YouTube2Text

"ภาวะผู้นำ(Leadership)" แบบมาตรฐานสากล สร้างได้! l Executive Partner EP.24 — Transcript

by Slingshot Group · 1,265 words · 859 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00ผมคิดว่าเราควรต้องมาทำความเข้าใจให้ตรง
  2. 0:02กันก่อนว่าคำว่า leadership หรือว่าภาวะ
  3. 0:05ผู้นำแปลว่าอะไรนะเพราะไม่งั้นเนี่ยต่าง
  4. 0:08คนต่างพูดกันไปครับแต่สุดท้ายอาจจะเข้าใจ
  5. 0:10ไปคนละเรื่องเพราะฉะนั้นเราทุกคนเนี่ยมี
  6. 0:13ความเป็นผู้นำติด[เพลง]ตัวมาแต่มันมีงาน
  7. 0:16วิจัยทุกๆสถาบันยืนยันตรงกันว่าคนที่
  8. 0:19เริ่มต้นมีความเป็นผู้นำแต่ตลอดทางมาไม่
  9. 0:23เคยพัฒนา[เพลง]อะไรเพิ่มเติมเลยสุดท้ายจะ
  10. 0:26แพ้คนที่เริ่มต้นมีน้อยกว่าแต่ตลอดทาง
  11. 0:30พัฒนาให้มันมีมากขึ้น
  12. 0:36[เพลง]
  13. 0:41สวัสดีครับพบกับผมป๊อบอภิวุฒิกับรายการ
  14. 0:44Executive Partner นะครับเพื่อนคู่คิด
  15. 0:47ผู้นำไทยก้าวไกลสู่มาตรฐานระดับสากลครับ
  16. 0:51วันนี้อยากจะมาคุยเรื่องของการพัฒนาความ
  17. 0:54เป็นผู้นำนิดหน่อยนะครับเนื่องจากว่าผม
  18. 0:56เชื่อว่าทุกๆองค์กรก็จะมีการพัฒนา
  19. 1:00leadership หรือว่าความเป็นผู้นำให้กับ
  20. 1:02บุคลากรในองค์กรในภาพรวมเวลาที่เราจะ
  21. 1:06พัฒนาคนนะครับสingชอก็มีโอกาสได้ไปทำการ
  22. 1:11สำรวจแล้วก็ทำงานวิจัยร่วมกับพารทเnerอร์
  23. 1:14ของเราทั้งในและก็ต่างประเทศนะครับเราพบ
  24. 1:17ว่าในภาพรวมเนี่ยศักยภาพในแง่ของความเป็น
  25. 1:21ผู้นำของของคนไทยนะครับอยู่ที่ประมาณสัก
  26. 1:2676.8%
  27. 1:27% นะครับอันนี้ภาพรวมเลยนะเมื่อไปเทียบ
  28. 1:30กับคะแนนที่เป็นคะแนนระดับ Global Score
  29. 1:33หรือว่าเอ่อคะแนนมาตรฐานของโลกนะครับผ่าน
  30. 1:37เ่อพารทเnerอร์ของเราที่อยู่ต่างประเทศนะ
  31. 1:40ครับก็พบว่าคะแนนเฉลี่ยของเขาเนี่ยอยู่
  32. 1:42ที่ประมาณสัก 89.2 2 นะก็แสดงให้เห็นว่า
  33. 1:46เราอ่ะมีช่องว่างหรือว่ามันมีโอกาสที่จะ
  34. 1:50พัฒนาให้เพิ่มขึ้นได้นะครับโดยที่เวลาที่
  35. 1:53เราไปวัดประเมินศักยภาพเหล่าเนี้ยนะครับ
  36. 1:57มันก็มีทั้งหมดอยู่ 10 หัวข้อด้วยกันแต่
  37. 2:00ว่าถ้าผมแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆนะครับให้
  38. 2:03มันเข้าใจง่ายๆเนี่ยมันก็จะมีทักษะหรือ
  39. 2:06ว่าคุณลักษณะของผู้นำที่จำเป็นเนี่ยอยู่ 3
  40. 2:09กลุ่มกลุ่มที่ 1 เนี่ยเป็นกลุ่มของเรื่อง
  41. 2:12ของทักษะเกี่ยวกับการผิดนะครับเอ่อคะแนน
  42. 2:16เฉลี่ยของผู้นำในประเทศไทยจากข้อมูล
  43. 2:20ประมาณสัก 12,000 เอ่อผู้นำในองค์กรนะ
  44. 2:23ครับอยู่ที่ประมาณสซัก 74.5%
  45. 2:26% ในขณะที่คะแนนระดับโลกที่เราเรียกว่า
  46. 2:31เป็น Global Benchmark เนี่ยนะครับจาก
  47. 2:33ข้อมูลประมาณสัก 128,000
  48. 2:37กลุ่มตัวอย่างนะครับผ่านพารทเนอร์ของเรา
  49. 2:39ในประเทศต่างๆเนี่ยก็พบว่าคะแนนของเขานี่
  50. 2:42อยู่ที่ประมาณสัก 88.5
  51. 2:45นะครับกลุ่มที่ 2 เนี่ยเป็นกลุ่มเกี่ยว
  52. 2:48กับเรื่องของการบริหารจัดการทีมนะครับ
  53. 2:51คะแนนของผู้นำไทยเนี่ยอยู่ที่ประมาณสัก
  54. 2:5480.1
  55. 2:55ในขณะที่ Global Score หรือว่า Global
  56. 2:58Benchmark เนี่ยนะครับอยู่ที่ 91 แล้วก็
  57. 3:01สุดท้ายครับเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ
  58. 3:03ความยั่งยืนยกตัวอย่างเช่นเรื่องของการ
  59. 3:05เรียนรู้อย่างต่อเนื่องเรื่องของการสร้าง
  60. 3:08วัฒนธรรมเรื่องของการที่สร้างคนรุ่นใหม่
  61. 3:11ไว้ให้กับองค์กรคะแนนของผู้นำไทยเนี่อยู่
  62. 3:14ที่ 76.3
  63. 3:16ในขณะที่คะแนนของ Global เนี่ยอยู่ที่
  64. 3:19ประมาณสัก 88.4 4 นะครับเราก็จะเห็นได้
  65. 3:22ว่าคะแนนเหล่าเนี้ยมันแสดงให้เห็นว่าเรา
  66. 3:25อ่ะยังมีช่องว่างหรือว่าช่องห่างนะครับใน
  67. 3:29การที่เราจะยกระดับความสามารถในเรื่องของ
  68. 3:32ความเป็นผู้นำของผู้บริหารหัวหน้างานคน
  69. 3:36ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลได้นะครับเพราะ
  70. 3:40ฉะนั้นเวลาที่เราพูดถึงเรื่องของการพัฒนา
  71. 3:43ความเป็นผู้นำก็เลยทำให้เราเนี่ยสามารถ
  72. 3:47ที่จะเห็นเป้าหมายของเราได้ชัดเจนว่าเป้า
  73. 3:50หมายของเราคืออย่างน้อยที่สุดอ่ะเราอยาก
  74. 3:53จะไปให้ใกล้เคียงกับระดับที่มันเป็นคะแนน
  75. 3:57ของระดับ Global Benchmk นะครับคราวนี้
  76. 3:59เวลาเราพูดถึงการพัฒนาความเป็นผู้นำหรือ
  77. 4:03ภาวะผู้นำเนี่ยผมคิดว่าเราควรต้องมาทำ
  78. 4:05ความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าคำว่า
  79. 4:08leadership หรือว่าภาวะผู้นำแปลว่าอะไร
  80. 4:10นะเพราะไม่งั้นเนี่ยต่างคนต่างพูดกันไป
  81. 4:13ครับแต่สุดท้ายอาจจะเข้าใจไปคนละเรื่องนะ
  82. 4:16ถ้าเราเข้าไปในseสิร์ch Engine ทั้งหลาย
  83. 4:19นะครับไม่ว่าจะเป็น Google หรือทุกวันนี้
  84. 4:21ก็เป็น Purpacity ใช่มั้ยครับถ้าเราไปถาม
  85. 4:24ว่าภาวะผู้นำคืออะไรหรือว่าคำจำกัดความ
  86. 4:27คืออะไรเนี่ยจะพบว่าโหมีเป็นแบบหลายๆล้าน
  87. 4:31เว็บไซต์เลยนะที่พยายามจะให้คำจำกัดความ
  88. 4:34ภาวะผู้นำนะครับแต่ว่ามันมีคนเคยไปทำ
  89. 4:38วิจัยครับว่าถ้าเราไม่เอารายละเอียดของ
  90. 4:41แต่ละแห่งที่พยายามจะให้คำจำกัดความพาผู้
  91. 4:45นำแต่ไปเอาแก่นของมันเลยว่าถ้าเราเอาแก่น
  92. 4:48ที่มันเหมือนเหมือนกันเนี่ยแล้วอยากจะให้
  93. 4:50คำจำกัดความคำว่าภาวะผู้นำหรือว่า
  94. 4:53leadership ว่าแปลว่าอะไรเนี่ยสุดท้าย
  95. 4:55มันตกผลึกมาได้แค่ประโยคเดียวนะครับว่า
  96. 4:59leadership คือความสามารถในการทำให้ผู้
  97. 5:02อื่นทำตามเรานะครับภาษาอังกฤษบอกว่ามัน
  98. 5:06คือ ability to influence others นะ
  99. 5:09ครับก็คือว่าทำยังไงที่คนอื่นจะทำตามเรา
  100. 5:13ในสิ่งที่เราต้องการไม่ว่าเขาจะเต็มใจ
  101. 5:16หรือไม่ก็ตามนะดังนั้นถ้าเราให้คำจำกัด
  102. 5:20ความแบบนี้ก็แปลว่าเราทุกคนน่ะสามารถมี
  103. 5:24ภาวะผู้นำได้ถูกต้องมั้ครับเพราะว่ามัน
  104. 5:27ไม่จำเป็นที่คนจะเป็นหัวหน้าคนเท่านั้น
  105. 5:30จึงต้องมีความสามารถในการทำให้คนอื่นทำ
  106. 5:33ตามเราอ่ะอยากให้เราอ่ะอยากจะ influence
  107. 5:37เพื่อนร่วมงานเราอยากจะ influence หัว
  108. 5:39หน้าหรือถ้าที่บ้านเราก็อยากจะให้คนใน
  109. 5:42บ้านเราทำตามเราด้วยถูกต้องมั้ครับเพราะ
  110. 5:45ฉะนั้นถ้าเราเข้าใจว่าภาวะผู้นำคือความ
  111. 5:48สามารถในการทำให้คนอื่นทำตามเรางั้นเรา
  112. 5:50เป็นใครก็ได้ครับเราสามารถที่จะมีภาวะผู้
