YouTube2Text

Prog NLP online session 2026 10 16 — Transcript

by jakapun ta · 4,473 words · 1,937 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00ก็จะไม่มีคลาสอ่าอาทิตย์หน้าก็จะไม่มี
  2. 0:03คลาสนั่นเองนะครับก็เอ่อไม่ไม่มีเหรียญนะ
  3. 0:08ครับก็ไม่มีคาเสิร์veด้วยนะครับเอ่ออะไร
  4. 0:13อีกดีก็คือวันนี้นะครับวันนี้แค่ฟังเฉยๆ
  5. 0:15ไม่ได้มีแลบอะไรอย่างที่เราบอกไปใน
  6. 0:17สัปดาห์ที่แล้วว่าเอ่อแลปจาก 12 จะเหลือ
  7. 0:2110 นั่นเองนะครับจะให้ 2 คะแนนไปฟรีๆ
  8. 0:23นั่นเองนะครับและหลังจากนั้นเนี่ยก็จะ
  9. 0:26เป็นแนวเริ่มวันที่ปลายเดือนจะเป็นลักษณะ
  10. 0:30เป็น data science แล้วนะครับก็คือเอา
  11. 0:33เอ่อ process data ต่างๆการทำเอ่อสร้าง
  12. 0:36กราฟสร้าง plot ด้วยพร้อมนะครับแล้วก็จะ
  13. 0:40มาถึงเริ่มพวกงานด้าน NLP ต่างๆมันก็จะ
  14. 0:43เป็นลักษณะประมาณนี้นะครับโอเคเอ่อเพื่อ
  15. 0:48ไม่ให้เป็นการเสียเวลานะครับเรามาเฉลยแลบ
  16. 0:51คราวที่แล้วกันแลบที่ 7 นะครับโอเคแลAP
  17. 0:55คราวที่ 7 ใช่มั้ครับคราวที่แล้วเราเรียน
  18. 0:57เกี่ยวกับการที่เราเอ่อสิ่งที่เรียกว่า
  19. 1:00เป็น OOP Object Oriented Programming
  20. 1:02ก็อย่างที่บอกไปว่าตัว Python ทุกอย่างนะ
  21. 1:06ครับมันถูกสร้างมาจากสิ่งที่เรียกว่าเป็น
  22. 1:09class ใช่มั้ครับ class มันก็คือ
  23. 1:11template แล้วพวก variable หรือสิ่งต่าง
  24. 1:15ๆอันเนี้ยพวกเนี้ยมันคือ object ที่สร้าง
  25. 1:17มาจาก class นะครับเอ่ออย่างเช่นเรามี
  26. 1:20class ชื่อ list class ชื่อ in ใช่มั้
  27. 1:22ครับแล้วมันก็จะมีความสามารถแตกต่างกัน
  28. 1:24ตามคลาสที่เขาออกแบบมาให้นั่นเองนะครับ
  29. 1:28ดังนั้นเนี่ยเอ่อตัวแลabอันนี้ก็คือจะมา
  30. 1:33ลองสร้างคลาสด้วยตัวเองนั่นเองนะครับก็ดู
  31. 1:37ไปพร้อมๆกันแล้วกันนะครับก็เอ่อคำถามแรก
  32. 1:41นะครับเพื่อให้สร้างคลาสที่ชื่อว่า
  33. 1:43Vehicle นะครับเราก็เขียนไว้ว่า Vehicle
  34. 1:45นะครับแล้ว Vehicle เนี่ยมันจะมี
  35. 1:502 attribute นั่นเองคือคำว่า speed
  36. 1:53แล้วก็ mileage ก็คือความเร็วแล้วก็
  37. 1:55mileage ก็คือว่ารถยนต์วิ่งไปได้แล้วกี่
  38. 1:57ไมลหรือกี่กิโลนั่นเองนะครับในประเทศไทย
  39. 2:01ก็จะเก็บเป็น 2 attribute นะครับก็เอ่อ
  40. 2:04สิ่งที่ทำก็คือจะเป็น def แล้วก็_ITใช่ม
  41. 2:07อันนี้เค้าเรียกว่า constructor นะครับ
  42. 2:09แล้วทุกครั้งเนี่ยจะมี self เสมอแม้ว่าจะ
  43. 2:12ไม่ได้ใช้เหน้าที่ของมันก็คือว่าใช้ในการ
  44. 2:17สื่อว่าเอ่อตัวของตัวมันเองจะเอาของตัว
  45. 2:20มันเองอะไรมาอย่างเช่นว่าใน class vicle
  46. 2:22จะเอา attribute ของ speed แล้วจะเอาคำ
  47. 2:25ว่า sal. speีedเพื่ออะไรเพื่อให้มันไม่
  48. 2:27ไปงงกับสิ่งที่เวลารับมาใช่มั้ครับถ้าเรา
  49. 2:30ไม่ฝั่งซ้ายเนี่ยถ้าเราไม่มี self do
  50. 2:32speed เนี่ยspeีดที่รับมาเป็น argument
  51. 2:35เนี่ยมันจะเหมือนกันใช่มยมันก็จะงงสุด
  52. 2:37ท้ายเราก็ไม่รู้ว่าอะไรคือจะไปอยู่ฝั่ง
  53. 2:39ไหนดังนั้นการที่มีเฟเนี่ยเขาบอกว่าไอ้
  54. 2:42เนี่ยใน attribute ของvhินะจะใช้speีed
  55. 2:46ส่วนspeีดนี้จะเป็นสิ่งที่เอ่อส่งเข้ามา
  56. 2:50จากภายข้างนอกนั่นเองนะครับแล้วเวลาสร้าง
  57. 2:52ก็ใช้ลักษณะประมาณนี้ vicle 220 10
  58. 2:55เท่ากับ speed ใช่มส่งเข้าไปเป็น input
  59. 2:58argument แล้วก็ 20 = mage ลักษณะ
  60. 3:01ประมาณนี้นะครับแล้วถ้าจะโชว์อะไรก็ใช้
  61. 3:03แบบชื่อของ object ที่เราสร้างมาแล้วก็ do
  62. 3:07speed ชื่อของ object ที่เราสร้างมาก็ do
  63. 3:09mileage นั่นเองนะครับ
  64. 3:12ส่วนถัดมาก็คล้ายๆกันก็คือเอาของเดิม
  65. 3:15เนี่ยมาใส่เพิ่มใส่คำว่าเลงไปหน้าที่ของ
  66. 3:18เซก็คือว่าก็จะช่วยให้เอ่อเวลาเราปริ้น
  67. 3:21อะไรออกมาเนี่ยมันออกมาเป็นเอ่อเอ่อเอ่อ
  68. 3:25เป็น string ที่เรา cft มาแล้วหรือสร้าง
  69. 3:27มาแล้วนั่นเองเพราะถ้าเราไม่ทำแบบนั้นลอง
  70. 3:30ไม่ใส่มันจะกลายเป็นลักษณะที่มันเป็นเอ่อ
  71. 3:34position ใน memmories ของคอมพิวเตอร์
  72. 3:36เราก็จะรู้ว่าเป็นเลขอะไรไม่รู้ว่าอ่าน
  73. 3:38ไม่ออกนั่นเอง
  74. 3:41ส่วนถัดมานะครับข้อที่ 1.2 2 เขาบอกว่า
  75. 3:44เอาตัวเดิมนี่แหละมาใส่เพิ่มไปอีก 2 เอ่อ
  76. 3:48method นะครับ method ก็คือเป็นฟังก์ชัน
  77. 3:51ในตัวคลาสของเรานะครับ method แรกก็คือ
  78. 3:56accelerate นะครับและ method 2 คือ
  79. 3:58break นะครับ accelerate คืออะไรก็คือ
  80. 4:00เอาspeีedของปัจจุบันไปบวกกับค่าที่เพิ่ม
  81. 4:05เข้าไปสมมุติว่าเหยียบคันเร่งใช่มั้ยครับ
  82. 4:07คือการที่เราเพิ่มความเร็วของรถยนต์เราก็
  83. 4:11ต้องเพิ่มว่าเพิ่มไอ้speีedปัจจุบันจาก
  84. 4:15ที่เรามีค่าอยู่ค่านึงแล้วเราเพิ่มไปที่
  85. 4:17เท่าไหร่ก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นั่นเอง
  86. 4:20นะครับก็คือ self. speed = self.
  87. 4:23speีedบวกวาลวนั่นเองแต่เขียนแบบสั้นๆก็
  88. 4:26คือบวกเท่ากับนั่นเองนะครับ
  89. 4:29ส่วนเบรกก็จะทำตรงกันข้ามการเบรกเราก็จะ
  90. 4:33ลดสปีดลงมาใช่มยก็คือสมมุติว่าเราสามารถ
  91. 4:37เบรกแล้วกำหนดได้แน่นอนว่ารถค่าเท่าไหร่
  92. 4:39ก็สามารถใส่ไปโดยตรงแบบนี้แล้วเราก็บอก
  93. 4:43ว่าเวลาเบรกเนี่ยก็ระวังดีๆเพราะว่าเบรก
  94. 4:46เนี่ยมันไม่สามารถทำให้รถมัน
  95. 4:50ย้อนกลับไปข้างหลังได้ใช่มคือเบรกมันคือ
  96. 4:52หยุดอย่างเดียวเค้าก็เลยใส่เอ่อคำสั่งให้
  97. 4:56มาด้วยก็คือว่าเวลาเบรคเนี่ยเอ่อspeีดที่
  98. 4:59ได้จะไม่ย้อนกลับก็คือถ้ามันน้อยกว่า 0
  99. 5:02ก็ใช้จับสปีดเท่ากับ 0 นั่นเองอันนี้คือ
  100. 5:04เป็น
  101. 5:06อitionที่สามารถใส่เข้ามาได้นั่นเองนะ
  102. 5:09ครับ
  103. 5:11ก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้เวลาเรียกใช้นะ
  104. 5:14ครับก็ใช้คำว่าเอ่อ D break ใช่มแล้วก็
  105. 5:19excelenate อะไรพวกนี้ก็จะเป็นแบบนี้
  106. 5:21นั่นเองนะครับโเคนะถ้าเร็วไปหรือช้าไป
  107. 5:26สามารถบอกได้นะครับเพราะว่าตอนนี้เอ่อ
  108. 5:29อาจารย์ไม่สามารถมองเห็นพวกเราได้ก็เลย
  109. 5:32ไม่รู้ว่าตอนนี้เข้าใจถึงไหนแล้วนะครับ
  110. 5:36โอเค
  111. 5:38ส่วนถัดมานะครับก็จะเป็นอีกข้อนึงเลยที่
  112. 5:42เป็นอีกคลาสนึงนะครับซึ่งข้อเนี้ยเขาบอก
  113. 5:45ว่าจะสร้างคลาสที่ชื่อว่า rectangle มานะ
  114. 5:49ครับ rectangle ทำอะไรได้บ้างก็คือว่า
  115. 5:51เป็นคลาสสามเหลี่ยมนะครับซึ่งสามเหลี่ยม
  116. 5:54ถ้าเราเรียนเลขตอนม.ต้นมาใช่มั้ยมันจะถูก
  117. 5:58define
  118. 6:00ด้วยประมาณ 2-3 อย่างนะครับอันแรกก็คือ
  119. 6:03เอ่อ length ก็คือเป็นความสูงด้วยกัน
  120. 6:06สมมุติว่าเอ่อ
  121. 6:12อ่ะออพูดผิดนะครับ rectangle นะครับ
  122. 6:17อาจารย์อาจารยจำผิด rectangle แปลว่าสี่
  123. 6:20เหลี่ยมไม่ใช่สามเหลี่ยมนะครับสามเหลี่ยม
  124. 6:22คือ triangle rectangle คือสี่เหลี่ยมนะ
  125. 6:26ครับมันจะถูก define ด้วย 2 ค่านั่นเองก็
  126. 6:29คือค่าความยาวรอบรูปใช่มยคือความผ่านกับ
  127. 6:32สูงหรือความกว้างกับความยาวนะครับก็เลยมี
  128. 6:35length กับ w นั่นเองนะครับจะเป็นลักษณะ
  129. 6:37ประมาณนี้แล้วก็มี 2 เอ่อ attribute ก็
  130. 6:40คือมี length กับเข้าไปนะครับแล้วเขาบอก
  131. 6:44ว่าตัวเอ่อสี่เหลี่ยมเนี่ยสามารถคำนวณค่า
  132. 6:47ออกมาได้ 2 อย่างก็คือว่าเอ่อ
  133. 6:51areียคือพื้นที่ใช่มก็ perimeter คือความ
  134. 6:54ยาวรอบรูปนั่นเองนะครับถ้าเราพอจำสูตรไอ้
  135. 6:57area ก็คือเอ่อขนาดเอ้ความยาวของของทาง
  136. 7:02คูณกับสูงใช่มั้ยหรือความกว้างคูณกับความ
  137. 7:04ยาวนะครับก็คือ self. Length คูณกับ
  138. 7:07cell. Wid นั่นเองแล้วก็ return อัน
  139. 7:09นั้นออกมาเป็น area นั่นเองนะครับหรือถ้า
  140. 7:13ต้องการหาความยาวรอบลูกเราก็เอา 2
  141. 7:15อันเนี้ยไปบวกกันแล้วคูณ 2 ใช่ม.เพราะว่า
  142. 7:18สี่เหลี่ยมมันมี 4 ด้านเราจะมีกว้าง 2
  143. 7:21ด้านแล้วก็ความยาว 2 ด้านแล้วก็เอามาคูณ
  144. 7:23กันมันก็จะได้เป็นความยาวรอบรูปนั่นเองนะ
  145. 7:26ครับแล้วเวลาเราใช้งานเราก็จะใช้ลักษณะ
  146. 7:29ประมาณดีบรรทัดที่ 13 เราก็เอ่อ create
  147. 7:33ตัวที่เรียกว่าเป็น object ขึ้นมาก่อนนะ
  148. 7:35ครับ rectangle ใส่ว่าขนาด 3 กับ 4 ลงไป
  149. 7:39แล้วเราก็เอาสิ่งเหล่านั้นเนี่ยไปใช้งาน
  150. 7:42แล้วตัวพารามิเตอร์ของเราตัวเมอของเรา
  151. 7:45เนี่ยมันไม่รับพารามิเตอร์อะไรก็จะเป็น
  152. 7:47แค่เปิดปิดธรรมดาดานั่นเองนะครับ
  153. 7:51เคส่วนถัดมานะครับก็จะเป็นข้อที่ 3 นะ
  154. 7:56ครับก็คือให้สร้างที่ชื่อว่า Student
  155. 7:59Class มาสำหรับในการเก็บข้อมูลประเภทข้อ
  156. 8:03มูลนักเรียนนั่นเองนะครับแล้วเค้าก็บอก
  157. 8:06ว่าเนี่ยข้อมูลนักเรียนเนี่ยเก็บ 3
  158. 8:08attribute ก็คือว่า student id แล้วก็
  159. 8:11เกรดนั่นเองนะครับแล้วเค้าก็บอกว่าตัว
  160. 8:15เกรดเนี่ยเก็บเป็นพิเศษหน่อยไม่ได้เก็บ
  161. 8:18เป็นค่าเดียวเก็บเป็นลักษณะที่เป็นลิส
  162. 8:22นั่นเองก็คือเป็นเสใส่ลิสไปว่าเอ่อเกรด
  163. 8:25วิชาที่ 1 อยู่อันที่0นี่ก็ได้เกรดอะไร A
  164. 8:27B C D 4321 อะไรประมาณเนี้ยแล้วก็
  165. 8:30append ไปเรื่อยๆเช่นใช่มั้ครับเพราะเรา
  166. 8:32ไม่ได้เรียนแค่วิชาเดียวเราก็จะ append
  167. 8:34ไปเรื่อยๆแล้วเาก็บอกว่าอะไรอีกให้สร้าง 4
  168. 8:38method นะครับ method แรกก็คือ init นะ
  169. 8:41ครับก็เวลาที่เราสร้างชื่อสร้าง object
  170. 8:45เพียงคนนี้ก็ใส่ชื่อไปด้วยแล้วก็ใส่ ID
  171. 8:48ไปด้วยนั่นเองนะครับ Method ที่ 2 คือ add
  172. 8:51grดadeก็คือเพิ่มเกรดไปทีละค่านั่นเองก็
  173. 8:55คือเอาเอาค่าGดไป appen ยัดลงไปใส่ใน list
  174. 9:00นั่นเองนะครับมี method ที่ 3 Get
  175. 9:03average gate grade นะครับก็คือการที่
  176. 9:05เราเอาค่าใน list เนี่ยมาหาค่า average
  177. 9:09ก็คือหาค่า su แล้วก็ divide เอ่อ length
  178. 9:14ก็คือหารจำนวน n ว่ามี n กี่อันเพื่อหา
  179. 9:18ค่า average นั่นเองนะครับแล้วก็ method
  180. 9:21ที่ 4 ก็คือ ste เหมือนเดิมเพื่อให้อ่าน
  181. 9:23ง่ายๆนั่นเองนะครับปริint name แล้วก็
  182. 9:27grade ออกมานะครับโอเคมาดูวิธีการทำกัน
  183. 9:32นะครับก็ตามตัวอย่างเลยค่อยๆไล่ทำไปทีละ
  184. 9:36อันนะครับก็คือสร้าง constructor ก่อนก็
  185. 9:39คือ init ก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับ
  186. 9:42s.student_id Student IDเท่ากับ
  187. 9:44Student ID มั้ชิลๆมากเหมือนเดิมนะครับ
  188. 9:48เอ่อเท่ากับ name คล้ายๆเดิมแต่สิ่งที่
  189. 9:50ต่างก็คือว่าเกรดเนี่ยตอนที่เราสร้าง
  190. 9:52เนี่ยเราไม่เลือกเราเลือกที่จะไม่รับ
  191. 9:54พารามิเตอร์เข้ามานะครับเพราะเราคิดว่า
  192. 9:57ตอนที่เราสร้างเนี่ยเอ่อทุกคนก็จะเหมือน
  193. 10:01เข้ามาใหม่เป็นนักเรียนใหม่ก็จะเริ่มจาก
  194. 10:04ที่ไม่เคยมีเกรดอะไรมาก่อนก็จะกลายเป็น
  195. 10:06list ไว้นะครับซึ่งตรงเนี้ยนะครับมัน
  196. 10:11แล้วแต่เราดีไซน์เลยนะครับมันไม่มีใครถูก
  197. 10:16มีผิดขึ้นอยู่กับว่าเราอยากดีไซน์แบบไหน
  198. 10:19ถ้าโจทย์บอกว่าให้รับมา 3 ตัวเราก็สามารถ
  199. 10:25รับมา 3 ตัวใช่มั้ยแล้วเราก็เพิ่มบอกว่า
  200. 10:28เอ่อตรงนี้ลงไปก็เป็น
  201. 10:32แล้วก็ listก็ได้แล้วเราค่อยเอาอันนี้มา
  202. 10:37ใส่แบบนี้ก็ได้เหมือนกันนะครับก็แล้วแต่
  203. 10:42เราอยากดีไซน์ว่าจะรับมาใหม่หรือไม่รับ
  204. 10:44แต่ว่าออกแบบเมื่อกี้เนี่ยเราอาจารย์เอ่อ
  205. 10:48ดีไซน์มาว่ามันไม่ต้องรับมาก็ได้เพราะทุก
  206. 10:50คนมันเดี๋ยวมันจะเป็น empty list หมดก็
  207. 10:53เลยไม่ต้องรับก็เซตให้เป็นเป็น empty
  208. 10:56list ไปตั้งแต่ต้นจะง่ายกว่านั่นเองนะ
  209. 10:59ครับถ้าไม่ทันตรงไหนสามารถกด 1 กด 2 หรือ
  210. 11:04ยกมือหรือพิมพ์อะไรมาเลยได้เลยนะครับ
  211. 11:07อาจารย์มอนิเตอร์อยู่อีกข้างนึงนะครับ
  212. 11:10โอเค
  213. 11:13ขอเต่าเหมือนเดิมนะครับ
  214. 11:19เค
  215. 11:22โอเคนะครับส่วนถัดมาใช่มยเราก็มาดูสิ่ง
  216. 11:26ที่เรียกว่าเป็น add grade ใช่มaddดคือ
  217. 11:28อะไรก็คือการที่เรา append ค่าที่มันเป็น
  218. 11:32เอ่อเอ่อ integer หรือมันเป็นเอ่ออันนี้
  219. 11:36เขาใส่เป็นตัวเลขไปนะครับก็แล้วแต่ว่าเรา
  220. 11:39อยากจะไป define ตรง
  221. 11:41ก็ได้แต่ตอนนี้คือใส่แค่สกoreเกดก็ได้
  222. 11:44เหมือนกันถ้าอยากใส่ A B C D ก็ define
  223. 11:47ไปตามที่เราดีไซน์ตัวเอ่อคลาสตรงนี้แล้ว
  224. 11:50เราอาจจะมีวิธีการจัดการรับอะไรก็ก็อาจจะ
  225. 11:53เป็นเรื่องของเราที่สามารถทำได้นะครับ
  226. 11:56สมมุติว่าก็ใส่ตัวเลขมาใช่มยก็คือเอาของ
  227. 11:59ก้อนนี้ใช่มย Self.gade เกดก็คือหมายความ
  228. 12:02ว่าก็คือกองก้อนนี้มาของในแต่ละที่มัน
  229. 12:05เริ่มต้นด้วยเป็นเซตเปล่านะครับแล้วก็มา
  230. 12:09กด do app แล้วก็ใส่เกรดลงไปนั่นเองนะ
  231. 12:12ครับก็จะเป็นลักษณะประมาณนั้นแล้วก็คำ
  232. 12:16สั่งถัดมาใช่มยก็คือเป็นคำสั่งเรียกว่า
  233. 12:18Average grade นะครับซึ่ง Average
  234. 12:21grade เนี่ยเราแม้ว่าจะใส่ self มาใช่ม
  235. 12:24เราจะบอกว่าอันนี้คือไม่รับพamตอร์ก็คือ
  236. 12:27ไม่รับ input parameter มาเลยตัว self
  237. 12:29มันเป็นแค่เสมือนเหมือนตัว refer ถึงตัว
  238. 12:33ของมันตัวมันเองจะไม่ใช่หมายถึง input
  239. 12:35argument นะครับดังนั้นเนี่ยก็ sell
  240. 12:39average gate ก็คือก็เป็น self. grade
  241. 12:41ใช่ม s. เกดหมายความว่าถ้าเขามีค่าอยู่
  242. 12:44ซึ่งัมันมีค่าอยู่แล้วมันเป็นเป็น
  243. 12:48listo ยังไงมันก็จะมีนั่นเองนะครับก็จะ
  244. 12:51เกิดจากเอาค่าซใช่มยอันนี้คือเราจะได้ลิ
  245. 12:54มาเอาค่าซไปใส่ฟังก์ชันซไปใส่สมกใส่ตัว
  246. 13:00ลิสอันนี้เราจะได้ค่าผลรวมมาแล้วก็หาร
  247. 13:03ด้วยจำนวน n ใช่มเลนส์ก็คือ 6 เท่าไหร่
  248. 13:06แล้วเราก็จะ return ไปนั่นเองนะครับก็จะ
  249. 13:09เป็นลักษณะประมาณนี้แล้วใส่ return เพิ่ม
  250. 13:12มาเพื่อป้องกันกรณีที่ว่าค่า do create
  251. 13:14เนี่ยมันไม่มีค่าก็เลยต้อง return 0 ไป
