเขียนโปรแกรมแสดง
  4345. 3:45:02ตัวเลข 1 2 3 นะครับออกทางจอภาพแล้วกัน
  4346. 3:45:06โดยวิธีการนะครับผมก็จะสร้างตัวแปรนะครับ
  4347. 3:45:09ที่ใช้สำหรับเก็บอ่าตัวเลขนะครับที่จะนำ
  4348. 3:45:15ไปใช้แสดงผลนะครับผมจะสร้างตัวแปรที่ชื่อ
  4349. 3:45:19ว่าเคาน์เตอร์ขึ้นมาเนาะอ่ามีค่าเริ่มต้น
  4350. 3:45:21เป็น 0 นะครับจากนั้นนะครับผมก็ใช้คำสั่ง
  4351. 3:45:26Y ครับแล้วก็ทำการตรวจสอบเงื่อนไขก็คือ
  4352. 3:45:28ค่าตัวแปรเคาน์เตอร์นะครับน้อยกว่า 3
  4353. 3:45:31หรือไม่นะครับถ้าเงื่อนไขเป็นจริงให้ทำ
  4354. 3:45:34อะไรนะครับก็นำเอาค่าตัวแปรเคาน์เตอร์นะ
  4355. 3:45:37ครับมาบวกเพิ่มขึ้นทีละ 1 ค่านะครับก็คือ
  4356. 3:45:39เคาน์เตอร์บวก = 1 นะครับก็คือใช้ตัวอ่า
  4357. 3:45:45assignment Operator นะครับหรือว่าตัว
  4358. 3:45:47ดำเนินการกำหนดค่าเนาะหลังจากที่เพิ่มค่า
  4359. 3:45:49เรียบร้อยนะครับก็ปริ้นตัวแปรเคานเตอร์
  4360. 3:45:51ออก
  4361. 3:45:52มานะครับ print
  4362. 3:45:55Counter ผลลัพธที่เกิดขึ้นนะครับก็ตาม
  4363. 3:45:58แสดงผลในสไลด์เลยนะครับก็จะเป็น 1 2 3
  4364. 3:46:03ใช่มั้ยครับอ่ะแล้วถ้าต้องการอยากจะแสดง
  4365. 3:46:06ตัวเลข 1-10 ล่ะก็มาเปลี่ยนตัวนี้นะครับ
  4366. 3:46:09เป็นน้อยกว่า 10 ใช่มั้ยครับอ่ะลองกดรัน
  4367. 3:46:13ดู
  4368. 3:46:15ก็จะเป็น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
  4369. 3:46:19โอเคนะครับถ้าเป็นค่า 11 ก็จะกระโดดออก
  4370. 3:46:22จาก Loop ไเลยนะครับอ่าผมก็อาจะปริ้นจบ
  4371. 3:46:25การทำงานเนาะอ่าปริ้นนะครับจบการทำ
  4372. 3:46:31งานจบการทำงานโอเคนะ
  4373. 3:46:36ฮะก็คือแสดงตัวเลข 1-10 แล้วก็จบการทำงาน
  4374. 3:46:41เลยโอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการ
  4375. 3:46:44ใช้ตัว W Loop นะครับซึ่ง W Loop เนี่ย
  4376. 3:46:48มันจะทำงานก็ต่อเมื่อเงื่อนไขเป็นจริงนะ
  4377. 3:46:50ครับก็คือเคาน์เตอร์น้อยกว่า 10 ใช่มครับ
  4378. 3:46:52อแล้วทีนี้ถ้าผมไปเปลี่ยนเงื่อนไขมาเป็น
  4379. 3:46:54เทสล่ะอย่างเช่นเป็นเคาน์เตอร์เท่ากับ
  4380. 3:46:57100 นะครับถามว่ามันจะเกิดกระบวนการทำ
  4381. 3:47:00ซ้ำไครับมันไม่เกิดเพราะว่าเงื่อนไขมัน
  4382. 3:47:02เป็นเทสใช่มยอ่าก็จะแสดงบอกว่าจบการทำงาน
  4383. 3:47:06เลยนะครับไม่มีอ่าการทำซ้ำเกิดขึ้นภายใน
  4384. 3:47:11ตัวโปรแกรมของเรานั่นเองจะเกิดการทำซ้ำก็
  4385. 3:47:14ต่อเมื่อเงื่อนไขเป็นจริงนะครับอย่างเช่น
  4386. 3:47:17อ่ะผมกำหนดเคาน์เตอร์เป็น 5 นะครับ 5
  4387. 3:47:20น้อยกว่า 10 หรือไม่นะครับเงื่อนไขเป็น
  4388. 3:47:23จริงก็เริ่มต้นกระบวนการทำซ้ำใช่มั้ยครับ
  4389. 3:47:27อ่าก็จะแสดงตัวเลขนะครับเป็น 6 7 8 90
  4390. 3:47:31นั่น
  4391. 3:47:32เองโอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นขั้นตอนการทำ
  4392. 3:47:36งานของตัว W Loop ครับก็จะได้ผลลัพธตาม
  4393. 3:47:39ที่แสดงข้างต้นเลย
  4394. 3:47:50ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในัวข้อ
  4395. 3:47:53นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับคำสั่งทำ
  4396. 3:47:55ซ้ำตัวที่ 2 กันนะครับนั่นก็คือ for Loop
  4397. 3:47:58นั่นเองนะครับโดยโครงสร้างของ for Loop
  4398. 3:48:01เนี่ยจะมีอยู่หลายโครงสร้างนะครับอ่าผมจะ
  4399. 3:48:04ยกตัวอย่างโครงสร้างแบบแรกก่อนนะครับการ
  4400. 3:48:07ใช้ตัว for Loop นะครับจะใช้คีย์เวิร์ด
  4401. 3:48:10ก็คือ for ครับตามด้วยตัวแปรและก็คำสั่ง
  4402. 3:48:13in แล้วก็ฟังก์ชัน bange นะครับด้านใน
  4403. 3:48:15bange เนี่ยจะทำการระบุจำนวนรอบนะครับ
  4404. 3:48:18เป็นตัวเลขจำนวนเต็มก็คืออยากจะให้ทำซ้ำ
  4405. 3:48:21กี่รอบนะครับอย่างเช่น 5 รอบ 10 รอบก็จะ
  4406. 3:48:23ระบุในจำนวนรอบตัวนี้นะครับแล้วก็เครื่อง
  4407. 3:48:26หมายโคลอนนะครับบรทัดถัดไปก็จะเป็นคำสั่ง
  4408. 3:48:29ที่ต้องการอยากจะทำซ้ำซึ่งจำนวนรอบนะครับ
  4409. 3:48:32จะเริ่มต้นที่รอบที่ 0 นะครับแล้วก็เพิ่ม
  4410. 3:48:34ค่าขึ้นทีละ 1 ค่าอันนี้ก็คือโครงสร้างคำ
  4411. 3:48:37สั่ง for แบบแรกนะครับเริ่มต้นที่รอบที่ 0
  4412. 3:48:42นะครับไปจนถึงจำนวนรอบที่เราต้องกอ่าที
  4413. 3:48:45นี้ถ้าต้องการอยจะกำหนดรอบเริ่มต้นนะครับ
  4414. 3:48:48ไม่ใช่รอบที่ 0 ล่ะเราก็สามารถกำหนดได้นะ
  4415. 3:48:51ครับกำหนดค่าเริ่มต้นหรือว่ารอบเริ่มต้น
  4416. 3:48:53ได้นะครับโดยเขียนหรือกำหนดค่าเริ่มต้นนะ
  4417. 3:48:57ครับเข้าไปที่ตัวคำสั่ง Range เหมือนเดิม
  4418. 3:49:00เลยนะครับก็จะเป็น for ตัวแปร in Range
  4419. 3:49:03ค่าเริ่มต้นแล้วก็เครื่องหมายคอมม่าแล้ว
  4420. 3:49:05ก็จำนวนรอบนะครับโดยจำนวนรอบนี้จะเป็นรอบ
  4421. 3:49:09สุดท้ายนะครับที่อยากจะให้ทำนั่นเองนะฮะ
  4422. 3:49:13เนื่องจากว่าค่าเริ่มต้นนะครับลำดับแรก
  4423. 3:49:16เนี่ยเริ่มต้นที่ 0 แต่ถ้าต้องการอยากจะ
  4424. 3:49:18ให้เริ่มต้นที่ลำดับอื่นก็มาประกาศเป็น
  4425. 3:49:20ค่าเริ่มต้นตัวนี้ได้นะครับอย่างเช่นอยาก
  4426. 3:49:22จะให้เริ่มต้นที่รอบที่ 5 รอบที่ 10 รอบ
  4427. 3:49:26ที่ 9 นะครับก็จะมาใส่เลข 9 ตรงค่าเริ่ม
  4428. 3:49:29ต้นอะไรก็ว่าไปนะครับแต่ว่าในส่วนของรูป
  4429. 3:49:33แบบที่ 1 กับที่ 2 เนี่ยนะครับอ่ามีการ
  4430. 3:49:35กำหนดค่าเริ่มต้นมีจำนวนรอบนะครับแล้วก็
  4431. 3:49:37เพิ่มรอบการทำงานเนี่ยขึ้นทีละ 1 ค่า
  4432. 3:49:40อัตโนมัตินะครับเราสามารถที่จะกำหนดสต็ป
  4433. 3:49:46หรือว่าการเปลี่ยนแปลงค่านะครับทีละ 1
  4434. 3:49:48ค่าให้เป็นค่าอื่นได้นะครับโดยกำหนดโครง
  4435. 3:49:51สร้างแบบที่ 3 ก็คือ Range ค่าเริ่มต้น
  4436. 3:49:54จำนวนรอบแล้วก็การเปลี่ยนแปลงค่านะครับ
  4437. 3:49:57หรือว่าสเต็ปการอ่าเพิ่มค่าลดค่านะครับจะ
  4438. 3:50:00มาระบุในรูปแบบที่ 3 นะฮะอ่าเดี๋ยวมาดู
  4439. 3:50:04ตัวอย่างการใช้งาน for Loop ในแต่ละรูป
  4440. 3:50:07แบบกันนะครับว่ามีขั้นตอนการใช้งานอย่าง
  4441. 3:50:10ไรบ้างกลับมาที่ vs Code นะครับในส่วน
  4442. 3:50:13ของการใช้งาน for lo เนี่ยก็คือการกำหนด
  4443. 3:50:17กระบวนการทำซ้ำภายในโปรแกรมของเรานะครับ
  4444. 3:50:19ที่มีการทราบจำนวนการทำซ้ำที่ชัดเจนนะ
  4445. 3:50:23ครับว่าอยากจะให้ทำซ้ำกี่รอบนะฮะโดยโครง
  4446. 3:50:27สร้างของตัว for Loop จะแบ่งออกเป็น 3
  4447. 3:50:29รูปแบบใช่มั้ยครับตามที่แสดงผลในสไลด์เลย
  4448. 3:50:32ก็คือระบุจำนวนรอบว่าอยากให้ทำซ้ำกี่รอบ
  4449. 3:50:35รวมไปถึงระบุค่าเริ่มต้นนะครับหรือว่ารอบ
  4450. 3:50:37เริ่มต้นว่าอยากให้เริ่มต้นรอบที่เท่า
  4451. 3:50:39ไหร่จบที่รอบที่เท่าไหร่นะครับรวมไปถึง
  4452. 3:50:42การเปลี่ยนแปลงอ่ารอบการทำทำงานนะครับผม
  4453. 3:50:45จะยกตัวอย่างทีละกรณีเนาะทีละเคสนะครับขอ
  4454. 3:50:49เริ่มต้นที่เคสแรกนะครับหรือว่าโครงสร้าง
  4455. 3:50:51ของตัว for Loop แบบแรกก็คืออยากจะให้ทำ
  4456. 3:50:53ซ้ำกี่รอบก็ระบุจำนวนรอบเข้าไปนะครับอยก
  4457. 3:50:57ตัวอย่างอย่างเช่นผมอยากจะให้แสดงข้อความ
  4458. 3:50:59Hello python นะครับออกทางจอภาพจำนวน 3
  4459. 3:51:03ครั้งนะครับจะทำอย่างไรวิธีการนะครับผมก็
  4460. 3:51:07ประกาศเป็น for แบบนี้นะครับตามด้วยตัว
  4461. 3:51:10นับรอบครับก็คือผมสร้างตัวแปรที่ชื่อว่า
  4462. 3:51:13เคานเตอร์ขึ้นมานะครับเป็นตัวนับรอบว่า
  4463. 3:51:15ตอนนี้ทำงานอยู่ที่รอบที่เท่าไหร่นะครับ
  4464. 3:51:18แล้วก็ in Range นะฮะผมอยากจะให้ทำซ้ำ 3
  4465. 3:51:22รอบครับก็ระบุเลข 3 ไปแบบนี้นะครับแล้วก็
  4466. 3:51:26เครื่องหมายโคลอนด้านในก็จะเป็นคำสั่งที่
  4467. 3:51:28เราต้องการจะให้ทำซ้ำครับก็คือคำสั่งปริ
  4468. 3:51:31นะครับ Hell python
  4469. 3:51:34อ่าเรียบร้อยแล้วนะครับมาดูผลลัพธ์ที่
  4470. 3:51:38เกิดขึ้น
  4471. 3:51:39ครับก็จะได้ข้อความ Hell python นะครับ
  4472. 3:51:42แสดงผล 3 ครั้งอ่ะถ้าอยากจะให้แสดง 5
  4473. 3:51:46ครั้งล่ะก็เปลี่ยนเป็นเลข 5 นะครับมาลอง
  4474. 3:51:49กดรัน
  4475. 3:51:51ดูก็เป็น Hello python 5 ครั้งเห็นม
  4476. 3:51:56ครับอันนี้ก็คือการทำงานของตัว for Loop
  4477. 3:52:00นะครับให้ทำซ้ำกี่รอบก็ระบุจำนวนรอบเข้า
  4478. 3:52:02ไปนะครับต่อมาครับก็จะเป็นการใช้ตัวแปร
  4479. 3:52:05เคาน์เตอร์นะครับตัวแปรเคาน์เตอร์จะเป็น
  4480. 3:52:07ตัวแปรที่เก็บรอบการทำงานครับอ่ะอย่าง
  4481. 3:52:11เช่นตอนนี้เราทำงาน 5 รอบใช่มั้ยครับ
  4482. 3:52:13ต้องการเกจะดูว่าตัวแปเคาน์เตอร์นี่มีค่า
  4483. 3:52:15อะไรบ้างก็ทำการแจกแจงออกมานะครับก็เอา
  4484. 3:52:17ตัวแปรเคาน์เตอร์มาแสดงผลก็จะเป็นปิ
  4485. 3:52:21เคาน์เตอร์นะครับอ่ะลองกดรันดู
  4486. 3:52:25ซิอก็จะเป็น 0 1 2 3
  4487. 3:52:294 นะฮะก็คือทำงาน 5 ครั้งแต่ว่าจะเริ่ม
  4488. 3:52:34ต้นนับรอบนะครับเป็นอ่าลำดับที่ 0 ก็คือ
  4489. 3:52:38รอบที่ 1 นะครับก็จะเป็น 0 1 2 3 4
  4490. 3:52:43เห็นมั้ยครับอ่าอันนี้ก็คือข้อมูลที่อยู่
  4491. 3:52:46ในตัวแปร
  4492. 3:52:48เคาน์เตอร์นะครับก็คือทำงาน 5 ครั้งเริ่ม
  4493. 3:52:52ต้นที่รอบที่ 0 จบที่รอบที่ 4 นะครับนี้
  4494. 3:52:57ผมก็จะเขียนคอมเมนต์ไว้เนาะก็คือ 0 ถ 4
  4495. 3:53:00นะครับแต่ถ้าเป็นชีวิตประจำวันของเราเรา
  4496. 3:53:03จะนับรอบที่รอบที่ 1 นะครับเป็นเป็นรอบ
  4497. 3:53:07เริ่มต้นใช่มยแต่ว่าถ้าเป็นการเขียน
  4498. 3:53:08โปรแกรมเนี่ยจะเริ่มต้นที่รอบที่ 0 นะ
  4499. 3:53:12ครับทีนี้บางคนอยากจะเปลี่ยนอ่าการนับรอบ
  4500. 3:53:16ครับก็คือก่อนหน้านี้เนี่ยนะครับเริ่มต้น
  4501. 3:53:18ที่รอบที่ 0 จบที่ 4 ใช่มย 0 จนถึงก่อน 5
  4502. 3:53:24นะครับก็คือ 4 ทำงานไป 5 ครั้งนะครับที
  4503. 3:53:27นี้ถ้าผมต้องการอยากจะเปลี่ยนใหม่นะครับ
  4504. 3:53:29ให้นับที่รอบที่ 1 ครับจบที่รอบที่ 4 ก็
  4505. 3:53:34คือ 1 จนถึงก่อน 5 นะครับเพราะฉะนั้นตัว
  4506. 3:53:37แปเคาน์เตอร์ของผมเนี่ยก็จะเริ่มต้นทำงาน
  4507. 3:53:40ที่รอบที่ 1 จบที่รอบที่ 4 ก็คือ 1 2 3
  4508. 3:53:443 4 นะครับจะเป็นตัวเลขที่ถูกแสดงผลออก
  4509. 3:53:47มาโอเคนะครับอ่า 1 2 3 4 เห็นมั้ย
  4510. 3:53:51เพราะฉะนั้นไอ้ตัวจำนวนรอบเนี่ยนะ
  4511. 3:53:53ครับมันจะต้องเพิ่มขึ้น 1 ค่าเสมอนะครับ
  4512. 3:53:58อย่างเช่นต้องการอยากจะได้ 1 ถึง 4 ตอน
  4513. 3:54:01ที่ทำการระบุก็ต้องเป็น 1 กับ 5 ก็คือทำ
  4514. 3:54:04งานที่รอบที่ 1 จบอ่าที่รอบก่อนที่ 5 ก็
  4515. 3:54:09คือรอบที่ 4 นะครับหรือถ้าพูดอีกในนึงก็
  4516. 3:54:14คือเริ่มต้นที่ 1 จนถึงก่อน 5 นะครับอ่า
  4517. 3:54:19หรือถ้าต้องการอยากจะได้
  4518. 3:54:21อ่าตัวเลขนะครับ 0-5 เนาะ 0-5 เราก็จะมา
  4519. 3:54:25กำหนดเลนส์เป็น 6 นะครับก็คือให้เริ่มต้น
  4520. 3:54:28ที่รอบที่ 0 จนถึงก่อนรอบที่ 6 นะครับก็
  4521. 3:54:33คือ 5 นั่นเองนะครับก็จะเป็น 0 1 2 3
  4522. 3:54:364 5 ก็คือทำซ้ำ 6 ครั้งนะครับแต่ว่า
  4523. 3:54:39ครั้งเริ่มต้นเี่หรือว่ารอบเริ่มต้นจะ
  4524. 3:54:41เริ่มต้นที่ 0 โอเคเนาะ
  4525. 3:54:45อ่าประมาณนี้นะครับหรือทำการประกาศเริ่ม
  4526. 3:54:47ค่าเริ่มต้นก็ได้นะครับว่าเป็น 1 จนถึง 5
  4527. 3:54:52นะครับ
  4528. 3:54:541-5 ตอนที่ทำการระบุข้อมูลในเลนนะครับก็
  4529. 3:54:58จะเป็น 1 กับ 6 ก็คือ 1 จนถึงก่อน 6 นะ
  4530. 3:55:02ครับก็คือ 5 นั่นเองเริ่มต้นที่รอบที่ 1
  4531. 3:55:04ครับรอบนี้จบที่รอบที่ 5 เห็นมฮะทำไป 5
  4532. 3:55:09ครั้งโอเคนะครับหรือจะให้เริ่มต้นที่ 2
  4533. 3:55:12ก็ได้นะครับอ่ะเริ่มที่ 2 2 กดรันดูก็
  4534. 3:55:16คือ 2 จนถึงก่อน 6 ใช่มั้ยครับก็คือ
  4535. 3:55:212-5 โอเคนะครับอผมขอกลับไปที่ 1-5 ก่อน
  4536. 3:55:26ทีนี้ทุกคนจะสังเกตว่าอ่ารอบการทำงานนะ
  4537. 3:55:30ครับที่เก็บอยู่ในตัวแปรเคาน์เตอร์เนี่ย
  4538. 3:55:32มันเพิ่มค่าขึ้นทีละ 1 ใช่มั้ยครับก็คือ 1
  4539. 3:55:372 3 4 5 ทีนี้ถ้าผมต้องการึงให้เพิ่ม
  4540. 3:55:41ค่าขึ้นทีละ 2 ล่ะนะอ่ะปกตินะครับถ้าเป็น
  4541. 3:55:46ค่าเริ่มต้นเนี่ยนะครับก็คือเริ่มต้นที่
  4542. 3:55:49รอบที่ 1 จบที่รอบที่ 5 ก็คือก่อน 6 ใช่
  4543. 3:55:54มั้ยครับโดยจะทำการเพิ่มรอบขึ้นทีละ 1
  4544. 3:55:59รอบนะครับไปยังรอบสุดท้ายก็คือรอบที่ 5
  4545. 3:56:04ใช่มั้ยครับทีนี้ถ้าผมต้องการอยากจะเพิ่ม
  4546. 3:56:07รอบครับหรือว่าเพิ่มสเต็ปครับขึ้นทีละ 2
  4547. 3:56:09รอบก็คือ 1 2 3 4 5 ก็จะเปลี่ยนใหม่
  4548. 3:56:13นะครับให้กระโดดข้ามนะครับทีละ 2 รอบก็จะ
  4549. 3:56:17มาเพิ่มสเต็ปครับเป็นเลข 2 เข้าไปแบบนี้
  4550. 3:56:20ความหมายก็คือให้ทำซ้ำนะครับ 1 จนถึง 5
  4551. 3:56:26ก็คือแสดงผลตัวเลข 1-5 เหมือนเดิมเลยแต่
  4552. 3:56:28ว่ารอบการทำงานเนี่ยจะเพิ่มขึ้นทีละ 2
  4553. 3:56:32รอบเพราะฉะนั้นตัวเลขที่จะแสดงผลเนี่ยนะ
  4554. 3:56:35ครับก็จะเป็นตัวเลขที่มีการเพิ่มสเต็ป
  4555. 3:56:39หรือว่ากระโดดขึ้นทีละ 2 นะครับเริ่มต้น
  4556. 3:56:42ที่รอบที่ 1 นะครับบวกไปอีก 2 ก็ก็เป็น 3
  4557. 3:56:443 + อีก 2 ก็เป็น 5 เห็นมั้ยฮะอันนี้
  4558. 3:56:48เราทำการเพิ่มสเต็ปเข้าไปก็คือให้เพิ่ม
  4559. 3:56:51ขึ้นทีละ 2 แต่ถ้าต้องการเด็กจะให้เพิ่ม
  4560. 3:56:54ขึ้นทีละ 1 นะฮะก็มาเปลี่ยนเป็นเลข 1 แบบ
  4561. 3:56:57นี้นะครับก็จะเป็น 16 6 1 ใช่มยก็จะได้
  4562. 3:57:01ตัวเลข 1 2 3 4 5 แต่ว่าเลข 1 เนี่ย
  4563. 3:57:04นะครับเราไม่จำเป็นต้องเขียนก็ได้เพราะ
  4564. 3:57:06ว่าตัวภาษา python เนี่ยจะมีการเพิ่มรอบ
  4565. 3:57:10ขึ้นทีละ 1 รอบให้อัตโนมัติอยู่แล้วก็
  4566. 3:57:12ระบุแค่ 1 แล้วก็ 6 ก็พอนะครับก็คือเริ่ม
  4567. 3:57:16ต้นที่รอบที่ 1 จบที่ก่อนรอบที่ 6 ก็คือ
  4568. 3:57:19รอบที่ 5 นะครับก็จะเป็น 1 2 3 4 5
  4569. 3:57:21ก็ทำงานได้เหมือนกันนะครับเพราะฉะนั้น
  4570. 3:57:25จำนวนรอบที่เพิ่มขึ้นนะครับทีละ 1 รอบ
  4571. 3:57:27เนี่ยจะเขียนหรือไม่เขียนก็ได้นะครับแต่
  4572. 3:57:30ส่วนใหญ่จะไม่เขียนเนาะส่วนใหญ่จะมาเขียน
  4573. 3:57:33ตั้งแต่รอบที่ 3 รอบที่ 4 อะไรพวกนี้นะ
  4574. 3:57:35ครับที่มีการเพิ่มสเต็ปนะครับว่าอยากจะ
  4575. 3:57:37ให้เพิ่มขึ้นทีละ 2 ทีละ 3 รอบทีละ 5 รอบ
  4576. 3:57:40ไปจนถึงค่าสุดท้ายนะครับอันนี้เป็นเรื่อง
  4577. 3:57:43ของการเพิ่มค่าทีนี้บางคนก็อาจะมีความ
  4578. 3:57:45สงสัยว่าเอ๊ะถ้าเป็นการลดค่าล่ะอ่ะอย่าง
  4579. 3:57:47เช่นให้เริ่มต้นที่รอบที่ 10 ครับไปจนถึง
  4580. 3:57:51ก่อน 0 นะครับก็
  4581. 3:57:54คือนับตัวเลขลงนะครับตั้งแต่รอบที่ 10 ไป
  4582. 3:57:58จนถึงเลข 1 เมั้ยครับแบบนี้โดยจะให้ลดค่า
  4583. 3:58:02ลงทีละ 1 นะครับก็จะระบุเป็น -1 แบบนี้ไป
  4584. 3:58:06นะฮะผลรัธที่เกิดขึ้นนะครับอ่ะก็คือ 10 0
  4585. 3:58:11- 1 นะครับก็จะเป็นอ่ารอบเริ่มต้นเป็น
  4586. 3:58:14รอบที่ 10 นะครับไล่ไปจนถึงก่อนเลข 0 ก็
  4587. 3:58:18คือจบที่รอบที่ 1 ใช่มั้ยครับแล้วก็มีการ
  4588. 3:58:22อ่าลดค่าลงทีละ 1 ค่านะครับก็จะเป็น 10
  4589. 3:58:29ก็ - 1 ก็เหลือ 9 เหลือ 8 เหลือ 7 ไปจน
  4590. 3:58:31ถึง 1 แล้วถ้าอยากจะลดลงทีละ 2 ล่ะก็เป็น
  4591. 3:58:35-2 ใช่มั้ยครับอก็จะได้รอบเป็นรอบที่ 10
  4592. 3:58:40ลดลงทีละ 2 ก็จะเป็น 8 6 4 2
  4593. 3:58:44นะ
  4594. 3:58:45ฮะโอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง for
  4595. 3:58:49Loop ในแต่ละโครงสร้างหรือว่าแต่ละแบบนะ
  4596. 3:58:53ครับแบบแรกก็คือระบุแค่จำนวนรอบคือใส่เลข
  4597. 3:58:57เดียวนะครับในเลนส์นะฮะเริ่มต้นที่ 0 นะ
  4598. 3:59:02ครับไปจนถึงก่อน 10 ก็คือ 9 ใช่มั้ครับก็
  4599. 3:59:06จะเป็น 0 ถึง 9 อันนี้ก็คืออ่าโครงสร้าง
  4600. 3:59:10แบบแรกโครงสร้างแบบที่ 2 นะครับเราประกาศ
  4601. 3:59:13อ่าค่าเริ่มต้นนะครับก็คือไม่ต้องการแต่
  4602. 3:59:15จะได้รอบที่ 0 ให้สตาร์ทที่รอบที่ 5 เลย
  4603. 3:59:17ก็ระบุเป็นเลข 5 ไปก็คือ 5 จนถึงก่อน 10
  4604. 3:59:22นะครับก็จะได้ผลละเป็นรอบที่ 5 จนถึง 9
  4605. 3:59:26ใช่มครับหรือต้องการเดกจะให้เพิ่มสเต็ป
  4606. 3:59:29ขึ้นทีละ 3 นะครับก็คือ 5-9 เนี่จะให้
  4607. 3:59:32เพิ่มรอบขึ้นทีละ 3 รอบนะครับก็จะได้เป็น
  4608. 3:59:36อ่าเลข 5 แล้วก็เพิ่มสเต็ปขึ้น 3 ขึ้น 3
  4609. 3:59:40นะครับก็จะเป็น 5 แล้วก็ 8 แล้วก็จบการทำ
  4610. 3:59:43งานเลย
  4611. 3:59:44นะครับหรือจะเพิ่มอ่ะประกาศรอบเริ่มต้น
  4612. 3:59:47เป็นเป็น 2 เป็น 3 แล้วกันรอบเริ่มต้น
  4613. 3:59:51เป็น 3 นะครับไปจนถึง 9 ใช่มครับแต่ว่าจะ
  4614. 3:59:54ให้เพิ่มสเต็ปขึ้นทีละ 3 ก็จะเป็น 369
  4615. 3:59:56แบบ
  4616. 3:59:58นี้โอเคครับผมอวันนี้ก็จะเป็นเรื่องของ
  4617. 4:00:01การใช้ for Loop ครับในภาษา python ร่วม
  4618. 4:00:04กับอ่าตัวฟังก์ชัน Brain นะครับจริงๆตัว
  4619. 4:00:08ฟังก์ชันเนเนี่ยเป็นเหมือนกับตัว Operator
  4620. 4:00:11ตัวนึงนะครับสำหรับกำหนดช่วงการทำงานาน
  4621. 4:00:14เนาะอถ้าเป็นภาษาคลิมันจะเขียนเป็น
  4622. 4:00:17สัญลักษณ์นะครับแต่เป็นภาษา python จะ
  4623. 4:00:18เรียกว่าเป็นฟังก์ชันแล้วก็มีการกำหนดค่า
  4624. 4:00:213 ค่านะครับค่าแรกก็คือสตาร์ทจุดเริ่ม
  4625. 4:00:24ต้นค่าที่ 2 ก็คือจุดสิ้นสุดนะครับค่าที่
  4626. 4:00:273 ก็คือสต็ปก็คือโครงสร้างแบบนี้สตาร์ท
  4627. 4:00:30ที่ 3 นะครับจบที่ก่อน 10 ใช่มยอก็ต้อง
  4628. 4:00:33เป็น n - 1 นะฮะตัวนี้ n - 1 10 -
  4629. 4:00:371 ก็เหลือ 9 นะครับก็จบที่รอบที่ 9
  4630. 4:00:39สเต็ปก็เพิ่มขึ้นทีละ 3 นะครับอันนี้ก็จะ
  4631. 4:00:42เป็นโครงสร้างคำสั่งของตัว for Loop
  4632. 4:00:44ครับอ่ะก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  4633. 4:00:56เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  4634. 4:00:59ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับคำสั่ง
  4635. 4:01:02เกี่ยวกับการทำซ้ำกันบ้างนะครับซึ่งจะมี
  4636. 4:01:05อยู่ 2 คำสั่งหลักๆด้วยกันนะครับก็คือคำ
  4637. 4:01:07สั่งเบรกกับ Continue นะครับคำสั่งเบรกนะ
  4638. 4:01:10ครับถ้าโปรแกรมพบคำสั่งนี้นะครับจะหลุดจะ
  4639. 4:01:13จากการทำงานใน Loop ทันทีนะครับและไปทำคำ
  4640. 4:01:16สั่งอื่นที่อยู่นอก Loop นะครับอ่าเป็นคำ
  4641. 4:01:19สั่งสำหรับจุดการทำซ้ำนั่นเองนะฮะต่อมาก็
  4642. 4:01:22จะเป็น Continue นะครับคำสั่งนี้จะทำให้
  4643. 4:01:25หยุดการทำงานแล้วย้อนกลับไปเริ่มต้นการทำ
  4644. 4:01:27งานที่ต้น Loop ใหม่นะครับก็คือทำการ
  4645. 4:01:29script ข้าม Loop ที่กำหนด Continue
  4646. 4:01:32นั่นเองนะฮะอ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้
  4647. 4:01:36คำสั่งเกี่ยวกับการทำซ้ำกันนะครับก็คือคำ
  4648. 4:01:38สั่งเบรคกับ Continue ใน Loop ของเรากัน
  4649. 4:01:41นะครับว่ามีขั้นตอนการใช้งานอย่างไรลวงไป
  4650. 4:01:43ถึงความสามารถของคำสั่งทั้ง 2 ตัวนี้นะ
  4651. 4:01:47ครับมันจะส่งผลยังไงกับตัวโปรแกรมของเรา
  4652. 4:01:49กลับมาที่ vs Code นะครับในส่วนของการ
  4653. 4:01:52ใช้คำสั่ง b กับ Continue ในการกำหนดการ
  4654. 4:01:56ทำงานของ Loop เหรือว่าการทำซ้ำในโปรแกรม
  4655. 4:01:58นะครับนะผมจะยตัวอย่างเป็นการใช้ตัว for
  4656. 4:02:02Loop แล้วกันนะครับอ่าผมจะทำการสร้างตัว
  4657. 4:02:04for Loop ขึ้นมานะครับแล้วก็สร้างตัว
  4658. 4:02:07แปรเคาน์เตอร์เนาะเป็นตัวแปรสำหรับนับ
  4659. 4:02:10จำนวนรอบการทำงานนะครับอ่า in นะฮะโดยผม
  4660. 4:02:15จะให้อ่าทำซ้ำนะครับ
  4661. 4:02:20เป็นเป็นรอบเริ่มต้นนะครับมารอบที่ 1
  4662. 4:02:23เนาะจบที่รอบที่ 10 นะครับก็คือก่อนถึง 11
  4663. 4:02:28นั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นข้อมูลที่เราจะ
  4664. 4:02:31ได้นะครับก็จะเริ่มต้นที่รอบที่ 1 จบที่
  4665. 4:02:34รอบที่ 10 นะครับผมก็จะปริ้นเคาน์เตอร์
  4666. 4:02:36ออกไปให้ทุกคนดูนะครับว่าตอนนี้รอบการทำ
  4667. 4:02:39งานเนี่ยมีค่าอะไรบ้างนะครับโดยรอบการทำ
  4668. 4:02:44งานก็ขึ้นอยู่กับตัวแปรเคาน์เตอร์นะครับ
  4669. 4:02:46เป็นตัวแปรที่เก็บจำนวนรอบเอาไว้หรือว่า
  4670. 4:02:49เก็บหมายเลขรอบเนาะอ่ะลองกดรันดูนะ
  4671. 4:02:53ครับก็จะแสดงผลตัวเลข 1 2 3 4 5 6 7
  4672. 4:02:588 9 10 นะครับอ่ะทำซ้ำ 10 ครั้งนะครับ
  4673. 4:03:02ก็คือมีจำนวนรอบ 10 รอบนะครับเริ่มต้นที่
  4674. 4:03:06รอบที่ 1 จบที่รอบที่ 10 นะครับแต่ตัวเลน
  4675. 4:03:09เราระบุเป็น n -1 ก็คือ 11 - 1 ก็ทำ 10
  4676. 4:03:13รอบนะครับ 1 จ- 10 นั่นเองทีนี้นะครับ
  4677. 4:03:16สิ่งที่ผมต้องการเนี่ยก็คือโอเคตอนนี้
  4678. 4:03:19โปรแกรมของเราเนี่ยมันเกิดการทำซ้ำ 10
  4679. 4:03:22ครั้งใช่มั้ยครับผมต้องการอยากจะเปลี่ยน
  4680. 4:03:27เงื่อนไขการทำงานใหม่ก็คืออยากจะให้ทำซ้ำ
  4681. 4:03:30แค่ 4 ครั้งเท่านั้นนะครับตั้งแต่ครั้ง
  4682. 4:03:35ที่ 5 ไปจนถึงรอบสุดท้ายหรือตั้งแต่รอบ
  4683. 4:03:38ที่ 5 จนถึงรอบสุดท้ายเนี่ยผมจะไม่ทำนะ
  4684. 4:03:42ครับจะมีวิธีการอย่างไรนะนะครับอ่าโดย
  4685. 4:03:45ขั้นตอนการทำงานนะครับตอนนี้เนี่ยมันทำ 10
  4686. 4:03:48ครั้งใช่มั้ยครับก็คือ 1 ถึง 10 ทีนี้ผม
  4687. 4:03:51จะทำการกำหนดเงื่อนไขครับโดยเอาอีมาเขียน
  4688. 4:03:54อยู่ในพื้นที่ for Loop ครับก็จะเป็นอีฟ
  4689. 4:03:56แล้วก็เงื่อนไขนะครับก็คือถ้าหากว่า
  4690. 4:03:59เคานเตอร์ของผมเนี่ยนะครับ
  4691. 4:04:01อ่ารอบการทำงานเนี่ยมันทำงานอยู่ที่รอบ
  4692. 4:04:05ที่ 5 ก็คือเคานเตอร์เท่ากับ 5 นะครับผม
  4693. 4:04:08ก็จะสั่งเบรคเลยเพราะฉะนั้นตั้งแต่รอบที่
  4694. 4:04:115 เป็นต้นไปเนี่ยนะครับจากจะไม่เกิด
  4695. 4:04:14กระบวนการทำซ้ำโดยคำสั่งที่ทำซ้ำก็คือคำ
  4696. 4:04:18สั่ง print Counter ใช่มั้ยครับเพราะ
  4697. 4:04:19ฉะนั้นถ้าเกิดอ่าการทำงานนะครับตรงกับรอบ
  4698. 4:04:23ที่ 5 นะครับก็จะไม่เกิดกระบวนการทำซ้ำ
  4699. 4:04:27เกิดขึ้นเพราะว่าคำสั่งเบรกเนี่ยเป็นคำ
  4700. 4:04:29สั่งหยุดการทำซ้ำหยุดการทำซ้ำตอนไหนนะ
  4701. 4:04:33ครับตอนที่รอบการทำงานรอบนั้นนะครับเป็น
  4702. 4:04:35รอบที่
  4703. 4:04:365 นะฮะเพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  4704. 4:04:39ครับมันก็จะเกิดการทำซ้ำแค่ 4 รอบนะครับ
  4705. 4:04:43ก็จะเป็น 1 2 3 4 พอรอบที่ 5 นะครับ
  4706. 4:04:46มันตรงตามเงื่อนไขตัวนี้เนาะก็คือ E
  4707. 4:04:49Counter เท่ากับ 5 ก็สั่งเบรคเลยนะครับ
  4708. 4:04:52เมื่อเบรคก็กระโดดออกจาก for Loop ครับ
  4709. 4:04:54ก็จบการทำงานอ่ะเดี๋ยวผมจะลองปริ้นจบการ
  4710. 4:04:56ทำงานให้ทุกคนดูนะ
  4711. 4:04:59ปริ้นจบการทำ
  4712. 4:05:01งานนะครับถ้าเป็นการทำงานแบบปกติก็คือ
  4713. 4:05:061-10 ใช่มั้ยครับแต่ตอนนี้เราสั่งเบรค
  4714. 4:05:09รอบที่ 5 นะครับตั้งแต่รอบที่ 5 เป็นต้น
  4715. 4:05:12ไปจนถึงรอบสุดท้ายเนี่ยจไม่เกิดกระบวนการ
  4716. 4:05:14ทำงานเกิดขึ้นเพราะว่ามันกระโดกจาก for
  4717. 4:05:17Loop ตัวนี้วิ่งมาที่บรรทัดที่ 7 เลยแ
  4718. 4:05:20ว่าจบการทำงานเพราะฉะนั้นรอบที่ทำงานนะ
  4719. 4:05:23ครับก็จะมีแค่ 4 รอบก็คือ 1 2 3
  4720. 4:05:264 โอเคนะครับนี่ก็คือการใช้คำสั่งเบรก
  4721. 4:05:30อ่าเป็นการหยุด Loop เนาะตามเงื่อนไขที่
  4722. 4:05:32กำหนดต่อมาก็จะเป็น Continue ครับ
  4723. 4:05:35Continue เป็นการกระโดดข้ามครับอ่ะเป็น
  4724. 4:05:38การกระโดดข้ามโดยผมเปลี่ยนจากเบรกเป็น
  4725. 4:05:42Continue นะครับก็คือถ้าตอนนี้รอบที่ทำ
  4726. 4:05:45งานนะครับเป็นรอบที่ 5 จะกระโดดข้ามรอบ
  4727. 4:05:47ที่ 5 ไปแล้วก็ไปทำ Loop รอบใหม่ก็คือ
  4728. 4:05:51เป็นรอบที่ 6 7 8 9 อะไรก็ว่าไปนะครับ
  4729. 4:05:54ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นครับก็จะแสดงตัวเลขอ่า
  4730. 4:05:571 2 3 4 นะครับแล้วก็ 6 7 8 9 10
  4731. 4:06:01เห็นมฮะรอบที่ 5 กระโดดข้ามก็คือจะไม่
  4732. 4:06:04ปริ้นเคาน์เตอร์รอบที่ 5 ออกมานะครับก็
  4733. 4:06:08กลับไปรอบใหม่นะครับเป็นรอบที่ 6 7 8 9
  4734. 4:06:1010 แล้วก็จบการทำงานโอเคโคนะครับหรืออาจ
  4735. 4:06:14จะเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ก็ได้นะครับถ้าหาก
  4736. 4:06:16ว่าตอนนี้การทำงานของของตัว for Loop
  4737. 4:06:19ของเราเนี่ยอันนี้ยวผมจะคอมเมนเอาไว้เนาะ
  4738. 4:06:21บรรทัดที่ 3 กับ 4 นะครับไฮไลท์เอาไว้กด
  4739. 4:06:24Control แล้วก็ slash นะครับเป็นการ
  4740. 4:06:26คอมเมนตอนนี้นะครับรอบการทำงานนะครับ
  4741. 4:06:30เริ่มต้นที่ 1 จบที่ 10 ใช่มครับอ่าจบที่
  4742. 4:06:3410 ทีนี้ถ้าเราสั่งเบรกหรือว่าสั่ง
  4743. 4:06:36Continue เนี่ยถ้าเป็นเบรกก็คือหยุดใช่ม
  4744. 4:06:39ครับตามรอบที่กำหนดถ้าเป็น Continue ก็
  4745. 4:06:41คือกระโดดข้ามรอบที่กำหนดก็คือรอบที่ 5
  4746. 4:06:45นะครับแล้วทีนี้ถ้าผมต้องการอยากจะ
  4747. 4:06:47เปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ก็คือถ้ารอบใดนะครับ
  4748. 4:06:49มันอ่าเป็นเลขคู่จะให้กระโดดข้ามนะครับจะ
  4749. 4:06:55ให้ทำงานเฉพาะรอบที่เป็นเลขคี่อ่ามีมี
  4750. 4:06:58วิธีการยังไงนะครับวิธีการก็มากำหนด
  4751. 4:07:01เงื่อนไขนะครับก็คืออีฟ Counter นะครับ
  4752. 4:07:03ถ้าหาร 2 เนาะหาร 2 ลงตัวนะครับหาร 2
  4753. 4:07:07แล้วได้เศษ 0 แสดงว่ารอบนั้นเนี่ยมันเป็น
  4754. 4:07:11เลขคู่นะครับก็กระโดดข้ามรอบไปนะครับให้
  4755. 4:07:15ทำงานเฉพาะรอบที่เป็นเลขคี่นะครับการทำ
  4756. 4:07:17งานรอบที่เป็นเลขคี่ก็คือคำสั่งปริ้นตัว
  4757. 4:07:19นี้นะครับเพราะฉะนั้นตัวปริ้นเคาน์เตอร์
  4758. 4:07:22ก็จะปริ้นเฉพาะตัวเลขที่เป็นเลขคี่ออกมา
  4759. 4:07:24เพราะว่าเลขคู่เราสั่งกระโดดข้ามนะครับก็
  4760. 4:07:26จะเป็น 1 3 5 7 9 แล้วก็จบการทำงานนะ
  4761. 4:07:30ครับรอดที่เป็นเลขคู่ก็จะถูกกระโดดข้ามไป
  4762. 4:07:34โอเคนะครับเพราะว่าเงื่อนไขที่เรากำหนดก็
  4763. 4:07:37คืออ่าหาร 2 แล้วได้เศษ 0 เนาะหาร 2 ลง
  4764. 4:07:40ตัวนะครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการใช้
  4765. 4:07:43เบรกกับ Continue ครับก็จะได้ผลลัพธ์ตาม
  4766. 4:07:46ที่แสดงข้างต้น
  4767. 4:07:56เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  4768. 4:08:00ข้อนี้นะครับก็จะมาลุ่ยในส่วนของการ
  4769. 4:08:04ประยุกต์ใช้ความรู้ในเรื่องของการทำซ้ำ
  4770. 4:08:07หรือว่า Loop กันนะครับซึ่งจะเป็นเรื่อง
  4771. 4:08:09ของการเขียนโปรแกรมแสดงแม่สุดคูณนั่นเอง
  4772. 4:08:13นะครับโดยแม่สูดคูณนะครับอ่าสิ่งที่ผม
  4773. 4:08:16ต้องการก็คืออยากจะให้ผู้ใช้โปรแกรมเนี่ย
  4774. 4:08:19ทำการป้อนหมายเลขแม่สูดคูณเข้ามาครับ
  4775. 4:08:22อย่างเช่นแม่ 2 แม่ 3 แม่ 5 นะครับจาก
  4776. 4:08:25นั้นก็จะให้ตัวระบบเทำการ generate ตาราง
  4777. 4:08:28แม่สุดคูณออกมานะครับอย่างเช่นถ้าป้อนเลข
  4778. 4:08:312 มาก็จะได้สูตรคูณแม่ 2 นจะเป็น 2 * 1
  4779. 4:08:34จนถึง 12 นะครับถ้าป้อนเลข 3 เข้ามาก็จะ
  4780. 4:08:36เป็น 3 * 1 จนถึง 12 อะไรพวกนี้นะฮะอ่า
  4781. 4:08:41มีวิธีการเขียนอย่างไรไปนะครับเดี๋ยวเรา
  4782. 4:08:44มาเริ่มต้นกันเลยลำดับแรกนะครับเราจะต้อง
  4783. 4:08:47รับตัวเลขแม่สุดคูณเข้ามาก่อนนะครับผมจะ
  4784. 4:08:51ทำการสร้างตัวแปรที่ชื่อว่า Number ขึ้น
  4785. 4:08:53มาเนาะก็คือรับตัวเลขนะครับมีค่าเท่ากับ
  4786. 4:08:56input นะครับด้านในก็จะเป็นข้อความครับ
  4787. 4:08:59บอกว่าป้อนอ่าตัวเลขแม่สูดคูณเนาะป้อนตัว
  4788. 4:09:05เลขแม่สูตคูณนะ
  4789. 4:09:08ครับอ่าแม่สูตรคูณนะครับ
  4790. 4:09:13อแล้วก็เครื่องหมายโคลอนนะฮะทีนี้ตัวเลข
  4791. 4:09:20แม่สูดคูณของเราเนี่ยนะครับเราจะต้องนำไป
  4792. 4:09:23คำนวณทางคณิตศาสตร์เพราะฉะนั้นจะต้องมี
  4793. 4:09:25การแปลงชนิดข้อมูลครับเพราะว่าตัว input
  4794. 4:09:27เนี่ยผลลัพธ์ที่ได้มันจะเป็น String ใช่
  4795. 4:09:30ไหมมครับแล้วก็แปลงให้อยู่ในรูปแบบตัวเลข
  4796. 4:09:32จำนวนเต็มครับโดยเอาคำสั่ง in นะครับมา
  4797. 4:09:35ครอบ input นั่นเองนะฮะโอเคเราก็จะได้ข้อ
  4798. 4:09:40มูลนะครับอ่าตัวเลขแม่สุดคูณนะครับมาเก็บ
  4799. 4:09:44ลงในตัวแปรนัอแล้วทีนี้สูตรคูณของเรา
  4800. 4:09:47เนี่ยนะครับก็คือการคูณตัวเลขนะครับ 12
  4801. 4:09:52รอบก็คือเริ่มต้นที่รอบที่ 1 จบที่ 12
  4802. 4:09:55ใช่มั้ยครับถ้านัมเบอร์ที่ส่งเข้ามานะ
  4803. 4:09:58ครับเป็นสูตคูณแม่ 2 แล้วก็จะเป็น 2 * 1
  4804. 4:10:01ไปจนถึง 2 * 12 นะครับเพราะฉะนั้นการทำ
  4805. 4:10:05ซ้ำเนี่ยก็จะเกิดอ่าการทำซ้ำที่มีจำนวน
  4806. 4:10:10รอบที่ตายตัวหรือว่าชัดเจนนะครับเพราะ
  4807. 4:10:13ฉะนั้นตัว Loop ที่จะเลือกมาใช้งานก็คือ
  4808. 4:10:16for Loop นะครับเพราะว่า for Loop
  4809. 4:10:18เนี่ยจะเหมาะสำหรับการทำซ้ำที่เราทราบ
  4810. 4:10:21จำนวนรอบที่ชัดเจนนะครับในนี้ก็คือทำงาน
  4811. 4:10:2412 รอบใช่มั้ครับก็คือแสดงอ่าแม่สุดคูณ
  4812. 4:10:27นะครับแม่ 2 ก็คือ 2 * 1 จนถึง 12 นะ
  4813. 4:10:31ครับหรือว่าตามตัวเลขแม่สูคูณที่ส่งเข้า
  4814. 4:10:34มานะครับเพราะฉะนั้นการทำซ้ำเนี่ยผมก็จะ
  4815. 4:10:38เลือกใช้ตัว for Loop ครับอ่ะมาจัดการใน
  4816. 4:10:41เรื่องของการกำหนดรอบการทำซ้ำโดยรอบการทำ
  4817. 4:10:45ซ้ำเนี่ยผมจะเก็บลงในตัวแปรที่ชื่อว่าตัว
  4818. 4:10:47แปร I แล้วะกันอ่าก็คือลำดับของตัวเลขนะ
  4819. 4:10:51ครับโดยในช่วงตัวเลขเนี่ยครับเราก็จะระบุ
  4820. 4:10:54ผ่านคำสั่ง blend ครับก็จะเป็น for I in
  4821. 4:10:57blend นะครับเริ่มต้นที่รอบที่ 1 จบที่
  4822. 4:11:0012 ใช่มั้ยครับก็คือ 13 ก็คือ 1 จนถึง
  4823. 4:11:04ก่อน 13 นั่นเองอ่าผมก็จะลองปริ้นตัวเลข
  4824. 4:11:09นะครับที่อยู่ในตัวแปร I ของให้ทุกคนดูนะ
  4825. 4:11:12ฮะอ่ากดรันหรผลลัพธ์นะครับอ่าป้อมตัวเลข
  4826. 4:11:18แม่สุดคูณนะครับเป็นแม่ 2 นะครับปั๊บอ่า
  4827. 4:11:21ก็แสดงเลข 1 จถ 12 ใช่ไหมมครับในส่วนของ
  4828. 4:11:24ตัว for Loop ทีนี้เราก็จะนำเอาเลข 2 นะ
  4829. 4:11:27ครับที่ส่งเข้ามาเนี่ยเอาไปคูณกับอ่าตัว
  4830. 4:11:31เลขในแต่ละรอบนะครับจะเป็น 2 * 1 * 2
  4831. 4:11:33ไปจนถึง 12 นะฮะโดยวิธีการนะครับผมก็จะมา
  4832. 4:11:37เปลี่ยนคำสั่งในตัวปริ้นตัวนี้นะครับโดย
  4833. 4:11:39เอา Number นะครับมาใช้งานก่อนแล้วก็
  4834. 4:11:42เครื่องหมายคอ
  4835. 4:11:43ตามด้วยสัญลักษณ์ตัว X นะครับก็คือ
  4836. 4:11:46เครื่องหมายคูณนั่นแหละนะครับะก็ตัวแป I
  4837. 4:11:50ที่เป็นอ่าตัวเลขในแต่ละรอบนะครับผลรับ
  4838. 4:11:56ที่เกิดขึ้นนะฮะก็จะปริ้นอ่าป้อนตัวเลข
  4839. 4:12:01แม่สุดคูณเนาะอ่ะเป็นแม่ 3 แล้วกันนะครับ
  4840. 4:12:05ก็จะเป็น 3 * 1 * 2 ไปจนถึง 3 * 12
  4841. 4:12:10นะครับอันนี้ก็คือข้อความที่เรากำหนดให้
  4842. 4:12:12มันแสดงผลออกมานะครับทีนี้เมื่อกำหนดข้อ
  4843. 4:12:16ความแสดงผลแล้วนะครับเราก็จะให้แสดงผล
  4844. 4:12:19ลัพธ์จากการคำนวณดยว่า 3 * 1 จนถึง 3 *
  4845. 4:12:2312 เนี่ยนะครับได้ผลลัพธ์จากการคูณเป็น
  4846. 4:12:26เท่าไหร่นะครับผมก็จะอ่าระบุเป็นเครื่อง
  4847. 4:12:28หมายคอมม่านะครับแล้วก็ใส่เป็นเท่ากับไป
  4848. 4:12:30เนาะอ่าเท่ากับเครื่องหมายคอมม่าแล้วก็
  4849. 4:12:33Number ครับคูณ I ก็คือนำเอาตัวเลขที่
  4850. 4:12:38ส่งอ้ามานะครับไปคูณกับตัวเลขแต่ละรอบที่
  4851. 4:12:41มีการทำซ้ำเกิดขึ้นก็คือ 1 จนถึง 12 นั่น
  4852. 4:12:44เองก็จะเป็น Number คูณ I ก็คือ 3 * 1
  4853. 4:12:48* 2 * 3 ไปถึง 12 นะครับถ้าส่งเป็น
  4854. 4:12:51แม่ 3 เข้ามานะ
  4855. 4:12:54ฮะโอเคนะครับผมส่งแม่ 3 เข้ามาเนาะก็จะ
  4856. 4:12:58เป็น 3 * 1 เป็น 3 3 * 2 6 3 3 9
  4857. 4:13:02นะครับจนถึง 3 * 12 = ก 36 อ่าถ้าผม
  4858. 4:13:06ส่งสูตรคูณนะครับต้องการอยากจะทราบสูตร
  4859. 4:13:10คูณแม่ 5 ครับก็ส่งเลข 5 เข้าไปก็จะจะ
  4860. 4:13:13เป็น 5 * 1 เป็น 5 นะครับไล่ไปจนถึง 5
  4861. 4:13:16* 12 เป็น 60 นั่นเองอันนี้ก็จะเป็นตัว
  4862. 4:13:19อย่างการเขียนโปรแกรมแม่สุดคูณนะครับก็จะ
  4863. 4:13:22ได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  4864. 4:13:33เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  4865. 4:13:37ข้อนี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการ
  4866. 4:13:40ประยุกต์ใช้งานความรู้ในเรื่องของคำสั่ง
  4867. 4:13:42ทำซ้ำเหมือนเดิมเลยนะครับซึ่งจะเป็น
  4868. 4:13:45เรื่องของการเขียนโปรแกรมคำนวณหาผลรวมของ
  4869. 4:13:49ตัวเลข 5 จำนวนนั่นเองนะครับโดยตัวเลข 5
  4870. 4:13:53จำนวนเนี่ยจะให้ผู้ใช้โปรแกรมนะครับทำการ
  4871. 4:13:55ป้อนข้อมูลเข้ามานั่นเองนะฮะมีขั้นตอนการ
  4872. 4:14:00เขียนอย่างไรบ้างนะครับเดี๋ยวเรามาเริ่ม
  4873. 4:14:02ต้นกันเลยนะครับจากโจทย์นะครับเป็นการ
  4874. 4:14:05คำนวณหาผลรวมของตัวเลขคจำนวนแสดงว่าจะ
  4875. 4:14:08ต้องรับ input จำนวน 5 ครั้งใช่มั้ยครับ
  4876. 4:14:12ก็จะต้องมีการเกิดการทำซ้ำ 5 รอบในการรับ
  4877. 4:14:16ตัวเลข 5 จำนวนนั่นเองนะครับโดยวิธีการนะ
  4878. 4:14:20ครับเราก็จะใช้ตัว for Loop เพราะว่า for
  4879. 4:14:23Loop เนี่ยอ่าจะเป็นคำสั่งทำซ้ำที่เรา
  4880. 4:14:27ทราบจำนวนการทำซ้ำที่ชัดเจนนะครับว่ามี
  4881. 4:14:30กี่รอบในนี้ก็คือ 5 รอบใช่มั้ครับผมก็จะ
  4882. 4:14:32ประกาศเป็น for ขึ้นมานะครับแล้วก็สร้าง
  4883. 4:14:35ตัวแปร I นะครับเป็นตัวแปรที่เก็บจำนวน
  4884. 4:14:39รอบหรือว่าลำดับของรอบการทำงานเอาไว้นะ
  4885. 4:14:41ครับก็จะเป็น for I in bence นะครับ
  4886. 4:14:44เริ่มต้นที่รอบที่ 1 ไปจนถึงรอบที่ 5 นะ
  4887. 4:14:48ครับก็คือก่อน 6 นั่นเองก็จะเป็น Range 1
  4888. 4:14:51แล้วก็ 6 นะครับด้านในตัว for Loop ตัว
  4889. 4:14:55นี้นะครับก็จะรอรับ input หรือว่ารอรับ
  4890. 4:14:59ตัวเลขจากผู้ใช้โปรแกรมนะครับผมจะสร้าง
  4891. 4:15:02ตัวแปลที่ชื่อว่าตัวแป Number ขึ้นมานะ
  4892. 4:15:04ครับมีค่าเท่ากับ input นะครับด้านในครับ
  4893. 4:15:07ผมก็จะให้บอกลำดับอ่าของตัวเลขเนาะก็คือ
  4894. 4:15:12แสดงลำดับลำดับที่ออกมานะครับก็จะเป็น
  4895. 4:15:14ลำดับที่นะครับตามด้วยหมายเลขที่ครับหมาย
  4896. 4:15:17เลขลำดับก็คืออยู่ที่ตัวแปร i ตัวนี้นะ
  4897. 4:15:21ครับผมก็จะเอาตัวแปร I มาเขียนร่วมกับ
  4898. 4:15:22ลำดับที่แต่ว่าตัวแปร I ของผมนะครับมัน
  4899. 4:15:25เป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะครับเพราะฉะนั้นจะ
  4900. 4:15:28ต้องแปลงให้กลายเป็น String นะครับก็จะ
  4901. 4:15:30เป็น sdr แล้วก็เอาตัวไป I นะครับมาเขียน
  4902. 4:15:34เอาไว้ทีนี้การนำเอา String นะครับก็คือ
  4903. 4:15:38คำว่าลำดับที่มาต่อกับ String ก็คือข้อ
  4904. 4:15:41มูลที่เก็บอยู่ในตัวไปอที่มีการแปลงให้
  4905. 4:15:43อยู่ในรูปแบบของ String เรียบร้อยแล้วนะ
  4906. 4:15:45ครับจะใช้เครื่องหมายบวกครับเป็นการนำเอา
  4907. 4:15:48String มาต่อกันหรือว่านำเอาข้อความมา
  4908. 4:15:50ต่อกันนะครับโดยข้อความแรกก็คือลำดับที่
  4909. 4:15:52ข้อความที่ 2 ก็คืออ่าหมายเลขนะครับรอบ
  4910. 4:15:56ของเรานั่นเองก็คือเลข 1 จนถึงเลข 5 นะ
  4911. 4:16:00ครับก็จะเป็นลำดับที่บวก str นะครับแล้ว
  4912. 4:16:03ก็ไปบวกกับข้อความตัวที่ 3 นะครับก็คือ
  4913. 4:16:05เครื่องหมายโคลอนนันี้องตอนที่ทำการรับ
  4914. 4:16:09input หรือว่ารับตัวเลขนะครับที่ส่งเข้า
  4915. 4:16:12มาทำงานเนี่ยผมก็จะนำเอาตัวเลขที่ส่งเข้า
  4916. 4:16:14มานะครับมาแสดงผลด้วยทุกครั้งนะครับว่า
  4917. 4:16:17แต่ละรอบเป้อนข้อมูลอะไรก็คือปริ้น Number
  4918. 4:16:20ออกมาอ่ะลองกดรันดูผลลัพธ์นะ
  4919. 4:16:25ครับโอเคเจะเขว่าลำดับที่ 1 อ่ะมันติดกัน
  4920. 4:16:30เกินไปเดี๋ยวผมขอเว้นวัดนิดนึงนะฮะอ่า
  4921. 4:16:33ลำดับที่เนาะ
  4922. 4:16:36โอเคตัวเลขลำดับที่ 1 นะครับอ่าคือเลข
  4923. 4:16:41อะไรอย่างเช่นเป็นเลข 10 นะครับก็แสดงเลข
  4924. 4:16:4410 ออกมาต่อมาก็จะเป็นลำดับที่ 2 นะครับ
  4925. 4:16:46มาเป็น 20 ลำดับที่ 3 เป็น 30 ลำดับที่ 4
  4926. 4:16:50เป็น 40 ลำดับที่ 5 เป็น 50 นะครับแล้วก็
  4927. 4:16:53จบการทำงานสิ่งที่เราต้องการก็คืออยากจะ
  4928. 4:16:57นำเอาตัวเลขทั้ง 5 ตัวนี้นะครับเอามารวม
  4929. 4:17:00กันก็คือ 10 + 20 + 30 + 40 + 50
  4930. 4:17:05ได้ผลลัพธ์เป็นเท่าไหร่นะครับอันนี้ก็คือ
  4931. 4:17:08สิ่งที่เราต้องการนะครับตอนนี้เราสามารถ
  4932. 4:17:11รับ input หรือว่ารับตัวเลข 5 จำนวนได้
  4933. 4:17:15แล้วนะฮะสิ่งที่ต้องการก็คืออ่าทำการ
  4934. 4:17:19คำนวณหาผลรวมของตัวเลขครับตัววิธีการเรา
  4935. 4:17:22ก็จะนำเอาข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร Number