  113. 5:53นำได้ยกตัวอย่างเช่นเดี๋ยวเนี้ย
  114. 5:56influencer ที่แบบอยู่ใน YouTube เค้าก็
  115. 6:00เป็นผู้นำประเภทหนึ่งนะเพราะฉะนั้นถ้าเรา
  116. 6:03เข้าใจอย่างี้คนทุกคนในองค์กรไม่ว่าคุณจะ
  117. 6:07เป็นพนักงานหัวหน้างานหรือว่าคุณจะเป็น
  118. 6:10ผู้บริหารคุณก็สามารถพัฒนาความเป็นผู้นำ
  119. 6:13ได้คำถามต่อไปที่น่าสนใจก็คือว่าภาวะผู้
  120. 6:17นำหรือความเป็นผู้นำเนี่ยมันเกิดมามีหรือ
  121. 6:20ว่าสร้างได้ภายหลังนะครับหลายคนก็อาจจะถก
  122. 6:24เถียงกันว่าเกิดมามีจริงเหรอนะครับไอ้
  123. 6:27สร้างได้ภายหลังเนี่ยไม่กังวลหรอกใช่มั้
  124. 6:29ครับจริงๆแล้วเราทุกคนเกิดมามีความเป็น
  125. 6:34ผู้นำติดตัวมาไม่มากก็น้อยนะครับแต่ละคน
  126. 6:37ไม่เหมือนกันถ้าอยากจะพิสูจน์ว่าจริงหรือ
  127. 6:40เปล่าที่เราเกิดมามีความเป็นผู้นำอยู่ใน
  128. 6:43ตัวนะครับเอาไว้เสาร์อาทิตย์หรือวันหยุด
  129. 6:45เนี่ยลองลองไปตามห้างสรรพสินค้าบริเวณที่
  130. 6:49แบบเ้ามีจุดที่เด็กๆเล่นกันน่ะผมเรียกว่า
  131. 6:53บ้านบอลก็แล้วกันนะก็คือว่าในส่วนที่มัน
  132. 6:56มีตาข่ายขึงอยู่แล้วมันมีลูกบอลอยู่เต็ม
  133. 6:58ไปหมดแล้วก็ปล่อยเด็กๆเข้าไปเล่นใช่มั้ย
  134. 7:00ครับลองไปสังเกตดูสัก 5 นาที 10 นาทียืน
  135. 7:04ดูเด็กๆเล่นกันเราจะพบว่าเด็กบางคนเนี่ย
  136. 7:08สามารถที่จะ influence คือทำให้เด็กคน
  137. 7:11อื่นเล่นตามเขาได้นะเด็กบางคนก็จะเล่นตาม
  138. 7:14เา้าอย่างเดียวเด็กบางคนก็จะนำเค้าเเล่น
  139. 7:16ใช่มั้ยครับเด็กพวกนี้ไม่เคยเรียนเรื่อง
  140. 7:19ภาวะผู้นำหรือความเป็นผู้นำหรือไม่เคยรู้
  141. 7:21จักเลยด้วยซ้ำพ่อแม่ก็ไม่เคยสอนเลยแต่เรา
  142. 7:24จะพบว่าโดยธรรมชาติมันจะทำให้เด็กบางคน
  143. 7:27เป็นคนนำเด็กบางคนเป็นคนตามใช่มั้ครับ
  144. 7:29เพราะฉะนั้นเราทุกคนเนี่ยมีความเป็นผู้นำ
  145. 7:32ติดตัวมาแต่มันมีงานวิจัยทุกๆสถาบันยืน
  146. 7:36ยันตรงกันว่าคนที่เริ่มต้นมีความเป็นผู้
  147. 7:40นำแต่ตลอดทางมาไม่เคยพัฒนาอะไรเพิ่มเติม
  148. 7:43เลยสุดท้ายจะแพ้คนที่เริ่มต้นมีน้อยกว่า
  149. 7:48แต่ตลอดทางพัฒนาให้มันมีมากขึ้นนะครับ
  150. 7:51เพราะฉะนั้นเวลาที่องค์กรอยากจะพัฒนาองค์
  151. 7:55กรก็เลยอยากจะพัฒนาส่วนที่มันพัฒนาได้
  152. 7:58เพราะแต่ละคนมันมีจุดเริ่มต้นไม่เหมือน
  153. 8:00กันนะครับแต่เราสามารถเพิ่มพูนความเป็น
  154. 8:03ผู้นำได้คราวนี้เวลาเราจะพัฒนาความเป็น
  155. 8:07ผู้นำสิ่งสำคัญที่เราต้องเข้าใจก่อนหลัก
  156. 8:10การพื้นฐานเลยนะครับก็คือว่าผู้นำที่ดีคน
  157. 8:14อื่นตัดศีลนะมันไม่ใช่ว่าเราคิดว่าเรา
  158. 8:18เป็นผู้นำที่ดีหรือเปล่าแต่คนอื่นที่อยู่
  159. 8:21กับเราต่างหากบอกว่าเราเป็นผู้นำที่ดี
  160. 8:23หรือเปล่าใช่มั้ยครับเพราะฉะนั้นถ้าผู้นำ
  161. 8:26ที่ดีคนอื่นตัดสินหัวใจสำคัญเริ่มต้นก็
  162. 8:29คือเราก็ต้องรู้ว่าคนอื่นมองเรายังไงก่อน
  163. 8:33ถูกต้องมั้ครับเพราะว่าถ้าเราไม่รู้ว่าคน
  164. 8:36อื่นมองเรายังไงเราก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้ว
  165. 8:38เราเป็นผู้นำที่ดีหรือเปล่าเราก็คิดเอง
  166. 8:40เออเองของเราอยู่นะเวลาที่เราไปดูว่าคน
  167. 8:44อื่นมองเรายังไงในเชิงจิตวิทยาเราต้อง
  168. 8:46เข้าใจก่อนว่าทุกวันเนี้ยเราทุกคนมีภาพ
  169. 8:51อย่างน้อย 2 ภาพเสมอภาพนึงก็คือภาพที่คน
  170. 8:55อื่นเห็นอีกภาพนึงคือภาพที่เราคิดว่าเรา
  171. 8:59เป็นถูกต้องมั้ครับคนที่มีภาพที่คนอื่น
  172. 9:03เห็นเหมือนกับที่เราเป็นพอดีเลยแปลว่ามัน
  173. 9:06เหมือนกันเลยเราก็คิดว่าเราเป็นอย่างี้คน
  174. 9:09อื่นก็เห็นเราเป็นอย่างี้ก็มีโอกาสที่
  175. 9:12เข้าใจคนอื่นเข้าใจเราผิดน้อยหน่อยแต่ไม่
  176. 9:15ได้แปลว่าดีหรือไม่ดีนะคือช่องว่างมันไม่
  177. 9:18มีคนอื่นก็เข้าใจเราผิดน้อยหน่อยยกตัว
  178. 9:21อย่างเช่นอันนี้สมมุตินะครับแปลว่าไม่
  179. 9:23จริงนะสมมุติผมรู้ว่าผมอ่ะเป็นคนปากไม่ดี
  180. 9:27และคนอื่นก็เห็นเหมือนกันว่าผมอ่ะเป็นคน
  181. 9:30ปากไม่ดีเหมือนกันก็ไม่ได้แปลว่าการเป็น
  182. 9:32คนปากไม่ดีเป็นเรื่องดีนะไม่เกี่ยวแต่แปล
  183. 9:35ว่าคนอื่นเห็นอย่างที่ผมเป็นงั้นวันนึง
  184. 9:39ถ้าผมพูดอะไรที่มันไม่ดีไปเนี่ยโอกาสเข้า
  185. 9:42ใจผิดมีน้อยหน่อยเพราะคนอื่นก็จะรู้ว่า
  186. 9:44ปากไอ้นี่มันเป็นอย่างี้เองใช่มั้ยครับ
  187. 9:47แต่คนที่มีภาพที่คนอื่นเห็นเหมือนอย่าง
  188. 9:49ที่เราเป็นพอดีเนี่ยมีน้อยมากนะคนส่วน
  189. 9:53ใหญ่มีภาพที่คนอื่นเห็นกับภาพที่เราเป็น
  190. 9:57ไม่เหมือนกันทำไมมันเป็นอย่างนั้นเพราะ
  191. 9:59ว่าปกติเวลาเรามองว่าเราเป็นยังไงอ่ะส่วน
  192. 10:03ใหญ่เรามองจากความตั้งใจของเราแต่คนอื่น
  193. 10:07รับไปอาจจะไม่เหมือนกับสิ่งที่เราตั้งใจ
  194. 10:10ใช่มั้ครับยกตัวอย่างเช่นสมมุติถ้าเราเรา
  195. 10:13ไปถามอ่ะสมมุติเรามีลูกมีหลานมีแฟนเงี้ย
  196. 10:17เราไปถามเ้าบ่อยๆว่าเออเขาไปไหนมาเไปทำ
  197. 10:21อะไรใช่มั้ครับเขาใช้เวลาไปกับเรื่องอะไร
  198. 10:24บ้างความตั้งใจของเราเราอาจจะถามเพราะ
  199. 10:27ความเป็นห่วงถูกป่ะเพราะฉะนั้นเราอ่ะคิด
  200. 10:30ว่าเราถามเพราะเราเป็นห่วงแต่เป็นไปได้มย
  201. 10:33คนที่รับไปอาจจะไม่คิดว่าการตั้งคำถาม
  202. 10:36นั้นเพราะความเป็นห่วงอาจจะรู้สึกว่ามา
  203. 10:38จุ้นจ้านกับชีวิตหรือว่าไม่ไว้วางใจเค้า
  204. 10:40อะไรอย่างี้ใช่มั้ครับเพราะฉะนั้นปกติ
  205. 10:43ปกติแล้วเราอ่ะมีภาพที่เราเป็นกับคนอื่น
  206. 10:46เห็นไม่เหมือนกันแล้วสาเหตุที่มันไม่
  207. 10:48เหมือนกันเนี่ยมีหลายสาเหตุมากมายเลยนะ
  208. 10:51ครับมันก็แล้วแต่ว่าคนอื่นเห็นเราไม่
  209. 10:55เหมือนกับที่เราเป็นด้วยเหตุผลอะไรใช่
  210. 10:57มั้ยครับแต่ว่าปกติแล้วเนี่ยสมมุติถ้าเรา
  211. 11:01ไปวัดสมมุติถ้าเราวัดได้ว่าอ่ะเราอยากจะ
  212. 11:04พัฒนาความเป็นผู้นำของเราใช่มั้ครับเราก็
  213. 11:08ต้องไปวัดว่าสิ่งที่เราคิดว่าเราเป็นผู้
  214. 11:10นำอ่ะมันเราคิดว่ามันเป็นยังไงในขณะเดียว
  215. 11:14กันเราก็ต้องไปถามว่าแล้วคนอื่นน่ะมองใน
  216. 11:16เรื่องเดียวกันนี้เป็นยังไงบ้างเพราะ
  217. 11:19ฉะนั้นพอเราไปวัดเสร็จปุ๊บเนี่ยมันจะมี
  218. 11:20โอกาสเกิดขึ้นได้ 3 3 ซิarioโอแล้วกัน
  219. 11:25ภาษาไทยเรียกว่าฉากทัดแต่ว่าผมคิดว่าเอา
  220. 11:28เอา 3 ซีนารโอก็คือมันมีโอกาสเกิดขึ้นได้
  221. 11:313 อย่างอย่างที่ 1 ก็คือว่าคนอื่นเห็น
  222. 11:35เหมือนอย่างที่เราเป็นเลยไม่ว่าจะเห็นต่ำ