  252. 13:18แต่ว่าที่จริงทุกอันเดี๋มันจะมีค่ามันก็
  253. 13:21จะไม่ได้ไม่ต้องกังวลอะไรไปนั่นเองนะครับ
  254. 13:25แล้วส่วนที่เหลือก็ไม่ได้มีอะไรอย่างเช่น
  255. 13:29สตอใช่มั้ครับสก็คือปริ้นออกมาซึ่งจะเห็น
  256. 13:32ได้ว่าเนี่ยมันมีทริกนิดนึงก็คือว่าตัวส
  257. 13:35เนี่ยเราบอกให้ปริ้ชื่อ ID แล้วก็เกรดออก
  258. 13:39มาซึ่ง grade เนี่ยเราไม่ได้เก็บไว้ในไหน
  259. 13:42ๆใช่มไม่ได้เก็บก็ไม่เป็นไรเราก็เรียกใช้
  260. 13:47มันได้ใช่มเราเรียกใช้มันจากภายในได้เลย
  261. 13:52ก็คือ self do method ของมันใช่มก็
  262. 13:56เรียกใช้จากภายในแล้วก็มาเก็บในตัว method
  263. 14:00เอ้ยในใน
  264. 14:02method variable ตัวนี้นั่นเองคือ
  265. 14:04variable ใน inside method นั่นเองนะ
  266. 14:06ครับแล้วค่อยเอาอันเนี้ยมาใช้ในการตอบ
  267. 14:09กลับมานั่นเองนะครับก็จะได้มาลักษณะ
  268. 14:13ประมาณนี้นะครับเดี๋ยวขอกดรันให้ดูนะครับ
  269. 14:19โอเคก็จะมี student 1 ใช่มั้ยเป็น AIS
  270. 14:22Student 2 ก็คือเป็น BOB นะครับ Student
  271. 14:251 มี 3 เกรด Student 2 มี 2 เกรดนั่น
  272. 14:28เองนะครับแล้วก็พอบวกกันมันก็จะได้ลักษณะ
  273. 14:32ออกมานะครับอันนี้เป็นคลิปย่อยนิดนึงคือ
  274. 14:35สมมุติว่าถ้าเราอยากจะโชว์ทศนิยมเพียงแค่
  275. 14:402 หลักก็สามารถเขียนเป็น 2F ลงไปนะครับ
  276. 14:44ถ้าเราไม่เขียนเนี่ยมันจะโชว์มาเป็นหลายๆ
  277. 14:47หลักนะครับ
  278. 14:49โอเคนะอันเนี้ยมันจะโชว์มาเกินจำนวนหลัก
  279. 14:52ที่ควรจะมีแต่ว่าถ้าอยากให้มันอ่านง่ายๆ
  280. 14:54เราก็เป็นใส่ลักษณะประมาณนี้เป็นทริกเล็ก
  281. 14:57น้อยสามารถไปดูเฟิร์มได้นะครับ
  282. 15:01โอเคนะครับมีไม่ทันมั้เอ่ยในข้อ
  283. 15:11โคถ้าไม่มีก็จะต่อไปนะครับ
  284. 15:18ในข้อสุดท้ายนะครับก็คือเอ่อ class human
  285. 15:22นั่นเองนะครับก็เอ่อเหมือนออกแบบไว้
  286. 15:26สำหรับสมมุติจะสร้างเกม RPG อะไรสักอย่าง
  287. 15:29เห็นมั้ยมันก็จะมีเอ่อตัวละครก็คือเราก็
  288. 15:33ดีไซน์ว่าตัวเนี้ยก็คือเรียกว่าเป็นคลาส
  289. 15:35Human นะครับซึ่ง human ของเราตัวละคร
  290. 15:38เรามีอะไรได้บ้างก็คือมีชื่อก็คือ string
  291. 15:42name นะครับ HP ก็คือ hit point ก็คือ
  292. 15:45บอกว่าเขามีเอ่อเลือดอยู่หรือเท่าไหร่นะ
  293. 15:48ครับสามารถตั้งต้นไปได้นั่นเองนะครับซึ่ง
  294. 15:53เอ่อไอ้ Hit point เนี่ยนะครับเขาบอกว่า
  295. 15:57Hit Point อีกอันนึงก็คือ Magic point
  296. 15:59ก็คือจะเป็นค่า MP เท่าไหร่เขาบอก Hit
  297. 16:01Point กับ Magic Point เนี่ยเราไม่ต้อง
  298. 16:03เขียนให้มันให้มันตั้งต้นโดยอัตโนมัติว่า
  299. 16:05ทุกคนเวลาสร้างตัวละครนาจะเท่ากับ 10 กับ
  300. 16:0810 เสมอแล้วก็ถ้า HP กับ MP เนี่ยไม่
  301. 16:12สามารถต่ำกว่า 0 ได้ถ้าต่ำกว่า 0 ก็คือ
  302. 16:14เหมือนตายอะไรประมาณนี้ใช่มั้ครับแล้วก็
  303. 16:16ไม่สามารถติดลบได้ก็จะให้ 0 ก็คือเหมือน
  304. 16:18เหมือนสิ่งนั้นไปนั่นเองนะครับ
  305. 16:23โอเคเอ่อแล้วก็มี method 2 อันนะครับ
  306. 16:27method แรกก็คือ Get damage ก็คือถูก
  307. 16:29โจมตีมาใช่มั้ยถูกโจมตีหมายความว่าอะไรก็
  308. 16:32คือรับ input มาอันหนึ่งที่เรียกว่าถูก
  309. 16:35โจมตีด้วยค่าพลังเท่าไหร่แล้วก็เอาค่า
  310. 16:38พลังเนี่ยไปลบกับ HP ของตัวละครตัวนั้น
  311. 16:41นั่นเองนะครับแล้วพอ HP ต่ำกว่า 0 เมื่อ
  312. 16:44ไหร่เราให้ปริ้นออกมาว่าตัวละครนี้เอ่อ
  313. 16:49ตายแล้วก็คือ has been defeated นั่น
  314. 16:51เองนะครับก็คือแพ้แล้วสักอย่างนะครับแล้ว
  315. 16:54ก็มี method ที่ 2 ก็คือ recovery ก็คือ
  316. 16:57สามารถ recovery ได้ว่าจะ recovery HP
  317. 16:59หรือ MP นั่นเองนะครับแล้วก็เอ่อใส่
  318. 17:02string ไปอันนึงเพื่อบอกว่าเป็น HP หรือ
  319. 17:05MP แล้วก็ใส่ค่าตัวเลขไปใช่ม Receive
  320. 17:08one string ก็คือเป็น HP หรือ MP ใส่
  321. 17:11receive one string ก็คือเอ้ย one
  322. 17:13integer นะครับบอกว่าจะเพิ่มเท่าไหร่นะ
  323. 17:15ครับแล้ว ST ก็ปริ้นออกมาว่าเอ่อเอ่อตัว
  324. 17:19ละครตัวนี้เป็นเอ่อมี HP เหรียญ P เท่า
  325. 17:22ไหร่นั่นเองนะครับ
  326. 17:24โอเคก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับแบบ
  327. 17:27คร่าวๆเรามีเอ่อคลาสที่ชื่อ Human ใช่มย
  328. 17:32มีมานะครับมาเป็นแบบนี้แล้วก็ HP มาเป็น
  329. 17:37MP มาเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับเนื่อง
  330. 17:40จาก HP กับ Pay เป็นค่าตรงตัวนะครับเราก็
  331. 17:44จะไม่ไม่ส่งมาเป็น input argument นะ
  332. 17:47ครับส่งมาอย่างเดียวคือส่งชื่อไปว่าให้
  333. 17:52เป็นชื่ออะไรนะครับอันที่ 2 Get damage
  334. 17:56ใช่มคือว่าตัวละครตรงนี้ต้องถูกโจมตีไป
  335. 17:59แล้วก็เลือดก็จะหายไปนั่นเองนะครับก็ใส่
  336. 18:02ไปก็เกิดจาก SP เท่ากับลบเท่ากับ damage
  337. 18:06ก็ได้หรือเท่ากับ SP ลบ damage ลักษณะ
  338. 18:09ประมาณนี้นะครับแล้วเราก็เช็คใช่มยถ้า
  339. 18:13น้อยกว่า 0 เราก็จับเท่ากับ 0 แล้วเราก็
  340. 18:15บอกว่าเอ่อ has has been defeated
  341. 18:19อะไรประมาณนี้นะครับก็จะได้เหมือนกันหรือ
  342. 18:22จะไม่เขียนแบบนี้ใช่มเราก็
  343. 18:27เขียนน้อยกว่าเท่ากับ 0 ก็ได้แล้วก็จับ
  344. 18:31เท่ากับ 0 ก็ประมาณเนี้ยนะครับรวมกันได้
  345. 18:36เหมือนกันมันก็จะมันก็ใช้งานได้เหมือนกัน
  346. 18:40นะครับโอเคอนี้คือ get damage นะครับตัว
  347. 18:44ถัดมานะครับก็คือ recovery ก็ที่บอกรับ 2
  348. 18:47อย่างตัวแรกคือ attribute บอกว่าจะเพิ่ม
  349. 18:49อะไรเพิ่ม HP หรือ MP แล้วก็เพิ่มไปเท่า
  350. 18:53ไหร่นั่นเองนะครับซึ่งอาจารย์ก็บอกว่า
  351. 18:57โอเครับเข้ามาใส่ lower เข้าไปเพื่อเอ่อ
  352. 19:01เอ่อกันคนผิดใช่มยว่าควรจะพิมพ์ H ใหญ่ P
  353. 19:06เล็ก P เล็กหรือ H ตัวใหญ่ P ตัวเล็กก็
  354. 19:10สามารถเอ่อเข้าถึงตัว attribute ตัวนี้
  355. 19:14ได้ก็คือเท่ากับเท่ากับ MP ตัวนี้นั่นเอง
  356. 19:16ทุกอย่างก็เลย lower เป็นตัวเล็กหมดเลย
  357. 19:18แล้วค่อยเอาไปเช็คนั่นเองนะครับแล้วก็ S
  358. 19:22HP เ=่ากับ S HP + amount แล้วก็ S
  359. 19:24M= S MP + amount นั่นเองส่วน ST ก็
  360. 19:27ไม่มีอะไรบอกเป็น attribute ของตัวมันเอง
  361. 19:29ออกมานะครับเพราะเวลาร้องใช้งานใช่มั้ยก็
  362. 19:32สร้างตัวมาว่าเป็นฮีโร่ตัวนึงชื่อ Human
  363. 19:34ชื่อนะครับแล้วก็
  364. 19:38ออกมาก่อนว่าตอนนี้เขามี HPMP เท่าไหร่
  365. 19:41ชื่ออะไรนะครับแล้วก็ถูกดาเมจไปประมาณ 5
  366. 19:45ใช่ม HP ลดมา 5 แล้วก็ recovery HP 7
  367. 19:49ก็จะกลายเป็น 12 นั่นเองนะครับแล้ว G
  368. 19:52damage 15 ใช่มแล้วก็ has been
  369. 19:55defeated HP นั่นเองนะครับก็จะเป็น
  370. 19:58ลักษณะประมาณนี้นะครับ
  371. 20:01โอเคข้อนี้ก็จะเป็นประมาณนี้ครับมีคำถาม
  372. 20:06มั้ยเอ่ย
  373. 20:18เคนะครับไม่ได้มีคำถามอะไรก็ตัวแลบตัวนี้
  374. 20:22นะครับก็จะที่ออกแบบมาก็คือให้เราลอง
  375. 20:26เขียนคลาสเองนะครับเพราะ class เนี่ยใน
  376. 20:29อนาคตพเนี่ยมันก็จะมีประโยชน์ในการเวลา
  377. 20:32เราไปจัดการ data ที่เป็น specicific กับ
  378. 20:35งานอะไรบางอย่างเราสามารถ define class
  379. 20:38พวกเนี้ยมาทำนะครับแล้วโคดในอนาคตถ้าเรา
  380. 20:42ไปเจอโค้ดต่างๆมันจะอยู่ในรูปแบบคลาสส่วน
  381. 20:45ใหญ่เวลาจะเรียกมาใช้นั่นเองนะครับ
  382. 20:49โอเคถ้าไม่มีอะไรเรามาขึ้นเนื้อหาของวัน
  383. 20:53นี้กันนะครับเนื้อหาของวันนี้นะครับก็คือ
  384. 20:56week 11 นั่นเองนะครับที่เรียกว่าเอ่อ
  385. 21:02ที่เรียกว่าเอ่อ Getting Online Data
  386. 21:04นั่นเองนะครับ
  387. 21:07โอเค Getting Online Data ก็จะเป็น
  388. 21:10ประมาณนี้นะครับจะใช้เวลาประมาณชั่วโมง
  389. 21:12นิดๆไม่เกินเท่าไหร่เพื่อจะเอ่อเอ่อจบ
  390. 21:16บรรยายในวันนี้นะครับก็จะพูดมี 3 เรื่อง
  391. 21:20หลักๆนะครับเรื่องแรกก็คือLibrี่นะครับก็
  392. 21:23คืออาจจะใช้พวก Liberal Expression อะไร
  393. 21:25พวกนี้มาแล้วพวกนี้เรียกว่าLibrี่นั่นเอง
  394. 21:27นะครับใน Python เนี่ยมันจะมีไbrี่ที่
  395. 21:30หลากหลายมากๆแล้วเราก็ส่วนใหญ่เราก็จะ
  396. 21:33เรียกใช้โค้ดคนอื่นที่เา้าเขียนมาแล้วก็
  397. 21:37คือโค้ดlibrี่พวกนี้นั่นเองนะครับอันที่ 2
  398. 21:40ก็คือจะเป็นเรื่องหลักก็คือเรื่องที่
  399. 21:42เรียกว่าเป็น Ging Online Data นั่นเอง
  400. 21:44เพราะว่า
  401. 21:46ข้อมูลปัจจุบันเราสามารถเอามาจากได้หลาย
  402. 21:50แหล่งแล้วก็มีหลายวิธีในการเอาข้อมูลมา
  403. 21:53แล้วในอนาคตเนี่ยเดี๋เราก็ต้องมา process
  404. 21:56data ไม่ว่าจะในคลาสนี้หรือในปี 2 ปี 3
  405. 21:59ปี 4 ที่เรียนต่อไปข้อมูลจะมีมาหลากหลาย
  406. 22:03เราก็ต้องรู้วิธีในการดึงเข้ามาดึงมาเก็บ
  407. 22:06แล้วก็มาประมวลนั่นเองนะครับอันนี้ก็จะ
  408. 22:08เป็นลักษณะเป็นเอ่อ getting online data
  409. 22:11นะครับส่วนสุดท้ายนะครับก็อย่างที่บอกไป
  410. 22:14ว่าตั้งแต่คลาสวันนี้เป็นต้นไปเราจะเริ่ม
  411. 22:18ใช้พร้อมในการเขียนโค้ดให้เรานะครับเราจะ
  412. 22:21ไม่เขียนโค้ดด้วยของเราเองเกือบทั้งหมด
  413. 22:25แล้วก็จะใช้พร้อมเพราะมันจะช่วยให้เรา
  414. 22:27เขียนโค้ดได้ไวขึ้นนะครับก็จะมีบอกประมาณ
  415. 22:311-2 เทคนิคว่าเวลาเขาแช็คพร้อมเนี่ยเค้า
  416. 22:34เใช้ยังไงเพื่อจะให้ช่วยเขียนโค้ดภายนั่น
  417. 22:37เองนะครับ
  418. 22:40โอเคมาดูตัวแรกกันนะครับตัวแรกก็คือ
  419. 22:43library นั่นเองนะครับ library คืออะไร
  420. 22:45นะครับ library ก็คือเป็นเอ่อ
  421. 22:50โค้ดของคนอื่นนะครับที่เค้าเขียนมาแล้ว
  422. 22:53แล้วเราต้องการจะเอาโค้ดคนอื่นน่ะมาเรียก
  423. 22:57ใช้นะครับซึ่งโค้ดพวกเนี้ยนะครับเค้าก็จะ
  424. 23:00เป็นเปลี่ยนมาเรียบร้อยแล้วเาก็จะอาจจะไป
  425. 23:02โฮสในบางที่โฮสในคลิปหรือโฮสในกิจหรือ
  426. 23:05อะไรสักอย่างนะครับแล้วเราก็เอาโพสต์ของ
  427. 23:08คนอื่นมาเรียกใช้ซึ่งเวลาเรียกใช้คืออะไร
  428. 23:11ก็คือการที่เรา import มานั่นเองนะครับ
  429. 23:13อย่างเช่น Import Random ใช่มหรือ import
  430. 23:16le ที่เราเคยทำมาในอดีต 2 พวกเนี้ยนะ
  431. 23:19ครับมันก็คือเป็นโค้ดของคนอื่นที่เขา
  432. 23:21เขียนมาในนั้นเนี่ยอาจจะมีเป็น 1,200 ราย
  433. 23:24หรือแบบกี่พัน 2 หรือ 2,000 รายอยู่ใน
  434. 23:27นั้นนะครับเราก็ import มาแล้ว import
  435. 23:31แล้วก็เอาค่อยเอามาใช้นั่นเองอย่างเช่น
  436. 23:33random แล้วก็ใช้คำว่า land in ก็คือ
  437. 23:36random integer ระหว่าง 1-10 อะไรเงี้ย
  438. 23:39ค่าระหว่าง 1-10 แล้วก็จะได้เลข 1 มาหรือ
  439. 23:42import re ก็คือ regular expression
  440. 23:45นั่นเองนะครับไว้ใช้สำหรับในการทำที่เรา
  441. 23:49ทำใช่มั้หาแพทเทิร์นทำแพทเทิร์นก่อนที่
  442. 23:52เราทำmของพวกนี้นะครับเดี๋ยววันนี้ก็จะมี
  443. 23:55library อย่างเช่น request ก็คือถ้าเรา
  444. 23:58ต้องการข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเราสามารถ
  445. 24:01ใช้ library request สามารถ cft คำ
  446. 24:06request ของเราเนี่ยไปที่ service ต่างๆ
  447. 24:08หรือเว็บไซต์ต่างๆแล้วก็จะเอา data มา
  448. 24:11อันเนี้ยมันจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็น
  449. 24:13request นั่นเองนะครับ
  450. 24:16โอเคก็มาดูกันเราสามารถ import code ของ
  451. 24:21เราก็ได้ในเอ่อเอ่อเอ่อไฟล์อื่นๆที่เรา
  452. 24:26เขียนแล้วก็เอามาใช้งานนั่นเองนะครับอ่ะ
  453. 24:30สมมุติจะทำเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับ
  454. 24:34สมมุติว่าเอ่อเดี๋ยวจะขอสลับไปเรื่อยๆนะ
  455. 24:37ครับอันเนี้ยเราจะมีเอ่อไฟล์อันนึงขึ้นมา
  456. 24:40ที่เราสร้างขึ้นมาเองเขียนมาเองชื่อว่า
  457. 24:43Mat ฟังก์ชนะครับแล้ว Match ฟังก์ช
  458. 24:47เนี่ยเรามีง่ายๆอยู่ 2 อย่างมี 1
  459. 24:52ฟังก์ชันก็คือ square นะครับอันนี้คือ
  460. 24:54ฟังก์ชันไม่ใช่ method เพราะเราไม่ได้
  461. 24:56สร้างคลาสนะครับอันนี้คือเป็นฟังก์ชันก็
  462. 24:58คือฟังก์ชัน square square คืออะไรคือยก
  463. 25:00กำลัง 2 นั่นเอง n* n นะครับแล้วก็พาย pi
  464. 25:04พายก็คือพาย 3.14 อยู่ในเอ่อ script ของ
  465. 25:10เราที่ชื่อ fction. ขายแล้วเราก็อยากจะ
  466. 25:13มาเรียกใช้ square เนี่ยจากอันเนี้ยจากใน
  467. 25:17ไฟล์อื่นๆแบบเนี้ยต้องทำยังไงนะครับเรามา
  468. 25:20ดูกันนะครับ
  469. 25:22โอเคอันนี้เพื่อไม่มีการเสียเวลาขออนุญาต
  470. 25:26สร้างให้มาแล้วลักษณะประมาณนี้นะครับก็
  471. 25:29คือสร้างไฟล์อันนึงมาเป็น py แล้วก็เนี่ย
  472. 25:32ที่มีค่าแบบนี้นะครับอ่ะสมมุติว่าอาจารย์
  473. 25:36ต้องการจะ import ของเราไอ้พวกเนี้ยไปนะ
  474. 25:41ครับทำยังไงเดี๋ยวขออนุญาตสร้างไฟล์อีก
  475. 25:45อันนึงมาหากันแล้วก็ใช้ไปพร้อมๆกันเรียก
  476. 25:49ว่า inclus
  477. 25:51เอ่ออยู่ทาง real
  478. 25:56ที่ ynd นะครับเป็นลักษณะประมาณนี้แล้ว
  479. 26:00เราก็จะเป็นเอ่อ Jupit เอ่อเป็น Jupiter
  480. 26:04Notebook นั่นเองนะครับแล้วก็เพื่อโนะ
  481. 26:08ครับอ่ะแล้วเราก็จะ import นะครับ import
  482. 26:11อะไร import
  483. 26:14ตัวนี้นะครับ
  484. 26:21อึบ
  485. 26:24อ่าน่าจะเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับสมมุติ
  486. 26:28ว่าเราต้องการเอ่อบอกว่า
  487. 26:31เอ่อ value ใช่
  488. 26:39ปึ๊บๆ
  489. 26:41ดอกแล้วเราก็เป็นออกมา
  490. 26:50อ่านะครับก็สังเกตได้ว่าอะไรก็คือว่าเรา
  491. 26:55สามารถ import ใช่มั้ยสิ่งโค้ดที่เรา
  492. 26:58เขียนมาเองอยู่ในไฟล์อื่นเข้ามาจากอันนี้
  493. 27:02แล้วเราก็ไปเรียกใช้มันจากชื่ออันนี้นั่น
  494. 27:05เองครับก็ถ้าจะ import ตัว attribute ก็
  495. 27:08จะเป็นลักษณะประมาณนี้ถ้าเราบอกว่าอยากจะ
  496. 27:11import ฟังก์ชันฟังก์ชันทำยังไงเราก็บอก
  497. 27:14ว่าโอเคอยากรู้ว่าไอ้ยกกำลัง 2 ของเลข 5
  498. 27:18มันคือค่าเท่าไหร่ใช่มยเราก็เอาชื่อนี้มา
  499. 27:21ใช่มเราก็ชด square
  500. 27:25square
  501. 27:29แล้วก็ 5 นะครับแล้วก็กดปริ้นมันออกมา