  4936. 4:17:24ในแต่ละรอบครับเอามารวมกันผมจะทำการสร้าง
  4937. 4:17:28ตัวแปรขึ้นมาตัวแปรนึงนะครับตั้งชื่อว่า
  4938. 4:17:29ตัวแปร Total แล้วกันอ่ามีค่าเริ่มต้น
  4939. 4:17:31เป็น 0 เนาะตัวแปร Total ตัวนี้นะครับจะ
  4940. 4:17:34รับหน้าที่ในการคำนวณหาผลรวมของตัวเลขใน
  4941. 4:17:39แต่ละรอบนะครับที่อยู่ใน for Loop อ่าก็
  4942. 4:17:41เลยประกาศอยู่ด้านนอก for loop นะครับ
  4943. 4:17:43เพราะว่ามันจะทำงานแค่
  4944. 4:17:45อ่า 5 ครั้งตอนที่ทำการรับ input เข้ามา
  4945. 4:17:48นะครับก็คือตัว Number ตัวนี้นะครับทุก
  4946. 4:17:51ครั้งที่มีการส่งตัวเลขเข้ามานะครับก็จะ
  4947. 4:17:53นำเอาค่าเดิมที่อยู่ในตัวแปร Total เนี่ย
  4948. 4:17:55ไปบวกกับอ่าข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร Number
  4949. 4:17:58ครับก็จะเป็น Total บวกได้กับ Number
  4950. 4:18:00เพราะฉะนั้นก็จะเกิดการคำนวณตามจำนวนรอบ
  4951. 4:18:04ในการรับตัวเลขเข้ามาทำงานนะครับโดยตัว
  4952. 4:18:07Total เนี่ยจะมีค่าเริ่มต้นก็คือเป็น 0
  4953. 4:18:10ใช่มั้ยครับแล้วก็นำมาใช้งานในตัว for
  4954. 4:18:12Loop นะครับ for Loop ก็ทำการรับตัวเลข
  4955. 4:18:14นะครับว่าเอ๊ะเลขลำดับที่ 1 คือเลขอะไร
  4956. 4:18:17สมมุติเป็นเลข 10 ใช่มั้ยครับก็จะเอาค่า
  4957. 4:18:19เดิมที่อยู่ในตัวไป Total เนี่ยไปบวกกับ
  4958. 4:18:2110 อ่าเพราะฉะนั้นค่าล่าสุดใน Total ก็
  4959. 4:18:23จะเป็น 10 รอบต่อมาก็จะเป็นรอบที่ 2 นะ
  4960. 4:18:26ครับเป็น 20 ก็เอา Total ไปบวกกับ 20 นะ
  4961. 4:18:29ครับก็จะเป็น 30 อ่ากับค่าเดิมของมันนะ
  4962. 4:18:32ครับที่เก็บจากรอบแรกนะครับไปจนถึงรอบสุด
  4963. 4:18:35ท้ายก็คือรอบที่ 5 นะฮะหลังจากที่คำนวณ
  4964. 4:18:38ครบ 5 รอบแล้วนะครับผมก็จะปริ้น Total
  4965. 4:18:40ครับซึ่งการปริ้น Total เนี่ยจะปริ้นอยู่
  4966. 4:18:43ด้านนอกตัว for Loop นะครับเพราะว่าเรา
  4967. 4:18:45จะให้ทำแค่ครั้งเดียวนะครับก็คือหลังจาก
  4968. 4:18:48ที่มีการคำนวณตัวเลขนะครับครบ 5 ครั้ง
  4969. 4:18:51แล้วแล้วก็ให้แสดงผลลัพธ์สุดท้ายออกมานะ
  4970. 4:18:54ครับก็เลยแสดงคำสั่งปริ้นนะครับอยู่ด้าน
  4971. 4:18:56นอกตัว for Loop นะฮะเพนำไปเขียนรวมนะ
  4972. 4:18:59อันนี้ผมก็จะใส่เป็นผลลัพธ์เนาะผลลัพธ์นะ
  4973. 4:19:03อ่ะผลรวมก็ได้นะครับผลรวมมีค่าเท่า
  4974. 4:19:08กับข้อมูลที่เก็บอยู่ในตัวแปร Total นะ
  4975. 4:19:11ครับตัวแปร Total นะครับมีค่าเป็น 0 นะ
  4976. 4:19:14ครับแล้วก็รับตัวเลขมานะครับรอบที่ 1 2
  4977. 4:19:163 4 5 ในแต่ละรอบก็จะมีการคำนวณผลรวม
  4978. 4:19:20ของตัวเลขในแต่ละรอบด้วยนะครับว่าตั้งแต่
  4979. 4:19:23รอบที่ 1 จนถึงรอบที่ 5 นี่มีการส่งตัว
  4980. 4:19:25เลขอะไรเข้ามาบ้างก็นำมารวมกันอยู่ในตัว
  4981. 4:19:27แปร Total เมื่อรวมกันครบทุกตัวแล้วนะ
  4982. 4:19:31ครับก็แสดงผลรวมออกมาอ่ะลองกดรันดู
  4983. 4:19:36ซิอ่ะลำดับที่ 1 นะครับผมส่งเป็นเลข 10
  4984. 4:19:40ไปนะฮะอ่าในส่วนของ Total บวกเท่ากับ
  4985. 4:19:45Number นะครับไม่สามารถนำมาคำนวณทาง
  4986. 4:19:47คณิตศาสตร์ได้เพราะว่าตัว number ของเรา
  4987. 4:19:50นะครับมันเป็น String นะมันไม่สามารถนำมา
  4988. 4:19:53ใช้งานร่วมกับตัว assignment Operator
  4989. 4:19:56ได้หรือว่าทำการกำหนดค่าได้เพราะฉะนั้น
  4990. 4:19:58ต้องแปลงเนี้ข้อมูลนะฮะก็คือเอา in มา
  4991. 4:20:01ครอบ input อีกทีนึงนั่น
  4992. 4:20:03เองนะครับโอเคตัว number ของเราก็จะกลาย
  4993. 4:20:07เป็นตัวเลขจำนวนเต็มแล้วนะครับที่สามารถ
  4994. 4:20:10นำมาคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้อ่ะลองกดร้าน
  4995. 4:20:15ใหม่รอบที่ 1 นะครับลำดับที่ 1 เนาะอเป็น
  4996. 4:20:1910 ลำดับที่ 2 เป็น 20 3 เป็น 30 4 40
  4997. 4:20:245 50 ปั๊บกด Enter นะครับผลรวมเท่ากับ
  4998. 4:20:281250 นั่นเองนะครับหรือถ้าผมอ่ะคำนวณหา
  4999. 4:20:34ตัวเลขนะครับส่งตัวเลขเข้าไปนะครับอรอบ
  5000. 4:20:37แรกเป็น 5 รอบที่ 2 ก็เป็น 5 รอบ 3 ก็
  5001. 4:20:40เป็น 5 รอบ 4 ก็เป็น 5 รอบ 5 ก็เป็น 5 นะ
  5002. 4:20:42ครับ
  5003. 4:20:43ตัวเลข 5 บวกกัน 5 ครั้งนะครับได้ผลลัพธ์
  5004. 4:20:46เป็นเท่าไหร่ก็เป็น 25 เห็นมฮะอ่าประมาณ
  5005. 4:20:51นี้นะครับประมาณนี้อันนี้ก็จะเป็นการ
  5006. 4:20:53คำนวณหาผลรวมของตัวเลขค่าจำนวนนะครับอ่า
  5007. 4:20:56รอบที่ 1 เป็น 500 รอบที่ 2 นะครับเป็น
  5008. 4:21:00300 อ่ารอบที่ 4 อ่ารอบที่ 3 รอบรอบที่
  5009. 4:21:05รอบที่ 3 นะครับเป็น 200 ตอนนี้เท่าไหร่
  5010. 4:21:08แล้วตอนนี้เป็น 1,000 เลยเนาะอก็ 5 100
  5011. 4:21:12นะครับเป็น 1,500 แล้วตอนนี้นะครับถ้า
  5012. 4:21:14คำนวณด้วยสายตานะอ่า 1,500 แล้วนะครับที
  5013. 4:21:18นี้เลขลำดับที่ 5 เนี่ยนะครับผมใส่เป็น
  5014. 4:21:20เลขตลไปนะครับเป็น - 1,500 อ่าผลรวมก็จะ
  5015. 4:21:24เป็น 0 เห็นมั้ยครับเพราะฉะนั้นตัวเลขที่
  5016. 4:21:27ส่งเข้ามาคำนวณเนี่ยสามารถส่งเป็นค่าบวก
  5017. 4:21:30ก็ได้หรือว่าค่าติดลบก็ได้นะครับแล้วมัน
  5018. 4:21:32ก็จะเกิดกระบวนการคำนวณให้เราอ่า
  5019. 4:21:35อัตโนมัตินะครับตามข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร
  5020. 4:21:39Number นั่นเองก็โอเคครับผมก็จะได้ผล
  5021. 4:21:44ลัพธ์ประมาณนี้ครับในเรื่องของการเขียน
  5022. 4:21:45โปรแกรมคำนวณหาผลรวมของตัวเลข 5
  5023. 4:21:58จำนวนครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยใน
  5024. 4:22:01หัวข้อนี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการ
  5025. 4:22:04เขียนโปรแกรมหาผลรวมของตัวเลขไม่จำกัด
  5026. 4:22:08จำนวนกันบ้างนะครับโดยจะนำเอาความรู้ใน
  5027. 4:22:10เรื่องของการทำซ้ำนะครับมาใช้ใช้ในการ
  5028. 4:22:13เขียนโปรแกรมดังกล่าวจากหัวข้อที่ผ่านมา
  5029. 4:22:16ครับเราก็ได้ลุยในส่วนของการเขียนโปรแกรม
  5030. 4:22:18หาผลรวมของตัวเลข 5 จำนวนใช่มั้ยครับใน
  5031. 4:22:23ข้อนี้เปลี่ยนโจทย์ใหม่หาผลรวมของตัวเลข
  5032. 4:22:26ไม่จำกัดจำนวนแสดงว่าเราสามารถส่งตัวเลข
  5033. 4:22:30เข้ามาคำนวณหาผลรวมเนี่ยกี่จำนวนก็ได้ใช่
  5034. 4:22:33มั้ยครับอ่ะจะมีวิธีการเขียนอย่างไรนะ
  5035. 4:22:37ครับลำดับแรกเลยนะครับเกิดการทำซ้ำแน่นอน
  5036. 4:22:41เพราะว่าจะมีการคำนวณหาผลรวมของตัวเลข
  5037. 4:22:44เกิดขึ้นแต่ว่าตัวเลขที่ส่งเข้ามานะครับ
  5038. 4:22:48ไม่จำกัดจำนวนนะครับแสดงว่าส่งมากี่ตัวก็
  5039. 4:22:52ได้เพราะฉะนั้นคำสั่งทำซ้ำที่จะเลือกใช้
  5040. 4:22:56งานในหัวข้อนี้จะเป็น W Loop นะครับ
  5041. 4:22:58เพราะว่า W Loop เนี่ยก็คือการใช้คำสั่ง
  5042. 4:23:01ทำซ้ำที่ไม่สามารถทราบจำนวนที่จะทำซ้ำชัด
  5043. 4:23:06เจนใช่มั้ยครับถ้าเป็น for Loop ก็คือ
  5044. 4:23:08เราสามารถรู้จำนวนรอบชัดเจนนะครับแต่ว่า
  5045. 4:23:10ตัว y Loop เนี่ยเราไม่รู้จำนวนรอบก็คือ
  5046. 4:23:13ตอนนี้เราต้องการอยจะหาผลรวมของตัวเลขนะ
  5047. 4:23:15ครับไม่จำกัดจำนวนนะส่งมากี่จำนวนก็ได้นะ
  5048. 4:23:19ฮะตัววิธีการเขียนโปรแกรมนะครับแล้วก็จะ
  5049. 4:23:23ใช้คำสั่ง Y ครับโดยเงื่อนไขที่จะกำหนด
  5050. 4:23:27ขึ้นมานะครับจะให้เป็นจริงเสมอนะครับผมก็
  5051. 4:23:31จะระบุเป็น Y True ครับอ่าก็คือเกิด
  5052. 4:23:35Infinity Loop นะครับหรือว่าเกิดการทำ
  5053. 4:23:38ซ้ำแบบไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเองนะครับอัน
  5054. 4:23:42นี้ก็คือคือโครงสร้างของตัว W Loop นะ
  5055. 4:23:44ครับผมกหนดเงื่อนไขเป็นชก็คือเป็นจริง
  5056. 4:23:46เสมอทีนี้ยังไงต่อนะครับในบล็อกของตัว W
  5057. 4:23:51Loop ตัวนี้นะครับก็จะให้รับตัวเลขเข้า
  5058. 4:23:52มาทำงานครับผมก็จะสร้างตัวแปร Number
  5059. 4:23:54ขึ้นมานะครับมีค่าเท่ากับ input อันนี้ผม
  5060. 4:23:57ก็จะให้ป้อนตัวเลขเนาะอ่าป้อนตัวเลขแต่จะ
  5061. 4:24:03ไม่มีลำดับแล้วนะครับเพราะว่าไม่จำกัด
  5062. 4:24:05จำนวนใช่่มยทีนี้เมื่อป้อนตัวเลขเข้ามาทำ
  5063. 4:24:08งานนะครับอ่าก็จะมีการแปลงให้อยู่ในรูป
  5064. 4:24:12แบบของของตัวเลขจำนวนเต็มนะครับก็คือเอา
  5065. 4:24:13in มา
  5066. 4:24:15ครอบทีนี้นะครับการใช้ตัว y Loop เนี่ย
  5067. 4:24:19นะครับเรากำหนดเงื่อนไขเป็น True แสดงว่า
  5068. 4:24:21มันจะเกิดการทำซ้ำแบบไม่มีที่สิ้นสุดนะฮะ
  5069. 4:24:24เมื่อไม่มีที่สิ้นสุดนะครับโปรแกรมก็จะทำ
  5070. 4:24:27งานไปเรื่อยๆนะครับจนมันค้างแล้วก็เจ๊งไป
  5071. 4:24:31ในที่สุดนะครับนะเพราะว่ามันเกิดการทำซ้ำ
  5072. 4:24:33ตลอดเวลาทีนี้นะครับการหาผลรวมของตัวเลข
  5073. 4:24:37ไม่จำกัดจำนวนเนี่ยเราก็ต้องมีการกำหนด
  5074. 4:24:39เงื่อนไขนะครับว่าเอ๊ะไม่จำกัดจำนวนเนี่ย
  5075. 4:24:41มันจะต้องมีมีอ่าจุดที่ทำให้เกิดกระบวน
  5076. 4:24:46การสิ้นสุดการทำงานของตัวโปรแกรมของเรานะ
  5077. 4:24:49ครับก็คือจากจะให้หาผลรวมของตัวเลขนะครับ
  5078. 4:24:53สุดท้ายออกมาซึ่งก็ต้องมีการกำหนดเงื่อน
  5079. 4:24:56ไขนะครับว่าตัวเลขที่ส่งเข้ามานั้นเนี่ย
  5080. 4:24:58ถ้าต้องการอยจะนำมาคำนวณหาผลรวมของตัวเลข
  5081. 4:25:01นะครับจะต้องไม่ใช่เลข 0 และก็ไม่ใช่ค่า
  5082. 4:25:05ติดลบจะเอาเฉพาะค่าบวกเท่านั้นนะครับ
  5083. 4:25:08เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะมากำหนดเข้าไปนะ
  5084. 4:25:11ครับในตัว Y Y Loop เนี่ยก็คือเงื่อนไข
  5085. 4:25:14ในการกระโดดออกจาก Loop Y ครับก็คือทำ
  5086. 4:25:17การป้อนตัวเลขเข้ามาแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่
  5087. 4:25:18ป้อนเป็นค่าติดลบหรือว่าป้อนเป็นเลข 0 จะ
  5088. 4:25:22ให้กระโดดออกจากหลู Y ทันทีนะครับก็จะ
  5089. 4:25:26ระบุอีฟเข้าไปนะครับถ้า number ของเรามี
  5090. 4:25:31ค่าน้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 ครับก็จะให้
  5091. 4:25:33เบรก
  5092. 4:25:35อ่าประมาณนี้นะครับประมาณนี้เมื่อเบรค
  5093. 4:25:38แล้วก็จะให้จบการทำงานนะครับมาปริ้นจบการ
  5094. 4:25:42ทำงาน
  5095. 4:25:43เนาะอ่ะมาดูผลรัธที่เกิดขึ้นนะครับว่าเรา
  5096. 4:25:47สามารถรับข้อมูลตัวเลขนะครับเข้ามาใน
  5097. 4:25:50โปรแกรมแบบไม่จำกัดจำนวนได้จริงหรือไม่นะ
  5098. 4:25:54ก็ลองกดรัน
  5099. 4:25:56ดูนะครับอ่าป้อนตัวเลขนะครับผมป้อนเป็น
  5100. 4:25:59เลข 10 อ 20 30 40 50 9 9 70 58
  5101. 4:26:07เห็นมผมสามารถป้อนตัวเลขเข้ามาทำงานได้
  5102. 4:26:10ไม่จำกัดจำนวนเลยนะครับทีนี้ถ้าผมอยากจะ
  5103. 4:26:14ยกเลิกการป้อนตัวเลขครับก็คืออยากจะหาผล
  5104. 4:26:17รวมของตัวเลขนะครับที่ผมได้ป้อนข้างต้นก็
  5105. 4:26:20คือตั้งแต่ 10 จนถึง 58 เนาะอยากจะรู้ว่า
  5106. 4:26:22เอ๊ะมันมีผลรวมไปเท่าไหร่นะครับจะทำอย่าง
  5107. 4:26:26ไรเพราะว่าตอนนี้มันไม่สามารถจบการทำงาน
  5108. 4:26:28ได้นะครับแล้วก็ป้อนเลข 0 ไปครับนะก็จะจบ
  5109. 4:26:31การทำงานเลยเพราะว่าเงื่อนไขการเบรคตัว W
  5110. 4:26:33Loop เนี่ยก็คือตัวเลขมีค่าเป็น 0 หรือ
  5111. 4:26:37ว่าเป็นค่าติดลบนะก็คือ Number น้อยกว่า
  5112. 4:26:40หรือเท่ากับ 0 นะครับอ่ะเดี๋ยวผมจะลอง
  5113. 4:26:42ป้อนค่าติดลบไป
  5114. 4:26:44เนาะอ่าเป็น 10 20 30 50 นะครับใส่
  5115. 4:26:50เป็นค่าติดลบไปครับอเป็น -1 อก็จบการทำ
  5116. 4:26:53งานตอนนี้นะครับเราสามารถรับตัวเลขเข้ามา
  5117. 4:26:57ทำงานได้แล้วที่เหลือก็ทำการคำนวณหาผลรวม
  5118. 4:27:00ครับอ่าผมก็จะสร้างตัวแปร Total ขึ้นมา
  5119. 4:27:02เหมือนเดิมเลยมีค่าเป็น 0 นะครับจากนั้น
  5120. 4:27:05ก็นำเอาตัวแปร Total เนี่ยมาเขียนต่อท้าย
  5121. 4:27:08If Number น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 แล้ว
  5122. 4:27:11ก็ตัวเบรกตัวนี้นะครับก็จะเป็น Total บวก
  5123. 4:27:14เท่ากับ Number นะครับอันนี้จะเขียนอยู่
  5124. 4:27:17ด้านนอก If นะครับเขียนอยู่ด้านนอกอีฟพอ
  5125. 4:27:22เราสั่งเบรกปั๊บมันจะกระโดดออกจาก Loop Y
  5126. 4:27:24ตัวนี้นะครับก็คือบรรทัดที่ 6 มาบรรทัด
  5127. 4:27:26ที่ที่ 9 เลยนะครับทีนี้เมื่อทำการคำนวณ
  5128. 4:27:30หาผลรวมแล้วนะครับก็นำผลรวมมาแสดงผลนะ
  5129. 4:27:32ครับตอนที่กระโดกจาก Loop Y เนาก็จะเป็น
  5130. 4:27:35ผลรวมมีค่าเท่ากับตัวแปร Total ครับส่วน
  5131. 4:27:40จบการทำงานผมจะลบทิ้งนะฮะ
  5132. 4:27:43ไม่ใช่แล้วนะครับอันนี้ก็คืออ่าคำสั่งนะ
  5133. 4:27:47ครับสำหรับคำนวณหาผลรวมของตัวเลขไม่จำกัด
  5134. 4:27:50จำนวนอ่าผมจะลองกดรันดูเนาะเดี๋ยวผมจะ
  5135. 4:27:54คำนวณหาผลรวมของตัวเลข 2 ตัวนะครับก็คือ
  5136. 4:27:56100 กับ 200 แล้วกันแต่แล้วก็กระดกจาก
  5137. 4:27:59Loop นะครับก็ใส่เป็นเลข 0 ไปอ่าก็จะได้
  5138. 4:28:02ผดรวมเป็น 300 นะครับหรือผมคำนวณหาผดรวม
  5139. 4:28:05ของตัวเลขนะครับอ 50 นะครับ 40 แล้วก็ 10
  5140. 4:28:11นะครับครับจากนั้นผมก็ป้อนเป็นเลข -1 ไป
  5141. 4:28:14อ่าก็จะได้ผลรวมเป็น 100 นั่นเองก็คือ
  5142. 4:28:17เกิดจากการนำเอา 50 40 แล้วก็ 10 มารวม
  5143. 4:28:20กันนะครับอันนี้ก็จะเป็นการประยุกต์ใช้คำ
  5144. 4:28:25สั่ง W Loop นะครับในการเขียนโปรแกรมหา
  5145. 4:28:28ผลรวมของตัวเลขไม่จำกัดจำนวนอ่าก็จะได้ผล
  5146. 4:28:31ลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  5147. 4:28:42ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  5148. 4:28:45นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับ NED Loop
  5149. 4:28:48กันนะครับในการเขียนโปรแกรมนะครับเรา
  5150. 4:28:51สามารถนำคำสั่ง Loop แบบต่างๆเนี่ยให้มา
  5151. 4:28:54ทำงานซ้อนกันได้นะครับเรียกว่า Loop ซ้อน
  5152. 4:28:57Loop หรือว่า nested Loop นั่นเองนะ
  5153. 4:28:59ครับก็เหมือนกับ nested e เลยนะครับก็
  5154. 4:29:02คือการเขียน eep ซ้อน E เนาะอ่าถ้าเป็น
  5155. 4:29:04Loop ก็คือ nested Loop นะครับโดยโครง
  5156. 4:29:07สร้างของตัว nested Loop เนี่ยอก็จะมี
  5157. 4:29:10ส่วนที่เรียกว่า Loop หลักนะครับครับกับ
  5158. 4:29:12Loop ย่อยอ Loop หลักก็คือ Loop นอกนะ
  5159. 4:29:14ครับ Loop ย่อยก็คือ Loop ในนะฮะอย่าง
  5160. 4:29:17เช่นอ่าตัว for I in Lens นะครับที่
  5161. 4:29:21เขียนครอบ for J in Lens นะครับ for I
  5162. 4:29:24in Lens เนี่ยเราจะเรียกว่าเป็น Loop
  5163. 4:29:26นอกนะครับส่วน for J in Lens เนี่ยเรา
  5164. 4:29:29จะเรียกว่า Loop N นะครับทีนี้การทำงาน
  5165. 4:29:33เนี่ยนะครับก็เหมือนกับอ่าตัว next E
  5166. 4:29:36เลยก็คือจะต้องทำงานที่ Loop หลักหรือว่า
  5167. 4:29:39Loop นอกก่อนแล้วก็ค่อยมาทำงานที่ loop
  5168. 4:29:42ูปไหนะครับอ่ะมาดูโครงสร้างการทำงานนะ
  5169. 4:29:44ครับตัวอย่างอย่างเช่นผมทำการประกาศโครง
  5170. 4:29:48สร้าง Loop for ซ้อนกันนะครับโดย for I
  5171. 4:29:52in Rent เนี่ยจะเรียกว่า Loop นอกส่วน
  5172. 4:29:55for J in lent จะเรียกว่า Loop ในนะ
  5173. 4:29:57ครับโดย Loop นอกนะครับทำงาน 2 รอบนะครับ
  5174. 4:30:02Loop ในเนี่ยทำงาน 3 รอบนะครับก็คือตาม
  5175. 4:30:04หมายเลขจำนวนรอบที่ระบุเลยนะฮะทีนี้
  5176. 4:30:07กระบวนการทำงานนะครับอ่าอย่างเช่นผมอยาก
  5177. 4:30:10จะให้ปริ้นอ่าเลขรอบออกมานะครับว่า Loop
  5178. 4:30:14นอกเี่มีเลขรอบอะไรบ้าง Loop ในมีเลขรอบ
  5179. 4:30:16อะไรบ้างนะครับโดยจะเริ่มต้นที่ Loop นอก
  5180. 4:30:20หรือว่า Loop หลักก่อนนะครับก็คือ for I
  5181. 4:30:22in rens 2 นะครับเมื่อทำงาน Loop นอก
  5182. 4:30:26ใช่มั้ยครับก็คือทำการปริ้นค่า i ออกมานะ
  5183. 4:30:30ครับก็คือเริ่มต้นที่รอบที่ 0 ใช่มยครับ
  5184. 4:30:33อันนี้ก็คือการทำงานของตัว Loop นอกเมื่อ
  5185. 4:30:35Loop นอกทำงานเรียบร้อยนะครับมันก็จะ
  5186. 4:30:37วิ่งไปทำงานที่ Loop ในครับก็คือ for J
  5187. 4:30:39in Range 3 แต่ก็ปริ้น J ออกมาซึ่ง J
  5188. 4:30:44นะครับก็คือเลข 0 1 2 นะครับเพราะ
  5189. 4:30:46ฉะนั้นตัว Loop ในเี่ก็จะทำงาน 3 ครั้งนะ
  5190. 4:30:50ครับก็คือทำงาน 3 รอบใช่มั้ยครับเมื่อทำ
  5191. 4:30:54งานครบ 3 รอบแล้วนะครับก็จะกลับไปที่ Loop
  5192. 4:30:57ด้านนอกครับเพราะว่า Loop ในเนี่ยเรา
  5193. 4:30:59กำหนดให้มันทำงานแค่ 3 รอบใช่ไหมมครับอ่า
  5194. 4:31:02เมื่อทำงานครบ 3 รอบก็จะกลับไปที่ Loop
  5195. 4:31:05ด้านนอกครับก็คือเริ่มต้นที่ Loop รอบที่
  5196. 4:31:082 หรือว่าอ่าหมายเลข 1 นะนะครับก็ปริ้น
  5197. 4:31:12หมายเลข 1 ออกมานะครับเมื่อ Loop นอกนะ
  5198. 4:31:15ครับทำงานแล้วนะครับมันก็จะวิ่งกลับไปที่
  5199. 4:31:17Loop ในเหมือนเดิมครับก็ทำงาน 3 ครั้งอ
  5200. 4:31:20ก็ 0 1 2 เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ที่เกิด
  5201. 4:31:22ขึ้นนะครับตัวเลขที่แสดงผลเนี่ยก็คือ 0 0
  5202. 4:31:261 2 1 0 1 2 นั่นเองก็คือทำงาน Loop
  5203. 4:31:29นอกก่อนแล้วก็ไปทำงาน Loop ในตามจำนวนรอบ
  5204. 4:31:31ที่ระบุใน Loop ในอ่าเมื่อ Loop ในทำงาน
  5205. 4:31:34ครบรอบก็จะวิ่งกลับมาที่ Loop นอกนะครับ
  5206. 4:31:37Loop นอกทำงานอะไรนะครับในที่นี้ผมให้
  5207. 4:31:40ปริ้นเลขรอบออกมาเก็จะเป็นเลข 1 ใช่มั้ย
  5208. 4:31:42ครับแล้วก็กลับไปทำงานที่ Loop ในอีก
  5209. 4:31:44ครั้ง 3 รอบนะครับและก็กลับมาเช็คที่ Loop
  5210. 4:31:48นอกอีกทีนึงนะครับว่ามันครบรอบหรือยังนะ
  5211. 4:31:50ครับปรากฏว่ามันทำงานครบ 2 รอบแล้วนะครับ
  5212. 4:31:52ก็จบการทำงานก็จะได้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขลอ
  5213. 4:31:55ของ Loop นอกกับ Loop ในออกมาก็คือ 012
  5214. 4:31:581012 นั่นเองอันนี้ก็คือขั้นตอนการทำงาน
  5215. 4:32:02นะครับเพราะฉะนั้นการใช้ตัว nate Loop
  5216. 4:32:05จะต้องคำนึงถึงรอบการทำงานของ Loop นอก
  5217. 4:32:09หรือว่า Loop หลักนะครับสำคัญ
  5218. 4:32:12ถ้า Loop หลักทำงานไม่ได้ Loop ย่อยหรือ
  5219. 4:32:16ว่า Loop ในก็ทำงานไม่ได้อ่ะผมจะขอเรียก
  5220. 4:32:18ว่าเป็น Loop นอกกับ Loop ในเนาะถ้า Loop
  5221. 4:32:20นอกไม่ทำงานนะครับ Loop ในก็จะไม่สามารถ
  5222. 4:32:22ทำงานได้นั่นเองถ้า Loop นอกยังทำงานไม่
  5223. 4:32:25ครบมันก็จะกลับไปทำ Loop ในเรื่อยๆจนกว่า
  5224. 4:32:29Loop นอกมันจะทำงานครบนะครับในนี้ก็คือ
  5225. 4:32:31ผมให้ Loop นอกทำงาน 2 รอบนะครับพอมาเช็ค
  5226. 4:32:34รอบที่ 3 รอบที่ 4 มันไม่มีก็จบการทำงาน
  5227. 4:32:36เลยส่วน Loop ในก็จะอิงตามจำนวนรอบนะครับ
  5228. 4:32:39ที่ซ้อนอยู่ในตัว Loop นอกนะครับว่าอยาก
  5229. 4:32:41ให้ทำทำซ้ำกี่รอบแล้วนี้ก็คือทำซ้ำ 3 รอบ
  5230. 4:32:45นะฮะอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างวิธีการเขียน
  5231. 4:32:48โค้ดหรือว่าเขียนโปรแกรมกันเนาว่ามี
  5232. 4:32:50ลักษณะการเขียนอย่างไรนะครับในเรื่องของ
  5233. 4:32:52nested Loop กลับมาที่ vs Code นะครับ
  5234. 4:32:55ในส่วนของตัว nested Loop ก็คือการเขียน
  5235. 4:32:57Loop ซ้อน Loop ใช่มั้ยครับซึ่งจะมีองค์
  5236. 4:33:00ประกอบก็คือ Loop หลักกับ Loop ย่อยหรือ
  5237. 4:33:03Loop นอกกับ Loop ในนั่นเองนะครับผมจะยก
  5238. 4:33:07ตัวอย่างอ่ะอย่างเช่นผมทำการสร้าง Loop
  5239. 4:33:10ขึ้นมานะครับก็คือ for Loop โดย for
  5240. 4:33:14Loop ตัวนี้นะครับจะให้ทำซ้ำ 2 รอบนะ
  5241. 4:33:16ครับก็เป็น for I in rens นะครับ 2
  5242. 4:33:20อ่าทำงาน 2 รอบแลผมก็จะให้ปริ้นอ่ารอบที่
  5243. 4:33:25I ออกมานะครับก็จะเป็นรอบที่แล้วก็ข้อ
  5244. 4:33:28มูลของตัวแปร I เนาะโอเคนะครับตัวแปร I
  5245. 4:33:34ก็คือเลขรอบนั่นเองนะครับมาลองกดรันดูอก็
  5246. 4:33:38จะเป็นรอบที่ 0 แล้วก็รอบที่ 1 นะฮะอ่ะที
  5247. 4:33:44นี้ยังไงต่อนะครับในส่วนของตัว Loop i
  5248. 4:33:47ตัวนี้นะครับ Loop for I เนี่ยผมจะทำ
  5249. 4:33:49การสร้าง Loop ย่อยครับหรือว่า Loop ในนะ
  5250. 4:33:53ครับซ้อนใน for Loop ตัวนี้อีกทีนึงนะ
  5251. 4:33:55ครับก็จะระบุเป็น for เนาะแล้วก็ปริ้นะ
  5252. 4:33:58ครับตรงปิ้เนี่ยต้องมีการ indent หรือว่า
  5253. 4:34:00เว้น U ด้วยนะครับบทาถัดไปก็จะทำการเว้นบ
  5254. 4:34:03เพราะว่าเราจะทำการระบุกลุ่มคำสั่งย่อยใน
  5255. 4:34:06Loop for I นั่นเองนะฮะ for I จะถือ
  5256. 4:34:09ว่าเป็น Loop หลักและกันหรือว่าว่า Loop
  5257. 4:34:12นอกเนาะต่อมาผมก็จะทำการสร้าง Loop ใน
  5258. 4:34:14ครับเป็น for J ครับก็จะเป็น for J in
  5259. 4:34:18Range นะครับทำงาน 3 ครั้งแล้วกันนะครับ
  5260. 4:34:22แล้วก็ปริ้น J ออกมา
  5261. 4:34:25อ่าอันนี้ก็คือโครงสร้างของ nested Loop
  5262. 4:34:29นะครับ Loop for I ก็คือ Loop นอกนะ
  5263. 4:34:33Loop
  5264. 4:34:36นอกนะ for J ก็คือ Loop ใน
  5265. 4:34:41อ
  5266. 4:34:43Loop Loop ด้านในก็คือ Loop ที่ถูกซ้อน
  5267. 4:34:47ด้านในอีกทีนึงนะฮะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  5268. 4:34:50ครับมาลองกดรันดู
  5269. 4:34:53เนาะก็จะแสดงผลเป็นรอบที่ 0 แล้วก็ 0 1
  5270. 4:34:572 แล้วก็รอบที่ 1 0 1 2 นะครับความ
  5271. 4:34:59หมายก็คือ Loop นอกครับทำงานก่อนก็คือ for
  5272. 4:35:02in in lent นะครับเริ่มต้นที่รอบที่ 0
  5273. 4:35:04ใช่มั้ยก็จะเป็นรอบที่ 0 นะครับในบรรทัด
  5274. 4:35:06ที่ 3 จากนั้นก็ไปทำซ้ำนะครับบรรทัดที่ 4
  5275. 4:35:10กับบรรทัดที่ 5 ในการแสดงอ่าตัวเลขรอบนะ
  5276. 4:35:13ครับที่เก็บอยู่ในตัวแปร G ออกมานะครับก็
  5277. 4:35:15จะเป็น 0 1 2 ใช่มั้ยครับเมื่อทำ Loop
  5278. 4:35:18ในเสร็จเรียบร้อยนะครับก็จะกลับออกมาทำ
  5279. 4:35:20งานที่ Loop ด้านนอกครับก็คือเป็นรอบที่ 2
  5280. 4:35:24หรือว่ารอบหมายเลขที่ 1 ครับนะก็จะเป็น
  5281. 4:35:27รอบที่ 1 แล้วก็ไปทำซ้ำ Loop ในนะครับก็
  5282. 4:35:31คือ Loop for J แสดงตัวเลข 012 ออกมา
  5283. 4:35:35นั่น
  5284. 4:35:36เองโอเคครับผมอันนี้ก็คือขั้นตอนการทำงาน
  5285. 4:35:39ของ NED Loop นะครับก็จะได้ผลลัพธ์ตาม
  5286. 4:35:41ที่แสดงข้างต้น
  5287. 4:35:51เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  5288. 4:35:55ข้อนี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการ
  5289. 4:35:58ประยุกต์ใช้งาน NED Loop กันนะครับใน
  5290. 4:36:01เรื่องของการเขียนโปรแกรมแสดงแม่สุดคูณ
  5291. 4:36:03แบบกำหนดช่วงกันบ้างนะครับโดยแม่สุดคูณ
  5292. 4:36:07แบบกำหนดช่วงนะครับก็คือเราจะให้ผู้ใช้
  5293. 4:36:10โปรแกรมเนี่ยทำการระูแม่สุดคูณตามช่วงที่
  5294. 4:36:12กำหนดนะครับอย่างเช่นต้องการอยากจะได้แม่
  5295. 4:36:15สุดคูณนะครับตั้งแต่แม่ 2 จนถึงแม่ 12
  5296. 4:36:18อะไรพวกนี้นะครับก็ต้องทำการระบุช่วง
  5297. 4:36:21เริ่มต้นนะครับก็คือเป็นเลข 2 ใช่มั้ย
  5298. 4:36:24แล้วก็สุดคูณแม่สุดท้ายก็คือแม่ 12 มาใช้
  5299. 4:36:27งานนั่นเองจากนั้นก็จะให้ตัวโปรแกรมทำการ
  5300. 4:36:29generate ตารางแม่สูดคูณตั้งแต่แม่ 2
  5301. 4:36:31ถึงแม่ 12 ออกมาอ่ามีวิธีการเขียนอย่าง
  5302. 4:36:35อะไรบ้างนะครับเดี๋ยวเรามาเริ่มต้นกันเลย
  5303. 4:36:37นะฮะลำดับแรกนะครับเราจะต้องรับ input
  5304. 4:36:40จากผู้ใช้โปรแกรมก่อนว่าอยากจะได้สูตรคูณ
  5305. 4:36:43แม่เริ่มต้นเนี่ยเป็นสูตรคูณแม่อะไรแล้ว
  5306. 4:36:46ก็สูตรคูณแม่สุดท้ายเนี่ยเป็นสูตรคูณแม่
  5307. 4:36:48อะไรผมจะทำการสร้างตัวแปรนะครับขึ้นมา 2
  5308. 4:36:52ตัวแปรตัวแปรแรกก็คือตัวแปรสตนะครับ
  5309. 4:36:54สำหรับเก็บสุดแม่สุดคูณเริ่มต้นนะครับก็
  5310. 4:36:58จะเป็น
  5311. 4:36:59input อันนี้ผมก็จะใส่ข้อความนะครับบอก
  5312. 4:37:04ว่าแม่สูดคูณเนาะแม่สุดคูณเริ่มต้นนะครับ
  5313. 4:37:09อ่าเริ่มต้นที่แม่สุดคูณคูณแม่อะไรนะครับ
  5314. 4:37:14แล้วก็แปลงนะอแม่สูดคูณที่ส่งออกมาจะเป็น
  5315. 4:37:17ตัวเลขจำนวนเต็มนะครับต้องแปลงให้อยู่ใน
  5316. 4:37:19รูปแบบของตัวเลขจำนวนเต็มนะฮะก็คือเอา in
  5317. 4:37:23มาครอบนะครับต่อมาก็จะเป็นแม่สุดคูณแม่
  5318. 4:37:26สุดท้ายครับอ่ะผมขอ copy ตัวแปรสตารตัว
  5319. 4:37:29นี้มานะแล้วก็แปรอ่าแล้วก็เปลี่ยนตัวแปร
  5320. 4:37:32นะครับเป็นตัวแปร n แล้วกันอันนี้ก็บอก
  5321. 4:37:35ว่าแม่สุดคูณสุดท้ายนะ
  5322. 4:37:39ครับอ่าเพราะเพราะฉะนั้นถ้าต้องการอยากจะ
  5323. 4:37:42ได้แม่สุดคูณตั้งแต่แม่ 2 ถึงแม่ 12
  5324. 4:37:46เนี่ยอ่าตัวแปรสตาร์ทเนี่ยก็ต้องเก็บเลข 2
  5325. 4:37:48ใช่มั้ครับส่วนตัวแปล n ก็คือเก็บแม่ 12
  5326. 4:37:52นะฮะผมจะลองกดรันดู
  5327. 4:37:56เนาะแม่สุดคูณเริ่มต้นนะครับอ่ะเป็นแม่ 2
  5328. 4:37:59ใช่มยแม่สุดคูณสุดท้ายเป็นแม่ 12 จากนั้น
  5329. 4:38:02ก็จะให้ระบบทำการ generate ตารางแม่สุด
  5330. 4:38:05คูณนะครับตั้งแต่แม่ 2 จนถึง 12 ออกมา
  5331. 4:38:10แล้วจะ generate อย่างอย่างไรล่ะเราก็จะ
  5332. 4:38:12ใช้ Loop ครับมาจัดการตรงส่วนนี้โดย Loop
  5333. 4:38:17ที่ผมจะเลือกใช้นะครับก็คือตัว for Loop
  5334. 4:38:18เพราะว่าเราทราบจำนวนการทำซ้ำที่ชัดเจนนะ
  5335. 4:38:24ครับว่าอยากจะให้ทำซ้ำกี่รอบก็อ้างยิงตาม
  5336. 4:38:27จุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดของแม่สูตรคูณ
  5337. 4:38:29ที่ส่งเข้ามานั่นเองนะครับก็ประกาศเป็น
  5338. 4:38:31for Loop ครับก็เป็น for Number ครับ
  5339. 4:38:35in blent นะครับโดยช่วงเนี่ยนะครับ
  5340. 4:38:37เริ่มต้นก็คืออ้างิงตามตัวแปรสตครับแล้ว
  5341. 4:38:41ก็สิ้นสุดนะครับก็คือตัวแปร n แต่ว่าตัว
  5342. 4:38:45แปร N ของเราเนี่ยนะครับจะต้อง + 1 ไป
  5343. 4:38:47ด้วยนะครับเพราะว่าถ้าเป็นส่วนของเลน
  5344. 4:38:50เนี่ยมันก็อ่ามีการระบุจุดส้นสุดเป็นก่อน
  5345. 4:38:54ถึง n ใช่มสมมุติว่าผมระบุแม่ 2 ถึง 12
  5346. 4:38:58นะครับ 2-12 นะครับถ้าผมระบุ n เป็น 12
  5347. 4:39:03เนี่ยแสดงว่าต้องเอาก่อนถึง 12 ใช่ไหม
  5348. 4:39:06ครับนั่นก็คือแม่ 2 จนถึง 11 ซึ่งเราไม่
  5349. 4:39:10ต้องการแบบนั้นนะครับก็เลยให้บก 1 ไป
  5350. 4:39:13เพิ่มนะครับก็จะเป็น 11 + 1 ก็เป็น 12
  5351. 4:39:16นั่นเองอันนี้ก็คือโครงสร้างคำสั่งนะครับ
  5352. 4:39:19ที่อยู่ในตัวเลนนั่นเองอ่ะทีนี้ยังไงต่อ
  5353. 4:39:23ครับการทำงานของตัว for Loop Number
  5354. 4:39:26ตัวนี้เนี่ยนะครับจะทำการแสดงแม่สูตคูณ
  5355. 4:39:29ออกมาว่าตอนนี้ทำงานอยู่ที่แม่สูตคูณ
  5356. 4:39:31เริ่มต้นแม่อะไรนะครับแล้วผมก็จะลองปริ้น
  5357. 4:39:35ออกมาเนาะปริ้นนะครับอแม่สุดคูณนะครับ
  5358. 4:39:42แม่สูตรคูณอ่ะแม่สูตรคูณที่เรากำลังทำงาน
  5359. 4:39:47อยู่ตอนนี้นะครับก็คือสูตรคูณแม่อะไรล่ะ
  5360. 4:39:49ก็เอามาจากตัวแปร Number ครับอ่าจากนั้น
  5361. 4:39:53ผมก็จะใส่เป็นเส้นขั้นนะครับหลังจากที่
  5362. 4:39:57แสดงข้อความเรียบ
  5363. 4:39:59ร้อยโอเคนะฮะอ่ามาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  5364. 4:40:04ครับลองกดรันดู
  5365. 4:40:06เนาะพอ Number in Range start n + 1
  5366. 4:40:10นะครับอย่างเช่นแม่สุดคูณเริ่มต้นเนี่ย
  5367. 4:40:12เป็นแม่ 2 นะครับจนถึงแม่ 5 แล้วกันอแม่
  5368. 4:40:16สุดคูณสุดท้ายก็คือแม่ 5 นะครับอ่าลองกด
  5369. 4:40:18Enter ครับปั๊บก็จะแสดงผลเป็นแม่สูตคูณ
  5370. 4:40:22นะครับแม่ 2 อ่าเดี๋ยวผมจะเปลี่ยนใหม่นะ
  5371. 4:40:25ครับอันนี้ต้องบอกว่าสูตรคูณแม่ 2 เนาะ
  5372. 4:40:27อันนี้ไม่ใช่แม่สูดคูณ 2 นะสูดคูณแม่ 2
  5373. 4:40:30แม่ 3 แม่ 4 แม่ 5
  5374. 4:40:32นะอ่ะแบบนี้น่าจะ
  5375. 4:40:36ถูกแม่สุดคูณเริ่มต้นนะครับแม่ 2 จบที่ 5
  5376. 4:40:41นะครับก็จะแสดงเป็นสูตรคูณแม่ 2 สูตรคูณ
  5377. 4:40:45แม่ 3 แม่ 4 แม่ 5 ออกมาเห็นมั้ยฮะอ่าที
  5378. 4:40:49นี้ยังไงต่อครับตอนนี้เนี่ยเราทราบแล้วนะ
  5379. 4:40:53ครับว่าสิ่งที่สิ่งที่ผู้ใช้โปรแกรม
  5380. 4:40:56ต้องการก็คือเขอยากจะทราบสูตรคูณนะครับ
  5381. 4:40:59ตั้งแต่แม่ 2 จนถึงแม่ 5 ก็จะให้ระบบทำ
  5382. 4:41:02การ generate หรือสร้างตารางสุดคูณแม่ 2
  5383. 4:41:06จนถึงแม่ 5 ออกมาโดยภายในตารางเนี่ยก็จะ
  5384. 4:41:10มีลำลำดับใช่มยครับก็คือลำดับที่ 1 จนถึง
  5385. 4:41:1412 นะครับก็คือ 2 * 1 จนถึง 12 3 *
  5386. 4:41:181 จนถึง 12 เครับไปจนถึง 5 * 1 จนถึง
  5387. 4:41:2112 นะครับก็จะจบการทำงานเพราะฉะนั้นใน
  5388. 4:41:25Loop for number ของเรานะครับก็จะมีูป
  5389. 4:41:28ย่อยนะครับอยู่ด้านในเพื่อที่จะสร้างเป็น
  5390. 4:41:31เลขลำดับนะครับของแม่สุดคูณแต่ละแม่ออกมา
  5391. 4:41:35นะครับก็คือเริ่มต้นที่แม่ที่ 2 ก็จะเป็น
  5392. 4:41:372 * 1 * 2 ไปถึง 12 นะครับแล้วก็จบ
  5393. 4:41:40การทำงานครบ 12 รอบแล้วก็จะไปเริ่มต้นที่
  5394. 4:41:43แม่ 3 นะครับครบ 12 ก็แม่ 4 แม่ 5 อะไร
  5395. 4:41:46ประมาณนี้นะครับผมก็จะทำการสร้าง Loop
  5396. 4:41:50for ด้านในนะครับ for Number นะครับ
  5397. 4:41:53เป็น Loop ในเนาะหรือว่า Loop ย่อยนะครับ
  5398. 4:41:57ในการแสดงอ่าตัวเลขนะครับลำดับก็คือ 1 จน
  5399. 4:42:03ถึง 12 ออกมานะครับก็จะเป็น for I แล้ว
  5400. 4:42:06กัน for I in Range นะฮะ I ก็คือเลข
  5401. 4:42:09ลำดับนะครับเริ่มต้นที่ 1 จนถึงก่อน 13
  5402. 4:42:14ก็คือ 12 นั่น
  5403. 4:42:15เองโอเคนะครับอ่าอันนี้ก็คือการทำงานนะ
  5404. 4:42:19ครับทีนี้ส่วนของ for I in Range 1
  5405. 4:42:2313 เนี่ยหรือว่า 1 ถ 12 ทำอะไรนะครับก็
  5406. 4:42:26ให้ปริ้ครับปริ้ในส่วนของตัวเลขนะครับแม่
  5407. 4:42:31สูตคูณออกมานะครับในแต่ละรอบก็คืออ้างยิง
  5408. 4:42:33ตามตัว Number ใช่ไหมครับก็จะเป็น Number
  5409. 4:42:36นะครับแล้วก็อ่าเป็นตัว X แล้วก็ตัว i นะ
  5410. 4:42:41ครับก็คือเอา Number ไปคูณกับ I นะครับก็
  5411. 4:42:44จะเป็น 2 * 1 * 2 * 3 ไปจนถึง 12
  5412. 4:42:47ไล่ไปจนถึงแม่สุดท้ายเลยนะครับอ่าเดี๋ยว
  5413. 4:42:50มาดูตัวอย่างนะฮะว่ามันทำงานยังไงเนาะ
  5414. 4:42:53เริ่มต้นทีู่ปหลักก่อนก็คือช่วงของตัวเลข
  5415. 4:42:56นะครับมาแม่ 2 จนถึงแม่ 5 ใช่มั้ยครับนัอ
  5416. 4:43:00ของเราก็คือ
  5417. 4:43:012-5 นะครับอก็แสดงออกมาเห็นมยเริ่มต้น
  5418. 4:43:06ที่ 2 นะครับก็จะเป็นสูตรคูณแม่ 2 นะครับ
  5419. 4:43:09แล้วก็เป็น 2 * 1 1 2 * 2 2 * 3
  5420. 4:43:14นะครับไปจนถึง 2 * 12 นะครับเมื่อทำงาน
  5421. 4:43:16ครบ 12 รอบก็จะกลับไปที่ Loop นอกนะครับ
  5422. 4:43:20ูปนอกก็จะเริ่มต้นที่เลขลำดับที่ 3 ครับ
  5423. 4:43:24ก็จะเป็นสูตคูณแม่ 3 ครับก็จะเป็น 3 * 1
  5424. 4:43:27ไปจนถึง 3 * 12 นะครับอ่าก็คือมาทำตรง
  5425. 4:43:32Loop ในครบ 12 รอบก็กลับไป Loop นอกนะ
  5426. 4:43:35ครับแล้วก็ทำการเพิ่มค่าขึ้นทีละ 1 นะ
  5427. 4:43:38ครับก็เป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 นะ
  5428. 4:43:41ครับก็คือ 2 * 1 จนถึง 5 * 12 นั่น
  5429. 4:43:45เองนะครับเพราะฉะนั้นตัว Loop ในจะทำ 3
  5430. 4:43:49ครั้งนะครับก็คือแสดงตัวเลข 1 จนถึง 12
  5431. 4:43:53ออกมาสิ่งที่เราต้องการก็คือให้นำเอา
  5432. 4:43:57Number ในแต่ละรอบนะครับของตัว Loop นอก
  5433. 4:43:59เนี่ยก็คือจากตัวอย่างเป็น 2-5 เนาะอก็จะ
  5434. 4:44:04เป็น 2 * 1 ไปจนถึง 2 * 12 นะครับ
  5435. 4:44:09เมื่อจบรอบของสุดคูณแม่ 2 แล้วก็จะเริ่ม
  5436. 4:44:12ต้นที่แม่ 3 ครับอแม่ 3 ก็คือนัอใช่มยก็
  5437. 4:44:15เอา 3 ไปคูณกับ 1-12 นะครับเมื่อทำูปใน
  5438. 4:44:19ครบ 12 รอบปั๊บก็สูตคูณแม่ 4 นะครับแม่ 4
  5439. 4:44:23ก็มาทำ 12 รอบสูตคูณแม่ 5 12 รอบแล้วก็
  5440. 4:44:26จบนะครับแต่ว่าทีนี้ตารางสูตรคูณของเรา
  5441. 4:44:29ครับอ่ามันเป็นการแสดงตัวเลขของมาเก็คือ
  5442. 4:44:33อ่า 2-5 ใช่ไมั้ครับก็จะเป็น 2 * 1 *
  5443. 4:44:382 นะครับเป็นถ 12 นะครับเป็นการการแสดง
  5444. 4:44:41รายละเอียดของการคูณแต่ว่าผลลัพธจากการ
  5445. 4:44:43คูณเรายังไม่กำหนดเลยนะฮะผลลัธจากการคูณ
  5446. 4:44:47ก็เกิดจากการนำเอาข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร
  5447. 4:44:49Number ครับไปคูณกับข้อมูลที่อยู่ในตัว
  5448. 4:44:52แปร I นั่นเองก็จะเป็นเครื่องหมายเท่ากับ
  5449. 4:44:55นะ
  5450. 4:44:56ครับเท่ากับ Number คูณ I นั่นเองนะ
  5451. 4:45:02ฮะหลังจากที่แสดงตารางสุดคูณเรียบร้อยนะ
  5452. 4:45:06ครับอันนี้ผมก็จะให้มีเส้นขั้นปิดท้าย
  5453. 4:45:08ด้วยตรง Loop ด้านนอกตัวนี้นะฮะ
  5454. 4:45:12อ่ามาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับลองกดรัน
  5455. 4:45:14ดูเนาอ่ะสูตคูณแม่ 2 กับแม่ 3 แล้วกันรอบ
  5456. 4:45:17นี้ 2 กับ 3 นะ
  5457. 4:45:20ครับก็จะเป็นสูตรคูณแม่ 2 นะครับก็คือ
  5458. 4:45:23Number ใช่ไหมมครับแล้วก็เอา Number ไป
  5459. 4:45:25คูณกับ I ก็คือ 1 จนถึง 12 เี่ครับเป็น 2
  5460. 4:45:28* 1 เป็น 2 2 * 12 เป็น 24 นะครับ
  5461. 4:45:32เมื่อทำงานครบ 12 รอบครับก็กลับไปทีู่ป
  5462. 4:45:36ด้านนอกนะครับก็คือ Number เพิ่มขึ้น 1
  5463. 4:45:38ค่าเป็นแม่ 3 ครับ
  5464. 4:45:41ก็จะเป็น 3 * 1 จนถึง
  5465. 4:45:4412 แล้วก็มีเส้นขั้นตารางนะครับปิดท้าย
  5466. 4:45:47ก็คือปิ้นบรรทัดที่ 10 ตัวนี้นั่นเองอ่า
  5467. 4:45:50ไหนลองสูตรคูณแม่ 2 จนถึง 12 ซิเมาดูซิอ
  5468. 4:45:552ถ 12 นะครับปาบอก็ได้ตารางแม่สูคูณมายาว
  5469. 4:45:59เหยียดเลยนะอ่าก็จะเป็น 2 * 1 นะครับ
  5470. 4:46:04ถึง 12 อันนี้ก็จะเป็นแ 3 แ 4 แ 5 6 7
  5471. 4:46:098 9 9 10 11 และก็ 12 นะ
  5472. 4:46:15ครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการประยุกต์
  5473. 4:46:18ใช้ตัว nested Loop นะครับหรือว่าการ
  5474. 4:46:21เขียน Loop สอน Loop เนาะในการสร้างตาราง
  5475. 4:46:23แม่สุดคูณแบบกำหนดช่วงนะครับก็จะได้ผล
  5476. 4:46:27ลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  5477. 4:46:37เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่าเลยในคลิป
  5478. 4:46:42นี้นะครับก็จะมาจอดลึกการใช้งาน String
  5479. 4:46:45นะครับหรือว่าชุดข้อความในภาษา python นะ
  5480. 4:46:48ครับซึ่งจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ
  5481. 4:46:51เกี่ยวกับข้อความภายในโปรแกรมของเรานั่น
  5482. 4:46:53เองนะครับซึ่งจะประกอบไปด้วยการเชื่อมต่อ
  5483. 4:46:57String นะครับหรือว่า concatenation นะ
  5484. 4:47:00การสร้าง String แบบหลายบรรทัดนะครับหรือ
  5485. 4:47:02ว่าการสร้างข้อความยาวๆเนาะรวมไปถึงการ
  5486. 4:47:05จัดรูปแบบ String นะครับหรือว่า Format
  5487. 4:47:07String ในที่นี้จะเรียกว่าเป็น f String
  5488. 4:47:09นะครับและก็เรื่องของการเข้าถึงตัวอักษร
  5489. 4:47:12ใน String นั่นเองนะครับหรือว่าการสไลด์
  5490. 4:47:14หรือว่าการหั่นตัวอักษรที่เราสนใจภายในสิ
  5491. 4:47:17นั่นเองอ่ะขอเริ่มต้นที่หัวข้อแรกนะครับ
  5492. 4:47:21จะเป็นหัวข้อที่ง่ายที่สุดนั่นก็คือการ
  5493. 4:47:23เชื่อมต่อ String หรือว่าการเชื่อมต่อข้อ
  5494. 4:47:25ความเข้าด้วยกันนั่นเองนะครับภาษาอังกฤษ
  5495. 4:47:27จะเรียกว่า concatenation เนาะโดยการ
  5496. 4:47:30เชื่อมต่อ String เข้าด้วยกันนะครับใน
  5497. 4:47:32ภาษา python เนี่ยจะใช้เครื่องหมายบวกนะ
  5498. 4:47:33ครับในการเชื่อมต่อ String หรือว่าการนำ
  5499. 4:47:35เอาข้อความมาต่อกันนั่นเองนะครับอย่าง
  5500. 4:47:39เช่นผมมีข้อความ Hello กับข้อความ python
  5501. 4:47:42ต้องการเด็กจะนำเอา 2 ข้อความนี้นะครับมา
  5502. 4:47:44เชื่อมต่อกันก็จะใช้เครื่องหมายบวกนะครับ
  5503. 4:47:46ในการต่อข้อความหรือว่าต่อประโยคยาวๆนะ
  5504. 4:47:50ครับนำมาเชื่อมต่อการทำงานเข้าด้วยกัน
  5505. 4:47:53นั่นเองถ้าเป็นเรื่องของการอ่อคำนวณทาง
  5506. 4:47:56คณิตศาสตร์นะครับเครื่องหมายบวกก็คือการ
  5507. 4:47:59หาผลบวกใช่มยแต่ถ้าเป็นเรื่องของ String
  5508. 4:48:02เนี่ยจะเป็นเรื่องของการเชื่อมต่อ String
  5509. 4:48:04เข้าด้วยกันหรือว่าการเชื่อมต่อข้อความ
  5510. 4:48:06เข้าด้วยกันนั่นเองต่อมาครับก็จะเป็น
  5511. 4:48:08เรื่องของการสร้างสติงแบบหลายบทัดนะครับ
  5512. 4:48:12เวลาที่เรามีข้อความยาวๆนะครับภายใน
  5513. 4:48:14โปรแกรมของเราเนี่ยอยากจะสร้างข้อความยาว
  5514. 4:48:16ๆให้เก็บลงในตัวแปรเนี่ยเราก็จะใช้อ่า
  5515. 4:48:19เครื่องหมาย Double cde 3 ตัวนะครับ
  5516. 4:48:22หรือว่าเครื่องหมาย Single cde 3 ตัว
  5517. 4:48:24เหมือนกับเราเขียนเป็นคอมเมนหลายบรรทัด
  5518. 4:48:27เลยนะครับแต่ว่าไอ้ตัวข้อความนะครับที่
  5519. 4:48:30อยู่ในเครื่องหมายดังกล่าวเนี่ยเราจะทำ
  5520. 4:48:33การกำหนดค่าลงไปในตัวแปรประเภท String นะ
  5521. 4:48:36ครับก็คือใช้เครื่องหมาย Double ด 3 ตัว
  5522. 4:48:38นะครับเป็นการเปิดประโยคประโยคข้อความนะ
  5523. 4:48:42ครับว่ามีพื้นที่ข้อความตั้งแต่บรรทัดที่