  223. 11:38เหมือนกันหรือสูงเหมือนกันนะครับเช่นผม
  224. 11:41อาจจะรู้สึกว่าผมเป็นคนที่เอ่อตัดสินใจ
  225. 11:45ได้ไม่ค่อยดีและคนอื่นก็เห็นด้วยว่าผมก็
  226. 11:48ตัดสินใจได้ไม่ค่อยดีงี้ก็แปลว่าต่ำ
  227. 11:50เหมือนกันหรือในทางกลับกันสูงเหมือนกัน
  228. 11:53เช่นคนอื่นอาจจะเห็นว่าผมเป็นคนพรีเซนต
  229. 11:55ได้ดีแล้วก็ผมก็คิดว่าผมเป็นคนพรีเซนตได้
  230. 11:58ดีด้วยอันนี้ก็ก็ต่ำเหมือนกันหรือสูง
  231. 12:00เหมือนกันก็เป็นซีนารโอที่ 1 ก็คือว่าคน
  232. 12:04อื่นเห็นกับที่เราเป็นแต่อย่างที่ผมบอก
  233. 12:07ว่ามีน้อยมากมันก็จะมีซีนโอที่ 2 ก็คือ
  234. 12:10ว่าคนอื่นเห็นดีกว่าที่เราเป็นไปได้มั้
  235. 12:14ครับนะเช่นเรารู้สึกว่าเรื่องเนี้ยเราทำ
  236. 12:16ได้ไม่ค่อยดีแต่เวลาเราไปถามคนอื่นเนี่ย
  237. 12:19โอ้โหเคคิดว่าเราทำได้ดีทุกคนเลยงั้นถ้า
  238. 12:22คนอื่นเห็นดีกว่าที่เราเป็นข้อดีก็คือว่า
  239. 12:26เรื่องนั้นๆน่ะเราจะพัฒนาได้ง่ายหน่อย
  240. 12:29เพราะเรารู้สึกว่าเรายังไม่ดีไงแต่ข้อไม่
  241. 12:32ดีก็คือว่าเราอาจจะเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจใน
  242. 12:34ตัวเองเพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำอ่ะ
  243. 12:36มันดีหรือไม่ดีใช่มั้ครับที่ 3 ก็คือว่า
  244. 12:40คนอื่นเห็นแยกแกว่าที่เราเป็นแปลว่าเรา
  245. 12:43อ่ะเห็นตัวเองดีแต่คนอื่นน่ะเห็นว่าเรา
  246. 12:46ยังทำได้ไม่ค่อยดีนะครับข้อดีก็คือว่าใน
  247. 12:50เรื่องนั้นๆนะเราก็จะมีความมั่นใจกับมัน
  248. 12:53เพราะว่าเรารู้สึกว่าเราอันนี้เราทำได้ดี
  249. 12:56ใช่มั้ครับแต่ข้อไม่ดีก็คือว่าเรื่องนี้
  250. 12:59เราอาจจะพัฒนาได้ยากหน่อยเพราะเรารู้สึก
  251. 13:02ว่าเราดีแล้วจริงมั้ครับเพราะฉะนั้นก่อน
  252. 13:04จะพัฒนาเราก็ควรรู้ก่อนว่าคนอื่นเห็นเรา
  253. 13:07เป็นยังไงเหมือนเราดีกว่าเราหรือแย่กว่า
  254. 13:10เราคราวนี้ถ้าเค้าเห็นเหมือนเราก็จบไปมัน
  255. 13:13ก็ไม่มีปัญหาอะไรถูกต้องมั้ยครับไม่มี
  256. 13:16ปัญหาอะไรไม่ได้แปลว่าดีหรือไม่ดีนะย้ำ
  257. 13:18อีกทีนึงแต่ก็คือว่าความเข้าใจผิดมันจะ
  258. 13:20น้อยหน่อยแต่ถ้าเค้าเริ่มเห็นไม่เหมือน
  259. 13:23กับที่เราเป็นไม่ว่าเค้าเห็นดีกว่าหรือ
  260. 13:25แย่กว่าก็ตามนะมันก็จะมีหลายเหตุผลมากเลย
  261. 13:28ก็ไม่ต้องไปฟูมไฟไม่ต้องไปดีใจไม่ต้องไป
  262. 13:31เสียใจกับมันเพราะว่าเค้าไม่ได้บอกว่าเรา
  263. 13:33เป็นอย่างงั้นสิ่งที่เราไปถามเค้าก็คือ
  264. 13:36เค้ากำลังบอกสิ่งที่เขาเห็นถูกต้องมั้ย
  265. 13:38ครับแล้วทำไมคนเห็นไม่เหมือนกับเรามีหลาย
  266. 13:41เหตุผลมากเลยอย่างน้อยๆมีสัก 4-5 เหตุผล
  267. 13:45อันที่ 1 ก็คือว่าตอนเราเป็นหรือตอนเราทำ
  268. 13:49เ้าอาจจะไม่เห็นเป็นไปได้มั้ครับยกตัว
  269. 13:52อย่างเช่นสมมุติว่าลูกน้องบอกว่าหัวหน้า
  270. 13:55ไม่ค่อยซัพพอร์ตใช่มั้งั้นอาจจะไม่ได้แปล
  271. 13:59ว่าหัวหน้าไม่ได้ซัพพอร์ตหรือหัวหน้าไม่
  272. 14:01ได้สนับสนุนแต่ตอนที่หัวหน้าซัพพอร์ตหัว
  273. 14:04หน้าสนับสนุนลูกน้องเผอิญไม่เห็นใช่มั้ย
  274. 14:07ครับอ่าอันที่ 1 ก็เป็นไปได้ว่าเค้าไม่
  275. 14:09เห็นตอนที่เราเป็นหรือเราทำหรืออันที่ 2
  276. 14:12ก็คือว่าเราให้คำจำกัดความหรือความหมาย
  277. 14:14ต่างกันยกตัวอย่างเช่นสมมุติลูกน้องบอก
  278. 14:17ว่าหัวหน้าไม่ค่อยซัพพอร์ตคำว่าซัพพอร์ต
  279. 14:21ในมุมของลูกน้องกับคำว่าซัพพอร์ตในมุมของ
  280. 14:24หัวหน้าอาจจะตีความต่างกันก็ได้ถูกมั้ย
  281. 14:26ครับหรืออันที่ 3 ความคาดหวังหรือว่าความ
  282. 14:30มุ่งหวังน่ะมันต่างกันยกตัวอย่างเช่น
  283. 14:33สมมุติลูกน้องบอกว่าหัวหน้าไม่ค่อยชมใช่
  284. 14:36มยอาจจะไม่ได้แปลว่าหัวหน้าไม่ได้ชมนะแต่
  285. 14:39อาจจะแปลว่าความชมอ่ะมันถี่น้อยกว่าสิ่ง
  286. 14:43ที่ผมคาดหวังใช่มั้ยครับผมคิดว่าถ้าผมทำ
  287. 14:46แบบนี้ผมควรได้รับคำชมเชยแต่ผมไม่ได้ใช่
  288. 14:50มั้ยครับมันก็ไม่ได้แปลว่าผมไม่ได้เลยแต่
  289. 14:53ว่าความคาดหวังผมอาจจะมากกว่านั้นเป็นต้น
  290. 14:55ใช่มั้ครับหรืออันที่ 4 ก็คือว่าจริงๆมัน
  291. 14:58ไม่เกี่ยวกับเราทำหรือไม่เราหรือไม่ได้ทำ
  292. 15:00เลยแต่ว่าเราสื่อสารกันน้อยไปยกตัวอย่าง
  293. 15:03เช่นสมมุติคนอื่นรู้สึกว่าเราเป็นคนไม่
  294. 15:06ตัดสินใจแต่จริงๆเราไม่ได้ไม่ตัดสินใจนะ
  295. 15:10เรากำลังอยู่ในกระบวนการในการหาข้อมูล
  296. 15:13หรือกระบวนการในการคิดวิเคราะห์บางอย่าง
  297. 15:16หรือเราอาจจะตัดสินใจไม่ได้เพราะว่ามัน
  298. 15:18อาจจะไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของเราโดยตรงแต่
  299. 15:21เผอิญเราไม่ได้มีการคุยกันเราไม่ได้สื่อ
  300. 15:23สารให้เขารู้ว่าเราติดอะไรอยู่จึงยังไม่
  301. 15:26ได้ตัดสินใจมันก็เลยทำให้เขารู้สึกว่าเรา
  302. 15:29ไม่ตัดสินใจแต่จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกับ
  303. 15:30ตัดสินใจหรือไม่ตัดสินใจเลยมันเกี่ยวกับ
  304. 15:33การสื่อสารที่มันมีน้อยเกินไปนะครับหรือ
  305. 15:36สุดท้ายครับก็คือว่าเราอาจจะเป็นอย่าง
  306. 15:39นั้นจริงๆก็ได้ก็คือเราไม่รู้ตัวใช่มั้ย
  307. 15:42ครับก็คนอื่นเขาเห็นเรามันก็อาจจะเป็น
  308. 15:45อย่างนั้นตามที่เขาเห็นเพียงแต่ว่าที่
  309. 15:47ผ่านมาเราไม่รู้นะครับคราวนี้ความสำคัญ
  310. 15:51ของสิ่งที่คนอื่นเห็นว่าทำไมมันถึงสำคัญ
  311. 15:55ทำไมเราต้องรู้ว่าคนอื่นเห็นเราเป็นยังไง
  312. 15:57นะอันนี้ผมขอพูดถึงในบริบทการทำงานเท่า
  313. 16:01นั้นแล้วกันนะครับอย่างแรกก็คือว่าคนอื่น
  314. 16:05ตัดสินเราจากสิ่งที่เขาเห็นและเข้าใจว่า
  315. 16:09เราเป็นจริงมั้ยครับอย่างสมมุติว่าเราทำ
  316. 16:12งานเนี่ยผมเชื่อว่าเราทุกคนมีหัวหน้าหัว
  317. 16:16หน้ารู้สึกว่าเราทำงานได้ดีหรือเปล่ามี
  318. 16:19ความรับผิดชอบมั้ยมีศักยภาพจะเติบโตหรือ
  319. 16:22ไม่เค้าตัดสินเราจากสิ่งที่เขาเห็นนะและ
  320. 16:27คิดว่าเราเป็นใช่มั้ครับงั้นเราก็จำเป็น
  321. 16:30ต้องรู้ว่าเค้าเห็นเราเป็นยังไงแต่อย่าง
  322. 16:32ที่ผมบอกว่าข้อที่ 2 เลยก็คือว่าไม่ว่าคน
  323. 16:37อื่นเห็นเราเป็นยังไงเราก็ไม่ได้จำเป็น
  324. 16:40ต้องเป็นอย่างที่เขาเห็นน่ะถูกมั้ครับ
  325. 16:43เพราะว่าเค้าอาจจะเห็นอย่างที่เค้าเคคิด
  326. 16:46ว่าเราเป็นน่ะแต่ถ้าเราไม่เป็นอย่างนั้น
  327. 16:49เราก็ไม่จำเป็นต้องไปโวยวายอะไรเพราะว่า
  328. 16:52เค้าก็เห็นอย่างนั้นถูกมั้ครับงั้นเราไม่