  502. 27:33โอเคจะได้เห็นว่ามันคือเลข 25 นั่นเองนะ
  503. 27:36ครับโอเคมยมันก็จะเห็นได้ว่าเนี่ยเราสไอ้
  504. 27:40Python เนี่ยสามารถ import โค้ดของตัว
  505. 27:42เองมาได้นะครับก็มันหมายความว่าไงหมาย
  506. 27:46ความว่าที่เราทำมาในอดีตใช่มั้ยครับใน
  507. 27:48อดีตต่างๆที่เราทำพวก regular expression
  508. 27:53ทำพวก Random ต่างๆเงี้ยนะครับมันก็คือ
  509. 27:57เค้าเขียนโค้ด Python มาให้เรานั่นแหละ
  510. 27:59แต่ว่าเราไม่ได้ไปอ่านข้างในว่ามันทำอะไร
  511. 28:02บ้างเราแค่ไปอ่าน documentation ว่าโอเค
  512. 28:06มีฟังก์ชันนี้ฟังก์ชันนี้ฟังก์ชันนี้ที่
  513. 28:07มันสามารถทำได้แล้วเราก็ยกมาเลยแล้วข้าง
  514. 28:10ในเราก็ assume ว่าสิ่งที่เค้าเขียนมาให้
  515. 28:13เนี่ยมันถูกต้องแล้วอะไรลักษณะประมาณนี้
  516. 28:16นั่นเองนะครับ
  517. 28:20โอเคนะครับมีคำถามสงสัยตรงไหนมเอ่ยถ้า
  518. 28:25สงสัยก็ก็พิมพ์มาได้ในแชทนะครับแล้ว
  519. 28:29เดี๋ยวตอบให้นั่นเองนะครับ
  520. 28:35เคถ้าไม่มีอย่างงั้นเป็นต่อไปนะครับซึ่ง
  521. 28:40Python ก็อย่างที่บอกไปเนี่ยมันมีไbrี่
  522. 28:42เต็มไปหมดเพราะว่าคนเอ่อในช่วงหนึ่งนะ
  523. 28:45ครับ 10 ปีที่ผ่านมาเนี่ยมันคนนิยมเขียน
  524. 28:49เพราะมันเขียนง่ายก่อนที่จะมี AI นะครับ
  525. 28:52มันเขียนสั้นแล้วมันก็สามารถทำได้หลายๆ
  526. 28:54อย่างนะครับมันก็จะมีไbrี่อย่างเช่นไbrี่
  527. 28:57ที่ชื่อว่านำพายไว้สำหรับจัดการพวกเอ่อ
  528. 29:00กุณเลขเมทริกต่างๆที่เลขต้องคลานคูณเยอะๆ
  529. 29:04มหาศาลเป็นหมื่นเป็นแสนตัวก็สามารถคูณกัน
  530. 29:08แล้วทำงานได้ไวนะครับเอ่อเอ่อ library
  531. 29:13ตัวที่ 2 ชื่อ pandas เดี๋ยวเราจะเรียน
  532. 29:16คาบถัดไปหลังที่เราหยุดกันนะครับใช้ในการ
  533. 29:19ทำ Data Science หรือ Data Analysis นะ
  534. 29:22ครับหรือทำพวก Data Multipulation พวก
  535. 29:24เนี้ยนะครับ Handus ก็จะมีประโยชน์มากๆนะ
  536. 29:27ครับก็เลยจัดออกมาให้เรียนในในสัปดาห์
  537. 29:30เอ่อถัดไปที่เราจะได้เรียนกันคือคือท้าย
  538. 29:33เดือนนะครับแล้วก็อีก 2 อันนะครับก็คือ
  539. 29:36Cบornกับ Matlip นะครับก็จะเป็นลักษณะที่
  540. 29:40ใช้ในการสร้างกราฟให้เรานะครับมันก็จะ
  541. 29:43ช่วยให้เราเอ่อสามารถเขียนพortตได้โดยที่
  542. 29:47เราไม่ต้องไปนั่งบอกว่าเอ่อมันต้องเริ่ม
  543. 29:50ลากเส้นยังไงเราแค่ใส่data้าไปแล้วก็
  544. 29:53เลือกชนิดของกราฟแล้วมันก็จะสร้างเอ่อ
  545. 29:56กราฟที่มันเป็นรูปpetหรือรูป PNG หรือจะ
  546. 29:59รูปเป็น HTML ให้เราอัตโนมัตินั่นเองนะ
  547. 30:02ครับแล้วก็จะมีอีกอันนึงสมมุติถ้าสมมุติ
  548. 30:05เราต้องการ process เอ่อพวกข้อมูลภาษาไทย
  549. 30:09ต่างๆจะมีชื่อว่าไpนะครับก็คือมีเอกสาร
  550. 30:13ภาษาไทยอยู่คำภาษาไทยเนี่ยต้อง process
  551. 30:15ต่างๆเดี๋จะได้เรียนตอนเดือนถัดไปนั่นเอง
  552. 30:18นะครับ
  553. 30:20อันนี้ยกตัวอย่างนพายเนี่ยคือสมมุติว่ามี
  554. 30:22เลขแบบมหาศาลลักษณะที่เป็นmatริกมัน
  555. 30:25สามารถคูดเลขได้ไวหน่วยแบบหรือไมครด้วย
  556. 30:29ซ้ำนะครับก็เป็นลักษณะประมาณนั้น Andas
  557. 30:33นะครับก็คือ data ที่อยู่ลักษณะเป็นพวก
  558. 30:36Excel ต่างๆหรือเป็นพวก CSB ไฟล์นะครับ
  559. 30:39เราจะสามารถถูกจัดในลักษณะที่เป็น data
  560. 30:42frame แล้วเราก็ให้มันเอ่อ manipulate
  561. 30:46เรียก row เลือกคอลัมเลือกเฉพาะสิ่งที่
  562. 30:48เราต้องการออกมาจากพวก data ที่ลักษณะ
  563. 30:51เป็นเอ่อ table แบบนี้นั่นเองนะครับแล้ว
  564. 30:55พวกนี้คือจะแพลิกcบardนะครับก็คือเป็น
  565. 30:59เอ่อ visualization ในการอ่า library ใน
  566. 31:03กฎในการที่เราสามารถช่วยสร้างขึ้นมาได้
  567. 31:05นั่นเองนะครับ
  568. 31:07เอ่อส่วนสุดท้ายก็คือ Spacy หรือ Pal
  569. 31:10people เนี่ยมันก็ช่วยในการเข้าใจคำต่าง
  570. 31:14ๆดูว่าเอ่อแต่ละคำเป็นยังไงความสัมพันธ์
  571. 31:18เป็นยังไงเอ่อเอ่ออันไหนเป็นคำนามคำ
  572. 31:22กิริยาหรือดูความสัมพันธ์อื่นๆในเชิง
  573. 31:26ภาษาศาสตร์ก็สามารถใช้เอ่อเอ่อพวกนี้มา
  574. 31:29analy ได้เหมือนกันนะครับซึ่งเราก็จะไม่
  575. 31:32เขียนโค้ดเองนะครับเราก็จะเอาโค้ดของคน
  576. 31:35อื่นที่เขาเขียนมาแล้วแล้วแลเป็นที่ยอม
  577. 31:37รับและเชื่อถือได้นำมาใช้ในการรันนั่นเอง
  578. 31:40นะครับเพราะไม่งั้นเนี่ยมันจะเอ่อต้อง
  579. 31:43เขียนโค้ดใหม่ทุกเองทุกอย่างมันจะเป็นไป
  580. 31:46ไม่ได้นั่นเองนะครับ
  581. 31:49โอเคซึ่งถ้าสมมุติว่าต้องการจะเอ่อใช้งาน
  582. 31:53ไbrี่อะไรนะครับก็จะคล้ายๆกับที่เราทำใน
  583. 31:58สัปดาห์แรกๆก็คือ Cel ใช่มยที่อาจารย์บอก
  584. 32:01ให้ให้ install
  585. 32:04Carel ก็เหมือนกันตัวอื่นมันก็คือเป็น
  586. 32:06library เนี่ย library ที่เขาโostอยู่
  587. 32:09ที่เอ่อตัวพินั่นเองนะครับเราก็เอาพิ
  588. 32:12เนี่ย install ในเครื่องเราพอ install
  589. 32:14เสร็จมันก็บอกโอเค requirement certify
  590. 32:16สามารถเอาไปใช้งานได้นั่นเองนะครับพอใช้
  591. 32:20งานเสร็จใช่มยก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้เรา
  592. 32:23ก็จะ import ตัว library มาแล้วเราสามารถ
  593. 32:29ตั้งชื่อย่อให้มันก็คือสมมุติว่าCบอเนี่ย
  594. 32:32มันเป็นเขียนต้องค่อนข้างยาวใช่ไหมครับ
  595. 32:35Cบอหลายตัวแล้วก็ตั้งชื่อมันชื่อย่อว่า
  596. 32:39SNS แล้วทุกครั้งที่เราจะเรียกใช้เราก็
  597. 32:42ใช้ SNS แทนก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะ
  598. 32:45ครับหรือ Match Plift เนี่ยบพเนี่ยมันจะ
  599. 32:49ยาวมากๆก็ระบบ S plot แล้วทุกครั้งมันก็
  600. 32:52จะจะใช้คำว่า plot มันก็จะง่ายกว่าในการ
  601. 32:56ที่เราจะพิมพ์นั่นเองนะครับ
  602. 32:59โอเคยกตัวอย่างที่เราจะเรียนกันอีก 2
  603. 33:02สัปดาห์ข้างหน้านะครับเราโหลด data มาอัน
  604. 33:05นึงที่เป็น data basic Standard เงี้ย
  605. 33:08ที่เป็นคลาสสิคเกี่ยวกับเอ่อคนจ่าย tips
  606. 33:12เวลาที่เขาไปขึ้นแท็กซี่ที่อเมริกานะครับ
  607. 33:14ก็เก็บมาไว้ในเอ่อชื่อว่า tips ตัวแปร
  608. 33:17เดี๋ยวจะเป็นตัวแปรของ data frame ใน
  609. 33:19pandas นั่นเองนะครับพอเอา data มาใส่
  610. 33:22แล้วเราก็บอกไปว่าเนี่ยโอเคเราเอ่อ
  611. 33:26ต้องการแกน x ก็คือคอลัมน์ไหนก็คือชื่อ
  612. 33:28ว่าคอลัมน์ total แกน y คือคอลัมน์ไหนคือ
  613. 33:30คอลัม tips แล้วก็สีที่มันแต่ละดมันต่าง
  614. 33:33กันชื่อว่านั่นเองนะครับแล้วเราก็บอกโอเค
  615. 33:36อยากจะได้กราฟอันเนี้ยกราฟประเภทนี้เรียก
  616. 33:38ว่า scatter plot นะครับเราก็บอก snatter
  617. 33:42pot ให้หน่อยใส่ data อันนี้แกน xn y
  618. 33:44เป็นแบบนี้สีเป็นแบบนี้นะครับแล้วก็ dot
  619. 33:47show แล้วก็จะได้กราบมาแล้วก็จะง่ายมากๆ
  620. 33:49ในการสร้างกราฟใช่มั้เราไม่ต้องไปนั่งบอก
  621. 33:51ว่าแต่ละอันต้องอยู่ที่ตรงไหนเราแค่รีลาย
  622. 33:55on ตัวโค้ดอันเก่าที่เขาสร้างมาให้แล้ว
  623. 33:59เราแค่ไปเรียนรู้วิธีใช้มันแล้วใน
  624. 34:02ปัจจุบันเนี่ยในอนาคตเนี่ยมันตอนเนี้ยมัน
  625. 34:05จะใช้พร้อมมันจะยิ่งง่ายกว่าเดิมเราไม่
  626. 34:07ต้องแทบไม่ต้องจำคำสั่งสิ่งที่เราต้องรู้
  627. 34:10คือเราต้องเข้าใจว่าแต่ละกราฟเนี่ยมันคือ
  628. 34:13อะไรมีไว้ใช้สำหรับอะไรแล้วเราจะมี
  629. 34:17component อะไรบ้างเราจะเรียกมันให้มัน
  630. 34:19ถูกต้องตามหลักสากลยังไงโดยใช้ภาษา
  631. 34:22ธรรมชาติคือพร้อมของเรานั่นเองนะครับ
  632. 34:26โอเคส่วนถัดมานะครับก็มาดูสิ่งที่เรียก
  633. 34:30ว่าเอ่อ Python Environment กันนะครับ
  634. 34:34เอ่ออาจารย์ข้ามส่วนนี้ไปค่อนข้างเยอะนะ
  635. 34:36ครับแต่ว่าเอเพราะว่าตอนครึ่งแรกใช่มั้ย
  636. 34:40คืออยากให้เขียนโค้ดให้เป็นก่อนแต่ไอ้พวก
  637. 34:42เนี้ยมันจะเป็นองค์ประกอบองค์ประกอบเสริม
  638. 34:45ที่มันจะให้เวลาคนเขียนภายเมากขึ้นนะครับ
  639. 34:49คำว่า environment คืออะไร Environment
  640. 34:51ก็คือให้คิดว่ามันเป็นกล่อง
  641. 34:53อะไรบางอย่างมาสักกล่องนึงซึ่งกล่องเหล่า
  642. 34:56เนี้ยนะครับมันจะประกอบไปด้วยโค้ดต่างๆ
  643. 35:01อย่างเช่นโค้ดของlibrี่ต่างๆโค้ด Num
  644. 35:04pandas โค้ด Mod เหล่านี้เวลาที่เรา
  645. 35:08install หรืออะไรพวกเนี้ยมันจะถูกจับ
  646. 35:10เข้าไปอยู่ในกล่องหรือกล่อง Environment
  647. 35:13นั่นเองนะครับซึ่งเขาบอกว่าแต่ละกล่อง
  648. 35:15เนี่ยมันจะ Isolate ก็คือว่ามันแยกจากกัน
  649. 35:19ไม่ได้เกี่ยวข้องกันนั่นเองก็คือจะมี
  650. 35:22กล่องนึงแล้วก็เก็บว่าโอเคเรามีโค้ดของคน
  651. 35:26อื่นมา install มามันก็อยู่ในกล่องนี้
  652. 35:29install อะไรก็อยู่ในกล่องนี้แล้วเวลา
  653. 35:31ที่เราจะเรียก run Python อย่างเช่นเรา
  654. 35:33มีไว้ Python 3.11 ใช่ไหมครับเราก็จะบอก
  655. 35:36โอเค Python 3.1 1 ก็คือข้อที่มันเจอก็
  656. 35:39คือกล่องนี้เท่านั้นนะมันสามารถติดต่อกับ
  657. 35:42โค้ดอะไรบ้างก็อยู่ในกล่องนี้ลักษณะก็จะ
  658. 35:45เป็นประมาณนี้นั่นเองนะครับซึ่ง
  659. 35:47คอมพิวเตอร์เนี่ยนะครับมันสามารถมีได้
  660. 35:50หลายกรอบมันจะไม่ได้มีแค่กรอบเดียวอย่าง
  661. 35:53เช่นเวลาที่เราลง Python ในสัปดาห์แรกๆ
  662. 35:56ใช่มยเครื่องของเราบางคนเรามี Python แบบ
  663. 35:591.1 Python 3.1.1 3.1.2 3.1.3 3
  664. 36:03เต็มไปหมดใช่มยanาคondaก็ยังมีอีกกล่อง
  665. 36:06นึงซึ่งแต่ละไอ้พวกเนี้ยมันคือเป็นกล่องๆ
  666. 36:09หลายๆกล่องนั่นเองนะครับซึ่งแต่ละกล่อง
  667. 36:11เนี่ยก็จะมีชุดของโค้ดหรือชุดของไbrี่ที่
  668. 36:17แตกต่างกันดังนั้นเนี่ยก็จะมีปัญหาในคาบ
  669. 36:21แรกใช่มที่เราเราเรียนเรื่อง ter car
  670. 36:24กันใช่ไหมครับเอ่อ car เนี่ยถ้าเราเลือก
  671. 36:28กล่องผิดหรือเลือก envirment ผิดเนี่ยมัน
  672. 36:30ก็จะหา carel ไม่เจออันนี้คือปัญหาที่เรา
  673. 36:33เจอกันอ่าก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับ
  674. 36:37ข้อดีของว่าทำไมมันต้องมีหลายกล่องเพราะ
  675. 36:39ว่าบางทีเอ่อโค้ดบางอย่างมันต้องใช้
  676. 36:45Python หรือใช้เอ่อ Num หรือใช้ Matport
  677. 36:48Plip ที่มันเป็นเวอร์ชั่นที่มัน specific
  678. 36:51สำหรับอันนั้นดังนั้นเนี่ยเขาก็จะมีความ
  679. 36:54สามารถในการแยกกล่องมาเพื่อบอกว่าโอเค
  680. 36:57โปรแกรมนี้รันได้เฉพาะเอ่อซอฟต์แวร์
  681. 37:00เวอร์ชั่นนี้เท่านั้นนะในกล่องนี้เท่า
  682. 37:01นั้นนะอีกอันนึงนึงสำหรับอันนี้เท่านั้น
  683. 37:03นะเพื่อจะได้มันไม่ตีกันเพราะไม่งั้นถ้า
  684. 37:07ทุกอย่างเป็นอันเดียวหมดมันก็จะตีกันนั่น
  685. 37:09เองนะครับ
  686. 37:11ซึ่งกล่องพวกเนี้ยนะครับมันจะมีกล่อง
  687. 37:14default อยู่นะครับก็คือกล่องแบบ Python
  688. 37:16ที่มาจากเครื่องเลยของ Windows ก็มีของ
  689. 37:18Mac ก็มีตามนั้นนะครับแล้วก็จะมีสิ่งที่
  690. 37:21เรียกว่าเป็นกล่องที่เป็น Virtuual
  691. 37:23Environment ที่ใส่เพิ่มเข้ามาอย่างเช่น
  692. 37:26Anaconda ใช่มั้หรือ Honda Mini Honda
  693. 37:29เหล่าเนี้ยตัวเองก็จะเป็นเอ่อกล่องที่เรา
  694. 37:32สามารถใส่ install เพิ่มไปนั่นเองนะครับ
  695. 37:36แล้วเวลาเรา install อะไรเราก็ install
  696. 37:38ไปตามนั้นนะครับซึ่งเอ่อเราสามารถสร้าง
  697. 37:43กล่องใหม่ขึ้นเองได้ด้วยนะครับอย่างเช่น
  698. 37:46เราใช้คำสั่ง cona เนี่ยแล้วก็ Create
  699. 37:48แล้วก็บอกว่าชื่อกล่องชื่ออันนี้แล้วก็
  700. 37:50เลือก Python เวอร์ชั่นนี้ก็จะเป็นกล่อง
  701. 37:52อีกกล่องนึงที่สร้างขึ้นมาโดยกล่องที่
  702. 37:54สร้างขึ้นมาเนี่ยมันก็จะเป็นกล่องกล่าว
  703. 37:57ที่ยังไม่มีไbrี่อะไรเราก็แค่โอเคเอ่อ
  704. 38:01อยากจะเลือกใช้กล่องของอันนี้แล้วก็
  705. 38:03activate กล่องอันนั้นนะครับแล้วก็เอ่อ
  706. 38:07install สิ่งที่เราต้องการลงไปนั่นเองนะ
  707. 38:10ครับ
  708. 38:12แล้วเราก็จะได้ Environment ที่แยกจากกัน
  709. 38:15นั่นเองโอเค Environment A ทำเกี่ยวกับ
  710. 38:18data ก็จะได้กล่องนึงมา Environment B
  711. 38:21สมมุติว่าต้องการจะไปทำเกี่ยวกับการเขียน
  712. 38:23เว็บไซต์อะไรเงี้ยนะครับก็จะเป็นอีกกล่อง
  713. 38:25นึงแล้วสมมุติมันใช้ Python เวอร์ชั่น
  714. 38:27ต่างกันเราก็จะมีเอ่อ Capability หรือ
  715. 38:30ความสามารถที่สามารถเลือกที่แตกต่างกัน
  716. 38:34ลักษณะประมาณนี้นะครับ
  717. 38:38โอเคอันนี้คือ wap เรื่องเรื่อง Envirment
  718. 38:41กับ Library เป็นในส่วนนี้นั่นเองนะครับ
  719. 38:46เคมีคำถามอะไรมั้เอ่ยก่อนจะไปเรื่องเอา
  720. 38:50data นั่นเองนะครับ
  721. 39:00โอเค
  722. 39:03ถ้าไม่มีคำถามนั้นเดี๋ยวขออนุญาตไปเรื่อง
  723. 39:07ถัดมานะครับสำหรับการเอ่อ
  724. 39:12เอา data มาจากออนไลน์ว่าว่าทำยังไงได้
  725. 39:15บ้างนะครับ
  726. 39:18ก็เอ่อ
  727. 39:20Data้านะครับในเวลาที่เรามาจะประมวลผล
  728. 39:23เนี่ยมันมาจากได้หลายรูปแบบมากๆใช่มยขึ้น
  729. 39:26อยู่กับว่าเรามีความสามารถใน Access มา
  730. 39:30ได้ประมาณไหนสมมุติลองยกตัวอย่างอันนี้
  731. 39:33บ้างแล้วกันนะครับสมมุติว่าต้องการจะ
  732. 39:35ศึกษาความเห็นของคนเกี่ยวกับสินค้าชิ้น
  733. 39:39นึงด้วยกันสมมุติว่าเราเปิดร้านใน Shopee
  734. 39:43ด้วยกันนะครับแล้วเอ่อเราขายของแล้วก็มี
  735. 39:47คนมาคอมเมนต์ในร้านของเราหรือเซ้าของเรา
  736. 39:51ใช่มแล้วเราเอ่อสินค้าเราดังมากมีคนมา
  737. 39:55คอมเมนตเป็น 1000 2,000 คนใช่มั้ยเราไม่
  738. 39:59สามารถที่จะไปนั่งไล่อ่านดูเองได้ใช่มั้ย
  739. 40:02ครับเราอยากจะหาวิธีในการที่เราจะเ่อดึง
  740. 40:07extract data มาทั้งหมดแล้วก็มาเก็บไว้
  741. 40:10แล้วมาเพื่อมา process อะไรบางอย่างนั่น
  742. 40:12เองนะครับดังนั้นเนี่ยการจะทำแบบเนี้ยมัน
  743. 40:15ก็จะมีหลายวิธีที่สามารถทำได้นะครับวิธี
  744. 40:20แรกสมมุติว่า Shopee มี
  745. 40:25ฟังชนี้แบบว่าสามารถกดแล้วก็ดาวน์โหลด
  746. 40:29Excel Sale มาหรือกดแล้วก็ดาวน์โหลด CSV
  747. 40:31file CSV คือ Comma Separate Value
  748. 40:34เหมือนคล้ายๆ CSV นะมันก็จะไม่มีปัญหา
  749. 40:37อะไรก็คือแบบ basic นั่นเองนะครับสมมุติ