  5524. 4:48:441 ไปจนถึงบรรทัดที่ n เนี่ยเริ่มต้นที่
  5525. 4:48:47จุดใดไปจนถึงจุดใดนะครับก็จะใช้เครื่อง
  5526. 4:48:49หมาย Double cde 3 ตัวหรือว่า Single
  5527. 4:48:52cde 3 ตัวนะครับในการบอกขอบเขตหรือว่า
  5528. 4:48:54จำนวนบรรทัดภายในข้อความของเรานั่นเองนะ
  5529. 4:48:57ครับแบบหลายบรรทัดเนาะต่อมาครับก็จะเป็น
  5530. 4:49:00เรื่องของการจัดรูปแบบ String ครับหรือ
  5531. 4:49:02ว่า Format String ในภาษา python เนี่ย
  5532. 4:49:04จะเรียกว่าอ่าคำสั่ง f String นะครับก็
  5533. 4:49:08คือการเติมตัวอักษรตัว f ตัวพิมพ์เล็กนะ
  5534. 4:49:12ครับอยู่ด้านหน้าชุดข้อความเมื่อทำการ
  5535. 4:49:16เติมตัว f นะครับอยู่ด้านหน้าชุดข้อความ
  5536. 4:49:18ชุดข้อความนี้ก็คือเป็นเครื่องหมาย dou ด
  5537. 4:49:20นะครับเราสามารถที่จะแทรกตัวแปรนะครับลง
  5538. 4:49:23ไปในสติงของเราได้นะครับโดยระบุชื่อตัว
  5539. 4:49:26แปรในพื้นที่อ่าปีกการเปิดปิดนะครับหรือ
  5540. 4:49:30ระบุ expression หรือว่ากระบวนการงานต่าง
  5541. 4:49:32ๆนะครับเข้าไปในพื้นที่ปีกการเปิดปิดก็
  5542. 4:49:34ได้นะครับหรือจะทำการจัดรูปแบบอ่าตัวเลข
  5543. 4:49:38นะครับให้มีจุดทศยมต่อท้ายนะครับก็สามารถ
  5544. 4:49:42ระบุได้ก็คือเป็นการนำเอา
  5545. 4:49:43อ่ากระบวนการนำมันต่างๆนะครับไปใส่ใน
  5546. 4:49:47String นั่นเองนะครับถ้าต้องการอยากจะ
  5547. 4:49:49แทรกพวกตัวแปรพวก expression อะไรต่างๆ
  5548. 4:49:51เข้าไปเนี่ยก็จะต้องระบุตัว f พิมพ์เล็ก
  5549. 4:49:54นะครับอยู่ด้านหน้า String ของเรานั่นเอง
  5550. 4:49:57เราจะเรียกว่าเป็น Format String เนาะ
  5551. 4:49:59สุดท้ายนะครับก็จะเป็นเรื่องของการเข้า
  5552. 4:50:01ถึงตัวอักษรใน String นะครับหรือว่าสไลด์
  5553. 4:50:04String หรือว่าชุดข้อความนะครับก็คือการ
  5554. 4:50:06นำเอาตัวอักษรมาจัดเป็นกลุ่มนะครับหรือ
  5555. 4:50:10ว่านำมารวมกันเป็นกลุ่มนะครับเกิดเป็นคำ
  5556. 4:50:13เกิดเป็นประโยคขึ้นมาใช่มั้ยครับเรา
  5557. 4:50:16สามารถที่จะเข้าถึงตัวอักษรนในสติงได้นะ
  5558. 4:50:20ครับอันนี้ก็จะเป็นองค์ประกอบภายในสติงนะ
  5559. 4:50:22ครับอย่างเช่นผมมีอ่าข้อความนะครับเป็น
  5560. 4:50:25กล้องลักสยามนะครับตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดนะ
  5561. 4:50:28ครับโดยข้อความกล้องรักสยามเนี่ยนะครับก็
  5562. 4:50:31ประกอบไปด้วยตัวอักษรนะครับรวมไปถึงช่อง
  5563. 4:50:34ว่างนะครับนำมารวมกันเป็นกลุ่มอ่ะเกิด
  5564. 4:50:38เป็นคำเกิดเป็นประโยคขึ้นมากรณีนี้ที่เรา
  5565. 4:50:41มีข้อความยาวๆเนาะซึ่งตัวอักษรแต่ละตัว
  5566. 4:50:44เนี่ยนะครับก็จะมีการเรียงลำดับนะครับอ
  5567. 4:50:47เรียงเป็นลำดับเนาะจากซ้ายไปขวาหรือว่า
  5568. 4:50:50จากด้านหน้าไปด้านหลังจากด้านหลังมาด้าน
  5569. 4:50:53หน้านะครับก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองตัว
  5570. 4:50:54อักษรในลักษณะใดนะครับในนี้ก็คือตัว k นะ
  5571. 4:50:58ครับเป็นตัวอักษรตัวแรกใช่มั้ยครับตัว M
  5572. 4:51:00เป็นตัวอักษรตัวสุดท้ายผมก็จะนำเอาคำว่า
  5573. 4:51:03กล้องลักสยามนะครับไปเก็บลงในตัวแปรเนมนะ
  5574. 4:51:06ครับตัวแปรเนมก็จะเรียกว่าเป็นตัวแปร
  5575. 4:51:08สตริงเนาะโดยในส่วนของของตัวไปมของเรา
  5576. 4:51:11เนี่ยนะครับเป็นการเก็บตัวอักษรนะครับ
  5577. 4:51:15ทั้งหมด 12 ตัวอักษรนะครับเข้ามาไว้ด้วย
  5578. 4:51:18กันนะฮะเราจะเรียกว่าเป็นความยาวของ
  5579. 4:51:22String นะครับก็คือจำนวนตัวอักษร 12 ตัว
  5580. 4:51:24อักษรเนี่ยก็คือความยาวของ String หรือ
  5581. 4:51:27ว่าความยาวของข้อความนะครับที่เก็บอยู่ใน
  5582. 4:51:31ตัวแปร name มันก็คือจำนวนตัวอักษรนะครับ
  5583. 4:51:34ที่บรรจุอยู่ในตัวแปรดังกล่าวนั่นเองก็
  5584. 4:51:36คือมีทั้งหมด 12 ตัวอักษรนะครับซึ่งจะรวม
  5585. 4:51:40ช่องว่างด้วยนะครับช่องว่างก็ถือว่าเป็น
  5586. 4:51:42ตัวอักษรนะฮะอ่ะทีนี้ยังไงต่อนะครับถ้าผม
  5587. 4:51:46ต้องการอยากจะเข้าถึงข้อมูลตัวอักษรนะ
  5588. 4:51:49ครับอ่าที่อยู่ในคำว่ากล้องลักสยามเนี่ย
  5589. 4:51:53จะเข้าถึงอย่างไรนะครับเราก็จะอาศัยส่วน
  5590. 4:51:56ที่เรียกว่า index ครับหรือว่าหมายเลข
  5591. 4:51:58กำกับหรือลำดับตัวอักษรใน String นั่นเอง
  5592. 4:52:01ซึ่ง index เนี่ยจะเป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะ
  5593. 4:52:05ครับโดยลำดับเนี่ยนะฮะก็จะถูกกำกับเอาไว้
  5594. 4:52:09ในตัวอักษรแต่ละตัวที่อยู่ใน String ของ
  5595. 4:52:12เรานะครับซึ่งจะเริ่มต้นที่ Index ที่ 0
  5596. 4:52:16นะครับเป็นตัวอักษรตัวแรกนะครับแล้วก็
  5597. 4:52:18เพิ่มขึ้นทีละ 1 เนาะตามจำนวนตัวอักษรที่
  5598. 4:52:21อยู่ในข้อความของเรานะครับก็จะเป็น kg ก็
  5599. 4:52:25คือตัว k จะเป็นอ่าตัวอักษรลำดับที่ 0 นะ
  5600. 4:52:28ครับตัว O ก็เป็นลำดับที่ 1 2 3 ไปจน
  5601. 4:52:30ถึงตัวสุดท้ายนะฮะอันนี้ก็คือตำแหน่งของ
  5602. 4:52:35การจัดดเก็บตัวอักษรในสติงนะครับโดย
  5603. 4:52:38ตำแหน่งเี่เราสามารถมองได้ 2 มุมนะครับ
  5604. 4:52:41มุมแรกก็คือเราจะสามารถเรียงลำดับตัว
  5605. 4:52:45อักษรนะครับจากซ้ายไปขวาหรือว่าจากหน้าไป
  5606. 4:52:48หลังก็ได้นะครับโดยเลข index จะเป็นค่า 0
  5607. 4:52:50หรือว่าค่าบวกนะฮะในทางกลับการนะครับเรา
  5608. 4:52:54ก็สามารถที่จะมองตัวอักษรนเนี่ยจากขวาไป
  5609. 4:52:58ซ้ายได้นะครับหรือว่าจากหลังไปหน้าได้นะ
  5610. 4:53:00ครับโดยเลข index เนี่ยจะเป็นค่าลบนะฮะ
  5611. 4:53:04อันนี้ก็คือลำดับตัวอักษรนะครับที่อยู่ใน
  5612. 4:53:07ตัวแปรเมของเราก็คือตัวแปรสริของเรานะ
  5613. 4:53:10ครับโดยตัวอักษรของเราเนี่ยนะครับที่
  5614. 4:53:14บรรจุอยู่ในตัวแปรเนมเนี่ยมันก็จะมีเลข
  5615. 4:53:17ลำดับกำกับเอาไว้นะครับว่าตัว k เก็บอยู่
  5616. 4:53:19ที่ลำดับที่เท่าไหร่อ่าถ้ามองจากซ้ายมือ
  5617. 4:53:24ไปขวามือนะครับลำดับจะเป็นค่าบวกแต่ถ้า
  5618. 4:53:27มองจากขวามือมาซ้ายมือจะเป็นค่าติดลบโอเค
  5619. 4:53:31นะครับอ่ะทีนี้ยไงต่อถ้าเราต้องการจะจะ
  5620. 4:53:34เข้าถึงตัวอักษรนะครับเราสามารถที่จะอ้าง
  5621. 4:53:38อิงผ่านเลขลำดับหรือว่าว่าเลขอินกได้นะฮะ
  5622. 4:53:42ยกตัวอย่างเช่นถ้าผมต้องการอยากได้ตัว
  5623. 4:53:44อักษรตัว k ตัวพิมพ์ใหญ่นะครับมาใช้งานก็
  5624. 4:53:48จะเข้าไปที่ตัวแปร name ใช่ไหมมครับก็คือ
  5625. 4:53:50เป็นตัวแปรสิของเราและก็ทำการระบุ
  5626. 4:53:53สัญลักษณ์ buet หรือว่าก้ามปูนะครับตาม
  5627. 4:53:55ด้วยเลขลำดับก็คือลำดับที่ 0 ใช่มั้ยครับ
  5628. 4:53:59หรือลำดับที่ -12 อ่าในกรณีที่เราไล่ตัว
  5629. 4:54:03อักษรนะครับจากขวามาซ้ายแต่ถ้าไล่จากซ้าย
  5630. 4:54:07ไปขวาก็คือเป็นตัวอักษรลำดับที่ 0 นั่น
  5631. 4:54:10เองนะฮะหรือถ้าเป็นตัวอักษรตัว M ครับนะ
  5632. 4:54:16ตัว M เนี่ยอ่ามันอยู่ที่ลำดับที่ 11 ใช่
  5633. 4:54:19มั้ยครับก็ระบุเป็นเนมอ่าลำดับตัวอักษร
  5634. 4:54:22เป็นลำดับที่ 11 นะครับถ้ามองจากซ้ายมือ
  5635. 4:54:27ไปขวามือนะครับแต่ถ้ามองจากขวามือมาซ้าย
  5636. 4:54:30มือก็จะเป็นช่องที่ -1 นั่นเองอันนี้ก็
  5637. 4:54:33คือวิธีการหยิบตัวอักษรนะครับที่อยู่ใน
  5638. 4:54:36สิงมาใช้งานแต่ว่าการหยิบตัวอักษรเนี่ย
  5639. 4:54:39เราไม่ได้หยิบมาแค่ตัวเดียวใช่มั้ยครับ
  5640. 4:54:41บางคนอยากจะได้ 3 ตัวอักษร 4 ตัวอักษรนะ
  5641. 4:54:45ครับอ่ะก็จะใช้วิธีการเข้าถึงแบบกำหนด
  5642. 4:54:48ช่วงครับโดยจะใช้ร่วมกับเครื่องหมายโคลอน
  5643. 4:54:52นะครับซึ่งจะมีอยู่ 3 วิธีนะครับวิธีแรก
  5644. 4:54:54ก็คือทำการกำหนด index เริ่มต้นตามด้วย
  5645. 4:54:56เครื่องหมายโคลอนนะครับความหมายก็คือจะ
  5646. 4:54:59เริ่มหยิบเอาตัวอักษรนะครับจาก index
  5647. 4:55:02เริ่มต้นนะครับถึงสิ้นสุดข้อความวิธีที่ 2
  5648. 4:55:06นะครับเราจะระบุเครื่องหมายคอล่อนอยู่
  5649. 4:55:08ด้านหน้า index สุดท้ายนะครับ + 1 ความ
  5650. 4:55:10หมายก็คือทำการหยิบตัวอักษรนะครับจาก
  5651. 4:55:14ตำแหน่งเริ่มต้นข้อความนะครับจนถึงก่อน
  5652. 4:55:17ตำแหน่งสุดท้ายนะฮะหรือวิธีที่ 3 นะครับ
  5653. 4:55:20กำหนดช่วงเริ่มต้นแลก็ช่วงสุดท้ายนะครับ
  5654. 4:55:23ก็คือระบุอกซ์เริ่มต้นเครื่องหมายโคลอน
  5655. 4:55:25แล้วก็อิกสุดท้ายด 1 นะฮะอันนี้ก็คืออ่า
  5656. 4:55:29วิธีการกำหนดช่วงในการเข้าถึงตัวอักษรใน
  5657. 4:55:33สินะอ่ะผมจะยกตัวอย่างตัวแรกก่อนนะครับก็
  5658. 4:55:37คือทำการระบุ index เริ่มต้นแล้วก็
  5659. 4:55:39เครื่องหมายโคลอนเนาะยกตัวอย่างอ่ะอย่าง
  5660. 4:55:42เช่นผมกำหนด index เริ่มต้นนะครับเป็น 5
  5661. 4:55:46และก็โคลอนนะครับสิ่งที่จะได้รับนะครับก็
  5662. 4:55:49คือเราทำการหยิบเอาตัวอักษรตั้งแต่ index
  5663. 4:55:54ที่ 5 ไปจนถึง inex สุดท้ายของข้อความของ
  5664. 4:55:58เรานะครับอ่าก็คือเราจะได้อ่าข้อความนะ
  5665. 4:56:02ครับลักสยามมาใช้งานนะถ้าเราทำการระบุอ่า
  5666. 4:56:07เครื่องหมายโคลอนนะครับต่อท้าตัวเลขอกของ
  5667. 4:56:11เราก็คือเริ่มต้น index ที่ 5 ถึง index
  5668. 4:56:13สุดท้ายของข้อความก็คือตั้งแต่ 5 จนถึง 11
  5669. 4:56:16ใช่มั้ย
  5670. 4:56:18ครับหรือทำการระบุเป็นค่าติดลบก็ได้นะ
  5671. 4:56:22ครับก็คือเริ่มต้น index ที่ -4 นะครับ
  5672. 4:56:25ถึงอิกสุดท้ายของข้อความนะครับเราก็จะได้
  5673. 4:56:28คำว่าสยามมาใช้ก็คือ -4 -3 -2 -1 นะฮะ
  5674. 4:56:32อันนี้ก็คือวิธีที่ 1 นะครับต่อมาก็จะ
  5675. 4:56:36เป็นวิธีที่ 2 ครับระบุเครื่องหมายโคลอน
  5676. 4:56:38อยู่ด้านหน้า index สุดท้าย + 1
  5677. 4:56:40ความหมายก็คือเป็นการดึงเอาตัวอักษรนะ
  5678. 4:56:44ครับจากเริ่มต้นข้อความนะครับจนถึงก่อน
  5679. 4:56:47ตำแหน่งสุดท้ายที่เราสนใจอมาดูซิว่าผล
  5680. 4:56:50ลัพธ์จะเป็นยังไงนะครับยกตัวอย่างเช่นผม
  5681. 4:56:52ทำการระบุอ่าเป็นคลั 4 ก็คือดึงตัวอักษร
  5682. 4:56:56ตัวแรกนะครับถึงก่อน index ลำดับที่ 4 นะ
  5683. 4:57:00ฮะก็คือเอาตั้งแต่ตัวแรกสุดเลย index ที่
  5684. 4:57:040 นะครับไปจนถึงก่อน index ที่ 4 นก็คือ
  5685. 4:57:07index ที่ 3 นั่นเองก็จะได้คำว่ากล้องมา
  5686. 4:57:10นะฮะหรือถ้ามองจากสมการตัวนี้เนาะอ่ารูป
  5687. 4:57:14แบบการก็คืออกซสุดท้าย + 1 นะครับอกซสุด
  5688. 4:57:17ท้ายที่ผมต้องการก็คือ index ที่ 3 บวกไป
  5689. 4:57:191 ก็คือเป็น index ที่ 4 นะครับความหมาย
  5690. 4:57:22ก็คือเป็นการดึงเอา 4 ตัวอักษรแรกนะครับ
  5691. 4:57:25มาใช้งานแต่ว่า index เนี่มันเริ่มต้นที่
  5692. 4:57:270 ใช่มมครับจะเป็น 0 1 2 3 นะครับ
  5693. 4:57:31เป็น 4 ตัวอักษรแต่ตอนที่ทำการระบุก็จะ
  5694. 4:57:33เป็นอ่าการนำเอา index สุดท้ายก็คือเลข 3
  5695. 4:57:36ไป + 1 นะครับก็จะเป็นอ 4 นะฮะอันนี้ก็
  5696. 4:57:40คือรูปแบบที่ 2 นะครับดึงตัวอักษรตั้งแต่
  5697. 4:57:43ตัวแรกสุดนะครับก่อนถึง index ที่เราสนใจ
  5698. 4:57:46ในนี้ก็คือเป็น index ที่ 3 เนาะแต่ว่า
  5699. 4:57:50เราสนใจเฉพาะอ่าตัวอักษร kg นะครับเริ่ม
  5700. 4:57:54ต้นที่ 0 จนถึง 3 แต่ตอนที่ทำการระบุ
  5701. 4:57:57เนี่ยเราจะระบุเลข 4 ความหมายก็คือเป็น
  5702. 4:58:00การนำเอาตัวอักษรนะครับตั้งแต่จุดเริ่ม
  5703. 4:58:03ต้นไปจนถึงก่อน index ที่ 4 มาใช้งานนั่น
  5704. 4:58:06เองนะฮะวิธีสุดท้ายนะครับเป็นเป็นการระบุ
  5705. 4:58:10จุดเริ่มต้นแล้วก็จุดสิ้นสุดนะครับก็คือ
  5706. 4:58:12ระบุอินเดกซ์เริ่มต้นแล้วก็โคลอนแล้วก็
  5707. 4:58:14อกซสุดท้าย + 1 อเป็นการนำเอาวิธีที่ 1
  5708. 4:58:17กับวิธีที่ 2 นะครับมาเขียนร่วมกันนั่น
  5709. 4:58:20เองนะครับยกตัวอย่างอย่างเช่นอ่าผม
  5710. 4:58:23ต้องการอยากจะดึงตัวอักษรนะครับโดยมีจุด
  5711. 4:58:27เริ่มต้นก็คือ index ที่ 0 ไปจนถึงก่อน
  5712. 4:58:30index ที่ 4 นะครับก็คือ index ที่ 3
  5713. 4:58:33นั่นเองก็จะเป็น 0 แล้วก็ 4 นะครับก็จะ
  5714. 4:58:35ได้ข้อความ kg หรือว่าคำว่ากล้องนะครับมา
  5715. 4:58:38ใช้งานนะฮะ
  5716. 4:58:42หรือระบุเป็นค่าติดลบก็ได้นะครับก็จะเป็น
  5717. 4:58:45-7 และก็โคลน -4 นะครับก็คือดึงตัวอักษร
  5718. 4:58:49ลำดับที่ -7 จนถึงก่อนลำดับที่ -4 นะครับ
  5719. 4:58:53ก็คือเราจะได้อ่าตัวอักษรนะครับในตำแหน่ง
  5720. 4:58:57-7 - 6 -5 นั่นเองหรือถ้ามองจากสมการ
  5721. 4:59:02นะครับไอ้ตัวนี้เนาะก็คือ index สุดท้าย +
  5722. 4:59:051 นะครับอ่าความหมายก็คือเราต้องการเกจะ
  5723. 4:59:09ดึงเอาตัวอักษรนะครับตำแหน่งที่ -7 นะ
  5724. 4:59:12ครับไปจนถึงตำแหน่งที่ -5 ใช่มั้ยครับอ -7
  5725. 4:59:16จนถึง -5 ก็จะดวเป็น -7 อ่า -5 + 1 ก็
  5726. 4:59:21เหลือ -4 ใช่มั้ครับตอนที่ทำการระบุก็จะ
  5727. 4:59:23เป็น -7 จนถึง -4 นั่นเองนะเป็นการดึงตัว
  5728. 4:59:27อักษรลำดับที่ -7 จนถึงก่อนลำดับที่ -4
  5729. 4:59:30นะครับก็เป็น -5 ลบอ่าก็เป็น -5 + กับ 1
  5730. 4:59:34เนาะก็จะเหลือ -4 นะครับตอนที่ทำการระบุ
  5731. 4:59:38ก็จะเป็น -7 แลแลก็ -4 เราก็จะได้ตัว
  5732. 4:59:42อักษรลำดับที่ -7 จนถึง -5 มาใช้งานนั่น
  5733. 4:59:46เองนะฮะอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างนะครับใน
  5734. 4:59:50ส่วนของการใช้ String นะครับในภาษา python
  5735. 4:59:55กันเริ่มตั้งแต่การเชื่อมต่อ String อ่า
  5736. 4:59:59ไปจนถึงการจัดรูปแบบ String เนาะแล้วก็
  5737. 5:00:02การเข้าถึงตัวอักษรในสิงกันนะครับเพราะ
  5738. 5:00:04ว่าตอนนี้บางคนดูแผนภาพอาจจะยังไม่เข้าใจ
  5739. 5:00:07การทำงานนะครับว่าตอนที่เราทำการเขียน
  5740. 5:00:09โค้ดเนี่ยต้องเขียนอะไรบ้างกลับมาที่ vs
  5741. 5:00:12Code นะครับในส่วนของการเจาะลึกการใช้
  5742. 5:00:15งาน String ในภาษา python เนี่ยผมจะยกตัว
  5743. 5:00:17อย่างตามที่แสดงผลในสไลด์เลยนะครับก็คือ
  5744. 5:00:21จะมีอยู่ 4 เรื่องที่เราจะได้เรียนกันนะ
  5745. 5:00:23ครับเรื่องแรกนะครับก็จะเป็นเรื่องของการ
  5746. 5:00:26เชื่อมต่อ String นะครับหรือว่าการนำเอา
  5747. 5:00:29ข้อความมาต่อกันนั่นเองผมจะยกตัวอย่างอ
  5748. 5:00:31อย่างเช่นผมต้องกสร้างตัวแปร String ขึ้น
  5749. 5:00:33มานะครับตัวแรกผมตั้งชื่อว่า F name
  5750. 5:00:35แล้วกันนะครับอ่าผมใส่คำว่ากล้องเข้าไป
  5751. 5:00:39เนาะ
  5752. 5:00:41f name ก็คือ First name นะครับหรือ
  5753. 5:00:43ว่าชื่อจริงนะฮะต่อมาครับก็จะเป็น Last
  5754. 5:00:47Name หรือว่านามสกุลนะครับผมตั้งชื่อต่อ
  5755. 5:00:49ไปว่า L name เนาะ L ก็ย่อมาจาก Last นะ
  5756. 5:00:51ครับ f ก็ย่อมาจาก First อ่า First name
  5757. 5:00:53Last name นะผมก็จะใส่เป็นักสยามตอนนี้
  5758. 5:00:57นะครับผมมีสิ 2 ตัวก็คือกล้องแลก็ักสยาม
  5759. 5:01:03ใช่ไหมครับอ่ะทีนี้ผมต้องการอยากจะนำเอา
  5760. 5:01:06String 2 ตัวนี้นะครับมาเชื่อมต่อกันนะ
  5761. 5:01:09ฮะ
  5762. 5:01:10จะทำอย่างไรวิธีการนะครับเราก็นำเอาตัว
  5763. 5:01:14แปร String นะครับ f
  5764. 5:01:16name นะ
  5765. 5:01:18ครับเอาไปต่อกับ String L name ครับโดย
  5766. 5:01:22ใช้เครื่องไม้บวกก็จะเป็น f name + L
  5767. 5:01:25name นั่นเองก็คือนำเอาข้อความกล้องกับ
  5768. 5:01:28รักสยามมาต่อกันนะครับเมื่อต่อกันเรียบ
  5769. 5:01:32ร้อยนะครับผมก็จะสร้างตัวแปรที่ชื่อว่า
  5770. 5:01:35full ขึ้นมาเนาะ full name นะครับอเป็น
  5771. 5:01:37ชื่อเต็มอ่าจะเป็นการนำเอาชื่อกับนามสกุล
  5772. 5:01:40นะครับมาต่อกันเก็บลงในตัวแปร full name
  5773. 5:01:43แล้วผมก็จะปริ้นตัวแปร full name ออกมา
  5774. 5:01:46นะฮะอ่า print full
  5775. 5:01:51name นะครับโอเคลองกดรันดูผลลัพธ์นะครับ
  5776. 5:01:57ปาก็จะได้ข้อความกล้องรักสยามนะครับแสดง
  5777. 5:02:01ผลหรือถ้าผมมีสิตัวใหม่นะครับมาต่อเข้าไป
  5778. 5:02:05อย่างเช่นอ่าผมใส่คำว่า Studio เข้าไปต่อ
  5779. 5:02:08ท้ายเนก็จะเป็นสู
  5780. 5:02:12นะครับโดยคำว่า Studio ก็จะเป็น String
  5781. 5:02:15ใช่ไหมมครับเพราะฉะนั้นตัวแปร full name
  5782. 5:02:18ของผมนะครับก็จะเก็บข้อความกล้องักสยาม
  5783. 5:02:20Studio นั่นเองอ่ากดรันดู
  5784. 5:02:25เนาะโอเคนะครับก็จะได้ข้อความกล้องรสยาม
  5785. 5:02:28Studio มาใช้หรือจะเว้นวรคก็ได้นะครับมา
  5786. 5:02:30เว้นวรคคำว่า Studio
  5787. 5:02:35เนาะอ่าก็จะเป็นกล้องรับสยามเนว Studio
  5788. 5:02:39นะครับอันนี้ก็จะเป็นเรื่องของการต่อ
  5789. 5:02:41String ครับหรือว่า
  5790. 5:02:44concatenation ต่อมาครับก็จะเป็นการ
  5791. 5:02:46สร้าง String หลายบรรทัดนะครับในกรณีที่
  5792. 5:02:49เรามีข้อความยาวๆเนอย่างเช่นผมสร้างตัว
  5793. 5:02:52แปร address ขึ้นมาสำหรับเก็บที่อยู่นะ
  5794. 5:02:55ครับโดยข้อมูลที่อยู่เนี่ยนะครับก็จะให้
  5795. 5:02:57ระบุอ่าบ้านเลขที่ซอยถนนนะครับตำบลอำเภอ
  5796. 5:03:02อะไรก็ว่าไปนะครับซึ่งเราไม่สามารถที่จะ
  5797. 5:03:04เขียนอ่าเ็จศัพท์ภายในบรรทัดเดียวได้นะ
  5798. 5:03:06ครับเราก็จะเขียนแบบหลายบรรทัดนะครับโดย
  5799. 5:03:09วิธีการการสร้างข้อความแบบหลายบรรทัดแล้ว
  5800. 5:03:11ก็ให้เก็บข้อความดังกล่าวลงไปในตัวแปรแบบ
  5801. 5:03:13สิงเนี่ยเราก็จะใช้เครื่องหมายอ่า Double
  5802. 5:03:16Code 3 ตัวนะครับเป็นการประกาศขอบเขต
  5803. 5:03:20หรือว่าพื้นที่เปิดปิดของสติงที่มีจำนวน
  5804. 5:03:23หลายบรรทัดนั่นเองนะครับอยกตัวอย่างอย่าง
  5805. 5:03:26เช่นผมทำการระบุที่อยู่เนาะอ่าที่อยู่นะ
  5806. 5:03:29ครับอยู่บ้านเลขที่ 1 2 3 นะ
  5807. 5:03:32ฮะอ่าหมู่ 4 อะไรก็ว่าไปนะครับอ่าซอย 5
  5808. 5:03:38อ่ะเดี๋
  5809. 5:03:40แล้วอ่าซอย
  5810. 5:03:445 ทับ 6 อะไรประมาณนี้นะครับจะสังเกตว่า
  5811. 5:03:49ข้อความที่ผมพิมพ์นะครับมันมีหลายบรรทัด
  5812. 5:03:52นะครับบรรทัดแรกก็คือที่อยู่ 1 2 3 อ่า
  5813. 5:03:55บรรทัดที่ 2 ก็คือหมู่ 4 นะครับบรรทัดถัด
  5814. 5:03:58มาก็จะเป็นซอย 5/6 นะฮะอยู่ที่จังหวัด
  5815. 5:04:01อะไรนะครับนะจังหวัดอุดรธานีอะไรก็ว่า
  5816. 5:04:05ไปแล้วก็มีรหัสไปรษณีย์ด้วยนะครับเป็น 1
  5817. 5:04:092 3 3 4 5 นะครับอะไรประมาณนี้เห็นม
  5818. 5:04:13ครับถ้าหากว่าผมไม่ได้ทำการระบุอ่า String
  5819. 5:04:19นะครับชุดนี้แบบหลายบรรทัดเนี่ยสมมุติว่า
  5820. 5:04:22อ่าผมระบุแค่บรรทัดเดียวเนาะปกติเวลาที่
  5821. 5:04:25เราทำการสร้างตัวแปรแบบ String ขึ้นมานะ
  5822. 5:04:27ครับเราจะเขียนข้อความสั้นๆแค่บรรทัด
  5823. 5:04:30เดียวใช่มมอก็จะใช้เครื่องหมาย Double
  5824. 5:04:32cde นะครับอ dou ดมาครอบแล้วก็ใส่ขกาม
  5825. 5:04:38พวกนี้เข้าไปแต่สังเกตว่ามันไม่สสถทำงาน
  5826. 5:04:40ได้ะที่อยู่ 1 2 3 นะฮะอ่าหมู่ 4 ซอย
  5827. 5:04:435/6 นะครับจังหวัดอุดรธานี 1 2 3 4 5
  5828. 5:04:47นะครับไม่สามารถทำงาน
  5829. 5:04:49ได้แต่ถ้าเป็นบรรทัดเดียวนะครับจะสามารถ
  5830. 5:04:52ทำงานได้อ่าอย่างเช่นที่อยู่ 1 2 3
  5831. 5:04:55เนาะอ่ะผมจะตัดพวกนี้ออกไปนะอ่าที่อยู่ 1
  5832. 5:04:592 3 ทำงานได้นะแต่ถ้าแบบมีหลายบรรทัดนะ
  5833. 5:05:02ครับอ่าไม่สามารถทำงานได้ถ้าเราใช้เื่ไม
  5834. 5:05:05Double cde นะครับแค่พื้นที่เปิดปิดนะ
  5835. 5:05:09ครับแล้วก็จะระบุเครื่องหมายบโด 3 ครั้ง
  5836. 5:05:11ครับอ่า 3 ครั้งแบบนี้เป็นพื้นที่เปิดปิด
  5837. 5:05:15นะฮะเี่ฮะจากนั้นผมก็จะลองปริ้นข้อมูลใน
  5838. 5:05:21ตัวแปร address ออกมานะครับที่อยู่
  5839. 5:05:23เนาะ
  5840. 5:05:25ZD นะครับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  5841. 5:05:30ครับอ่าก็จะมีข้อมูลเป็นกล้องรัฐสยาม
  5842. 5:05:34Studio นะครับที่อยู่ 123 123 หมู่ 4
  5843. 5:05:37ซอย 5/6 นะครับจังหวัดอุดรธานีอ่ารหัส
  5844. 5:05:40ไปรษณี 1 2 3 4 5 นะฮะอ่าประมาณนี้นะ
  5845. 5:05:45ครับประมาณนี้อนี้เป็นเรื่องของอ่าการ
  5846. 5:05:48สร้าง String แบบหลายบรรทัดนะครับซึ่งนอก
  5847. 5:05:52เหนือจากการระบุเครื่องหมาย Double cde
  5848. 5:05:553 ตัวแบบนี้นะครับเราสามารถเปลี่ยนเป็น
  5849. 5:05:57เครื่องหมาย Single coe ได้นะครับก็คือ
  5850. 5:05:59ฟันหนู 3 อันนะครับก็สามารถทำงานได้
  5851. 5:06:02เหมือนกันนะฮะ
  5852. 5:06:04อ่านะอ่ะลองกดเซฟดูนะครับรองรับทั้ง
  5853. 5:06:09Single Code แล้วก็ Double cde นะครับ
  5854. 5:06:15โอเคต่อมาครับก็จะเป็นเรื่องของ f String
  5855. 5:06:18ครับหรือว่า Format String ตัวในส่วนของ
  5856. 5:06:21ตัว Format String จะเป็นเรื่องของการ
  5857. 5:06:23จัดรูปแบบข้อความครับให้สามารถแทรกอ่าข้อ
  5858. 5:06:27มูลนะครับเข้าไปในข้อความของเราได้อผมจะ
  5859. 5:06:31ยกตัวอย่างอันนี้ผมจะลบบอกนะผมจะยกตัว
  5860. 5:06:35อย่างออย่างเช่นผมสร้างตัวแปรนะครับที่
  5861. 5:06:37ไม่ใช่ String ขึ้นมาครับเป็นตัวแปร Year
  5862. 5:06:39แล้วะกันอเป็นปีเกิดนะครับอย่างเช่นเป็น
  5863. 5:06:432540 นะครับอ่ะเกิดเมื่อปี 2540 เนาะที
  5864. 5:06:47นี้นะครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะนำ
  5865. 5:06:49เอาอ่าข้อมูล 2540 ตัวนี้นะครับมาแสดงผล
  5866. 5:06:55อย่างเช่นให้บอกว่าอ่าคุณเกิดเมื่อปีพ.ศ
  5867. 5:06:59อะไรนะครับอ่าผมก็จะระบุเป็น
  5868. 5:07:03ปริ้นเกิดเมื่อปีอ่านี้ผมจะแต่งเป็น
  5869. 5:07:07ประโยคแล้วกันนะครับอ่าสร้างตัวแปรสิขึ้น
  5870. 5:07:09มานะครับอ
  5871. 5:07:10Message นะครับมีค่าเท่ากับอันนี้ก็จะ
  5872. 5:07:14บอกว่าเกิดเมื่อปีเนาะเกิดเมื่อ
  5873. 5:07:18ปีพ.ศนะครับอพจุดสจุดนะครับตามด้วยปีเกิด
  5874. 5:07:24ครับปีเกิดของเราเนี่ยอยู่ที่ตัวแปร Year
  5875. 5:07:28นะครับตัวแปร Year เนี่ยมันเป็น in หรือ
  5876. 5:07:31ว่าเป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะครับผมต้องการเก
  5877. 5:07:35จะนำเอาตัวแปรเยียตัวนี้นะครับมามาต่อ
  5878. 5:07:37ท้ายคำว่าพ.ศเนาะอ่ะจะต่อยังไงล่ะเราก็นำ
  5879. 5:07:43เอาความรู้ในเรื่องของการเชื่อมต่อ String
  5880. 5:07:46นะครับมาใช้งานก็จะใช้เครื่องไม้บวกใช่
  5881. 5:07:47มั้ยก็จะเป็นบวก Year แบบนี้จากนั้นผมก็
  5882. 5:07:51จะลองปริ้นออกมานะครับ
  5883. 5:07:55Message มาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  5884. 5:07:59ครับอ่าระบบก็จะแจ้งว่าไม่สามารถนำเอาตัว
  5885. 5:08:04แปร Year เนี่ยมาต่อกับ String เกิดเมื่อ
  5886. 5:08:07ปีพ.ศได้เพราะว่าจะนี้ข้อมูลมันต่ากันนะ
  5887. 5:08:10ครับตัว Year เนี่ยมันเป็น in นะครับส่วน
  5888. 5:08:13Message เนี่ยมันเป็น String อ้าแล้วจะ
  5889. 5:08:15ทำยังไงล่ะเราก็ต้องแปลง in นะครับหรือ
  5890. 5:08:18ว่าแปลงตัวเลขจำนวนเต็มให้เป็น String
  5891. 5:08:20ก่อนนะครับโดยใช้ฟังก์ชัน str เนาะอ่าก็
  5892. 5:08:23คือคำสั่ง str นะครับในหัวข้อของการอ่า
  5893. 5:08:27เปลี่ยนแปลงชนิดข้อมูลนะครับก็คือเปลี่ยน
  5894. 5:08:29ชนิดข้อมูลจาก in ไปเป็น String ก่อนนะ
  5895. 5:08:32ครับแล้วก็เอาสิงมาต่อกันโดยใช้เครื่อง
  5896. 5:08:34หมายบวกนะ
  5897. 5:08:36ครับอ่าก็จะได้ผลรับเป็นเกิดเมื่อปีพ.ศ
  5898. 5:08:412540 ทีนี้บางคนครับไม่ต้องการอยากจะ
  5899. 5:08:44เปลี่ยนชนิดข้อมูลครับอาจจะแก้ปัญหายังไง
  5900. 5:08:48ล่ะก็คือไม่อยากเปลี่ยนชนิดข้อมูลในตัว
  5901. 5:08:50แปร Year นะครับเราก็จะใช้ส่วนที่เรียก
  5902. 5:08:53ว่า F String ครับหรือว่าการจัด Format
  5903. 5:08:55String นั่นเองโดยเอาตัวอักษรตัว f นะ
  5904. 5:08:58ครับมาระบุอยู่ด้านหน้า String ของเรานะ
  5905. 5:09:03ครับจากนั้นเราก็สามารถแทรกตัวแปรนะครับ
  5906. 5:09:05เข้าไปในพื้นที่ String ได้นะครับโดยระบุ
  5907. 5:09:08ในพื้นที่ปปกาเปิดผิดครับอ่าตามด้วยตัว
  5908. 5:09:11แปรก็คือตัวแปรเหยื่อแบบนี้ผลลัพธ์ที่
  5909. 5:09:15เกิดขึ้นนะครับก็สามารถทำงานได้เหมือน
  5910. 5:09:17เดิมเกิดเมื่อปีพ.ศ 2540 เห็นมั้ยฮะอ่าที
  5911. 5:09:23นี้นะครับสิ่งที่ผมต้องการเนี่ยไม่ได้
  5912. 5:09:26ต้องการแค่ให้บอกปีพ.ศครับให้บอกอายุด้วย
  5913. 5:09:30นะครับว่าคนเกิดเมื่อปี 40 เนี่ยปัจจุบัน
  5914. 5:09:33เมีอายุเท่าไหร่อ่าผมก็จะสร้างตัวแปร Age
  5915. 5:09:35ขึ้นมาครับอ่าเป็นตัวแปสติงนะครับปีนี้
  5916. 5:09:41คุณมีอายุนะครับอายุเท่าไหร่ล่ะอายุก็เอา
  5917. 5:09:46มาจากอ่าปีปัจจุบันครับก็คือ 2567 ไปลบ
  5918. 5:09:50กับปีเกิดก็คือ 2540 นะฮะโดยวิธีการเนี่ย
  5919. 5:09:54เราก็ใช้ f String ครับมาจัดการก็จะเติม
  5920. 5:09:57ตัว f อยู่ด้านหน้าแล้วก็ระบุปิดการปผิด
  5921. 5:10:00ครับเพื่อแทรกตัวแปรเข้าไปก็คือตัวแปร
  5922. 5:10:02Year
  5923. 5:10:03เนาะแต่ว่าปีเกิดเนี่ยนะครับอ่าก็คือนำ
  5924. 5:10:08เบาปีปัจจุบันก็คือ 2567 ครับไปลบกับปี
  5925. 5:10:11เกิดก็จะได้อายุมานะครับแล้วก็จะบอกว่าปี
  5926. 5:10:15นี้คุณมีอายุ 2567 ลบปีเกิดนะครับนะกี่ปี
  5927. 5:10:19นั่นเองก็เติมหน่วยปีเข้าไปด้วยเพราะ
  5928. 5:10:23ฉะนั้นตัวแปรเอดส์ก็จะเก็บประโยคนะครับ
  5929. 5:10:25ว่าปีนี้คุณมีอายุกี่ปีนะฮะโดยทำการแทรก
  5930. 5:10:31การคำนวณทางคณิตศาสตร์เข้าไปนะครับเพราะ
  5931. 5:10:34ว่าตัวแปร Year ของเรามันเป็น in หรือว่า
  5932. 5:10:36มันเป็นตัวเลขจำนวนเต็มนะครับสามารถนำมา
  5933. 5:10:38คำนวณทางคณิตศาสตได้นะฮะเพราะถ้าเราไป
  5934. 5:10:41แปลงชนิข้อมูลเนี่ยนะก็ต้องมีการแปลงเป็น
  5935. 5:10:43String เป็น int in เป็น String นะครับ
  5936. 5:10:45ผมยุ่งยากใช้ในส่วนของ f String มาจัด
  5937. 5:10:48การเลยก็คือเราสามารถแทรกในส่วนของการ
  5938. 5:10:52คำนวณทางคนิตศาสตร์นะครับในขอบเขตหรือว่า
  5939. 5:10:55ในพื้นที่ของ String ได้นะครับเมื่อทำการ
  5940. 5:10:58คำนวณเสร็จสัเรียบร้อยนะครับผมก็จะลอง
  5941. 5:11:00ปริ้นออกมาดูเนาะก็คือปริ้นตัวแปร S นะฮะ
  5942. 5:11:03อตอนนี้คุณมีอายุกี่ปีนะครับ
  5943. 5:11:09โอเคปีนี้คุณมีอายุ 27 ปีนะฮะประมาณนี้นะ
  5944. 5:11:14ครับประมาณนี้หรือถ้าผมทำงานครับต้องการ
  5945. 5:11:18อยากจะบอกเงินเดือนเนาะอ่าผมจะทำการสร้าง
  5946. 5:11:21ตัวแปรลารี่ขึ้นมานะครับเงินเดือนอ่า
  5947. 5:11:2525,000 นะครับเงินเดือน 25,000 นะผม
  5948. 5:11:28ต้องการอยากจะบอกรายละเอียดเงินเดือนนะ
  5949. 5:11:30ครับมา Data แล้วกันมีค่าเท่ากับเงิน
  5950. 5:11:33เดือนของผมนะ
  5951. 5:11:37ครับมีค่าเท่าเท่ากับเท่าไหร่อ่ามีค่า
  5952. 5:11:41เท่ากับเท่าไหร่ก็คือข้อมูลที่อยู่ในตัว
  5953. 5:11:44แปรลารี่ใช่ไหมมครับอ่าตนี้ก็ต้องเติมตัว
  5954. 5:11:48f ด้านหน้าด้วยนะจนั้นผมก็จะลองปริ้น
  5955. 5:11:51Data ออกมานะครับเงินเดือนของผมเท่า
  5956. 5:11:56กับ 25,000 นะครับทีนี้ผมต้องการอยากจะ
  5957. 5:12:00เปลี่ยนตัวเลข 25,000 ตัวนี้นะครับให้มี
  5958. 5:12:02จุดทศนิยมต่อท้ายด้วย 2 ตำแหน่งนะครับโดย
  5959. 5:12:05วิธีการครับเราก็จะระบุเครื่องหมายโคลอน
  5960. 5:12:09ตามด้วยจำนวนทศนิยมครับก็
  5961. 5:12:12คือ 2 ตำแหน่งก็จะเป็นจุด 2f นะครับ f ก็
  5962. 5:12:16คือ Force หรือว่าจุดทศนิยมนะครับจุด 2f
  5963. 5:12:20ก็คือมีจุดทศนิยม 2 ตำแหน่งอ่าผลลัพธ์ที่
  5964. 5:12:24เกิดขึ้นนะ
  5965. 5:12:25ครับอ่าก็จะบอกว่าเงินเดือนของผมเท่ากับ
  5966. 5:12:302000.00 ทีนี้นะครับถ้าหากว่าผมไม่เติม
  5967. 5:12:32ตัว f ด้านหน้าล่ะมันจะทำงานได้หรือเปล่า
  5968. 5:12:35อ่าผมจะยกตัวอย่างเป็นตัวแปร Data เนาะ
  5969. 5:12:38เพราะว่าตไป Data เรานำเอามาแสดงผลแล้วนะ
  5970. 5:12:41ฮะอ่าลองกดรัน
  5971. 5:12:44ดูนะครับอ่าเห็นมยฮะผลรับที่เกิดขึ้นครับ
  5972. 5:12:49เราไม่ได้ทำการจัด Format String มันก็
  5973. 5:12:52จะทำการแปลงไอ้ตัวนี้ครับ salary จุด 2f
  5974. 5:12:56เนี่ยเป็นข้อความธรรมดาก็คือไม่ได้ดึงมา
  5975. 5:12:59จากตัวแปรแล้วก็ไม่ได้มีการเติมจุดทศนิยม
  5976. 5:13:02เข้าไปนะครับแต่ถ้าเราต้องการอยากจะจัด
  5977. 5:13:04Format String ครับหรือว่ากำหนด f
  5978. 5:13:07String ให้กับตัวแ Data เพื่อที่จะดึง
  5979. 5:13:10เอาข้อมูลจากตัวแปร sary มาใช้ในการจัด
  5980. 5:13:13ให้อยู่ในรูปแบบของตัวเลขที่มีจุดทศนิยม 2
  5981. 5:13:15ตำแหน่งนะครับอ่าเมื่อทำการระบุเรียบร้อย
  5982. 5:13:18นะครับมาลองกดรันดูเนาะมาดูความต่างนะ
  5983. 5:13:21ฮะก็จะเป็น
  5984. 5:13:2625.00 โอเคนะครับนี่ก็จะเป็นเรื่องของ
  5985. 5:13:29การจัดรูปแบบ String นะครับโดยใช้คำสั่ง f
  5986. 5:13:32String นั่นเองก็คือตัวอักษรตัว f ตัว
  5987. 5:13:35พิมพ์เล็กแล้วก็สิงที่เราต้องการนะครับ
  5988. 5:13:36อยากให้มีการแทรกตัวแปรเข้าไปมีการแทรก
  5989. 5:13:39การคำนวณทางคณิตศาสตร์เข้าไปมีการกำหนด
  5990. 5:13:42รูปแบบการแสดงผลตัวเลขให้มีจุดทศนิยมนะ
  5991. 5:13:45ครับก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  5992. 5:13:48ต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงตัวอักษรใน String
  5993. 5:13:51ครับอ่าเดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างโดยทำการ
  5994. 5:13:53สร้างเป็นตัวแปร text ขึ้นมาแล้วกันนะ
  5995. 5:13:56ครับตัวแปร text ตัวนี้จะเป็นตัวแปรที่
  5996. 5:13:59เก็บข้อความอ่าคำว่า Hello python แล้ว
  5997. 5:14:02กัน Hell
  5998. 5:14:04python นะครับ
  5999. 5:14:07โอเคโดยตัวแปรตัวนี้นะครับจะเก็บกลุ่มตัว
  6000. 5:14:11อักษรนะครับคำว่า Hello python เอาไว้นะ
  6001. 5:14:14ครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะไปหยิบ
  6002. 5:14:16ตัวอักษรที่ผมต้องการนะครับออกมาจากตัว
  6003. 5:14:19แปร text ตัวนี้อย่างเช่นอยากจะหยิบคำว่า
  6004. 5:14:21Hello มาใช้อยากจะหยิบคำว่า python มา
  6005. 5:14:24ใช้เนี่ยจะหยิบยังไงนะครับวิธีการนะครับ
  6006. 5:14:27อันดับแรกเลยเราต้องทำการตรวจสอบก่อนว่า
  6007. 5:14:29ตัวแปรเทกของเรามีจำนวนตัวอักษรทั้งหมด
  6008. 5:14:32กี่ตัวนะครับโดยวิธีการตรวจสอบครับเราจะ
  6009. 5:14:37ใช้คำสั่งก็คือเลนครับก็คือปริ้นออกมาดู
  6010. 5:14:40นะฮะเลนวงเล็บเปิดเปลี่นแล้วก็ตัวแปร
  6011. 5:14:44String ของเราก็คือตัวแปร text นะครับ
  6012. 5:14:46เพื่อที่จะดูว่าตอนนี้ตัวอักษรที่อยู่ใน
  6013. 5:14:48ตัวแปร text มีกี่ตัวนะครับผลลัพธ์ที่
  6014. 5:14:51เกิดขึ้นก็คือมี 11 ตัวใช่มั้ยครับอ่า
  6015. 5:14:54สิ่งที่ผมต้องการก็คือถ้าอยากจะหยิบตัว
  6016. 5:14:57อักษรนะครับตัวแรกมาใช้งานจะหยิบยังไง
  6017. 5:15:02วิธีการนะครับเราก็จะอาศัยส่วนที่เรียก
  6018. 5:15:05ว่าเลข index ครับหรือว่าลำดับของตัว
  6019. 5:15:07อักษรเนาะซึ่งเลข index เนี่ยสามารถมอง
  6020. 5:15:10ได้หลายมุมนะครับก็คือมุมอ่าจากซ้ายมือไป
  6021. 5:15:14ขวามือนะครับหรือว่าจากหน้าไปหลังเลขอิก
  6022. 5:15:17เนี่ยจะมีค่าเป็น 0 แล้วก็เป็นค่าบวกแต่
  6023. 5:15:19ถ้ามองจากขวาไปซ้ายหรือว่าหลังมาหน้า
  6024. 5:15:23เนี่ยจะมีค่าติดลบนะครับอผมยกตัวอย่าง
  6025. 5:15:26เป็นการมองจากหน้าไปหลังก่อนนะครับอย่าง
  6026. 5:15:29เช่นผมต้องการอยากจะเอาตัวอักษรตัว S ตัว
  6027. 5:15:32พิมพ์ใหญ่ตัวนี้นะครับมาใช้งานอ่าวิธีการ
  6028. 5:15:36ครับผมก็จะเข้าไปที่ตัวแปร String text
  6029. 5:15:38เนาะแล้วก็ระบุสัญลักษณ์บักเก็ตก้ามปูนะ
  6030. 5:15:42ครับด้านในก็จะระบุเลข index ครับหรือว่า
  6031. 5:15:44ลำดับตัวอักษรเข้าไปอย่างเช่นลำดับที่ 0
  6032. 5:15:47นะฮะเมื่อทำการระบุลำดับนะครับเป็นเลข 0
  6033. 5:15:52แสดงว่าต้องการอยากจะหยิบเอาตัวอักษรตัว
  6034. 5:15:55แรกนะครับก็คือจากด้านหน้าไปด้านหลังนะ
  6035. 5:15:58ครับมาใช้งานเราก็จะได้ตัวอักษรตัว S ตัว
  6036. 5:16:02พิมพ์ใหญ่นะครับมาใช้อันนี้มองจากหน้าไป
  6037. 5:16:06หลังนะครับแล้วถ้ามองจากหลังมาหน้าล่ะจาก
  6038. 5:16:08หลังหลังมาหน้าแล้วก็มาไล่นะครับดตัว N
  6039. 5:16:10เนี่ยจะเป็นอ่าค่า -1 นะครับ -1 -2 -3
  6040. 5:16:14-4 -5 -6 -7 -8 - 9 -10 -11 ถ้า
  6041. 5:16:18ต้องการอยากจะอ่านำเอาตัวอักษรตัว S ตัว
  6042. 5:16:22พิมพ์ใหญ่นะครับมาใช้งานโดยมองตัวอักษรนะ
  6043. 5:16:25ครับจากด้านหลังมาด้านหน้าเนี่ยเราก็จะ
  6044. 5:16:28ระบุเลขอิเด็กเป็น -11 ครับอ่า -11 ก็จะ
  6045. 5:16:32ได้ตัวอักษร S ตัวใหญ่มาใช้
  6046. 5:16:35งานนะครับเห็นมั้ยฮะถ้ามองจากหน้าไปหลัง
  6047. 5:16:39นะครับก็เป็นเลข 0 มองจากหลังมาหน้าก็
  6048. 5:16:42เป็นลำดับที่
  6049. 5:16:43-11 โอเคนะครับอ่าแล้วต้องการอยากจะดึง
  6050. 5:16:47ตัว N ล่ะอ่ะตัว N เนี่ยจะดึงยังไงนะครับ
  6051. 5:16:50ตัว N อยู่ที่ลำดับที่เท่าไหร่ครับแล้วก็
  6052. 5:16:53มาไล่จากหน้ามาหลังนะครับว่าเป็นลำดับที่
  6053. 5:16:550 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 อ่ะ
  6054. 5:16:59ลำดับที่ 10 ใช่ไหมมครับก็จะระบุเป็นเลข
  6055. 5:17:0110 ไปเราก็จะได้ตัว N ตัวพิมพเล็กนะครับ
  6056. 5:17:04มาใช้งานอันนี้ถ้าไล่ลำดับนะครับจากหน้า
  6057. 5:17:08เนี่ยไปหลังและถ้าหลังมาหน้าล่ะหลังมา
  6058. 5:17:12หน้าก็จะเป็นค่าติดลบนะครับก็คือ -1 ก็จะ
  6059. 5:17:15ได้ตัว N ตัวพิมเลขมา
  6060. 5:17:17ใช้นะครับอันนี้ก็คือเราทำการระบุ
  6061. 5:17:21อ่าลำดับตัวอักษรที่เรามีการกำหนดเฉพาะ
  6062. 5:17:25ต่อจงนะครับว่าอยากจะได้ตัวอักษรอะไรมา
  6063. 5:17:27ใช้ก็ระบุตำแหน่งที่มีการจัดเก็บตัวอักษร
  6064. 5:17:32นั้นนะครับโดยระบุผ่านเลขอกซเนาะเลขอิกก็
  6065. 5:17:35จะมีทั้งค่าบวกและก็ค่าลบค่าบวกบวกก็คือ
  6066. 5:17:39อ่าจากหน้าไปหลังถ้าลบก็คือจากหลังไปหน้า
  6067. 5:17:43นะ
  6068. 5:17:44ฮะทีนี้นะครับถ้าผมต้องการอยากจะหยิบทุก
  6069. 5:17:47ตัวล่ะหยิบทุกตัวเลยนะครับมาใช้งานโดยที่
  6070. 5:17:52ไม่ต้องการอยากจะรู้ลำดับของมันนะครับ
  6071. 5:17:55อยากจะหยิบมาใช้ทีละตัวอักษรนะครับเราก็
  6072. 5:17:57สามารถใช้ for Loop นะครับมาจัดการได้ก็
  6073. 5:18:00คือ for นะครับตามด้วยลำดับครับอ่าผม
  6074. 5:18:03สร้างตัวแ I ขึ้นมาแล้วกันเพื่อเก็บลำดับ
  6075. 5:18:05ของตัวอักษรเนาะก็คือดึงมาทีละตัวอักษรนะ
  6076. 5:18:08ครับก็จะเป็น for I in text มานี้นะฮะ
  6077. 5:18:11ไม่ใช่ in Lens นะครับ in Lens จะเป็น
  6078. 5:18:13การกำหนด
  6079. 5:18:14ช่วงแต่ถ้าเป็น inex ก็คือดึงเอาตัวอักษร
  6080. 5:18:20จาก String ที่เราสนใจมาใช้งานนะครับแล้ว
  6081. 5:18:22ก็ให้เก็บตัวอักษรแต่ละตัวที่ไปดึงมา
  6082. 5:18:25เนี่ยลงไปที่ตัวแป I แล้วผมก็จะปริ้นตัว
  6083. 5:18:28แป I ออกมานะฮะปริน
  6084. 5:18:32I นะครับอ่ะผมเปลี่ยนเป็นตัว C แล้วกัน
  6085. 5:18:35เนาะ chor นะครับหรือว่าตัวอักษรจะได้
  6086. 5:18:37สื่อความหมาย
  6087. 5:18:39อ่ะกดรันดู
  6088. 5:18:42ซิอ่าก็จะเป็นเี่ฮะหยิบมาทีละตัวอสตัว
  6089. 5:18:47อักษรเลยนะครับเป็น s e l l o p y
  6090. 5:18:50t s o n นะอันนี้ก็คือการเข้าถึงตัว
  6091. 5:18:55อักษรทุกตัวใน String นะครับโดยใช้ for
  6092. 5:18:57Loop นะฮะต่อมาครับก็จะเป็นการเข้าถึง
  6093. 5:19:00แบบกำหนดช่วงกันบ้างนะครับอันนี้บางคนอาจ
  6094. 5:19:03จะงงนะการกำหนดช่วงโอเคเข้าใจการเข้าถึง
  6095. 5:19:07ตัวอักษรแต่ละตัวตัวที่อยู่ใน String
  6096. 5:19:09เนี่ยถ้าเราทราบตำแหน่งที่จัดเก็บตัว
  6097. 5:19:13อักษรนะครับแล้วก็สามารถดึงมาใช้งานได้
  6098. 5:19:15เลยอย่างเช่นตำดับที่ 0 ลำดับที่ -1 อะไร
  6099. 5:19:18พวกนี้แต่ถ้าเป็นการกำหนดช่วงเนี่ยนะครับ
  6100. 5:19:22เราก็จะต้องมองต่างไปจากความเป็นจริงนิด
  6101. 5:19:25นึงออย่างเช่นตอนนี้ผมมี 11 ตัวอักษรใช่
  6102. 5:19:29มั้ยครับอ่าก็คือข้อความ Hell python
  6103. 5:19:32เนี่ยมี 11 ตัวอักษรอ่าทราบได้อย่างไรบาง
  6104. 5:19:35คนอาจจะลืมไปแล้วก็คือในส่วนของตัวเลน
  6105. 5:19:37เนาะ
  6106. 5:19:39นะ
  6107. 5:19:40ครับจำนวนตัวอักษรที่อยู่ในตัวแปร text
  6108. 5:19:43เนี่ยนะฮะมีทั้งหมด 11 ตัวอักษรเใชมั้ย
  6109. 5:19:47ครับถ้าผมต้องการอยากจะอ่าหยิบตัวอักษร
  6110. 5:19:52ที่ผมต้องการนะครับมาใช้งานจะหยิบยังไง
  6111. 5:19:56ถ้าหยิบจากหน้านะครับจากด้าน
  6112. 5:20:00หน้าไปด้านหลังนะครับก็จะเริ่มต้นที่
  6113. 5:20:03Index ที่ 0 ไปจนถึง index ที่ 10 ใช่
  6114. 5:20:08มั้ยครับมี 11 ตัวอักษรนะแต่ว่าจะเริ่ม
  6115. 5:20:10ต้นนับที่อกที่ 0 นะครับจนถึง 10 ก็มี 11
  6116. 5:20:12ตัวอักษรนเองแต่ถ้าไล่จากอ่าด้านหลังมา
  6117. 5:20:17ด้านหน้านะครับก็จะเริ่มต้นตั้งแต่ -1 ไป
  6118. 5:20:20จนถึง -11 นะฮะอ่ะผมเขียนเป็นถึงแล้วกัน
  6119. 5:20:26เนาะอ่า -1 ถึง -11 อันนี้ไล่จากหลังไป
  6120. 5:20:31หน้าหน้าไปหลังจะเป็นค่าบวกนะครับหลังไป
  6121. 5:20:35หน้าจะเป็นค่าลบนะฮะทีนี้การกำหนดช่วง
  6122. 5:20:39ครับการเข้าถึงตัวอักษรในสิโดยการกำหนด