  329. 16:54จำเป็นที่จะเป็นอย่างที่เขาเห็นเช่นเค้า
  330. 16:57เห็นว่าเราเป็นคนไม่ตัดสินใจแต่จริงๆเรา
  331. 16:59รู้สึกว่าเราเป็นคนตัดสินใจเราก็ไม่ได้
  332. 17:01แปลว่าเราก็ต้องเป็นคนไม่ได้ตัดสินใจแบบ
  333. 17:03ที่เขาเห็นเพียงแต่เราจำเป็นต้องรู้ว่า
  334. 17:05เขาเห็นเราเป็นยังไง
  335. 17:06ข้อที่ 3 ก็คือว่าเราไม่ว่าเขาจะบอกเรา
  336. 17:10ว่าเราเป็นยังไงอย่าไปโกรธอย่าไปโมโหอย่า
  337. 17:13ไปไม่พอใจกับสิ่งที่เขาเห็นเพราะเค้าไม่
  338. 17:16ได้บอกว่าเราเป็นอย่างนั้นถูกมั้ยครับ
  339. 17:19เค้ากำลังบอกสิ่งที่เขาเห็นเท่านั้นแต่
  340. 17:22เราอ่ะไปฟูมไฟไม่แฮปปี้ไม่พอใจเพราะเราไป
  341. 17:27เข้าใจว่าเขาเข้าใจเราผิดแต่จริงๆไม่
  342. 17:29เกี่ยวกับเขาเข้าใจเราผิดหรือถูกเลยเขา
  343. 17:31กำลังบอกสิ่งที่เขาเห็นเท่านั้นใช่มั้
  344. 17:33ครับข้อที่ 4 ก็คือว่าถ้าหากเค้าเห็นไม่
  345. 17:38เหมือนอย่างที่เราเป็นเราก็ลองกลับไป
  346. 17:40พิจารณาดูว่าเราได้ทำหรือไม่ได้ทำอะไรจึง
  347. 17:44ทำให้เค้าเห็นอย่างนั้นและที่สำคัญก็คือ
  348. 17:47ว่าถ้าเราคิดว่าเออจริงๆเราไม่ได้เป็น
  349. 17:49อย่างนั้นนะเราก็หาทางวิธีการบางอย่างที่
  350. 17:52ค่อยๆปรับเปลี่ยนวิธีการคำพูดหรือ
  351. 17:55พฤติกรรมบางอย่างเพื่อให้เค้าค่อยๆเห็น
  352. 17:58อย่างที่เราเป็นก็แค่นั้นนะครับคราวนี้
  353. 18:01เวลาที่เราจะพัฒนาความเป็นผู้นำนะนอกจาก
  354. 18:05เราจะเข้าใจว่าผู้นำที่ดีคนอื่นตัดสินเรา
  355. 18:08ต้องรู้ว่าคนอื่นเห็นเราเป็นยังไงละเวลา
  356. 18:11เราจะไปพัฒนาเราก็ต้องเริ่มต้นจากรู้ว่า
  357. 18:14คนอื่นมองเราในฐานะที่เราเป็นหัวหน้าหรือ
  358. 18:17เราเป็นผู้นำอย่างไรใช่มั้ยคราวนี้เวลา
  359. 18:20เราไปถามคนอื่นเนี่ยมันก็ไม่ใช่ไปถามคำ
  360. 18:23ถามกว้างๆว่าอ่าเห็นผมเป็นยังไงบ้างมันก็
  361. 18:27ไปเรื่อยเปื่อยเลยถูกต้องมั้ครับงั้นเรา
  362. 18:29ก็ต้องมีกรอบบางอย่างที่เราจะไปถามใช่
  363. 18:32มั้ยหลายๆองค์กรก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า
  364. 18:35เป็นอ่อคุณสมบัติหรือคุณลักษณะของความ
  365. 18:39เป็นผู้นำนะภาษา HR เ้าเรียก Leadership
  366. 18:41Competency ใช่มั้ยครับงั้นถ้าสมมุติ
  367. 18:44องค์กรท่านมีเราก็ต้องเอาอันนั้นมาเป็น
  368. 18:46กรอบไม่ใช่ไปถามลอยๆแต่ในทางกลับกันถ้า
  369. 18:49เราเอาสิ่งนั้นมาเป็นกรอบขององค์กรข้อดี
  370. 18:53ก็คือมันอาจจะตอบโจทย์องค์กรข้อไม่ดีคือ
  371. 18:56มันเอาไปเทียบกับใครไม่ได้เลยอ่ะเพราะมัน
  372. 18:58เป็นขององค์กรคุณเองคุณจะไปเทียบกับใคร
  373. 19:00ใช่มั้ยครับงั้นองค์กรส่วนใหญ่เวลาจะ
  374. 19:03พัฒนาผู้นำผู้บริหารหรือหัวหน้างานจึง
  375. 19:06อยากจะใช้เอ่อกรอบที่มันเป็นกรอบกลางๆถูก
  376. 19:10ป่ะว่าอันนี้แหละเป็นกรอบกลางๆที่เขาใช้
  377. 19:13กันเวลาเราเอาไปวัดประเมินพอประเมินเสร็จ
  378. 19:16ปุ๊บเราจะได้ไปสอบเทียบไปbenchmมkกับคน
  379. 19:18อื่นได้นะครับในแง่ของ slingh shot เรา
  380. 19:21ก็มีกรอบของเราอยู่เรียกว่า Impact นะ
  381. 19:24ครับ Impact ก็จะมีรายละเอียดของมันวัน
  382. 19:26นี้ก็ไม่ได้มาพูดเรื่อง Impact แต่ว่า
  383. 19:28อยากจะมาอธิบายว่างั้นเราต้องมีกรอบบาง
  384. 19:30อย่างในแง่ของ Impact เนี่ยก็จะแบ่ง
  385. 19:34ลักษณะของคนเนี่ยออกเป็น 6 อย่างนะครับ
  386. 19:37ตัว i มาจากคำว่าเราต้องเป็นคนมองไกลคิด
  387. 19:41เก่งใช่ไหมครับเพราะฉะนั้นมันก็จะเป็น
  388. 19:44ทักษะในเรื่องของการคิดตัว m คือเราต้อง
  389. 19:47สามารถที่จะขายฝันเป็นแล้วก็เห็นทางไป
  390. 19:50ด้วยแปลว่ามันไม่ใช่มองไกลคิดเก่งอย่าง
  391. 19:53เดียวแต่เราต้องทำให้คนอื่นรู้ว่าไอ้สิ่ง
  392. 19:55ที่เราเห็นน่ะมันเป็นยังไงแล้วเราจะรับ
  393. 19:58มือกับมันยังไงเราก็ต้องเห็นทางไปอีก้อน
  394. 20:00เนี้ย 2 อันเนี้ยมันเป็นเรื่องของทักษะใน
  395. 20:03การคิดถัดไปก็คือว่าพอเราพอเราไปบอกคน
  396. 20:08อื่นว่ามันเป็นยังไงเราจะไปยังไงละอันที่
  397. 20:113 ก็คือว่าเราต้องสามารถที่จะทำให้คน
  398. 20:15อื่นไว้เนื้อเชื่อใจและมั่นใจว่าเราจะไป
  399. 20:18ได้ด้วยก็จะเป็นตัว P ใช่มั้ครับว่าเรา
  400. 20:20เป็นที่ไว้วางใจหรือเปล่าและตัว A ถัดไป
  401. 20:24ก็คือว่าพอเราเป็นที่ไว้วางใจคนจะไปกับ
  402. 20:27เราเราก็ต้องสามารถที่จะก้าวไปด้วยกัน
  403. 20:30แล้วก็ประสาน 10 ทิศได้เพราะว่าคนที่มา
  404. 20:33รวมกันน่ะทีมที่ดีคือทีมที่หลากหลายใช่
  405. 20:37มั้ยครับแต่ความหลากหลายมันมาพร้อมกับ
  406. 20:39ความขัดแย้งนะเราจะทำยังไงที่เราจะบริหาร
  407. 20:42ความหลากหลายแล้วก็จะประสานความขัดแย้ง
  408. 20:44ได้เพราะฉะนั้นตัว P กับตัว A ก็จะมารวม
  409. 20:48กันเป็นทักษะในเรื่องของการบริหารจัดการ
  410. 20:51ทีมและ 2 ตัวสุดท้ายตัว C ก็คือว่าเราก็
  411. 20:54ต้องกล้าคิดกล้าทำกล้าลองสิ่งใหม่ๆกล้า
  412. 20:58ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องแม้มันจะเป็น
  413. 21:00สิ่งที่ไม่ถูกใจก็ถามและตัว T สุดท้ายก็
  414. 21:04คือว่าเราก็ต้องเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงใช่
  415. 21:07มั้ครับอย่างไม่หยุดนิ่งแล้วก็สุดท้ายคือ
  416. 21:10ความสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว
  417. 21:14งั้น 2 ตัวสุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของความ
  418. 21:16สามารถในการสร้างความสำเร็จในระยะยาว
  419. 21:18เหมือนอย่างตอนแรกที่ผมบอกว่าถ้าเราแบ่ง
  420. 21:21ออกเป็น 3 กลุ่มงั้นเวลาที่เราไปถามเราก็
  421. 21:23ต้องมีกรอบแบบนี้ก่อนใช่มั้ครับพอเราไป
  422. 21:27ถามอย่างนี้เสร็จปุ๊บหัวใจสำคัญก็คือว่า
  423. 21:30เราก็ต้องมีคะแนนที่เราจะ benchmk ได้
  424. 21:32เพราะว่าถ้าเรา BenchMK ไม่ได้สมมุติเรา
  425. 21:34ไปถามมาละคะแนนเต็ม 5 เราได้ 4.2 3.8
  426. 21:392.5 5 ก็ไม่รู้ว่าตกลงแล้วเราดีหรือเรา
  427. 21:42ไม่ดีถูกป่ะจนกว่าเราจะไปเทียบเคียงหรือ
  428. 21:44เราจะไปbenchมากับอะไรงั้นการที่เราใช้
  429. 21:48แบบประเมินหรือว่าใช้กรอบที่มันเป็นสากล
  430. 21:52เราก็จะทำให้สามารถที่จะไปเทียบเคียงกับ
  431. 21:55คนอื่นได้ใช่มั้ครับแล้วจริงๆแล้วอ่ะกรอบ
  432. 21:58เหล่าเนี้ยถ้าเราเอากลับไปดูกับคุณสมบัติ
  433. 22:01หรือคุณลักษณะที่เราต้องมีในองค์กรของเรา
  434. 22:04นะครับจริงๆแล้วมันก็แมตชะมันเรียกคนละ
  435. 22:07ชื่อเท่านั้นเองใช่มั้ยครับเวลาที่เราไป
  436. 22:10BenchMK เนี่ยเอ่อเราก็มีคะแนนของประเทศ