  750. 40:39ว่าทำได้หรือ do หรือโหลด JSON มาเราก็
  751. 40:42แค่เอา JSON เนี่ยมาใส่ใน Python แล้วก็
  752. 40:45process กับมันโอเคนะครับอันนี้คือแบบ
  753. 40:47ที่ 1 หรือแบบที่ 2 ที่เขาทำกันเขาจะไป
  754. 40:50ผ่านสิ่งที่เรียกว่าเป็น API Service นะ
  755. 40:54ครับ API Service เนี่ยมันก็จะเป็น
  756. 40:56ลักษณะการที่เราเอ่อไป request เคสขอ
  757. 41:01เฉพาะในแต่ละอย่างมาจากในแต่ละ Server
  758. 41:04ของ Shopee Server ของอย่างอื่นมาแล้วก็
  759. 41:09ดึงข้อมูลมาทีละอันนะครับอันนี้คือเป็น
  760. 41:11AKI นะครับหรือแบบที่ 3 ถ้าสมมุติว่ามัน
  761. 41:15ไม่มีทั้งดาวน์โหลดไม่มีทั้ง API Service
  762. 41:18ในในเในในเว็บไซต์อันนี้นะครับเราสามารถ
  763. 41:24ไปทำสิ่งที่เรียกว่าเอ่อ
  764. 41:27Craw หรือ scrip มาจากหน้าเว็บไซต์ได้
  765. 41:31นั่นเองนะครับก็จะมี 3 metอหลักๆที่เรา
  766. 41:34สามารถดึงdata้ามาเดี๋ยวจะพูดลงลึกกันอีก
  767. 41:37ทีในแต่ละวิธีแล้วมันทำงานยังไงนะครับ
  768. 41:41โอเคก็จะเป็นลักษณะนี้แบบ 3 อันแบบกว้างๆ
  769. 41:45นะครับโอเคอันนี้ก็จะเป็นหน้ากราฟicให้
  770. 41:49ลองดูนะครับแบบแรกใช่มยก็คือถ้ามัน
  771. 41:52เว็บไซต์ Shopee เ้าใจดีเ้าทำมาให้เรียบ
  772. 41:55ร้อยเราก็แค่กดดาวน์โหลดเป็น Excel เป็น
  773. 41:59JSON ไฟล์หรือเป็น CSV ไฟล์ออกมาแล้วก็
  774. 42:02ไปเปิดใน Python หรือเป็นเปิดใน Excel ก็
  775. 42:06ดูไม่น่ามีปัญหาอะไรนะครับแบบที่ 2 เรา
  776. 42:09ต้องสร้าง CFT เป็นลักษณะเป็น ATI แล้ว
  777. 42:13เราก็จะส่ง Request ไปที่ Server ของเขา
  778. 42:16แล้ว Server ก็จะส่งบางทีก็จะเป็น respon
  779. 42:19ออกมาเป็น page หรือเป็นรูปแบบ Jon กลับ
  780. 42:21มาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราแล้วค่อย
  781. 42:23เอามาประมวลผลต่อนะครับแบบที่ 3 เราจะ
  782. 42:27เรียกแบบเว็บ straping นะครับคือกรณีที่
  783. 42:29เราเปิดเว็บไซต์อะไรเงี้ยแล้วมันไม่มีแบบ
  784. 42:31ที่ 1 แบบที่ 2 ให้แบบที่ 3 คือแบบสุด
  785. 42:34ท้ายแล้วจริงๆที่เราอยากได้ข้อมูลแต่ว่า
  786. 42:37เอ่อเว็บเไม่ provide ให้ก็ไปเปิดจากหน้า
  787. 42:40เว็บแล้ว Python สามารถดูจากหน้าเว็บแล้ว
  788. 42:43ก็เขียนโค้ดแล้วก็ดึงออกมาจากสิ่งที่เรา
  789. 42:46มองเห็นเวลาเรา browse the เว็บไซต์นั่น
  790. 42:49เองนะครับเราก็สามารถทำได้ลักษณะประมาณ
  791. 42:52นี้นะครับมี 3 วิธีที่สามารถทำได้นะครับ
  792. 42:55แบบไหนง่ายสุดก็คือแบบที่ 1 ใช่มั้ยแบบ
  793. 42:58ที่ 2 ก็ยากขึ้นมาแบบที่ 3 ก็คือยากขึ้น
  794. 43:00มาอีกนะครับถ้ามีแบบที่ 1 แล้วเนี่ยก็จะ
  795. 43:03แบบโชคดีแบบที่ 2 ก็มีต้องใส่เอฟortร์นิด
  796. 43:07หน่อยแต่แบบที่ 3 เนี่ยก็efforรค่อนข้าง
  797. 43:09เยอะนั่นเองก็ไล่ๆไปตามนั้นนั่นเองนะครับ
  798. 43:15โอเคมาดูตัวอย่างกัน้วยกันนะครับก็เอ่อ
  799. 43:21เป็นลักษณะประมาณนี้นะครับถ้ากรณีแรกนะ
  800. 43:24ครับเอ่อเรามี researcher อยู่นะครับแล้ว
  801. 43:28ก็ต้องการจะศึกษาว่าเอ่อมี movie review
  802. 43:32มีหนังอยู่ประมาณ
  803. 43:34100 เรื่อง 1,000 เรื่องเนี่ยแล้วก็มีคน
  804. 43:36มารีวิวหนังประมาณ 10,000 รีวิวนะครับถ้า
  805. 43:41เอ่อเว็บไซต์เค้ามี provider มาให้แล้วกด
  806. 43:44ดาวน์โหลด CS F นี้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
  807. 43:46นะครับสมมุติ Series ทั้ง 2 คือว่าสมมุติ
  808. 43:49ว่าต้องการจะดึง information พิเศษมาอัน
  809. 43:52นี้คือเป็นตัวอย่างก็คือสมมุติว่าต้องการ
  810. 43:54จะดึง
  811. 43:56หน้าฟีดของ Accun เราใน IG มาใช่มยเราก็
  812. 44:00จะส่ง API request ไปที่ IG Server
  813. 44:04หรือ TikTok Server แล้วก็ดึงมาว่าโอเค
  814. 44:08จากเอ่อ Account ของอาจารย์จักรพันธ์จะมี
  815. 44:13เอ่อโฮสอะไรบ้างที่จะมาโชว์ในหน้าของคน
  816. 44:17นั้นอันเนี้ยก็จะใช้ API นั่นเองนะครับ
  817. 44:21Sund ก็จะคล้ายๆกันหรือ 4 เคือเขาบอกว่า
  818. 44:23จะ information อะไรบางอย่าง information
  819. 44:26about ข้อมูล about Pokemon ก็ได้
  820. 44:28เหมือนกันจะมีโชว์นะครับหรือจะเป็นข้อมูล
  821. 44:31เกี่ยวกับข่าวสารต่างๆมันก็จะมี API
  822. 44:34เหล่าเนี้ยให้สามารถไป connect แล้วก็ไป
  823. 44:37ดึงมานั่นเองนะครับหรือถ้าสุดท้ายแล้วมัน
  824. 44:41ไม่มีจริงๆเราก็ใช้สิ่งที่เรียกว่า
  825. 44:43scriping หรือ web crawing นั่นเองนะ
  826. 44:45ครับ
  827. 44:46เคแบบที่ 1 นะครับแบบที่ 1 มีอะไรได้บ้าง
  828. 44:51คือเป็น CS F นะครับก็จะมี 3 ที่หลัก
  829. 44:55ที่คนใน data ที่เขาใช้กันนี่คือจาก Cago
  830. 44:58ถ้าใครไม่เคยได้ยิน CO เนี่ยก็คือจะเป็น
  831. 45:01เว็บไซต์ที่เขาเอ่อ host competition
  832. 45:05พวก data science ต่างๆแล้วก็จะมีชุดข้อ
  833. 45:07มูลเหล่านี้อยู่หรือก็จะเป็นพวก huging
  834. 45:10face dataset ก็ได้หรือจะเป็น GitHub
  835. 45:11ก็ได้นะครับต้องยกตัวอย่างกดเข้าไปนะครับ
  836. 45:14ใน Cle นะครับแล้วก็ Search ใช่มย Search
  837. 45:18เนี่ยมันมี Pokemon Company Data เราก็
  838. 45:22ไปดูว่า data ของเค้าเนี่ยมีอะไรบ้างที่
  839. 45:25สามารถดึงไปได้บ้างนั่นเอง TCC คลาสมี
  840. 45:29สมมุติว่าเสิร์ชว่าอะไรอีกเสิร์ชว่า
  841. 45:33เอ่ออ่า
  842. 45:36อืม
  843. 45:38เอ่อ Cancer Data 1 cancer ก็คือ
  844. 45:42สมมุติว่าต้องการจะศึกษาคนป่วยนะครับผู้
  845. 45:46ป่วยมะเร็ง
  846. 45:49โอเคเราก็กดลงไปนะครับเราก็ดูว่าเรามี
  847. 45:54อะไรมาบ้างลองมาดูในนี้นะครับแล้วเค้าก็
  848. 45:58จะบอกว่าโอเคไซensมันคือ CC0 ก็คือว่ามัน
  849. 46:01ใช้ได้ฟรีแค่บอกให้เครดิตเค้าหน่อยนะครับ
  850. 46:05ก็หน้าตาก็คือจะเป็นลักษณะเป็น Excel
  851. 46:07file ใช่มยแล้วก็มาดู data ดูว่าเป็นแบบ
  852. 46:11ไหน she โชว์มเอ่ยโอเคมีอายุมีเพศใช่มั้ย
  853. 46:181 2 1 อาจจะเป็นผู้ชาย 2 เป็นผู้หญิง
  854. 46:20ต้องไปอ่านจาก data เด็กอีกทีมี air
  855. 46:23poution ต่างๆแล้วก็มี risk ต่างๆพวก
  856. 46:26เนี่ยเป็นเลขออกมามี 1,000 rows ลักษณะ
  857. 46:28ประมาณนี้นะครับ
  858. 46:31มันก็จะมีเอ่อเอ่อข้อมูลอื่นๆอย่างเช่นใน
  859. 46:36hcking face dataset ก็คือเป็น dataset
  860. 46:38ที่ยุคปัจจุบันเขานิยมใช้กันในเทรนด์พวก
  861. 46:41AI สมัยใหม่อยากจะได้ dat ประเภทไหน data
  862. 46:44ประเภท text ใช่มยหรือ data ประเภทเสียง
  863. 46:47ก็ได้หรือเป็น table ก็คือจะเป็นลักษณะ
  864. 46:50เป็น table นั่นเองนะครับเอ่อสมมุติ test
  865. 46:55แบบ text หรือกัน text แบบไหนดีเอ่อ
  866. 47:00สมมุติเอ่อบอกว่า sentiment sentiment
  867. 47:05sentiment
  868. 47:07อ่า sentiment analysis นะครับ sentiment
  869. 47:09analysis คือการที่เรามีเอ่อเอ่อ
  870. 47:14sentence อยู่ก็คือเป็นในภาษาอังกฤษหรือ
  871. 47:16ภาษาไทยแล้วก็พยายามจะ infer หรือหรือ
  872. 47:20อนุมานว่าเอ่อเอ่อคนที่เขียนเนี่ยเขารู้
  873. 47:23สึกยังไงอย่างเช่นรู้สึก
  874. 47:26ใช่ไหมครับแล้วรู้สึกกับสิ่งนี้ใช่มก็คือ
  875. 47:30มัน positive แล้วเบอกว่าเนี่ย that
  876. 47:32sucks to hear นะ I hate days like
  877. 47:35that ก็คือฉันเกลียดมันแล้วฉันรู้สึกไม่
  878. 47:38ดีมันเป็น negative เราก็สามารถเอาข้อมูล
  879. 47:40เหล่าเนี้ยนะครับไปใช้ในการวิเคราะห์หรือ
  880. 47:43อะไรก็ได้พวกเนี้ยมันก็จะเป็นข้อมูลที่
  881. 47:46เาค้ามีให้อยู่แล้วนะครับที่อยู่ใน
  882. 47:48อินเทอร์เน็ตนะครับสามารถไปดาวน์โหลดได้
  883. 47:52หรือจะเอาจากที่ไหนมาก็ได้นั่นเองนะครับ
  884. 47:56กแหล่งนึงที่สมมุติว่าคนเขียนโค้ดเยอะๆ
  885. 48:00เาค้าก็จะไปโฮสข้อมูลเหล่านั้นในกิพวก
  886. 48:04เอ่อไฟล์โปรเจคต่างๆนะครับถ้าใครมีโอกาส
  887. 48:08ก็สามารถเข้าไปลองเล่นดูได้นั่นเองนะครับ
  888. 48:13ก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้จะเป็น CSV ก็ได้
  889. 48:16เป็น Excel ก็ได้ Jon สุดท้ายแล้วมันคือ
  890. 48:18เป็นไฟล์ที่สำเร็จเรียบร้อยสามารถเอามา
  891. 48:21ใช้งานได้โดยตรงนั่นเองนะครับอย่างเช่น
  892. 48:23เอ่อ CS fre ก็คือมี text แล้วก็มีคอม
  893. 48:26ใช่มยก็คือหมายความว่าเอ่ออีกคอลัมน์
  894. 48:30หนึ่งนั่นเองก็คือเนี่ยคอลัมน์ที่ 1
  895. 48:32คอลัมน์ที่ 2 คอลัม Text คอลัมคำว่า Star
  896. 48:35Great Service 5 star ทอย 4 2 ถ้า
  897. 48:38เป็น Excel ก็คือเป็นแบบนี้นะครับหรือจะ
  898. 48:40เป็นลักษณะเป็นสันที่เราคุ้นชินกันก็คือ
  899. 48:45Python dictionary นั่นเองนะครับก็ก็
  900. 48:48ไม่ต่างกันก็ process เหมือนกันนะครับ
  901. 48:53ส่วนถัดมานะครับส่วนที่ 2 นะครับก็จะมาดู
  902. 48:56สิ่งที่เรียกว่า API นะครับ API คืออะไร
  903. 48:59ก็คือ API ก็คือ
  904. 49:02เอ่อการที่เราจะเอ่อ Craft request ไปหา
  905. 49:07Service ต่างๆหรือ server ต่างๆ API
  906. 49:10เนี่ยย่อมาจาก Application Programming
  907. 49:13Interface นั่นเองนะครับซึ่งมันเป็นการ
  908. 49:16define rules ก็คือกฎหรือโปรตคอก็คือ
  909. 49:19วิธีการที่ซอฟต์แวร์เค้าคุยกันนั่นเองนะ
  910. 49:23ครับก็คือซอฟต์แวร์คุยกันในแต่ละประเภทนะ
  911. 49:26ครับก็ลองนึกถึงภาคนะครับก็ให้คิด
  912. 49:32เป็นแบบนี้ก่อนก็ได้นะครับสมมุติว่าเราไป
  913. 49:35ร้านอาหารใช่มยนะครับเราเป็น customer
  914. 49:39คือเป็นผู้สั่งคนคนที่จะสั่งอาหารใช่มั้
  915. 49:43ครับเราก็จะมีเอ่อคนที่ทำอาหารใช่มั้ยก็
  916. 49:47คือเชฟนะครับซึ่งระหว่างคนที่สั่งอาหาร
  917. 49:49เนี่ยกับคนทำอาหารเนี่ยก็ต้องมีบ่อยหรือ
  918. 49:52เป็นเวอร์นั่นเองนะครับหรือคนเป็น server
  919. 49:55ให้เราช่วยในการรับอ่า request หรือรับคำ
  920. 49:59สั่งเพื่อจะไปบอกว่าควรทำอะไรแล้วก็เอา
  921. 50:02อาหารเนี่ยส่งกลับคืนมานั่นเองนะครับนึก
  922. 50:05ถึงภาพก็จะคล้ายๆเอ่อเวลาเขียน Python
  923. 50:08สมมุติว่าเราต้องการข้อมูลอะไรบางอย่าง
  924. 50:11ใช่มสมมุติต้องการข้อมูลเอ่อโพสของ
  925. 50:15account ใน IG ใช่มเราก็บอกว่าช่วยไปดึง
  926. 50:19ข้อมูลของ Accun ชื่อของนายจักรพันธ์มา
  927. 50:22ให้หน่อยแล้วก็ไปบอก Server IG มา Server
  928. 50:26IG ก็โอเครับเอา ID จักรพันธ์มาลิสออกมา
  929. 50:29ให้หน่อยว่า ID จักรพันธ์ข้อมูลโพสของเขา
  930. 50:32ควรเป็นอะไรบ้างแล้วก็ส่งข้อมูลกลับมา
  931. 50:34นั่นเองนะครับกลับมาที่ตัวเอ่อตัว
  932. 50:38แอปพลิเคช IG ของมือถือของอาจารย์นั่นเอง
  933. 50:41นะครับก็จะเห็นได้ว่าเนี่ยวิธีการเขาออก
  934. 50:44แบบก็จะออกแบบมี API ขั้นระหว่างตัวกลาง
  935. 50:47นะครับเพื่อให้เค้ามีการแบ่งแยกกันชัดเจน
  936. 50:51ระหว่าง user แล้วก็ provider นั่นเอง
  937. 50:55หรือเป็น provider service provider
  938. 50:57นั่นเองเพราะไม่งั้นเนี่ยถ้าเราไม่มีตรง
  939. 50:59กลางมันจะอาจจะเวลาที่เขาคุยกันอาจจะมี
  940. 51:04ปัญหาการที่มีตรงกลางเนี่ยมันจะมีสแตนารด
  941. 51:07เดียวกันเวลาที่เขาคุยแล้วเวลาจะไปถาม
  942. 51:10อะไรพวกเนี้ยมันก็จะง่ายนั่นเองนะครับและ
  943. 51:13อีกข้อนึงข้อดีก็คือว่าการที่เรามีตรง
  944. 51:15กลางเนี่ยเราจะช่วยในการแบ่งแยก User กับ
  945. 51:20Server จากกันเพราะว่าถ้าไม่แบ่งแยก User
  946. 51:24ไม่ดีบางคนสามารถเข้าไปโจมตีเอ่อ Server
  947. 51:28ได้ดังนั้นเนี่ยการมีพวก ATI มันก็จะเป็น
  948. 51:31ขั้นกลางอีกชั้นนึงช่วยในการเอ่อป้องกัน
  949. 51:34ในสิ่งเหล่านี้อะไรประมาณนี้ให้เป็น
  950. 51:36standard เดียวกันทุกอย่างก็จะเป็น
  951. 51:37ลักษณะประมาณนี้นั่นเองนะครับ
  952. 51:41โอเค API ใช้ทุกอย่างในมือถือเราทุกอย่าง
  953. 51:46ที่เรามีแอปต่างๆมันดึงข้อมูลผ่าน API
  954. 51:49ทั้งนั้นนะครับแต่ว่าเรามัน high
  955. 51:52complexity อันนี้ไว้คือเค้าไม่ได้บอก
  956. 51:54ว่ามันคือ API นะครับเอ้ยอย่างเช่นสมมุติ
  957. 51:56เรามีแอป Facebook ใช่มั้ยแอป Twitter
  958. 51:59แอป Instagram แอป TikTok ใช่มั้ยครับ
  959. 52:01สิ่งที่เกิดขึ้นคือไอ้แอปเหล่านั้นเนี่ย
  960. 52:04ที่เรา install แอปในมือถือของเรามันก็จะ
  961. 52:08เป็นแอปเปล่าที่มันเป็นโครงอยู่โครงการ
  962. 52:13visualization โครง UI พวกนี้สิ่งที่เรา
  963. 52:16ทำก็คือว่าเรา sign in ใช่มั้ยครับเข้า
  964. 52:19ไปในแอปของเราก็คือเราบอกว่าเราชื่อ acc
  965. 52:22account อะไร ID อะไรใช่มยแล้วสิ่งที่
  966. 52:25เกิดขึ้นคือพอสายอินเรียบร้อยปุ๊บเราไอ้
  967. 52:28ตัวโครงของตัวแอป client ของเราเนี่ยจะ
  968. 52:30รู้ว่าเราชื่ออะไรมันก็จะส่ง request นะ
  969. 52:33ครับ API request ไปยังเอ่อ Server ของ
  970. 52:37Facebook F ของ Meta F ของ TikTok
  971. 52:40แล้วก็บอกว่า ID ของเราของคนเนี้ยควรจะมี
  972. 52:44ข้อมูลอะไรบ้างอย่างเช่นเพื่อนมีใครบ้าง
  973. 52:48โพสต์วันนี้ควรได้เห็นคืออะไรบ้างฟีดที่
  974. 52:51ให้ได้เห็นควรเป็นอะไรบ้างก็จะส่งแล้วก็
  975. 52:54จะ cft นะครับแล้วก็เอาค่าเหล่าเนี้ยส่ง
  976. 52:57กลับมาที่เป็นตัว client ของเราแล้วก็
  977. 53:00หน้าที่ของ client ก็คือรับข้อมูลมาแล้ว
  978. 53:02ก็มาโชว์นั่นเองนะครับโชว์ออกมาคือข้อมูล
  979. 53:06ส่วนใหญ่ที่รับมาจะเป็นลักษณะเป็นjันก็
  980. 53:08คือแล้วเราค่อยมามันจะเอาเจสันแล้วก็มา
  981. 53:11แปลงจากโครงในแอีกทีแล้วก็ออกมาเป็นรูป
  982. 53:15ภาพเป็นวีดีโอให้เราสวยงามนั่นเองนะครับ
  983. 53:21หรือเราใช้พร้อม pay หรือใช้บัตรเครดิต
  984. 53:24ใช่มั้ยครับก็จะเหมือนกันนะครับก็มันจะ
  985. 53:28ที่เราสแกนผ่าน QR Code ใช่มั้ยครับก็
  986. 53:31เมื่อถือของเราใช่มยเราก็จะส่ง API
  987. 53:34request ไปที่เอ่อเอ่อหลายๆที่อย่างเช่น
  988. 53:38ก็ตรงไปที่แบงค์ใช่มั้ครับว่าโอเคนาย A
  989. 53:41ต้องการจ่ายเงิน 50 บาทไปที่ร้านค้าร้าน
  990. 53:45ค้า 1 นะครับมันก็จะฟันอันเนี้ยเป็น
  991. 53:48request ส่งไปที่แบงค์แล้วแบงค์ก็จะ
  992. 53:52verify ใช่มั้ยว่าเรามีเงินพอที่จะจ่าย
  993. 53:56เอ่อสินค้านี้มใช่มั้ยถ้าจะเงินพอปุ๊บ
  994. 54:00เค้าก็เอ่อเก็บrecคคอร์ดไว้ไปหักเงินของ
  995. 54:04accเคาเราแล้วก็ไปเพิ่มเงินของaccเคาร้าน
  996. 54:09ค้าใช่มั้ครับเสร็จแล้วเราก็พอเค้าทำ