  6123. 5:20:43ช่วงเนี่ยก็จะมีอยู่ 3 แบบนะฮะแบบแรกก็
  6124. 5:20:48คือหยิบตัวอักษรนะครับจากตำแหน่งที่เราสน
  6125. 5:20:53ใจนะครับไปจนถึงตำแหน่งสุดท้ายยกตัวอย่าง
  6126. 5:20:58อย่างเช่นผมต้องการอยากจะหยิบเอาคำว่า
  6127. 5:21:00python ครับมาใช้งานเราก็ต้องมาดูว่า
  6128. 5:21:03python เนี่ยมันเริ่มต้นที่ลำดับที่เท่า
  6129. 5:21:06ไหร่นะครับก็จะเริ่มต้นอ่ะผมจะไล่ในส่วน
  6130. 5:21:10ของค่าบวกแล้วกันเนาะค่าบวกก็คือ index
  6131. 5:21:15เป็นค่าบวกนะครับก็จะเป็น 0 1 2 3 4
  6132. 5:21:185 แสดงว่าเริ่มต้นที่ Index ที่ 5 นะ
  6133. 5:21:21ครับไปจนถึงสิ้นสุดข้อความนะครับก็จะได้
  6134. 5:21:24คำว่า python มาใช้อ่าผมก็จะลองหยิบดูนะ
  6135. 5:21:26ครับก็จะเป็น print text สัญลักษณ์ buet
  6136. 5:21:29นะครับแล้วก็ index ที่ 5 ไปจนถึง index
  6137. 5:21:32สุดท้ายเลยนะครับก็จะเป็น 5 โคลอนอ่ามาดู
  6138. 5:21:35ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับลองกดรันดูเนาะ
  6139. 5:21:41ก็จะได้ข้อความ python นะครับมาใช้งาน
  6140. 5:21:43ความหมายก็คือทำการหยิบเอาตัวอักษรนะครับ
  6141. 5:21:46ที่อยู่ใน String text เนี่ยเริ่มต้นที่
  6142. 5:21:49Index ที่ 5 ไปจนถึง index สุดท้ายนะ
  6143. 5:21:52ครับหรือว่าไปจนถึงสิ้นสุดข้อความนะครับ
  6144. 5:21:55เขจะได้คำว่า python นะครับมาแสดงผลอัน
  6145. 5:22:00นี้เป็นการดึงเอาตัวอักษรนะครับจากด้าน
  6146. 5:22:05หน้าไปด้านหลังหรือว่าจากซ้ายไปขวาเรา
  6147. 5:22:08สามารถที่จะกำหนดอ่าตัวอักษรนะครับให้มี
  6148. 5:22:13เลข index เป็นค่าติดลบได้ยกตัวอย่าง
  6149. 5:22:16อย่างเช่นอ่ะถ้าไล่จากหลังมาหน้านะครับ
  6150. 5:22:21ตัว N ก็คือเป็น -1 ใช่ไมั้ยครับก็จะเป็น
  6151. 5:22:23-1 -2 -3 -4 -5 -6 นะครับถ้าผม
  6152. 5:22:28ต้องการอยากจะได้คำว่า python นะครับมา
  6153. 5:22:30ใช้งานก็จะต้องประกาศ index เริ่มต้นนะ
  6154. 5:22:34ครับก็คือตั้งแต่ index -6 นะครับไปจน
  6155. 5:22:38ถึง index สุดท้ายก็คือเป็น -1 ใช่่ไหมม
  6156. 5:22:41ครับจึงจะได้ข้อความ python มา
  6157. 5:22:45ใช้อันนี้ถ้ามองในมุมของ index ที่เป็น
  6158. 5:22:50ค่าติดลบนะครับหรือว่ามองจากหลังไปหน้า
  6159. 5:22:55หรือมองจากขวาไปซ้ายนะครับอ่ะลองกดรันดู
  6160. 5:22:58ซิได้คำว่า python หรือเปล่านะก็ได้
  6161. 5:23:02python เหมือนเดิมเห็นมั้ยครับอันนี้ก็
  6162. 5:23:06จะเป็นการกำหนดช่วงนะครับแบบแรกก็คือเรา
  6163. 5:23:09ทำการกำหนดจุดสตาร์หรือว่าจุดเริ่มต้นเน
  6164. 5:23:13ว่าอยากจะหยิบตัวอักษรนะครับตั้งแต่
  6165. 5:23:16ตำแหน่งใดนะครับไปจนถึงตำแหน่งสุดท้ายที
  6166. 5:23:19นี้นะครับถ้าเราต้องการอยากจะหยิบเอาข้อ
  6167. 5:23:22ความที่ไม่ได้มีการระบุตำแหน่งสุดท้าย
  6168. 5:23:25ครับหมายความว่าไงครับหมายความว่าเราจะ
  6169. 5:23:27เอาตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยไปจนถึงจุดที่
  6170. 5:23:30เราต้องการอย่างเช่นผมอยากจะได้คำว่า Hell
  6171. 5:23:34ครับนะครับคำว่า Hell ทีนี้อยอยากจะหยิบ
  6172. 5:23:38อ่า Hell นะครับมาใช้งานจะหยิบยังไงนะ
  6173. 5:23:45ครับเราก็ต้องมาดูว่า Hell เนี่ยนะครับ
  6174. 5:23:47มันมีจุดเริ่มต้นจุดสิ้นสุดยังไงนะครับ
  6175. 5:23:50Hell เนี่ยมันเป็นคำขึ้นต้นของข้อความนะ
  6176. 5:23:55ครับในตัวแปร text เลยนะครับก็คือจุด
  6177. 5:23:58เริ่มต้นเริ่มต้นที่ 0 นะครับไปจนถึงตัว O
  6178. 5:24:01เราก็ต้องมาดูว่าตัว O นี่มันคือ index
  6179. 5:24:03ที่เท่าไหร่เราก็มาไล่ index นะครับผมจะ
  6180. 5:24:05ไล่จากอ่าด้านหน้าไปด้านหลังหรือว่าจาก
  6181. 5:24:08ซ้ายไปขวานะครับก็จะเป็นเด็กที่ 0 1 2
  6182. 5:24:113
  6183. 5:24:124 นะครับเพราะฉะนั้นถ้าต้องการเด็กจะได้
  6184. 5:24:15Hell เนี่ยนะครับก็จะประกาศจุดเริ่มต้น
  6185. 5:24:18ก็คือเอาตั้งแต่ตำแหน่งแรกเลยนะครับเขใส่
  6186. 5:24:21เป็นเครื่องหมายโคลอนไปสิ้นสุดที่อกที่เท
  6187. 5:24:24ไหรครับ index ที่ 4 แต่ว่าการประกาศจุด
  6188. 5:24:28สุดท้ายเนี่ยนะครับเราต้องระบุเป็น 4 +
  6189. 5:24:311 นะครับก็คือ index ที่
  6190. 5:24:345 จึงจะได้ข้อความ Hello นะครับมาใชชงาน
  6191. 5:24:39ความหมายอีกในนึงก็คือเป็นการหยิบเอาตัว
  6192. 5:24:42อักษร 5 ตัวแรกนะครับมาใช้นั่นเองนะครับ
  6193. 5:24:46ก็คือตั้งแต่ 0 จนถึง 4 นะครับแต่ว่าจาก
  6194. 5:24:52การกำหนดช่วงเนี่ยนะครับจะต้องนำเอา 4 ไป
  6195. 5:24:55บวกกับ 1 เนาะก็คือจะเป็น index ที่ 5 นะ
  6196. 5:24:59ครับความหมายก็คือเป็นการนำเอาตัวอักษร
  6197. 5:25:01ตั้งแต่อกที่ 0 ไปจนถึงก่อน index ที่ 5
  6198. 5:25:05นะครับมาใช้งานนั่นเองอ่ามาดูผลลัพธ์ที่
  6199. 5:25:08ที่เกิดขึ้นนะครับจะได้ Hello หรือ
  6200. 5:25:12เปล่าโอเคก็ได้คำว่า Hello มาใช้งานแล้ว
  6201. 5:25:15อันนี้เป็นการระบุเครื่องหมายโคลอนอยู่
  6202. 5:25:18ด้านหน้าตัวเลขนะครับก่อนหน้านี้เราระบุ
  6203. 5:25:20เครื่องหมายโคลอนอยู่ด้านหลังตัวเลข
  6204. 5:25:24เนาะสุดท้ายครับก็จะเป็นวิธีที่ 3 ครับมี
  6205. 5:25:27การกำหนดช่วงเริ่มต้นกับสิ้นสุดครับอ่ามี
  6206. 5:25:31การประกาศบล็อกขอบเขตของตัวอักษรที่เรา
  6207. 5:25:34ต้องการเกจะไปดึงมาใช้งานนะครับว่าอยาก
  6208. 5:25:36ให้มี Index เริ่มต้นที่เท่าไหร่แล้วก็
  6209. 5:25:39สิ้นสุดที่ Index ที่เท่าไหร่นะครับอย่าง
  6210. 5:25:41เช่นผมต้องการอยากจะได้ข้อความที่อยู่ตรง
  6211. 5:25:44กลางครับก็คือ lopy เอามาอยู่ตรงกลางพอดี
  6212. 5:25:47เนาะอยากจะไปหยิบตัวอักษร 4 ตัวนี้นะครับ
  6213. 5:25:50มาใช้งานจะหยิบยังไงวิธีการนะครับเราก็
  6214. 5:25:55ต้องมาดูว่า
  6215. 5:25:57อ่าตัวอักษร 4 ตัวนี้นะครับมันอยู่ในช่วง
  6216. 5:26:01index ที่เท่าไหร่อ่าก็จะไล่ผมจะไล่จาก
  6217. 5:26:04ซ้ายไปขวานะครับหรือว่าจากหน้าไปหลังนะ
  6218. 5:26:06ครับก็จะเป็นที่ 0 1 2
  6219. 5:26:08นะครับเริ่มต้นที่ 3 นก็จะเป็น 3 4 5 6
  6220. 5:26:12นะครับเพราะฉะนั้น index เริ่มต้นก็จะ
  6221. 5:26:13เป็น index ที่ 4 ใช่ไหมมครับนะก็จะได้
  6222. 5:26:17ตัว L ตัวที่ 2 มาใช้นะ
  6223. 5:26:21ฮะอ่าเดี๋ยวนะ 0 1 2 อ่ะต้องเป็น 3 นะ
  6224. 5:26:26ครับเริ่มไล่ผิดแล้วเนี่ย 0 1 2 นะครับ
  6225. 5:26:30อกที่ 3 นะครับเริ่มต้นที่เดกที่ 3 เนาะ
  6226. 5:26:33ก็คือ ly ตัวนี้นะครับทีนี้มาดูตัว y
  6227. 5:26:37ครับตัว y มันอยู่ที่ Index ที่เท่าไหร่
  6228. 5:26:39นะครับก็จะเป็น 0 1 2 3 4 5 6 ใช่
  6229. 5:26:44มั้ครับต้องสิ้นสุดที่ Index ที่ 6 ใช่
  6230. 5:26:47มั้ยครับแต่ว่า index สุดท้ายต้องบวกไป 1
  6231. 5:26:49ด้วยนะฮะ + 1 ก็จะเป็น index ที่ 7 ครับ
  6232. 5:26:53อ่าตอนนี้ตัวสุดท้ายต้อง + 1 เสมอนะฮะ
  6233. 5:26:57เพราะฉะนั้นในบรรทัดที่ 3 นะครับสิ่งที่
  6234. 5:26:59ผมต้องการก็คืออยากจะหยิบเอาตัวอักษร
  6235. 5:27:02เริ่มต้นที่ Index ที่ 3 นะครับไปจนถึง
  6236. 5:27:04ก่อน index ที่ 7 มาใช้งานนะครับก็จะได้
  6237. 5:27:10ผลลัพธ์เป็น
  6238. 5:27:12ly นะครับมาใช้งานเรียบร้อยแล้วอันนี้
  6239. 5:27:16มองจากหน้าไปหลังหรือจากซ้ายไปขวาแล้วถ้า
  6240. 5:27:21มองจากขวามาซ้ายแล้วว่ามองจากหลังมาหน้า
  6241. 5:27:23ล่ะมองจากหลังมานก็จะเป็นค่าติดลบครับอ่า
  6242. 5:27:25ก็ต้องมาดูทีนี้ผมก็จะไล่เลยครับว่าเป็น
  6243. 5:27:29-1 -2 -3 -4 -5 -6 - 7 -8 นะ
  6244. 5:27:33ครับตัว L เนี่ยนะครับเริ่มต้นที่
  6245. 5:27:36-8 นะครับ - 8 สิ้นสุดนะครับที่ตัว y
  6246. 5:27:40ครับเอามาดูตัว y ทีนี้ก็จะเป็น -1 -2
  6247. 5:27:43-3 -4 -5 นะครับสิ้นสุดที่ -5 ใช่มย
  6248. 5:27:48อ่าก็จะใส่เป็น -5 แต่ว่าตัวสุดท้ายเนี่ย
  6249. 5:27:51นะครับต้องเอาไปบวกกับ 1 อก็จะเป็น -5 +
  6250. 5:27:551 ครับเหลือเท่าไหร่ครับเหลือ -4 อ่า
  6251. 5:27:58เพราะฉะนั้นอกซสุดท้ายก็ต้องเป็น -4 นะ
  6252. 5:28:01ครับความหมายก็คือเป็นการดึงเอาตัวอักษร
  6253. 5:28:05นะครับในตำแหน่งที่ -8 ไปจนถึงก่อน -4 น
  6254. 5:28:09ก็คือ -5 นั่นเองโอเคนะครับมาลองกดรันดู
  6255. 5:28:16ซิในผลละเป็น lopy เหมือนเดิมนะครับแต่
  6256. 5:28:21ว่าเลข index จะเป็นติดลบโอเคครับผมอัน
  6257. 5:28:25นี้ก็จะเป็นตัวอย่างการจอดลึกการใช้งาน
  6258. 5:28:28String ในภาษา python นะครับก็จะเป็น
  6259. 5:28:30เรื่องของการเชื่อมต่อ String การสร้าง
  6260. 5:28:33String แบบหลายบรรทัดการจัดรูปแบบ String
  6261. 5:28:35หรือว่า F String แล้วก็การเข้าถึงตัว
  6262. 5:28:37อักษรใน String นะฮะอ่าก็จะได้ผลลัพธ์ตาม
  6263. 5:28:39ที่แสดงข้างต้น
  6264. 5:28:49เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  6265. 5:28:53ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับการใช้
  6266. 5:28:56งานฟังก์ชันจัดการ String กันนะครับโดย
  6267. 5:28:59ฟังก์ชันจัดการ String นะครับก็คือกลุ่ม
  6268. 5:29:02คำสั่งพิเศษครับที่มีอยู่ในภาษา python
  6269. 5:29:05สำหรับนำมาจัดการชุดข้อความหรือว่าข้อมูล
  6270. 5:29:08ประเภท String นะครับโดยมีโครงสร้างคำ
  6271. 5:29:10สั่งดังนี้นะครับก็คือตัวแปรประเภท String
  6272. 5:29:13หรือว่าข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของ String
  6273. 5:29:15นะครับตามเครื่องหมายจุดแล้วก็ชื่อ
  6274. 5:29:17ฟังก์ชันของเรานั่นเองโดยชื่อฟังก์ชันนะ
  6275. 5:29:20ครับก็คือหน้าที่การทำงานที่จะนำมาใช้ใน
  6276. 5:29:23การจัดการสินะครับอย่างเช่นฟังก์ชันที่
  6277. 5:29:25ชื่อว่า Upper ก็เป็นการแปลงตัวอักษรใน
  6278. 5:29:27สิงนะครับเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด ler
  6279. 5:29:30อ่าแปลงตัวอักษรใน String เป็นตัวพิมพ์
  6280. 5:29:32เลขทั้งหมดนะครับอ่าต่อมาก็จะเป็น start
  6281. 5:29:35Switch นะครับก็คือทำการตรวจสอบว่า
  6282. 5:29:38String ของเราเนี่ยเริ่มต้นอ่าด้วย
  6283. 5:29:41String ที่ระบุหรือเปล่านะครับต่อมาก็จะ
  6284. 5:29:43เป็น nwi ก็คือลงท้ายด้วย String ที่ระบุ
  6285. 5:29:46หรือเปล่านะครับอหรือไม่นะครับหรือไม่
  6286. 5:29:48เนี่ยแสดงว่าเราจะได้ค่า True กับค่า for
  6287. 5:29:50มาใช้นะครับเป็นการตรวจสอบคำขึ้นต้นกับคำ
  6288. 5:29:53ลงท้ายนั่นเองต่อมาก็คือไฟล String นะ
  6289. 5:29:56ครับเป็นการบอกลำดับตัวอักษรหรือ String
  6290. 5:29:58ที่ค้นหาเจอนะครับต่อมาก็จะเป็น C String
  6291. 5:30:01อเป็นการนับจำนวนตัวอักษรที่ซ้ำกันใน
  6292. 5:30:04String นะฮะต่อมาก็จะเป็น replace นะ
  6293. 5:30:07ครับอ่าก็คือแทนที่ String ที่พบด้วยสิง
  6294. 5:30:11ใหม่ตัว stp นะครับก็คือลบช่องว่างซ้าย
  6295. 5:30:14ขวาออกจาก String นะครับแล้วก็ตัวไซตก็
  6296. 5:30:16คือ Format อ่าเป็นการจัดรูปแบบ String
  6297. 5:30:18นั่นเองอ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้
  6298. 5:30:21ฟังก์ชันจัดการ String กันนะครับว่ามี
  6299. 5:30:23ขั้นตอนการใช้งานอย่างไรบ้างกลับมาที่ vs
  6300. 5:30:27Code นะครับในส่วนของการใช้งานฟังก์ชัน
  6301. 5:30:29จัดการ String นะครับอ่าผมจะยกตัวอย่าง
  6302. 5:30:32ฟังก์ชันพื้นฐาน 2 ตัวนะครับก็คือ
  6303. 5:30:34ฟังก์ชันสำหรับแปลงตัวอักษรเล็พิมพใหญ่
  6304. 5:30:38นั่นเองยกตัวอย่างอย่างเช่นผมสร้างตัวแปร
  6305. 5:30:41เนมขึ้นมาครับเป็นตัวแปรประเภทสิงเนาะใส่
  6306. 5:30:44ข้อความกล้องลักสยามนะครับที่มีการกำหนด
  6307. 5:30:47ตัวอักษรพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ปนกันอยู่นะ
  6308. 5:30:50ครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะแปลงให้
  6309. 5:30:54อ่าข้อมูลที่อยู่ในตัวแปรเนมตัวนี้นะครับ
  6310. 5:30:56กลายเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดจะแปลงอย่าง
  6311. 5:30:59ไรวิธีการนะครับเราก็จะเรียกใช้ฟังก์ชัน
  6312. 5:31:02ที่ชื่อว่า Upper ครับก็ไปที่ตัวแปร
  6313. 5:31:05String ก่อนก็คือตัวแปร name แล้วก็
  6314. 5:31:07เครื่องหมายจุดตามด้วยชื่อฟังก์ชันของเรา
  6315. 5:31:09นะครับก็คือฟังก์ชัน Upper นั่นเองนะครับ
  6316. 5:31:12ตามด้วยวงเล็บเปิดปิดครับอันนี้ก็คือการ
  6317. 5:31:15เรียกชงาน
  6318. 5:31:16ฟังก์ชันผลลัพธ์จากการแปลงตัวอักษรนะครับ
  6319. 5:31:20ที่อยู่ในตัวแปลเมเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้ง
  6320. 5:31:22หมดนะครับอ่าผมจะให้แสดงผลออกทางจอภาพ
  6321. 5:31:25ด้วยก็เอาคำสั่งปริ้นนะครับมาเขียนข้อไว้
  6322. 5:31:28นะฮะอลองกดรันดู
  6323. 5:31:33เนาะก็จะได้ข้อความนะครับกล้องลักสยามที่
  6324. 5:31:37มีตัวอักษรนะครับถูกแปลงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่
  6325. 5:31:41ทั้งหมดแล้วนั่นเองแต่ถ้าอยากจะแปลงให้
  6326. 5:31:44เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดล่ะเราก็จะ
  6327. 5:31:46เปลี่ยนชื่อฟังก์ชันครับจาก Upper ไปเป็น
  6328. 5:31:48low แทนก็จะเป็น low วงเล็บเปิดปิดนะ
  6329. 5:31:52ครับเป็นการเรียกใช้ฟังก์ชัน low เนาะก็
  6330. 5:31:55คือแปลงตัวอักษรอ่าภาษาอังกฤษนะครับให้
  6331. 5:31:59เป็นตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดนะฮะอันนี้ก็คือ
  6332. 5:32:03ฟังก์ชันพื้นฐานนะครับตัวแรกที่ทุกคนจะ
  6333. 5:32:05ต้องทราบนะก็คือออกับโอนะฮะต่อมาครับก็จะ
  6334. 5:32:10เป็นฟังก์ชันสำหรับตรวจสอบคำขึ้นต้นนะ
  6335. 5:32:14ครับแล้วก็คำลงท้ายอ่ายกตัวอย่างเป็นคำ
  6336. 5:32:16ขึ้นต้นก่อนแล้วกันอย่างเช่นผม
  6337. 5:32:20อ่ากำหนดอะไรดีเป็นเงื่อนไขนะครับยกตัว
  6338. 5:32:24อย่างอ่ะอย่างเช่นผมมีข้อความภาษาไทย
  6339. 5:32:27เนาะเป็นนายกล้องแล้วะกันนายกล้องรักสยาม
  6340. 5:32:31นะผมต้องการจะตรวจสอบว่าข้อมูลที่เก็บ
  6341. 5:32:35อยู่ในตัวแปรเนมเนี่ยมีคำขึ้นต้นคำคำว่า
  6342. 5:32:38นายหรือเปล่านะครับวิธีการตรวจสอบนะครับ
  6343. 5:32:41ก็ง่ายมากครับเราก็จะเข้าไปที่ตัวแปร
  6344. 5:32:44name แล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชัน start with
  6345. 5:32:48ครับก็คือระบุเื่องหมา้จุดตามด้วยชื่อ
  6346. 5:32:50ฟังก์ชันนะครับอ่าเป็น start with นะฮะ
  6347. 5:32:54้าใน start with ตัวนี้นะครับก็คือจะ
  6348. 5:32:57เป็นคำขึ้นต้นที่เราต้องการในตรวจสอบนะฮะ
  6349. 5:33:00ก็ระบุเป็นวงเล็บเปิดปิดแล้วก็คำขึ้นต้น
  6350. 5:33:04นะครับซึ่งครอบด้วยเครื่องหมาย Double
  6351. 5:33:06cde นะครับนะก็จะเป็นมา
  6352. 5:33:08เนาะสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะตรวจสอบ
  6353. 5:33:12ว่าตอนนี้ข้อมูลที่เก็บอยู่ตัวไป name นะ
  6354. 5:33:14ครับมีคำขึ้นต้นเป็นนายหรือไม่นะฮะมาดูซิ
  6355. 5:33:19อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับก็จะบอกว่าเป็น
  6356. 5:33:23True เนาะก็คือเป็นจริงนะครับแสดงว่าข้อ
  6357. 5:33:26มูลที่อยู่ในตัวแปรเนมเนี่ยเป็นอ่ามีคำ
  6358. 5:33:29ขึ้นต้นนายนั่นเองไอถ้าผมไปเปลี่ยนตัวนี้
  6359. 5:33:33ใหม่นะครับมาเป็นนางสาวตัวนี้อ้านางสาว
  6360. 5:33:38กล้องรักสยามนะครับสิ่งที่ตรวจสอบก็คือ
  6361. 5:33:42ตรวจสอบคำขึ้นต้นว่าเป็นนายหรือไม่ใช่มั้
  6362. 5:33:44ครับแต่ว่าข้อมูลเราเปลี่ยนเป็นนางสาว
  6363. 5:33:46แล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็จะเป็น fault
  6364. 5:33:48แสดงว่าไม่ได้มีคำขึ้นต้นเป็นนายนั่นเอง
  6365. 5:33:52ทีนี้นำมาใช้ประโยชน์อะไรนะครับออย่าง
  6366. 5:33:54เช่นผมเขียนโปรแกรมตรวจสอบเพศเนาะตรวจสอบ
  6367. 5:33:58เพศจากคำขึ้นต้นนะครับอ่ายกตัวอย่างอย่าง
  6368. 5:34:02เช่นผมต้องการตรวจสอบนะครับเอ่ออันนี้
  6369. 5:34:05เป็นนายกล้องรักสยามเหมือนเดิมเดิมแล้ว
  6370. 5:34:08กันสิ่งที่ผมต้องการตรวจสอบนะครับก็คือทำ
  6371. 5:34:11การตรวจสอบว่าข้อมูลนะครับที่ส่งเข้ามานะ
  6372. 5:34:15ฮะอ่ะให้ทำการป้อนชื่อแล้วกัน name เท่า
  6373. 5:34:18กับ input อ่ะป้อนชื่อของคุณนะครับ
  6374. 5:34:26โอเคชื่อที่ป้อนนะครับก็จะเก็บลงในตัวแปร
  6375. 5:34:29เนมจากนั้นผมก็จะนำเอาตัวแปรเนมมาตรวจสอบ
  6376. 5:34:31ครับก็คือ EV Name Start with นะครับ
  6377. 5:34:35ข้อมูลที่เก็บอยู่ในตัวแปร name เนี่ขึ้น
  6378. 5:34:37ต้นด้วยคำว่านายหรือไม่อ่ะถ้าขึ้นต้นด้วย
  6379. 5:34:40คำว่านายแสดงว่าอ่าข้อมูลผู้ใช้ของเรานะ
  6380. 5:34:43ครับอ่าเป็นเพศชายเนาะเพราะว่าเราตรวจสอบ
  6381. 5:34:48คำขึ้นต้นแล้วนะครับว่าเป็นนายแสดงว่า
  6382. 5:34:51เป็นเพศชายแต่ถ้าส่งเป็นนางสาวมาล่ะอก็จะ
  6383. 5:34:54เป็นเอ EV ครับเอ EV Name Start with
  6384. 5:34:59ขึ้นต้นด้วยนาง
  6385. 5:35:03สาวถ้าขึ้นต้นด้วยนางสาวให้ทำอะไรนะครับ
  6386. 5:35:06ก็จะบอกว่าเป็นเพศหญิงนั่น
  6387. 5:35:09เองเป็นเพศหญิงนะฮะ
  6388. 5:35:15โอเคอันนี้ก็คือความสามารถของตัวฟังก์ชัน
  6389. 5:35:19start with นะครับในการตรวจสอบคำขึ้น
  6390. 5:35:21ต้นนะฮะเราก็นำมาใช้ร่วมกับ If statement
  6391. 5:35:25นะครับในการบอกเพศอ่าจากชื่อผู้ใช้ที่ส่ง
  6392. 5:35:29มานะ
  6393. 5:35:31ฮะอ่าป้อนชื่อของคุณนะครับอย่างเช่นผม
  6394. 5:35:34ป้อนเป็นนายกล้องเนาะเนาะก็จะบอกว่าเป็น
  6395. 5:35:39เพศชายอ่าแล้วถ้าผมป้อนเป็นนางสาวกล้อง
  6396. 5:35:42ล่ะที
  6397. 5:35:43นี้นางสาวกล้องนะฮะนางสาว
  6398. 5:35:48ก้องนะครับก็บอกว่าเป็นเพศหญิงแต่ถ้าผม
  6399. 5:35:53อ่าไม่ระบุคำขึ้นต้นเลยนะฮะอย่างเช่นเป็น
  6400. 5:35:58กล้องอย่างเดียวก็จะไม่เข้าเงื่อนไขได้
  6401. 5:36:00เลยใช่มั้ครับก็จะจบการทำ
  6402. 5:36:03งานโอเคนะครับอันนี้ก็เป็นการตรวจสอบคำ
  6403. 5:36:06ขึ้นต้นครับ
  6404. 5:36:08ต่อมาครับก็จะเป็นการตรวจสอบคำลงท้ายกัน
  6405. 5:36:10บ้างโดยการตรวจสอบคำลงท้ายเก็จะเปลี่ยน
  6406. 5:36:13จาก start with ไปเป็น End with ครับผม
  6407. 5:36:16จะยกตัวอย่างอ่ะอย่างเช่นอันนี้เอาจาก
  6408. 5:36:19โครงสร้างโปรแกรมเดิมเลยนะครับผมจะให้
  6409. 5:36:21ตรวจสอบคำลงท้ายของเดือนแล้วกันอ่าผมจะ
  6410. 5:36:25สร้างตัวแปร month ขึ้นมานะฮะอันนี้ก็จะ
  6411. 5:36:29บอกว่าป้อนเดือนเนาะอ่าป้อนเดือนนะครับ
  6412. 5:36:31รอบ
  6413. 5:36:32นี้ป้อนเดือนนะครับโดยชื่อเดเดือนเนี่ยนะ
  6414. 5:36:38ครับมันก็จะมีคำลงท้ายนะครับเป็นคมกับยน
  6415. 5:36:41เนาะถ้าลงท้ายด้วยคมแสดงว่าเดือนนั้นมี 31
  6416. 5:36:45วันนะครับถ้าลงท้ายด้วยยนต์แสดงว่ามี 30
  6417. 5:36:47วันนะครับอ่ะผมก็จะทำการตรวจสอบอ่าเดือน
  6418. 5:36:50ที่ส่งเข้ามานะครับว่าลงท้ายด้วยยนต์ให้
  6419. 5:36:53ทำอะไรลงท้ายด้วยคมให้ทำอะไรนะครับมาขอ
  6420. 5:36:56ตรวจสอบที่ส่วนของตัวคมก่อนนะครับก็คือ EV
  6421. 5:37:00mon เราจะใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า nwi
  6422. 5:37:03ครับอ่า n
  6423. 5:37:05swit ก็คือลงท้ายทยด้วยคำว่าคมหรือเปล่า
  6424. 5:37:10อ่ะถ้าลงท้ายด้วยคำว่าคมแสดงว่าเดือนนั้น
  6425. 5:37:14นะครับมี 31 วันใช่มยอ่าก็จะบอกว่าเดือน
  6426. 5:37:18นี้มี 31 วันนะ
  6427. 5:37:23ฮะแล้วถ้าลงท้ายด้วยยนต์ล่ะอ่าลงท้ายด้วย
  6428. 5:37:26ยนต์เนาะ
  6429. 5:37:28leif นะครับ
  6430. 5:37:32mon ยนนะฮะอันนี้ผมก็จะใส่เงื่อนไขนะ
  6431. 5:37:35ครับปริ้น
  6432. 5:37:37เดือนนี้มี 30
  6433. 5:37:43วันโอเคนะครับเพราะฉะนั้น input ที่ส่งมา
  6434. 5:37:46ก็คือเป็นป้อนชื่อเดือน
  6435. 5:37:50เนาะป้อนชื่อเดือนถ้าชื่อเดือนที่ส่งเข้า
  6436. 5:37:54มานะครับลงท้ายด้วยคมแสดงว่ามี 31 วันลง
  6437. 5:37:57ท้ายด้วยยนต์มี 30 วันนะฮะกดรันดู
  6438. 5:38:02เนาะอ่าป้อนชื่อเดือนนะครับอ่าเป็นมกราคม
  6439. 5:38:08แล้ว
  6440. 5:38:09กันอ่าเดือนนี้มี 31 วันนะฮะถ้าเป็นยนต์
  6441. 5:38:15ล่ะเป็นยนต์อย่างเช่นเป็น
  6442. 5:38:19กันยายนนะครับก็บอกว่าเดือนนี้มี 30 วัน
  6443. 5:38:24อันนี้เป็นการตรวจสอบคำลงท้ายนะครับโดย
  6444. 5:38:27ใช้ฟังก์ชัน nwi นะครับมาตรวจสอบคำลงท้าย
  6445. 5:38:30นั่นเองสิ่งที่เราต้องการก็คือถ้าคำลง
  6446. 5:38:33ท้ายนะครับเป็นคำนี้ให้ทำอะไรนะครับอย่าง
  6447. 5:38:35เช่นเป็นคคมเบอกว่ามี 31 วันเป็นโยน์ก็มี
  6448. 5:38:3830 วันนั่นเองต่อมาครับก็จะเป็นเรื่อง
  6449. 5:38:42ของการทำระบบค้นหาคำกันบ้างนะครับระบบค้น
  6450. 5:38:46หาคำมันก็จะมีฟังก์ชันตัวนึงนะครับสำหรับ
  6451. 5:38:49จัดการเกี่ยวกับการค้นหาก็คืออ่าฟังก์ชัน
  6452. 5:38:52ไฟลนะครับที่แปลว่าการค้นเนาะยกตัวอย่าง
  6453. 5:38:55อย่างเช่นผมสร้างตัวแปร text ขึ้นมานะ
  6454. 5:38:59ครับตัวแปร text ของผมนะครับมีการใส่ข้อ
  6455. 5:39:02ความเป็น
  6456. 5:39:03Hello python แล้วกัน 10 สิ่งที่ผม
  6457. 5:39:07ต้องการตรวจสอบก็คืออยากจะทราบว่ามีคำว่า
  6458. 5:39:10python ในตัวแปร text หรือเปล่าถ้ามีนะ
  6459. 5:39:13ครับให้บอกอ่าลำดับของคำว่า python นะ
  6460. 5:39:19ครับอ่าออกมาว่าเริ่มต้นที่ลำดับที่เท่า
  6461. 5:39:22ไหร่หรือว่าอยู่ที่ Index ที่เท่าไหร่
  6462. 5:39:24นั่นเองอ่าโดยวิธีการนะครับวิธีการค้นหา
  6463. 5:39:28ก็จะเข้าไปที่ตัวแปร text เนาะก็คือตัว
  6464. 5:39:31แปรประเภทสิงนะครับแล้วก็ฟังก์ชันมีชื่อ
  6465. 5:39:33ว่าไฟล์นะครับตามด้วยคำที่เราต้องการแต่
  6466. 5:39:36แต่ค้นนะครับนก็คือคำว่า python นั่นเอง
  6467. 5:39:39อ่าลองค้นซิว่าอ่าข้อความที่อยู่ในตัวแปร
  6468. 5:39:43text เนี่ยมีคำว่า python หรือไม่ถ้ามี
  6469. 5:39:45ก็ให้บอกเลข index นะครับของคำว่า python
  6470. 5:39:48ออกมาก็คือ index ที่ 6 นะฮะเราก็มาไล่ดู
  6471. 5:39:52นะครับก็ไป index ที่ 0 1 2 3 4 5
  6472. 5:39:56นะครับรวมช่องว่างด้วยแล้วก็ index ที่ 6
  6473. 5:39:58ก็เป็นตัว P เนาะก็คือ
  6474. 5:40:01python อ่ะแล้วถ้าค้นคำอื่นล่ะอย่างเช่น
  6475. 5:40:07คำว่ากล้องแล้วกันมีมคำว่ากล้อง
  6476. 5:40:11เนี่ยถ้าค้นเจอจะบอกเลข index นะครับที่
  6477. 5:40:14เป็นค่าบวกนะฮะแต่ถ้าคนไม่เจอจะได้เป็น
  6478. 5:40:17ค่าลบนะครับก็คือ -1 แสดงว่าไม่มีคำว่า
  6479. 5:40:20กล้องนะครับในอ่าข้อความที่บรรจุอยู่ด้าน
  6480. 5:40:25ในตัวแปร text นะครับไม่มีคำว่ากล้องนั่น
  6481. 5:40:27เองอันนี้เป็นเรื่องของการค้นหานะ
  6482. 5:40:31ฮะต่อมาครับอ่ะนอกเหนือจากการค้นค้นหา
  6483. 5:40:38อ่าคำว่า
  6484. 5:40:40python ถ้าผมต้องการอยากจะให้นับให้นับ
  6485. 5:40:44คำครับหรือว่าให้นับตัว
  6486. 5:40:46อักษรว่ามีจำนวนตัวอักษรที่มันซ้ำกัน
  6487. 5:40:50เนี่ยในประโยคหรือว่าในคำเนี่ยกี่ตัว
  6488. 5:40:53อักษรเนี่ยจะนับยังไงอย่างเช่นตอนนี้นะ
  6489. 5:40:56ครับข้อความ Hell python ต้องการเทราบ
  6490. 5:40:59ว่ามีจำนวนตัวอักษรตัว O นะครับในข้อความ
  6491. 5:41:02ดังกล่าวเกี่ตัวเราก็จะเปลี่ยนจากส่วนของ
  6492. 5:41:07ฟังก์ชันไฟล์นะครับไปเป็นฟังก์ชันเคแทน
  6493. 5:41:10ที่แปลว่าการนับนะครับด้านในฟังก์ชันเ
  6494. 5:41:13ครับก็จะทำการระบุอ่าวงเล็บเปิดปิดแล้วก็
  6495. 5:41:15ตัวอักษรที่เราต้องการจะจะค้นว่าเอ่อซ้ำ
  6496. 5:41:19กันกี่จำนวนนะครับอย่างเช่นมีตัว O นะ
  6497. 5:41:23ครับซ้ำกันในตัวแปร Tex เนี่ยกี่ตัวนะ
  6498. 5:41:26ครับตัวแปร Tex ของผมเนี่ยเก็บข้อความ
  6499. 5:41:28Hell python ซึ่ง Hell python ก็จะมี
  6500. 5:41:30ตัว O เป็นองค์ประกอบอยู่แล้วใช่มั้ยครับ
  6501. 5:41:34สิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะทราบว่าเอ๊ะ
  6502. 5:41:35มีตัว O นะครับอยู่ในประโยคดังกล่าวเนี่ย
  6503. 5:41:38กี่ตัวอ่าก็ให้ไปดึงมาซึ่งถ้ามองด้วยสาย
  6504. 5:41:41ตาก็จะเห็นว่ามันมี 2 ตัวใช่มั้ยอ่าก็คือ
  6505. 5:41:43O ตัวนี้นะครับกับตรง python แล้วก็มี 2
  6506. 5:41:46ตัวเห็นม
  6507. 5:41:49อ่าหรือผมไปค้นนะครับเป็นตัว Z มีมยตัว Z
  6508. 5:41:55ไม่น่าจะมีใช่มยมันไม่มีอยู่แล้วนะไม่น่า
  6509. 5:41:57จะมีมันไม่มีอยู่เลยนะผลลัพธ์ก็จะเป็น 0
  6510. 5:42:00ครับอ่าไม่คนไม่เจอเลยนะครับไม่มีคำอ่า
  6511. 5:42:04ไม่มีตัว Z นะครับเป็นองค์ประกอบอยู่ใน
  6512. 5:42:07ข้อความ Hell python เลยอันนี้เป็นการ
  6513. 5:42:10ค้นตัวอักษรนะครับอ่ะทีนี้ถ้าค้นคำล่ะค้น
  6514. 5:42:14คำนะครับอย่างเช่นผมมีคำ
  6515. 5:42:16ว่าสวัสดีเนาะอ่ะสวัสดีนะ
  6516. 5:42:22ครับคุณ
  6517. 5:42:25ป้าคุณ
  6518. 5:42:28น้าคุณ
  6519. 5:42:30ตาคุณยายนะฮะคิดคำไม่ออกแล้วนะครับสวัสดี
  6520. 5:42:35คุณป้าคุณน้าคุณตาคุณได้นะฮะต้องการอยาก
  6521. 5:42:38จะทราบว่ามีคำว่าคุณนะฮะที่อยู่ในตัวแปร
  6522. 5:42:42text เนี่ยกี่คำนะครับอ่ามีอยู่กี่จุด
  6523. 5:42:47เนาะคำว่าคุณเนี่ยนะครับมีคำว่าคุณอยู่ใน
  6524. 5:42:50ประโยคตัวนี้
  6525. 5:42:52เนี่ยกี่ตัวนะครับผมก็จะเรียกใช้ตัว
  6526. 5:42:57ฟังก์ชันเขานะครับตามด้วยคำที่ต้องการ
  6527. 5:42:59อยากจะอ่าตรวจสอบว่ามีคำพคุณนะครับกี่คำ
  6528. 5:43:05นะครับในประโยคตัวเต็มตัวนี้นี้ซึ่งถ้า
  6529. 5:43:08มองด้วยตาก็จะเห็นว่ามันมี 4 4 ตัวใช่
  6530. 5:43:13มั้ย 4 ตำแหน่งนะครับอให้โปรแกรมบอกออกมา
  6531. 5:43:16นะครับว่าเจอคำว่าคุณเนี่ยกี่จุดกี่
  6532. 5:43:19ตำแหน่งอ่าก็มีอยู่ 4 ตำแหน่งหรือซ้ำกัน
  6533. 5:43:22อยู่ 4 จุดนั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นตัว
  6534. 5:43:27แปรเทรกของผมนะครับอ่ามีคำว่าคุณเป็นองค์
  6535. 5:43:30ประกอบอยู่้วการ 4 ตำแหน่งนั่นเองหรือว่า
  6536. 5:43:34ซ้ำกันอยู่ 4 จุดนั่นเองอันนี้ก็คือความ
  6537. 5:43:37สามารถของตัวฟังก์ชันเขาต่อมาก็จะเป็น
  6538. 5:43:41ฟังก์ชันสำหรับแทนที่คำนะครับหรือว่าแทน
  6539. 5:43:46ที่ตัวอักษรในสิก็คือฟังก์ชัน replace นะ
  6540. 5:43:51ครับอ่าผมจะยกตัวอย่างอย่างเช่นผม
  6541. 5:43:55มีผมมีข้อความเนาะเก็บลงในตัวแปร text
  6542. 5:43:58เหมือนเดิมเลยข้อความดังกล่าวนะครับจะ
  6543. 5:44:01เป็นข้อความที่บอกข้อมูลสัญญาจ้างแล้วกัน
  6544. 5:44:04อ่าเป็นสัญญาจ้างงานเนาะอ่ะ
  6545. 5:44:07สัญญาจ้างงานนะครับประจำ
  6546. 5:44:11[เพลง]
  6547. 5:44:13ปี
  6548. 5:44:152567 นะครับ
  6549. 5:44:16อ่ะมี
  6550. 5:44:19ผลตั้งแต่
  6551. 5:44:22อ่า 1 อ่าตั้งแต่มกราคมแล้วกันนะครับ
  6552. 5:44:27มกราคม
  6553. 5:44:292567
  6554. 5:44:34ถึงธันวาคม
  6555. 5:44:372 5 6 7 นะครับอ่านี้ก็คือข้อความที่
  6556. 5:44:41เก็บอยู่ในตัวแปร text นะครับตัวแปรเทคที
  6557. 5:44:46นี้นะครับสิ่งที่ผมต้องการครับก็คืออยาก
  6558. 5:44:49จะเปลี่ยนปีพ.ศครับเป็นการอัปเดตปีพ.ศและ
  6559. 5:44:53นะฮะตอนนี้นะครับสัญญาจ้างงานเนี่ยนะครับ
  6560. 5:44:56ฉบับเก่าเนี่ยมันเป็นปี 2567 นะครับมีผล
  6561. 5:45:01ตั้งแต่มกราคม 2567 จนถึงธันวาคม 2567 ผม
  6562. 5:45:04ต้องการอยากจะเปลี่ยนให้เป็น 2568 นะฮะจะ
  6563. 5:45:08เปลี่ยนยังไงนะครับเราก็ใช้วิธีการแทนที่
  6564. 5:45:11นะครับโดยการแทนที่เนี่ยแล้วก็จะเรียกใช้
  6565. 5:45:15ฟังก์ชันตัวนึงนะครับที่ชื่อว่า replace
  6566. 5:45:18ครับนะก็จะเป็น text นะครับก็คือตัวแปร
  6567. 5:45:22String ของเราแล้วก็ฟังก์ชันก็คือ
  6568. 5:45:26replace ใน replace นะครับจะทำการระบุ
  6569. 5:45:28อ่าข้อมูลที่ต้องการอยากจะแทนที่ครับก็
  6570. 5:45:34คือข้อมูลเดิมนั่นก็คือเลขปีพ.ศนะครับก็
  6571. 5:45:37คือ 2567 ให้แทนที่ด้วยข้อมูลใหม่นะครับ
  6572. 5:45:42ก็คือปีถัดไปเนาะก็คือ 2568 นะฮะอันนี้ก็
  6573. 5:45:47คือการแทนที่เพราะฉะนั้นนะครับถ้าเจอ 2567
  6574. 5:45:51นะครับในตัวแปร text เนี่ยก็จะถูกแทนที่
  6575. 5:45:53ด้วย 2568 อ่าเมื่อทำการแทนที่เรียบร้อย
  6576. 5:45:56นะครับผมก็จะให้เก็บลงในตัวแปรสิตัวใหม่
  6577. 5:45:59ตั้งชื่อว่าตัวแปรอัปเดตแล้วกันอ่ามีการ
  6578. 5:46:01อัปเดตข้อมูลใหม่เรียบร้อยแล้วนะอะไร
  6579. 5:46:03ประมาณนี้จากนั้นผมก็จะปริ้นตัวแสิอัปเดต
  6580. 5:46:07ออกมานะครับเพื่อที่จะดูว่าตอนนี้มีการ
  6581. 5:46:10อัปเดตปีพ.ศของสัญญาจ้างงานแล้วนะครับก็
  6582. 5:46:15คือข้อมูลเดิมเป็นปี 2567 เราก็จะแทนที่
  6583. 5:46:182567 ด้วย 2568 นะครับผลลัพธ์ที่เกิด
  6584. 5:46:20ขึ้นก็จะบอกว่าสัญญาจ้างงานประจำปี 2568
  6585. 5:46:23นะครับมีผลตั้งแต่มกราคม 2568 ถึงธันวาคม
  6586. 5:46:272568 นั่นเองอันนี้ก็จะเป็นเรื่องของการ
  6587. 5:46:31แทนที่นะครับโดยใช้ฟังก์ชัน ess ฟังก์ชัน
  6588. 5:46:35ต่อมานะครับก็จะเป็นฟฟังก์ชันสำหรับลบ
  6589. 5:46:38ช่องว่างซ้ายขวาออกจาก String นะครับผมจะ
  6590. 5:46:42ยกตัวอย่างอ่ะเป็นตัวแปร text เหมือนเดิม
  6591. 5:46:44เลยตัวแปรเคของผมนะครับมีคำว่า python นะ
  6592. 5:46:48ครับเก็บอยู่ด้านในนะฮะจากนั้นผมก็จะลอง
  6593. 5:46:53ปริ้นตัวแปร Tex ออกมาให้ทุกคนดูนะครับก็
  6594. 5:46:57จะได้คำว่า python นะครับมาใช้งานใช่มย
  6595. 5:47:00ครับทีนี้ถ้าต้องการอยากจะดูจจำนวนตัว
  6596. 5:47:03อักษรนะฮะก็เรียกใช้คำสั่งนะ
  6597. 5:47:08ฮะเพื่อที่จะดูว่าอ่าจำนวนตัวอักษรที่
  6598. 5:47:12อยู่ในตัวแปร text เนี่ยมีกี่
  6599. 5:47:17ตัวก็มี 6 ตัวใช่มั้ยครับมี 6 ตัวทีนี้ผม
  6600. 5:47:22จะทำการเพิ่มช่องว่างซ้ายขวา
  6601. 5:47:24ครับลงไปที่ข้อความ
  6602. 5:47:28python เมื่อเพิ่มแล้วนะครับทีนี้มาดู
  6603. 5:47:31จำนวนตัวอักษรที่อยู่ในตัวแปร text ครับ
  6604. 5:47:35เพิ่มมาเป็น 8
  6605. 5:47:37ก็คือรวมเอาช่องว่างซ้ายขวาด้วยอันถ้าผม
  6606. 5:47:41เพิ่มไปอีกนะครับเพิ่มเป็นอีก 2 อันเนาะ
  6607. 5:47:44อ่ามีการกำหนดช่องว่างนะครับในในคำว่า
  6608. 5:47:50python ก็จะมีจำนวนตัวอักษรทั้งหมด 10
  6609. 5:47:53ตัว
  6610. 5:47:53อักษรถ้าผมต้องการอยากจะลบช่องว่างด้าน
  6611. 5:47:57ซ้ายด้านขวานะครับออกไปจากคำว่า python
  6612. 5:48:00นะครับแล้วก็ให้เก็บผลลัพธ์จากการลบห่อง
  6613. 5:48:03บงซ้ายขวานะครับลงไปที่ตัวแปร text จะลบ
  6614. 5:48:06อย่างไรนะครับการลบช่องว่างซ้ายขวาเราก็
  6615. 5:48:09จะใช้ฟังก์ชันตัวนึงนะครับที่มีชื่อว่า
  6616. 5:48:11stp นั่นเองนะครับก็เข้าไปที่ข้อความ
  6617. 5:48:14python เนาะมันเป็น String นะครับแล้วก็
  6618. 5:48:15เรียกใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า stp นะ
  6619. 5:48:20ครับก็จะทำการลบช่องว่างด้านซ้ายด้านขวา
  6620. 5:48:24อ่าออกไปจากคำว่า python นั่นเองนะครับ
  6621. 5:48:28แล้วก็ให้เก็บผลลัพธ์จากการลบช่องว่างนะ
  6622. 5:48:31ครับลงไปที่ตัวแปร text เหมือนเดิมผลลับ
  6623. 5:48:34ที่เกิดขึ้นนะครับจำนวนตัวอักษรนะครับที่
  6624. 5:48:36เก็บอยู่ในตัวแปร text ก็จะเหลือ 6 แล้ว
  6625. 5:48:39ก็คือเอาเฉพาะคำว่า python นะครับไม่รวม
  6626. 5:48:41ช่องว่างซ้ายขวาเพราะว่าลบทิ้งไป
  6627. 5:48:44แล้วโอเคนะครับสุดท้ายนะครับก็จะเป็น
  6628. 5:48:48ฟังก์ชันสำหรับจัดรูปแบบ String ครับหรือ
  6629. 5:48:51ว่าฟังก์ชัน Format อ่าผมยกตัวอย่างตัวแป
  6630. 5:48:55Tex เหมือนเดิมเลยนะฮะตัวแป text โดยตัว
  6631. 5:49:00แทคของผมเนี่ยนะครับจะมีการแต่งประโยคอ่า
  6632. 5:49:03ให้ทำการบอกชื่อและก็อายุนะครับอย่างเช่น
  6633. 5:49:08ชั้นชื่อนะครับตามด้วยชื่อของเรานะครับ
  6634. 5:49:10เดี๋ยวผมจะเขียนเป็นอ่าเครื่องหมายขีดเอา
  6635. 5:49:15ไว้นะครับแล้วก็อายุเนาะ
  6636. 5:49:18อายุแล้วก็ปีแบบนี้นะครับสิ่งที่ผม
  6637. 5:49:23ต้องการก็คืออยากจะแทรกข้อมูลนะครับที่
  6638. 5:49:27เป็นอ่าชื่อกับอายุนะครับเข้าไปใน
  6639. 5:49:31สัญลักษณ์เครื่องไม้ขี่ตัวนี้อ่าโดยวิธี
  6640. 5:49:35การนะครับผมก็จะเลขใช้ฟังก์ชัน Format
  6641. 5:49:38ครับก็คือ doot
  6642. 5:49:40Format ตัว Format ตัวนี้นะครับจะให้เรา
  6643. 5:49:43ทำการระบุอ่าข้อมูลนะครับลงไปที่ String
  6644. 5:49:48ของเรานะครับอย่างเช่นขีดตัวแรกเนี่ยนะฮะ
  6645. 5:49:52ผมจะให้ใส่คำว่ากล้องเข้า
  6646. 5:49:54ไปขีดตัวที่ 2 นะครับใส่เป็น
  6647. 5:49:58อายุก็คือ 30 อ่ายกตัวอย่างเป็น 30 เนาะ
  6648. 5:50:03โดยในส่วนของคำว่ากล้องเนี่ยผมอยากจะให้
  6649. 5:50:05ไปแสดงผลต่อท้ายชื่อ 30 ต่อท้ายอายุนะฮะ
  6650. 5:50:10ผมก็จะนำเอาลำดับของข้อมูลพวกนี้นะครับไป
  6651. 5:50:14ระบุในพื้นที่เครื่องหมายขีดอย่างเช่นคำ
  6652. 5:50:17ว่ากล้องเนี่ยอยู่ที่ลำดับที่ 1 นะครับ
  6653. 5:50:20ตอนที่นำมาใช้งานเนี่ยก็จะระบุเป็น
  6654. 5:50:22เครื่องหมายปิดการเปิดผิดแต่จะระบุเป็น
  6655. 5:50:25ลำดับที่ 0 แทนนะครับถ้าเป็นการเขียน
  6656. 5:50:28โปรแกรมแต่ถ้าเป็นชีวิตประจำวันก็คือมัน
  6657. 5:50:30อยู่ที่ลำดับที่ 1 เนาะอันนี้เป็นลำดับ
  6658. 5:50:33ที่ 2 แต่ตอนเขียนโปรแกรมเนี่ยจะเริ่มต้น
  6659. 5:50:35ที่ 0 นะก็จะเป็นลำดับที่ 0 นะครับก็จะ
  6660. 5:50:37ได้กล้องมาใช้งานต่อมาก็จะเป็น 30 ครับก็
  6661. 5:50:41คือลำดับที่ 1 อ่าแบบนี้ผลลัพธ์ที่เกิด
  6662. 5:50:46ขึ้นนะครับลองปิ้นออกมาดูเนาะปิ้
  6663. 5:50:48text นะครับอ่ากดรัน
  6664. 5:50:53ดูก็จะแสดงผลบอกว่าฉันชื่อกล้องนะครับ
  6665. 5:50:57อายุ 30 ปีนั่น
  6666. 5:50:59เองโอเคนะครับแล้วถ้าผมอยากจะเอาอายุมา
  6667. 5:51:02แสดงผลก่อนล่ะก็ใส่เป็น 1 ไปเนาะอายุนะ
  6668. 5:51:05ครับอ่าใส่เป็น 0 เป็นการสลับตำแหน่งนะฮะ
  6669. 5:51:08ไอ้ตัวนี้จะเป็นตำแหน่งของข้อมูลที่เรา
  6670. 5:51:11ต้องการอยจะนำไปใช้งานใน String ชุดนี้นะ
  6671. 5:51:14ครับเพราะว่าเราใช้ฟังก์ชัน Format นะฮะ
  6672. 5:51:17เพราะฉะนั้นก็จะสลับการแสดงผลนะครับบอก
  6673. 5:51:20ว่าฉันชื่อ 30 อายุกล้องปีเห็นมยอ่า
  6674. 5:51:23ประมาณนี้นะครับหรือถ้าไม่ระบุตำแหน่งเลย
  6675. 5:51:25นะครับให้ระบบจัดวางให้อัตโนมัติตามลำดับ
  6676. 5:51:29ที่มีการกำหนดนะฮะตัวแรกก็จะเป็นกล้องนะ
  6677. 5:51:32ครับตัวที่ 2 ก็จะเป็น 30 เหมือนเดิมนะ
  6678. 5:51:34ครับไม่ต้องเอาเลขมาใส่แค่เอาส่วนของปีก
  6679. 5:51:37การบิดนะครับมากำหนดเป็นพื้นที่เพื่อบอก
  6680. 5:51:40ว่าตรงนี้เราจะแทรกข้อมูลเข้าไปในสของเรา
  6681. 5:51:43นั่นเองโดยข้อมูลจะระบุในพื้นที่ Format
  6682. 5:51:46ผลลัพธ์ก็จะเป็นชื่อกล้องอายุ 30 ปีอัน
  6683. 5:51:51นี้ก็จะเป็นเรื่องของการใช้ฟังก์ชันจัด
  6684. 5:51:53การ String นะครับในภาษา python ก็จะได้
  6685. 5:51:56ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  6686. 5:52:08ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยจากหัวข้อ
  6687. 5:52:11ที่ผ่านมาครับเราก็ได้ลุยในส่วนของการใช้
  6688. 5:52:14งานชนิข้อมูลพื้นฐานหรือว่า primitive
  6689. 5:52:18DAT type ในภาษา python เสร็จเป็นที่
  6690. 5:52:20เรียบร้อยแล้วนะครับไม่ว่าจะเป็น in f
  6691. 5:52:23bine String นะครับในหัวข้อนี้จะเป็น
  6692. 5:52:27เรื่องของชนิดข้อมูลแบบอ้างอิงนะครับหรือ
  6693. 5:52:30ว่า non primitive Data type หรือ
  6694. 5:52:32Reference Data type นั่นเองนะฮะอ่ะก็
  6695. 5:52:36ก่อนที่เราจะไปลุยในส่วนของการใช้ชนิดข้อ
  6696. 5:52:38มูลแบบ้างอิงนะครับก็จะต้องมาดูถึงข้อ
  6697. 5:52:41จำกัดของชนิดข้อมูลพื้นฐานก่อนนะครับซึ่ง
  6698. 5:52:44เราจะนำไปใช้ในการสร้างตัวแปรขึ้นมาเช้ง
  6699. 5:52:47งานใช่มั้ยครับเพื่อเก็บข้อมูลเนาะโดยการ
  6700. 5:52:50ประกาศตัวแปรแต่ละครั้งนะครับตัวแปร 1
  6701. 5:52:52ตัวเนี่ยสามารถเก็บข้อมูลได้แค่ 1 ค่า
  6702. 5:52:55เท่านั้นนะครับอย่างเช่นตัวแปรสกอ 1 เก็บ
  6703. 5:52:58ตัวเลขจำนวนเต็มเป็น 100 นะครับสกอร์ 2
  6704. 5:53:0180 สกอร์ 3 65 หรือต้องการอยากจะเก็บ
  6705. 5:53:04ชื่อนะครับอย่างเช่น name 1 เก็บกล้อง
  6706. 5:53:06name 2 เก็บโจ้ name 3 เก็บนัดอะไรพวก
  6707. 5:53:09นี้ก็คือตัวแปล 1 ตัวเก็บข้อมูลได้แค่ 1
  6708. 5:53:11ค่าใช่มั้ยครับอันนี้ก็คือข้อจำกัดของจน
  6709. 5:53:15ที่ข้อมูลพื้นฐานนะฮะหรือถ้ามาดูแผนภาพ
  6710. 5:53:18การทำงานนะครับก็คือตัวแปร 1 ตัวแปรเนี่ย
  6711. 5:53:22จะสามารถเก็บข้อมูลได้แค่ 1 ค่าเท่านั้น
  6712. 5:53:25อย่างเช่นผมต้องการจะเก็บข้อมูลคะแนนสอบ
  6713. 5:53:28ของนักเรียน 3 คนนะผมก็ต้องประกาศตัวแปร
  6714. 5:53:31ขึ้นมา 3 ตัวแปรนะครับเป็นสกอ 1 สกอ 2
  6715. 5:53:33สกร 3 อะไรก็ว่าไปนะฮะหรือหรือถ้าผม
  6716. 5:53:36ต้องการจะจะเก็บตัวเลขอย่างอื่นก็ได้นะ
  6717. 5:53:38ครับอย่างเช่นเลข 10 20 30 40 นู่นนี่
  6718. 5:53:41นั่นนะฮะหรือเก็บข้อมูลของนักเรียนก็ได้
  6719. 5:53:44อ่ะตอนนี้ผมมีนักเรียน 3 คนก็จะต้องเก็บ
  6720. 5:53:47อ่าข้อมูลลงไปที่ตัวแปร 3 ตัวแปรแล้วถ้า
  6721. 5:53:51หากว่าผมต้องการแต่จะเก็บตัวเลข 10 ค่า
  6722. 5:53:54ต้องทำยังไงครับก็ต้องประกาศตัวแปรขึ้นมา
  6723. 5:53:57จำนวน 10 ตัวแปรใช่มั้ยครับก็จะเป็นสกอ 1
  6724. 5:53:592 3 ไปจนถึงสกอรที่ 10 อะไรก็ว่าไปนะฮะ