  437. 22:15ไทยและคะแนนของ Global ก็คือโลกด้วยนะ
  438. 22:18ครับอย่างที่หลายๆคนทราบว่า Slingshot ก็
  439. 22:21มีการทำงานวิจัยร่วมกับพารทอร์ของเราที่
  440. 22:24ต่างประเทศก็คือ Center for Creative
  441. 22:26Leadership นะครับเราก็ไปเก็บข้อมูลของ
  442. 22:29ผู้บริหารที่อยู่ในองค์กรทั้งภาครัฐภาค
  443. 22:33เอกชนรัฐวิสาหกิจนะครับองค์กรขนาดเล็ก
  444. 22:36ขนาดใหญ่รวมกันประมาณสัก 10,000 12,000
  445. 22:38คนนะครับเราก็ไปเก็บข้อมูลมาว่าคะแนนใน
  446. 22:43แต่ละหัวข้อเนี่ยมันเป็นยังไงบ้างอันนี้
  447. 22:45ก็คือเป็นคะแนน Benchmark ในประเทศไทย
  448. 22:47ก่อนเสร็จแล้วเราก็ไปทำงานร่วมกับ partner
  449. 22:51ของเราก็คือ Center for Creative
  450. 22:54Leadership เขาก็มีสาขาอยู่ทั่วโลกก็ไป
  451. 22:56เก็บข้อมูลใน Database ของเขาอีกประมาณ
  452. 22:59สัก 128,000
  453. 23:00คนนะเพื่อจะไปหาว่าแล้วคนที่เป็นผู้นำ
  454. 23:05ระดับโลกเนี่ยเขามีคะแนนเป็นยังไงในบ้าง
  455. 23:08ใน 6 ข้อนั้นเหมือนกันนะครับก็จะเป็น
  456. 23:10คะแนนbenchมาในระดับโลกนะเพราะฉะนั้นพอ
  457. 23:13เราไปทำการประเมินคนของเราเสร็จแล้วเราก็
  458. 23:17ไปเทียบว่าคนเมื่อเทียบกับสกอร์ในประเทศ
  459. 23:21ไทยเราอยู่ไกลจากสกอร์ในประเทศไทยมากหรือ
  460. 23:24น้อยและถ้าเราไปเทียบกับสกอร์ในระดับโลก
  461. 23:27เราอยู่ไกลมากหรือน้อยเราก็จะได้มีเป้า
  462. 23:31หมายมีทar์เก็ตที่เราอยากที่จะพัฒนาไปให้
  463. 23:34ถึงจุดๆนั้นใช่มั้ยครับคราวนี้เวลาที่เรา
  464. 23:37ไปวัดประเมินเนี่ยในองค์กรหลายๆองค์กรก็
  465. 23:42จะใช้วิธีการวัดประเมินแบบ 360 องศาอย่าง
  466. 23:45เดียวใช่มั้ครับเพราะว่าเราอยากจะรู้ว่า
  467. 23:47คนอื่นมองเรายังไงใช่มั้ยข้อดีของ 360
  468. 23:51องศาหรือว่าการที่เราไปถามคนอื่นๆรอบๆ
  469. 23:54ด้านเราว่าคนอื่นมองเรายังไงในเรื่องของ
  470. 23:56ความเป็นผู้นำในมิติต่างๆข้อดีก็คือเราก็
  471. 24:00จะเห็นสิ่งที่เขาเห็นเราอ่ะใช่มอย่างที่
  472. 24:03เมื่อกี้ผมบอกว่าเราอยากจะรู้ว่าคนอื่น
  473. 24:06มองเรายังไงใช่มั้นะครับแต่ข้อไม่ดีก็คือ
  474. 24:09ว่าในสังคมไทยอ่ะบางทีมันก็ไม่กล้าที่จะ
  475. 24:13ให้คะแนนกันตรงๆถูกมั้ยครับอย่างผมไปทำ
  476. 24:16งานให้องค์กรบางองค์กรเนี่ยคะแนนที่คน
  477. 24:20อื่นให้เนี่ยเฉลี่ยประมาณ 90-95%
  478. 24:24ทั้งนั้นเลยนะงั้นก็แปลว่าถ้าสมมุติว่า
  479. 24:27คะแนนมันเป็นอย่างนั้นจริงนะทุกคนในองค์
  480. 24:30กรมันเป็นระดับโลกไปหมดะใช่มั้ยครับเพราะ
  481. 24:32ฉะนั้นบางทีบางองค์กรก็ไม่ได้เชื่อมั่น
  482. 24:35เฉพาะคะแนนที่มันเป็น 360 องศหรือคะแนน
  483. 24:38ที่เป็นฟีดแbคสกoreเพียงอย่างเดียวเขาก็
  484. 24:42พยายามที่จะหาอย่างอื่นมาผสมผสานด้วยนะ
  485. 24:45ครับสิ่งที่เอามาผสมผสานมันก็จะเรียกว่า
  486. 24:48เป็นแบบประเมินทางจิตวิทยานะครับภาษา
  487. 24:52อังกฤษภาษาเทคนิคของมันเรียกว่า pyometric
  488. 24:55test ก็คือแบบประเมินทางจิตวิทยาแบบ
  489. 24:57ประเมินทางจิตวิทยาเนี่ยก็คือจะเป็น test
  490. 24:59แหละซึ่ง test อันเนี้ยมันจะไม่ได้เป็น
  491. 25:02การเทสว่าเรามองตัวเองยังไงนะแต่มันจะ
  492. 25:05เป็นข้อสอบในเชิงจิตวิทยาที่มันมีถูกมี
  493. 25:07ผิดอ่ะครับว่าถ้าเราตอบข้อนี้คือถูกตอบ
  494. 25:10ข้อนี้คือผิดมันเป็นคล้ายๆ test นะครับ
  495. 25:13เพื่อเราจะประเมินดูด้วยว่าแล้วสิ่งที่คน
  496. 25:16อื่นคิดว่าเรามีอ่ะลึกๆเรามีจริงๆหรือ
  497. 25:19เปล่านะครับเพราะฉะนั้นพอเราเอา 2 อันมา
  498. 25:22ประกอบกันก็คือส่วนที่เป็น 360 องศาคือ
  499. 25:25สิ่งที่คนอื่นมองกับสิ่งที่ถูกประเมินจาก
  500. 25:29แบบประเมินทางจิตวิทยาเพื่อจะเป็นเทสว่า
  501. 25:32แล้วลึกๆเรามีหรือเปล่าเนี่ยมันก็จะมี
  502. 25:35ภาษาเรียกของ
  503. 25:36ภาษาที่เรียกในส่วนที่เป็น 360 องศาหรือ
  504. 25:39ว่าเป็นมุมมองที่คนอื่นมีต่อเราเนี่ยภาษา
  505. 25:42ในการประเมินเรียกว่าเป็น performance ก็
  506. 25:45คือพฤติกรรมที่เรา perform ออกไปใช่มั้ย
  507. 25:48ครับคนอื่นก็จะประเมินเราจากสิ่งที่เขา
  508. 25:50เห็นส่วนอันที่เป็นลึกๆเรามีหรือเปล่า
  509. 25:54เนี่ยภาษาเรียกมันจะเรียกว่า potential
  510. 25:57ก็คือศักยภาพถ้าผมแปลให้เข้าใจง่ายๆก็คือ
  511. 26:00ว่าลึกๆเรามีทักษะนั้นโดยธรรมชาติหรือ
  512. 26:03เปล่าใช่มั้ยครับพอเราเอาส่วนส่วนที่เป็น
  513. 26:05performance คือสิ่งที่คนอื่นมองมามาสอบ
  514. 26:09เทียบกับส่วนที่เป็น potential ก็คือลึกๆ
  515. 26:12เรามีไหมเนี่ยมันก็จะได้ออกมาเป็นเมทริก
  516. 26:16นะครับอยู่ 4 ช่องด้วยกันนะเมทริกส่วนที่
  517. 26:201 ก็คือขวาบนเนี่ยมันก็จะเป็นทักษะที่
  518. 26:24ลึกๆเรามีแล้วคนอื่นก็เห็นว่าเรามีด้วยนะ
  519. 26:28ครับอันเนี้ยเป็นทักษะที่เราเรียกว่ามัน
  520. 26:31เป็นจุดแข็งโดยธรรมชาติเห็นมั้ยครับอัน
  521. 26:35ที่ 2 ก็คือขวาล่างแล้วกันนะก็คือลึกๆเรา
  522. 26:40มีใช่ไหมครับผ่านแบบประเมินทางจิตวิทยา
  523. 26:42ลึกๆเรามีแต่คนอื่นจาก 360 องศาเห็นว่า
  524. 26:47เราทำได้ไม่ค่อยดีหรือเราไม่มียกตัวอย่าง
  525. 26:50เช่นสมมุติผมไปประเมินละลึกๆผมมีความ
  526. 26:54สามารถในการคิดวิเคราะห์ได้ดีแต่เวลาไป
  527. 26:59ถาม 360 องศาปรากฏว่าคะแนนคิดวิเคราะห์
  528. 27:02ของผมไม่ค่อยดีแบบนี้แปลแปลว่าอะไรแปลว่า
  529. 27:06การคิดวิเคราะห์เป็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่นะ
  530. 27:10ครับคือคุณอาจจะยังไม่มีโอกาสได้แสดงอาจ
  531. 27:13จะยังไม่มีโอกาสใช้หรือคนอื่นอาจจะไม่
  532. 27:16เห็นมันเลยมาตกอยู่ช่องนี้ก็คือช่องที่
  533. 27:19ลึกๆคุณมีแต่คนอื่นยังไม่เห็นช่องที่ 3
  534. 27:23ครับซ้ายบนก็คือว่าลึกๆคุณไม่มีแต่คนอื่น
  535. 27:27เห็นว่าคุณทำได้ดีนะครับเอายกตัวอย่าง
  536. 27:30เดิมก็คือว่าสมมุติการคิดวิเคราะห์สมมุติ
  537. 27:33ผมไปประเมินแล้วพบว่าแบบประเมินทาง
  538. 27:36จิตวิทยาพบว่าตามที่ผมตอบไปเนี่ยลึกๆแล้ว
  539. 27:41ผมไม่มีทักษะนี้แต่เวลาไปถาม 360 องศา
  540. 27:46ปรากฏว่าทุกคนรู้สึกว่าผมคิดวิเคราะห์ได้
  541. 27:49ดีมากเลยอันนี้แปลว่าอะไรนะครับก็แปลว่า
  542. 27:53ทักษะเนี้ยผมไม่ได้มีโดยธรรมชาติแต่อาจจะ
  543. 27:57ผ่านกาลเวลาผ่านประสบการณ์ผ่านการเรียน
  544. 28:00รู้เลยทำให้ผมเนี่ยมีสิ่งนี้เพิ่มขึ้น
  545. 28:05ภาษาอังกฤษเรียกว่าเป็น developed
  546. 28:07strength ก็คือว่ามันเป็นจุดแข็งที่เรา