  997. 54:12เสร็จเรียบร้อยปุ๊บเค้าก็จะส่งเอ่อเอ่อ
  998. 54:15ข้อมูลจับไปที่มือถือของเราก็บอกว่าโอเค
  999. 54:18เอ่อ request ที่ยูใช้ขอจต่าตังค์อันนี้
  1000. 54:23มันทำสำเร็จเรียบร้อยแล้วก็จะขึ้นมาใน SCB
  1001. 54:26ขึ้นใน KB ที่เราใช้จากนั่นเองนะครับก็จะ
  1002. 54:28เป็นลักษณะประมาณนี้นะครับ
  1003. 54:31หรือจะเป็น API อื่นๆอย่างเช่นเราไปดึง
  1004. 54:34ข้อมูลมาจากข้อมูลเอ่อเอ่ออมกุตุใช่มั้ย
  1005. 54:38กลมอุตุหรือเอ่อข้อมูลสภาพดินฟ้าอากาศแต่
  1006. 54:42ละวันก็จะไปดึงมาจาก Server Working
  1007. 54:44นั่นเองนะครับก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะ
  1008. 54:47ครับซึ่งเวลาการจะไปดึง Server ดึงข้อมูล
  1009. 54:50มาเค้าทำยังไงนะครับก็จะทำสเต็ปประมาณนี้
  1010. 54:53นะครับสเต็ปแรกลองดูไล่ตามแรกไปก็คือ
  1011. 54:56ต้องการสิ่งที่ทำก็คือต้องสร้าง request
  1012. 54:58นะครับ request เหล่านี้เราจะเรียกว่า
  1013. 55:01http
  1014. 55:02http request นั่นเองนะครับสิ่งที่เเรา
  1015. 55:07ต้องมีก็คือว่าเราก็ต้องมี 3 อย่างอันนี้
  1016. 55:10นะครับอันแรกก็คือ end point นะครับ end
  1017. 55:13point ก็คือบอกว่าจะไปที่ไหนใช่มั้เราจะ
  1018. 55:16ส่งเหมือนเราส่งไปรษณีย์อ่ะอันนี้คือส่ง
  1019. 55:19request ของเราไปที่ server ที่อยู่ที่
  1020. 55:22URL ไหนนะครับก็สมมุติว่าไอ้ตัว server
  1021. 55:26ข้อมูลเนี่ยอยู่ในชื่อ API. example
  1022. 55:30เอ้.comแล้วก็/123อะไรประมาณนี้นะครับ
  1023. 55:33อันเนี้ยก็คือ end point นะครับอันที่ 2
  1024. 55:36ก็คือเป็นคำสั่งนั่นเองสมมุติว่ามันจะมี 2
  1025. 55:41คำสั่งหลักๆที่เขาใช้กันเยอะๆ get ก็คือ
  1026. 55:44ว่าเราต้องการจะเอาข้อมูลจาก end point
  1027. 55:47นี้อันนี้คือ get นั่นเองแล้วจะมีคำสั่ง
  1028. 55:50อื่นอีกอย่างเช่นคำสั่งว่า post ก็คือการ
  1029. 55:53ที่การที่เราอัปเดตข้อมูลใน server ก็จะ
  1030. 55:57เป็นโพสหรือจะเป็นคำสั่งอัปเดตอะไรประมาณ
  1031. 55:59เนี้ยนะครับแต่คำสั่งหลังคือเป็น get ขอ
  1032. 56:01ในวิชานี้ขอเป็น get กันนะครับ
  1033. 56:04แล้วหลังจากนั้นนะครับพอ server เข้าใจคำ
  1034. 56:07สาคำ request ใช่มั้ครับมันก็ไปเตรียม
  1035. 56:11data มาเตรียม data เสร็จเรียบร้อยปุ๊บ
  1036. 56:13ก็จะ return ออกไปซึ่งส่วนใหญ่ที่จะ
  1037. 56:16return เนี่ยก็จะ return ใน jon format
  1038. 56:18นั่นเองนะครับก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเอ่อ
  1039. 56:22Python Dictionary หรือหรือเจสันเนี่ย
  1040. 56:24อาจารย์ถึงค่อนข้างย้ำมากๆเพราะทุกอย่าง
  1041. 56:26ในปัจจุบันมันออกมาเป็นลักษณะเป็น JSON
  1042. 56:28format กลับมาที่เครื่องใน Python ของ
  1043. 56:31เรานั่นเองนะครับแล้วเราก็ไปประมวลผลต่อ
  1044. 56:35ประมาณนี้นั่นเองนะครับ
  1045. 56:38ซึ่งตอน return นะครับก็สามารถเช็คได้ว่า
  1046. 56:42สิ่งที่เขา้า return มานะครับมันเอ่อถูก
  1047. 56:45ต้องมากน้อยอย่างไรอย่างเช่นก็คือว่าเอ่อ
  1048. 56:48พอ return มาแล้วเนี่ยมันจะมีสิ่งที่แนบ
  1049. 56:51มาด้วยก็คือเรียกว่า Status Code นั่น
  1050. 56:52เองนะครับก็ Status Code หมายความว่าถ้า
  1051. 56:56เลขออกมาบอกว่าสเตตัสเท่ากับ 200 นะครับ
  1052. 56:59เป็นเลขที่เขากำหนดมาไว้ตั้งแต่ต้นเนี่ย
  1053. 57:02มันจะหมายความว่าโอเค request มันทำงาน
  1054. 57:05ได้ถูกต้อง 100% ถ้าผลลัพธ์เจันที่ได้ออก
  1055. 57:08มาเนี่ยสตารโทษของเรามันคือ 404 ไม่ไม่
  1056. 57:12แน่ใจว่าเราเคยเห็นหรือเปล่า 404 เนี่ย
  1057. 57:14มันจะเกิดมันบอกเกิด error เกิดขึ้นก็คือ
  1058. 57:17data ไม่เจอหรือ not f นั่นเองนะครับ
  1059. 57:22หรือเอ่อ request ออกมาแล้วก็ได้ return
  1060. 57:25jon ออกมาเป็น 400 ก็คือ back request
  1061. 57:27เราอาจจะ cft อะไรผิดตอน request ของเรา
  1062. 57:30ก็จะเป็นลักษณะประมาณนั้นนั่นเองนะครับ
  1063. 57:34โอเคนะอันนี้ก็คือจะเป็นเอ่อเอ่อเว็บ API
  1064. 57:39ที่เราต้องการจะไปดึง data กันนั่นเองนะ
  1065. 57:41ครับซึ่งเวลาดึงdata้านะครับก็อย่างที่
  1066. 57:45บอกไปเราจะใช้ library ตัวนึงที่ชื่อว่า
  1067. 57:49เอ่อ request มาช่วยในการส่งข้อมูลผ่าน
  1068. 57:53อินเทอร์เน็ตให้เราจะไม่นั่งเขียนเหมือน
  1069. 57:56เอ่อ HTTP เองเราแค่ใช้ library ตัวนี้
  1070. 58:01นั่นเองนะครับ request มี s อย่าลืมนะ
  1071. 58:04ครับก็เอา import request มามันเป็น
  1072. 58:07standard library อยู่แล้วนะครับแล้วก็
  1073. 58:09ใช้คำสั่ง dog get นะครับแล้วเราก็ใส่
  1074. 58:13end point ไปบอกว่าต้องการจะ
  1075. 58:16เอาข้อมูลอะไรจากอันไหนนั่นเองแล้วก็จะ
  1076. 58:18ได้ respon กลับขึ้นมาสั้นๆง่ายๆแค่นี้
  1077. 58:22แค่ 2 บรรทัดนั่นเองนะครับเดี๋ยวจะมีตัว
  1078. 58:26ให้เล่นให้ดูเล่นให้ดูนะครับใน request
  1079. 58:29ในอันนึงนะครับ
  1080. 58:32ซึ่ง request เนี่ยก็อย่างที่บอกไปนะครับ
  1081. 58:34ก็ต้องสิ่งที่ end point ก็คือบอกว่า
  1082. 58:37ต้องไปที่ server ไหนแล้วก็ในแต่ละ Server
  1083. 58:40เนี่ยมันจะมี slash เอ่อย่อยๆไปอีกว่าบาง
  1084. 58:44ที server เนี่ยสามารถเอ่อมีหลาย service
  1085. 58:47ข้อมูล data อาจจะ/ data ข้อมูล account
  1086. 58:50อาจจะ/ account ก็ไปหาตัว end point ให้
  1087. 58:55ถูกต้องตามที่เค้าเอ่อ provide ให้เรา
  1088. 58:59หรือ service provider ทำให้เรานั่นเอง
  1089. 59:01นะครับแล้วเราก็ใช้คำสั่ง get คือไปดึงมา
  1090. 59:04มันก็จะไปเรียบร้อยมันจะกลับมาใส่เกสัใน
  1091. 59:08respons ที่เป็น variable ให้เราแล้วเรา
  1092. 59:10ก็สามารถใช้บอกโอเคอยากดูว่า respon ของ
  1093. 59:13เรามันทำงานได้ถูกต้องหรือเปล่าถ้าทำงาน
  1094. 59:15ได้ถูกนะครับก็จะเช็คว่าเนี่ย response
  1095. 59:19code เท่ากับ 200 เท่ากับเท่ากับ 200
  1096. 59:21หรือเปล่าถ้าใช่ก็แสดงว่ามันทำงานได้ถูก
  1097. 59:25เราก็สามารถเช็คได้โดยทำแบบนี้นะครับแล้ว
  1098. 59:29ก็พอมันผ่านปุ๊บเราก็บอกปริ้นเจสออกมา
  1099. 59:32แล้วก็เลือกออกมาใช้นั่นเองนะครับ
  1100. 59:36ก็ยกตัวอย่างเหมือนที่เอ่อโชว์ให้ดูใช่
  1101. 59:39มั้ว่ามันมาจากมันจะมีเอ่ออีกอันนึงที่
  1102. 59:43ชื่อว่า news นะครับอันเนี้ยก็คือเป็นตัว
  1103. 59:47จริงที่ได้ออกมามันก็จะแบบค่อนข้างเป็น
  1104. 59:51nested data structure ที่มันมันมัน
  1105. 59:53มันมากๆก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้อง
  1106. 59:57อ่านให้เป็นใช่มั้ยว่าจะเลือกสิ่งที่เรา
  1107. 59:59ต้องการ
  1108. 1:00:01เลือกยังไงนั่นเองมาจากอันนั้นนั่นเองนะ
  1109. 1:00:04ครับเป็นเหตุผลว่าก่อนเทอมมันเลยอาจารย์
  1110. 1:00:06เลยย้ำในสิ่งนี้นั่นเองนะครับ
  1111. 1:00:11โอเคมาลองเล่นกัน
  1112. 1:00:15ดีกว่านะครับเอ่ออันแรกนะครับก็เราจะมา
  1113. 1:00:20มันจะมีเซอรiceอันนึงที่เค้าทำมาซึ่ง
  1114. 1:00:25service อันนี้นะครับเขาเรียกว่า P HDI
  1115. 1:00:28นะครับเขาจะเป็นคล้ายๆคลังข้อมูลPoอนตั้ง
  1116. 1:00:33แต่อันแรกอะไรนะตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก
  1117. 1:00:37Yellow Lin Bull แล้วก็มาถึงเวอร์ชั่น
  1118. 1:00:39ปัจจุบัน Wins สักอย่างนั่นเองนะครับโอเค
  1119. 1:00:43แล้วเขาก็จะเก็บข้อมูลต่างๆว่าPok่อนชื่อ
  1120. 1:00:46อะไร Evolu เมื่อไหร่ท่าอะไรบ้างเจอที่
  1121. 1:00:49ไหนเอ่อ BR อะไรอยู่ในนี้หมดเลยนะครับ
  1122. 1:00:54แล้วเค้าก็ทำเป็น service ก็คือทำเป็น
  1123. 1:00:56service API ให้เราสามารถส่ง request
  1124. 1:01:00ผ่านพวก Python พวกเนี้ยไปถามเพื่อดึงข้อ
  1125. 1:01:03มูลมาเค้าได้นั่นเองนะครับอ่ะลองกดไปดูนะ
  1126. 1:01:07ครับมันก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับ
  1127. 1:01:11เอ่อขอกดเป็น V2 อาจารย์กดตรงนี้นะครับก็
  1128. 1:01:14เนี่ยก็คือจะเป็น API ต่างๆก็ลองไปอ่านดู
  1129. 1:01:17ว่ามันทำอะไรมาบ้างนะครับมันก็จะมี
  1130. 1:01:20documentation อยู่ว่าเค้าสามารถถามอะไร
  1131. 1:01:23ได้บ้างอย่างเช่นถามเอ่อแชทถามเอ่อถาม
  1132. 1:01:27ว่าี่มีข้อมูลอะไรบ้างใช่มั้ยถามว่าเอ่อ
  1133. 1:01:32เอ่อPoemอนอันเนี้Poemอนตัวหลักเลยใช่
  1134. 1:01:35มั้ยใช่มก็คือมีชื่ออะไรบ้างข้อมูลของเขา
  1135. 1:01:39เป็นอะไรบ้างใช่มสิ่งที่ทำเค้าก็จะบอกมา
  1136. 1:01:42ว่าเนี่ยโอเคเอ่อเขามี end point มาให้
  1137. 1:01:46ตามนี้นะก็คือใช้คำสั่ง get เนี่ย end
  1138. 1:01:49point ของเขาคืออันนี้นะครับสมมุติ
  1139. 1:01:52ต้องการจะหาว่าPoemอนสามารถมีท่าอะไรมา
  1140. 1:01:56บ้างเห็นมยครับเราก็อันนี้คือ End Point
  1141. 1:01:59แล้วเราก็ไปเปลี่ยนตรงนี้เปลี่ยนให้กับ
  1142. 1:02:02ค่อยเข้ากับ Pokemon Name หรือ Pokemon
  1143. 1:02:04ID อย่างเช่น Pok 1 ก็คือชื่อบบซใช่มย
  1144. 1:02:08ก็ใส่ลงไปเลข 1 หรือใส่บบซลงไปหรือเอ่อจะ
  1145. 1:02:12ไปใช้ชื่อคนอื่นอะไรปิกาจูใส่ลงไปในนั้น
  1146. 1:02:15นั่นเองนะครับเราสามารถ
  1147. 1:02:18ลองเล่นผ่านตัวเอ่อ
  1148. 1:02:24เน่าจะมีสักครู่นะครับเอ่อให้ลองเล่นได้
  1149. 1:02:30เดี๋ยวขอให้น้องเน้น
  1150. 1:02:33ขออนุญาตนะครับ
  1151. 1:02:37อันสิ่งที่เรียกว่าอ้อโอเคนะครับตรงนี้นะ
  1152. 1:02:41ครับเล่นจากตรงนี้ได้ API V2 เราก็มา
  1153. 1:02:44เล่นตรงนี้ว่าอยากจะเปลี่ยนไปไหนสมมุติ
  1154. 1:02:46ว่าPoโกมอนใช่มั้ยก็คือหาข้อมูลPoemอนนะ
  1155. 1:02:49ครับแล้วก็สมมุติว่าเป็น
  1156. 1:02:53สะกดไหนเอ่ย ch โอเคเราก็กด submit ไป
  1157. 1:02:57เห็นมพอ submit ปุ๊บเนี่ยมันก็ไปเอ่อจะ
  1158. 1:03:02ได้ data อันนี้มานะครับตอนแรกเนี่ยมัน
  1159. 1:03:04เป็นอยู่ตอนนี้มันกลายเป็นปิาจูแล้วเขาก็
  1160. 1:03:06จะมี ID 25 นะแล้วก็มี abity 1 2 3
  1161. 1:03:11แล้วข้างในมันก็จะเป็น nexted data
  1162. 1:03:12structure แบบเยอะๆเต็มไปหมดอะไรเงี้ยนะ
  1163. 1:03:15ครับก็สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้นั่นเอง
  1164. 1:03:19นะครับอ่ะก็ตัวเนี้ยมันก็บอกว่า serving
  1165. 1:03:24over 5 เอ่อ 50,000 ล้าน API ต่อต่อ
  1166. 1:03:31เดือนนั่นเองนะครับก็คือเป็น free Rful
  1167. 1:03:34IPI ก็คือที่เราใช้เนี่ยจะเป็นลักษณะที่
  1168. 1:03:36ว่าเป็น Rful IPI นั่นเองนะครับ
  1169. 1:03:40โอเคก็คือเนี่ยพวกเนี้ยมันก็จะมีเรียบ
  1170. 1:03:42ร้อยคือไอ้ตัว G API ก็คือเป็น Service
  1171. 1:03:44Provider ที่เราอยากจะลองไปยิงเอ่อ CL
  1172. 1:03:48API เพื่อยิงข้อมูลมานั่นเองนะครับโอเค
  1173. 1:03:52อ่ะทำยังไงนะครับสมมุติอยากจะเขียนโค้ดใน
  1174. 1:03:56Python นะครับก็ใช้คำสั่ง request นะ
  1175. 1:03:59ครับเราก็จะ cft URL มาใช่ม CFT URL
  1176. 1:04:03ปุ๊บเราก็
  1177. 1:04:06get ก็แค่เอา UL อันนั้นเนี่ยใส่ลงมาใช่
  1178. 1:04:08มแล้วก็ time out ก็คือเหมือนแบบบางที
  1179. 1:04:11การส่งข้อมูลไปมาเนี่ยบางที Server มัน
  1180. 1:04:15ใช่มั้ยเราก็บอกว่าจะรอรอถึง 10 วินาที
  1181. 1:04:19เราก็ใส่ถาม out เท่ากับ 10 ไปถ้าถ้าเกิน
  1182. 1:04:2110 วินาทีก็คือเป็นบอกว่า request fail
  1183. 1:04:23อาจจะต้องถามใหม่อะไรลักษณะประมาณนี้เป็น
  1184. 1:04:26ต้นนะครับโอเคแล้วข้อมูลออกมาเราก็เชฟบอก
  1185. 1:04:29ว่าถ้ามันสตารเท่ากับ 200 ปุ๊บแสดงว่าข้อ
  1186. 1:04:31มูล request มัน successful สามารถดึงข้อ
  1187. 1:04:33มูลมาได้แล้วก็เอา data เหล่าเนี้ยนะครับ
  1188. 1:04:36มาเอาข้อมูลที่เราสเป็นjันออกมาแล้วเจสัน
  1189. 1:04:39ออกมาปุ๊บมันจะกลายเป็นเอ่อ Python Dey
  1190. 1:04:42ให้เราแล้วก็โชว์มันออกมานั่นเองนะครับ
  1191. 1:04:45โอเคเราก็มาลองกันใน Python กันนะครับ
  1192. 1:04:54ตึดๆเอ่อ
  1193. 1:04:57โคดนะครับแล้วก็ปริ้นมันออกมาใช่มั้ย
  1194. 1:05:01อ่าจะเป็นปิกาจูใช่มั้ยถ้าเราไม่ปริ้นแบบ
  1195. 1:05:04นี้ใช่มั้ถ้าเราปริ้นdata้าออกมามันจะแบบ
  1196. 1:05:06ค่อนข้างเยอะก็เลยแบบไม่ได้ปริมาให้
  1197. 1:05:10สมมุติว่าใส่ data มันไป
  1198. 1:05:17มันก็จะเป็นแบบ nested data structure
  1199. 1:05:20ที่มันยาวมากๆเพราะว่าข้อมูลมันเยอะมากๆ
  1200. 1:05:23นั่นเองนะสำหรับอันนี้นะครับโอเคนะอันนี้
  1201. 1:05:26คือปิกาจูสมมุติว่าไม่อยากใช้ปิกาจูใช่
  1202. 1:05:28มั้แล้วก็ฟิงการส่งมันก็คือส่ง string ไป
  1203. 1:05:31นั่นแหละสมมุติอยากจะได้ตัวที่ 1 ใช่มั้
  1204. 1:05:33ตัวที่ 1 คือนั่นเองนะครับแล้วก็เอ่อใส่
  1205. 1:05:37ลงไปใช่มยบนะครับตัวที่ตัวที่อะไรนะตัว
  1206. 1:05:42ที่ 4 4 คืออะไร 4 คือที่มันเป็นสก Squad
  1207. 1:05:47เห็นมั้ครับ Squad of Charmander นะ
  1208. 1:05:49ครับก็คือ 4 ตัวที่ 56 ก็เป็น 7 อะไรเป็น
  1209. 1:05:54Squadro
  1210. 1:05:56นั่นเองนะครับก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะ
  1211. 1:05:58ครับ
  1212. 1:06:00โอเคนะครับก็จะเห็นว่าเนี่ยเราสามารถดึง
  1213. 1:06:05ข้อมูลจาก request ใช่มั้ยเรา CFT ออกมา
  1214. 1:06:08เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็น string ผ่านส่ง
  1215. 1:06:11request ไปแล้วเราก็เวลาเรา CFT เนี่ย
  1216. 1:06:13เราก็ต้องเลือกให้ถูกนั่นเองว่ามันมันมัน
  1217. 1:06:16รับ end point ลักษณะแบบไหนบ้างแล้วมัน
  1218. 1:06:19จะได้เข้าใจถ้ามันตรงไปผิดมันก็จะไม่เข้า
  1219. 1:06:22ใจนั่นเองนะครับ
  1220. 1:06:25โอเคก่อนจะไปต่อไปมีคำถามมั้ยเอ่ย
  1221. 1:06:34ในแชทมีคำถามมั้ยครับถ้ามีคำถามพิมพ์มา
  1222. 1:06:36ได้เลยนะ
  1223. 1:06:45เคถ้าไม่มีก็ไปต่อกันนะครับก็อันนี้ก็
  1224. 1:06:50เป็นแค่เน้นเฉยๆว่าสุดท้ายแล้วที่เอามา
  1225. 1:06:52เนี่ยมันก็คือ Python Dary นั่นเองนะ
  1226. 1:06:54ครับก็ต้องไล่ดีๆเพราะว่ามันค่อนข้างจะ
  1227. 1:06:59อ่าซับซ้อนนะครับแต่ว่าเดี๋ยวสามารถใช้ AI
  1228. 1:07:04เข้ามาช่วยไล่ให้เราได้แล้วในปัจจุบันนะ
  1229. 1:07:06ครับเดี๋ยวมีโชว์ตอนท้ายนั่นเองนะครับ
  1230. 1:07:09โอเคเอ่อก็ก็เลยจะไม่ใช่เรื่องที่ปัญหา
  1231. 1:07:12เท่าไหร่
  1232. 1:07:15โอเคมีอะไรอีกนะครับเนื่องจากไอ้พวกเนี้ย
