YouTube2Text

🧠 EP.1 สมองติดยา...มากกว่าที่คุณคิด | ความจริงที่วิทยาศาสตร์ค้นพบ — Transcript

by 🟦 ยาจิตเวชเข้าใจง่าย | เภสัชโตโต้ · 786 words · 504 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00คือถ้าสมมุติว่าเราแขนหักเนี่ยฟิล์ม Xray
  2. 0:03มันจะโชว์รอยร้าวสีขาวให้เราเห็นชัดเจน
  3. 0:05เลยใช่ไหมคะหมอก็สามารถชี้ไปที่ฟิล์มแล้ว
  4. 0:08ก็ฟันธงได้เลยว่าเอ้อปัญหาอยู่ตรงไหน
  5. 0:11>> ใช่ครับเห็นปั๊บก็รู้ปั๊บเลยว่าต้องรักษา
  6. 0:14ยังไง
  7. 0:15>> แต่ทีนี้เนี่ยถ้าบอกว่าการติดยาเสพติดมัน
  8. 0:18ก็ทิ้งรอยร้าวแล้วก็เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง
  9. 0:20ในสมองได้ชัดเจนไม่แพ้แขนที่หักเลยล่ะคะ
  10. 0:23วันนี้เราจะมาเจาะลึกภาพสแกนสมองที่จะ
  11. 0:25ทำลายความเชื่อเก่าๆทิ้งไปให้หมดเลย
  12. 0:28>> อืมเป็นความเชื่อที่สังคมเรามักจะแปะป้าย
  13. 0:32กันเนาะว่าแบบคนที่ติดยาคือคนใจอ่อนขาด
  14. 0:35วินัยหรือว่ามีความอ่อนแอทางศีลธรรมอะไร
  15. 0:38พวกนี้
  16. 0:38>> อ่าฮะถูกต้องเลยค่ะซึ่งพอเราเอาเลนส์ของ
  17. 0:41วิทยาศาสตร์ปราสาทวิทยามาจับเนี่ยความ
  18. 0:44เชื่อพวกนั้นมันแบบมันพังทลายลงไปเลยนะคะ
  19. 0:47เพราะหลักฐานมันฟ้องชัดเจนว่าเรากำลังรับ
  20. 0:50มือกับความผิดปกติทางกายภาพ
  21. 0:52>> ใช่ครับมันไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัยใจคอ
  22. 0:55หรือความเข้มแข็งของจิตใจเลยนึกออกมั้ย
  23. 0:57ครับ
  24. 0:57>> อืมยินดีต้อนรับถ้ำสู่การมาคุยเจาะลึกข้อ
  25. 1:01มูลด้วยกันในวันนี้นะคะข้อมูลที่เรา
  26. 1:03เตรียมมาลุยกันวันนี้มาจากงานวิจัยระดับ
  27. 1:06systematic รีวิวล่าสุดเลยที่รวบรวมผล
  28. 1:09การสแกนสมองของผู้ป่วยโรคทางจิตเวท
  29. 1:12>> อ่าที่มีภาวะการเสพติดซ้อนทับด้วยใช่มั้
  30. 1:15ครับ
  31. 1:15>> ใช่ค่ะหรือที่วงการแพทย์เขาเรียกว่า
  32. 1:17Pychiatric Comobidity in SUD นั่น
  33. 1:20แหละค่ะผนวกเข้ากับข้อมูลทางคลินิกที่จะ
  34. 1:23มาผ่าให้เห็นกลไกการทำงานของสมองแบบทุก
  35. 1:26ซอกทุกมุมเลย
  36. 1:27>> โหเป็นชุดข้อมูลที่เปิดโลกมากนะครับเพราะ
  37. 1:30ว่ามันทำให้เราเห็นสถาปัตยกรรมระดับไมโคร
  38. 1:33ในสมองเลยเวลาที่มันถูกสารเคมีแปลกปลอม
  39. 1:36แทรกแซงเข้ามา
  40. 1:37>> คือในฐานะเภสัชกรนะคะตัวช่างเองก็คลุกคลี
  41. 1:41กับเรื่องกลไกยาแล้วก็สารเคมีมาตลอดชีวิต
  42. 1:44การทำงานเลยแต่ว่าพอสารเคมีพวกเนี้ยมัน
  43. 1:47เข้าไปทำปฏิกิริยากับระบบประสาทส่วนกลาง
  44. 1:49เนี่ยมันไม่ได้แค่เปลี่ยนการทำงานชั่ว