  547. 28:10พยายามสร้างหรือพัฒนามันขึ้นมานะครับแล้ว
  548. 28:14ก็ช่องสุดท้ายคือซ้ายล่างคือลึกๆเราไม่มี
  549. 28:18และคนอื่นก็ไม่เห็นว่าเรามีด้วยก็เป็น
  550. 28:21ทักษะที่เราอาจจะต้องกลับไปพิจารณาดูว่า
  551. 28:24เออเราไม่มีแล้วคนอื่นก็เห็นว่าเราไม่มี
  552. 28:27แล้วมันจำเป็นสำหรับงานของเราหรือเปล่า
  553. 28:29ถ้ามันจำเป็นเราก็อาจจะต้องไปเพิ่มตรงนี้
  554. 28:31นะครับเพราะฉะนเพราะฉะนั้นการที่เราใช้
  555. 28:33360 องศาอย่างเดียวมันก็อาจจะมีความน่า
  556. 28:37เชื่อถือไม่มากนักแต่ถ้าเราใช้pทริกอย่าง
  557. 28:41เดียวก็คือแบบประเมินทางจิตวิทยามันก็อาจ
  558. 28:44จะมีมันก็อาจจะมีข้อไม่ดีก็คือว่าบางที
  559. 28:48มันก็อาจจะค้านสายตาถูกต้องมั้ครับเพราะ
  560. 28:51ว่าสมมุติว่าเราคิดว่าคนนี้มีศักยภาพลูก
  561. 28:55น้องคนนี้มีศักยภาพพนักงานคนนี้มีศักยภาพ
  562. 28:58แต่เราไปเอาเทสอะไรก็ไม่รู้มาทำแล้วเทส
  563. 29:02นั้นบอกว่าลูกน้องคนนี้ไม่มีหรอกศักยภาพ
  564. 29:05ส่วนใหญ่เขาก็จะไม่เชื่อครับมันค้านสายตา
  565. 29:08เพราะอย่างที่ผมบอกว่าในองค์กรส่วนใหญ่
  566. 29:10เค้าตัดสินจากสิ่งที่เขา้าเห็นถูกป่ะงั้น
  567. 29:14ถ้าเราใช้อย่างใดอย่างหนึ่งอ่ะมันก็จะมี
  568. 29:17อคติหรือว่ามีใบแอแล้วมันก็จะมีข้อดีข้อ
  569. 29:20ไม่ดีของมันดังนั้นการประเมินที่ดีควรเอา
  570. 29:232 อย่างมารวมกันใช่มั้ยครับเอาทั้งส่วน
  571. 29:26ที่คนอื่นเห็นคือส่วนที่เป็น performance
  572. 29:28และส่วนที่ลึกๆเรามีหรือเปล่าเป็น
  573. 29:30potential
  574. 29:31เราจะได้รู้และเข้าใจมันนะครับอ่าพอเรา
  575. 29:34วัดประเมินอย่างนี้ได้เสร็จปุ๊บเนี่ยเรา
  576. 29:37ก็จะเอามาเทียบกับคะแนน Benchmark อย่าง
  577. 29:40ที่ผมบอกนะครับว่าสมมุติว่าเราเริ่มต้น
  578. 29:42วัดมาได้เช่นสมมุติเรื่องทักษะตัวที่ 1
  579. 29:46สมมุติเรื่องของการคิดวิเคราะห์
  580. 29:49เราได้ 3.8 8 เต็ม 5 เราก็ต้องไปเทียบดู
  581. 29:54ว่าแล้วคะแนน BenchMK ในประเทศไทยเป็น
  582. 29:58คะแนนเท่าไหร่สมมุติถ้าคะแนน BenchMK ใน
  583. 30:01ประเทศไทยคือ 3.7 ก็แปลว่าจริงๆแล้ว 3.8
  584. 30:05เนี่ยดีมากแล้วนะเมื่อเทียบกับคนในประเทศ
  585. 30:08ไทยที่อยู่ในกลุ่มตัวอย่าง 12,000 คนแต่
  586. 30:12พอไปเทียบกับGlobบalหรือระดับโลกหรือ
  587. 30:15ระดับสากลพบว่าคะแนนของเขาคือ 4.2 2 ก็
  588. 30:19แปลว่าคะแนนเนี้ยมันอาจจะดีกว่าสำหรับ
  589. 30:23เฉลี่ยประเทศไทยแต่ยังมีโอกาสที่จะพัฒนา
  590. 30:26ได้เพราะเมื่อไปเทียบกับระดับสากลเนี่ย
  591. 30:29เรายังมีโอกาสที่เราจะไปต่อได้เป็นต้นใช่
  592. 30:33มั้ครับแต่ถ้าเราไม่มีคะแนน Benchmark
  593. 30:36อย่างที่ผมว่าเนี่ย 3.7 3.8 ก็ไม่รู้ว่า
  594. 30:39ตกลงมันโอเคหรือเปล่าถูกป่ะครับแต่ถ้า 3.8
  595. 30:438 แล้วเราไปมีคะแนน Benchmark ด้วยเราก็
  596. 30:45จะบอกได้ว่าเราดีมั้ยและที่สำคัญก็คือเรา
  597. 30:49จะมีเป้าหมายด้วยว่าเราอยากจะพัฒนาคนๆนี้
  598. 30:51ไปสู่อะไรใช่มั้ยครับคราวนี้เวลาเราพัฒนา
  599. 30:54เนี่ยมันก็ต้องไปเลือกจุดพัฒนาให้มันถูก
  600. 30:57ต้องด้วยนะครับจุดพัฒนาที่มันถูกต้อง
  601. 31:01เนี่ยเราเรียกมันว่าsวิต spot ถ้าแปลเป็น
  602. 31:04ไทยก็อาจจะฟังดูตลกๆนิดนึงนะมันเรียกว่า
  603. 31:07จุดหวานแต่ผมคิดว่าอย่าไปเรียกว่าจุดหวาน
  604. 31:09เลยเรียกว่าsวิตch spot ก็แล้วกันsวิต
  605. 31:12spot แปลว่าอะไรมันเหมือนกับจุดที่มัน
  606. 31:15แบบโดนพอดีเลยอ่ะนึกมั้ครับยกตัวอย่าง
  607. 31:18เช่นสมมุติว่าถ้าเราแบบตีแบตีเทนนิสหรือ
  608. 31:22ว่าตีกอล์ฟก็แล้วแต่นะถ้าแบบจังหวะที่มัน
  609. 31:26โดนดีๆเลยเนี่ยมันจะรู้สึกว่าแบบโอ้โหย
  610. 31:29มันลูกมันแรงมากแล้วมันจะเบามือมากเลยแบบ
  611. 31:33เนี้ยเราเรียกว่าเป็นจุดสวิตชเพราะฉะนั้น
  612. 31:36ในแง่ของการพัฒนาก็เช่นกันนะครับถ้าเราหา
  613. 31:39จุดสวิตสปอเจอได้นะเราจะมีโอกาสโอกาส
  614. 31:43พัฒนามันได้ดีมากแล้วมันจะประสบความ
  615. 31:45สำเร็จมากๆด้วยจุดสวิตสปอคือจุดที่ 3
  616. 31:50เรื่องนี้มันมาเจอกันอันที่ 1 คือมันเป็น
  617. 31:54เรื่องที่เราควรพัฒนาเป็นเรื่องที่ควร
  618. 31:57พัฒนาแปลว่าถ้าดูจากผลการประเมิน 360
  619. 32:00องศาหรือว่าดูจากแบบประเมินทางจิตวิทยา
  620. 32:03แล้วเรามีจุดอ่อนที่ควรต้องพัฒนาหรือเรา
  621. 32:07มีจุดแข็งที่เราอยากจะพัฒนาเพิ่มเติมอัน
  622. 32:10นี้ก็คือเป็นจุดที่เราควรพัฒนาพัฒนาอัน
  623. 32:12ที่ 2 ก็คือมันเป็นสิ่งที่ตัวเราเองอยาก
  624. 32:15พัฒนาด้วยเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ควรพัฒนา
  625. 32:19ทุกๆสิ่งมันเป็นสิ่งที่เราอยากพัฒนาจริง
  626. 32:22มั้ครับงั้นถ้าเรารู้ว่านี่คือสิ่งที่ควร
  627. 32:25พัฒนาแล้วเผอิญมันเป็นสิ่งที่เราอยาก
  628. 32:27พัฒนาด้วยยิ่งดีเลยและจุดที่ 3 ก็คือว่า
  629. 32:31แล้วมันเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการด้วยอัน
  630. 32:34นี้ประเสริฐล้ำแต่ถ้ามันมีแค่จุดที่เรา
  631. 32:37ควรพัฒนากับจุดที่เราอยากพัฒนาแต่องค์กร
  632. 32:40ไม่ได้ต้องการอันนั้นมันก็อาจจะยังไม่ครบ
  633. 32:43องค์ประกอบงั้นถ้าเราสามารถไปหาจุด 3 จุด
  634. 32:46ที่มันมาเจอกันพอดีครับมันจะเป็นจุดที่
  635. 32:50ถ้าเราพัฒนาเรื่องนี้เราจะประสบความ
  636. 32:52สำเร็จมากเพราะว่า 1 มันเป็นเรื่องที่เรา
  637. 32:55ควรพัฒนา 2 เรามีใจที่อยากจะพัฒนามันอยู่
  638. 32:58แล้ว 3 ถ้าเราพัฒนามันได้ดีอ่ะองค์กรอยาก
  639. 33:02ได้ทักษะนี้ด้วยใช่มั้ครับงั้นถ้าเราหา
  640. 33:05อันนี้เจอเราจะพัฒนาสำเร็จคราวนี้ต่อไปก็
  641. 33:08คือว่าพอเราเจอจุดหวานแล้วหรือว่าจุดสวิต
  642. 33:12สปอะเราจะพัฒนายังไงนะการพัฒนาเนี่ยมันมี
  643. 33:17หลายรูปแบบมากเลยแต่สิ่งที่เขาใช้กันมากๆ
  644. 33:19เลยก็คือหลักการที่เรียกว่า 10 20 70
  645. 33:23นะครับ 10 คือส่วนที่เรียกว่าเป็น formal
  646. 33:26learning หรือว่าการเรียนรู้อย่างเป็น
  647. 33:28ทางการอย่างเช่นการไปอบรมการไปเรียน
  648. 33:31หนังสือใช่มั้ยครับการฟัง YouTube การ
  649. 33:34อ่านหนังสืออะไรเงี้ยก็คืออะไรที่มันเป็น
  650. 33:36เรื่องเป็นราวเป็นทางการเนี่ยอันเนี้ยมัน
  651. 33:39เป็นส่วนของ 10% แปลว่า Impact มันไม่
  652. 33:42เยอะมากเราเรียนแล้วเราก็อาจจะได้ความรู้
  653. 33:45แหละแต่ว่ามันจะเอาไปใช้ได้จริงหรือเปล่า
  654. 33:46เป็นอีกเรื่องนึงใช่มั้ครับส่วนที่ 2 ที่
  655. 33:49เป็น 20% เนี่ยเขาเรียกว่าการเรียนรู้แบบ