  1233. 1:07:19ใช่มั้ครับมันก็เป็นเป็น
  1234. 1:07:23สิ่งที่เราทำไปมันคือส่ง request ที่มัน
  1235. 1:07:25string อันนึงใช่มย string อันนึงเนี่ย
  1236. 1:07:27มันก็เราก็แล้วแต่ว่าทาง server เนี่ย
  1237. 1:07:30เค้ายอมให้เราสามารถถามอะไรได้บ้างนะครับ
  1238. 1:07:34ซึ่งไอ้ตัว request เหล่าเนี้ยนะครับมัน
  1239. 1:07:37สามารถส่งที่เรียกว่าเป็นparamิเตอร์ไป
  1240. 1:07:39ด้วยได้ให้ลองนึกภาพนะครับว่าไอ้เนี้ยที่
  1241. 1:07:43จริงแล้วนะครับที่จริงแล้วเนี่ยให้คิดว่า
  1242. 1:07:46ไอ้ก้อนๆเนี้ยนะครับมันคือฟังก์ชันนึงก็
  1243. 1:07:49ได้นะครับไอ้ก้อนๆเนี้ยนะครับมันคือ
  1244. 1:07:51ฟังก์ชันนึงใน Python นะครับแล้วฟังก์ชัน
  1245. 1:07:54เหล่าเนี้ยมันสามารถมี input ที่สามารถ
  1246. 1:07:58ใส่ลงไปในนั้นได้นั่นเองนะครับซึ่งเวลา
  1247. 1:08:01ที่เราอยากส่ง input ที่อยากจะใส่เป็น
  1248. 1:08:03string เนี่ยตาม Standard แล้วเทำยังไงเ
  1249. 1:08:06ทำประมาณนี้ครับเค้าจะใส่เครื่องหมายคำ
  1250. 1:08:10ถาม question mark แล้วเราก็บอกว่าเอ่อ
  1251. 1:08:14เอ่อเอ่อตัว argument ตัวที่ 1 เท่ากับ
  1252. 1:08:19value อะไรใช่มเหมือนที่เราใส่ลงไปใน
  1253. 1:08:21Python แล้วก็จะมี and upand ก็คือว่า
  1254. 1:08:24ตัวที่ 2 หมายเห็นอะไรแล้วก็แอไปเรื่อย
  1255. 1:08:26นั่นเองถ้าเราลองเอ่อสังเกตดีๆนะครับใน
  1256. 1:08:30URL ที่เราเิเว็บไซต์ลองเล่นน่ะบางครั้ง
  1257. 1:08:34เรากดไปเรื่อยๆมันจะมีตัวนี้โผล่มาตอนที่
  1258. 1:08:37เรา select เอ่อเอ่อเมนูหรืออะไรบางอย่าง
  1259. 1:08:41ไปมันก็เป็นแบบเนี้ยใช่มั้ก็คือมันก็คือ
  1260. 1:08:44สิ่งที่เราเวลา select เมนูก็คือหมายความ
  1261. 1:08:46ว่าเราใส่พamิเตอร์ใส่อะไรลงไปนั่นเองนะ
  1262. 1:08:48ครับดังนั้นเนี่ยไอ้เนี่ยมันก็สามารถที่
  1263. 1:08:52จะรับ input argument ได้เป็นลักษณะ
  1264. 1:08:55ประมาณนี้นั่นเองนะครับโอเคซึ่งสามารถทำ
  1265. 1:09:01ได้เอ่อตามที่เอ่อ poemon allow
  1266. 1:09:08IPI allow เช่นเค้าบอกว่าไอ้ API
  1267. 1:09:11Pokemon เนี่ยสามารถมี input argument
  1268. 1:09:13ได้ 2 อย่างก็คือ input argument ที่
  1269. 1:09:15ชื่อว่า limit ก็คือว่าโชว์แค่ 10 ตัวนะ
  1270. 1:09:19ครับ 10 ตัวแรกแล้วก็ offset ก็คือเริ่ม
  1271. 1:09:21จาก 3 เป็นต้นไปนั่นเองนะครับเออ
  1272. 1:09:27หรือเอ่ออันนี้ก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะ
  1273. 1:09:29ครับพวกนี้ใส่อะไรไปได้ต้องไปดูตาม
  1274. 1:09:34documentation ที่ทาง Service Provider
  1275. 1:09:37เขาเยอมให้เราทำนั่นเองนะครับจะเขียนแบบ
  1276. 1:09:41ทางขวาก็ได้ที่เป็นแบบ string เป็นตัว
  1277. 1:09:43เดียวก็คือเขียนเป็น string นะครับหรือจะ
  1278. 1:09:46เขียนแบบทางซ้ายก็ได้มันจะเท่ากันตาม
  1279. 1:09:49เครื่องหมายเท่ากับอันนี้ก็แล้วแต่นิยม
  1280. 1:09:52ว่าอยากจะนิยมแบบไหนนะครับสุดท้ายแล้วพอ
  1281. 1:09:56ทำแบบนี้ปุ๊บเนี่ยมันก็จะสร้างเอ่อใน get
  1282. 1:10:00URL เนี่ยมันจะสร้างแบบนี้ให้อัตโนมัติ
  1283. 1:10:01นั่นเองนะครับ
  1284. 1:10:06โอเคมีอะไรอีกก็อย่างที่เน้นย้ำไปนะครับ
  1285. 1:10:09ก็คือว่าถ้าสตัสตัสดที่ได้มาเนี่ยมันไม่
  1286. 1:10:13ใช่ 200 นะครับมันกลายเป็น 404 4 29
  1287. 1:10:18อะไรพวกหรือ 500 ก็แสดงว่า request ที่
  1288. 1:10:20เราขอไปมันไม่สำเร็จมันเกิดผิดพลาดอะไร
  1289. 1:10:22บางอย่างอยู่แล้วเราก็ต้องไปดูว่าเอ่อตัว
  1290. 1:10:25โค้ดแต่ละอันเนี่ยมันผิดพลาดอย่างไรนั่น
  1291. 1:10:28เองนะครับ
  1292. 1:10:32เคอันนี้ก็ยกตัวอย่างให้ดูนะครับว่าสเต
  1293. 1:10:35โคดออกมาเป็นเจสันลักษณะเป็นประมาณนี้นะ
  1294. 1:10:37ครับโอเคแล้วก็หน้าสุดท้ายนะครับของ NPI
  1295. 1:10:43นะครับก็คือเอ่อ
  1296. 1:10:50เราสามารถใส่ที่เรียกว่าเป็น
  1297. 1:10:53authentication ลงไปได้ด้วยนะครับเพราะ
  1298. 1:10:56บางทีเนี่ย API นะครับเราต้องการจะให้คน
  1299. 1:11:00ขอมายืนยันว่าคนที่ขอคนนั้นคือใครนะครับ
  1300. 1:11:05เพื่ออะไรเพื่อเราจะบอกว่าโอเคนาย A เรา
  1301. 1:11:08อนุอนุญาตให้ใช้นาย B ไม่อนุญาตอนุญาตให้
  1302. 1:11:12ใช้นะครับไอ้ตัว authentication เนี่ยมัน
  1303. 1:11:15จะเหมือนpassวิordนะครับจะเป็น unique
  1304. 1:11:17password ที่สำหรับแต่ละคนแบบมีนะครับ
  1305. 1:11:21สามารถไปขอได้หรือservิที่จะมีแล้วเราก็
  1306. 1:11:25สามารถ attach ตัวเนี้ยนะครับเข้าไปกับ
  1307. 1:11:28ตอนที่เราส่ง request ไปที่ทาง server
  1308. 1:11:32นั่นเองนะครับปัจจุบันใช้บ่อยไหนๆนะครับ
  1309. 1:11:37อย่างเช่นเดี๋ยวตอนท้ายเทอมนะครับจะมีการ
  1310. 1:11:41ที่เราจะส่ง request ไปหาพวก Open AI
  1311. 1:11:44หรือส่งไปหา Jini เพื่อลองลองไปขอว่าโอเค
  1312. 1:11:49เราอยากจะถาม GI หรือถาม API ผ่านคำถาม
  1313. 1:11:55เหล่านี้เราเขียนใน Python เนี่ยทำยังไง
  1314. 1:11:57ก็คือว่าเราจะเขียนโค้ด Python นะครับ
  1315. 1:11:59แล้วก็เหมือนใช้ ch GPT แทนที่เราจะไป
  1316. 1:12:02ใช้ GPT ในหน้าเว็บนั่นเองเพราะเราจะ
  1317. 1:12:05เขียนโค้ดในการทำสิ่งเหล่านี้นั่นเองนะ
  1318. 1:12:08ครับซึ่งการไปขอ service แช GPT หรือ
  1319. 1:12:11service Gemini เหล่าเนี้ยนะครับคนที่
  1320. 1:12:14ไปขอ
  1321. 1:12:15Authentication หรือมีว่าเขาคือใครใช่
  1322. 1:12:18ไหมครับเพราะสิ่งที่แชิcจะได้แทรกได้คือ
  1323. 1:12:21ว่าคนนี้ใช้ไปเท่าไหร่แล้วใช้ไปครบโควต้า
  1324. 1:12:25แล้วหรือยังหรือถ้าใช้ไปครบแล้วคนนี้เติม
  1325. 1:12:28เงินไปหรือยังเพื่อจะขอใช้ token เพิ่ม
  1326. 1:12:32อะไรประมาณเนี้ยถ้าอยากจะใช้ Token เพิ่ม
  1327. 1:12:34ไอ้Accountานี้เราก็ต้องไปเติมเงิน 10
  1328. 1:12:36เหรียญนี้ 10 เหรียญในนั้นเสร็จแล้วก็จะ
  1329. 1:12:39ได้มี Token เพิ่มเติมในการที่จะเรียกใช้
  1330. 1:12:42Service Lawing นะครับดังนั้นเนี่ย
  1331. 1:12:44Authentication ก็จะเป็นส่วนหนึ่งผ่าน
  1332. 1:12:47เวลาที่เราจะขอ request ใน bar เช่นเดียว
  1333. 1:12:50กันนั่นเองนะครับ
  1334. 1:12:54โอเคอันนี้คือ method ที่ 2 นะครับโอเคนะ
  1335. 1:12:58ครับเดี๋ยวขอไปลวดเดียวเลยกันนะครับแล้ว
  1336. 1:13:03ก็จะพักประมาณ 5 นาทีแล้วเดี๋ยวมาต่อกัน
  1337. 1:13:06อีกประมาณสัก 3-4 หน้าหรือพัก 5 นาทีนะ
  1338. 1:13:09ครับ
  1339. 1:13:11เอ่อ
  1340. 1:13:14ส่วนถัดมานะครับก็จะเป็นแบบที่ 3 นะครับ
  1341. 1:13:19แบบที่ 3 นะครับเราจะเรียกว่าเว็บ
  1342. 1:13:22scraping หรือเว็บ crawing นั่นเองนะ
  1343. 1:13:24ครับคือกรณีที่เราไม่สามารถดาวน์โหลด data
  1344. 1:13:27มาได้โดยตรงหรือกรณีที่เรา service เรา
  1345. 1:13:31นั้นเนี่ยมันไม่ได้มี API นั่นเองอย่าง
  1346. 1:13:34เช่นเราไปเปิดเว็บเอ่อพันทิปเปิดเว็บเอ่อ
  1347. 1:13:39เอ่ออื่นๆต่างๆที่เราไปอ่านมาหรือเปิด
  1348. 1:13:44เว็บ Sephora แล้วมันไม่ได้มี API ให้เรา
  1349. 1:13:47ไปดิมาได้สิ่งที่เราได้ก็คือเหมือนตอนที่
  1350. 1:13:51เรา browse the web ซึ่งการอ่านเว็บ
  1351. 1:13:54ต่างๆเนี่ยเราสามารถให้ Python มาช่วยใน
  1352. 1:13:57การดึงข้อมูลมาได้นั่นเองนะครับซึ่งเวลา
  1353. 1:14:00ที่เขาทำเนี่ยมันจะมี 2 วิธีที่เขาทำก็
  1354. 1:14:03เลยใช้ลิ่งเป็น 2 ชื่อนะครับวิธีแรกเรียก
  1355. 1:14:06ว่าเว็บ scraping คำว่า scrap เนี่ยมัน
  1356. 1:14:09เหมือนการขูดหรือถูถูอะไรบางอย่างก็คือ
  1357. 1:14:12การที่เราจะขูดข้อมูลมาจากเว็บไซต์ scrip
  1358. 1:14:16ก็คือเรียกกัน scrap นั่นเองนะครับแบบที่
  1359. 1:14:182 CW ย่อมาจากแบบการที่เราเอ่อเหมือนๆ
  1360. 1:14:22เหมือแมงมุมอ่ะการที่แบบเดินไปก็คือ Craw
  1361. 1:14:25นะครับก็คือเหมือนเป็นแมงมุมเดินไปแต่ละ
  1362. 1:14:27เว็บย่อยๆเพื่อไปดึงข้อมูลมาให้เรานะครับ
  1363. 1:14:30อันเนี้ยก็จะมี 2 เทคนิคนะครับเราจะพูด
  1364. 1:14:33แบบคร่าวๆในวิชานี้นะครับจะไม่ได้ลงลึก
  1365. 1:14:37ถึงวิธีการเขียนโค้ดเพราะมันค่อนข้างจะ
  1366. 1:14:40ต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะครับ
  1367. 1:14:42ก็เลยจะพูดแค่คร่าวๆนั่นเองนะครับก็
  1368. 1:14:46ไอเดียประมาณเนี้ยสมมุติว่ามีเ West
  1369. 1:14:48Sephora แล้วอยากจะดึงข้อมูลว่าโอเคมี
  1370. 1:14:51น้ำหอมอะไรบ้างมีราคาอะไรบ้างแล้วก็อยาก
  1371. 1:14:54จะสร้างออกมาเป็นคลังคอปัของข้อมูลแล้ว
  1372. 1:14:57เผื่ออนาคตเนี่ยเราอยากจะมาวิเคราะห์หา
  1373. 1:15:01ความสัมพันธ์อะไรต่อหรือเรามีเอ่อ
  1374. 1:15:05เว็บบอร์ดต่างๆใช่มั้ยแล้วเราอยากจะเอ่อ
  1375. 1:15:08ต้องการรับบท Analysis ใช่มั้ทำ analysis
  1376. 1:15:11เราก็ต้องดึงข้อมูลเหล่านี้ออกมาแล้ว 2
  1377. 1:15:13อันนี้ถ้าบังเอิญมันไม่มี API ให้เราก็
  1378. 1:15:16ต้องใช้สิ่งที่เรียกว่าเว็บเอ่อ scraping
  1379. 1:15:19หรือ web calling นั่นเองมาช่วยในการดึง
  1380. 1:15:21ข้อมูลมาให้นั่นเองนะครับ
  1381. 1:15:24ซึ่งการที่จะทำสิ่งเหล่านั้นได้นะครับ
  1382. 1:15:28สิ่งที่ต้องรู้อย่างแรกเลยก็คือต้องรู้
  1383. 1:15:30ว่าเว็บเนี่ยมันเกิดจากอะไรนะครับถ้าใคร
  1384. 1:15:33ไม่เคยรู้มาก่อนนะครับเว็บทุกอย่างใน
  1385. 1:15:35ปัจจุบันเนี่ยมันจะเกิดจากภาษาภาษาเดิม
  1386. 1:15:38ภาษาคอมพิวเตอร์นะครับเราเรียกภาษานั้น
  1387. 1:15:40ว่า HTML นั่นเองนะครับ HTML ก็ย่อมาจาก
  1388. 1:15:43Hypertext Mark Up Language นั่นเอง
  1389. 1:15:46นะครับมันให้คิดว่าเอ่อ HTML เนี่ยมันคือ
  1390. 1:15:50เป็นคล้ายๆเป็นแท็กของต้นไม้ด้วยกันแล้ว
  1391. 1:15:55ก็แของต้นไม้เนี่ยมันสามารถฟอร์มออกมาให้
  1392. 1:15:59ได้กลายเป็นเอ่อหน้าเว็บให้เรานั่นเองนะ
  1393. 1:16:02ครับซึ่งปกติเนี่ยแท็กมันคืออะไรอันเนี้ย
  1394. 1:16:05คือแท็กใช่มั้ยเราจะมีเครื่องหมายเอ่อ
  1395. 1:16:09น้อยกว่ามากกว่าแล้วก็ข้างในก็เป็น HML
  1396. 1:16:11อันนี้คือแ 1 นะครับอันนี้เขาบอกว่าอะไร
  1397. 1:16:14คือเนี่ยเปิดแag HTML แล้วก็ปิดแ HML ก็
  1398. 1:16:18คือ slash เนี่ยนะครับเปิด tag body ปิด
  1399. 1:16:21tag body tag H1 แล้วก็ใส่ค่าว่า
  1400. 1:16:24latest news นะครับแล้วก็ปิดแag H1 ไป
  1401. 1:16:27เปิด tag PAG
  1402. 1:16:30A tag A ก็คือบอกว่ามีลิงก์ต่างๆแล้ว
  1403. 1:16:34ก็บอก HP ก็คือลิงก์ไปที่เว็บไซต์ไหนคือ
  1404. 1:16:36read m คือว่าเราสามารถกดที่ที่
  1405. 1:16:40text อันนี้แล้วก็จะลิงก์ไปเว็บไซต์อื่น
  1406. 1:16:42ลักษณะประมาณนี้ซึ่งเว็บต่างๆทั้งหมดนะ
  1407. 1:16:46ครับมันจะถูกสร้างด้วยแท็กนะครับมันจะ
  1408. 1:16:49แท็กเต็มไปหมดเลยมันจะไม่ได้เบสิคแบบนี้
  1409. 1:16:52มีแบบโอ๊ยค่อนข้างแบบมหาศาลใหญ่ต่างๆนั่น
  1410. 1:16:55เองนะครับแต่ทุกอย่างมันจะอยู่ลักษณะเป็น
  1411. 1:16:59นะครับซึ่งมันช่วยอะไรนะครับก็ HTML หรือ
  1412. 1:17:03อย่างที่บอกไปเนี่ยมันเป็น T structure
  1413. 1:17:05นะครับมันช่วย define ว่าโครงสร้างมัน
  1414. 1:17:08เป็นแบบไหนบ้างและประกอบด้วยอะไรบ้างนะ
  1415. 1:17:11ครับมันจะเป็นแบบคดนายลงไปนะครับมี HTML
  1416. 1:17:16Tag Aud text 1 แต่ละอันมันก็จะมี
  1417. 1:17:18หน้าที่แตกต่างกัน DI ก็บอกว่าเป็น
  1418. 1:17:20diffion ในแต่ละโครงล่าง H ก็คืออาจจะ
  1419. 1:17:23แบบบอกว่าเอ่อความสำคัญเป็นเป็น header
  1420. 1:17:27headline อะไรประมาณนี้นะครับ P ก็เป็น
  1421. 1:17:29ตัวใหญ่อะไรประมาณนี้เป็นต้นนะครับแล้ว
  1422. 1:17:32เราก็จะมีในแต่ละแท็กเนี่ย
  1423. 1:17:35สามารถใส่ชนิดให้มันได้อย่างเช่นใส่ class
  1424. 1:17:39ว่าเป็นชนิดอะไรใส่ ID ให้มันได้เพื่อบอก
  1425. 1:17:42ชนิดหรือประเภทของแagลงไปในนี้นะครับอัน
  1426. 1:17:45นี้คือ HTML นะครับเพื่ออะไรเอ่ยเพื่อให้
  1427. 1:17:49คอมพิวเตอร์มันเข้าใจแล้วเราจะได้รู้ว่า
  1428. 1:17:52ว่าตรงนี้มันอยู่ตรงไหนแล้วเวลาที่เราจะ
  1429. 1:17:55ไปดึงข้อมูลมาเราก็จะได้บอกถูกว่าไปดึงมา
  1430. 1:17:58จากที่ตำแหน่งไหนในแท็กนั้นๆนั่นเองนะ
  1431. 1:18:01ครับยกตัวอย่างนะครับว่าอยากจะดูว่า tag
  1432. 1:18:05เป็นยังไงลองมาดูเว็บนี้กันนะครับเว็บนี้
  1433. 1:18:08จะเป็นเอ่อ tocape ก็คือเป็นเว็บตัวอย่าง
  1434. 1:18:12ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อไว้สำหรับเป็น
  1435. 1:18:15sandbox ให้เราลองเล่นนะครับก็ลองกดลงไป
  1436. 1:18:18นะครับ
  1437. 1:18:20เว็บก็จะเป็นเว็บเบสิคง่ายๆมีแค่นี้นะ
  1438. 1:18:23ครับก็จะมีโค้ดของเอ่อนักวิทยาศาสตร์หรือ
  1439. 1:18:27ใครที่เป็นดังๆขึ้นมานะครับ Code to
  1440. 1:18:30scap นั่นเองนะครับแล้วเราสมมุติว่าถ้า
  1441. 1:18:32เราอยากจะต้องการจะ inspect ว่า HTML มัน
  1442. 1:18:37เป็นยังไงถ้าใครมี Chrome สามารถทำได้ตาม
  1443. 1:18:40นี้นะครับถ้าใครไม่ได้ใช้ Chrome เอ่อ
  1444. 1:18:44ต้องไปลองกดดูตัวคำสั่งเวลา inspect ก็
  1445. 1:18:47อาจจะแตกต่างกันนั่นเองนะครับวิธีการทำนะ
  1446. 1:18:50ครับก็กดตรงนี้นะครับแล้วก็กดคลิกขวา
  1447. 1:18:54สมมุติว่าเราอยากรู้ว่าไอ้ตรงเนี้ยนะครับ
  1448. 1:18:56เอ่อสิ่งที่ JK อ่า JK เขียนตรงเนี้ยมัน
  1449. 1:19:00อยู่ที่ตรงไหนในแท็กนั้นนะครับแล้วก็คลิก
  1450. 1:19:03ขวาไปใช่มยแล้วเราก็เลื่อนไปสิ่งที่เรียก
  1451. 1:19:06ว่าเป็น inspect นั่นเองนะครับพอกด
  1452. 1:19:10Inspect ปุ๊บนะครับ
  1453. 1:19:13เราจะมีแถบทางด้านขวามาใช่มอันเนี้ยนะ
  1454. 1:19:18ครับเราลองเอาเมาส์ไปลาก Hover ก็คือไปไป
  1455. 1:19:22วางทับนะครับก็จะเห็นได้ว่าเนี่ยเออทั้ง
  1456. 1:19:25หมดเนี่ยมันก็คือ HTML อันนึงใช่มั้ยมัน
  1457. 1:19:27ประกอบด้วยอะไรบ้างอยู่ตรงไหนบ้างก็คือ
  1458. 1:19:30แท็กอันเนี้ยมันประกอบอันนี้ลงมามีแท็ก
  1459. 1:19:33อะไรแท็กอะไรที่ลงมาอยู่ในนี้แล้วสิ่งที่
  1460. 1:19:36เราหาตะกี้เนี่ยมันอยู่ตรงนี้นั่นเองนะ
  1461. 1:19:38ครับแล้วเราต้องการมันก็คืออยู่เนี่ย it's
  1462. 1:19:41our choice ใช่ม Harry does show
  1463. 1:19:45that we are tr to are far more
  1464. 1:19:48than our abilities อะไรประมาณนี้นะ
  1465. 1:19:51ครับซึ่งของพวกเนี้ยใช่มั้มันก็จะช่วยใน
  1466. 1:19:53การโลหateบอกว่าข้อมูลเราอยู่ตรงไหนนั่น