  6725. 5:54:04ทีนี้เปลี่ยนใหม่นะครับเราจะใช้ชนิดข้อ
  6726. 5:54:08มูลแบบอ้างยิงนะครับมาจัดการตรงส่วนนี้ก็
  6727. 5:54:11คือไม่ต้องสร้างตัวแปร 1 ตัวแปรเพื่อเก็บ
  6728. 5:54:13ข้อมูล 1 ค่าแล้วคือเราสามารถสร้างตัวแปร
  6729. 5:54:16ขึ้นมา 1 ตัวแต่ว่าสามารถเก็บข้อมูลได้
  6730. 5:54:18หลายค่านั่นเองนะครับซึ่งมันก็จะมีรูปแบบ
  6731. 5:54:21ของชนิข้อมูลให้เราเลือกใช้งานนะครับนั่น
  6732. 5:54:24ก็คือการใช้ชนิดข้อมูลแบบอ้างอิงหรือว่า
  6733. 5:54:27non primitive Data type หรือ
  6734. 5:54:29Reference Data typ นั่นเองโดยชนิดข้อ
  6735. 5:54:32มูลแบบอ้างอิงนะครับเป็นชนิดข้อมูลแบบ
  6736. 5:54:35พิเศษที่ใช้จัดการกลุ่มข้อมูลครับหรือการ
  6737. 5:54:39เก็บข้อมูลหลายๆค่าเอาไว้ด้วยกันทำให้เรา
  6738. 5:54:42จัดการข้อมูลได้ง่ายแลก็สะดวกมากยิ่งขึ้น
  6739. 5:54:44นะครับอีกทั้งยังมีความยืดหยุ่นโดยสามารถ
  6740. 5:54:48เพิ่มหรือลดขนาดของการจัดเก็บข้อมูลได้
  6741. 5:54:51เองอัตโนมัตินะครับตามข้อมูลที่มีอยู่
  6742. 5:54:53ซึ่งประกอบไปด้วย List tle Set และก็
  6743. 5:54:57Dictionary นะครับโดยความสามารถของแต่ละ
  6744. 5:55:00ตัวเก็จะแตกต่างกันนะฮะโดยในส่วนของ List
  6745. 5:55:03นะครับจะใช้เก็บข้อมูลแบบลำดับครับสามารถ
  6746. 5:55:06เก็บข้อมูลซ้ำกันได้แล้วก็แก้ไขข้อมูลได้
  6747. 5:55:09ต่อมาก็จะเป็น TR นะครับจะใช้เก็บข้อมูล
  6748. 5:55:13แบบลำดับเหมือนกับิเลยแต่ว่าเอ่อจะแก้ไข
  6749. 5:55:17ข้อมูลไม่ได้นะครับก็คือสามารถเก็บข้อมูล
  6750. 5:55:19ซ้ำกันได้แต่แก้ไขข้อมูลไม่ได้ต่อมาก็จะ
  6751. 5:55:22เป็นเซตนะครับใช้เก็บข้อมูลแบบไม่มีลำดับ
  6752. 5:55:25นะเก็บข้อมูลซ้ำกันไม่ได้แลก็ตัวสุดท้าย
  6753. 5:55:28ก็คือ Dictionary นะครับเป็นการเก็บความ
  6754. 5:55:31สัมพันธ์ของข้อมูลในลักษณะของ Key Value
  6755. 5:55:34หรือว่าการจับคู่นั่นเองอันนี่ก็คือความ
  6756. 5:55:36สามารถของชิข้อมูลแบบอ้างยิงในภาษา python
  6757. 5:55:39นะครับก็คือ List TR Set แล้วก็
  6758. 5:55:41Dictionary List กับ TR ใช้เก็บข้อมูล
  6759. 5:55:45แบบลำดับนะครับเก็บข้อมูลซ้ำกันได้แต่
  6760. 5:55:48List เนี่ยจะสามารถแก้ไขข้อมูลได้ส่วน
  6761. 5:55:50tro แก้ไขข้อมูลไม่ได้เซตนะครับใช้เก็บ
  6762. 5:55:53ข้อมูลแบบไม่มีลำดับเก็บข้อมูลซ้ำกันไม่
  6763. 5:55:56ได้ Dictionary เก็บความสัมพันธ์ของข้อ
  6764. 5:55:59มูลนะครับในรูปแบบของการจับคู่เนาะซึ่ง
  6765. 5:56:01เราจะได้เรียนได้เรียนในหัวข้อหลังๆนะฮะ
  6766. 5:56:04หัวข้อนี้จะเป็นเรื่องของลิก่อนนะครับิ
  6767. 5:56:08เป็นทนิข้อมูลที่สามารถเก็บกลุ่มของข้อ
  6768. 5:56:11มูลนะครับประเภทเดียวกันหรือต่างประเภท
  6769. 5:56:13กันได้โดยข้อมูลที่เก็บในลิสต์นั้นนะครับ
  6770. 5:56:16จะถูกครอบไว้ด้วยเครื่องหมายปตก้ามปูนะฮะ
  6771. 5:56:21เราจะเรียกข้อมูลที่อยู่ในสัญลักษ์ buet
  6772. 5:56:23ก้ามปูว่าเป็นสมาชิกนะครับโดย List นะ
  6773. 5:56:27ครับจะถูกนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลที่มี
  6774. 5:56:29ลำดับที่ต่อเนื่องนะครับซึ่งข้อมูลเนี่ย
  6775. 5:56:32สามารถมีค่าได้หลายค่าโดยใช้ชื่ออ้างยิง
  6776. 5:56:35เพียงชื่อเดียวและใช้หมายเลขกำกับหรือว่า
  6777. 5:56:38index นะครับเพื่อเข้าถึงตำแหน่งของข้อ
  6778. 5:56:40มูลที่เก็บภายในลิ์นะฮะอันนี้ก็จะเป็นคุ
  6779. 5:56:44สมบัติของ List นะครับก็คือใช้เก็บกลุ่ม
  6780. 5:56:46ของข้อมูลโดยข้อมูลเนี่ยสามารถซ้ำกันได้
  6781. 5:56:49ข้อมูลที่อยู่ในลินะครับจะเรียกว่าสมาชิก
  6782. 5:56:51หรือ Element แต่ละ Element จะเก็บค่าข้อ
  6783. 5:56:54มูลแล้วก็ index นะครับ index หมายถึง
  6784. 5:56:56คีย์ที่ใช้อ้างยิงตำแหน่งของ Element นะ
  6785. 5:56:59ครับเริ่มต้นที่ Index ที่ 0 ถ้าหากว่ามี
  6786. 5:57:02การเรียงลำดับในลักษณะของเอ่อ
  6787. 5:57:06การจัดเก็บข้อมูลจากด้านหน้าไปด้านหลังนะ
  6788. 5:57:08ครับหรือว่าจากซ้ายไปขวาเนาก็เหมือนกับ
  6789. 5:57:10ตัวสิเลยนะฮะอ่าถ้าเราทำการจัดเก็บข้อมูล
  6790. 5:57:15แบบลำดับก่อนหลังเนี่ยจะเริ่มต้นที่ Index
  6791. 5:57:18ที่ 0 นะฮะสมาชิกที่เก็บในลินะครับมีชนิด
  6792. 5:57:21ข้อมูลเหมือนกันหรือต่างกันได้สมาชิกใน
  6793. 5:57:24List นะครับจะถูกขั้นด้วยเครื่องหมาย
  6794. 5:57:25คอมม่ากรณีที่มีข้อมูลมากกว่า 1 ตัวนะฮะ
  6795. 5:57:29อันนี้ก็คือคุณสมบัติของินะครับต่อมาก็จะ
  6796. 5:57:32เป็นการสร้างลินะครับโครงสร้างคำสั่งแบบ
  6797. 5:57:35ที่ 1 นะครับก็ทำการสร้างเป็นตัวแปรขึ้น
  6798. 5:57:37มามีค่าเท่ากับแล้วก็ buet ก้ามปูนะครับ
  6799. 5:57:40อันนี้ไม่ต้องเติม sem คลัปิดท้ายนะครับ
  6800. 5:57:43ในภาษา python อันนี้ผมหลงนะเนี่ยไม่ต้อง
  6801. 5:57:45ใส่เิคลัผิดท้ายนะฮใน buet ก้ามปูนะครับ
  6802. 5:57:49อาจจะมีส่วนที่เรียกว่าข้อมูลนะครับบรรจุ
  6803. 5:57:52อยู่ด้านในหรือว่าสมาชิกนะครับบรรจุอยู่
  6804. 5:57:54ด้านในถ้ามีข้อมูลมากกว่า 1 จำนวนนะครับ
  6805. 5:57:56เราจะคัด้วยความหมายคอมมตามด้วยข้อมูล
  6806. 5:57:58ระดับที่ 1 2 3 4 อะไรก็ว่าไปถ้าไม่มี
  6807. 5:58:02ข้อมูลเริ่มต้นนะครับจะระบุเป็น bucket
  6808. 5:58:04เปล่าๆนะครับอันนี้ก็คือโครงสร้างคำสั่ง
  6809. 5:58:07แบบที่ 1 แบบที่ 2 นะครับเราจะเรียกใช้คำ
  6810. 5:58:10สั่ง List นะครับมาครอบข้อมูลก็คือระบุใน
  6811. 5:58:13พื้นที่ของวงเล็บเปิดปิดต้าไหนก็จะเป็น
  6812. 5:58:15ข้อมูลตัวที่ 1 2 3 4 นะ
  6813. 5:58:18ฮะโอเคนะครับต่อมาก็จะเป็นการจัดการลินะ
  6814. 5:58:21ครับอ่าก็จะมีเรื่องของจำนวนสมาชิกใน
  6815. 5:58:23ลิสต์การเชื่อมข้อมูลในลิ์การเข้าถึง
  6816. 5:58:26สมาชิกในลิ์การแก้ไขข้อมูลในลิ์นะฮะจำนวน
  6817. 5:58:30สมาชิกในลิส์นะครับเราจะใช้คำสั่งเลนนะ
  6818. 5:58:34ครับอย่างเช่นผลตการสร้าง List สกอขึ้นมา
  6819. 5:58:36เนาะมีสมาชิก 3 ตัวนะครับก็คือ 100 0
  6820. 5:58:41แล้วก็ 80 นะครับต้องการแต่จะทราบว่าอ่า
  6821. 5:58:45ตัวแปร List สกตัวนี้นะครับมีจำนวนสมาชิก
  6822. 5:58:47กี่ตัวก็จะระบุคำสั่งเลนและก็ตัวแปร
  6823. 5:58:50ประเภท List นะครับอันนี้ก็จะเป็นภาพการ
  6824. 5:58:54จัดเก็บข้อมูลสมาชิกในลิสต์นะครับจะเป็น
  6825. 5:58:57แบบลำดับเนาะก็คือ 100 อยู่ก่อนเพื่อนเลย
  6826. 5:59:00ลำดับต่อมาก็จะเป็น 90 แล้วก็ 80 นั่นเอง
  6827. 5:59:03นะฮะต่อมาก็จะเป็นการเชื่อมข้องข้อมูลใน
  6828. 5:59:06ลิสนะครับกรณีที่เรามีข้อมูลหลายๆก้อน
  6829. 5:59:09เนาะหรือว่ามีลิส์หลายๆก้อนนะครับต้องการ
  6830. 5:59:10อยากจะนำมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกันก็จะใช้
  6831. 5:59:12เครื่องหมายบวกเป็นกับ String เลยนะครับ
  6832. 5:59:15ในนี้ผมยกตัวอย่างเป็น List score 1
  6833. 5:59:17กับส 2 นะครับอยากจะนำเอาข้อมูลตัวเลขอ่า
  6834. 5:59:21ที่อยู่ใน List สกอ 1 กับสกอ 2 นะครับมา
  6835. 5:59:25เชื่อมต่อกันก็จะใช้เครื่องหมายบวกแล้วก็
  6836. 5:59:27จะได้ตัวแปรลิตัวใหม่นะครับมาใช้
  6837. 5:59:30งานต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงสมาชิกในลิ์นะ
  6838. 5:59:34ครับผมผมยกตัวอย่างเป็นิสที่เก็บชื่อของ
  6839. 5:59:39สีครับก็จะมีแดงเขียวน้ำเงินส้มดำขาว
  6840. 5:59:42เหลืองนะฮะโดยแดงเนี่ยจะอยู่ด้านหน้าสุด
  6841. 5:59:45นะครับเหลืองอยู่ด้านหลังสุดนะครับอันนี้
  6842. 5:59:47เป็นการจัดเก็บข้อมูลสมาชิกแบบลำดับนะ
  6843. 5:59:50ครับการเข้าถึงสมาชิกในลิ์นะครับเราจะใช้
  6844. 5:59:53เลข index อ่าหรือว่าหมายเลขกำกับหรือำ
  6845. 5:59:57ลำดับสมาชิกในลิสต์นะครับเป็นตัวเลขจำนวน
  6846. 5:59:59เต็มอันนี้ถ้าเรามีพื้นฐานการจัดการสิ
  6847. 6:00:02เนี่ยก็จะง่ายเลยนะครับในเรื่องของการใช้
  6848. 6:00:04งานสมาชิกในินะฮะก็คือใช้เลข index ในการ
  6849. 6:00:07เข้าถึงข้อมูลเหมือนกับสิงเลยนะครับโดย
  6850. 6:00:11index เราสามารถมองได้ทั้งรูปแบบของหน้า
  6851. 6:00:15ไปหลังหรือว่าหลังไปหน้านะครับหรือว่า
  6852. 6:00:18ลำดับจากซ้ายไปขวาหรือหน้าไปหลังนะครับ
  6853. 6:00:21เลข index เนี่ยจะเป็นค่า 0 หรือค่าบวกนะ
  6854. 6:00:25ฮะแต่ถ้ามองจากขวาไปซ้ายหรือว่าหลังไป
  6855. 6:00:28หน้านะครับจะเป็นค่าลบก็คือเริ่มต้นที่ -1
  6856. 6:00:31นะครับ -2 -3 -4 -5 -6 -7 อะไรก็ว่า
  6857. 6:00:34ไปนะครับอันนี้ก็คือรูปแบบการเข้าถึงเนาะ
  6858. 6:00:37อ่าเป็นได้ทั้งค่าบวกและก็ค่าลบนะครับถ้า
  6859. 6:00:43ต้องการแดกจะได้สมาชิกตัวแรกนะครับก็ระบุ
  6860. 6:00:47เลข index นะครับเป็น index ที่ 0 อย่าง
  6861. 6:00:49เช่นผมต้องการดกจะได้สีแดงมาใช้นะครับก็
  6862. 6:00:52ระบุเป็น index ที่ 0 หรือ index ที่ -7
  6863. 6:00:55นะฮะถ้าต้องการดกจะได้สีเหลืองนะครับก็จะ
  6864. 6:00:58เป็น index ที่ 6 หรือ index ที่ -1 อัน
  6865. 6:01:01นี้ก็คือการเข้าถึงข้อมูลสมาชิกในลิ์นะ
  6866. 6:01:04ครับถ้าเราทราบเลข index ก็สสามารถดึงข้อ
  6867. 6:01:06มูลมาใช้งานได้ทีนี้การเข้าถึงข้อมูล
  6868. 6:01:09เนี่ยเราไม่ได้ต้องการข้อมูลแค่ตัวเดียว
  6869. 6:01:11ใช่ไหมมครับเราต้องการอยจะได้ข้อมูลแบบ
  6870. 6:01:13ช่วงด้วยอย่างเช่นอยากจะได้สีแดงสีเขียว
  6871. 6:01:16สีน้ำเงินมาใช้เนี่ยจะทำยังไงอยากจะได้สี
  6872. 6:01:18ดำกับสีขาวมาใช้จะทำยังไงนะครับเราก็จะ
  6873. 6:01:21กำหนดช่วงข้อมูลครับโดยใช้งานร่วมกับ
  6874. 6:01:24เครื่องหมายโคลอนเหมือนกับสิเลยนะครับมี
  6875. 6:01:27อยู่ 3 แบบแบบที่ 1 ก็คือประกาศ index
  6876. 6:01:30เริ่มต้นแล้วก็เครื่องหมายคลอนนะครับก็
  6877. 6:01:33คือเป็นการดึงข้อมูลสมาชิกในลิ์นะครับจาก
  6878. 6:01:36index เริ่มต้นอ่าไปจน
  6879. 6:01:39ถึงสมาชิกตัวสุดท้ายนะครับหรือว่าอ่า
  6880. 6:01:43ตำแหน่งอกซสุดท้ายนั่นเองนะครับก็คือจาก
  6881. 6:01:46index ตำแหน่งเริ่มต้นถึงสิ้นสุดเนาะต่อ
  6882. 6:01:49มาก็จะเป็นวิธีที่ 2 นะครับก็จะเป็นโคลอน
  6883. 6:01:51index สุดท้าย + 1 ก็คือจากเริ่มต้นจน
  6884. 6:01:55ถึงก่อนตำแหน่งสุดท้ายนะครับตำแหน่งสุด
  6885. 6:01:59ท้ายก็จะเป็น + 1 นะฮะวิธีที่ 3 นะครับ
  6886. 6:02:02ก็คือนำเอาวิธีที่ 1 กับ 2 มารวมร่างกัน
  6887. 6:02:06ก็จะเป็นอกซเริ่มต้นโคลอน index สุดท้าย +
  6888. 6:02:101 นะฮะอ่าเดี๋ยวมาดูภาพการทำงานเนาะ
  6889. 6:02:13เริ่มต้นที่วิธีแรกก่อนก็คือ index เริ่ม
  6890. 6:02:16ต้นแล้วก็เครื่องหมายโคลอนนะครับยกตัว
  6891. 6:02:19อย่างอย่างเช่นถ้าผมต้องการอยากจะได้ข้อ
  6892. 6:02:23มูลสมาชิกนะครับที่เป็นสีน้ำเงินส้มดำขาว
  6893. 6:02:27เหลืองนะครับก็ประกาศจุดเริ่มต้นเลยนะ
  6894. 6:02:30ครับก็คืออยากจะดึงข้อมูลสมาชิกในลิ์นะ
  6895. 6:02:34ครับเริ่มต้นที่ Index ที่ 2 ไปจนถึงตัว
  6896. 6:02:36สุดท้ายนะครับก็จะได้ข้อมูลสีน้ำเงินส้ม
  6897. 6:02:40ขาวอ่าดำขาวเหลืองมาใช้งานนะฮะหรือจะระบุ
  6898. 6:02:44เป็นค่าติดลบก็ได้นะครับเริ่มต้นที่ -3
  6899. 6:02:46ไปจนถึง -1 เนาะก็จะได้ดำขาวเหลืองมาใช้
  6900. 6:02:50นะครับอันนี้ก็คือวิธีที่ 1 นะครับเป็น
  6901. 6:02:53การระบุจุดเริ่มต้นนะครับแต่ไม่ได้ระบุ
  6902. 6:02:56จุดสิ้นสุดวิธีที่ 2 นะครับไม่ได้ระบุจุด
  6903. 6:03:00เริ่มต้นครับแต่ว่าระบุจุดสิ้นสุดก็คือ
  6904. 6:03:04ให้เอาตั้งแต่ตัวแรกเลยนะครับไปจนถึงก่อน
  6905. 6:03:07ตำแหน่งจุดสิ้นสุดของเรานะครับก็คืออกซ
  6906. 6:03:10สุดท้าย + 1 ยกตัวอย่างอย่างเช่นผมระบุ
  6907. 6:03:13เป็นโคลอน 3 นะครับก็คือต้องการเด็กจะดึง
  6908. 6:03:17เอาข้อมูลสมาชิกในลิสต์นะครับตั้งแต่จุด
  6909. 6:03:20เริ่มต้นไปจนถึงก่อน index ที่ 3 ก็คือ
  6910. 6:03:23index ที่ 2 นั่นเองก็จะเป็น 2 + 1 ก็
  6911. 6:03:25เป็น 3 แต่ตอนที่ทำการระบุก็จะเป็นโคลอน 3
  6912. 6:03:27ก็จะได้สีแดงเขียวน้ำเงินมาใช้นะฮะต่อมา
  6913. 6:03:33ก็จะเป็นวิธีที่ 3 นะครับด็กเริ่มต้นแล้ว
  6914. 6:03:35ก็อินเด็กสุดท้าย + 1 นะก็คือประกาศจุด
  6915. 6:03:38เริ่มต้นแล้วก็จุดสิ้นสุดนะ
  6916. 6:03:40ฮะยกตัวอย่างอ่ะอย่างเช่นมันก็จะมี 2 เคส
  6917. 6:03:44เนก็คือเรามองจากซ้ายไปขวาหรือว่าขวามา
  6918. 6:03:47ซ้ายหรือว่าจากหน้าไปหลังหรือว่าหลังมา
  6919. 6:03:49หน้านะครับถ้าเป็นหน้าไปหลังนะครับจะเป็น
  6920. 6:03:52เลขอินเดกซ์ที่เป็นค่าบวกอย่างเช่นผมระบุ
  6921. 6:03:55จุดเริ่มต้นนะครับก็คือ 1 สิ้นสุดก็คือ
  6922. 6:03:58ก่อน 4 นะครับก็จะระบุเป็นเลขอิกที่ 1 ไป
  6923. 6:04:02จนถึงอ่าก่อน index ที่ 4 ก็คือ 3 ใช่
  6924. 6:04:05มั้ยครับก็จะได้ข้อมูลสีเขียวน้ำเงินส้ม
  6925. 6:04:09มาใช้งานหรือถ้าเป็นค่าติดลบครับอย่าง
  6926. 6:04:12เช่น -7 จนถึงก่อน -4 ครับก็คือ -5 ก็จะ
  6927. 6:04:16ได้สีแดงเขียวน้ำเงินมาใช้งานโอเคนะครับ
  6928. 6:04:21ก็คืออ่าอันนี้จะระบุเป็น -5 + 1 ใช่
  6929. 6:04:26มั้ยครับจากสมการเนาะ -5 + 1 ก็จะเหลือ
  6930. 6:04:29-4 นะครับเพราะฉะนั้นการเข้าถึงข้อมูล
  6931. 6:04:32สมาชิกนะครับที่มีการประกาศจุดเริ่มต้น
  6932. 6:04:34แล้วก็จุดส้นจุดส้นสุดต้องมีการบวก 1
  6933. 6:04:36ด้วยทุกครั้งนะอนี้จะระบุเป็น -7 ไปจนถึง
  6934. 6:04:41ก่อน -4 นะก็คือ -5 นั่นเองนะครับข้อมูล
  6935. 6:04:44ที่เราจะได้ก็คือ -7 - -5 แต่ตอนที่ทำ
  6936. 6:04:46การระบุเราจะระบุเป็น
  6937. 6:04:48-4 โอเคนะครับนี่เป็นการเข้าถึงข้อมูล
  6938. 6:04:51สมาชิกในลิ์นะครับตามช่วงที่กำหนดทีนี้
  6939. 6:04:55ถ้าต้องการอยากจะได้ข้อมูลทุกๆตัวล่ะที่
  6940. 6:04:58อยู่ในลิ์เนี่ยนะครับเราก็ใช้ตัว for
  6941. 6:04:59Loop ครับมาดึงข้อมูลสมาชิกในลินะครับก็
  6942. 6:05:03คือ for แล้วก็ตัวแปรในนี้ผมประกาศเป็น
  6943. 6:05:06ตัวแปรไอเทมหรือตัวแปร Element หรือตัว
  6944. 6:05:09แปรที่เก็บข้อมูลสมาชิกในแต่ละช่องนะครับ
  6945. 6:05:12ดึงมาจากชื่อิที่เราต้องการก็คือใช้คำ
  6946. 6:05:15สั่ง in นะครับก็จะเป็น for Item in
  6947. 6:05:18ตามด้วยชื่อิของเราแล้วก็เครื่องหมาย
  6948. 6:05:20colon แล้วก็คำสั่งต่างๆที่เราต้องการ
  6949. 6:05:22ให้ทำงานมันก็จะทำการดึงข้อมูลสมาชิกนะ
  6950. 6:05:25ครับที่อยู่ในลิมาใช้นั่นเองนะครับตาม
  6951. 6:05:28จำนวนข้อมูลเนาะถ้ามี 10 ตัวก็ดึงมาทั้ง
  6952. 6:05:3110 ตัวเลยมี 100 มี 1,000 ก็ดึงมาทั้ง
  6953. 6:05:34หมดนะฮะ
  6954. 6:05:36อันนี้ก็เป็นการเข้าถึงสมาชิกในลิ์นะ
  6955. 6:05:40ครับต่อมาก็จะเป็นการแก้ไขข้อมูลในลิ์นะ
  6956. 6:05:43ครับการแก้ไขข้อมูลเนี่ยเราก็จะเข้าไปที่
  6957. 6:05:46ตัวแปรลิของเราตามด้วยเลข index ครับที่
  6958. 6:05:48ต้องการอยากจะแก้ไขข้อมูลอย่างเช่นอยากจะ
  6959. 6:05:50แก้ไขข้อมูลอ่า index ที่ 0 ก็ประกาศเป็น
  6960. 6:05:54อ่า bucket แล้วก็เลข index ที่ 0 นะครับ
  6961. 6:05:56มีค่าเท่ากับข้อมูลตัวใหม่นะฮะที่เรา
  6962. 6:05:59ต้องการที่จะแก้ไขนั่นเองเลก็คือตำแหน่ง
  6963. 6:06:01ข้อมูลในลิที่เราต้องการที่จะปรับปรุงแก้
  6964. 6:06:03ไขส่วน Value ก็คือข้อมูลมูใหม่ที่เรา
  6965. 6:06:06ต้องการดี๋จะแก้โอเคนะครับอ่ะอย่างเช่นผม
  6966. 6:06:09อยากจะแก้ข้อมูลสีแดงเนาะสีแดงอยู่ที่
  6967. 6:06:12Index ที่ 0 ใช่มั้ยครับอยากจะแก้ให้
  6968. 6:06:13กลายเป็นสีน้ำเงินอ่ะเป็นสีน้ำตาลก็ได้นะ
  6969. 6:06:17ครับอเปลี่ยนจากแดงเป็นน้ำตาลผมก็เข้าไป
  6970. 6:06:19ที่อ่าตัวแปรลิที่เก็บข้อมูลสีเอาไว้นะ
  6971. 6:06:23ครับแล้วก็ระบุเลข index ของสีแดงก็คืออก
  6972. 6:06:25ที่ 0 อ่ามีค่าเท่ากับสีน้ำตาลอะไรประมาณ
  6973. 6:06:28นี้อ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการสร้างลิส์
  6974. 6:06:31แล้วก็การจัดการข้อมูลในลิสต์กันนะครับ
  6975. 6:06:34ว่ามีขั้นตอนการใช้งานอย่างไรบ้างกลับมา
  6976. 6:06:37ที่ vs Code นะครับในส่วนของการสร้างิ
  6977. 6:06:40เนี่ยก็คล้ายๆกับการสร้างตัวแปรเลยนะครับ
  6978. 6:06:44ก็คือประกาศเป็นชื่อตัวแปรขึ้นมานะครับ
  6979. 6:06:48ตามด้วยข้อมูลเริ่มต้นนะครับที่เรา
  6980. 6:06:50ต้องการอยากจะเก็บลงในตัวแปรดังกล่าวแต่
  6981. 6:06:53ว่าถ้าเป็นในส่วนของิเนี่ยจะเป็นการเก็บ
  6982. 6:06:56กลุ่มของข้อมูลครับก็คือข้อมูลเนี่ย
  6983. 6:06:58สามารถมีค่าได้มากกว่า 1 ค่ายกตัวอย่าง
  6984. 6:07:02อย่างเช่นผมตกการสร้างตัวแปร produc ขึ้น
  6985. 6:07:05มาครับตัวแปรโปรดักของผมเนี่ยต้องการอยจะ
  6986. 6:07:07เก็บข้อมูลหลายๆค่าเอาไว้ด้านในนะครับ
  6987. 6:07:10อย่างเช่นเป็นข้อมูลสินค้าเนาะซึ่งข้อมูล
  6988. 6:07:13สินค้าก็จะมีอยู่หลายแบบนะครับอย่างเช่น
  6989. 6:07:16มีชื่อสินค้ามีราคาสินค้านะครับมีจำนวน
  6990. 6:07:20สินค้าในสต๊อกนะครับหรืออะไรอีกมีจำหน่าย
  6991. 6:07:26หรือเปล่านะครับมาเก็บสถานะว่าตอนนี้
  6992. 6:07:28สินค้าพร้อมจำหน่ายหรือไม่นู่นนี่นั่นก็
  6993. 6:07:30คือจะมีการเก็บข้อมูลอยู่หลายแบบนะครับ
  6994. 6:07:33ถ้าเป็นชื่อสินค้าก็คือเป็นสติงถ้าเป็น
  6995. 6:07:36ราคาสินค้าก็เป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมนะ
  6996. 6:07:39ครับถ้าเป็นจำนวนสต๊อกออย่างเช่นมีสินค้า
  6997. 6:07:42ในสต๊อกหรือว่าในคลางกี่ชิ้นนะก็ระบุเป็น
  6998. 6:07:44ตัวเลขจำนวนเต็มอะไรก็ว่าไปนะครับโดยวิธี
  6999. 6:07:48การเก็บข้อมูลทั้ง 4 5 ตัวที่ผมได้ก่า
  7000. 6:07:51ข้างต้นนะครับผมก็จะให้เก็บในรูปแบบของิ
  7001. 6:07:55ครับก็คือเป็นรายการเนาะลงไปที่ตัวแปร
  7002. 6:07:58produc นะครับโดยข้อมูลเนี่ยจะระบุใน
  7003. 6:08:01พื้นที่ของ buet ก้ามปูครับถ้าทำการ
  7004. 6:08:04ประกาศแบบนี้แสดงว่าเราทำการสร้างเป็น
  7005. 6:08:06ลิส์เปล่าๆขึ้นมานะครับก็คือยังไม่มีข้อ
  7006. 6:08:09มูลด้านในนะครับข้อมูลในที่นี้เราจะเรียก
  7007. 6:08:11ว่าเป็นสมาชิกนะครับตัวแปลงโปดักมีสมาชิก
  7008. 6:08:14หรือว่ามีข้อมูลอะไรบ้างออย่างเช่นมีข้อ
  7009. 6:08:16มูลชื่อสินค้านะครับที่เป็นสติงเนาะอย่าง
  7010. 6:08:20เช่นเป็นกางเกงอะไรพวกนี้นะครับผมข่
  7011. 6:08:22กางเกงนะฮะอ่าก็คือ produc เเก็บสิได้
  7012. 6:08:25ด้วยนะครับรวมไปถึงเก็บตัวเลขที่มีจุด
  7013. 6:08:29ทศนิยมได้ด้วยนะครับอย่างเช่นเป็น 99.99
  7014. 6:08:31อะไรก็ว่าไปหรือเก็บตัวเลขคนวนเต็มนะครับ
  7015. 6:08:34อย่างเช่นเก็บ 10 หรือเก็บค่าทางตศาสตร์
  7016. 6:08:36นะครับอย่างเช่นเก็บค่า True อะไรประมาณ
  7017. 6:08:39นี้นะครับอันนี้ก็จะเป็นการสร้างลิขึ้นมา
  7018. 6:08:44ใช้งานนะครับวิธีที่ 1 นะครับจะระบุโดย
  7019. 6:08:47ใช้สัญลักษณ์ buet ก้ามปู่วิธีที่ 2 นะ
  7020. 6:08:51ครับเราจะใช้คำสั่งก็คือคำสั่ง List ครับ
  7021. 6:08:53อ่าตามด้วยวงเล็บเปิดปิดนะฮะอ่าวงเล็บ
  7022. 6:08:57เปิดปิดถ้าในวงเล็บเปิดปิดของลิสตัวนี้นะ
  7023. 6:09:01ครับก็จะทำการบรรจุข้อมูลนะครับของลิส์
  7024. 6:09:04เข้าไปอ่าก็ก็มีอยู่ 4 ตัวเนาะก็จะใส่
  7025. 6:09:06เป็นวงเล็บเปิดปิดส้อนด้านในอีกทีนึงนะฮะ
  7026. 6:09:10อ่าเป็นการเก็บข้อมูลสมาชิกแต่ถ้าไม่มี
  7027. 6:09:13ข้อมูลเลยก็จะได้เป็นลิสเปล่าๆมาอ่าแต่
  7028. 6:09:16ถ้ามีข้อมูลก็จะระบุอ่าข้อมูลต่างๆลงไป
  7029. 6:09:19ที่พื้นที่วงเล็บเปิดปิดนะครับแล้วก็คั้น
  7030. 6:09:21ด้วยเครื่องหมายคอมม่าอันนี้ก็คือวิธีที่
  7031. 6:09:242 ในการสร้างลินะครับแต่ส่วนใหญ่
  7032. 6:09:27อ่าจะใช้สัญลักษณ์มากกว่านะครับก็คือ buet
  7033. 6:09:31ก้าม
  7034. 6:09:32ปู่ทีนี้ยังไงต่อนะครับสิ่งที่ผมต้องการ
  7035. 6:09:36ก็คืออยากจะตรวจสอบว่าตอนนี้ตัวแปรโปัก
  7036. 6:09:39เนี่ยมีชนิข้อมูลเป็นอะไรนะเพราะว่าเราทำ
  7037. 6:09:43การสร้างตัวแปรักขึ้นมาบางคนต้องการอยาก
  7038. 6:09:45จะตรวจสอบชิข้อมูลเนาะอวิธีการตรวจสอบชนิ
  7039. 6:09:48ข้อมูลเราก็จะใช้อ่าฟังก์ชัน type ใช่
  7040. 6:09:50ไหมมครับแล้วก็ตัวแปรที่เราต้องการจะตรวจ
  7041. 6:09:54สอบชนิดข้อมูลออย่างเช่น produc มาดูสว่า
  7042. 6:09:57ตัวแปร uc ของเราเนี่ยนะครับมีชนิดข้อมูล
  7043. 6:09:59เป็นอะไรอ่าก็จะเป็น List แสดงว่าตัวแปร
  7044. 6:10:03produc ตัวนี้นะครับก็คือตัวตัวแปร
  7045. 6:10:05ประเภทลิสนั่นเองทีนี้ตัวแปรประเภทลินะ
  7046. 6:10:09ครับมีการเก็บข้อมูลครับต้องการอยากจะ
  7047. 6:10:11ทราบว่ามีจำนวนข้อมูลกี่ตัวครับในตัวแปร
  7048. 6:10:15produc เราก็จะใช้คำสั่ง Range ครับแล้ว
  7049. 6:10:19ก็วงเล็บเิดแล้วก็ตัวแปร List ที่ชื่อว่า
  7050. 6:10:22product นะครับเพื่อที่จะดูว่าตอนนี้ใน
  7051. 6:10:26ตัวแปร produc ของเราเนี่ยมีการบรรจุข้อ
  7052. 6:10:29มูลอยู่กี่ตัวหรือว่ากี่จำนวนนั่นเองเรา
  7053. 6:10:32ก็สามารถที่จะบอกได้นะครับ
  7054. 6:10:35นะก็จะใช้คำสั่งเลนเนาะก็จะมีอยู่ 4 ตัว
  7055. 6:10:38นะครับมีข้อมูล 4 ตัวหรือว่ามีสมาชิก 4
  7056. 6:10:41จำนวนโดยข้อมูลสมาชิกที่อยู่ในลิสนะครับ
  7057. 6:10:44สามารถมีชนิดข้อมูลที่แตกต่างกันได้นะ
  7058. 6:10:46ครับอย่างเช่นเอา String มาเก็บได้เอาตัว
  7059. 6:10:49เลขที่มีจุดทศนิยมมาเก็บได้นะครับจำนวน
  7060. 6:10:51เต็มหรือว่าค่าทางทักษาก็เก็บได้หมดเลย
  7061. 6:10:54ต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงข้อมูลครับอ่าการ
  7062. 6:10:57เข้าถึงข้อมูลการเข้าถึงข้อมูลสมาชิกนะฮะ
  7063. 6:11:01ใสคอมเมนแล้วกัน
  7064. 6:11:05เข้าถึงสมาชิกนะครับการเข้าถึงสมาชิก
  7065. 6:11:08เนี่ยเราจะใช้ในส่วนของเลข index หรือว่า
  7066. 6:11:11เลขลำดับของข้อ
  7067. 6:11:13มูลอย่างเช่นถ้าผมต้องการอยจะได้ข้อมูล
  7068. 6:11:16กางเกงมาใช้งานครับผมก็จะเข้าไปที่ตัวแปร
  7069. 6:11:21List product นะครับแล้วก็ buet ก้ามปู
  7070. 6:11:23ตรยเลข ind ก็คืออกที่ 0 ก็จะได้ข้อมูล
  7071. 6:11:26ตัวแรกนะครับมาใช้งานนก็คือการเกองนั่น
  7072. 6:11:30เองผมก็จะลองปริ้นออกมา
  7073. 6:11:32เนาะปริ้นข้อมูลมานะ
  7074. 6:11:37ฮะโอเคนะครับอันนี้ก็คือเราต้องการแต่จะ
  7075. 6:11:40ดึงข้อมูลที่เราสนใจมาใช้ถ้าเราทราบเลข
  7076. 6:11:43index ก็จะทราบข้อมูลที่เกียบอยู่ในอกซ
  7077. 6:11:46ดังกล่าวต่อมาครับก็จะเป็นอ่า 99.99 บ้าง
  7078. 6:11:51นะครับก็คือ index ถัดไปเนาะเป็นเลข 1 นะ
  7079. 6:11:55ฮะ
  7080. 6:11:57อ่าอันนี้เรามองจากข้อมูลนะครับจากซ้ายไป
  7081. 6:12:01ขวาหรือว่าจากหน้าไปหลังนะฮะอ่าอกที่ 0
  7082. 6:12:04เป็นตัวแรกนะครับ index ที่ 1 เป็นตัวที่
  7083. 6:12:062
  7084. 6:12:0799.99 ต่อมาก็จะเป็น index อ่า index
  7085. 6:12:11ที่ 1 แล้วก็ index ที่ 2 นะครับก็จะเป็น
  7086. 6:12:14เลข 10 ครับ
  7087. 6:12:16อ่าอเป็นเลข 10 เห็นมะต่อมาครับก็จะเป็น
  7088. 6:12:22ค่า True ค่า True อะไรครับก็คือ index
  7089. 6:12:25ที่ 3 ใช่มั้ยครับอ่ะลองกดรันดู
  7090. 6:12:29ซิอ่าก็จะได้ค่า True มาใช้แต่ถ้ามี index
  7091. 6:12:34ที่ 4 ล่ะอกที่ 4 คืออะไรนะครับมาดูซิมี
  7092. 6:12:38หรือ
  7093. 6:12:40เปล่าไม่มีใช่มั้ยครับอ่ะลองกดลมันบอกว่า
  7094. 6:12:44ไม่มีก็คือ List index out of Range
  7095. 6:12:47นะครับก็คือ index ที่เราระบุเนี่ยนะครับ
  7096. 6:12:50มันไม่อยู่ในในช่วงที่มีการเก็บข้อมูล
  7097. 6:12:53สมาชิกใน List produc นะก็คือมันไม่มีนะ
  7098. 6:12:57ครับ็กที่ 4 เนี่ยมีแค่ 0 1 2 3 เท่า
  7099. 6:13:00นั้นโอเคนะครับอันนี้ก็คือการเข้าถึงข้อ
  7100. 6:13:04มูลสมาชิกคิกที่จัดเก็บอยู่ใน List
  7101. 6:13:07product ของเรานะครับโดยดึงข้อมูลจาก
  7102. 6:13:10ด้านหน้าไปด้านหลังหรือว่าจากซ้ายไปขวา
  7103. 6:13:13แล้วถ้าต้องการเกจะดึงข้อมูลจากขวาไปซ้าย
  7104. 6:13:16หรือว่าจากหลังมาหน้าล่ะอย่างเช่นคาชู
  7105. 6:13:19เนี่ยนะครับอ่าถ้ามองจากหลังไปหน้าหรือ
  7106. 6:13:23ว่าขวาไปซ้ายเนี่ยก็จะเป็นค่าติดลบใช่มย
  7107. 6:13:26ครับอันนี้ก็จะเป็น -1 เนาะที่เป็นค่าช
  7108. 6:13:30เลข 10 ก็จะเป็น
  7109. 6:13:32-2 99.99 ก็จะเป็น -3 กางเกงก็จะเป็น -4
  7110. 6:13:38ใช่มั้ยครับ
  7111. 6:13:40อ่าผลรัธที่เกิดขึ้นนะครับมาลองกดรัน
  7112. 6:13:44ดูนะะเห็นมั้ยครับก็ได้ผลรับเหมือนเดิม
  7113. 6:13:48เลยแต่ว่าการเข้าถึงข้อมูลเเลขิกจะเป็น
  7114. 6:13:50ค่าติดลบถ้ามองจากหลังมาหน้าหรือว่าจาก
  7115. 6:13:53ขวาไป
  7116. 6:13:54ซ้ายอันนี้ก็เป็นการเข้าถึงข้อมูลสมาชิก
  7117. 6:13:58นะครับที่เราสนใจโดยระบุเลขกนตกำกับทีนี้
  7118. 6:14:02ถ้าเราไม่ได้สนใจอ่าเลข inex หลักอยากจะ
  7119. 6:14:06ดึงข้อมูลทุกๆตัวนะครับที่อยู่ใน List
  7120. 6:14:08product มาใช้งานเลยแล้วก็จะใช้ for
  7121. 6:14:10Loop กันครับก็จะเป็น for Element นะ
  7122. 6:14:13ครับสมาชิกเนาะ in product นะครับก็คือ
  7123. 6:14:17ไปหยิบเอาสมาชิกแต่ละตัวจาก List product
  7124. 6:14:21มาใช้งานนะครับแล้วก็นำมาแสดงผลนะฮะผมก็
  7125. 6:14:24จะปิ Element ออกมาก็คือไปหยิบมาเลยนะ
  7126. 6:14:27ครับหยิบตัวแรก 2 3 4 นู่นนี่นั่นนะฮะอ
  7127. 6:14:31ลองกดรันดู
  7128. 6:14:33ซิโอเคก็จะได้ข้อมูลกางเกง 99.99 10
  7129. 6:14:37แล้วก็ True มา
  7130. 6:14:39ใช้นะครับหรือถ้าไม่ต้องการอยจะแสดงผล
  7131. 6:14:44เป็น for Loop อนี้นะครับเราสามารถแสดง
  7132. 6:14:46เป็นข้อมูลเต็มๆได้เลยนะครับก็คือปริ
  7133. 6:14:48product ออกมาได้
  7134. 6:14:50เลยอไม่ต้องแจกแจงโดยใช้ Loop นะฮะก็แสดง
  7135. 6:14:54เป็นิเลยนะฮะก็จะเป็นกางเกน 99.99 10
  7136. 6:14:57True หรือถ้าต้องการอยจะแก้ไขข้อมูลครับ
  7137. 6:15:00อย่างเช่นอยากจะเปลี่ยนข้อมูลชื่อสินค้า
  7138. 6:15:02กางเกงเนี่ยไปเป็นเสื้อเปลี่ยนยังไงเราก็
  7139. 6:15:06ต้องไปดููว่าข้อมูลกางเกงเนี่ยเก็บอยู่
  7140. 6:15:08ที่ Index ที่เท่าไหร่ใช่มั้ยครับก็คือ
  7141. 6:15:11index ที่ 0 ใช่มั้ยถ้ามองจากซ้ายไปขวา
  7142. 6:15:13หรือว่าจากหน้าเป็นหลังนะครับก็จะระบบ
  7143. 6:15:16เป็น produc ind ที่ 0 นะครับมีค่าเท่า
  7144. 6:15:18กับตามด้วยข้อมูลใหม่อย่างเช่นอยากจะ
  7145. 6:15:20เปลี่ยนจากกางเกงไปเป็นเสื้อนะครับก็ระบุ
  7146. 6:15:22เป็นเสื้อแบบนี้ได้
  7147. 6:15:24เลยความหมายก็คือทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
  7148. 6:15:27สมาชิกที่อยู่ใน List product index
  7149. 6:15:29ที่ 0 นะครับให้เก็บข้อมูลเสื้อนั่นเอง
  7150. 6:15:32อ่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นครับ
  7151. 6:15:36อันนี้ให้ทำการแก้ไขข้อมูลก่อนนะครับก่อน
  7152. 6:15:39ที่จะทำการแสดงผลเนาะก็จะได้ข้อมูลเป็น
  7153. 6:15:41เสื้อ 99.99 102 อหรือผมอยากจะเปลี่ยน
  7154. 6:15:46ราคาใหม่นะครับอันนี้ 99.99 มองเป็นราคา
  7155. 6:15:48เนาะอ่ะผมเปลี่ยนเป็น 250 แล้วกันนะครับ
  7156. 6:15:52อันนี้ก็จะเป็น index ที่ 1 250 อะไร
  7157. 6:15:56ประมาณ
  7158. 6:15:58นี้นะครับนอกนอกเหนือจากการเข้าถึงข้อมูล
  7159. 6:16:01เราสามารถแก้ไขข้อมูลที่เราสนใจได้ด้วยนะ
  7160. 6:16:03ครับอย่างเช่น index ที่ 0 เป็นเสื้อที่ 1
  7161. 6:16:05เป็น 250 นี่ก็คือข้อมูลก่อนแก้เนาะนี้ก็
  7162. 6:16:09คือข้อมูลหลังแก้ไข
  7163. 6:16:10แล้วโอเคนะครับอ่าอันนี้ก็เป็นเรื่องของ
  7164. 6:16:14การสร้างลิ์ขึ้นมาใช้งานและก็การเข้าถึง
  7165. 6:16:18อ่าข้อมูลสมาชิกที่อยู่ในลิสต์นะฮะต่อมา
  7166. 6:16:21ก็จะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการสมาชิก
  7167. 6:16:25ที่อยู่ในลิสต์กันบ้างนะครับอย่างเช่นอ่า
  7168. 6:16:28การนำเอาสมาชิกในลิสต์มาเชื่อมต่อกันเนาะ
  7169. 6:16:31ในกรณีที่เรามีลิสต์หลายหลายตัวนะฮะออ่ะ
  7170. 6:16:35ผมจะยกตัวอย่างอย่างเช่นผมทำกการสร้าง
  7171. 6:16:36ลิสต์ที่เก็บกลุ่มชื่อของสีะกันนะครับอ่า
  7172. 6:16:42ตั้งชื่อตัวแปร List ตัวแรกว่าเป็น Color
  7173. 6:16:46อ่า Color 1 แล้วะกัน
  7174. 6:16:48นะ Color 1 นะครับเป็นลิสต์เนาะเก็บชื่อ
  7175. 6:16:52สีนะครับอย่างเช่นมีสีอะไร
  7176. 6:16:56ดีสีดำสีแดงแล้วกันอันนี้จะเก็บเป็นสติง
  7177. 6:17:00ทั้งหมดนะฮะรอบนี้อ่าดำแดงเขียว
  7178. 6:17:06แล้วก็ดำนะ
  7179. 6:17:08ครับก็คือสามารถเก็บข้อมูลซ้ำกันได้นะ
  7180. 6:17:11ครับในส่วนของลิอ่าก็คือมีดำก่อนแล้วก็ดำ
  7181. 6:17:16หลังเนาะอ่าต่อมาก็จะเป็นิตัวที่ 2 ครับ
  7182. 6:17:20เป็น Color
  7183. 6:17:242 อันนี้เป็นสีอื่นมากนะครับอย่างเช่น
  7184. 6:17:27เป็นสีอ่ะผมจะสร้างวิธีที่ 2 แล้วกันนะ
  7185. 6:17:29ครับนี้จะเป็น
  7186. 6:17:31ลิสสีี่ก็จะเป็นสีขาวนะครับครับอ่ามีสี
  7187. 6:17:36ขาว
  7188. 6:17:38สีฟ้าสีส้มนะฮะอันนี้ก็คือวิธีการสร้าง
  7189. 6:17:43ลิ์นะครับทั้ง 2 แบบแบบแรกก็คือเราใช้
  7190. 6:17:46สัญลักษณ์ buet นะครับแบบที่ 2 ก็คือเรา
  7191. 6:17:48ใช้คำสั่งินะครับมาเขียนครอบสมาชิกนะครับ
  7192. 6:17:52ซึ่งมีอยู่ 3 ตัวนะครับตัวแรกมีอยู่ 4
  7193. 6:17:54เนาะสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะรวม
  7194. 6:17:58สมาชิกใน List Color 1 กับ Color 2
  7195. 6:18:01เข้าด้วยกันครับเดี๋ยวผมจะให้เก็บลงในตัว
  7196. 6:18:04แปรที่ชื่อว่าเ้าแล้วกันนะครับมีค่าเท่า
  7197. 6:18:06กับ Color 1 บก Color 2 นะครับก็คือนำ
  7198. 6:18:10เอสมาชิกที่อยู่ใน List Color 1 กับ
  7199. 6:18:12Color 2 เมารวมกันเก็บผลรวมดังก่าลงไป
  7200. 6:18:15ที่ลิก้อนใหม่นะครับนก็คือ Data นั่นเอง
  7201. 6:18:18ผมก็จะลองปริ้น Data ไว้ให้คนดูนะอ่า DAT
  7202. 6:18:23นะครับเตั้งชื่อว่าเป็น full Color แล้ว
  7203. 6:18:25กันเนาะอ่ะ full Color สีเต็มนะครับสี
  7204. 6:18:29แบบเต็มเลยมีหลายสีอ่าปู Color ใส่ตัว S
  7205. 6:18:33ด้วยนะครับมีสีหลายสี
  7206. 6:18:35โอเคกดรันดูผลลับนะครับก็จะได้ข้อมูลสีนะ
  7207. 6:18:39ครับเป็นดำแดงเขียวดำขาวฟ้าส้มนะฮะแต่
  7208. 6:18:43สังเกตว่ามีการเรียงลำดับสีนะครับก็คือ
  7209. 6:18:46เอาสมาชิกที่อยู่ใน col 1 มาก่อนนะครับ
  7210. 6:18:50ตามด้วยสมาชิกที่อยู่ใน Color 2 นะครับ
  7211. 6:18:53มาต่อท้ายก็จะเป็นดำแดงเขียวดำขาวฟ้าส้ม
  7212. 6:18:57นะฮะทีนี้ถ้าต้องการจะเช็ค type นะครับ
  7213. 6:19:01เช็คประเภทข้อมูลของตัวแปร full Color
  7214. 6:19:04นะครับว่าว่ามีชนิข้อมูลเป็น
  7215. 6:19:07อะไรก็เอาคำสั่ง type นะครับมาเขียนครอบ
  7216. 6:19:11อ่ะผลรับที่เกิดขึ้นตัวแปร full cer ของ
  7217. 6:19:14เรานะครับก็จัดอยู่ในประเภท List นั่นเอง
  7218. 6:19:17ก็คือเป็นลิก้อนใหม่นะฮะเกิดจากการนำเอา
  7219. 6:19:21สมาชิกในลิสต์ก้อนเดิมนะครับทั้ง 2 ก้อน
  7220. 6:19:24ก็คือ Color 1 กับ Color 2 มารวมร่าง
  7221. 6:19:27กันโอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นเรื่องของการ
  7222. 6:19:30เชื่อมต่อลิสเข้าด้วยกันนั่นเองต่อมาครับ
  7223. 6:19:33ก็จะเป็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลสมาชิก
  7224. 6:19:36ที่อยู่ในลิสต์นะครับแบบกำหนดช่วงกันบ้าง
  7225. 6:19:40อ่าแบบกำหนดช่วงนะครับอย่างเช่นผมต้องก
  7226. 6:19:42สร้างตัวแปรลิขึ้นมานะครับมาเป็น Color
  7227. 6:19:45อย่างเดียวนะฮะอ่า Color อย่างเดียวนะ
  7228. 6:19:48ครับมีหลายสีนะครับอย่างเช่นเก็บชื่อสีนะ
  7229. 6:19:51ครับเป็นอ่า
  7230. 6:19:54แดงเป็นเขียวนะครับเป็นน้ำเงินอ rgb เนาะ
  7231. 6:19:59แล้วก็มีสีอื่นปนด้วยนะครับอย่าง
  7232. 6:20:02เช่นสีดำสีขาวอะไรประมาณนี้สิ่งที่ผม
  7233. 6:20:07ต้องการนะครับก็คือสีนะครับอยากจะได้ชื่อ
  7234. 6:20:11ของสีนะครับมาใช้งานอย่างเช่นถ้าผม
  7235. 6:20:15ต้องการเด็กๆหยิบสีเขียวมาใช้นะครับจะ
  7236. 6:20:18หยิบยังไงล่ะวิธีการทั่วไปก็คือเราทำการ
  7237. 6:20:21เข้าถึงอ่าตัวแปรลิก่อนใช่มั้ยครับแล้วก็
  7238. 6:20:24สัญลักษณบกตตามด้วยเลข index นะครับของ
  7239. 6:20:27ข้อมูลสีที่เราต้องการในนี้ก็คือสีเขียว
  7240. 6:20:30ใช่มยอ่ามันเป็นสมาชิกที่เก็บอยู่ใน List
  7241. 6:20:33Color นะครับอ่าสีเขียวก็ก็จะเป็น index
  7242. 6:20:35ที่ 1 ถ้ามองจากหน้าไปหลังนะครับอก็จะได้
  7243. 6:20:39สีเขียวมา
  7244. 6:20:40ใช้ซึ่งข้อมูลที่ได้ก็จะได้แค่ค่าเดียวที
  7245. 6:20:45นี้ถ้าต้องการอยากจะได้หลายๆค่าล่ะอย่าง
  7246. 6:20:48เช่นต้องการอยากจะได้สีดำกับสีขาวครับนี่
  7247. 6:20:52อยู่ตรงนี้สีดำกับสีขาวจากจะได้ข้อมูล 2
  7248. 6:20:56สีนี้นะครับจะดึงยังไงวิธีการดึงข้อมูลนะ
  7249. 6:20:59ครับสิ่งที่เราต้องมาดูเลยก็คือเราต้องมี
  7250. 6:21:04การระบุช่วงนะครับว่าดำกับขาวอยู่ช่วงที่
  7251. 6:21:07เท่าไหร่นะฮะซึ่งขาวเนี่ยนะครับมันเป็น
  7252. 6:21:11สมาชิกตัวสุดท้ายใช่มั้ยครับแต่ว่าสิ่ง
  7253. 6:21:14ที่ต้องการก็คือเอาสมาชิกตัวที่อยู่ด้าน
  7254. 6:21:17หน้าตัวสุดท้ายเนี่มาใช้งานด้วยก็คือเอา
  7255. 6:21:20สีดำมาใช้นะครับก็จะไล่อ่าช่วงของสมาชิก
  7256. 6:21:24นะครับจากหน้าไปหลังก่อนนะครับว่าเป็น
  7257. 6:21:27เด็กที่ 0 1 2 3 4 นะครับเพราะฉะนั้น
  7258. 6:21:31ถ้าต้องการเ็กเลดำกับขาวก็คือเอาตั้งแต่
  7259. 6:21:34index ที่ 3 เป็นต้นไปนะครับจนถึงตัวสุด
  7260. 6:21:37ท้ายมาใช้งานก็จะได้ดำกับขาวมาใช้งานแล้ว
  7261. 6:21:41ลองกดรันดู
  7262. 6:21:43เนาะอ่าได้ดำกับขาวมาทีนี้ถ้าต้องการเด็ก
  7263. 6:21:47จะเอาน้ำเงินนะครับเอาน้ำเงินมาด้วยก็จะ
  7264. 6:21:50ระบุเริ่มต้นที่เที่ 2 ใช่มั้ยครับไปจน
  7265. 6:21:52ถึงตัวสุดท้ายเลยก็จะได้ข้อมูลสมาชิกนะ
  7266. 6:21:56ครับก็คือน้ำเงินดำขาวมาใช้งานอันนี้เป็น
  7267. 6:22:00การดึงข้อมูลสีนะครับอ่าจากช่วงของ index
  7268. 6:22:05ที่ 2 เป็นต้นไปนะครับมาใช้งานก็คือดึง
  7269. 6:22:09เอาสมาชิกจากด้านหน้ามาด้านหลังนะครับ
  7270. 6:22:13หรือว่าจากซ้ายไปขวาทีนี้ถ้าต้องการเด็ก
  7271. 6:22:15จะดึงจากขวามาซ้ายล่ะก็จะได้เลขอกซเป็น
  7272. 6:22:19ค่าติดลบนะครับอันนี้ก็จะเป็น - 1 - 2
  7273. 6:22:23-3 นะครับเพราะฉะนั้นสิ่งที่จะระบุนะ
  7274. 6:22:25ครับถ้าต้องการเด็กจะได้สีน้ำเงินดำขาวมา
  7275. 6:22:28ใช้งานเก็จะระบุอิกเริ่มต้นก็คือตั้งแต่
  7276. 6:22:31-3 เป็นต้นไปก็จะเป็น -3 -2 1 นะครับ
  7277. 6:22:35ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็จะได้ข้อมูลสี
  7278. 6:22:39น้ำเงินดำขาวมาใช้งานเหมือนเดิมแต่ว่าเลข
  7279. 6:22:42index ที่ระบุเนี่ยเราระบุเป็นค่าติดลบ
  7280. 6:22:45นะครับก็คือมองจากขวามาซ้ายนะฮะถ้าเป็น
  7281. 6:22:51ค่าบวกก็คือซ้ายไปขวานะครับหรือว่าหน้าไป
  7282. 6:22:53หลังอันนี้เรามองจากหลังมาหน้า
  7283. 6:22:55เนาะโอเคนะครับอ่าอันนี้
  7284. 6:22:59เป็นรูปแบบของการเข้าถึงสมาชิกในตัวแปรลิ
  7285. 6:23:05นะครับแบบมีการระบุจุดเริ่มต้นนะครับว่า
  7286. 6:23:09อยากจะให้เริ่มต้นที่ข้อมูล index ที่
  7287. 6:23:12เท่าไหร่นะครับไปจนถึงตัวสุดท้ายทีนี้นะ
  7288. 6:23:15ครับถ้าผมต้องการอยากจะดึงข้อมูลนะครับ
  7289. 6:23:17โดยระบุแค่จุดสุดท้ายครับก็คือเอาตั้งแต่
  7290. 6:23:20ตำแหน่งเริ่มต้นเลยนะครับไปจนถึงตำแหน่ง
  7291. 6:23:23สุดท้ายอย่างเช่นอยากจะให้ข้อมูลแดงเขียว
  7292. 6:23:26น้ำเงินครับอ่ะ RB เนาะ 3 สีจะดึงยังไงนะ
  7293. 6:23:31ครับการดึงเนี่ยสิ่งที่เราต้องมาคิดก็คือ
  7294. 6:23:34คือแดงเขียวน้ำเงินเนี่ยมันอยู่อ่าต้าน
  7295. 6:23:37หน้าสุดเลยใช่มั้ยครับก็คืออยู่ในในระดับ
  7296. 6:23:41ที่แบบว่าเป็นข้อมูลที่อยู่ก่อนเพื่อนนะ
  7297. 6:23:45ครับเอาตั้งแต่จุดแรกไปจนถึงสีน้ำเงินใช่
  7298. 6:23:50มั้ยครับก็คือตัวแดงเนี่ยอยู่ก่อนเพื่อนอ
  7299. 6:23:53มาก็จะเป็นเขียวแล้วก็น้ำเงินนะครับเพราะ
  7300. 6:23:55ฉะนั้นจุดเริ่มต้นเนี่ยผมจะไม่ระบุก็คือ
  7301. 6:23:58เอาตั้งแต่ตัวแรกเลยแต่ตัวสุดท้ายเนี่ยนะ
  7302. 6:24:00ครับต้องมาระบุว่าจะให้หยิบเอาสมาชิกที่
  7303. 6:24:04อยู่ในตัวแิ Color เนี่ยตัวสุดท้ายเป็น
  7304. 6:24:07ตัวไหนถ้าต้องการอยากได้สีน้ำเงินนะครับ
  7305. 6:24:09เราก็มาดู index นะครับให้เป็น 0 1 2
  7306. 6:24:12นะครับเพราะฉะนั้นข้อมูลที่จะได้ก็คือ
  7307. 6:24:14index ที่ 0 จนถึง index ที่ 2 ใช่ไหมม
  7308. 6:24:17ครับก็จะได้สี 3 สีมาใช้นะครับแต่ว่าตัว
  7309. 6:24:20สุดท้ายต้องบ 1 ด้วยนะครับก็จะเป็น 2 +
  7310. 6:24:221 ก็จะเป็น 3 เพราะฉะนั้นจุดสิ้นสุด
  7311. 6:24:24เนี่ยก็จะเป็นอที่ 3
  7312. 6:24:26ครับนะฮะเพราะฉะนั้นในบรรทัดที่ 3 เนี่ย
  7313. 6:24:30นะครับก็คือทำการดึงข้อมูลสมาชิกนะครับ
  7314. 6:24:33ที่อยู่ใน List Color นะครับเอาตั้งแต่
  7315. 6:24:36ตัวแรกไปจนถึงก่อน index ที่ 3 นะครับก็
  7316. 6:24:40คือ index ที่ 2 นั่นเองมาใช้งานหรือเอา
  7317. 6:24:42ข้อมูล 3 ตัวแรกมาใช้ก็ได้นะครับจะพูดอีก
  7318. 6:24:46ความหมายนึงก็ได้นะฮะก็คือเอา 3 ตัวแรก
  7319. 6:24:49หรือเอาข้อมูลตั้งแต่ตัวแรกจนถึงก่อนเที่
  7320. 6:24:513 มาใช้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับมาลองกด
  7321. 6:24:54รันดู
  7322. 6:24:56เนาะก็จะเป็นแดงเขียวน้ำเงินนะครับโดย
  7323. 6:25:00วิธีนี้เนี่ยนะครับจะทำการระบุเลข index
  7324. 6:25:03ต่อท้ายคือเครื่องหมายโคลอนครับอ่ะก่อน
  7325. 6:25:05หน้านี้เราระบุเลขยเด็กอยู่ด้านหน้า
  7326. 6:25:07เครื่องหมายโคลอน
  7327. 6:25:08เนาะโอเคนะครับนี้เป็นการกำหนดช่วงข้อมูล
  7328. 6:25:13นะครับโดยไม่ได้มีการประกาศว่าจุดเริ่ม
  7329. 6:25:16ต้นเริ่มที่จุดใดนะครับแสดงว่าเอาตั้งแต่
  7330. 6:25:19ตัวแรกเลยเราประกาศให้จุดสิ้นสุดเนาะต่อ
  7331. 6:25:22มาครับก็จะเป็นวิธีสุดท้ายนะครับก็คือการ
  7332. 6:25:24กำหนดช่วงที่มีเลขเ็กเริ่มต้นแล้วก็สุด
  7333. 6:25:26ท้ายนะครับมาใช้งานอย่างเช่นผมต้องการ
  7334. 6:25:29อยากจะได้ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางครับก็คือ
  7335. 6:25:32เขียวน้ำเงินดำเขียวน้ำเงินดำครับเราก็
  7336. 6:25:36ต้องมาดูว่าเขียวน้ำเงินดำเนี่ยมันข้อมูล
  7337. 6:25:403 ตัวนี้มันอยู่ตรงกึ่งกลางพอดีเนาะก็
  7338. 6:25:43ต้องมาดูว่าเราจะหยิบเอ่อข้อมูลดังกล่าว
  7339. 6:25:47เนี่ยโดยใช้ index ที่เป็นค่าบวกหรือว่า
  7340. 6:25:50ค่าลบหรือว่าจะมองจากด้านหน้าไปด้านหลัง
  7341. 6:25:52หรือว่ามองจากหลังมาหน้าหรือว่ามองจาก
  7342. 6:25:54ซ้ายไปขวาหรือว่าขวามาซ้ายนะครับผมจะขอยก
  7343. 6:25:57ตัวอย่างเป็นเคสจากหน้าไปหลังก่อนก็คือ
  7344. 6:26:00จากซ้ายไปขวานะครับก็จะมาเริ่มต้นที่
  7345. 6:26:04index ที่เก็บสีเขียวครับอยู่ที่อกซที่
  7346. 6:26:06เท่าไหร่ก็จะเป็น 0 1 นะครับแสดงว่า
  7347. 6:26:09เริ่มต้นที่ 1 เห็นมั้ยครับอส่วนสิ้นสุด
  7348. 6:26:12เนี่ยจบที่ดำใช่มยก็จะเป็น 0 1 2 3 นะ
  7349. 6:26:16ครับก็บวกเพิ่มไปอีก 1 นะครับก็จะเป็น
  7350. 6:26:194 เพราะฉะนั้นนะครับข้อมูลสมาชิกที่เรา
  7351. 6:26:23ต้องการอยากจะดึงมาใช้งานเนี่ยก็จะเริ่ม
  7352. 6:26:26ต้นตั้งแต่ index ที่ 1 ไปจนถึงก่อน index
  7353. 6:26:29ที่ 4 ใช่มั้ยครับอ่ามาดูผลลัพธ์ที่เกิด
  7354. 6:26:33ขึ้นนะครับจะได้ข้อมูลอะไร
  7355. 6:26:36มาก็จะเป็นเขียวน้ำเงินดำเห็นมั้ยฮะก็คือ
  7356. 6:26:39อยู่ตรงกึ่งกลางพอดีเนาะ
  7357. 6:26:43อื 3 ตัวนี้นะครับอยู่อยู่ตรงกลางนะครับ
  7358. 6:26:46เพราะว่าอันนี้ก็ชิดซ้ายอ่าชิดด้านขวาไป
  7359. 6:26:50แล้วการกำหนดช่วงข้อมูลเริ่มต้นแล้วก็
  7360. 6:26:53สิ้นสุดนะครับเราสามารถที่จะมองในรูปแบบ
  7361. 6:26:56ของอ่าเลขที่มีค่าติดลบได้ด้วยนะครับเลข
  7362. 6:26:59อกเป็นค่าติดลบเนาะอ่ะอย่างเช่นอยากจะได้
  7363. 6:27:02เขียวน้ำเงินดำเหมือนเดิมแปว่าจะมองจาก
  7364. 6:27:05อ่าหลังมาหน้านะครับหรือว่าจากขวามาซ้าย
  7365. 6:27:09นะครับเราก็จะมาไล่เลขอิกกันเลยนะครับ
  7366. 6:27:13สิ่งที่ต้องการก็คือ 3 สีนี้เนาะแต่ว่าจะ
  7367. 6:27:15ไล่จากอ่าขวาไปซ้ายนะครับก็จะเป็น -1 -2
  7368. 6:27:20-3 -4 นะครับเพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นนะ
  7369. 6:27:23ครับก็คือ -4 ครับจุดสุดท้ายนะครับคือ
  7370. 6:27:26อะไรทีนี้อก็ต้องมาดูเราต้องการากได้สีดำ
  7371. 6:27:30ด้วยใช่ไหมมครับก็จะเป็น -1 -2 -3 -4
  7372. 6:27:33นะครับสีดำเนี่อยู่ที่ -2 ใช่มครับแต่ว่า
  7373. 6:27:37-2 ต้องไป + 1 ด้วยตำแหน่งสุดท้ายนะ
  7374. 6:27:39ครับก็คือ -2 + 1 ก็จะเหลือ -1 ครับ
  7375. 6:27:44อเพราะฉะนั้นนะครับข้อมูลที่จะได้รับก็
  7376. 6:27:47คือไปดึงสมาชิกจาก List Color ครับโดยมี
  7377. 6:27:52จุดเริ่มต้นก็คือ -4 ไปจนถึงก่อน -1 นก็
  7378. 6:27:56คือ -2 นั่นเองก็คือ -4 - -2 นะฮะอ่ะ
  7379. 6:27:59ลองกดรันดู
  7380. 6:28:01ซิผลลัพธ์ที่ได้นะครับก็คือเขียวน้ำเงิน
  7381. 6:28:04ดำเหมือนเดิมเลยถ้าต้องการแกจะเอาเฉพาะ
  7382. 6:28:07เขียวกับน้ำเงินนะครับแล้วก็ขยับไปเป็น -2
  7383. 6:28:11แทนนะก็คือเอา index ที่ -4 ไปจนถึงก่อน
  7384. 6:28:15-1 นะฮะอ่าก่อน -1 นะครับก็คือ
  7385. 6:28:20-2 ก็จะได้เป็นเขียวกับน้ำเงินนะครับมา
  7386. 6:28:24ใช้งานโอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง
  7387. 6:28:27การเข้าถึงสมาชิกในตัวแปรลินะครับแบบ
  7388. 6:28:30กำหนดช่วงก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้าง
  7389. 6:28:33ต้นเลย
  7390. 6:28:44ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  7391. 6:28:47นี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการใช้งาน
  7392. 6:28:49ฟังก์ชันสำหรับจัดการลิกันบ้างนะครับ
  7393. 6:28:53ฟังก์ชันจัดการลิก็คือกลุ่มคำสั่งพิเศษนะ
  7394. 6:28:56ครับที่มีอยู่ในภาษา python อยู่แล้วนะ
  7395. 6:28:58ครับสำหรับนำมาจัดการข้อมูลประเภทลิส์โดย
  7396. 6:29:01มีโครงสร้างคำสั่งดังนี้นะครับก็คือคือ
  7397. 6:29:04ประกาศเป็นตัวแปรประเภทิขึ้นมาใช้งานนะ
  7398. 6:29:08ครับร่วมกับชื่อฟังก์ชันโดยใช้เครื่อง
  7399. 6:29:10หมายจุดเนาะก็จะเป็นตัวแปรประเภทลิ์
  7400. 6:29:12เครื่องหมายจุดแล้วก็ชื่อฟังก์ชันที่จะนำ
  7401. 6:29:15มาจัดการลินะครับโดยชื่อฟังก์ชันสำหรับนำ
  7402. 6:29:19มาจัดการลิก็จะมีอยู่หลายตัวนะครับตัวแรก
  7403. 6:29:21ก็คือ appen นะครับเป็นการเพิ่มสมาชิก
  7404. 6:29:24ใหม่ 1 รายการนะครับเข้าไปต่อท้ายสมาชิก
  7405. 6:29:28เดิมนะครับที่อยู่ในลิต่อมาก็คือ extend
  7406. 6:29:32นะครับเป็นการเพิ่มสมาชิกใหม่ใหหลายราย
  7407. 6:29:35การนะครับเข้าไปต่อท้ายสมาชิกเดิมที่อยู่
  7408. 6:29:37ในตัวไป List ของเราต่อมาก็คือ insert
  7409. 6:29:41index Element นะครับก็คือทำการแทรก
  7410. 6:29:43สมาชิกใหม่ลงไปในลิ์ตาม index ที่กำหนดนะ
  7411. 6:29:46ฮะต่อมาก็คือฟังก์ชันเคลียร์นะครับเป็น
  7412. 6:29:49การลบสมาชิกทั้งหมดออกจากลิ์นะฮะต่อมาก็
  7413. 6:29:53คือ remove นะครับลบสมาชิกที่ระบุออกจาก
  7414. 6:29:57ลิ์นะครับต่อมาก็คือเคก็คือนับจำนวน
  7415. 6:30:01สมาชิกที่มีข้อมูลซ้ำกันนะครับว่ามีกี่
  7416. 6:30:03จำนวนเนาะ
  7417. 6:30:04ต่อมาก็คือ sce เป็นการเรียงลำดับสมาชิก
  7418. 6:30:07นะครับตัวสุดท้ายก็คือ revere อ่าเป็นการ
  7419. 6:30:10เบียงลำดับสมาชิกแบบย้อนกลับนะครับกลับมา
  7420. 6:30:13ที่ Bas Code นะครับในส่วนของการใช้งาน
  7421. 6:30:16ฟังก์ชันจัดการิเนี่ยเราก็ต้องมีข้อมูล
  7422. 6:30:19แบบิขึ้นมาใช้งานก่อนนะครับผมยกตัวอย่าง
  7423. 6:30:23เป็นตัวแปร Color เนาะอ่าเป็นตัวแปรแบบิ
  7424. 6:30:26นะครับที่เก็บข้อมูลชื่อของสีเอาไว้นะ
  7425. 6:30:29ครับประกอบไปด้วยสีแดงน้ำอ่าสีแดงเขียว
  7426. 6:30:31น้ำเงินดำขาวนะฮะมีอยู่ 5 สีนะครับผมก็จะ
  7427. 6:30:36ลองแสดงข้อมูลสมาชิกออกมาทุกคนดูนะครับก็
  7428. 6:30:39จะเป็นปริ้นตัวไป Color อ่ะลองกดรันดูซิ
  7429. 6:30:43ก็จะเป็นแดงเขียวน้ำเงินดำขาวนะครับทีนี้
  7430. 6:30:47นะครับถ้าผมต้องการจะเพิ่มสมาชิกตัวใหม่
  7431. 6:30:50นะครับเข้าไปต่อท้ายสมาชิกตัวเดิมนะครับ
  7432. 6:30:54ที่อยู่ใน List Color นะครับจะเพิ่ม
  7433. 6:30:56อย่างไรวิธีการครับเราก็จะเข้าไปที่ List
  7434. 6:30:59Color ของเราแล้วก็ระบุเครื่องหมายจุด
  7435. 6:31:02ตามด้วยชื่อฟังก์ชันนะครับก็คือฟังก์ชัน
  7436. 6:31:05appen นะครับ้าใน appen ก็จะเป็นข้อมูล
  7437. 6:31:09สมาชิกนะครับที่ต้องการเด็กจะนำไปต่อท้าย
  7438. 6:31:12ข้อมูลสมาชิกเดิมที่อยู่ใน List Color
  7439. 6:31:14นะครับอย่างเช่นผมต้องการจะเพิ่มสีตัว
  7440. 6:31:18ใหม่นะครับเข้าไปต่อท้ายข้อมูลสีเดิมที่
  7441. 6:31:20อยู่ใน List Color นะครับอย่างเช่นเป็น
  7442. 6:31:22สีน้ำตาลเนาะอ่ะก็ระบุเป็นน้ำตาลไปนะฮะ
  7443. 6:31:26อ่ะลองกดรันดูซิข้อมูลล่าสุดนะครับที่
  7444. 6:31:31อยู่ในตัวแปร List Color นะครับก็จะ
  7445. 6:31:33ประกอบด้วยแดงเขียวน้ำเงินดำขาวแล้วก็น้ำ
  7446. 6:31:35ตาลนะครับเขนต่อท้ายโดยแ pen เนี่ยนะครับ
  7447. 6:31:39จะเป็นการเพิ่มสมาชิกแค่ 1 รายการครับอ่า
  7448. 6:31:42แล้วถ้าเราอยากจะเพิ่มหลายรายการล่ะเราก็
  7449. 6:31:44จะใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า extend แทนนะ
  7450. 6:31:47ครับก็จะเป็น extend วงเล็บเปิดปบิดนะ
  7451. 6:31:48ครับด้านในก็จะเป็นลิสก้อนใหม่นะครับที่
  7452. 6:31:52มีการบรรจุข้อมูลสมาชิกแบบหลายรายการนะ
  7453. 6:31:55ครับที่ต้องการเกจะนำไปต่อท้ายข้อมูลเดิม
  7454. 6:31:58ที่อยู่ใน List Color ของเราอย่างเช่นผม
  7455. 6:32:01มีสีตัวใหม่นะครับเป็นสีส้มกับสีเหลือง
  7456. 6:32:04เนาะอ่ามีอยู่ 2 สีนะครับที่จะเพิ่มเข้า
  7457. 6:32:07ไปนะฮะก็จะใช้ฟังก์ชัน XT นะฮะอ่ะลองกด
  7458. 6:32:13รันดู
  7459. 6:32:15ซิข้อมูลสมาชิกสีนะครับที่อยู่ในอ่า R
  7460. 6:32:20Color ของเรานะครับก็ประกอบไปด้วยแดง
  7461. 6:32:22เขียวน้ำเงินดำขาวน้ำตาลส้มแล้วก็เหลือง
  7462. 6:32:25เห็นมะอ่าส้มเหลืองมาต่อท้ายนะครับการใช้
  7463. 6:32:31appen กับ extend เนี่ยก็คือการนำเอา
  7464. 6:32:34สมาชิกมาต่อท้ายทีนี้นะครับถ้าผมต้องการ
  7465. 6:32:37เ็กจะนำเอาสมาชิกตัวใหม่นะครับไปเพิ่มใน
  7466. 6:32:39ตำแหน่งที่ผมต้องการอ่ะอย่างเช่นอยากจะ
  7467. 6:32:43เพิ่มสีเทานะครับอ่าในตำแหน่ง index ที่ 1
  7468. 6:32:49ก็คือให้แทรกอยู่ที่ตรงสีเขียวนะครับจะ
  7469. 6:32:53แทรกอย่างไรวิธีการแทรกนะครับเราก็จะ
  7470. 6:32:56เรียกใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า insert ครับ
  7471. 6:32:58ก็จะเป็น
  7472. 6:32:59Color insert ตามด้วยเลข index นะครับ
  7473. 6:33:03ที่ต้องการอยจะแทรกข้อมูลเข้าไปอย่างเช่น
  7474. 6:33:05index ที่ 1 นะครับให้แทรกสีเทาเข้าไป
  7475. 6:33:08ครับ index ที่ 1 ของเราคืออะไรครับก็คือ
  7476. 6:33:11สีเขียวใช่มั้ยเราก็แทรกสีเทาเข้าไปนะ
  7477. 6:33:13ครับอยู่ด้านหน้าสีเขียวนั่นเองอ่าผล
  7478. 6:33:18ลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับก็จะประกอบไปด้วย
  7479. 6:33:21แดงเทาเห็นมเขียวน้ำเงินดำขาวน้ำตาลส้ม
  7480. 6:33:25เหลืองนะครับการเก็บข้อมูลอ่าเราสามารถ
  7481. 6:33:29เก็บข้อมูลซ้ำกันได้ใช่มั้ยอ่ะอย่างเช่น
  7482. 6:33:32ผมเอาสีแดงไปอยู่ต่อท้ายแล้วกันอแดงนะฮะ
  7483. 6:33:37มีสีแดง 2 2 จุดนะครับอ่าก็คือแดงหน้า
  7484. 6:33:41กับแดงหลังใช่มั้ครับอ่าก็คือในส่วนของ
  7485. 6:33:45ตัวลิส์สามารถเก็บข้อมูลสมาชิกซ้ำกันได้
  7486. 6:33:49เมื่อซ้ำกันได้เราก็สามารถนับนะครับว่า
  7487. 6:33:51มันซ้ำกันกี่จุดนะครับโดยการนับเนี่ยเรา
  7488. 6:33:54ก็จะเรกใช้ตัวฟังก์ชันที่ชื่อว่าฟังก์ชัน
  7489. 6:33:57เขาครับนะก็คือปิ้ออกมาเลยนะครับปิ้ Color
  7490. 6:34:02C นะครับนับสมาชิกนะครับว่ามีสีแดงซ้ำ
  7491. 6:34:06กันกี่ตัวนะครับใน List Color นะฮะอ่า
  7492. 6:34:12ลองกดรันดู
  7493. 6:34:13ซิก็จะมี 2 ตัวใช่ไหมยครับอ่ามีแดง 2 ตัว
  7494. 6:34:17อ่ามีข้อมูลสีแดงซ้ำกัน 2 จุดต้องพูดแบ
  7495. 6:34:20นี้นะครับก็คือใช้ฟังก์ชันเขาอ่านอกเหนือ
  7496. 6:34:24จากการเพิ่มข้อมูลการแทรกข้อมูลการนับนะ
  7497. 6:34:27ครับเราสามารถที่จะลบได้ด้วยนะครับลบข้อ
  7498. 6:34:30มูลที่เราไม่ต้องการออกไปจากลิสต์นะครับ
  7499. 6:34:32อย่างเช่นผมต้องการจะลบสีน้ำเงินออกไปนะ
  7500. 6:34:36ฮะในส่วนของตัวแดงเดี๋ยวผมจะเอาออกนะออก
  7501. 6:34:39ไปเลยตัวแดงมีแค่ตัวเดียวนะครับทีนี้อัน
  7502. 6:34:43นี้ผมเป็นการยกตัวอย่างว่าในส่วนของการ
  7503. 6:34:44ใช้ตัวฟังก์ชันเเนี่ยจะเป็นการนับข้อมูล
  7504. 6:34:48ที่มันซ้ำนะฮะตอนนี้ข้อมูลล่าสุดนะครับก็
  7505. 6:34:50คือแดงเทาเขียวน้ำเงินดำขาวน้ำตาลส้ม
  7506. 6:34:53เหลืองนะฮะอ่าผมต้องการเจะลบน้ำเงินทิ้ง
  7507. 6:34:56ครับวิธีการลบก็เข้าไปที่อ่าตัวแปร List
  7508. 6:35:01Color นะครับแล้วก็เลียกใช้
  7509. 6:35:03ฟังก์ชันนะครับที่ชื่อว่า remove นะครับ
  7510. 6:35:05ตามด้วยข้อมูลสมาชิกที่ต้องการอย่าจะลบ
  7511. 6:35:08ครับก็คือน้ำเงินเนาะเลบน้ำเงินทิ้งกดเซฟ
  7512. 6:35:13ให้เรียบร้อยนะครับลองกดรันนะฮะก็จะไม่มี
  7513. 6:35:17ข้อมูลสีน้ำเงินแล้วนะครับก็จะมีแดงเทา
  7514. 6:35:20เขียวดำขาวน้ำตาลส้มเหลืองอันนี้เป็นการ
  7515. 6:35:23ลบข้อมูลสมาชิกที่เราสนใจออกไปแล้วถ้า
  7516. 6:35:26ต้องการเจะลบทุกตัวล่ะการลบทุกตัวนะฮะลบ
  7517. 6:35:29ทุกตัวเราก็จะใช้ฟังก์ชันเคลียร์ครับลบ
  7518. 6:35:32ทุกตัวเลยนะครับมีเป็น 100 เป็น 1000 ก็
  7519. 6:35:34ลบทิ้งหมด
  7520. 6:35:36เลยโอเคก็จะเป็นลิสส์เปล่าๆนะครับไม่มี
  7521. 6:35:41ข้อมูลต่อมาครับก็จะเป็นเรื่องของการ
  7522. 6:35:45เรียงลำดับสมาชิกในลิ์นะครับโดยใช้ตัว
  7523. 6:35:50ฟังก์ชัน source กับ reever นะครับ
  7524. 6:35:52ฟังก์ชัน source จะเป็นการเรียงลำดับข้อ
  7525. 6:35:55มูลสมาชิกใหม่นะครับถ้าเป็นอ่าข้อมูลที่
  7526. 6:36:00เป็นตัวอักษรนะครับในนี้เป็นตัวอักษรภาษา
  7527. 6:36:03ไทยเนาะอ่าก็จะมีการเรียนลำดับจากพยัญชนะ
  7528. 6:36:08ไปสละนะครับแต่ถ้าเป็นตัวเลขก็คือจะเรียง
  7529. 6:36:12จากน้อยไปมากนะครับถ้าเราใช้ในส่วนของตัว
  7530. 6:36:15ซอร์สอ่ะผมจะยกตัวอย่างแล้วกันนะฮะอ่าเอา
  7531. 6:36:18เป็นข้อมูลเริ่มต้นนะครับมีอยู่ 5 ตัวอจะ
  7532. 6:36:21ได้ไม่งงนะครับผมมีข้อมูลสีเริ่มต้นก็คือ
  7533. 6:36:24แดงเขียวน้ำเงินดำขาวใช่มั้ยครับทีนี้นะ
  7534. 6:36:28ครับผมจะทำการเรียงข้อมูลสมาชิกใหม่นะ
  7535. 6:36:31ครับในตัวลิ
  7536. 6:36:34ครับโดยจะให้มีการจัดเรียงในรูปแบบของ
  7537. 6:36:38พยัญชนะตามด้วยสระนะครับอ่ะมาดูข้อมูล
  7538. 6:36:42เริ่มต้นก่อนข้อมูลเริ่มต้นเป็นแดงเขียว
  7539. 6:36:46น้ำเงินดำขาวนะครับอันทีนี้ผมจะทำการ
  7540. 6:36:48เลียกใช้ตัวฟังก์ชัน source ครับก็จะเป็น
  7541. 6:36:52Color นะครับ do source อ่ะมาดูข้อมูล
  7542. 6:36:56ล่าสุดนะครับลองกดรันเนาะก็จะมีการเรียง
  7543. 6:36:59จากพยัญชนะไปสละนะครับก็จะเป็นขาวอ่ะคไข่
  7544. 6:37:03ขึ้นก่อน
  7545. 6:37:04อ่าขไข่ดเด็กนหนูนะครับแล้วก็ที่เหลือจะ
  7546. 6:37:09เป็นสระนะครับก็คือสระ a สระแอร์นั่นเอง
  7547. 6:37:12ก็คือเอาพยัญชนะขึ้นก่อนนะครับแล้วก็ตาม
  7548. 6:37:14ด้วยสระอันนี้ก็คือการใช้ตัวฟังก์ชัน
  7549. 6:37:18source นะครับต่อมาก็จะเป็น revere ครับ
  7550. 6:37:22revere ก็คือเรียงแบบย้อนกลับเรียงแบบ
  7551. 6:37:26ย้อนกลับก็คือเหมือนกับเอาสมาชิกตัวด้าน
  7552. 6:37:30หลังมาอยู่ด้านหน้าเอาตัวด้านหน้าไปอยู่
  7553. 6:37:32ด้านหลังนะฮะอ่าลองลองกดรันดูนะ
  7554. 6:37:35ครับโอเคผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นครับก็จะเป็น
  7555. 6:37:39แดงเขียวน้ำเงินดำขาวเห็นมอ่าแดงเขียว
  7556. 6:37:45น้ำเงินดำขาวอันนี้ก็คือการรวรก็คือสลับ
  7557. 6:37:49ขั้วนั่นเองตอนนี้ผมมีข้อมูลที่เป็นสิง
  7558. 6:37:54เนาะอ่าทีนี้ถ้าผมมีข้อมูลที่เป็นตัวเลข
  7559. 6:37:56บ้างนะครับอ่ะ Number แล้วกัน Number ผม
  7560. 6:38:01ใส่เป็นอ่า 50 10 30 4 5
  7561. 6:38:0720 แล้วก็ 1 อ่ะทีนี้นะครับผมต้องการ
  7562. 6:38:12อยากจะนำเอาข้อมูลสมาชิกอยู่ที่อยู่ใน
  7563. 6:38:16List Number มาใช้นะฮะอ่าก็จะเรียงจาก
  7564. 6:38:19ข้อมูลเริ่มต้นเลยเนาะก็คือ 50 10 30 4
  7565. 6:38:225 20 แล้วก็ 1 ทีนี้ผมทำการจัดเรียง
  7566. 6:38:25ครับเรียงข้อมูลใน List Number ใหม่นะ
  7567. 6:38:28ครับก็คือเรียงจากน้อยไปมากครับโดยใช้ตัว
  7568. 6:38:32ฟังก์ชันซอสอ่าน้อยไปมากนะ
  7569. 6:38:36ครับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็จะเป็น 1 10 20
  7570. 6:38:4030 4 5 50 เห็นมั้ยครับแล้วถ้าเป็นวร
  7571. 6:38:44ล่ะรีวก็เรียงแบบย้อนกลับนะฮะเรียงแบบ
  7572. 6:38:49ย้อน
  7573. 6:38:50กลับแบบย้อนกลับก็คือตรงกันข้ามใช่มั้ย
  7574. 6:38:54ครับก็คือจากมากไปน้อยแทนนะครับก็คือ 50
  7575. 6:38:594 5 30 20 11 1
  7576. 6:39:03โอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการใช้
  7577. 6:39:07ฟังก์ชันสำหรับจัดการข้อมูลในลิ์นะครับก็
  7578. 6:39:12จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  7579. 6:39:23เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  7580. 6:39:27ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับ tle
  7581. 6:39:30กันนะครับ tle นะครับเป็นชนิดข้อมูลที่
  7582. 6:39:33ใช้เก็บกลุ่มของข้อมูลครับมีลักษณะการทำ
  7583. 6:39:36งานคล้ายกับิสเลยก็คือใช้เก็บข้อมูล
  7584. 6:39:38ประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันได้
  7585. 6:39:41สามารถเก็บข้อมูลซ้ำกันได้นะครับแต่ข้อ
  7586. 6:39:43มูลที่เก็บลงใน trou นั้นจะไม่สามารถ
  7587. 6:39:46เปลี่ยนแปลงคาได้และจะเขียนข้อมูลหรือว่า
  7588. 6:39:50กลุ่มของข้อมูลครอบด้วยเครื่องหมายวงเล็บ
  7589. 6:39:53นะ
  7590. 6:39:54ฮะคุณสมบัติของ tle นะครับข้อ 1 ก็คือใช้
  7591. 6:39:58เก็บกลุ่มของข้อมูลนะครับข้อมูลสามารถซ้ำ
  7592. 6:40:00กันได้โดยข้อมูลที่อยู่ใน Super จะเรียก
  7593. 6:40:03ว่าสมาชิกหรือ Element นะครับแต่ละ
  7594. 6:40:05Element จะเก็บค่าข้อมูลแล้วก็ index นะ
  7595. 6:40:07ครับ index ก็หมายถึงคีย์ที่ใช้อ้างยิง
  7596. 6:40:10ตำแหน่งของ Element นะครับเริ่มต้นที่เก
  7597. 6:40:13ที่ 0 สมาชิกที่เก็บใน tle นะครับมีที่
  7598. 6:40:16ข้อมูลเหมือนกันหรือต่างกันได้สมาชิกใน
  7599. 6:40:19tro จะไม่สามารถแก้ไขหรือว่าเปลี่ยนแปลง
  7600. 6:40:22ค่าได้ในภายหลังนะฮะอันนี้ก็คือคุณสมบัติ
  7601. 6:40:24ของ tro นะครับต่างกับ List List เนี่ย
  7602. 6:40:28จะสามารถแก้ไขข้อมูลได้นะครับแต่ว่า tro
  7603. 6:40:30จะแก้ไขไม่ได้ต่อมาก็จะเป็นโครงสร้างคำ
  7604. 6:40:33สั่งสำหรับการสร้าง tro ขึ้นมาใช้งานนะ
  7605. 6:40:35ครับก็จะดูเป็นตัวแปรประเภท tro มีค่า
  7606. 6:40:39เท่ากับวงเล็บเปิดปิดและก็ข้อมูลสมาชิก
  7607. 6:40:42ที่จะบรรจุอยู่ใน TR นะครับถ้ามีมากกว่า 1
  7608. 6:40:45ตัวก็จะระบุเป็นข้อมูลตัวที่ 1 คอมม่าตัว
  7609. 6:40:48ที่ 2 ตัวที่ 3 ตัวที่ 4 ไปเรื่อยๆนะครับ
  7610. 6:40:50ถ้าไม่มีข้อมูลเริ่มต้นนะครับจะระบุเป็น
  7611. 6:40:52วงเล็บเปล่าๆรูปแบบที่ 2 นะครับเราจะนำ
  7612. 6:40:56เอาคำสั่งก็คือ tro นะครับมาครอบข้อมูลก็
  7613. 6:40:59จะเป็น tle วงเล็บนะครับด้านในก็จะเป็นวง
  7614. 6:41:03เล็บเปิดปิดเนาะแล้วก็ข้อมูลสมาชิกที่
  7615. 6:41:05เก็บอยู่ในตัวแปร TR ของเรานะฮะโดยการจัด
  7616. 6:41:09การ tle นะครับก็จะแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบ
  7617. 6:41:12นะครับแบบแรกก็คือเราสามารถที่จะดูจำนวน
  7618. 6:41:16สมาชิกใน tro ได้นะครับหรือสามารถเชื่อม
  7619. 6:41:19ข้อมูลใน tro ก็ได้ทำซ้ำข้อมูลใน tro ก็
  7620. 6:41:22ได้เพราะว่าอ่าสมาชิกใน tro เนี่ยสามารถ
  7621. 6:41:25เก็บค่าซ้ำได้ใช่ไหมมครับสามารถกระจายข้อ
  7622. 6:41:27มูลสมาชิกใน tle ออกมาใช้งานได้ด้วยรวมไป
  7623. 6:41:30ถึงการเข้าถึงสมาชิกใน tle นะครับแต่ละ
  7624. 6:41:34index หรือว่าในแต่ละช่องเนาะอ่าการเข้า
  7625. 6:41:37ถึงก็จะสามารถเข้าถึงได้เฉพาะเจาะจงตาม
  7626. 6:41:40index ที่กำหนดหรือกำหนดเป็นช่วงแบบิก็
  7627. 6:41:43ได้นะ
  7628. 6:41:44ฮะมาดูในส่วนของจำนวนสมาชิกใน tle ก่อนนะ
  7629. 6:41:48ครับจากตัวอย่างผลทการสร้าง tle ที่ชื่อ
  7630. 6:41:51ว่า score ขึ้นมานะครับมีสมาชิกอยู่ด้วย
  7631. 6:41:54กัน 3 ตัวเนาะก็คือ
  7632. 6:41:56190 แล้วก็ 80 นะครับถ้าต้องการอยากจะดู
  7633. 6:42:00จำนวนสมาชิกนะครับก็จะใช้คำสั่งเลนนั่น
  7634. 6:42:02เองอันนี้ก็เป็นการดูจำนวนสมาชิกนะฮะต่อ
  7635. 6:42:06มาก็จะเป็นการเชื่อมข้อมูลใน TR นะครับ
  7636. 6:42:08กรณีที่เรามี TR มากกว่า 1 ตัวต้องการ
  7637. 6:42:11อยากจะนำเอาข้อมูลมาเชื่อมกันก็จะใช้
  7638. 6:42:14เครื่องหมายบวกนะครับเหมือนกับการเชื่อม
  7639. 6:42:16ข้อมูลในลิสเลยนะครับใช้เครื่องหมายบวก
  7640. 6:42:18เหมือนกันอย่างเช่นผมมี tole score 1
  7641. 6:42:21กับสกอ 2 นะครับมีสมาชิกเคือ 190 80 50
  7642. 6:42:2530 45 นะครับต้องการอยากจะนำเอามารวม
  7643. 6:42:28กันแล้วก็เก็บลงในตัวแปร TR แบบใหม่ก็
  7644. 6:42:32ระบุเป็นตัวแปรเท่ากับส 1 ก็คือ tle
  7645. 6:42:35score 1 + tle score 2 นะ
  7646. 6:42:39ฮะต่อมาก็จะเป็นการทำซ้ำข้อมูลใน tle นะ
  7647. 6:42:42ครับแล้วก็จะใช้เครื่องหมายดอกจันนะครับ
  7648. 6:42:46หรือว่าตัว ST เนาะจะอ่าตามด้วยจำนวนที่
  7649. 6:42:49ต้องการเนี่ยจะทำซ้ำสมาชิกนะฮะต่อมาก็จะ
  7650. 6:42:54เป็นการกระจายข้อมูลสมาชิกใน tro นะครับ
  7651. 6:42:57อย่างเช่นผมมี tole ที่ชื่อว่า Color นะ
  7652. 6:43:00ครับเก็บข้อมูลของสีนะครับเป็นแดงเขียว
  7653. 6:43:03น้ำเงินต้องการจะกระจายข้อมูลแดงเขียว
  7654. 6:43:06น้ำเงินเนี่ยออกมาเก็บโในตัวแปรที่ผม
  7655. 6:43:08ต้องการนะครับผมก็ประกาศเป็น bl gin บู
  7656. 6:43:10เนาะเลก็จะเก็บสีแดงนะครับกรีนก็เก็บสี
  7657. 6:43:13เขียวอ่าบลูก็เก็บสีน้ำเงินอะไรประมาณนี้
  7658. 6:43:16จะเขียนแบบนี้ก็ได้หรือจะเอาเครื่องหมาย
  7659. 6:43:18วงเล็บมาครอบก็ได้นะครับก็สามารถทำงานได้
  7660. 6:43:20เหมือนกันต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงสมาชิก
  7661. 6:43:23ใน TR นะครับการเก็บข้อมูลใน TR ก็เหมือน
  7662. 6:43:27กับิเลยนะครับก็คือเก็บเป็นลำดับใช่มั้ย
  7663. 6:43:31ครับโดยลำดับเนี่ยก็จะมีอ่าเลขลำดับกำกับ
  7664. 6:43:35เอาไว้ก็คือเลข index นะครับหมายถึงหมาย
  7665. 6:43:37เลขกำกับหรือลำดับสมาชิกใน tle นะครับ
  7666. 6:43:39เป็นตัวเลขจำนวนเต็มซึ่งสามารถเข้าถึงได้
  7667. 6:43:43ทั้งรูปแบบของ
  7668. 6:43:44อ่า index ที่เป็นค่าบวกแล้วก็ค่าลบนะ
  7669. 6:43:48ครับถ้ามีการเรียนลำดับจากซ้ายไปขวาหรือ
  7670. 6:43:50หน้าไปหลังเลขจะเป็น 0 หรือค่าบวกแต่ถ้า
  7671. 6:43:53เป็นอ่าขวาไปซ้ายหรือว่าหลังไปหน้านะครับ
  7672. 6:43:57เลขอกซจะเป็นค่าลบโอเคเนาะอันนี้ก็จะเป็น
  7673. 6:44:00การแจกแจงอ่าเลข Index นะครับของสมาชิก
  7674. 6:44:05ที่เก็บอยู่ใน Turbo ออกมานะครับอย่าง
  7675. 6:44:07เช่นผมเก็บข้อมูลเป็นสีเหมือนเดิมเลยก็
  7676. 6:44:09คือแดงเขียวน้ำเงินส้มดำขาวเหลืองอะไรก็
  7677. 6:44:12ว่าไปโดยการเข้าถึงข้อมูลสมาชิกที่อยู่ใน
  7678. 6:44:16tle เนี่ยนะครับเราก็จะใช้สัญลักษณ์
  7679. 6:44:19บักเก็ตก้ามปู่เหมือนกับิสเลยนะครับอย่าง
  7680. 6:44:21เช่นอยากจะได้ข้อมูลตัวแรกจากตัวอย่างนะ
  7681. 6:44:23ครับอยากจะได้สีแดงมาใช้งานก็จะระบุเป็น
  7682. 6:44:26อ่าอกที่ 0 หรือว่า index ที่ -7 นะครับ
  7683. 6:44:29หรือถ้าต้องการแดกได้สีเหลืองก็จะเป็น
  7684. 6:44:30index ที่ 6 กับ index ที่ -1 นะฮะหรือ
  7685. 6:44:35ทำการกำหนดช่วงข้อมูลก็ได้นะครับเหมือน
  7686. 6:44:37กับิเลยนะฮะก็คือมี 3 รูปแบบนะเป็นการ
  7687. 6:44:40ประกาศอ่าตำแหน่งเริ่มต้นตำแหน่งสุดท้าย +
  7688. 6:44:431 แล้วก็กำหนดช่วงเริ่มต้นช่วงสุดท้ายนะ
  7689. 6:44:46ครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างเนาะเอาตั้ง
  7690. 6:44:49แต่ index ที่ 2 เป็นต้นไปนะครับก็จะระบ
  7691. 6:44:53เป็น 2 หรือก็โคลอนนะครับหรือถ้ากำหนด
  7692. 6:44:56เป็นค่าติดลบนะฮะก็ระบบเป็น -3 โคลอนนะ
  7693. 6:45:00ครับก็จะได้ข้อมูลดำขาวเหลืองอะไรประมาณ
  7694. 6:45:02นี้นะครับวิธีที่ 2 ก็คือระบุโคลอนอยู่
  7695. 6:45:05ด้านหน้าเลข index ใช่ไหมมครับออย่างเช่น
  7696. 6:45:07โคลอน 3 ก็คือเอาตั้งแต่ตัวแรกไปจนถึง
  7697. 6:45:10ก่อนอกที่ 3 นะครับหรือกำหนด index เริ่ม
  7698. 6:45:14ต้นกับ index สุดท้ายนะครับก็คือมีช่วง
  7699. 6:45:17สตารทนะครับก็คือจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้น
  7700. 6:45:20สุดใช่มั้ยครับอย่างเช่น 1 กับ 4 ก็คือ
  7701. 6:45:22เอาตั้งแต่ index ที่ 1 ไปจนถึงก่อน index
  7702. 6:45:25ที่ 4 นะครับหรือ index ที่ 7 ไปจนถึง
  7703. 6:45:28ก่อน index อ่า index ที่ -7 ไปจนถึงก่อน
  7704. 6:45:31index ที่ -4 นะครับก็คือที่ 5 นั่นเอง
  7705. 6:45:34อันนี้ก็คือการเข้าถึงสมาชิกใน tle นะ
  7706. 6:45:37ครับทำเหมือนกันกับ List เลยนะครับการ
  7707. 6:45:41เข้าถึงข้อมูลใน tle เราสามารถใช้อ่าตัว
  7708. 6:45:44for Loop มาจัดการทส่วนนี้ได้นะครับก็
  7709. 6:45:47คือดึงข้อมูลสมาชิกแต่ละตัวที่อยู่ใน tro
  7710. 6:45:51ที่เราสนใจออกมาใช้งานนะครับก็จะระบุเป็น
  7711. 6:45:53for Item in ตามด้วยชื่อ tro ของเรา
  7712. 6:45:56ต่อมาก็จะเป็นฟังก์ชันจัดการ tle นะครับ
  7713. 6:45:59ก็คือคำสั่งที่อยู่ในภาษา python สำหรับ
  7714. 6:46:01จัดการข้อมูลประเภท tle โดยเฉพาะนะครับ
  7715. 6:46:04โครงสร้างคำสั่งก็จะระบุเป็นตัวแปรประเภท
  7716. 6:46:06tle เครื่องหมายจุดแล้วก็ชื่อฟังก์ชันนะ
  7717. 6:46:09ครับโดยฟังก์ชันจะมีอยู่ 2 ตัวนะครับก็
  7718. 6:46:11คือฟังก์ชันเเป็นการนับจำนวนสมาชิกที่มี
  7719. 6:46:14ข้อมูลซ้ำกันนะครับกับฟังก์ชัน index
  7720. 6:46:16เป็นการตรวจสอบลำดับสมาชิกใน tro นั่นเอง
  7721. 6:46:19อ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการสร้าง tle แล้ว
  7722. 6:46:22ก็การจัดการสมาชิกใน tle กันนะครับว่ามี
  7723. 6:46:24ขั้นตอนการสร้างแล้วก็การจัดการอย่างไร
  7724. 6:46:27กลับมาที่ vs Code นะครับในส่วนของการ
  7725. 6:46:30สร้าง tle ก็จะแบ่งออกเป็น 2 แบบเนาะก็
  7726. 6:46:32คือสร้างโดยใช้สัญลักษณ์วงเล็บเปิดปิดกับ
  7727. 6:46:36สร้างโดยใช้คำสั่ง TR นะครับอ่ะผมจะยกตัว
  7728. 6:46:39อย่างเป็นการสร้าง TR แบบสัญลักษณ์ก่อนนะ
  7729. 6:46:43ฮะยกตัวอย่างอย่างเช่นอ่าผลทำการสร้างตัว
  7730. 6:46:46แปรขึ้นมา 1 ตัวนะครับตั้งชื่อว่า product
  7731. 6:46:48อันนี้ผมจะยกตัวอย่างเหมือนกับตัว List
  7732. 6:46:50เลยนะครับแต่ว่าตัวักตัวนี้นะครับจะเป็น
  7733. 6:46:52รูปแบบ tole ครับนะก็คือระบุเป็นวงเล็บ
  7734. 6:46:55เปิดปิดนะครับและในวงเล็บเปิดปิดก็จะเป็น
  7735. 6:46:57ข้อมูลสมาชิกที่จะบรรจุอยู่ใน
  7736. 6:47:01อ่าตัวตัวแปล tole product ตัวนี้นะฮะ
  7737. 6:47:06อย่างเช่นผมเก็บข้อมูลสินค้าเหมือนเดิม
  7738. 6:47:08เลยนะครับก็คือกางเกงเหมือนเดิมนะฮะอ่า
  7739. 6:47:12กางเกงนะครับตัวละ 150 อะไรเขมากไปนะครับ
  7740. 6:47:16150.00 นะครับจำนวนสต๊อก 10 อะไรประมาณ
  7741. 6:47:19นี้นะฮะจากนั้นนะครับผมก็จะทำการแสดงข้อ
  7742. 6:47:22มูลสมาชิกที่อยู่ในอ่าตัวท product ออกมา
  7743. 6:47:28นะครับวิธีการแสดงผลข้อมูลก็ปริ้ produc
  7744. 6:47:31เลย
  7745. 6:47:33นะครับอ่ะลองกดรันดู
  7746. 6:47:37เนาะโอเคก็จะได้ข้อมูลสมาชิกที่อยู่ใน TR
  7747. 6:47:41product นะครับแสดงผลออกมาก็คือกางเกง
  7748. 6:47:45150.00 แล้วก็ 10 นะครับทีนี้ถ้าต้องการ
  7749. 6:47:50อยากจะได้ข้อมูลที่สนใจนะครับมาใช้งาน
  7750. 6:47:54อย่างเช่นอยากจะได้เฉพาะกางเกงก็จะเข้า
  7751. 6:47:57ถึงผ่านเลข index ครับกางเกงก็จะเป็น
  7752. 6:47:59index ที่ 0 ใช่มมครับอ่าก็จะได้ข้อมูลก
  7753. 6:48:02กกงมาก็คือมันอยู่ที่ลำดับแรกใช่ไหมมครับ
  7754. 6:48:06อ่า index ที่ 0 ก็ได้กางเกงถ้าเป็น index
  7755. 6:48:09ที่ 1 ล่ะ index ที่ 1 ก็คือ
  7756. 6:48:12150.00 ใช่มครับอ่า
  7757. 6:48:16150.00 นะฮะอ่าแล้วถ้าเป็นเลข 10 ล่ะก็
  7758. 6:48:20เป็น index ที่ 2
  7759. 6:48:22เนาะโอเคนะครับเดี๋ยวผมจะเคลียร์ก่อนอัน
  7760. 6:48:27นี้เป็นการเข้าถึงข้อมูลในอ่า tle นะครับ
  7761. 6:48:31โดยใช้เลขเกน้างยิงก็จะได้กางเกง 150.00
  7762. 6:48:35แล้วก็ 10 ทีนี้นะครับถ้าผมต้องการเด็กจะ
  7763. 6:48:38เปลี่ยนข้อมูลครับจากกางเกงไปเป็นเสื้อ
  7764. 6:48:40ครับก็เข้าไปที่ product index ที่ 0
  7765. 6:48:44เนาะแล้วก็เปลี่ยนให้เป็น
  7766. 6:48:46เสื้อนะครับอ่ะลองกดรันดู
  7767. 6:48:50ซิผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับระบบก็จะแจ้ง
  7768. 6:48:54ว่าไม่สามารถแก้ไขข้อมูลใน TR product
  7769. 6:49:00ได้นะครับเพราะว่าอะไรครับเพราะว่าตัว TR
  7770. 6:49:02เนี่ยอ่าคำนิยามของมันก็คือจะไม่สามารถ
  7771. 6:49:06เปลี่ยนแปลงข้อมูลสมาชิกได้นั่นเองโอเคนะ
  7772. 6:49:08ครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะเปลี่ยน
  7773. 6:49:10จากกางเกงบริเวณเสื้อแต่เปลี่ยนไม่ได้นะ
  7774. 6:49:14ครับอ่าอันนี้ก็คือความแตกต่างระหว่าง tle
  7775. 6:49:17กับ List นะครับแล้วถ้าเป็นิสล่ะอ่าผมยก
  7776. 6:49:20ตัวอย่างเป็นการสร้างเป็นลิขึ้นมา
  7777. 6:49:22เนาะอ่าสร้างเป็นลินะครับถ้าลิ์เนี่ยจะ
  7778. 6:49:25สามารถแก้ไขข้อมูลได้นะครับโอเคนะฮะก็
  7779. 6:49:29เปลี่ยนเป็นเสื้อได้แล้วแต่ถ้าเป็น tole
  7780. 6:49:32เปลี่ยนไม่ได้นะครับเจ๊งเลยนะ
  7781. 6:49:38ฮะโอเคนะครับอันนี้ก็คือความสามารถของตัว
  7782. 6:49:41tro นะครับทุกคนก็จะเห็นะทีนี้ยไงต่อ
  7783. 6:49:45สิ่งที่ผมต้องการนะครับก็คือตอนนี้อ่ะผม
  7784. 6:49:47สามารถเข้าถึงข้อมูลสมาชิกที่อยู่ใน tro
  7785. 6:49:50product ได้แล้วนะครับอ่าตามลำดับที่ผม
  7786. 6:49:54ต้องการนะอย่างเช่นอยากจะได้กางเกงมาใช้
  7787. 6:49:56ก็เป็น index ที่ 0 อยากจะได้ราคามาใช้ก็
  7788. 6:49:59เป็น ind ที่ 1 อยากจะได้จำนวนสต๊อกมาใช้
  7789. 6:50:01ก็เป็นอกที่ 2 2 อะไรประมาณนี้ต่อมาก็จะ
  7790. 6:50:04เป็นการตรวจสอบอ่าเดี๋ยวเดี๋ยวผมขอกลับไป
  7791. 6:50:08ปริ้นเหมือนเดิมก่อนอ่าปริ้น produc
  7792. 6:50:11เหมือนเดิมก่อนนะ
  7793. 6:50:13ฮะอ่าปิอ่ะในส่วนของการอ้างยิงอ่ะนี้ผม
  7794. 6:50:18ลืมยกตัวอย่างไปเนาะต่อนที่เราทำการเข้า
  7795. 6:50:21ถึงข้อมูลสมาชิกในอ่า TR product เนี่ย
  7796. 6:50:25นะครับถ้ามีการเข้าถึงแบบลำดับจากด้าน
  7797. 6:50:30หน้าไปด้านหลังเนี่ยตัวเลขจะเป็นค่าบวก
  7798. 6:50:33ใช่มั้ยครับก็คือค่า 0 แล้วก็ค่าบวกแต่
  7799. 6:50:36ถ้าต้องการอยากจะไล่จากหลังมาหน้าหรือว่า
  7800. 6:50:39จากขวามาซ้ายนะครับก็จะเป็นติดลบอันนี้ก็
  7801. 6:50:43จะเป็น -1 ใช่มั้ยครับอันนี้ก็จะเป็น -2
  7802. 6:50:45อันนี้ก็จะเป็น -3 ก็จะได้ข้อมูลกางเกง
  7803. 6:50:49150 แล้วก็ 10 เหมือนเดิมแต่ว่าการนั่ง
  7804. 6:50:50ยิงเนี่ยจะเปลี่ยนนะครับเราใส่เลข index
  7805. 6:50:53เป็นค่าติดลบโอเคนะครับอ่าประมาณนี้นะ
  7806. 6:50:58ครับประมาณนี้ต่อมาครับถ้าผมอ่าต้อง
  7807. 6:51:02ต้องการอยากจะตรวจสอบเคนิข้อมูลนะครับที่
  7808. 6:51:04อยู่ในส่วนของตัวแปรโปักนะอยากจะตรวจสอบ
  7809. 6:51:08เคิข้อมูลเนาะแล้วก็ใช้ type เหมือนเดิม
  7810. 6:51:11เลยนะครับ type product อมาดูซิว่าตัว
  7811. 6:51:16แปร produc จะมีข้อมูลเป็นอะไรครับอ่าก็
  7812. 6:51:19เป็น TR เห็นมฮะแล้วตัวแปร produc ของเรา
  7813. 6:51:23เนี่ยนะครับมีจำนวนข้อมูลบรรจุอยู่ด้านใน
  7814. 6:51:27กี่จำนวนนะครับแล้วก็ใช้เลนมาจัดการงส่วน
  7815. 6:51:29นี้ได้นะครับก็จะเป็นเลน Product
  7816. 6:51:33นะครับอ่ะลองกดรันดูซิอ่าก็จะมีอยู่ 3
  7817. 6:51:38จำนวนนะครับก็คือกางเกง 150 แล้วก็ 10
  7818. 6:51:41นั่น
  7819. 6:51:42แหละโอเคนะครับอ้าประมาณนี้นะครับประมาณ
  7820. 6:51:45นี้ต่อมาครับก็จะเป็นการแจกแจงครับการแจก
  7821. 6:51:50แจงข้อมูลสมาชิกใน tole product ก็คือ
  7822. 6:51:55เราสามารถที่จะกระจายหรือแจกแจงข้อมูลอ่า
  7823. 6:51:59ที่บรรจุอยู่ในตัว tole product อออกมา
  7824. 6:52:02เก็บลงในตัวแปรได้นะครับอย่างเช่นตอนนี้
  7825. 6:52:04ผมมีข้อมูลอยู่ 3 ตัวผมต้องการอยจะสร้าง
  7826. 6:52:07ตัวแปรขึ้นมานะครับเพื่อเก็บข้อมูลแต่ละ
  7827. 6:52:09ตัวโดยเฉพาะนะครับอย่างเช่นกางเกงให้เก็บ
  7828. 6:52:12โรงในตัวแปร name 150 ให้เก็บโรงเรตัว
  7829. 6:52:15แปรไอะไรพวกนี้นะครับก็คือเราทำการสร้าง
  7830. 6:52:17ตัวแปรขึ้นมาเพื่อที่จะให้เก็บอ่าข้อมูล
  7831. 6:52:21และก็ชื่อก็มีการสื่อความหมายนะครับอย่าง
  7832. 6:52:25เช่นถ้าเป็นเนมก็คือเป็นชื่อสินค้าถ้า
  7833. 6:52:27เป็นไสก็ราคาสินค้าถ้าเป็นสต๊อกก็คือ
  7834. 6:52:30จำนวนอ่าสินค้าที่อยู่ในคังอะไรพวกนี้นะ
  7835. 6:52:33ครับจะมีวิธีการแจกแจงหรือกระจายยังไงนะ
  7836. 6:52:36ครับวิธีการกระจายผมขอเรียกว่าเป็นการ
  7837. 6:52:38กระจายเนาะการกระจายข้อมูลนะครับจากตัว
  7838. 6:52:42tole product เราต้องประกาศเป็นตัวแปร
  7839. 6:52:45ขึ้นมานะครับให้อ้างยิงตามจำนวนข้อมูลที่
  7840. 6:52:48มีอยู่ใน Super Product ก็คือมีอยู่ 3
  7841. 6:52:51จำนวนใช่มั้ยครับผมก็จะสร้างตัวแปรขึ้นมา
  7842. 6:52:543 ตัวแปรครับก็คือตัวแปร name ตัวแปร
  7843. 6:52:57Price แล้วก็ตัวแปรสต๊อกนะครับมีค่าเท่า
  7844. 6:52:59กับตัว tole product ครับ
  7845. 6:53:03tole product ก็จะทำการจับคู่ครับ
  7846. 6:53:05กางเกงก็ไปเก็บลง name ครับ 150 ก็ไปเก็บ
  7847. 6:53:08ลง Price 10 ก็ไปเก็บลงในสต๊อกนะครับผม
  7848. 6:53:11ก็จะนำเอาข้อมูลที่อยู่ใน name Price
  7849. 6:53:14Stock มาแสดงผลแทนการนั่งยิงเลข index
  7850. 6:53:17นะครับอก็จะเป็น Price อันนี้ก็จะ
  7851. 6:53:22เป็นสอกนะครับ
  7852. 6:53:25แ่าผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมนะฮะเหมือนเดิมเลย
  7853. 6:53:29ก็คือกางเกง 150 แล้วก็ 10 นะครับหรืออาจ
  7854. 6:53:34จะเขียนครอบด้วยเครื่องหมายวงเล็บก็ได้นะ
  7855. 6:53:37ครับก็สามารถทำงานได้เหมือนกันนะฮะ
  7856. 6:53:42โอเคอก็เป็นกางเกง 150 แล้วก็ 10 นะ
  7857. 6:53:48ครับหรือถ้าไม่ต้องการอยจะเก็บโรงเรนตัว
  7858. 6:53:51แปรครับเราต้องการอยจะหยิบข้อมูลทุกๆตัว
  7859. 6:53:53ที่อยู่ในอ่าตัว tole product นะครับมา
  7860. 6:53:56ใช้งานก็สามารถใช้ for Loop มาจัดการได้
  7861. 6:54:00นะครับก็จะเป็น for ไท
  7862. 6:54:03in product นะครับตัวแปรไทมเราเปลี่ยน
  7863. 6:54:06เป็นชื่ออื่นก็ได้นะครับอย่างเเป็น
  7864. 6:54:07Element เป็น I เป็น C อะไก็ว่าไปนะครับ
  7865. 6:54:09อันนี้ผมตั้งชื่อมันสือความหมายก็คือไทม
  7866. 6:54:12เป็นการหยิบสิ่งของหรือว่าหยิบวัตถุหรือ
  7867. 6:54:15หยิบข้อมูลจากตัว tole product มาทีละ
  7868. 6:54:18ตัวแล้วก็นำมาใช้งานนะครับโดยผมจะนำมา
  7869. 6:54:21แสดงผลเนาะก็จะเป็น
  7870. 6:54:22ปริ Item นะครับอ่ะลองกดรันดู
  7871. 6:54:28ซิก็จะได้ผลละเป็นกางเกง 150 แล้วก็ 10
  7872. 6:54:32เหมือ
  7873. 6:54:33เดิมโอเคนะครับก็ประมาณนี้ครับในเรื่อง
  7874. 6:54:36ของการจัดการข้อมูลใน tle แบบเบื้องต้น
  7875. 6:54:39เลยนะฮะไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงการกระจาย
  7876. 6:54:43ข้อมูลนะครับแล้วก็การวน Loop ข้อมูลต่อ
  7877. 6:54:47มาครับก็จะเป็นเรื่องของการเชื่อมสมาชิก
  7878. 6:54:50ใน TR เข้าด้วยกันนะครับอ่ะผมจะยกตัว
  7879. 6:54:54อย่างเนาะโดยทำการสร้าง TR ขึ้นมา 2 ก้อน
  7880. 6:54:56นะครับก้อนแรกผมตั้งชื่อว่า
  7881. 6:54:59คอ 1 และกันอ่ะเก็บ
  7882. 6:55:02สีครับอ่ะเก็บชื่อของสีเหมือนเหมือนกับลิ
  7883. 6:55:05เลยนะครับจะยกตัวอย่างเนาะแต่ว่าถ้าเป็น
  7884. 6:55:07tle เราจะใช้อ่าวงเล็บเปิดปิดนะครับผม
  7885. 6:55:13กำหนดเป็นสี de Green บูแล้วกันนะครับก็
  7886. 6:55:17คือแดง
  7887. 6:55:18เขียวแลก็น้ำเงินนะฮะโอเคอันนี้ก็คือสี
  7888. 6:55:27กลุ่มแรกนะครับรายชื่อสีกลุ่มแรกอต่อมาก็
  7889. 6:55:31จะเป็นเป็นสีกลุ่มที่ 2 นะครับอ่าผมจะ
  7890. 6:55:35สร้างเป็นรูปแบบคำสั่ง tle เนาะแล้วก็
  7891. 6:55:38ด้านในก็จะเป็นข้อมูลสีนะครับอเป็นดำกับ
  7892. 6:55:43ขาวแล้วะกันดำอันนี้ก็จะเป็นขาวนะ
  7893. 6:55:49ฮะอันนี้ก็คือวิธีการสร้าง tle ทั้ง 2
  7894. 6:55:52แบบนะครับแบบแรกใช้สัญลักษณ์นะครับมี
  7895. 6:55:54สมาชิก 3 ตัวแบบที่ 2 ก็คือใช้คำสั่ง TR
  7896. 6:55:58นะครับหรือว่าฟังก์ชัน TR ้าในก็จะเป็น
  7897. 6:56:01เ่ออ่าข้อมูลสมาชิกนะครับก็คือมี 2 ตัว
  7898. 6:56:05คือดำกับขาวสิ่งที่ผมต้องการนะครับก็คือ
  7899. 6:56:08อยากจะรวมสีเ้าด้วยกันอก็จะเป็น full
  7900. 6:56:11Color ครับอ่ามีค่าเท่ากับ Color 1 +
  7901. 6:56:14Color 2 ครับก็คือเอาสมาชิกจาก TR
  7902. 6:56:18Color 1 กับ TR Color 2 มารวมกันนะ
  7903. 6:56:22ครับเก็บลงใน TR ก้อนใหม่ก็คือ full
  7904. 6:56:25Color นะผมก็จะลองปริ้น full Color ออก
  7905. 6:56:28มาให้ทุกคนดูนะฮะอ่าได้ผลลัพธ์เป็นเท่า
  7906. 6:56:32ไหร่
  7907. 6:56:34นะครับแต่ผลลับก็คือแดงเขียวน้ำเงินดำขาว
  7908. 6:56:37เห็นมฮะเราสามารถตรวจสอบ typ ได้ด้วยนะ
  7909. 6:56:41ครับว่าเป็น TR อ่าว่าเป็นตัวแปรประเภท TR
  7910. 6:56:44จริงๆนะครับในส่วนของตัว full Color
  7911. 6:56:47เนี่ยก็จะเป็น full Color นะครับเป็น TR
  7912. 6:56:51นะ
  7913. 6:56:53ฮะโอเคนะครับและก็จำนวนสมาชิกทั้งหมดนะ