  656. 33:52แลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับภาษาอังกฤษเรียก
  657. 33:55Social Learning นะการแลกเปลี่ยนเรียน
  658. 33:57รู้จะทำให้เราเรียนรู้ได้มากขึ้นยกตัว
  659. 34:00อย่างเช่นสมมุติถ้าเราไปเรียนเสร็จแล้ว
  660. 34:03เรามีโอกาสมาถกเถียงกันเราเอามาแลก
  661. 34:06เปลี่ยนกันเราเอามาพูดคุยกันนะมันจะจะได้
  662. 34:10เรียนรู้มากขึ้นเหมือนหลายๆสถาบันน่ะเวลา
  663. 34:13เค้าให้เรียนน่ะเขาจะให้อ่านเคสก่อนพอ
  664. 34:17อ่านเคสเสร็จปุ๊บเอาเคสมาคุยกันใช่มั้ย
  665. 34:20ครับการที่ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนมีโอกาส
  666. 34:22คุยกันเนี่ยได้เรียนรู้มากขึ้นหรืออย่าง
  667. 34:25สมมุติเราเงี้ยเราไปนั่งคุยกับคนที่มี
  668. 34:28ความรู้เราไปนั่งถกเถียงกันหรือไปฟังเค้า
  669. 34:31คุยกันเนี่ยเราจะพบว่าเราได้เรียนรู้มาก
  670. 34:34กว่าเราไปนั่งเรียนในห้องหรือไปอ่าน
  671. 34:35หนังสือด้วยในบางครั้งใช่มั้ยครับการแลก
  672. 34:38เปลี่ยนเรียนรู้ไม่ได้แค่การมาพูดคุยหรือ
  673. 34:41ว่าการ discus กันเท่านั้นนะการแลก
  674. 34:44เปลี่ยนเรียนรู้ก็คือการที่เราอ่ะเอาสิ่ง
  675. 34:46ที่เรารู้ไปแชร์ให้คนอื่นก็เป็นการพัฒนา
  676. 34:49ตัวเราด้วยยกตัวอย่างเช่นถ้าเราไปเรียน
  677. 34:52อย่างเดียวอ่ะเราอาจจะได้ความรู้ไม่เยอะ
  678. 34:55หรอกแต่ถ้าผมบอกว่าคุณเรียนจบปุ๊บคุณต้อง
  679. 34:59ไปสอนด้วยนะเชื่อมว่าคุณจะตั้งใจมากกว่า
  680. 35:02เดิมและถ้าคุณสอนได้คุณจะรู้เรื่องนั้น
  681. 35:04ได้ดีขึ้นด้วยนะครับและอันที่ 3 ก็คือ
  682. 35:07อันเนี้สำคัญสุดเลยเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด
  683. 35:10คือส่วนของ 70% คือนอกจากเราเรียนรู้นอก
  684. 35:15จากเราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนถ้าเราได้ลง
  685. 35:18มือทำด้วยมันจะทำให้ความรู้เนี้ยมันอยู่
  686. 35:21กับเราตลอดไปเลยนะครับอะไรก็ตามที่เป็น
  687. 35:25ทักษะทั้งหลายเราจะพบว่าการเรียนรู้ที่ดี
  688. 35:28ที่สุดคือการลงมือทำและข้อดีของการลงมือ
  689. 35:31ทำคือเป็นแล้วไม่ลืมด้วยนะครับยกตัวอย่าง
  690. 35:34เช่นคุณขี่จักรยานได้มยคุณว่ายน้ำได้หรือ
  691. 35:37เปล่าคุณขับรถเกียร์กระปุกเป็นมั้ยใช่
  692. 35:40มั้ยครับสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดมาจาก
  693. 35:42การนั่งเรียนหรือว่าการมานั่งพูดคุยกันนะ
  694. 35:45แต่มันเกิดจากการที่คุณได้มีโอกาสฝึกฝน
  695. 35:47ใช่มั้ครับอย่างเช่นสมมุติคุณขี่จักรยาน
  696. 35:50เป็นคุณว่ายน้ำเป็นเนี่ยเชื่อมั้ว่าไม่
  697. 35:52ได้ขี่มานานๆคุณยังขี่ได้นะคุณไม่ได้ว่าย
  698. 35:56น้ำมานานๆคุณยังไหว้ได้อาจจะไหว้ไม่คล่อง
  699. 35:58ได้ไหว้ได้ไม่นานแต่คุณไหว้ได้แน่ถ้าคุณ
  700. 36:00เคยขับรถเคลียร์กระปุกเป็นคุณไม่ได้ขับมา
  701. 36:03นานแล้วเชื่อผมมั้ยคุณยังขับได้ใช่มั้ย
  702. 36:05ครับเพราะฉะนั้นถ้าเวลาเราพัฒนาพัฒนาเรา
  703. 36:08เอาให้มันสมบูรณ์แบบเลยก็คือเอาทั้ง 10
  704. 36:1120 แล้วก็ 70 ด้วยเนี่ยมันจะทำให้การ
  705. 36:14พัฒนามันได้ผลมากๆเลยนะครับแล้วก็สุดท้าย
  706. 36:18ครับคนส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกว่าการพัฒนา
  707. 36:21เนี่ยมันวัดผลได้ยากใช่มั้หลายๆองค์กรก็
  708. 36:25รู้สึกว่าเออการพัฒนามันเป็นการลงทุนก็
  709. 36:28แล้วกันอย่าไปคาดหวังผลลัพธ์อะไรเลยคำตอบ
  710. 36:31ก็คือไม่จริงการพัฒนาคนวัดผลได้ทุกระดับ
  711. 36:36เลยนะครับวิธีการวัดผลเนี่ยมันขึ้นอยู่
  712. 36:40กับคุณจะวัดอะไรก่อนคนส่วนใหญ่จะชอบมาถาม
  713. 36:43ผมว่าเออเวลาเราพัฒนาคนเราควรวัดผลยังไง
  714. 36:47วัดผลยังไงยังไม่สำคัญเท่าคุณจะวัดอะไร
  715. 36:49ก่อนเพราะถ้าคุณรู้ว่าคุณจะวัดอะไรอ่ะคุณ
  716. 36:52จะได้รู้ว่าคุณจะวัดยังไงนะครับการวัดผล
  717. 36:55การพัฒนาคนน่ะมันมีวิธีการวัดอยู่ 5
  718. 36:58ระดับระดับที่ 1 เลยก็คือเราเรียกว่าวัด
  719. 37:02ความพึงพอใจนะครับวิธีการวัดความพึงพอใจ
  720. 37:05ก็คือเช่นสมมุติสมมติว่าคุณส่งพนักงานไป
  721. 37:09เรียนในหลักสูตรอะไรสักอย่างนึงพอจบหลัก
  722. 37:12สูตรปุ๊บอ่ะเขาจะมีแบบประเมินมาให้ถูกป่ะ
  723. 37:15แบบประเมินก็จะประเมินว่าคุณชอบหรือเปล่า
  724. 37:18โอเคมยแบบนี้คือการวัดความพึงพอใจใช่มั้
  725. 37:21ครับอันนั้นเลเวล 1 เลยกระจอกสุดวัดง่าย
  726. 37:25สุดใช่มั้ครับแต่ได้ผลน้อยสุดแต่องค์กร
  727. 37:29ส่วนใหญ่มันไปวัดแค่นี้แหละแต่เลเวลถัดไป
  728. 37:32ก็คือว่าไปวัดความรู้ว่าความรู้อ่ะมัน
  729. 37:35เพิ่มขึ้นหรือเปล่า
  730. 37:37เป็นไปได้มยคนเรียนสนุกพอใจแฮปปี้มีความ
  731. 37:41สุขมากแต่ไม่ได้ความรู้อะไรเลยถูกมั้ครับ
  732. 37:44เพราะฉะนั้นอันที่ 2 ก็คือเราไปวัดว่ามัน
  733. 37:47มีความรู้เพิ่มขึ้นหรือเปล่าความรู้เพิ่ม
  734. 37:49ขึ้นวัดยังไงก็คือวัดก่อนเรียนกับหลัง
  735. 37:53เรียนมี test เราเรียกว่าพีกับ post ก็
  736. 37:57คือก่อนเรียนยังไม่ต้องเรียนอะไรเลยทำข้อ
  737. 37:59สอบนี้ก่อนซิพอเรียนจบปุ๊บเอาข้อสอบเดิม
  738. 38:02มาทำว่าคุณทำได้มากขึ้นหรือเปล่าแบบนี้
  739. 38:04เรียกว่ามีความรู้เพิ่มขึ้นมั้ยระดับที่ 3
  740. 38:08ครับวัดว่าพฤติกรรมเปลี่ยนหรือเปล่าเป็น
  741. 38:12ไปได้มยมีความรู้เพิ่มขึ้นกลับไปทุกอย่าง
  742. 38:15เหมือนเดิมพฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
  743. 38:17ใช่มั้ยครับงั้นองค์กรอยากเห็นว่าไปเรียน
  744. 38:21แล้วนอกจากแฮปปี้มีความสุขความรู้เพิ่ม
  745. 38:24ขึ้นตอบโพส test ได้ดีกว่าพทESTแล้ว
  746. 38:28พฤติกรรมคุณเปลี่ยนมั้ยใช่มั้ครับคราวนี้
  747. 38:30พฤติกรรมเปลี่ยนมั้วัดยังไงล่ะนะวิธีการ
  748. 38:34วัดมี 2 วิธีวิธีที่ 1 คือเขาเรียกว่า
  749. 38:38direct observation direct
  750. 38:39observation แปลว่าเราไปสังเกตโดยตรง
  751. 38:43หรือด้วยตัวเองยกตัวอย่างเช่นสมมุติคุณ
  752. 38:46ส่งลูกน้องไปเรียนคุณอยากรู้ว่าพฤติกรรม
  753. 38:49ลูกน้องเปลี่ยนหรือเปล่าหลังจากไปเรียนมา
  754. 38:51แล้วคุณก็ต้องไปสังเกตดูว่าหลังจากกลับมา
  755. 38:55ทำงานเนี่ยเขาดีขึ้นหรือเปล่าใช่มั้แต่
  756. 38:58โอกาสที่คุณจะไป observe ด้วยตัวเอง 100%
  757. 39:02กับลูกน้องทุกคนมันเป็นไปไม่ได้หรอกหรอก
  758. 39:05มันก็ต้องไปทำอีกวิธีนึงเรียกว่า indirect
  759. 39:08observation ก็คือว่าการไปสังเกตทางอ้อม
  760. 39:12สังเกตทางอ้อมแปลว่าอะไรก็แปลว่าแทนที่