  1467. 1:19:56เองนะครับแต่ละแท็กมันก็จะแตกต่างกันนะ
  1468. 1:20:00ครับทีนี้จะเห็นว่าที่จริงแล้วเนี่ย HTML
  1469. 1:20:03เนี่ยมันก็คือเป็นข้อความเป็นเป็น text
  1470. 1:20:06อะไรบางอย่างที่ผมรักษาเป็นต้นไม้
  1471. 1:20:08structure นั่นเองนะครับ
  1472. 1:20:12โอเคนะอันนี้คือเป็นแบนั่นเองนะครับ
  1473. 1:20:16แล้วแช่วยอะไรช่วยประมาณนี้นะครับเอ
  1474. 1:20:25ถ้าเรารู้แ
  1475. 1:20:27ปุ๊บมันเป็น structure แล้วก็แต่ละอันเ
  1476. 1:20:30เป็นแ็กนะครับเราสามารถบอก
  1477. 1:20:35AI หรือบอกโค้ดอะไรบางอย่างได้นะครับ
  1478. 1:20:39ซึ่งการบอกโค้ดเนี่ยก็คือการทำสิ่งเเป็น
  1479. 1:20:42เว็บ scraping หรือเว็บ calling นั่นเอง
  1480. 1:20:45นะครับบอกว่าจะดึงข้อมูลมาจากแกที่ชื่อ H2
  1481. 1:20:49แล้วก็มีคลาสอะไรพิเศษมั้สืดึงข้อมูลมา P
  1482. 1:20:53หรือดึงข้อมูลจากทุกแท็กที่ class เท่า
  1483. 1:20:56กับ A class เท่ากับ news อะไรประมาณนี้
  1484. 1:21:00มันก็จะสามารถออกมาได้นั่นเองนะครับเอ่อ
  1485. 1:21:04ส่วนเขียนโค้ดต่างๆนะครับมันก็จะมี
  1486. 1:21:08library ที่ชื่อพวก Beautiful Su หรือ
  1487. 1:21:11เอ่อ library อื่นๆที่สามารถช่วยในการดึง
  1488. 1:21:14มาได้แต่ว่าขอไม่ cover ในวิชานี้แล้วกัน
  1489. 1:21:17เพราะมันจะค่อนข้างต้องใช้เวลาค่อนข้าง
  1490. 1:21:19เยอะนะครับก็ก็แค่บอกว่า tag เนี่ยมัน
  1491. 1:21:23สามารถดึงมาได้ตามแท็กอันนั้นด้วยกันพอ
  1492. 1:21:25ได้มาเรียบร้อยปุ๊บเราก็แค่ได้ข้อมูลไป
  1493. 1:21:28analyz ต่อนั่นเองนะครับถ้าใครอยากรู้
  1494. 1:21:31เพิ่มเติมสามารถลองไปเสิร์ชหาพวกเว็บคำ
  1495. 1:21:34ว่าเว็บ scrapping โดย Python หรือเว็บ
  1496. 1:21:36calling โดย Python ได้แล้วก็ไปอ่าน
  1497. 1:21:38เพิ่มเติมในนั้นนั่นเองนะครับ
  1498. 1:21:42โอเคก็เดี๋ยวขอพักประมาณ 5 นาทีขออาจารย์
  1499. 1:21:47ไปเข้าห้องน้ำด้วยแล้วกันนะครับเดี๋ยว
  1500. 1:21:49กลับมาประมาณ 235
  1501. 1:21:53เลยกันนะครับ
  1502. 1:21:56ถ้าใครมีคำถามอะไรก็พิมพ์ทิ้งไว้ได้เลยนะ
  1503. 1:21:59ครับแล้วเดี๋กลับมาต่อครับ
  1504. 1:28:41โอเคครับมาต่อกันครับคาดว่าจะใช้เวลาอีก
  1505. 1:28:45ประมาณ 15 นาทีไม่เกินนะจะจบของวันนี้นะ
  1506. 1:28:49ครับโอเคส่วนถัดมาน่าจะเป็นส่วนที่พวกเรา
  1507. 1:28:53รอคอยกันนะครับ coding with AI นะครับ
  1508. 1:28:56ก็เอ่อเอ่อเราจะใช้ AI มาช่วยในการเขียน
  1509. 1:29:02โค้ดนะครับก็คือเอ่อปัจจุบัน AI ต่างๆแช
  1510. 1:29:07GBT Codex CL หรือ C Pilot Gemini
  1511. 1:29:11มันช่วยมันเก่งมากๆในการเข้าใจภาษา
  1512. 1:29:15ธรรมชาติของเราคือภาษาที่เราพิมพ์ลงไป
  1513. 1:29:17แล้วแปลงออกมาเป็นโค้ดนั่นเองนะครับมันก็
  1514. 1:29:19จะช่วยให้เราเอ่อทำงานต่างๆได้ไวขึ้นนั่น
  1515. 1:29:23เองนะครับโอเคดังนั้นเนี่ยเรามาเอ่อ
  1516. 1:29:28enable สิ่งที่อาจารย์บอกไว้ให้ disable
  1517. 1:29:30ไปช่วงครึ่งเทิงแรกกันนะครับก็เปิดทุกคน
  1518. 1:29:36เปิด VS Code มานะครับแล้วก็เสิร์ชทาง
  1519. 1:29:39ด้านซ้ายนะครับที่มันเป็นเรียกว่า
  1520. 1:29:40Extension นะครับแล้วก็ enable มันซะนะ
  1521. 1:29:45ครับตรงเสิร์ชคำว่าก Pilot chat เนี่ย
  1522. 1:29:47แล้วก็ enable มันสะนะครับก็เวลาจะใช้
  1523. 1:29:51coding with AI นะครับมันต้องต่อกับ
  1524. 1:29:53อินเทอร์เน็ตนะครับถ้าเราไม่ได้มี
  1525. 1:29:55อินเทอร์เน็ตใช่มยมันก็จะเหมือนโค้ดไปมัน
  1526. 1:29:59ก็ตอบอะไรไม่ได้งั้นก็ระวังดีๆแล้วกันว่า
  1527. 1:30:01เวลาทำไมมันไม่ออกมานะครับโอเคเดี๋ยวเปิด
  1528. 1:30:05ให้ดูนะครับ
  1529. 1:30:08อ่ะเอ่อกดทางซ้ายอันนี้นะครับเอ่อแล้วก็
  1530. 1:30:14เสิร์ชคำว่า pilot pilot นะครับ
  1531. 1:30:21แล้วก็กดที่ตรงนี้กิพอนะครับมันจะเป็น
  1532. 1:30:24default ที่ให้มาจาก VS Code นะครับ
  1533. 1:30:28แล้วก็ enable มันซะแล้วเหมือนถ้าจะใช้
  1534. 1:30:30งานเนี่ยเราอาจจะต้องไปเอ่อ
  1535. 1:30:34เอ่อ Sign in เข้า git hub สักอย่างนะ
  1536. 1:30:37ครับแล้วก็ sign in เข้าไปตามนั้นด้วย
  1537. 1:30:40กันนะครับกลอง Sign in เข้าไปแล้วมันก็
  1538. 1:30:42จะได้ใช้ฟนะครับอันนี้คืออันนึงนะครับ
  1539. 1:30:46แล้วมันก็จะเขียนได้โอเคมีอะไรบ้างอันนี้
  1540. 1:30:48ก็เป็นอาจารย์ไอ้ของอาจารย์นะครับมันก็จะ
  1541. 1:30:51มีเอ่ออันนี้เป็นแบบฟรีมันก็จะมีแบบว่า
  1542. 1:30:53โควต้าให้ใช้อยู่ประมาณเท่านี้นะครับ
  1543. 1:30:57หรือถ้าใครไม่อยากใช้ตัวนี้สมมุติว่าเรา
  1544. 1:31:00จ่ายต่าง code ก็คือของ GBT มันก็มีให้
  1545. 1:31:05ใช้ฟรีด้วยนะครับสมมุติว่าเรามี account
  1546. 1:31:07ch GT เราก็เอ่อดาวน์โหลดมาก็ได้นะครับ
  1547. 1:31:12แล้วก็จะมันจะมาขึ้นฝั่งขวาตรงนี้หรือถ้า
  1548. 1:31:15ไม่ใช้ตัวนี้เรายังใช้สิ่งที่อาจารย์ชอบ
  1549. 1:31:18ที่สุดก็คือเอ่อ CL Code นะครับ CL
  1550. 1:31:22Code ซึ่งแบบดีมากๆก็สามารถใส่ลงมาได้
  1551. 1:31:27อัปเดตโอเคนะครับก็แต่ว่าของพวกเนี้ยบาง
  1552. 1:31:32อันมันก็จำเป็นที่จะต้องมีเอ่อ account
  1553. 1:31:36ใช่ไหมครับถ้าใช้แชท GVT ก็ต้องมีแt
  1554. 1:31:39account ใช้ cl ก็ต้องมี CL account
  1555. 1:31:42อะไรประมาณเนี้ยนะครับก็เชื่อมต่อกับมัน
  1556. 1:31:45ซะนะครับแล้วถ้าใครจ่ายตังค์หรืออะไร
  1557. 1:31:47เงี้ยก็ก็ก็จะใช้งานได้ค่อนข้างเยอะนะ
  1558. 1:31:51ครับถ้าไม่จ่ายตังค์มันก็จะใช้ได้นั่น
  1559. 1:31:54แหละแต่ว่ามันจะมีจำกัดนิดนึงนะครับโอเค
  1560. 1:31:57ประมาณนี้นะครับนี่คือ install นะครับ
  1561. 1:32:01กลับไปที่สไลด์แป๊บนึง
  1562. 1:32:06ก็ถ้าใครว่างก็ทำไปพร้อมกันเลยก็ได้นะ
  1563. 1:32:10ครับก็ฟังไปพร้อมกันนะครับก็ปัจจุบันนะ
  1564. 1:32:13ครับการเขียนโค้ดก็จะไม่เขียนทุกบรรทัด
  1565. 1:32:16แล้วนะครับแล้วหลังจากวันนี้เป็นต้นไปใน
  1566. 1:32:19เรื่องทำพวก Data Science แล้วก็อ่าทำ
  1567. 1:32:22กราฟเนี่ยเราจะไม่เขียนกราฟเองเอ้ยไม่
  1568. 1:32:25เขียนโค้ด Python เองเพราะอาจารย์คิดว่า
  1569. 1:32:28มันไม่ใช่เรื่องแล้วเพราะว่าเราสิ่งที่
  1570. 1:32:32อยากให้พวกเรารู้คือเราคิดเป็นใช่มั้ยคิด
  1571. 1:32:35ว่าควรจะเลือกสิ่งไหนมาแล้วใช้ให้ได้อะไร
  1572. 1:32:39ดีกว่าไปจำพวกSyaทว่าเป็นลักษณะประมาณไหน
  1573. 1:32:43มากกว่านะครับดังนั้นเนี่ยก็โI Coding ก็
  1574. 1:32:47จะมาช่วยในการเขียนเอ่อโostให้เราในสิ่ง
  1575. 1:32:50ที่เราไม่จำเป็นต้องไปจำมันนั่นเองนะครับ
  1576. 1:32:54ก็แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่ย้ำมาก็คือว่า
  1577. 1:32:57เนี่ยแม้ว่า AI มาช่วยก็ตามนะครับถ้าเรา
  1578. 1:33:00ไม่ได้มีความรู้พื้นฐานเรื่องโปรแกรมมิ่ง
  1579. 1:33:02เลยใช่มยเราก็จะไม่สามารถเช็คได้ว่าสิ่ง
  1580. 1:33:06ที่เขาทำมาถูกหรือผิดหรือว่าอะไรมันต่อ
  1581. 1:33:10กับอะไรแล้วทำไมมันถึงได้ผลแบบเนี้ยดัง
  1582. 1:33:12นั้นเนี่ยการรู้โปรแกรมมing Python มันก็
  1583. 1:33:15ยังมีความสำคัญอยู่ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็น
  1584. 1:33:18AI หมดทุกอย่างนั่นเองนะครับมันก็จะเป็น
  1585. 1:33:21ลักษณะประมาณนี้คือถ้ารู้ 2 ทางทั้งรู้
  1586. 1:33:24ทั้ง AI แล้วลูกก็รู้ทั้ง CADING ด้วยจะ
  1587. 1:33:27ทำให้ทำงานทุกอย่างมีเอ่อความเร็วได้เยอะ
  1588. 1:33:30แล้วก็ทำงานได้มีประสิทธิภาพไม่ถูกต้อง
  1589. 1:33:33นั่นเองก็คือถูกต้องด้วยนั่นเองนะครับ
  1590. 1:33:36ก็สิ่งที่เราต้องรู้ก็คือว่าเราก็ต้องรู้
  1591. 1:33:38ว่าไอ้โปรแกรมต่างๆมันทำงานยังไงใช่มั้ย
  1592. 1:33:41พอรู้ปุ๊บเราก็จะฟ้างพร้อมออกมาให้มันตรง
  1593. 1:33:46ตามสิ่งที่เราต้องการถ้าเรายังไม่รู้
  1594. 1:33:48โปรแกรมมันทำงานยังไงเราก็จะเกลียดพร้อม
  1595. 1:33:50ไม่ได้ใช่มั้ยครับเอ่อสิ่งที่ต้องบอกอะไร
  1596. 1:33:52อีกบอกว่า input คืออะไรและ output คือ
  1597. 1:33:55อะไรหน้าตา input หรือ output เป็นยังไง
  1598. 1:33:58สามารถเขียนไปได้เลยแล้วก็ถ้าให้ดีเราก็
  1599. 1:34:01บอกด้วยว่าช่วยเทสให้หน่อยว่าสิ่งที่
  1600. 1:34:04เขียนมามันถูกต้องหรือเปล่าต้องมีพวก test
  1601. 1:34:07casสต่างๆเช็คต่างๆ if เอเวลาเกิดปัญหา 1
  1602. 1:34:112 3 4 เทสมาแล้วหรือยังอะไรประมาณนี้
  1603. 1:34:13นะครับ
  1604. 1:34:15โอเคมี 2 วิธีนะครับที่จะใช้ AI ในการ
  1605. 1:34:20เขียนแบบแรกแบบเบสิคเค้าเรียกเรียกว่าการ
  1606. 1:34:23เขียนโดยใช้ comment นะครับก็คือเรียกว่า
  1607. 1:34:26inline AI coding นั่นเองนะครับก็คือ
  1608. 1:34:28เขียนโดยใช้อย่างเช่นเอ่อเราอยากจะให้มัน
  1609. 1:34:32เขียนเอ่อฟังก์ชัน
  1610. 1:34:35หาค่า average ของ list สักอย่างใช่มก็
  1611. 1:34:39ใส่ comment ไปแล้วก็เขียนว่า calculate
  1612. 1:34:42เอ่อ list เอ่อให้หน่อยก็คือสร้าง
  1613. 1:34:45ฟังก์ชันที่ calculate list of comment
  1614. 1:34:47return ออกมาเป็น integer แล้วมันก็จะทำ
  1615. 1:34:49ออกมานี่คือแบบที่ 1 นะครับก็เขียนเป็น
  1616. 1:34:52เลยแบบที่ 2 นะครับก็
  1617. 1:34:56ใช้เป็นเป็นภาษาของเราที่เราเขียนใน CAT
  1618. 1:34:58GBT Python file take a list
  1619. 1:35:01number and return average ก็เป็น
  1620. 1:35:03ลักษณะประมาณนี้แล้วมันเขียนออกมานั่นเอง
  1621. 1:35:05นะครับก็ไม่มีถูกมีผิดได้หมดแล้วแต่เรา
  1622. 1:35:09อยากจะใช้นั่นเองว่าใช้แบบไหนแบบทางซ้าย
  1623. 1:35:12มันก็จะเอ่อดีเทลไปหน่อยอะไรเงี้ยแต่ทาง
  1624. 1:35:16ด้านทางขวาคือจะบอกว่ากว้างๆเราก็จะออกมา
  1625. 1:35:19สุดท้ายแล้วมันก็จะสร้างโค้ด Python มา
  1626. 1:35:20ให้เราเหมือนกันนะครับซึ่งแบบทางซ้ายแบบ
  1627. 1:35:23inline นะครับก็gทas copilot หรือใน vs
  1628. 1:35:27code มันมีให้อัตโนมัติอยู่แล้วแค่เรา
  1629. 1:35:29enable ฟังก์ชันนั้นๆมันก็ใช้งานได้เลย
  1630. 1:35:32แต่ทางขวาก็ทับเข้า pilot มันก็มีแชat
  1631. 1:35:34เหมือนกันแต่มันทำงานไม่ค่อยดีก็ถ้าใช้
  1632. 1:35:37แชท GVT หรือ CL หรือ G พวกนี้มันก็จะ
  1633. 1:35:39ค่อนข้างสะดวกกว่าเดี๋ยวจะโชว์ให้ดูทั้ง 2
  1634. 1:35:43อันนะครับ
  1635. 1:35:45โอเคสมมุติอ่ะ
  1636. 1:35:49สมมุติว่าอยากจะทำแบบนี้เมื่อกี้ทีที่บอก
  1637. 1:35:52เราเอ่อจะดึงมาแล้วขี้เกียจไปนั่งไล่อ่าน
  1638. 1:35:56เองใช่มั้สิ่งที่ทำคือเราเขียนออกมาเป็น
  1639. 1:35:59คอมเมนแล้วเราก็เอ่อดูว่าเราอยากได้อะไร
  1640. 1:36:04ใช่มั้ยเราก็บอกว่าโอเคไปดึงข้อมูลจากโป
  1641. 1:36:08ให้หน่อยนะครับแล้วก็โอเคดึงออกมาแล้วก็
  1642. 1:36:12return ออกมาเป็น Jon Data Structure
  1643. 1:36:14แล้วก็ดึง Pokemon Type ออกมาให้หน่อยนะ
  1644. 1:36:18แล้วก็ดื้อ type ออกมาว่าเป็น Type อะไร
  1645. 1:36:21แล้วก็ถ้ามัน request มันผิดก็ให้บอกว่า
  1646. 1:36:24return empty list ลักษณะประมาณนี้นะ
  1647. 1:36:26ครับโอเคอ่ะทำให้ดูเลยนะครับสิ่งที่ทำก็
  1648. 1:36:31copี้อันนี้ไปนะครับเดี๋ยcopี้ลงไปในแชท
  1649. 1:36:34ให้นะครับ
  1650. 1:36:37โอเคอันนี้copี้ลงไปในแชทเรียบร้อยนะครับ
  1651. 1:36:41เราก็copี้อันนี้ไปนะครับแล้วก็เอามาวาง
  1652. 1:36:46นะครับปึ๊บใช่มวางเรียบร้อย
  1653. 1:36:50แล้วก็เอ่อ Enter แล้วก็รอแป๊บนึงใช่มพอ
  1654. 1:36:54รอแป๊บนึงเนี่ยอันนี้คือเพราะมันพอมัน
  1655. 1:36:57ต้องไปคุยกับทาง Server ใช่มั้ครับก็จะ
  1656. 1:36:59เห็นได้ว่านะมันมีอันเนี้ยมันเป็นรางขึ้น
  1657. 1:37:03มาใช่มยสิ่งที่ทำก็คือเรากดแบกดแบทางด้าน
  1658. 1:37:08ซ้ายนะ 1 ครั้งแบแล้วก็แถบอีกอันนึงใช่
  1659. 1:37:12มั้ครับแล้วมันก็จะแสดงว่าอันนี้เกิดขึ้น
  1660. 1:37:14มาให้ใช่มเสร็จแล้วก็รออีกแป๊บนึงใช่ม
  1661. 1:37:18แล้วมันก็ไปไปคิดมาว่าไอ้คำถัดไปหรือไอ้
  1662. 1:37:22ตัวโค้ดมันควรเป็นอะไรไอ้ตัวข้างล่าง
  1663. 1:37:25เนี่ยมันก็คือสิ่งที่เขาทำมาให้แล้วอัน
  1664. 1:37:27นี้มันเกิดจากได้เกิดได้เพราะอะไรเพราะ
  1665. 1:37:29เราเขียนคอมเมนต์ให้มันใช่มยการที่เรา
  1666. 1:37:31เขียนคอมเมเนี่ยเป็นการ describe หรือการ
  1667. 1:37:34บอกว่าเอ่อตัวฟังก์ชันของเราหรือตัวโค้ด
  1668. 1:37:38ของเรามันทำงานยังไงพอได้ไปเรียบร้อยปุ๊บ
  1669. 1:37:41เนี่ยมันก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้นะครับ
  1670. 1:37:43แล้วก็กด tab ก็คือการ set แอ่าแล้วก็
  1671. 1:37:47เสร็จเรียบร้อย
  1672. 1:37:49นั่นเองนะครับโอเคเราก็จะได้เอ่อฟังก์ชัน
  1673. 1:37:53ที่เอ่อเอ่อสามารถดึง typ ของ Pokemon
  1674. 1:37:57name มาได้นั่นเองนะครับอ่ะสมมุติมาลอง
  1675. 1:38:00เล่นกันนะครับก็สมมุติว่าอยากเล่นแล้ว
  1676. 1:38:05อยากเล่นโดยที่ไม่เขียนโค้ดเองด้วยซ้ำอ่ะ
  1677. 1:38:08ถ้าถ้าถ้าไม่ทันบอกได้ยกมือนะครับถ้าจะ
  1678. 1:38:12ได้รอนะครับถ้าถๆถ้าถ้าทันยังไงสามารถ
  1679. 1:38:16เขียนลงไปในแชทหรือยกมือได้เลยหรือพูดได้
  1680. 1:38:18เลยนะครับสมมุติอยากจะลองใช้แล้วโอเค try
  1681. 1:38:24ใช่มย try test เอ่อเอ่อ this function
  1682. 1:38:28ก็คือบอกว่า get this function ใช่มอ่ะ
  1683. 1:38:32ออะไรดีบอกว่าอะไรดีปิกาจูจู
  1684. 1:38:36ชาริศาสก็นะครับแล้วกดแไปอ่าเสร็จแล้วก็
  1685. 1:38:41รอแป๊บนึงใช่มพอรอแป๊บนึงปุ๊บมันก็เป็น
  1686. 1:38:44suggestion มาให้เราเราก็กดไปกดไปกดไปนะ
  1687. 1:38:49ครับแล้วก็กดรัน
  1688. 1:38:52โอเคเราก็จะได้ประมาณนี้ออกมาใช่มยแล้วก็
  1689. 1:38:56เช็คว่ามันทำงานถูกหรือเปล่านั่นเองนะ
  1690. 1:38:58ครับก็จะสังเกตได้ว่าคืออะไรก็คือว่า
  1691. 1:39:00เดี๋ยวเนี้ยใช่มั้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเรา
  1692. 1:39:04สามารถเขียนเป็นคอมเมนไปใช่มยแล้วก็เอ่อ
  1693. 1:39:10เอ่อแล้วให้มันสร้างโค้ดมาให้อัตโนมัติ
  1694. 1:39:14ใช่มั้ไม่ต้องเขียนเป็นโค้ดแล้วแล้วมัน
  1695. 1:39:16เขียนเปลี่ยนมาให้หน้าที่ของเราคืออะไร
  1696. 1:39:18เราก็เช็คเปลี่ยนคอมเมนต์ให้มันครบมีทั้ง
  1697. 1:39:23องค์ประกอบเข้าใจใช่มั้เพราะสิ่งที่เรา
  1698. 1:39:25ยังต้องมีคนอยู่คือคนเข้าใจว่าอยากได้
  1699. 1:39:28อะไรถ้าถ้ายังไม่รู้ AI มันก็ทำให้ไม่ได้