  7914. 6:56:57ครับมาลองปริ้นออกมาดูเนาะอนี้ก็จะเป็น
  7915. 6:57:01เลน ue Color นะครับโอเค
  7916. 6:57:07อืมีอยู่ 5 จำนวนเห็นมั้ยฮะนอกเหนือจาก
  7917. 6:57:13การนำเอาอ่า tle นะครับมาเชื่อมต่อกัน
  7918. 6:57:17แล้วเรายังสามารถทำซ้ำสมาชิกใน tro ได้
  7919. 6:57:21ด้วยนะครับอ่ะผมจะยกตัวอย่างเนาะโดยผมมี
  7920. 6:57:24ข้อมูลเริ่มต้นที่อยู่ในอ่า TR full
  7921. 6:57:28Color นะครับก็คือมีอยู่ 5 ตัวใช่มยอ่า
  7922. 6:57:31มีอยู่ 5 ตัว
  7923. 6:57:32นะครับก็คือแดงเขียวน้ำเงินดำขาวสิ่งที่
  7924. 6:57:35ผมต้องการก็คืออยากจะทำซ้ำสมาชิก 5 ตัว
  7925. 6:57:38นี้นะครับเพิ่มขึ้นมาอีกตัวนึงนะครับก็จะ
  7926. 6:57:42ใช้เครื่องหมายดอกจันทครับหรือว่าการคูณ
  7927. 6:57:44เนาะก็คือคูณ 2 จะมีสมาชิกที่ถูกสร้าง
  7928. 6:57:48ขึ้นมา 5 ตัวนะครับอ่าอีกชุดนึงก็คือคูณ 2
  7929. 6:57:54นะครับก็คือทำซ้ำ 2 ครั้งนะฮะอ่าผลลัพธ์
  7930. 6:57:58ที่เกิดขึ้นนะครับอ่าก็จะเป็นแดงเขียว
  7931. 6:58:02น้ำเงินดำขาวแดงเขียวน้ำเงินดำขาวเห็น
  7932. 6:58:04มั้ยฮะอ่ามีอยู่มีข้อมูลซ้ำกันนะครับก็
  7933. 6:58:07คือแบ่งเป็น 2 ชุดแต่ว่าเก็บลงใน full
  7934. 6:58:10Color นั่นเองแต่ถ้าเป็น 3 ชุดล่ะก็ทำ
  7935. 6:58:12ซ้ำ 3 เ่มั้ยครับก็คูณ 3 หรือว่าดอกจัน
  7936. 6:58:17แล้วก็ 3 นะฮะอ่าก็จะได้ข้อมูลเป็นแดง
  7937. 6:58:20เขียวน้ำเงินดำขาวนี่ก็คือตัวแรกใช่มั้ย
  7938. 6:58:23ครับตัวที่ 2 เป็นแดงเขียวน้ำเงินดำขาว
  7939. 6:58:25ตัวสเป็นแดงเขียนน้ำเงินดำ
  7940. 6:58:28ขาวโอเคนะครับอ่าประมาณนี้นะครับประมาณ
  7941. 6:58:31นี้อันนี้เป็นเรื่องของการเชื่อม tole
  7942. 6:58:36เข้าด้วยกันและก็การทำซ้ำข้อมูลใน tle นะ
  7943. 6:58:40ครับโดยใช้เครื่องหมายดอกจันหรือว่าการ
  7944. 6:58:43คูณนั่น
  7945. 6:58:44เองต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงข้อมูลสมาชิก
  7946. 6:58:48ใน TR แบบกำหนดช่วงกันบ้างนะครับอ่ะผมจะ
  7947. 6:58:51ย้ายดำกับขาวไปที่ตัวแปร Color แล้วกัน
  7948. 6:58:54ตัวแปร Color 1 นะฮะอ่ะผมจะลบเหลือแค่
  7949. 6:58:57Color นะอันนี้ขอกลับมาสร้างเป็น tle
  7950. 6:59:02แค่ก้อนเดียวนะครับก็คือ Color เดี๋วผมก็
  7951. 6:59:05จะปริ้นออกมาเนาะเป็น Color นะฮะการเข้า
  7952. 6:59:10ถึงข้อมูลแบบช่วงนะครับของตัว tle เนี่ย
  7953. 6:59:14ก็เหมือนกับ List เลยก็คือสามารถเข้าถึง
  7954. 6:59:17แบบกำหนด index ที่เป็นค่าบวกค่าลบนะครับ
  7955. 6:59:20กำหนดช่วงเริ่มต้นจุดสุดท้ายหรือว่า
  7956. 6:59:22ตำแหน่งเริ่มต้นสุดท้ายได้เหมือนกับตัวลิ
  7957. 6:59:25เลยนะฮะอ่ะผมจะยกตัวอย่างอย่างเช่นผม
  7958. 6:59:28ต้องการอยากจะได้ข้อมูลอะไรดีเป็นน้ำเงิน
  7959. 6:59:33ดำขาวแล้วกันนะครับน้ำเงินดำขาวโดยผมจะ
  7960. 6:59:37ไล่จากซ้ายไปขวานะครับอจากซ้ายไปขวาก็คือ
  7961. 6:59:42จากหน้ามาหลังนะครับโดยน้ำเงินเนี่ยเริ่ม
  7962. 6:59:44ต้นที่ Index ที่เท่าไหร่นะครับก็จะเป็น 0
  7963. 6:59:471 2 นะครับอ่ะเอาตั้งแต่ index ที่ 2
  7964. 6:59:50ไปจนถึงตัวสุดท้ายเลยนะครับโดยวิธีการก็
  7965. 6:59:54จะระบุเหมือนกับตัวิเลยก็คือเอาตั้งแต่ n
  7966. 6:59:56ที่ 2 เป็นต้นไปก็จะเป็น 2 โคลอนนะครับก็
  7967. 7:00:00จะได้ข้อมูลอ่าสมาชิกนะครับที่เป็นสี
  7968. 7:00:04น้ำเงินดำแล้วก็ขาวออกมาเห็นมฮะอันนี้ก็
  7969. 7:00:09จะเป็นเรื่องของการกำหนดช่วงผ่าน index
  7970. 7:00:13ที่เป็นค่าบวกอแล้วถ้าเป็นค่าลบล่ะค่าลบ
  7971. 7:00:16เราก็มาไล่เลยครับเป็น -1 อ่า -1 -2 -3
  7972. 7:00:20นะครับเอาตั้งแต่ -3 เป็นต้นไปจนถึงตัว
  7973. 7:00:22สุดท้ายใช่มครับนะก็จะระบุเป็น Color -3
  7974. 7:00:25จนถึงตัวสุดท้ายผลรับที่เกิดขึ้นก็จะได้
  7975. 7:00:29เป็นน้ำเงินดำขาวเหมือนเดิม
  7976. 7:00:32อันนี้ก็จะเป็นวิธีการดึงข้อมูลโดยคิดจาก
  7977. 7:00:35อ่าข้อมูลท้ายสุดเนาะก็คือเอาตั้งแต่ช่วง
  7978. 7:00:39ที่กำหนดไปจนถึงตัวสุดท้ายทีนี้ถ้า
  7979. 7:00:41ต้องการเด็กจะได้ข้อมูลตั้งแต่ช่วงแรกนะ
  7980. 7:00:44ครับข้อมูลชุดแรกๆไปจนถึงช่วงที่กำหนด
  7981. 7:00:46อย่างเช่นเดีกจะได้ข้อมูลแดงเขียวน้ำเงิน
  7982. 7:00:49จะทำอย่างไรนะครับเราก็รู้อยู่แล้วว่าแดง
  7983. 7:00:52มันเริ่มต้นที่ตำแหน่งแรกใช่มั้ยครับ
  7984. 7:00:54เพราะฉะนั้นตำแหน่งแรกก็จะเริ่มต้นที่ 0
  7985. 7:00:56เสมอใช่มั้ยครับก็ต้องก็ไม่จำเป็นต้อง
  7986. 7:00:59ระบุช่วงเริ่มต้นแต่ว่าจะระบุช่วงสุดท้าย
  7987. 7:01:01นะครับครับก็คือน้ำเงินอยู่ที่อด็กที่
  7988. 7:01:04เท่าไหร่นะครับเป็น 0 1 2 นะครับตัวสุด
  7989. 7:01:07ท้ายต้องบวก 1 นะครับก็จะเป็น 2 + 1 ก็
  7990. 7:01:08จะเป็น 3 เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องการก็
  7991. 7:01:11คือถ้าอยากจะได้สมาชิกแดงเฉียวน้ำเงินก็
  7992. 7:01:14จะระบุช่วงเริ่มต้นก็คือตั้งแต่ index
  7993. 7:01:16แรกเลยไปจนถึงก่อนอดกที่ 3 นั่นเองโอเคนะ
  7994. 7:01:20ครับอ่าลองกดรันดูซิจะได้แดงเขียวน้ำเงิน
  7995. 7:01:23หรือไม่นะ
  7996. 7:01:24ฮะอก็จะเป็นแดงเขียวน้ำเงินนั่นเองต่อมา
  7997. 7:01:28ครับก็จะเป็นเรื่องของการเข้าถึงข้อมูล
  7998. 7:01:32สมาชิกใน tle แบบกำหนดช่วงเริ่มต้นกับตัว
  7999. 7:01:36สุดท้ายนะก็คืออ่ามีการประกาศจุดเริ่มกับ
  8000. 7:01:39จุดสุดท้ายหรือว่าอกซเริ่มต้นกับอกสุด
  8001. 7:01:41ท้ายนะครับอย่างเช่นต้องการอยากจะได้ข้อ
  8002. 7:01:44มูลเขียวกับน้ำเงินครับอ่าเขียวกับ
  8003. 7:01:48น้ำเงินเราก็ต้องมาดูว่าเขียวเนี่ยเริ่ม
  8004. 7:01:50ต้นที่ Index ที่เท่าไหร่แล้วก็น้ำเงิน
  8005. 7:01:52เนี่ยสิ้นสุดที่ Index ที่เท่าไหร่นะครับ
  8006. 7:01:55โดยการเข้าถึงเนี่ยผมจะยกตัวอย่าง 2 กรณี
  8007. 7:01:59ก็คือกรณีที่เลข index เป็นค่าบวกครับอีก
  8008. 7:02:02กรณีก็คือเลขอิกเป็นค่าติดลบนะครับขอ
  8009. 7:02:05เริ่มต้นที่ค่าบวกก่อนนะครับอ่าอยากจะได้
  8010. 7:02:07สีเขียวใช่มก็ไล่จากหน้าไปหลังหรือว่าจาก
  8011. 7:02:12ซ้ายไปขวานะครับเป็น 0 1 อ่ะนั้นเพราะ
  8012. 7:02:14ฉะนั้นจุดเริ่มต้นก็จะเป็น 1 น้ำเงินล่ะ
  8013. 7:02:17น้ำเงินก็เป็น 2 ใช่มั้ยครับแต่ว่าตัว
  8014. 7:02:20ท้ายเนี่ยต้องบวก 1 ด้วยนะครับก็จะเป็น 3
  8015. 7:02:24นั่นเองเพราะฉะนั้นนะครับอ่าถ้าต้องการ
  8016. 7:02:28เด็กจะได้เขียวกับน้ำเงินมาใช้ก็จะระบุ
  8017. 7:02:31เ่ออ่าช่วงข้อมูลนะครับในอ่า TR Color
  8018. 7:02:36TR Color นะครับก็คือตั้งแต่ index ที่
  8019. 7:02:381 ก่อน index ที่ 3 นะครับก็คือ index
  8020. 7:02:41ที่ 1 กับ 2 นั่นเองเราก็จะได้ข้อมูล
  8021. 7:02:45เขียวกับน้ำเงินนะครับมาใช้งานอันนี้กรณี
  8022. 7:02:50ที่เลข index เป็นค่าบวกแต่ถ้าเป็นค่าลบ
  8023. 7:02:54นะค่าลบเราก็จะไล่จากหลังไปหน้านะครับก็
  8024. 7:02:56คือ -1 -2 -3 -4 เพราะฉะนั้นจุดเริ่ม
  8025. 7:03:01ต้นจะเป็น -4 นะครับส่วนน้ำเงินจะเป็น -3
  8026. 7:03:06ใช่มั้ยครับแต่ -3 ต้องไป + 1 ด้วยนะ
  8027. 7:03:08ครับก็คือ -2 นั่นเองก็คืออยู่ในช่วง
  8028. 7:03:12-4 นะครับไปจนถึงก่อน -2 นั่นเองก็จะได้
  8029. 7:03:16เขียวกับน้ำเงินมาใช้นะ
  8030. 7:03:21ฮะโอเคครับผมก็ประมาณนี้ครับในเรื่องของ
  8031. 7:03:25การกำหนดช่วงข้อมูลนะอันนี้ทุกคนอย่างงนะ
  8032. 7:03:27ถ้าไล่จากหลังมาหน้านะครับก่อนถึง -2 ก็
  8033. 7:03:32คือ -3 นะครับเพราะฉะนั้นเลขยด็ที่
  8034. 7:03:34ต้องการก็คือ - 4 กับ -3 นะครับแต่ตอน
  8035. 7:03:36ที่เราทำการกำหนดช่วงเนี่ยอันนี้ต้อง + 1
  8036. 7:03:39เสมอนะฮะต่อมาครับก็จะเป็นเรื่องของการ
  8037. 7:03:43ใช้ฟังก์ชันสำหรับจัดการสมาชิกใน tro กัน
  8038. 7:03:46บ้างนะครับซึ่งจะมี 2 ตัวก็คือฟังก์ชัน
  8039. 7:03:50สำหรับอ่าค้นหาข้อมูลกับฟังก์ชันสำหรับ
  8040. 7:03:53นับข้อมูลซ้ำฟังก์ชันสดับค้นหาข้อมูลก็
  8041. 7:03:57คือฟังก์ชัน index นะครับเป็นการบอกเลข
  8042. 7:03:59index ที่เป็นการเก็บข้อมูลสมาชิกที่เรา
  8043. 7:04:02สนใจนะครับอย่างเช่นผมต้องการอยากจะทราบ
  8044. 7:04:04ว่าอ่าสีดำเนี่ยอยู่ที่ Index ที่เท่า
  8045. 7:04:07ไหร่นะครับวิธีการครับเราก็จะเข้าไปที่
  8046. 7:04:11ตัวแปร tole Color แล้วก็เรียกใช้
  8047. 7:04:14ฟังก์ชันนะครับก็คืออ่าฟังก์ชันที่ชื่อ
  8048. 7:04:16ว่า index นะครับด้านใน index ก็จะเป็น
  8049. 7:04:18ข้อมูลสมาชิกของเราครับนั่นก็คือสีดำเนาะ
  8050. 7:04:21ที่เราต้องการนะ
  8051. 7:04:24ฮะอันนี้ต้องการแต่ทราบว่าใน tole Color
  8052. 7:04:29เนี่ยมีสีดำหรือไม่ถ้ามีเนี่ยอยู่ที่
  8053. 7:04:32Index ที่เท่าไหร่นะครับให้บอกเลข index
  8054. 7:04:34มาก็จะเป็นอ่า index ที่ 3 นะครับก็คือ 0
  8055. 7:04:381 2 3 เห็นมยฮะอ่ะแล้วถ้าเป็นสีอื่น
  8056. 7:04:41ล่ะที่มันไม่มีนะครับอย่างเช่นอ่าเป็นสี
  8057. 7:04:45เหลืองมีมั้ยสีเหลืองสีเหลืองไม่มีนะฮะ
  8058. 7:04:48ถ้าไม่มีเนี่ยจะได้ผลลัพธ์เป็นยังไงนะ
  8059. 7:04:52ครับมันก็จะแจ้ง Error นะครับว่ามันไม่มี
  8060. 7:04:55ข้อมูลสีเหลืองอยู่ในตัวอ่า TR Color
  8061. 7:04:59นั่นเองต่อมาก็จะเป็นเป็นฟังก์ชันสำหรับ
  8062. 7:05:03นับจำนวนสมาชิกที่อยู่ในตัว tle ของเรานะ
  8063. 7:05:09ครับว่ามันมีค่านี้อยู่กี่ค่านะครับหรือ
  8064. 7:05:12ว่ามีค่าซ้ำกันกี่จุดนั่นเองเนาะอ่ะอย่าง
  8065. 7:05:15เช่นผมต้องการอยากจะทราบว่าในท Color
  8066. 7:05:18เนี่ยนะครับมีค่าสีแดงกี่ค่าอ่าผมก็จะ
  8067. 7:05:20เปลี่ยนจากตัว index ตัวนี้นะครับไปเป็น
  8068. 7:05:22เคแล้วก็วงเล็บแิดนะครับตามด้วยข้อมูลที่
  8069. 7:05:25ผมต้องการอยากจะนับนะครับก็คืออยากจะนับ
  8070. 7:05:27สีแดงเนาะอ่ามีสีแดงอยู่กี่ค่านะครับก็
  8071. 7:05:30นับออกมาซึ่งตอนตอนี้มันก็จะมีอยู่แค่ 1
  8072. 7:05:33ค่าใช่มั้ยครับอ่ะแล้วถ้าผมเพิ่มแดงไปอีก
  8073. 7:05:35นะครับเพิ่มแดงไปอีกเนาะเพิ่ม
  8074. 7:05:39แดงไปอีกสัก 2 ตัวนะครับก็จะมี 3 ค่าใช่
  8075. 7:05:43มั้ยรอบนี้อ่ะลองกดรัน
  8076. 7:05:45ดูโอเคก็จะเป็น 3 เห็นมั้ย
  8077. 7:05:49ฮะครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการใช้ tle
  8078. 7:05:54นะครับในภาษา python ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
  8079. 7:05:56ของการจัดการสมาชิกหรือการใช้งานตัว
  8080. 7:05:59ฟังก์ชันพื้นฐานนะครับสำหรับทำงานกับตัว
  8081. 7:06:02ทุพ่อก็คือ index กับเคนะครับก็จะได้ผล
  8082. 7:06:05ลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้น
  8083. 7:06:16เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  8084. 7:06:20ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับเซตใน
  8085. 7:06:22ภาษา python กันนะครับเซตนะครับเป็นชนิด
  8086. 7:06:26ข้อมูลที่ใช้สำหรับเก็บกลุ่มของข้อมูล
  8087. 7:06:29ประเภทเดียวกันหรือต่างประเภทกันกันได้นะ
  8088. 7:06:32ครับมีลักษณะการทำงานคล้ายกับ tle ก็คือ
  8089. 7:06:35ข้อมูลที่เก็บในเซตนะครับไม่สามารถ
  8090. 7:06:37เปลี่ยนแปลงค่าได้นั่นเองนะฮะโดยข้อมูล
  8091. 7:06:41หรือสมาชิกที่เก็บในเซตนั้นนะครับต้องมี
  8092. 7:06:44ค่าไม่ซ้ำกันครับแล้วก็เซตเนี่ยจะไม่มี
  8093. 7:06:47เลขิเดกกำกับข้อมูลนั่นหมายถึงข้อมูลที่
  8094. 7:06:50อยู่ในเซตนั้นนะครับจะไม่มีการเรียงลำดับ
  8095. 7:06:53ข้อมูลที่เก็บในเซตจะเขียนครอบด้วย
  8096. 7:06:55เครื่องหมายปีกการเปิดปิดนะฮะอันนี้ก็คือ
  8097. 7:06:58คำนิยามของเซตนะครับโดยการสร้างสร้างเซต
  8098. 7:07:01จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบนะครับแบบแรกก็คือ
  8099. 7:07:03ประกาศเป็นชื่อตัวแปรเซตมีค่าเท่ากับปีก
  8100. 7:07:06การเปิดปิดแล้วก็ข้อมูลด้านในนะครับวิธี
  8101. 7:07:09ที่ 2 ก็จะใช้อ่าคำสั่งเซตนะครับมาเขียน
  8102. 7:07:13ครอบข้อมูลโดยจะเขียนในพื้นที่ของวงเล็บ
  8103. 7:07:15เปิดปิดนะฮะอันนี้ก็คือการสร้างเซตนะครับ
  8104. 7:07:20ต่อมาก็จะเป็นจำนวนสมาชิกในเซตนะครับแล้ว
  8105. 7:07:22ก็ใช้คำสั่งเลนเหมือนเดิมเลยนะครับตาม
  8106. 7:07:25ด้วยตัวแปรเซตของเรานะครับในนี้ผมยกตัว
  8107. 7:07:28อย่างเป็นตัวแปรสกอเนาะแล้วก็การเก็บข้อ
  8108. 7:07:32มูลก็จะเป็น 190 80 นะครับแต่ว่าจะไม่มี
  8109. 7:07:34การเรียงลำดับนะครับเพราะฉะนั้นในเซตจะ
  8110. 7:07:36ไม่มีเลข index การอ่าดูข้อมูลในเซตในแต่
  8111. 7:07:40ละรอบเนี่ยข้อมูลอาจจะมีการสลับตำแหน่ง
  8112. 7:07:43กันนะครับอาจจะไม่ใช่เป็น 190 80 นะครับ
  8113. 7:07:45อาจจะเป็น 80 1890 ก็ได้นะครับอ่าอันนี้
  8114. 7:07:49ผมยกตัวอย่างในเรื่องของการเก็บข้อมูล
  8115. 7:07:52เนาะต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงสมาชิกในเซต
  8116. 7:07:55นะครับก็ใช้ Loop อก็ทำเหมือนกันกับตัว
  8117. 7:07:58List แลก็ตัว tle เลยนะก็คือ for Item
  8118. 7:08:02in ตามด้วยชื่อของเตของเรานะ
  8119. 7:08:05ฮะการค้นหาข้อมูลสมาชิกในเตนะครับก็จะ
  8120. 7:08:09ระบุเป็นข้อมูลที่ต้องการค้นหาแล้วก็คำ
  8121. 7:08:11สั่ง in แล้วก็ชื่อตัวแปร Set นะครับต่อ
  8122. 7:08:15มาครับก็จะเป็นฟังก์ชันสำหรับจัดการเซตนะ
  8123. 7:08:18ครับก็คือกลุ่มคำสั่งพิเศษที่มีอยู่ใน
  8124. 7:08:21ภาษา python อยู่แล้วนะครับสำหรับนำมาจัด
  8125. 7:08:23การข้อมูลประเภทเซตโดยเฉพาะนะครับโดยมี
  8126. 7:08:26โครงสร้างคำสั่งก็คือเราจะนำเอาตัวแปร
  8127. 7:08:29ประเภทเซตนะครับมาเลียกใช้งานก็จะระบุ
  8128. 7:08:31เป็นตัวแปลประเภทเซตเครื่องไม้จุดแล้วก็
  8129. 7:08:33ชื่อฟังก์ชันนะครับโดยฟังก์ชันจัดการเซต
  8130. 7:08:36ก็จะมีอยู่หลายตัวนะครับอย่างเช่น
  8131. 7:08:37ฟังก์ชัน App นะเป็นการเพิ่มสมาชิกใหม่ 1
  8132. 7:08:40รายการฟังก์ชันอัปเดตเป็นการเพิ่มสมาชิก
  8133. 7:08:43ใหม่แบบหลายรายการในครั้งเดียวนะครับ
  8134. 7:08:45ฟังก์ชัน discard เป็นการลบสมาชิกที่ระ
  8135. 7:08:48บวกจากเซตนะครับในกรณีที่เรามีเซตมากกว่า
  8136. 7:08:521 เซตนะครับต้องการนำมาดำเนินการกันใน
  8137. 7:08:55รูปแบบของเซตเนาะก็คือการดำเนินการในเซต
  8138. 7:08:58นะครับเราจะใช้ฟังก์ชันอยู่ด้วยกัน 3 ตัว
  8139. 7:09:01ก็คือ Union intersection แลก็
  8140. 7:09:04difference นะครับ Union จะเป็นฟังก์ชัน
  8141. 7:09:06ระดับรวมสมาชิกในเซต a และก็เซต b เข้า
  8142. 7:09:10ด้วยกันนะครับกรณีที่เรามีเซตมากกว่า 1
  8143. 7:09:12เซตเนาะอย่างเช่นเรามีเซต a กับเซต B นะ
  8144. 7:09:14ครับต้องการอยจะนำเอาสมาชิกในเซต a กับ B
  8145. 7:09:17เนี่ยเอามารวมกันก็จะเรียกใช้ฟังก์ชันียน
  8146. 7:09:20นะครับต่อมาก็จะเป็นฟังก์ชัน intersection
  8147. 7:09:23นะครับก็คือเป็นการนำเอาข้อมูลสมาชิกใน
  8148. 7:09:27เซต a และก็ข้อมูลสมาชิกในเซต B ที่มี
  8149. 7:09:30ร่วมกันนะครับมาใช้งานตัวสุดท้ายก็คือ
  8150. 7:09:32Reference นะครับอ่าเป็นการนำเอาสมาชิก
  8151. 7:09:35ที่มีอยู่ในเต a เท่านั้นนะครับมาใช้งาน
  8152. 7:09:37ก็คือสมาชิกที่อยู่ในเต a แต่ไม่มีอยู่ใน
  8153. 7:09:40เซต B อันนี้ก็จะเป็นแผนภาพการดำเนินการ
  8154. 7:09:43ในเซตนะครับ Union รวมเซตทั้งคู่นะครับก็
  8155. 7:09:46คือเซต a กับ B intersection ก็คือเอา
  8156. 7:09:49เฉพาะข้อมูลที่เหมือนกันระหว่าง a กับ B
  8157. 7:09:51นะครับมาใช้งานส่วน difference ก็คือนำ
  8158. 7:09:53เอาเฉพาะข้อมูลที่มีอยู่ใน a เท่านั้นมา
  8159. 7:09:56ใช้นะฮะอ่าเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการสร้างเซต
  8160. 7:10:00แลก็การดำเนินการในเซตกันนะครับว่ามีขั้น
  8161. 7:10:02ตอนการใช้งานอย่างไรกลับมาที่ vs Code
  8162. 7:10:05นะครับในส่วนของการสร้างเซตขึ้นมาใช้งาน
  8163. 7:10:08เนี่ยนะครับก็คือการเก็บกลุ่มข้อมูลนะ
  8164. 7:10:11ครับเข้ามาไว้ในตัวแปร 1 ตัวนะครับโดยตัว
  8165. 7:10:14แปรดังกล่าวจะเป็นตัวแปรประเภทเซตเนาะโดย
  8166. 7:10:17เอ่อเซตเนี่ยจะเป็นการเก็บข้อมูลที่ไม่
  8167. 7:10:20ซ้ำกันแลก็ไม่มีลำดับนะฮะอ่าผมจะยกตัว
  8168. 7:10:24อย่างโดยทำการสร้างเซตที่ชื่อว่า Animal
  8169. 7:10:26ขึ้นมาแล้วกัน Set Animal จะเก็บรายชื่อ
  8170. 7:10:28ของสัตว์ครับอ่าจากที่เป็นผ่ามาเนี่ยเรา
  8171. 7:10:31เก็บแค่เราเก็บข้อมูลสีเยอะและขอเปลี่ยน
  8172. 7:10:34ใหม่แล้วกันนะครับเปลี่ยนไปเป็นการเก็บ
  8173. 7:10:36ข้อมูลสัตว์บ้างนะครับอย่างเช่นสัตว์ของ
  8174. 7:10:39ผมเนี่ยก็จะมีอะไรดีอ่ามีหมานะครับมีแมว
  8175. 7:10:44นะครับโดยข้อมูลที่ระบุจะระบุในพื้นที่
  8176. 7:10:47ปิดการเปิดปิดนะครับเพราะฉะนั้นตัว Animal
  8177. 7:10:49ก็จะถือว่าเป็นตัวแปรประเภทเซตนั่นเองมี
  8178. 7:10:51ข้อมูลเริ่มต้น 2 ตัวก็คือหมาแมวอ่ะอาจจะ
  8179. 7:10:54เอาตัวอื่นมาก็ได้นะครับอ่ะอย่างเชอย่าง
  8180. 7:10:56เช่นมีอะไรมีสิงโตแล้วกันอ่ะ
  8181. 7:11:00สิงโตนะครับมีเสืออะไรประมาณนี้ข้อมูลที่
  8182. 7:11:04อยู่ในเซตเนี่ยสามารถเก็บอ่าใชนี้ข้อมูล
  8183. 7:11:07ที่ต่างกันได้นะครับอย่างเช่นเก็บค่าชก็
  8184. 7:11:09ได้นะครับอ่าเก็บตัวเลขก็ได้นะครับ 100
  8185. 7:11:12อะไรก็ว่าไปก็คือเก็บข้อความเก็บบูีเก็บ
  8186. 7:11:16อ่าตัวเลขจำนวนเต็มนะฮะจากนั้นผมก็จะนำ
  8187. 7:11:19เอาตัว Set Animal นะครับมาใช้งานนะก็จะ
  8188. 7:11:23ลองปริ้นออกมาดูเนาะนะปริ้น Animal นะฮะ
  8189. 7:11:27ลองกดรันผลลัพธ์นะครับ
  8190. 7:11:31ข้อมูลที่ได้ก็จะเป็นชู 100 สิงโตเสือหมา
  8191. 7:11:34แมวเห็นม
  8192. 7:11:37ฮะทุกคนจะสังเกตว่าเอ๊ะทำไมสมาชิกในเซต
  8193. 7:11:41ของเราเนี่ยมันไม่เรียงลำดับนะครับหมาน่า
  8194. 7:11:44จะเริ่มต้นก่อนใช่มั้ยตามด้วยแมวสิงโตนะ
  8195. 7:11:46ครับแต่ว่าเซตเนี่ยมันไม่ได้เหมือนกับตัว
  8196. 7:11:50List แล้วก็ TR นะครับที่ตัวไเข้าก่อนจะ
  8197. 7:11:53แสดงผลก่อนนะครับหรือว่าอยู่ด้านหน้าตัว
  8198. 7:11:55ในเข้าหลังก็อยู่ด้านหลังอะไรพวกนี้นะ
  8199. 7:11:57ครับเซตจะไม่ไม่เป็นแบบนั้นก็คือมันไม่มี
  8200. 7:11:59ลำดับถ้าผมลองอีกครั้งนึงนะครับนะข้อมูล
  8201. 7:12:02ก็จะอยู่คนละอย่างกับตัวแรกเลยนะครับอัน
  8202. 7:12:06นี้หมามาก่อนแล้วก็ู 100 เห็นมั้ยรอบรอบ
  8203. 7:12:09ต่อมาก็จะเป็นอะไรทีนี้ก็คือมันไม่มี
  8204. 7:12:11ลำดับที่ชัดเจนนะครับอนี้แมวขึ้นก่อน
  8205. 7:12:14สิงโตชูหมา 100 อะไรก็ว่าไปนะครับอันนี้
  8206. 7:12:18ก็คือหน้าตาข้อมูลที่อยู่ในเซตครับโดยข้อ
  8207. 7:12:21มูลที่อยู่ในเซตอ่ะเดี๋ยวผมขอยกตัวอย่าง
  8208. 7:12:23เป็นอ่าข้อมูลชื่อของสัตว์เนาะมีหมาแมว
  8209. 7:12:27สิงโตแล้วก็เสือนะ
  8210. 7:12:30ครับโอเคนะฮะอันนี้ก็คือข้อมูลเรารัน
  8211. 7:12:33ครั้งที่ 1 เนาะมาดูครั้งที่ 2 ครับทีนี้
  8212. 7:12:36ดูครั้งที่ 2 อ่าเป็นแมวหมาขึ้นก่อนอ่า
  8213. 7:12:40อันแรกเป็นหมาอันที่ 2 เป็นแมวนะฮะอันที่
  8214. 7:12:423 เป็นอะไรที
  8215. 7:12:43นี้อ่าเป็นเสือนะครับทีนี้ถ้าผมทำการอ่า
  8216. 7:12:49เพิ่มข้อมูลนะครับเข้าไปอีกอย่างเช่นผม
  8217. 7:12:52เพิ่มแมวเข้าไปครับทีนี้จะสังเกตว่าผมมี
  8218. 7:12:56ข้อมูลซ้ำใช่มั้ยก็คือแมวอ่ะมาดูซิว่าเซต
  8219. 7:12:58จะทำยังไงถ้ามีข้อมูลซ้ำนะครับมันจะเอา
  8220. 7:13:01อ่าข้อมูลที่ซ้ำเนี่ออกไปเลยนะครับเพราะ
  8221. 7:13:04ว่าสมาชิกที่อยู่ในเซตเนี่ยห้ามมีข้อมูล
  8222. 7:13:08ที่ซ้ำกันนะครับเพราะฉะนั้นผมก็จะมีแมล
  8223. 7:13:10แค่ค่า
  8224. 7:13:13เดียวโอเคนะครับอ่าประมาณนี้นะครับประมาณ
  8225. 7:13:16นี้นี่ก็คือข้อมูลที่อยู่ในเซตนะครับไม่
  8226. 7:13:20มีลำดับและมีค่าไม่ซ้ำกันต่อมาก็จะเป็น
  8227. 7:13:25การตรวจสอบ type นะครับอ่ะลองเช็ค type
  8228. 7:13:27ดูว่าตัวแปร Animal เนี่ยมี type เป็น
  8229. 7:13:30อะไรหรือว่ามีนี้ข้อมูลเป็นอะไรนะฮะก็
  8230. 7:13:34เป็นเซตใช่มั้ยอเป็นเซตนะครับแล้วจำนวน
  8231. 7:13:39ข้อมูลนะครับหรือว่าสมาชิกที่อยู่ใน
  8232. 7:13:41Animal เนี่ยมีกี่จำนวนนะครับก็ใช้คำ
  8233. 7:13:44สั่งเลนตรวจสอบซึ่งมันก็มีอยู่ 4 จำนวน
  8234. 7:13:48ใช่มั้ยครับโอเคเดี๋ยวผมจะลองเพิ่มข้อมูล
  8235. 7:13:51เข้าไปอีกนะครับ
  8236. 7:13:53อ่ามีหมาแมวสิงโตเสือนะครับอ่ะมีช้างนะฮะ
  8237. 7:13:59อ่ะเพิ่มช้างเข้ามาเพราะฉะนั้นนะครับข้อ
  8238. 7:14:03มูลล่าสุดที่อยู่ใน Set Animal ก็คือมี
  8239. 7:14:05อยู่ 5 จำนวนนั่นเองนะครับแต่ว่าภายใน 5
  8240. 7:14:09จำนวนนี้จะไม่มีการเรียงลำดับนะครับว่า
  8241. 7:14:12ตัวไหนมาก่อนอยู่ก่อนตัวไหนมาหลังอยู่
  8242. 7:14:14หลังไม่ใช่นะฮะมันจะมีการสลับตำแหน่งกัน
  8243. 7:14:18อยู่ตลอดเวลานะครับตอนที่เรานำไปใช้งาน
  8244. 7:14:20นี่คือสิงตัวขึ้นก่อนเห็นมั้ยฮะต่อมาก็จะ
  8245. 7:14:23เป็นอะไรอ่าเป็นสิงอ่ะสิงโตขึ้นก่อนแต่
  8246. 7:14:27ว่าจะเป็นหมาแมวเสือแล้วก็ช้าง
  8247. 7:14:31นะครับต่อมาก็จะเป็นการเข้าถึงข้อมูลนะ
  8248. 7:14:34ครับถ้าเราเราต้องการเด็กจะหยิบอ่าสมาชิก
  8249. 7:14:37ทุกตัวนะครับใน Set Animal มาใช้งานก็
  8250. 7:14:40สามารถใช้ for Loop นะครับเข้าถึงได้เลย
  8251. 7:14:43นะเพราะว่าตัวเซตเนี่ยมันไม่มีลำดับใช่
  8252. 7:14:46ไมมไม่ต้องอ้างยิงผ่านเลข index แล้วถ้า
  8253. 7:14:48ต้องการดึงข้อมูลก็ใช้วิธีการ Loop ข้อ
  8254. 7:14:51มูลอย่างเดียวนะครับอ่ะอย่างเช่นผมอ่อ
  8255. 7:14:55Loop ข้อมูลเนาะผมสร้างตัวแปรชื่อว่า
  8256. 7:14:58Item มาแล้วกันนะครับก็คือ for Item in
  8257. 7:15:00Set หม้อนะครับแล้วก็ปริ้นไทมออก
  8258. 7:15:04มาผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  8259. 7:15:07ครับอก็จะเป็นหมาแมวสิงโตช้างเสือนะครับ
  8260. 7:15:12อ่ะลองอีกครั้งนึงข้อมูลตัวแรกเป็นหมา
  8261. 7:15:17เป็นสิงโตเป็นเสือเป็นช้างเป็นแมวเมันไม่
  8262. 7:15:21มีลำดับที่ตายตัวนะฮะต่อมาครับก็จะเป็น
  8263. 7:15:25การค้นหาข้อมูลในเซตนะครับโดยใช้คำสั่งก็
  8264. 7:15:31คือคำสั่ง in นะฮะผมต้องการจะตรวจสอบว่า
  8265. 7:15:35ใน Set Animal เนี่ยมีมีน้องหมาหรือ
  8266. 7:15:37เปล่าอผมก็จะลองค้นนะครับเอก็ปริ้นนะครับ
  8267. 7:15:40น้อง
  8268. 7:15:41หมานะครับก็คือ in นะครับอ่าอยู่ในกลุ่ม
  8269. 7:15:46ของเซต Animal หรือไม่นะครับซึ่งทุกคนก็
  8270. 7:15:49เห็นอยู่แล้วว่ามันมีใช่มยอ่ะผลลัพธ์ที่
  8271. 7:15:51เกิดขึ้นนะครับก็จะได้ผลลัพธ์เป็นูกลับ
  8272. 7:15:55ออกมาก็คือมีน้องหมาอยู่ในกลุ่มของ Set
  8273. 7:15:58Animal อแล้วถ้าเป็นกบล่ะมีกบมั้ยกบไม่
  8274. 7:16:02น่าจะมีนะไม่มีเลยแหละนะกบถ้าไม่มีก็จะ
  8275. 7:16:05ขึ้นบอกว่าเป็น fal ใช่ไหมมครับก็คือไม่
  8276. 7:16:09มีกบอยู่ในกลุ่มของ Set Animal นั่นเอง
  8277. 7:16:13อันนี้ก็คือขั้นตอนการสร้างเซตขึ้นมาใช้
  8278. 7:16:16งานนะครับพร้อมกับขนวดค่าเริ่มต้นเนาะ
  8279. 7:16:18แล้วก็ทำการตรวจสอบข้อมูลที่อยู่ในเซตของ
  8280. 7:16:21เรานะครับก็คือ Set Animal ทีนี้นะครับ
  8281. 7:16:24ผมต้องการอยากจะให้อ่าตัว Set Animal นะ
  8282. 7:16:28ครับอ่ะเดี๋ยวผมขอแสดงข้อมูลก่อนตอนนี้ผม
  8283. 7:16:32มีข้อมูลเริ่มต้น 5 จำนวนใช่มั้ยครับมี
  8284. 7:16:35ช้างมีแมวมีหมามีเสือมีสิงโตอะไรก็ว่าไป
  8285. 7:16:38นะฮะผมต้องการอยจะเพิ่มอ่าข้อมูลของสัตว์
  8286. 7:16:43เข้าไปเพิ่มนะครับในใน Set Animal เนี่ย
  8287. 7:16:45อยากจะเพิ่มเข้าไป 1 รายการนะครับวิธีการ
  8288. 7:16:48เพิ่มก็ง่ายมากครับเราก็เข้าไปที่ตัวแปร
  8289. 7:16:51เซตของเราแล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันที่ชื่อ
  8290. 7:16:53ว่าฟังก์ชันแอนะครับแล้วก็วงเล็บเปิดผิด
  8291. 7:16:55น้าในก็จะเป็นข้อมูลที่ต้องการเดีจะเพิ่ม
  8292. 7:16:57เข้าไปนะครับอย่างเช่นผมเพิ่มเป็ดเข้าไป
  8293. 7:17:00แล้วกันนะฮะเพิ่มน้องเป็ด
  8294. 7:17:03นะอ่าเพิ่มน้องเป็ดนะครับ
  8295. 7:17:07โอเคกดรันดู
  8296. 7:17:10ฮะมาดูซิว่าจะมีการเพิ่มน้องเป็ดเข้าไป
  8297. 7:17:13หรือเปล่านะครับก็จะมีหมาช้างสิงโตเป็ด
  8298. 7:17:16แมวเสือนะครับอันนี้ก็คือเพิ่มแค่ 1 ราย
  8299. 7:17:19การแต่ถ้าเราต้องการเนี่ยจะเพิ่มมากกว่า 1
  8300. 7:17:22รายการล่ะเราก็จะใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า
  8301. 7:17:24อัพเดตนะครับก็จะเป็น do อัพเดตแล้วก็วง
  8302. 7:17:28เล็บเปิดปิดนะครับด้านในก็จะเป็นเซตตัว
  8303. 7:17:30ใหม่ครับอก็คือวงเลขเปิดบิดซ้อนนะครับอ่ะ
  8304. 7:17:33อย่างเช่นผมเพิ่มหมูเข้าไปนะครับกับราฟ
  8305. 7:17:39เนาะอันนี้ก็คือในกรณีที่เรามีการเพิ่ม
  8306. 7:17:42ข้อมูลมากกว่า 1 รายการนะ
  8307. 7:17:45ครับ
  8308. 7:17:47โอเคอ่าลองกดรันดูซิข้อมูลล่าสุดนะครับ
  8309. 7:17:53ที่อยู่ใน Animal ก็คือมีหมาสิงโตช้าง
  8310. 7:17:55ยีราฟแมวเป็ดเสือหมูนะครับอ่ะมีหมูเพิ่ง
  8311. 7:17:59เข้ามามียีราฟเพิ่มเข้ามานะครับอันนี้
  8312. 7:18:03เป็นการเพิ่มข้อมูล 1 รายการอันนี้มาก
  8313. 7:18:06กว่า 1 ราย
  8314. 7:18:07การต่อมาครับถ้าผมทำการสร้างเซตขึ้นมา
  8315. 7:18:11ใหม่
  8316. 7:18:12ครับอย่างเช่นเป็นเซตของสัตว์เลี้ยงบ้าง
  8317. 7:18:14ทีนี้ผมสร้างเซตที่ชื่อว่าเพชรและกันที่
  8318. 7:18:19แปลว่าสัตว์เลี้ยงเนาะโดยผมจะเรียกใช้คำ
  8319. 7:18:22สั่งเซตนะครับรอบนี้ก็จะเป็นเซตวงเล็บ
  8320. 7:18:25เปิดปิดนะครับด้านในก็จะเป็นข้อมูลสมาชิก
  8321. 7:18:28ที่อยู่ในเซตสัตว์เลี้ยงนะครับก็จะมีหมา
  8322. 7:18:32นะครับมีแมวต่อมาก็จะเป็นกระต่ายอ่ะ
  8323. 7:18:38กระต่ายก็เป็นสัตว์เลี้ยงนะฮะต่อมาก็เป็น
  8324. 7:18:40เม่นนะฮะอเม่นก็เป็นสัตว์เลี้ยงอันนี้ก็
  8325. 7:18:43คือสเตตก้อนที่ 2 นะครับอ่าผมก็จะนำเอา
  8326. 7:18:46สตตก้อนที่ 2 เนี่ยมาแสดงผลก็คือเพชรใช่
  8327. 7:18:49มั้ยครับอ่าลองกดรัน
  8328. 7:18:53ดูตอนนี้นะครับผมมีเซตอยู่ด้วยกัน 2 ก้อน
  8329. 7:18:57นะครับก้อนแรกก็คือเป็น Animal อ่าเป็น
  8330. 7:19:00สัตว์ข้อที่ 2 ก็เป็นสัตว์เหมือนกันแต่
  8331. 7:19:02ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงนะครับก็คือมีหมามี
  8332. 7:19:04แมวมีกระต่ายแล้วก็มีเม่นนะฮะสิ่งที่ผม
  8333. 7:19:08ต้องการก็คืออยากจะนำเอาข้อมูลนะครับใน
  8334. 7:19:11เซต 2 ตัวนี้มาดำเนินการกันนะ
  8335. 7:19:15ครับมันเนือนกันอย่างเช่นนำมารวมกันเป็น
  8336. 7:19:18ก้อนเดียวกันเนาะอ่ะจะมีวิธีการอย่างไรนะ
  8337. 7:19:23ครับผมก็จะทำการสร้างเอ่อตัวแปรเซตขึ้นมา
  8338. 7:19:28อีกตัวนึงนะครับตั้งชื่อว่า Data แล้วกัน
  8339. 7:19:30ตัว Set Data ตัวนี้นะครับจะเก็บผลลัพธ์
  8340. 7:19:33จากการรวมสมาชิกที่อยู่ใน Set Animal
  8341. 7:19:36กับ P เข้าด้วยกันนะครับโดยการรวมสมาชิก
  8342. 7:19:39เข้าด้วยกันเนี่ยเราจะใช้การดำเนินการเซต
  8343. 7:19:42ที่ชื่อว่า Union นะครับก็จะเป็น Animal
  8344. 7:19:45รวมกับ Union อ่ารวมกับตัวเพชเนาะก็คือ
  8345. 7:19:48ได้ใช้ฟังก์ชัน Union นะครับในฟังก์ชัน
  8346. 7:19:50Union ก็จะระบุชื่อเซตที่เราต้องการอย่า
  8347. 7:19:53จะนำไปรวมกับ Animal นะครับนก็คือ P นั่น
  8348. 7:19:56เองแล้วก็ลองปริ้นอลงมาดูนะครับก็ปิ้ Data
  8349. 7:20:00หนนะ
  8350. 7:20:03ฮะมาดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะ
  8351. 7:20:07ครับอ่าเซตตัวแรกนะครับจะเป็นข้อมูลของ
  8352. 7:20:12Set Animal นะครับมีหมามีเสือยีราฟแมว
  8353. 7:20:15หมูช้างสิงโตเป็ดนะครับตัวที่ 2 จะเป็น
  8354. 7:20:19เพชรใช่มั้ยครับเป็นสัตว์เลี้ยงก็คือแมว
  8355. 7:20:21หมากระต่ายเม่นนะครับเมื่อนำมารวมกันครับ
  8356. 7:20:23ก็จะมีเสือมีหมูมีช้างมีสิงโตมีเป็ดมี
  8357. 7:20:26เม่นมีหมายีราฟแมวก็ตายนะครับอ่ะส่วนหมา
  8358. 7:20:31กับแมวมันมันซ้ำกันมันก็จะไม่ถูกนำมาเก็บ
  8359. 7:20:34ลงในเซตตัวใหม่นะครับก็คือการยูเนี่ยเป็น
  8360. 7:20:38การนำเอาสมาชิกทุกตัวในเซต Animal กับเซต
  8361. 7:20:42เพชรนะครับมารวมกันนั่นเองก็จะได้ข้อมูล
  8362. 7:20:46ของสัตว์ทั้งหมดนะครับมาเก็บอยู่ในตัว Set
  8363. 7:20:50Data ทีนี้นะครับถ้าผมต้องการอยากจะดึง
  8364. 7:20:53เอาเฉพาะข้อมูลจาก Set Animal นะครับที่
  8365. 7:20:58มีเหมือนกับข้อข้อมูลที่อยู่ในเซตสัตว์
  8366. 7:21:01เลี้ยงหรือว่าเต P นะครับจะทำอย่างไรเรา
  8367. 7:21:05ก็จะเปลี่ยนจาก Union นะครับไปเป็น
  8368. 7:21:07intersection ครับก็คือทำการนำเอาข้อมูล
  8369. 7:21:11ที่อยู่ในเซ Animal กับเ Pet นะครับมาทำ
  8370. 7:21:17การดูว่าเอ๊ะมีข้อมูลใดบ้างที่มันเหมือน
  8371. 7:21:21กันเอาข้อมูลที่มันเหมือนกันมาใช้โอเคนะ
  8372. 7:21:24ครับอ่าผลรับที่เกิดขึ้นครับมาดูครับว่า
  8373. 7:21:26Animal กับตัวเพชรเนี่ยมีข้อมูลมีข้อมูล
  8374. 7:21:29เหมือนกันคืออะไรก็คือคือมีหมากับแมวใช่ไ
  8375. 7:21:31มครับที่มันเหมือนกันอ่าตัวแรกก็คือเป็น
  8376. 7:21:34อ่าส่วนของ Animal นะครับก็มีหมากับแมว
  8377. 7:21:37อ่าตัวเพชก็มีหมากับแมวเหมือนกันตอนที่
  8378. 7:21:41เราใช้ออร์ก็คือเอาข้อมูลที่มันเหมือนกัน
  8379. 7:21:44มาใช้นะครับก็จะได้ข้อมูลหมาแมวมาใช้งาน
  8380. 7:21:47นั่นเองโอเคนะ
  8381. 7:21:50ครับตัวสุดท้ายนะครับก็คือ Reference นะ
  8382. 7:21:54ครับ deference ตัว deference เนี่ยจะ
  8383. 7:21:57เป็นการหาอ่าข้อมูลนะครับที่มีมีอยู่ใน
  8384. 7:22:01เฉพาะ Set Animal เท่านั้นนะครับเอา
  8385. 7:22:04เฉพาะข้อมูลที่มีอยู่ใน Set Animal มา
  8386. 7:22:07ใช้งานนะครับแต่ไม่ได้รวมกับข้อมูลที่มี
  8387. 7:22:12อยู่ในเซต P และก็ข้อมูลที่เหมือนกันเนาะ
  8388. 7:22:15เอาเฉพาะข้อมูลที่อ่ามีแค่ Animal เท่า
  8389. 7:22:19นั้นนะครับที่มีข้อมูลนี้ส่วนเพนี่ไม่มี
  8390. 7:22:22ข้อมูลตัว
  8391. 7:22:23นี้นะฮะอันนี้ก็คือคำสั่ง difference นะ
  8392. 7:22:27ครับก็คือ Set Animal กับ Set P เนี่ย
  8393. 7:22:29ต่างกันยังไงไงนะครับมีข้อมูลต่างกันยัง
  8394. 7:22:31ไงนะครับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับก็จะได้
  8395. 7:22:33ผลลัพธเป็นช้างเสือยีราฟเป็ดสิงโตแล้วก็
  8396. 7:22:36หมูนะครับก็คือข้อมูลตัวนี้เนี่ย
  8397. 7:22:39อ่าจะเป็นข้อมูลที่มีอยู่ใน Animal อย่าง
  8398. 7:22:43เดียวนะครับไม่มีอยู่ใน
  8399. 7:22:48เพชรโอเคนะครับอ่าในเพชรเนี่ยมีอะไรบ้าง
  8400. 7:22:52ครับมีหมามีเม่นมีกระต่ายมีแมวใช่มั้ย
  8401. 7:22:57ครับส่วนตัว Animal เนี่ยก็จะมีช้างมี
  8402. 7:23:01เสือยีราฟเป็ดสิงโตแล้วก็หมูนะครับที่ไม่
  8403. 7:23:04มีอยู่ในอยู่ในเพชรหรือถ้าผมเปลี่ยนใหม่
  8404. 7:23:07ก็ได้นะครับอ่ะเอาเพชรมาก่อนเอาเพรมาตรวจ
  8405. 7:23:11สอบว่ามีข้อมูลต่างกันกับ Animal
  8406. 7:23:15เนี่ยคือข้อมูลอะไรบ้างอ่าลองกดรันดผล
  8407. 7:23:20ลัพธ์นะ
  8408. 7:23:21ครับก็จะมีแค่เม่นกับกระต่ายใช่มั้ยครับ
  8409. 7:23:24อ่าที่มีเฉพาะในเซตเพชรโอเคนะครับครับอ่า
  8410. 7:23:32ส่วนตัวที่มันเหมือนกันก็คือหมากับแมวนะ
  8411. 7:23:34ครับอ่าก็ไม่ได้นำมารวมเพราะว่าเราเอา
  8412. 7:23:36เฉพาะส่วนของตัวเพชรมาใช้งานเพราะฉะนั้น
  8413. 7:23:41นะครับข้อมูลที่ต่างกันระหว่างเพชรกับ
  8414. 7:23:44Animal เนี่ยก็คืออะไรครับ
  8415. 7:23:46เป็นกระต่ายกับเม่นใช่มยอถ้าเราใช้ตัว
  8416. 7:23:52Reference โอเคนะครับก็จะได้ผลละประมาณ
  8417. 7:23:55นี้ครับในเรื่องของการใช้งานเซตในภาษา
  8418. 7:23:58python
  8419. 7:24:09ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  8420. 7:24:12นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับ
  8421. 7:24:13Dictionary ในภาษา python กันนะครับ
  8422. 7:24:16Dictionary นะครับเป็นรูปแบบการเก็บความ
  8423. 7:24:19สัมพันธ์ของข้อมูลนะครับในลักษณะของ Key
  8424. 7:24:22และ Value นะครับก่าวคือเราจะใช้คีย์
  8425. 7:24:26เนี่ยเป็น index ในการเข้าถึงข้อมูลหรือ
  8426. 7:24:28ว่า Value แต่ละตัวนะครับโดยค่าคียนั้นนะ
  8427. 7:24:32ครับต้องไม่ซ้ำกันและสามารถกำหนดประเภท
  8428. 7:24:34ข้อมูลได้ปกตินะครับถ้าเราใช้ในส่วนของ
  8429. 7:24:39List หรือว่า tle นะครับในส่วนของ index
  8430. 7:24:42เนี่ยจะเป็นตัวเลขจำนวนเต็มใช่ไหมมครับ
  8431. 7:24:45อ่าก็จะเป็นเต็มบวกเต็มลบเต็ม 0 อะไรก็
  8432. 7:24:48ว่าไปนะครับแต่ว่า Dictionary เนี่ยเรา
  8433. 7:24:51สามารถที่จะเปลี่ยนรูปแบบของ index นะ
  8434. 7:24:54ครับจากตัวเลขจำนวนเต็มเนี่ยไปเป็นข้อมูล
  8435. 7:24:56แบบอื่นได้นะครับอย่างเช่นกำหนด index
  8436. 7:24:59เป็น String ก็ได้
  8437. 7:25:01เป็นตัวเลขนะครับเป็นค่าทางตรรกศาสตร์ก็
  8438. 7:25:03ได้นี้ก็คือความสามารถของตัว de นะครับ
  8439. 7:25:06เพราะว่าถ้าเรากำหนด index เป็นตัวเลข
  8440. 7:25:09จำนวนเต็มนะครับเหมือนกับอ่าส่วนของตัวิ
  8441. 7:25:14กับ TR เนี่ยเราก็ต้องมาจำลำดับของ index
  8442. 7:25:17ใช่ไหมมครับว่าเอ๊ะข้อมูลของเราเนี่ยอยู่
  8443. 7:25:19ที่ Index ที่เท่าไหร่นะครับอกที่ 0 1 2
  8444. 7:25:213 -1 -2 - 3 อะไรก็ว่าไปนะครับอัน
  8445. 7:25:25นี้ก็คืออ่าอาจจะเรียกว่าเป็นข้อจำกัดของ
  8446. 7:25:29ตัว List กับตัว TR ก็ได้นะครับแต่บางคน
  8447. 7:25:32ก็อาจจะชอบวิธีการเข้าถึงข้อมูลแบบลำดับ
  8448. 7:25:34เนาะอเป็นลำดับที่ 0 1 2 3 แต่บางคนก็
  8449. 7:25:38ไม่ชอบนะครับไม่อยากจะจำว่าเอ๊ข้อมูลของ
  8450. 7:25:40ฉันอยู่ที่ Index ที่เท่าไหร่นะครับถ้า
  8451. 7:25:43ระบุ index ผิดอข้อข้อมูลก็จะเพี้ยนใช่มย
  8452. 7:25:47ครับก็จะได้ไม่ตรงตามที่ต้องการเนาะตัว
  8453. 7:25:49Dictionary ก็เลยถูกนิยามขึ้นมานะครับ
  8454. 7:25:53เพื่อเก็บความสัมพันธ์ของข้อมูลนะครับโดย
  8455. 7:25:56สามารถตั้งค่า index นะครับให้เป็นอย่าง
  8456. 7:26:00ื่นได้นอกเหนือจากตัวเลขจำนวนเต็มนั่นเอง
  8457. 7:26:02โอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นขั้นตอนการสร้าง
  8458. 7:26:05Dictionary นะครับอ่าการสร้าง Dictionary
  8459. 7:26:08เราจะใช้สัญลักษณ์ปีกการเปิดผิดเหมือนกับ
  8460. 7:26:11เซตเลยแต่ว่าจะมีการกำหนดข้อมูล 2 ส่วนก็
  8461. 7:26:13คือส่วนที่เป็น Key กับ Value นะครับซึ่ง
  8462. 7:26:16คั่นด้วยเครื่องหมายโคลอนถ้าเรามีข้อมูล
  8463. 7:26:20หลายตัวก็จะคั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่านะ
  8464. 7:26:22ครับอย่างเช่นผมต้องการสร้าง Dictionary
  8465. 7:26:25ที่ชื่อว่า Color ขึ้นมานะครับมีค่าเท่า
  8466. 7:26:26กับปีกการเปิดปิดนะครับ้าในปีกการเปิดปิด
  8467. 7:26:29นะครับก็จะประกอบไปด้วยข้อมูลฝั่งซ้ายกับ
  8468. 7:26:32ฝั่งขวาฝั่งซ้ายจะเป็นชื่อคีย์ฝั่งขวาจะ
  8469. 7:26:35เป็น Value นะครับอย่างเช่นผมมีคีย์ Red
  8470. 7:26:38นะครับเก็บอ่า Value เป็นสีแดงมีคีย
  8471. 7:26:41Yellow เก็บ Value เป็นสีเหลืองอะไรพวก
  8472. 7:26:44นี้นะครับหลังจากที่สร้างเสร็จครับการ
  8473. 7:26:48เข้าถึงข้อมูลแล้วก็การเพิ่มข้อมูลเนี่ย
  8474. 7:26:50เราก็จะนิยามผ่านตัว variable หรือว่าตัว
  8475. 7:26:53แปรประเภท Dictionary นะครับแลก็ระบุ
  8476. 7:26:56สัญลักษณ์ Pet ก้ามปูตามด้วยชื่อขีของเรา
  8477. 7:27:00นะครับนี้จะเป็นการดึงข้อมูลแต่ถ้าเป็น
  8478. 7:27:02การแก้ไขข้อมูลแล้วก็จะกำหนดค่าเข้าไปนะ
  8479. 7:27:05ครับผ่านตัว Value ตัวใหม่เนาะก็จะเท่า
  8480. 7:27:07กับ Value แต่ถ้าต้องการเพิ่มข้อมูลใหม่
  8481. 7:27:10นะครับเข้าไปทำงานก็แค่สร้างคีย์ใหม่ขึ้น
  8482. 7:27:13มาเพิ่มครับในพื้นที่ Packet ก้าปูนั่น
  8483. 7:27:16เองโอเคนะครับนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการ
  8484. 7:27:18เพิ่มข้อมูลนะครับอย่างเช่นผมมีข้อมูล
  8485. 7:27:21Dictionary Color นะครับอ่ามี
  8486. 7:27:24Dictionary Color นะครับที่เก็บข้อมูล 2
  8487. 7:27:26ตัวก็คือสีแดงกับสีเหลืองนะครับสีแดง
  8488. 7:27:28เนี่ยมีคียเป็น Red สีเหลืองนะครับมีคีย
  8489. 7:27:32เป็น Yellow การเข้าถึงข้อมูลก็จะอ้างยิง
  8490. 7:27:34ผ่านชื่อคีย์ครับก็คือ Red กับ Yellow
  8491. 7:27:36ถ้าผมต้องการอยากจะเพิ่มสีน้ำเงินเข้าไป
  8492. 7:27:38ก็แค่ทำการสร้างตัวคียที่ชื่อว่า Blue
  8493. 7:27:41ขึ้นมานะครับมีค่าเท่ากับสีน้ำเงินนั่น
  8494. 7:27:43เองอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการสร้าง
  8495. 7:27:45Dictionary ในภาษา python กันนะครับว่า
  8496. 7:27:47มีขั้นตอนการสร้างอย่างไรบ้างกลับมาที่ vs
  8497. 7:27:50Code นะครับในส่วนของการสร้าง Dictionary
  8498. 7:27:53ขึ้นมาใช้งานเนี่ยผมจะยกตัวอย่างเปรียบ
  8499. 7:27:56เทียบกับการสร้างลิส์แล้วะกันเนาะอ่ะ
  8500. 7:27:58อย่างเช่นผมเอการสร้าง
  8501. 7:28:00List Color ขึ้นมานะครับมีการเก็บข้อ
  8502. 7:28:04มูลเป็น
  8503. 7:28:07แดงเขียวนะครับแล้วก็
  8504. 7:28:11น้ำเงิน
  8505. 7:28:13อ่ะทีนี้นะครับถ้าผมต้องการเจะเข้าถึงข้อ