  761. 39:14คุณจะต้องไปสังเกตเองคุณไปให้คนที่เขามี
  762. 39:18โอกาสทำงานกับลูกน้องคุณช่วยสังเกตให้ก็
  763. 39:22เป็นที่มาของไอ้พวกองศาทั้งหลายแหละครับ
  764. 39:24180 องศา 270 องศ 360 องศาอะไรก็คือไป
  765. 39:29ถามคนรอบๆด้านว่าคนๆนี้มีพฤติกรรมเปลี่ยน
  766. 39:32ไปหรือไม่อันนี้คือเลวเลเวลที่ 3
  767. 39:35จริงๆแล้วผู้บริหารคาดหวังเลเวล 3 จริง
  768. 39:39มั้ครับอย่างน้อยนะเพราะว่าผู้บริหารก็
  769. 39:42คาดหวังว่าไปเรียนแล้วอ่ะผมอยากเห็น
  770. 39:44พฤติกรรมคนมันเปลี่ยนแต่องค์กรส่วนใหญ่
  771. 39:47ผู้ปฏิบัติอ่ะรายงานผู้บริหารแค่เลเวล 1
  772. 39:50อ่ะก็คือว่าทุกคนเรียนแล้วแฮปปี้มีความ
  773. 39:53สุขเไม่ได้สนใจว่าคุณแฮปปี้มีความสุข
  774. 39:56เปล่าผมสนใจว่าความรู้เพิ่มขึ้นมยใช่มั้ย
  775. 39:58ครับแล้วพฤติกรรมเปลี่ยนหรือเปล่านะคราว
  776. 40:01นี้เลเวล 4 สูงขึ้นไปอีกก็คือว่าแล้ว
  777. 40:05พฤติกรรมที่เปลี่ยนเนี่ยมันไปสร้างผล
  778. 40:08กระทบอะไรบ้างใช่มั้ยครับยกตัวอย่างเช่น
  779. 40:11นะสมมุติว่าองค์กรมีคะแนน exit interview
  780. 40:16คือตอนพนักงานลาออกเนี่ยพนักงานบอกว่า
  781. 40:20เอ่อหัวหน้าไม่ค่อยแบบไม่ค่อยสอนงานไม่
  782. 40:24ค่อยแบบมีเวลาที่จะแบบมาโค้ชเค้าก็เลยทำ
  783. 40:28ให้เป็นเหตุให้พนักงานลาออกสมมุตินะองค์
  784. 40:31กรก็เลยคิดว่าอ่ะถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวไป
  785. 40:33ช่วยสอนในเรื่องทักษะการโค้ชการสอนงานให้
  786. 40:37หัวหน้าแล้วกันพอไปสอนเสร็จปุ๊บก็วัดว่า
  787. 40:40ความพึงพอใจเป็นยังไงความรู้เพิ่มขึ้น
  788. 40:42หรือไม่แล้วก็ 360 องศาบอกว่าพฤติกรรม
  789. 40:45เปลี่ยนหรือเปล่าแต่เลเวลที่ 4 ก็คือว่า
  790. 40:48พฤติกรรมที่เปลี่ยนน่ะมันมีผลกระทบมากพอ
  791. 40:52ทำให้อัตราการลาออกลดลงหรือเปล่าล่ะถูก
  792. 40:55ป่ะเพราะว่าบางทีพฤติกรรมเปลี่ยนน่ะแต่
  793. 40:58อัตราการลาออกก็ยังเหมือนเดิมงี้ก็แปลว่า
  794. 41:00พฤติกรรมที่เปลี่ยนน่ะมันไปสร้างผลกระทบ
  795. 41:04ไม่มากพอที่จะทำให้มันเกิดimpพactใช่มั้
  796. 41:07ครับอันนี้เราก็สามารถวัดได้เป็นเลเวลที่
  797. 41:094 เลเวลสุดท้ายคือวัดว่าแล้วผลตอบแทนต่อ
  798. 41:14การลงทุนมันคุ้มค่ามเราเรียกว่า ROI นะ
  799. 41:18return on investment เพราะฉะนั้นถ้า
  800. 41:20เราจะวัด return on investment เราก็
  801. 41:22ต้องไปวัดว่าสมมุติว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยน
  802. 41:26ทำให้การลาออกของพนักงานลดลงจริงเราก็พอ
  803. 41:32ไปคำนวณนวลได้ว่าทุกๆ 1% ที่ลดลงหรือทุกๆ
  804. 41:361 คนที่ไม่ลาออกเนี่ยองค์กรประหยัดเงิน
  805. 41:40ไปได้เท่าไหร่ถูกมยงั้นถ้าสมมุติว่าการลา
  806. 41:43ออกลดลง 2% เท่ากับประหยัดเงินไปได้ x
  807. 41:47บาทเราก็เอา x บาทอ่ะไปคิดคำนวณว่ามัน
  808. 41:51เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนที่เราไป
  809. 41:54พัฒนาพนักงานถ้า x บาทนี้มันมากกว่าเงิน
  810. 41:58ลงทุนก็แปลว่าลงทุนนี้คุ้มค่ามากเลยลงทุน
  811. 42:03ไป 100 ประหยัดได้ 200 งั้นควรรีบลงทุน
  812. 42:06เยอะๆเลยแต่ถ้าลงทุนไป 100 ประหยัดได้ 10
  813. 42:09บาทอาจจะต้องกลับมาคิดนิดนึงว่าเอ๊ะการลง
  814. 42:11ทุนนี่มันคุ้มหรือเปล่าใช่มั้ครับเพราะ
  815. 42:13ฉะนั้นการลงการพัฒนาคนวัดได้ครับใครบอก
  816. 42:17คุณว่าวัดไม่ได้มันโกหกมันไม่รู้เรื่องนะ
  817. 42:20ครับเพราะฉะนั้นสมมุติคุณเป็นหัวหน้าคุณ
  818. 42:22เป็นผู้บริหารคุณต้อง
  819. 42:26reีquestให้ HR ให้พนักงานที่รับผิดชอบ
  820. 42:30วัดผลของมันและผลที่น้อยที่สุดที่คุณควร
  821. 42:34จะวัดเลยนะคือคุณควรวัดเลเวล 2 ถูกมั้
  822. 42:38ครับก็คือว่าทุกๆการเรียนทุกๆการอบรมคน
  823. 42:42แฮปปี้มยความรู้เพิ่มขึ้นหรือเปล่าเพราะ
  824. 42:45พอเลเวล 3 ปุ๊บอ่ะมันอาจจะไม่ได้วัดได้
  825. 42:47ทุกกรณีแล้วนึกออกป่ะเพราะว่าถ้าคุณต้อง
  826. 42:49ไปทำ 360 องศาทุกกรณีเลยโอคนมันไม่ต้องทำ
  827. 42:52อะไรแล้วครับวันๆมันตอบแต่แบบสอบถามนะแต่
  828. 42:56โครงการใดๆก็ตามที่คุณลงทุนเยอะๆงั้นคุณ
  829. 42:59ควรวัดเลเวล 3 ครับและถ้าคุณลงทุนเยอะมาก
  830. 43:02ๆคุณรู้สึกว่ามันแพงมากๆเลยคุณอาจจะต้อง
  831. 43:05วัดเลเวล 4 และเลเวล 5 เพราะฉะนั้นถ้าคุณ
  832. 43:08เข้าใจว่าการพัฒนามันคืออะไรนะงั้นทบทวน
  833. 43:13นิดหน่อยวันนี้เราคุยกันว่าองค์กรจะพัฒนา
  834. 43:16ความเป็นผู้นำของคนในองค์กรได้อย่างไรอัน
  835. 43:20ที่ 1 คือผมบอกคุณว่าความเป็นผู้นำคือ
  836. 43:23ความสามารถในการทำให้คนอื่นทำตามเพราะ
  837. 43:26ฉะนั้น leadership ไม่ใช่มีเฉพาะคนที่
  838. 43:28เป็นหัวหน้าเท่านั้นคนทุกคนควรมี
  839. 43:30leadership อันที่ 2 คือเวลาคุณจะวัด
  840. 43:34ความเป็นผู้นำก่อนจะพัฒนาคุณควรต้องเอา
  841. 43:38เครื่องมือที่มันเป็นเครื่องมือมาตรฐาน
  842. 43:41คุณจะได้benchมkคุณจะได้รู้ว่าไอ้คะแนน
  843. 43:44ที่ออกมามันมากหรือน้อยแล้วคุณกำลังจะพา
  844. 43:47คนไปไหนอันที่ 3 เวลาพัฒนาไปหาสวิตช์สปอต
  845. 43:51ให้เจอก่อนอันที่ 4 เวลาพัฒนาเอาให้มัน
  846. 43:54ครบถ้วน 10 20 70 ใช่มั้ยครับอันที่ 5
  847. 43:59สุดท้ายก็คือว่าทุกการพัฒนามันวัดผลได้
  848. 44:03เราต้องวัดผลเพียงแต่เราจะวัดผลเลเวลไหน
  849. 44:07มันขึ้นอยู่กับเงินลงทุนและความคาดหวัง
  850. 44:09ที่คุณใส่เข้าไปถ้าเราเข้าใจสิ่งนี้
  851. 44:13leadership พัฒนาได้ครับและ leadership
  852. 44:16เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาด้วยมันต้องมีในทุก
  853. 44:18คนแม้เขาไม่ได้เป็นหัวหน้าก็ตามนะครับวัน
  854. 44:21นี้ก็หวังว่าเป็นประโยชน์นะถ้าชอบเนื้อหา
  855. 44:25ดีๆแบบนี้[เพลง]นะครับฝากกดไลคกด
  856. 44:27Subscribe กดแชร์แล้วก็กดกดกระดิ่งแจ้ง
  857. 44:30เตือนจะได้ไม่พลาด EP ต่อๆไปที่[เพลง]เรา
  858. 44:33จะมีความรู้ใหม่ๆมานำเสนอนะครับ
  859. 44:42[เพลง]

About this transcript

This page contains the full transcript of "ภาวะผู้นำ(Leadership)" แบบมาตรฐานสากล สร้างได้! l Executive Partner EP.24 by Slingshot Group, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 1,265 words across 859 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to choose a caption track available on the video.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, caption language selection, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.