  1700. 1:39:33อันเนี้ยเราก็ต้องบอกมันโอเครับ input
  1701. 1:39:35คืออะไร Output เป็นอะไรนะครับโอเคสมมุติ
  1702. 1:39:39ว่าเอ่ออยากจะทำอีกฟังก์ชันนึงแล้วกันนะ
  1703. 1:39:43ครับเดี๋อาจารย์พิมพ์อันนี้ไป
  1704. 1:39:49นะครับโอเคเอ่อ
  1705. 1:39:53create
  1706. 1:39:55new ฟังก์ช
  1707. 1:39:58เอ่อดังนั้นเอ่ออันนี้บอก get ability
  1708. 1:40:04สมมุติเราไม่ว่า get ability ก็คือ get
  1709. 1:40:05location แล้วกันนะ get pokon
  1710. 1:40:10ดังนั้นเนี่ยภาษาอังกฤษก็ยังสำคัญนะครับ
  1711. 1:40:12ใครภาษาอังกฤษไม่ค่อยเก่ง
  1712. 1:40:15ฝึกภาษาเขียนภาษาอังกฤษดีๆเพราะว่ามัน
  1713. 1:40:18เขียนฟอร์มทุกอย่างก็จะก็จะเป็นลักษณะ
  1714. 1:40:20ประมาณนั้นโอเค Pokemon ใช่ม location
  1715. 1:40:22that ก็คือบอกว่า accept Pokemon name
  1716. 1:40:28as parameter ใช่มแล้วก็ return a
  1717. 1:40:30list of a name โอเคอันนี้ก็ถูกต้อง
  1718. 1:40:33ตามใจที่เราต้องการพโอเคเสร็จแล้วเราก็กด
  1719. 1:40:37Enter ไปก็ได้แล้วก็รอสักครู่นะครับแล้ว
  1720. 1:40:40กดแบไปแล้วมันรอสักพักก็ออกมาแล้วนั่นเอง
  1721. 1:40:45นะครับอ่ะโอเคนะอันเนี้ยเราก็ลองมาเช็คดู
  1722. 1:40:49ว่าทำถูกต้องมั้ใช่มั้ยก็คือโอเคก็เค้าก็
  1723. 1:40:52จะใช้ตัว URL หรือ end point เดิมเหมือน
  1724. 1:40:55เดิมแต่ว่าสิ่งที่เขา้าแตกต่างกันก็คือ
  1725. 1:40:57ว่าตอนที่เค้าไปเอ่อ process data ให้
  1726. 1:41:00เราตอนได้ input เอ่อตอนได้ response คืน
  1727. 1:41:04กลับมาเนี่ยเราไปเลือกมาแทนและเนี่ยมันก็
  1728. 1:41:07จะเป็นที่บอกไปมันก็จะเป็นเอ่อ
  1729. 1:41:11list ก็เป็น for นั้นมาให้เรานั่นนะครับ
  1730. 1:41:14โอเคทำเสร็จเรียบร้อยทำไงต่อก็โอเคลองลอง
  1731. 1:41:17เล่นให้ดูให้หน่อยก็คือ try test ให้
  1732. 1:41:19หน่อยนะครับแล้วก็กดรันมันออกมานี้นะครับ
  1733. 1:41:27วางไว้ให้
  1734. 1:41:31โอเคนะก็ลองกดรันดูเ้ย
  1735. 1:41:35เอ้ยไปไหนละ
  1736. 1:41:41โอเคก็บอกเนี่ยโอเคปิกาจูเจอที่ Trop
  1737. 1:41:46Tropic Garden Area นะ Palet Town
  1738. 1:41:49Area อะไรประมาณนี้นะครับแล้วก็ไล่ๆไป
  1739. 1:41:51แต่ละเวอร์ชั่นมันก็จะมีแตกต่างกันลักษณะ
  1740. 1:41:55ประมาณนี้นะครับโอเคมีใครไม่ทันตรงไหน
  1741. 1:41:59มั้ยครับอยากให้จะพูดอีกรอบมั้เอ่ย
  1742. 1:42:10เคส่วนถัดมานะครับเอ่อก็จะเป็นmethอที่ 2
  1743. 1:42:16นะครับก็เขียนเป็นแบบคล้ายๆตะกี้เนี้ยแต่
  1744. 1:42:20ว่าเขียนเป็นคำสั่งไปเลยใช่มยก็บอกว่าเค
  1745. 1:42:23สร้างฟังก์ชัน Python ให้หน่อยชื่อ add
  1746. 1:42:27ควรรับอะไรไว้บ้าง output มันเป็นอะไร
  1747. 1:42:29แล้วก็ requirement มีอะไรบ้างลักษณะเป็น
  1748. 1:42:31ประมาณนี้นะครับ
  1749. 1:42:34เคแล้วเราก็เอาอันเนี้ยไปใส่ลงไปในตัว
  1750. 1:42:39โพสต์ของเรานั่นเองนะครับเอ่อเอ่อ
  1751. 1:42:45เดี๋ยวcopี้ไปให้นะครับ
  1752. 1:42:49อ่ะลองมาใช้แบบแชทกันแบบแชททำยังไงนะครับ
  1753. 1:42:53ก็สมมุติว่าขึ้นมาโค้ดใช่มั้เป็นอันใหม่
  1754. 1:42:56แบบนี้นะครับแล้วก็เลือกได้หลายทางสมมุติ
  1755. 1:43:00ว่าถ้าใช้แชทของตัว Pilot เลยมันจะอยู่
  1756. 1:43:05ตรงนี้นะครับอยู่ตรงนี้นะครับขวาบนแต่ว่า
  1757. 1:43:10ของ Pilot มันหดอ่ะ
  1758. 1:43:14มันไม่อาจารย์ลองเล่นแล้วมันไม่ออกนะครับ
  1759. 1:43:16เดี๋ยวลองให้ดูมันแบบรอแบบรอนานมากแล้วก็
  1760. 1:43:20ไม่ออกอ่าลองกดรัน
  1761. 1:43:26สิ่งที่ Pilot ทำมันก็แอบไปเรียกของ GPT
  1762. 1:43:30มาให้อยู่ทีเพราะว่า Microsoft C Pilot
  1763. 1:43:32นะครับมันก็คือของ Microsoft อ่าโอเคนี้
  1764. 1:43:36ยังมันฉลาดมากพอโอเคไม่เป็นไรนะครับก็เรา
  1765. 1:43:40ก็สามารถกดกดอันเนี้ยนะแล้วก็กดเอ่อ
  1766. 1:43:43อันเนี้ยมันก็จะไปใส่ในนี้ให้อัตโนมัติ
  1767. 1:43:45นั่นเองนะครับแล้วก็กดรันแล้วกดลองเล่น
  1768. 1:43:50กันไป
  1769. 1:43:52อ่ะเดี๋ปึประมาณนี้นะครับ
  1770. 1:43:58อ่าโอเคนะหรือถ้าไม่ต้องไม่ได้ใช้โเราก็
  1771. 1:44:03ใช้พวกแชท
  1772. 1:44:06กัน
  1773. 1:44:08เพราะคนใช้แชท GVT นะครับเอ่อเอ่อ user
  1774. 1:44:12cent โอเคขอปิดไปก่อนนะครับงั้นปิดไป
  1775. 1:44:15ก่อนมันจะอยู่ตรงนี้นะครับกดลงไปนะครับ
  1776. 1:44:20start because it's user interface
  1777. 1:44:24ทำไมนะ
  1778. 1:44:39เอ่อ Disable แล้วก็ enable อีกรอบนึง
  1779. 1:44:49เอ่อ
  1780. 1:44:51โอเคไม่เป็นไรเราลองอีกไฟล์นึงสร้างไฟล์
  1781. 1:44:56ใหม่ขึ้นมาหน่อยนะครับก็คือไฟล์เป็น test.
  1782. 1:45:00Ty y n
  1783. 1:45:02แล้วเราก็เลือก knal
  1784. 1:45:05อติดไปให้หมดนะครับเซฟแล้วก็โคดขึ้นมาอัน
  1785. 1:45:11นึงแล้วก็สร้าง x
  1786. 1:45:14อืมไม่เข้าใจวะทำไมไม่ได้
  1787. 1:45:20ขอไปเอ่อเพื่อความรวดเร็วนะครับไปใช้crสด
  1788. 1:45:23ให้กันนะครับก็สมมุติว่าเป็นลักษณะประมาณ
  1789. 1:45:26นี้นะครับคอร์สโค้ดค่อนข้างฉลาดนะครับ
  1790. 1:45:29แล้วก็ใส่มันลงไปนะใช่มั้ไ Python 1 2
  1791. 1:45:323 4 อยากจะใส่แบบ
  1792. 1:45:36เอ่อขีดอย่างี้ก็ได้จะได้ช่วยให้บอกว่า
  1793. 1:45:40ตรงไหนคืออะไรอะไรเงี้ยนะครับแล้วก็
  1794. 1:45:42requirement เลือกมันลงมาขีดอะไรเงี้ยนะ
  1795. 1:45:45ครับโอเคนะเรากด Lun ดูแล้วก็conคมันก็จะ
  1796. 1:45:50ไปใส่ให้อัตโนมัติเลยนะครับก็รอแป๊บนึงนะ
  1797. 1:45:54ครับ
  1798. 1:46:10อ่ะโอเคแล้วก็บอกว่าโอเค put inate
  1799. 1:46:16แป๊บนึง
  1800. 1:46:18อ่า
  1801. 1:46:26เบอกว่าเอาโพดที่เค้าเขียนมาทั้งหมดเนี่ย
  1802. 1:46:29มาใส่ในเอ่อ test ให้หน่อยนะครับแล้วก็
  1803. 1:46:32บอกโอเคตอนนี้โน้ตบุ๊กมันอยู่ก็คือเดี๋จะ
  1804. 1:46:36โค้ดนะแล้วก็ใส่มาแล้วก็รันให้ด้วยประมาณ
  1805. 1:46:39นะครับ
  1806. 1:46:47โอเคนะครับถ้าไม่เห็นอะไรอย่าตกใจไปเพราะ
  1807. 1:46:50ว่าอันนี้มันเป็นคล้ายๆฟิเก่าให้เรากดปิด
  1808. 1:46:53นะครับแล้วกดตอนเซฟอย่าไปกดเซฟนะแล้วกด
  1809. 1:46:56ดับเบิ้ลคลิกที่ test อีกอันนึงแล้วมันก็
  1810. 1:46:58จะมาละอันนี้นะครับโอเคนะอันเนี้ยแหละก็
  1811. 1:47:04จะช่วยให้เขียนโค้ดได้ง่ายขึ้นนะครับก็
  1812. 1:47:08สรุปอีกรอบนะครับโค้ดของเรานะครับมี 2
  1813. 1:47:11วิธีนะครับที่ที่จะใช้กันก็ใช้แบบที่ 1
  1814. 1:47:15ก็อาจจะฝึกเราดีกว่าแบบที่ 2 เพราะแบบที่
  1815. 1:47:181 เนี่ยมันจะได้คิดว่ามันต้องเริ่มจาก
  1816. 1:47:21อะไรมาบ้างอะไรอยู่อันไหนเราก็ใส่ในนั้น
  1817. 1:47:24ในคอมเมนได้เลยนะครับแบบที่ 2 ก็สามารถ
  1818. 1:47:27ใช้ได้แล้วก็ให้แบบตัวช่วยต่างๆมาใส่ลงไป
  1819. 1:47:30ในนั้นนั่นเองนะครับ
  1820. 1:47:33เคสิ่งที่สำคัญเลยนะครับในการเขียนพร้อม
  1821. 1:47:37ก็คือเขียนให้ละเอียดใช่มถ้าเราเขียนแบบ
  1822. 1:47:40เนี้ยดู Write the Python code to
  1823. 1:47:44get a Pokemon Data ใช่มkอ Data อะไร
  1824. 1:47:48ใช่มมันมีเต็มไปหมดจะเอาชื่อจะอั type
  1825. 1:47:52หรือจะเอาทุกอย่างใช่มั้ถ้าเราไม่ได้พูด
  1826. 1:47:54ให้ละเอียดสิ่งที่ได้มามันก็จะเป็นกว้างๆ
  1827. 1:47:57มันอาจจะมาทั้งหมดแล้วมันจะแบบเราก็ต้อง
  1828. 1:48:00มา process อีกทีว่าจะเลือกสิ่งไหนมานะ
  1829. 1:48:02ครับถ้าแบบทางด้านขวาก็คือเขียนมาใส่มา
  1830. 1:48:06เป็นฟังก์ชันออกมาเป็น list ออกมาถ้ามี
  1831. 1:48:09ปัญหา handle แบบเป็น 404 เป็น empty
  1832. 1:48:12list อะไรเงี้ยก็ให้มันชัดเจนแล้วคราว
  1833. 1:48:15เนี่ยมันก็จะได้ออกนะครับก็จะเห็นได้ว่า
  1834. 1:48:18เนี่ยใช่มั้ยทางขวาเนี่ยมันก็ยังจำเป็น
  1835. 1:48:20ต้องใช้ความรู้ทางด้าน Python อยู่แม้ว่า
  1836. 1:48:24เอ่อเราอาจจะไม่ได้เขียน Python เอง 100%
  1837. 1:48:27แบบสมัยเมื่อก่อนแล้วแต่เรายังต้องเข้าใจ
  1838. 1:48:29ว่าอะไรคือลิสอะไรคือฟังก์ชันมันออกมา
  1839. 1:48:32เป็นประมาณไหนใช่มยถ้าเราไม่ได้รู้อะไร
  1840. 1:48:35เลยแบบดัโดยที่เป็น AI อย่างเดียวเราก็จะ
  1841. 1:48:39งงว่าเออได้มามันคืออะไรแล้วใช้ยังไงต่อ
  1842. 1:48:43มีปัญหาแบบนี้แก้ไขยังไงนั่นเองนะครับ
  1843. 1:48:47โอเคอีก 2 หน้าสุดท้ายนะครับเอ่อ
  1844. 1:48:53ดังนั้นเนี่ยเวลาเขียนพร้อมก็ต้องมีอย่าง
  1845. 1:48:55เงี้ยโอเคทำอะไรก็คือ task ก็คือ
  1846. 1:48:58component ที่ควรมี input หน้าตาเป็นแบบ
  1847. 1:49:00ไหนนะครับ Output เอ่ออยากได้อะไรออกมา
  1848. 1:49:05Constraint ก็บอกว่าอยากจะเอ่อมีอะไรที่
  1849. 1:49:08มันอันนั้นบ้างที่ควรจะใช้librี่ไหนหรือ
  1850. 1:49:11ไม่ใช้อะไรนะครับเอ่อ Special Case ก็
  1851. 1:49:14คือ handle เวลาที่เป็นแบบเจอปัญหาต่างๆ
  1852. 1:49:17เช่นปัญหาแบบ 404 อะไรเงี้ยนะครับทำยังไง
  1853. 1:49:20หรือเอ่อถ้าเรามีตัวอย่างบอกว่าวิธีการ
  1854. 1:49:24หรือตัวอย่างที่เราอยากได้ input เป็นแบบ
  1855. 1:49:26นี้ output แบบนี้เอาเอ่อใส่ลงไปด้วยโ
  1856. 1:49:30เป็นตัวอย่างก็จะช่วยให้มันทำงานได้ดี
  1857. 1:49:33ขึ้นนั่นเองนะครับ
  1858. 1:49:36โอเค
  1859. 1:49:38อ่ะ
  1860. 1:49:40อันนี้อันนี้โชว์ไปแล้วตอนแรกจะเป็น
  1861. 1:49:42exercise นะครับโอเคเองก็คือเอ่อแอบแอบ
  1862. 1:49:48โชว์ไปคือโอเคอ่า Fkemon Location ใส่
  1863. 1:49:51ปิกาจูแล้วก็ลองเขียนด้วยพร้อมด้วย AI
  1864. 1:49:55ให้หน่อยนะครับลองก็ฝากกลับไปทำด้วยแล้ว
  1865. 1:49:59กันนะครับถ้าใครทำไม่ได้ก็อาทิตย์ถัดๆไป
  1866. 1:50:03นะครับมาถามในคลาสได้นะครับก็จะช่วยให้
  1867. 1:50:09เราใช้พร้อมเต็มนั่นเองนะครับของพวกเนี้ย
  1868. 1:50:13สุดท้ายแล้วมันแล้วเป็น condition ใช่
  1869. 1:50:15มั้ยว่าเราอยากจะให้คitionเป็นแบบไหนแยก
  1870. 1:50:18แต่ละเกมเวอร์ชั่นแล้วว่าหน้าตาเป็นยังไง
  1871. 1:50:21มันก็ต้องเป็นสิ่งที่เราบอกไปถ้าเราไม่
  1872. 1:50:23ได้บอกมันก็จะงงๆมันจะได้แบบกว้างๆมานั่น
  1873. 1:50:26เองนะครับ
  1874. 1:50:29โอเคหน้าสุดท้ายนะครับของวันนี้สรุปกันนะ
  1875. 1:50:33ครับก็คือว่าก็เอ่อ
  1876. 1:50:37การดึงข้อมูลใช่มั้ยครับเราพูดถึงการดึง
  1877. 1:50:39ข้อมูลแล้วการใช้พร้อมนะครับก็คือการดึง
  1878. 1:50:41ข้อมูลเนี่ยข้อมูลสามารถมาได้หลายรูปแบบ
  1879. 1:50:45หลักๆจะมา 3 ทางแรกคือว่าเค้าเตรียมให้
  1880. 1:50:48เรียบร้อยใน Excel Fลอันนี้ก็คือว่าถือ
  1881. 1:50:51ว่าเป็นบุญของเราเราไม่ต้องไปทำอะไรอ่า
  1882. 1:50:54ที่ 2 คือว่าถ้าไม่ได้ถ้าไม่มีก็ต้องไป
  1883. 1:50:57ดึงขอผ่านที่เรียกว่าเป็น API API ก็คือ
  1884. 1:51:00เรา CFT สิ่งที่เราเป็น string แล้วก็ส่ง
  1885. 1:51:04ไปหา end point เราก็จะได้ข้อมูลกลับมา
  1886. 1:51:07แล้วเราก็มา process ผ่านเ่อพวก Data
  1887. 1:51:10Dictionary นั่นเองนะครับพวก JSON ต่าง
  1888. 1:51:13นะครับแล้วก็แบบที่ 3 ก็คือเyก็คือว่าเรา
  1889. 1:51:17ถ้ามันไม่มีจริงๆ service ไม่มีให้เราก็
  1890. 1:51:19ต้องไปดึงก็คือไปขูดข้อมูลมาจากหน้า
  1891. 1:51:22เว็บไซต์หรือขูดการ scrip มานั่นเองนะ
  1892. 1:51:25ครับ
  1893. 1:51:26ก็ scrap เนี่ยก็ก็ต้องไอ้เพ data มันจะ
  1894. 1:51:31อยู่ลักษณะเป็น tre ที่อยู่ใน tag เราก็
  1895. 1:51:34ต้องไปบอกตัว AI หรือตัว scraping tools
  1896. 1:51:37ของเราบอกว่าเราอยากจะได้ข้อมูลจากที่ไหน
  1897. 1:51:40scrap มาแบบไหนได้บ้างช่วยทำมาให้หน่อย
  1898. 1:51:43อะไรประมาณนี้แต่ตอนนี้เนี่ยเราเขียน
  1899. 1:51:46พร้อมแล้วด้วยใช้ AI ใช้ Codex ไปแล้วก็
  1900. 1:51:50สามารถบอกไปได้ว่าโอเคเรามีเว็บไซต์แบบ
  1901. 1:51:54เนี้ยช่วยเขียนโค้ดในการ scap ข้อมูล
  1902. 1:51:57เหล่านี้มาให้หน่อยเห็นมยแล้วเดี๋มันก็จะ
  1903. 1:51:59ไปเขียนโค้ดมาให้แล้วเราก็กดรันใน Python
  1904. 1:52:02กดรันใน US Code แล้วก็จะได้ข้อมูลเหล่า
  1905. 1:52:05นั้นออกมานั่นเองนะครับเพลงส่วนถัดมานะ
  1906. 1:52:09ครับก็
  1907. 1:52:11การเขียนเห็นโค้ดด้วย AI ก็จะเป็น 2 รูป
  1908. 1:52:13แบบก็คือเขียนด้วยใช้ Line ที่อยู่ในนั้น
  1909. 1:52:17หรือเขียนได้จากตัวแชทนั่นเองนะครับก็แบบ
  1910. 1:52:211 หรือแบบ 2 ก็ไม่ได้ผิดอะไรสิ่งที่
  1911. 1:52:23สำคัญก็คือว่าเราอธิบาย prom ให้มีครบทุก
  1912. 1:52:27องค์ประกอบมี input มี output มีว่ามันทำ
  1913. 1:52:31งานยังไงมีตัวอย่างให้มันมี constraint
  1914. 1:52:34ต่างๆถ้ามามีครบเรียบร้อยปุ๊บเราก็สามารถ
  1915. 1:52:37ให้ AI มันทำงานมาได้ถูกต้องตามนั้นนั่น
  1916. 1:52:40เองนะครับอันนี้ก็จะเป็นสรุปของวันนี้
  1917. 1:52:43นั่นเองนะครับมีคำถามอะไรมั้ยเอ่ยก่อนจะ
  1918. 1:52:47จบของวันนี้
  1919. 1:53:03ก็ถ้าไม่มีนะครับก็เดี๋ยว
  1920. 1:53:06รอสัปดาห์อีกสัปดาห์หน้าหยุดนะครับเรียน
  1921. 1:53:09อีกทีก็คือสัปดาห์ถัดไปคือจะเรียนเรื่อง
  1922. 1:53:11Data Manipulation Pandas ต่างๆนะครับ
  1923. 1:53:13ก็เตรียมถ้าใครยังทำ inline coding ไม่
  1924. 1:53:17เอ่อ plomping นะครับแบบที่ 1 ไม่เป็น
  1925. 1:53:20ช่วยเตรียมมาด้วยนะครับเพราะเราจะเอาสิ่ง
  1926. 1:53:23นี้ก็คือเตรียมตัว PS Code ของเราให้มัน
  1927. 1:53:25ไปลงทะเบียนในกิฮับต่างๆให้มันพร้อมแล้ว
  1928. 1:53:28ก็ลองใช้นะครับพออาทิตย์ถัดไปเราก็จะใช้
  1929. 1:53:30สิ่งเนี้ยในการเขียนโค้ดตั้งแต่บัดนี้
  1930. 1:53:33เป็นต้นไปนั่นเองนะครับโอเคนะครับถ้าไม่
  1931. 1:53:37มีอะไรแล้วอาจารย์ขอปิดวันนี้เท่านี้นะ
  1932. 1:53:41ครับ 3:00 น.พอดีครับเตะเลย 2 ช่โมงนะ
  1933. 1:53:45ครับดังนั้นก็เจอกันอีกทีก็อาทิตย์ที่ 30
  1934. 1:53:49ตุลาคมนะครับอาทิตย์หน้าเป็นวันหยุดนะ
  1935. 1:53:51ครับดังนั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วก็วันนี้เท่า
  1936. 1:53:54นี้นะครับสวัสดีครับ
  1937. 1:53:58ขอบคุณครับ

About this transcript

This page contains the full transcript of Prog NLP online session 2026 10 16 by jakapun ta, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 4,473 words across 1,937 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to translate the transcript into 100+ languages.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, translation to 100+ languages, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.