  8506. 7:28:17มูลสมาชิกที่อยู่ใน List Color ใช่มั้ย
  8507. 7:28:21ครับก็จะต้องอาศัยเลข index นะออย่างเช่น
  8508. 7:28:24ผมต้องการด็กๆหยิบสีแดงมาใช้งานใช่่ไมั้ย
  8509. 7:28:26ครับก็จะเป็น index ที่ 0 ก็จะได้สีแดงมา
  8510. 7:28:29ใช้
  8511. 7:28:31นะครับ
  8512. 7:28:33อ่าหรือถ้าเป็น index ที่เป็นค่าติดลบ
  8513. 7:28:36บ้างครับเป็นค่าติดลบ -1 -2 -3 ใช่มย
  8514. 7:28:41อ่าไล่จากหลังมาหน้านะครับก็จะได้สีแดง
  8515. 7:28:45เหมือนกันแต่ปัญหาก็คือเราก็ต้องจำเลข
  8516. 7:28:48อกซ์ให้ได้ใช่ไมั้ยครับเพราะถ้าจำไม่ได้
  8517. 7:28:50เนี่ยสมมุติว่าผมไปใส่เลขอกซผิดเนาะอย่าง
  8518. 7:28:53เช่นเป็น -2 นะครับใจริงก็อยากคาดหวังจะ
  8519. 7:28:56ได้สีแดงแต่ว่าจำเลขอดกไม่ได้ดาๆเอาว่า
  8520. 7:28:59เป็น -2 แล้วกันนะครับปรากฏว่าเอ้าได้สี
  8521. 7:29:02เขียวมาซักงั้นนะครับอันนี้ก็คือส่วนของ
  8522. 7:29:06การใช้ลินะครับที่มีการเก็บข้อมูลแบบ
  8523. 7:29:09ลำดับทีนี้นะครับผมจะทำการเปลี่ยนจากการ
  8524. 7:29:13ใช้ิเนี่ยไปเป็น Dictionary แทนนะครับก็
  8525. 7:29:17คือมีการเก็บข้อมูลแดงเขียวน้ำเงินเหมือน
  8526. 7:29:19เดิมเลยแต่ว่าเราจะเขียนอยู่ในพื้นที่ปีก
  8527. 7:29:22การเปิดปิดใช่ไมมครับถ้าเป็นปีกายเปิดปิด
  8528. 7:29:25แบบนี้แสดงว่าตัวคัดเลือกของเราเนี่ยมัน
  8529. 7:29:28เป็นเซตนะฮะอ่ะมันมันไม่ได้เป็นชีตัวชี
  8530. 7:29:32เนี่ยจะต้องมีส่วนที่เรียกว่าคีย์นะครับ
  8531. 7:29:35มากำกับที่ตัว Value หรือว่าข้อมูลนะครับ
  8532. 7:29:38ข้อมูลก็คือมีแดงเขียวน้ำเงินนะครับส่วน
  8533. 7:29:41คีย์เนี่ยเราจะระบุอยู่ด้านซ้ายมือของข้อ
  8534. 7:29:44มูลนะครับอย่างเช่นถ้าเป็นสีแดงเนี่ยผม
  8535. 7:29:46ตั้งชื่อคีย์ว่า R นะครับเป็น String
  8536. 7:29:50เนาะอ่าก็ใส่เป็น R ไปแล้วก็ colon ต่อมา
  8537. 7:29:53ก็จะเป็นสีเขียวนะครับอ่ะผมก็สร้างคียที่
  8538. 7:29:56ชื่อว่า Green ขึ้น
  8539. 7:29:58มานะครับต่อมาก็จะเป็นน้ำเงินครับอสี
  8540. 7:30:03น้ำเงินตัวนี้น้ำเงินก็ Blue
  8541. 7:30:05เนาะโอเคเดี๋ยวผมจะจัด Format ใหม่ก่อนตบ
  8542. 7:30:10บรรทัดลงมาแล้วกันจะได้ไม่งงนะะโคอันนี้
  8543. 7:30:13ก็คือหน้าตา di Color
  8544. 7:30:16ครับทีนี้ยังไงต่อถ้าผมต้องการอยากจะหยิบ
  8545. 7:30:20สีแดงนะครับมาใช้จะหยิบยังไงวิธีการหยิบ
  8546. 7:30:24มาใช้งานนะครับก็จะเข้าไปที่อ่า
  8547. 7:30:27Dictionary Color นะครับแล้วก็ระบุคีย์
  8548. 7:30:29ในพื้นที่ที่ buet ก้ามปูครับแล้วก็เอา
  8549. 7:30:32ส่วนของคีย์ที่ต้องการมาใช้นะครับก็คือ
  8550. 7:30:34คีย R ผมก็จะได้ข้อมูลสีแดงมาใช้งานเห็น
  8551. 7:30:37มั้ยฮะอ่าก็เหมือนกับเราเปิดพจนานุกรม
  8552. 7:30:41เนาะอ่าภาษาอังกฤษนะครับแปลไทยเป็นอะไร
  8553. 7:30:44นู่นนี่นั่นแต่ว่าิีในภาษา python มันมัน
  8554. 7:30:46มันไม่ได้เป็นจนานุกรมนะฮะก็คือเราสามารถ
  8555. 7:30:49ที่จะตั้งชื่อ index ได้นะครับอตั้งชื่อ
  8556. 7:30:53index ได้อย่างเช่นผมตั้ง index มาเป็น R
  8557. 7:30:56นะครับไอ้ตัวคียเราจะเรียกว่าเป็น index
  8558. 7:30:58นะฮะอ่ะอ่ะ Color index R นะครับก็คือ
  8559. 7:31:02จะได้สีแดงหรือคีย R จะได้สีแดงนะครับอ
  8560. 7:31:05แล้วอยากได้สีเขียวล่ะสีเขียวก็เป็นกรีน
  8561. 7:31:08เห็นมเนี่ยเป็น
  8562. 7:31:12กรีนก็คือเราไม่ต้องระบุเลขลำดับแล้วนะ
  8563. 7:31:15ครับทีนี้อ Color Green น่ะได้สีเขียวมา
  8564. 7:31:19ใช้โอเคนะครับอ่ะประมาณนี้นะครับประมาณ
  8565. 7:31:22นี้อ่าในส่วนของตัวดี
  8566. 7:31:27ก็มีความสามารถเหมือนกับทนี้ข้อมูลตัว
  8567. 7:31:31อื่นนะครับก็คือสามารถเช็ค type ได้ด้วย
  8568. 7:31:34นะครับเช็ค type ได้ว่าตัวแ Color นะครับ
  8569. 7:31:38จัดอยู่ในข้อมูลประเภทอะไรอตไปคเรก็เป็นิ
  8570. 7:31:42ใช่ไหมยครับก็จะระบุเป็นค di อเป็น dix
  8571. 7:31:46Sin หรือจำนวนสมาชิกนะครับที่บรรจุอยู่
  8572. 7:31:49ในตัวแปร Color นะครับมีอยู่กี่
  8573. 7:31:53จำนวนซึ่งมันจะมีอยู่ 3 จำนวนนะครับก็คือ
  8574. 7:31:56ตัวที่ 1 2 3 นะครับอ่ะลองกดรันดูซิ
  8575. 7:32:01อ่ามีอยู่ 3
  8576. 7:32:04จำนวนโอเคนะครับอ่ะผมจะลองกระจายออกมาดู
  8577. 7:32:09เนาะอ่า
  8578. 7:32:11ปิ้ Dictionary Color นะครับอ่ามีอยู่ 3
  8579. 7:32:16จำนวนนะฮะโอเค Red แดง green สีเขียวนะ
  8580. 7:32:21ครับบูสีน้ำเงินทีนี้นะครับถ้าผมทำการ
  8581. 7:32:26เพิ่มข้อมูลสีนะครับเข้าไปใน Dictionary
  8582. 7:32:30Color ครับวิธีการเพิ่มข้อมูลก็ง่ายมาก
  8583. 7:32:32ครับเราก็เข้าไปที่ Dictionary Color นะ
  8584. 7:32:35ครับแล้วก็ทำการสร้าง Key ขึ้นมาใหม่นะ
  8585. 7:32:37ครับอย่างเช่นเป็นคีย์ Yellow ครับซึ่ง
  8586. 7:32:40มันไม่มีซ้ำกับคีย์ที่เราสร้างก่อนหน้า
  8587. 7:32:43นี้อยู่แล้วนะครับมีแค่ Red Green Blue
  8588. 7:32:45ไม่มีสีเหลืองนะครับอผมก็จะสร้างสีเหลือง
  8589. 7:32:48ข้านมารอบนึงก็ระบุคีย์เป็น Yellow ไปนะ
  8590. 7:32:52ครับอ่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับก็จะมี
  8591. 7:32:55ข้อมูลในตัวแปร Color เนี่ย 4 ตัวเหม
  8592. 7:32:59ประกอบไปด้วยคีย Red Green Blue แล้วก็
  8593. 7:33:02Yellow อันนี้เป็นการเพิ่มข้อมูลนะครับ
  8594. 7:33:05ก็คือสร้างคีย์ก้อนใหม่ขึ้นมานะครับซึ่ง
  8595. 7:33:08ไม่ซ้ำกับคีย์เดิมที่มีอยู่ในตัวแบการ
  8596. 7:33:13เลิกของเราอ่ะทีนี้ถ้าผมต้องการอยากจะ
  8597. 7:33:15เปลี่ยนข้อมูล
  8598. 7:33:16ล่ะอย่างเช่นตัวบูเนี่ยผมอยากจะเปลี่ยน
  8599. 7:33:20จากน้ำเงินไปเป็นน้ำเงินเข้มจะเปลี่ยนยัง
  8600. 7:33:23ไงนะวิธีการเปลี่ยนข้อมูลครับก็เข้าไปที่
  8601. 7:33:25อ่า Dictionary Color แล้วก็ห้างยิงตัว
  8602. 7:33:29คียครับก็คือบลูที่ต้องการเกจะเปลี่ยนข้อ
  8603. 7:33:32มูลใหม่นะครับอย่างเช่นข้อมูลเดิมเป็น
  8604. 7:33:34น้ำเงินนะครับผมเปลี่ยนเป็นเป็นครมแล้วะ
  8605. 7:33:36กันสีครมคล้ายกันมอ่าเป็นครามแล้วกันเนาะ
  8606. 7:33:40ข้อมูลก่อนหน้านี้เป็นน้ำเงินนะครับข้อ
  8607. 7:33:42มูลล่าสุดเป็นคราม
  8608. 7:33:44แผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับอ่าก็จะได้ข้อ
  8609. 7:33:48มูล 4 รายการเนาะมี Red Green Blue
  8610. 7:33:51Yellow นะครับส่วนบูเนี่ยจะเก็บค่าคราม
  8611. 7:33:53เอาไว้อ่าประมาณนี้นะครับอนี้เป็นการ
  8612. 7:33:57เพิ่ม
  8613. 7:34:00การเพิ่มข้อมูลก็คือใส่คีย์ก้อนใหม่นะ
  8614. 7:34:02ครับที่ไม่เคยมีอยู่ใน Diary นะครับส่วน
  8615. 7:34:05การอัปเดตเนาะหรือว่าการแก้ไขเนี่ยนะครับ
  8616. 7:34:08เราก็เอาคีย์นะครับที่มีอยู่แล้วนะครับมา
  8617. 7:34:11เปลี่ยนแปลงข้อมูลใหม่แค่นั้นจากเดิมเป็น
  8618. 7:34:14น้ำเงินก็กลายเป็นครามอันนี้ก็คือตัว
  8619. 7:34:17อย่างการสร้าง Dictionary ขึ้นมาใช้งานนะ
  8620. 7:34:20ครับรวมไปถึงการเพิ่มสมาชิกเข้าไปใน
  8621. 7:34:22Dictionary การแก้ไขข้อมูลใน Dictionary
  8622. 7:34:25นะครับโดยคีย์ของ Dictionary ของเราเนี่ย
  8623. 7:34:29นะครับเป็นเป็น String ใช่มยทีนี้นะครับ
  8624. 7:34:32ถ้าหากว่าผมทำการ
  8625. 7:34:34สร้าง Dictionary ขึ้นมาใหม่ครับแต่ว่าจะ
  8626. 7:34:38มีคียที่เป็นค่าทางตรรกศาสตร์บ้างอ่ะ
  8627. 7:34:41อย่างเช่นผมสร้าง diction ที่ชื่อว่า
  8628. 7:34:43Confirm ครับอ่า Confirm Confirm ก็คือ
  8629. 7:34:47ให้ทำการยืนยันนะครับโดยการยืนยันเนี่ยก็
  8630. 7:34:51จะมีอยู่ 2 ตัวนะครับให้เลือกก็คืออ่าตก
  8631. 7:34:55ลงกับยกเลิกเนาะถ้าตกลงเนี่ยนะครับผมจะ
  8632. 7:34:58สร้างขี่ที่ชื่อว่าชขึ้นมาเป็นค่าทาง
  8633. 7:35:00ตรรกศาสตร์ส่วน Value เนี่ยจะเป็น String
  8634. 7:35:03นะครับเอาว่าตก
  8635. 7:35:05ลงอ่าต่อมาก็จะเป็นคีย์ตัวที่ 2 นะครับก็
  8636. 7:35:09คือเป็น Key fault Key f เนี่ยจะบอก
  8637. 7:35:13ว่ายกเลิกนะครับอเราก็สามารถกำหนดบนี้ได้
  8638. 7:35:18ก็คือมี Dictionary Confirm นะครับแล้ว
  8639. 7:35:20ก็มีคีย 2 ตัวเป็นค่าทางตศาสตร์หรือว่า
  8640. 7:35:22บูีนะครับก็คือ True fault ถ้าเป็น True
  8641. 7:35:25ก็จะได้ตกลงมาถ้าเป็น fault ก็ได้ยกเลิก
  8642. 7:35:27อ่าผมก็จะลองปริ้นคอนเฟิร์มบอกให้ทุกคนดู
  8643. 7:35:31นะฮะอ
  8644. 7:35:34คอนเฟิร์มดูซิว่าได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรนะ
  8645. 7:35:38ครับโอเคก็ชูตกลง f ยกเลิกนะครับผม
  8646. 7:35:42ต้องการเด็กจะได้ตกลงมาใช้งานนะครับก็ไป
  8647. 7:35:46เลือก Key
  8648. 7:35:47to นะ
  8649. 7:35:50ฮะโอเคนะครับก็ได้ตกลงมามนอกเหนือจากคีย์
  8650. 7:35:55ที่เป็นค่าทางตรรกศาสตร์ครับผมจะยกตัว
  8651. 7:35:59อย่างเป็นคียที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็มบ้าง
  8652. 7:36:00นะอย่างเช่นเป็นเดือนแล้วะกัน
  8653. 7:36:05เนาะผมสร้าง Dictionary ที่ชื่อว่า mon
  8654. 7:36:09ขึ้นมานะครับโดยมีการใส่คีย์นะครับเป็น
  8655. 7:36:11หมายเลขเดือนอย่างเช่นหมายเลข 1 ก็คือ
  8656. 7:36:13เป็น
  8657. 7:36:14มกราคมมกราคมนะฮะมกราคมเป็น Value นะครับ
  8658. 7:36:19เป็นข้อมูลส่วนคีย์เนี่ยจะเป็นตัวเลข
  8659. 7:36:21จำนวนเต็มนะครับเป็นเลข 1 กับเลข 2 แล้ว
  8660. 7:36:23กันนี้ก็จะเป็น
  8661. 7:36:25กุมภาพันธ์อ่ะขอเพิ่มตัวที่ 3 ด้วย
  8662. 7:36:30มีนาคมโอเคนะฮะผมจะลองดูข้อมูลนะครับของ
  8663. 7:36:36mon ออกมาอ่า
  8664. 7:36:41mon ว่ามีข้อมูลหน้าตาเป็นยังไงนะครับก็
  8665. 7:36:44คือมีคีย์ที่เป็นตัวเลขจำนวนเต็ม 1 2 3
  8666. 7:36:47ส่วน Value จะเป็น String นะครับก็คือ
  8667. 7:36:49มกราคมกุมภาพันธ์มีนาคม
  8668. 7:36:51เนาะโอเคนะครับนอกเหนือจากคีย์ที่เป็นค่า
  8669. 7:36:56ทางตศาสตร์
  8670. 7:36:57ตัวเลขจนวนเตเกมนะครับอ่ะผมสามารถที่จะ
  8671. 7:37:01กำหนดคีย์ให้เป็นรูปแบบ String ได้นะครับ
  8672. 7:37:04แล้วก็มีการเก็บข้อมูลอย่างอื่นที่ไม่ใช่
  8673. 7:37:06String นะครับแต่สังเกตว่าข้อมูลที่เรา
  8674. 7:37:08เก็บเนี่ยเป็น String ทั้งหมดเลยถ้าผม
  8675. 7:37:10เก็บข้อมูลเป็นิล่ะอ่ะอย่างเช่นผมสร้าง
  8676. 7:37:13อ่า Diary Number ขึ้นมาครับโดยมีคีย์ 2
  8677. 7:37:18ตัวครับก็คือคีย์ที่เป็นเลขคู่
  8678. 7:37:21ครับกับคีย์ที่เป็นเลข
  8679. 7:37:25คี่โดยคีย์ที่เป็นเลขคู่เนี่ยนะครับผมจะ
  8680. 7:37:28ให้เก็บข้อมูล List ที่เป็นตัวเลขคู่นะ
  8681. 7:37:31ครับก็คือ 2 4 6 8 10 ส่วนเลขคี่นะ
  8682. 7:37:35ครับอ่ะก็คือก็เป็นเลขคี่นะครับก็คือ 1 3
  8683. 7:37:395 7 9 อะไรประมาณนี้เห็นมยฮะถ้าผม
  8684. 7:37:43ต้องการเอยากจะได้กลุ่มข้อมูลเลขคู่มาใช้
  8685. 7:37:46งานนะครับก็จะเข้าไปที่ Dictionary
  8686. 7:37:48Number แล้วก็คียเลขคู่นะครับอ่าผมก็จะ
  8687. 7:37:51ลองปริ้นให้ทุกคนดูเนาะ di Number คีย์
  8688. 7:37:54เลขคู่นะครับอ่าก็จะได้ข้อมูลลิของตัวเลข
  8689. 7:38:01ที่เป็นเลขคู่เครับก็คือ 2 4 6 8 10
  8690. 7:38:04แต่ถ้าเป็นเลขคี่ล่ะอ่าเลขขี่ครับอ่าเลข
  8691. 7:38:09ขี่นะะก็ 1 3 5 7 9 ใช่มม
  8692. 7:38:14ครับโอเค 1 3 5 7 9 นั่นเองอันนี้ก็
  8693. 7:38:19จะเป็นตัวอย่างการสร้าง Dictionary ครับ
  8694. 7:38:21ก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  8695. 7:38:34ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  8696. 7:38:36นี้นะครับก็จะมาลุยในส่วนของการใช้งาน
  8697. 7:38:39ฟังก์ชันจัดการ Dictionary กันบ้างนะครับ
  8698. 7:38:41โดยฟังก์ชันจัดการ Dictionary ก็คือกลุ่ม
  8699. 7:38:44คำสั่งพิเศษที่มีอยู่ในภาษา python นะ
  8700. 7:38:46ครับสำหรับจัดการข้อมูลประเภท Dictionary
  8701. 7:38:49โดยเฉพาะนะครับโดยมีโครงสร้างคำสั่งก็คือ
  8702. 7:38:52ระบุผ่านตัวแปรประเภท Dictionary นะครับ
  8703. 7:38:54ตามด้วยเครื่องหมายจุดและก็ชื่อฟังก์ชัน
  8704. 7:38:57สำหรับนำมาจัดการข้อมูลใน Dictionary
  8705. 7:38:59นั่นเองโดยรายชื่อฟังก์ชันนะครับสำหรับ
  8706. 7:39:02จัดการ Dictionary นะครับประกอบไปด้วย
  8707. 7:39:04ฟังก์ชัน Key ก็คือดึง Key ทั้งหมดใน
  8708. 7:39:07Dictionary มาใช้งานนะครับฟังก์ชัน Value
  8709. 7:39:10ก็คือดึงข้อมูลหรือว่า Value ทั้งหมดใน
  8710. 7:39:13Diary มาใช้นะครับฟังก์ชัน get แล้วก็
  8711. 7:39:16Key นะครับเป็นการดึงข้อมูลใน Dictionary
  8712. 7:39:19ตาม Key ที่ระบุนะฮะฟังก์ชัน Item นะครับ
  8713. 7:39:23เป็นการดึงข้อมูลคียและ Value ทั้งหมดมา
  8714. 7:39:25ใช้งานนะฮะต่อมาก็จะเป็นฟังก์ชันนะครับลบ
  8715. 7:39:30สมาชิกทั้งหมดออกจาก Dictionary ฟังชัน
  8716. 7:39:34prop แล้วก็ Key นะครับก็คือลบข้อมูลใน
  8717. 7:39:37Dictionary ตามคียที่ระบุนะครับแล้วก็
  8718. 7:39:39ตัว S ก็คือฟังก์ชันอัปเดตเป็นการเพิ่ม
  8719. 7:39:41หรือว่าอัปเดตข้อมูลใน Dictionary นั่น
  8720. 7:39:44เองอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้ฟังก์ชัน
  8721. 7:39:46จัดการ Dictionary ในภาษา python กันนะ
  8722. 7:39:49ครับว่ามีขั้นตอนการใช้งานอย่างไรกลับมา
  8723. 7:39:52ที่ Base Code นะครับตอนนี้ในตัวไฟลงาน
  8724. 7:39:56ของผมนะครับผมทำกการ
  8725. 7:39:58สร้างอีกชนีที่ชื่อว่า Color ขึ้นมานะ
  8726. 7:40:01ครับอ่าทำการเก็บข้อมูลของสีเอาไว้ด้วย
  8727. 7:40:05กัน 3 สีนะครับก็คือแดงเขียวน้ำเงินนะ
  8728. 7:40:07ครับโดยแดงเนี่ยมีคีย์เป็น Red เขียวมี
  8729. 7:40:10คีย์เป็นกรีนนะครับน้ำเงินมีคีย์เป็นบูนะ
  8730. 7:40:13ครับสิ่งที่ผมต้องการก็คืออยากจะได้ข้อ
  8731. 7:40:15มูลรายละเอียดนะครับอ่าสมาชิกที่อยู่ใน
  8732. 7:40:20ตัวแปร coler หรือว่า Diary Color มาใช้
  8733. 7:40:23งานนะครับอย่างเช่นต้องการอยากจะรู้ว่าใน
  8734. 7:40:27ตัว Dictionary Color เนี่ยมีคีย์อะไร
  8735. 7:40:29บ้างบ้างแล้วก็มีข้อมูลอะไรบ้างนะครับ
  8736. 7:40:31วิธีการครับเราก็จะเรียกใช้ตัวฟังก์ชัน
  8737. 7:40:34สำหรับดึงข้อมูลจากตัวแปร Diar นะครับมา
  8738. 7:40:38ใช้งานโดยเฉพาะนะครับอย่างเช่นอยากจะดึง
  8739. 7:40:40เฉพาะคีย์มาใช้งานหรืออยากจะดึงเฉพาะข้อ
  8740. 7:40:43มูลนะครับมาใช้งานโดยวิธีการนะครับผมก็จะ
  8741. 7:40:46เลียกใช้อ่าตัวคำสั่งปริ้นนะครับในการ
  8742. 7:40:49แสดงผลข้อมูลเนาะตามด้วยตัวแปรประเภท
  8743. 7:40:52Dictionary นะครับแล้วก็ชื่อฟังก์ชันที่
  8744. 7:40:55ชื่อว่าคีย์นะครับอ่ะเป็นการดึงเอาราย
  8745. 7:40:58ชื่อคีย์ทั้งหมดนะครับจากตัวแปร Color
  8746. 7:41:01เนี่ยมาใช้งานนะครับซึ่งมันก็จะมีอยู่ 3
  8747. 7:41:05ตัวเนาะเป็น List นะครับก็คือเป็น dick
  8748. 7:41:08Key นะครับก็คือ Red Green Blue นะฮะ
  8749. 7:41:12แต่ถ้าผมต้องการอยากจะได้ข้อมูลนะครับที่
  8750. 7:41:14เป็น
  8751. 7:41:16อ่าข้อมูลที่อยู่ในแต่ละคีย์นะครับที่
  8752. 7:41:20บรรจุอยู่ในตัวแปร Color มาใช้งานเนี่ยจะ
  8753. 7:41:23ทำอย่างไรนะครับเราก็จะเปลี่ยนจาก
  8754. 7:41:24ฟังก์ชันคีย์ตัวนี้นะครับไปเปลี่น Value
  8755. 7:41:26อ่าเป็นการดึงข้อมูลอ่าดึงเอาเฉพาะข้อมูล
  8756. 7:41:31ที่อ่าอยู่ใน Dictionary Color มาใช้นะ
  8757. 7:41:35ครับถ้าเป็นคีย์ก็คือดึงเฉพาะคียถ้าเป็น
  8758. 7:41:37Value ก็คือดึงเฉพาะ Value หรือว่าดึง
  8759. 7:41:38ข้อมูลมานะฮะก็จะได้พลแล้วเป็นแดงเขียว
  8760. 7:41:43น้ำเงินเห็นมยฮะ
  8761. 7:41:45อเอาเฉพาะคีย์เอาเฉพาะ Value แล้วถ้า
  8762. 7:41:50ต้องการากจะได้ทั้งคู่ล่ะอยได้ทั้งคู่นะ
  8763. 7:41:52ฮะเอาทั้ง Key ทั้ง Value เลยนะครับก็จะ
  8764. 7:41:55เรียกใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่า Item ครับอ่า
  8765. 7:41:59เอาทั้งคู่เลยนะครับอันนี้ผมก็จะเอาออกไป
  8766. 7:42:01เนาะอ่ะอาจจะเขียนเป็นคอมเมนไว้นะฮะ
  8767. 7:42:06โอเคถ้าเป็นฟังก์ชันไทมนะครับเราจะได้ข้อ
  8768. 7:42:10มูลนะครับทั้งส่วนของ Key แลก็ Value มา
  8769. 7:42:13ใช้งานแต่ถ้าเป็นฟังก์ชัน Key อย่างเดียว
  8770. 7:42:16นะครับฟังก์ชัน Key ก็คือเอาเฉพาะคีย
  8771. 7:42:18ฟังก์ชัน Value เอาเฉพาะ Value ฟังชัน
  8772. 7:42:20Item เอาเอาทั้งคู่นะฮะอ่าสรุปก็ประมาณ
  8773. 7:42:23นี้นะครับในเรื่องของการดึงข้อมูลทีนี้
  8774. 7:42:26การดึงข้อมูลเนี่ยนะครับข้อมูลที่เราดึง
  8775. 7:42:28มาเนี่ยถ้าเป็นไอมันจะอยู่ในรูปแบบของตัว
  8776. 7:42:32อ่าตัว tro เนาะอ่าเป็นลิสของตัว tle ที่
  8777. 7:42:39เก็บอ่าข้อมูลทั้งหมดของ Dictionary นะ
  8778. 7:42:43ครับก็คือ di Item นะครับเราสามารถที่จะ
  8779. 7:42:46แจกแจงหรือว่ากระจายมาทำงานได้นะครับแต่
  8780. 7:42:49ถ้าเป็นส่วนของ Key กับ Value เนี่ยอ่า
  8781. 7:42:53เราจะได้เป็นลินะครับมาใช้งานอ่าเป็นลิ์
  8782. 7:42:56รายชื่อของคีย์กับอ่าข้อมูลในแต่ละคีย์นะ
  8783. 7:43:01ครับอเป็น List แบบนี้เราสามารถที่จะใช้
  8784. 7:43:03for Loop นะครับในการหยิบเอาข้อมูลนะ
  8785. 7:43:07ครับคียแต่ละตัวหรือว่าอ่า Value แต่ละ
  8786. 7:43:10ตัวมาใช้งานได้นะครับอ่ะผมยกตัวอย่างเป็น
  8787. 7:43:12for Loop เนาอ่าก็จะเป็น for Key แล้ว
  8788. 7:43:15กันนะครับ in Color แล้วก็ตัวฟังก์ชัน
  8789. 7:43:21Key นะครับอันนี้เป็นการดึงเอารายชื่อ
  8790. 7:43:24คีย์นะครับมาใช้งานนะครับก็คือดึงมาทีละ
  8791. 7:43:27รายการนะครับอ่ะผมเก็บลงในตัวแปรไทมแล้ว
  8792. 7:43:30กันนะเดี๋ยวไอเดี๋ยวไอเทมงงอเป็นตัวแปร
  8793. 7:43:32คีย์แล้วกันเนาะ Key ตัว S ก็คือ Key
  8794. 7:43:35ทั้งหมดส่วนคีย์ตัวนี้ก็คือดึงเอาคีย์แต่
  8795. 7:43:38ละตัวนะครับมา
  8796. 7:43:40ใช้โอเคก็จะเป็น Red Green Blue เห็นม
  8797. 7:43:45ฮะอ่าต่อมาก็จะเป็น Value ครับอ Value ทำ
  8798. 7:43:51การว Loop ข้อมูลนั่นแหละนะครับนี่ก็จะ
  8799. 7:43:53เป็น Value ไม่มีตัว S นะครับนี่ก็จะเป็น
  8800. 7:43:57ตัวแปร Value
  8801. 7:43:59กดรันดูผลลัพธ์นะ
  8802. 7:44:02ฮะโอเคก็จะได้เป็นแดงเขียวน้ำเงินเห็นมฮะ
  8803. 7:44:06ทีนี้นะครับถ้าผมไปหยิบเอาทั้งส่วนของ Key
  8804. 7:44:09แล้วก็ Value มาใช้นะครับก็จะเปลี่ยนจาก
  8805. 7:44:11ฟังก์ชัน Value ไปเป็นไทมครับไทมเนี่ยเรา
  8806. 7:44:15จะได้เป็นส่วนของตัว tle มานะครับแล้วก็
  8807. 7:44:18มากระจายนะครับเก็บลงในตัวแปรคียกับตัว
  8808. 7:44:21แปร Value นะฮะถ้าต้องการอยากจะได้ข้อมูล
  8809. 7:44:25คีย์นะครับก็เข้าไปที่ตัวแปรคีย์ถ้าถ้า
  8810. 7:44:29ต้องการอยากจะได้ข้อมูน Value ก็เข้าไป
  8811. 7:44:30ที่ตัวแปร Value นะครับอันนี้ผมก็จะมาต่อ
  8812. 7:44:33กับข้อความเท่ากับแล้วกันเนาะอันนี้ก็จะ
  8813. 7:44:36เป็นเครื่องหมาย Coma Value เพราะว่าตัว
  8814. 7:44:39ไทมเนี่ยก็คือไปดึงเอาอ่าข้อมูลจาก di
  8815. 7:44:44genery Color มาใช้ทั้งหมดเลยไม่ว่าจะ
  8816. 7:44:46เป็น Key หรือว่าตัว Value นะครับแล้วก็
  8817. 7:44:48เอามากระจายออกมาครับเก็บลเป็นตัวแปร 2
  8818. 7:44:50ตัวก็คือ Key กับ Value ตัวนี้อผลลัพธ์
  8819. 7:44:53ที่เกิดขึ้นนะ
  8820. 7:44:54ฮะก็จะเป็น Red เท่ากับแดงนะครับ Green
  8821. 7:44:58เท่ากับเขียว ue เท่ากับน้ำเงินนะฮะก็คือ
  8822. 7:45:03ที่เป็นภาษาอังกฤษจะเป็นส่วนของคีย์นะ
  8823. 7:45:05ครับที่เป็นภาษาไทยจะเป็นตัว Value เนาะ
  8824. 7:45:08โอเคนะครับอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างการเข้า
  8825. 7:45:10ถึงข้อมูล Key Value นะครับโดยใช้วิธี
  8826. 7:45:13การบน Loop ทีนี้นะครับถ้าผมต้องการเจะ
  8827. 7:45:16หยิบอ่าข้อมูลนะครับจาก Dictionary Color
  8828. 7:45:21มาใช้งานนะครับโดยใช้ผ่านตัวฟังก์ชันเนา
  8829. 7:45:25อย่างเช่นผมอยากจะหยิบสีแดงมาใช้นะครับ
  8830. 7:45:28หยิบสีสีเขียวมาใช้เนี่ยวิธีการโดยทั่วไป
  8831. 7:45:31ก็คือเราจะอ้างยิงผ่านการใช้สัญลักษณ์
  8832. 7:45:34buet ใช่ไหมมครับก็คือระบุเป็นตัวแปร
  8833. 7:45:38Color แล้วก็ buet ก้ามปูนะครับแล้วก็
  8834. 7:45:40คีย์ของเราก็เป็น Red ก็จะได้สีแดงมาใช้
  8835. 7:45:42ใช่ไหมมครับ
  8836. 7:45:45อ่านอกเหนือจากการระบุผ่านสัญลักษณ์นะ
  8837. 7:45:48ครับเราสามารถที่จะเรียกใช้ผ่านฟังก์ชัน
  8838. 7:45:50ได้ด้วยฟังก์ชันดังกล่าวจะมีชื่อว่า
  8839. 7:45:52ฟังก์ชัน get นะครับก็คือ Color Dog นะ
  8840. 7:45:55ครับตามด้วย Key ของเราครับก็คือ Key R
  8841. 7:45:57อก็จะได้ผลลับเหเหมือนกันนะครับก็ขึ้น
  8842. 7:46:00อยู่กับว่าบางคนสะดวกจะใช้ด้วยวิธีการใด
  8843. 7:46:04นะครับอ่าถ้าใช้ผ่านวิธีการอ้างอิงผ่าน
  8844. 7:46:09ชื่อฟังก์ชันก็ฟังก์ชัน get แล้วก็คีย์
  8845. 7:46:11ที่
  8846. 7:46:12ต้องการโอเคนะครับแต่ถ้าเป็นสัญลักษณ์ก็
  8847. 7:46:15คือ buet แล้วก็ชื่อ Key ของเราก็ทำงาน
  8848. 7:46:17ได้เหมือนกันโอเคนะครับต่อมาครับก็จะเป็น
  8849. 7:46:22เรื่องของการจัดการเกี่ยวกับข้อมูลสมาชิก
  8850. 7:46:26ใน Dictionary Color กันบ้างนะครับอย่าง
  8851. 7:46:29เช่นเรื่องของการลบข้อมูลนะการอัปเดตข้อ
  8852. 7:46:33มูลนู่นนี่นั่นนะครับอ่ะผมจะลองปริ้นข้อ
  8853. 7:46:36มูลไปทุกคนดูก่อนว่าตอนนี้ในตัวแปร Color
  8854. 7:46:39นะครับมีโครงสร้างการเก็บข้อมูลยังไงก็
  8855. 7:46:42คือมี Key Red gin Blue ใช่มั้ยครับ
  8856. 7:46:44แล้วก็มีข้อมูลแดงเขียวน้ำเงินทีนี้นะ
  8857. 7:46:47ครับผมทำการลบข้อมูลครับสีน้ำเงินออกไป
  8858. 7:46:53วิธีการลบข้อมูลนะครับใน dig เนี่ยเราจะ
  8859. 7:46:57ใช้ฟังก์ชันที่ชื่อว่าฟังก์ชันป๊อนะครับ
  8860. 7:47:01ก็คือชื่อตัวแปร Color นะฮะอ่าตัวแปร
  8861. 7:47:06Color เนาะที่เป็นตัวแปร Dictionary นะ
  8862. 7:47:09ครับแล้วก็เรียกใช้ตัวฟังก์ชัน Pop นะ
  8863. 7:47:12ครับก็คือ doot Pop ้าในตัวป๊อก็จะเป็น
  8864. 7:47:14คีย์ครับที่ต้องการอยจะลบทิ้งก็คือ Key
  8865. 7:47:16Blue แสดงว่าอยากจะลบข้อมูลสีน้ำเงินออก
  8866. 7:47:20ไปจากอ่าตัวแ Color นั่นเองตอนนี้นะครับ
  8867. 7:47:25ข้อมูลก่อนที่จะลบเนี่ยก็ประกอบไปด้วย Red
  8868. 7:47:28gin Blue เนาะอ่ามีแดงเขียวน้ำเงินที
  8869. 7:47:30นี้ผมลบน้ำเงินทิ้งโดยใช้คำสั่งป๊อปใช่
  8870. 7:47:33ไหมมครับก็จะเหลือแค่สีแดงกับเขียวนะครับ
  8871. 7:47:39สีแดงกับเขียวอันนี้เป็นการลบข้อมูลทีละ
  8872. 7:47:42รายการนะครับแต่ต้องการเจะลบข้อมูลทั้ง
  8873. 7:47:44หมดล่ะก็จะเปลี่ยนจากป๊อไปเป็นเคลียรครับ
  8874. 7:47:47ลบทั้งหมดเลยมีข้อมูลกี่ตัวในดีก็ลบทิ้ง
  8875. 7:47:51ทั้งหมดเพราะฉะนั้น Color ก็จะเป็น
  8876. 7:47:54Dictionary เปล่าๆเพราะว่าเราลบทิ้งไป
  8877. 7:47:57แล้ว
  8878. 7:47:59โอเคนะครับอ่านี่เป็นเรื่องของการอ่าลบ
  8879. 7:48:03ข้อมูลต่อมาก็เป็นการเพิ่มข้อมูลกันบ้าง
  8880. 7:48:06แล้วก็การอัพเดตข้อมูลยกตัวอย่างอย่าง
  8881. 7:48:10เช่นผมต้องการเจะเพิ่มข้อมูลสีเหลืองเข้า
  8882. 7:48:13ไปครับปกติเวลาที่เราเพิ่มข้อมูลสีเหลือง
  8883. 7:48:15ก็จะระบุเป็นอ่าคีย์ตัวใหม่ใช่มมก็คือ
  8884. 7:48:18Yellow แล้วก็เท่ากับสีเหลืองนะครับอัน
  8885. 7:48:20นี้เป็นวิธีการเพิ่มข้อมูลโดยใช้
  8886. 7:48:23สัญลักษณ์ bucket ก้ามปูนะครับอีกวิธีนึง
  8887. 7:48:27ก็คือเราสามารถใช้ตัวฟังก์ชันที่ชื่อว่า
  8888. 7:48:30ฟังก์ชันอัปเดตได้ก็จะเข้าไปที่ตัวแปร
  8889. 7:48:34Color แล้วก็เรียกใช้ฟังก์ชันอัปเดตแล้ว
  8890. 7:48:37ก็วงเล็บเปิดปิดนะครับด้านในก็จะเป็นโครง
  8891. 7:48:39สร้าง Diary ของเรานะครับประกอบไปด้วยคีย
  8892. 7:48:43นะครับ colon แล้วก็ Value เนาะอย่างเช่น
  8893. 7:48:46ผมต้องการอยากจะเพิ่มสีเหลืองเข้าไปก็
  8894. 7:48:47ระบุคียเป็น Yellow ข้อมูลที่ต้องการนะ
  8895. 7:48:50ครับเป็นสีเหลืองนะครับอยากจะเพิ่มสี
  8896. 7:48:52เหลืองเข้าไปนะก็ระบุเป็น Color อัปเดตวง
  8897. 7:48:57เลขเปิดปิดแล้วก็ปีกการนะครับ้าในปีการด
  8898. 7:48:59ก็จะเป็นโครงสร้างดีนะครับก็คือประกอบไป
  8899. 7:49:02ด้วย Key Yellow แล้วก็อ่า Value เป็น
  8900. 7:49:05เหลืองนะฮะอ่าลองกดรันดู
  8901. 7:49:08ซิอ่าก็จะประกอบไปด้วย Red Green Blue
  8902. 7:49:13Yellow นะครับอมีแดงเขียวแดงเขียว
  8903. 7:49:17น้ำเงินเหลืองนะครับอันนี้จะเป็นการอ่า
  8904. 7:49:21เพิ่มข้อมูลเข้าไปใน Dictionary นะครับ
  8905. 7:49:24ตัวอัปเดตเนี่ยนะครับนอกเหนือจากมีความ
  8906. 7:49:26สามารถในการเพิ่มข้อมูลนะครับสามารถแก้ไข
  8907. 7:49:30ข้อมูลได้ด้วยอย่างเช่นอยากจะเปลี่ยนจาก
  8908. 7:49:32อ่า R ที่เป็นแดงเนี่ยนะครับให้กลายเป็น
  8909. 7:49:36แดงเข้มนะฮะจะทำยังไงนะครับอันนี้ผมเขียน
  8910. 7:49:41คอมเมนต์ไว้แล้วะกันบอกว่าเป็นการเพิ่ม
  8911. 7:49:43เนาะต่อมาเป็นการแก้ไขนะครับการแก้ไขก็
  8912. 7:49:46ใช้อัปเดตเหมือนเดิมก็จะเป็น Color
  8913. 7:49:49Update นะครับต้องการอยจะอัปเดตสีแดง
  8914. 7:49:53ครับอ่าสีแดงก็ระบุโครงสร้างเป็น Red ข้อ
  8915. 7:49:56มูลตัวใหม่นะครับผมใส่เป็นแดงเข้มแบ
  8916. 7:50:00นี้นะครับอันนี้เป็นการอัปเดตเนาะหรือว่า
  8917. 7:50:06แก้ไขก็ได้นะฮะอ่าแก้
  8918. 7:50:08ไขอ่ะกดรันดผลลัพธ์นะ
  8919. 7:50:13ครับตอนนี้นะครับข้อมูลล่าสุดนะครับที่
  8920. 7:50:16อยู่ในตัวแป Color ก็คือ Red เป็นแดงเข้ม
  8921. 7:50:19แล้วเห็นมั้ยอ่ากีนเป็นเขียวบลูน้ำเงินนะ
  8922. 7:50:22ครับเยลโล
  8923. 7:50:23เหลืองอันนี้เป็นเรื่องของการเพิ่มแล้วก็
  8924. 7:50:27แก้ไขนะครับต่อมาเป็นการ Copy นะครับคัด
  8925. 7:50:29ลอกเนาะอย่าง
  8926. 7:50:32เช่นผมต้องการอยากจะ
  8927. 7:50:34เอาข้อมูลนะครับที่อยู่ในตัวแปร Color นะ
  8928. 7:50:38ครับก่อนที่จะทำการเพิ่มแล้วก็แก้ไขเนี่ย
  8929. 7:50:40ให้เก็บลงในชีก้อนใหม่นะครับอย่างเช่นผม
  8930. 7:50:44สร้างตัวแปรที่ชื่อว่า Main Color ขึ้น
  8931. 7:50:46มาแล้วกันอ่าเป็นแม่สีนะฮะอ่า Main Color
  8932. 7:50:51นะครับตัวแปร Main Color เนี่ยจะเก็บข้อ
  8933. 7:50:53มูลแม่สีก็คือ Red Green Blue ใช่มั้ย
  8934. 7:50:55ซึ่งเอามาจากอ่าตัวแปร Color นะครับโดยทำ
  8935. 7:51:00การ copy หรือว่าคัดลอกข้อมูลที่อยู่ใน
  8936. 7:51:03ตัวแปร Color เนี่ยมาใช้งานนะครับก็จะ
  8937. 7:51:05เป็น
  8938. 7:51:06Color Copy ครับอ่าคัดลอกนะครับข้อมูล
  8939. 7:51:11ก่อนที่จะแก้ไขมาเก็บลงในเ่อตัวแปร Main
  8940. 7:51:14Color ก่อนจากนั้นผมก็จะปริ Main Color
  8941. 7:51:16ให้ทุกคนดูนะครับเป็น Main Color ซึ่ง
  8942. 7:51:19ตัวแปร Main Color นะครับก็จะเป็นตัวแปร
  8943. 7:51:22ประเภท Dictionary นะครับที่มีการคัดลอก
  8944. 7:51:25เอาข้อมูลสมาชิกนะครับที่อยู่ในตัวแปรคัด
  8945. 7:51:28มาเก็บเอาไว้นะครับก็จะประกอบไปด้วยข้อ
  8946. 7:51:31มูล 3 ตัวก็คือ Red Green Blue นะครับ
  8947. 7:51:33ก็คือแดงเขียวน้ำเงินนั่นเองนะครับซึ่ง
  8948. 7:51:36เป็นข้อมูลก่อนที่จะมีการเพิ่มและก็แก้ไข
  8949. 7:51:40ในตัวแปร Color นั่นเองอันนี้ก็จะเป็นตัว
  8950. 7:51:44อย่างการใช้ฟังก์ชันสำหรับจัดการ
  8951. 7:51:47Dictionary ในภาษา python นะครับก็จะได้
  8952. 7:51:49ผลลัพธ์ตามที่แสดงข้างต้นเลย
  8953. 7:52:01ครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัวข้อ
  8954. 7:52:04นี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับตัวดำเนิน
  8955. 7:52:08การเอกลักษณ์นะครับหรือว่า Identity
  8956. 7:52:10Operator ในภาษา python กันนะครับโดยตัว
  8957. 7:52:14ดำเนินการเอกลักษณ์นะครับจะใช้สำหรับ
  8958. 7:52:16เปรียบเทียบข้อมูลนะครับว่าเหมือนกันหรือ
  8959. 7:52:18ไม่โดยผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบนะครับจะ
  8960. 7:52:22ได้ค่าทางตรรกศาสตร์มาใช้งานนะครับประกอบ
  8961. 7:52:25ด้วยคำสั่ง is ก็คือเหมือนกันนะครับ
  8962. 7:52:29หรือ is not นะครับแปลว่าไม่เหมือนกันนะ
  8963. 7:52:33ฮะอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้ตัวดำเนิน
  8964. 7:52:36การเอกลักษณ์กันนะครับว่ามีขั้นตอนการใช้
  8965. 7:52:38งานอย่างไรกลับมาที่ vs Code นะครับใน
  8966. 7:52:42ส่วนของการใช้งานตัวดำเนินการเอกลักษณ์นะ
  8967. 7:52:46ครับผมจะยกตัวอย่างโดยทำการสร้าง List
  8968. 7:52:49ขึ้นมา 2 ก้อนนะครับก็คือ List Color a
  8969. 7:52:52กับ List Color B นะครับมีการเก็บข้อ
  8970. 7:52:54มูลสมาชิกเหมือนกันเลยก็คือสีแดงสีเขียว
  8971. 7:52:57สีน้ำเงินนะครับสิ่งที่ผมต้องการจะตรวจ
  8972. 7:53:00สอบนะครับก็คือตรวจสอบว่าอ่าข้อมูลในตัว
  8973. 7:53:04แปร Color a กับ Color B เนี่ยนะครับ
  8974. 7:53:09มันตรงกันหรือเปล่ามันเหมือนกันหรือเปล่า
  8975. 7:53:11นะครับทพูนี้นะครับมันเหมือนกันมยซึ่งถ้า
  8976. 7:53:14ทุกคนมองดูก็จะเห็นว่าเอ๊ะมันก็เหมือนกัน
  8977. 7:53:17นะครับผลลัพธ์จากการเปรียบเทียบก็น่าจะ
  8978. 7:53:18ตรงกันนะฮะอ่าผมก็จะลองปริ้นผลลัพธ์ออกมา
  8979. 7:53:22ให้ทุกคนดูนะครับก็คือตรจสอบว่า Color a
  8980. 7:53:25นะครับเหมือนกับ Color B หรือไม่นะฮะก็
  8981. 7:53:31คือใช้คำสั่ง E นะครับคำสั่ง E ก็จะเป็น
  8982. 7:53:36Identity Operator นะครับก็คือเหมือน
  8983. 7:53:38เหมือนกันนะครับเหมือนกับนั่นเอง Color a
  8984. 7:53:42เหมือนกับ Color B หรือไม่ผลลัพธ์ที่
  8985. 7:53:45เกิดขึ้นนะครับลองกดรันดูเนาะก็จะได้ผล
  8986. 7:53:49ลัพธ์เป็น fault นะครับก็คือไม่เหมือนกัน
  8987. 7:53:52ความหมายก็คือตัวแปร Color a กับตัวแปร
  8988. 7:53:55Color B เนี่ยมีการชี้ไปยังการเก็บข้อ
  8989. 7:53:59มูลคนละตำแหน่งนั่นเองถึงแม้ว่าจะมีอ่า
  8990. 7:54:04การจัดเก็บข้อมูลค่าเหมือนกันก็ตามนะครับ
  8991. 7:54:08แต่ว่าค่าเหมือนกันไม่ได้หมายความว่ามัน
  8992. 7:54:10จะต้องตรงกันใช่มั้ครับสิ่งที่มันตรงกัน
  8993. 7:54:12ก็คือจะเป็นตำแหน่งการเก็บข้อมูลซึ่งมัน
  8994. 7:54:14อยู่คนละตำแหน่ง a ก็อยู่ส่วน a b ก็
  8995. 7:54:18อยู่ส่วน B นะครับก็เลยได้ผลลัพธ์เป็น f
  8996. 7:54:20กลับมาอ่ะทีนี้นะครับผมจะทำการสร้างตัว
  8997. 7:54:23แปรที่ชื่อว่าตัวแปร Data ขึ้นมาครับให้
  8998. 7:54:26ทำการนำเอาข้อมูลนะครับของตัวแปร Data
  8999. 7:54:29เนี่ยนะครับอ่าชี้ไปยังตำแหน่งเดียวกัน
  9000. 7:54:32กับข้อมูลที่อยู่ในตัวแปร Color a
  9001. 7:54:35ครับากนั้นผมก็จะลองปริ้นให้ทุกคนดูนะ
  9002. 7:54:39ปริ้นค่าว่าเอ๊ะตอนนี้ข้อมูลในตัวแปร
  9003. 7:54:42Color a เนี่ยครับมันเหมือนกันกับตัว
  9004. 7:54:44แปร Data หรือเปล่าก็คือ Color a is
  9005. 7:54:47Data นะฮะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับอ่ะ
  9006. 7:54:50ลองกดรันดูเนาะตัวแรกก็จะเป็นค่า True นะ
  9007. 7:54:54ครับก็คืออ่าข้อมูลในตัวแปร Color a นะ
  9008. 7:54:58ครับครับอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับข้อมูลที่
  9009. 7:55:01อยู่ในตัวแปร
  9010. 7:55:03Data โอเคนะครับเพราะฉะนั้นการตรวจสอบ
  9011. 7:55:07เอกลักษณ์นะครับหรือว่า Identity เนี่ยใน
  9012. 7:55:09การเปรียบเทียบว่าเหมือนหรือไม่เหมือน
  9013. 7:55:11เนี่ยจะอ้างยิงตามตำแหน่งของอ่าการชี้ข้อ
  9014. 7:55:14มูลนะครับว่าเอ่อตรงกันหรือเปล่าในทีนี้
  9015. 7:55:19นะครับถึงแม้ผมจะกำหนดตัวแปร Color a
  9016. 7:55:21กับ b มีข้อมูลเหมือนกันแต่ว่ามันอยู่คน
  9017. 7:55:22ละตำแหน่งใช่่มั้ยครับ a ก็อยู่ส่วน a b
  9018. 7:55:24ก็อยู่ส่วน B แต่ว่าตัว dela เนี่ยมันไป
  9019. 7:55:27อยู่กับ a ครับก็เลยได้ค่าูกลับมาก็คือ
  9020. 7:55:30เหมือนกันนั่นเองนอกเหนือจากการเปรียบ
  9021. 7:55:33เพียบว่าเหมือนกันนะครับเราสามารถตรวจสอบ
  9022. 7:55:35ค่าไม่เหมือนกันได้ด้วยนะครับก็คือ is
  9023. 7:55:39not นั่นเองนะฮะ is not ก็คือตรงกัน
  9024. 7:55:42ข้ามนะครับ Color a นะครับไม่เหมือนกับ
  9025. 7:55:45Data หรือไม่นะครับ Color a ไม่เหมือน
  9026. 7:55:49กับ Color B หรือไม่นะครับอ่ะผลลัพธ์ที่
  9027. 7:55:53เกิดขึ้นครับลองกดรันดูเนาะก็จะได้ค่าตรง
  9028. 7:55:56ข้ามมานะครับก็คือเป็น f คือก็คือ a
  9029. 7:56:00เนี่ยไม่เหมือนกับเต้าหรือเปล่านะครับผล
  9030. 7:56:03ลัพธ์ก็ได้เป็น f ก็คือมันเหมือนกันมันก็
  9031. 7:56:05เลยได้เป็น f นะแต่ Color a ไม่เหมือน
  9032. 7:56:08กับ B หรือไม่นะครับก็คือมันไม่เหมือนกัน
  9033. 7:56:11ก็จะเป็น Q กลับมาโอเคนะครับนี่ก็คือการ
  9034. 7:56:14เปรียบเทียบค่าเหมือนกับไม่เหมือนเนาะถ้า
  9035. 7:56:17เหมือนก็คือ is ถ้าไม่เหมือนก็คือ is not
  9036. 7:56:19นะครับ Color a ไม่เหมือนกับ Color B
  9037. 7:56:22จริงหรือไม่นะครับมันไม่เหมือนกันเพราะ
  9038. 7:56:23ว่ามันอยู่คนละตำแหน่งก็ได้เป็น True ค a
  9039. 7:56:26ไม่เหมือนกับ del หรือเปล่านะครับก็เลย
  9040. 7:56:28ได้เป็นพก็คือมันเหมือนกันเพราะว่ามันชี้
  9041. 7:56:30ตำแหน่งเดียว
  9042. 7:56:31กันอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง Identity
  9043. 7:56:34Operator นะครับก็จะได้ผลลัพธ์ตามที่
  9044. 7:56:36แสดงข้างต้น
  9045. 7:56:46เลยครับก็สวัสดีคุณผู้ชมทุกท่านเลยในหัว
  9046. 7:56:50ข้อนี้นะครับก็จะมาทำความรู้จักกับตัว
  9047. 7:56:53ดำเนินการสมาชิกนะครับหรือว่า membership
  9048. 7:56:55Operator นั่นเองโดยตัวดำเนินการสมาชิก
  9049. 7:56:59นะครับจะใช้สำหรับเปรียบเทียบข้อมูลว่า
  9050. 7:57:02อยู่ในกลุ่มหรือไม่นะครับหรือว่าอยู่ใน
  9051. 7:57:04กลุ่มข้อมูลหรือไม่เนาะโดยผลลัพธ์จากการ
  9052. 7:57:07เปรียบเทียบนะครับจะได้ค่าทางตรรกศาสตร์
  9053. 7:57:09มาใช้งานนะครับประกอบด้วยคำสั่งก็คือ in
  9054. 7:57:12ก็คืออยู่ในกลุ่ม not in ก็คือไม่อยู่ใน
  9055. 7:57:16กลุ่มนั่นเองอ่ะเดี๋ยวมาดูตัวอย่างการใช้
  9056. 7:57:19ตัวดำเนินการสมาชิกกันนะครับว่ามีขั้นตอน
  9057. 7:57:22การใช้งานอย่างไรกลับมาที่ vs Code นะ
  9058. 7:57:25ครับในส่วนของการใช้งาน membership
  9059. 7:57:26Operator หรือว่าคำสั่ง in กับ not in
  9060. 7:57:30เนี่ยจะเป็นการเปรียบเทียบว่าข้อมูลที่
  9061. 7:57:32เราสนใจเนี่ยมันอยู่ในกลุ่มข้อมูลหรือ
  9062. 7:57:35เปล่านะครับอย่างเช่นตอนนี้ผมมีการจัด
  9063. 7:57:38เก็บกลุ่มข้อมูลสีนะครับลงไปในลิที่ชื่อ
  9064. 7:57:41ว่า Color นะครับประกอบไปด้วยสีแดงสี
  9065. 7:57:43เขียวสีน้ำเงินสิ่งที่ผมต้องการจะตรวจสอบ
  9066. 7:57:46นะครับก็คือตรวจสอบว่าเอ๊ะมีสีแดงอยู่ใน
  9067. 7:57:49อ่า List Color หรือไม่นะครับวิธีการ
  9068. 7:57:53ตรวจสอบก็ง่ายมากครับแล้วก็ใช้ membership
  9069. 7:57:56Operator หรือว่าคำสั่ง in กับ not in
  9070. 7:57:58นั่นเองผมก็จะทำการปริ้นผลลัพธ์ออกมาเนา
  9071. 7:58:01ก็คือสีแดงนะครับ in Color ก็คือสีแดง
  9072. 7:58:06อยู่ในกลุ่มของ List Color หรือเปล่าผล
  9073. 7:58:10ลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับมาลองกดรันดู
  9074. 7:58:13เนาะอ่าก็จะได้ผลลัพธ์เป็น True นะครับก็
  9075. 7:58:15คือมีสีแดงอยู่ในกลุ่มข้อมูลที่อยู่ใน
  9076. 7:58:20List Color นะครับหรือสีแดงเป็นสมาชิก
  9077. 7:58:23ของตัว List Color นั่นเองโอเคนะครับ
  9078. 7:58:28แล้วถ้าไม่เป็นสมาชิกล่ะอย่างเช่นอ่ะสี
  9079. 7:58:31เหลืองนะครับผมยกตัวอย่างเป็นสีเหลือง
  9080. 7:58:34เนาะทำการตรวจสอบว่าสีเหลืองเนี่ยไม่ได้
  9081. 7:58:38เป็นสมาชิกนะครับนะสี
  9082. 7:58:42เหลืองไม่ได้เป็นสมาชิกหรือไม่ได้อยู่ใน
  9083. 7:58:45นะครับก็คือ not in เนาะ not in Color
  9084. 7:58:48หรือ
  9085. 7:58:49ไม่นะครับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนะครับมาลอง
  9086. 7:58:52กดรันดู
  9087. 7:58:54เนาะก็จะได้เป็น True นะครับก็คือ 4 สี
  9088. 7:58:58เหลืองไม่ได้เป็นสมาชิกใน List Color
  9089. 7:59:02หรือไม่ได้อยู่ใน List Color นั่นเองนะ
  9090. 7:59:05ครับก็ได้ผลลัพเป็น True กลับมาส่วนินก็
  9091. 7:59:08คืออยู่ในเนาะสสีแดงอยู่ใน Color หรือ
  9092. 7:59:10เปล่าก็อยู่ใน Color สีเหลืองไม่ได้อยู่
  9093. 7:59:13ใน Color หรือเปล่าก็ไม่ได้อยู่ใน Color
  9094. 7:59:14ก็เป็น
  9095. 7:59:16True โอเคครับผมอันนี้ก็จะเป็นตัวอย่าง
  9096. 7:59:19การใช้ membership Operator นะครับหรือ
  9097. 7:59:22ว่าตัวดำเนินการสมาชิกอ่าในภาษา python
  9098. 7:59:26เนาะก็จะได้ผลลับตามที่แสดงข้างขั้งต้น
  9099. 7:59:28เลย

About this transcript

This page contains the full transcript of เขียนโปรแกรมภาษา Python | สำหรับผู้เริ่มต้น [Phase1](อัปเดตล่าสุด) by KongRuksiam Official, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 20,295 words across 9,099 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to choose a caption track available on the video.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, caption language selection, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.