  45. 1:51คราวนะคะ
  46. 1:52>> แต่มันเข้าไปรื้อโครงสร้างเลยใช่มั้ยครับ
  47. 1:54>> ถูกต้องค่ะมันรื้อโครงสร้างไปเลยวันนี้ก็
  48. 1:57เลยตั้งตารอมากๆที่จะได้นักวิจัยด้านสมอง
  49. 2:00มาช่วยต่อจิ๊กซอภาพใหญ่ให้เห็นกันชัดๆว่า
  50. 2:03สารเสพติดมันเข้าไปเปลี่ยนสมองมนุษย์ยัง
  51. 2:05ไง
  52. 2:05>> ครับผม
  53. 2:06>> ทำไมความอยากมันถึงมีอำนาจเหนือเหตุผลได้
  54. 2:09ขนาดนั้น
  55. 2:10>> คือการจะตอบคำถามนี้ได้เนี่ยเราต้องเริ่ม
  56. 2:14จากการถอยกลับมาดูสมองที่ยังไม่ถูกทำลาย
  57. 2:16กันก่อนครับว่าตามธรรมชาติแล้วกลไกความ
  58. 2:20สุขของเรามันทำงานยังไง
  59. 2:21>> อืมมาค่อยๆแกะรอยเรื่องนี้กันค่ะถ้าจะให้
  60. 2:26ปูพื้นเนี่ยพระเอกของเรื่องระบบความสุข
  61. 2:29คือสารเคมีที่ชื่อว่าโดพามีนใช่มั้คะ
  62. 2:32>> ใช่เลยครับโดพามีนนี่แหละตัวเอกเลย
  63. 2:35>> ลองนึกภาพตามนะคะว่ามันคือเหรียญรางวัล
  64. 2:38ที่สมองแจกให้เวลาเราทำสิ่งที่เป็น
  65. 2:41ประโยชน์ต่อการเอาชีวิตรอดอย่างเช่นเวลา
  66. 2:43เราหิวจัดๆแล้วได้กินอาหารอร่อยๆ
  67. 2:46>> อ่าฮะหรือเวลาที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดี
  68. 2:49กับคนรอบข้างสมองก็จะหลั่งไอ้เจ้าโดพามีน
  69. 2:52ตัวนี้ออกมา
  70. 2:53>> ใช่ค่ะเพื่อให้เรารู้สึกฟินแล้วก็บอกกับ
  71. 2:56เราว่าเออก็จำไว้นะทำแบบนี้อีกมันดีต่อ
  72. 2:59ชีวิตเรา
  73. 3:00>> ซึ่งนั่นเป็นกลไกวิวัฒนาการที่ฉลาดมากๆ
  74. 3:03เลยนะครับระบบนี้เนี่ยเราเรียกว่า Reward
  75. 3:06System หรือระบบการให้รางวัลอวัยวะหัวใจ
  76. 3:10สำคัญมันจะมี 2 ส่วนหลักๆครับ
  77. 3:12>> มีอะไรบ้างคะ
  78. 3:14>> ส่วนแรกคือ VTA ครับมันเปรียบเหมือนโรง
  79. 3:17งานผลิตความสุขทำหน้าที่สร้างแล้วก็ปล่อย
  80. 3:20โดพามีนออกมา
  81. 3:21>> อืมโรงงานผลิตความสุขเห็นภาพเลยค่ะแล้ว
  82. 3:25อีกส่วนล่ะคะ
  83. 3:26>> อีกส่วนคือ Nucleus Accumbance ครับตัว
  84. 3:30นี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องสแกนรับรางวัลคอย
  85. 3:33รับโดพามีนแล้วก็แปรผลให้ร่างกายเรารู้
  86. 3:35สึกพึงพอใจครับ
  87. 3:37>> ทีนี้พอสารเสพติดเข้าสู่ร่างกายเนี่ยมัน
  88. 3:40ไม่ได้เล่นตามกติกาธรรมชาติแล้วใช่มั้คะ
  89. 3:43แต่มันเข้าไปแฮกระบบนี้ตรงๆเลย
  90. 3:46>> ถูกต้องครับมันเข้าไปบังคับให้ VTA ปล่อย
  91. 3:49โดพามีนออกมาในปริมาณที่มหาศาลแบบผิดปกติ
  92. 3:52เลย
  93. 3:52>> คือลองนึกภาพแบบนี้นะคะถ้าความสุขจากกัน
  94. 3:55กินช็อกโกแลตคือคลื่นน้ำเบาๆซัดเข้าฝั่ง
  95. 3:59ระดับ 5 ยาเสพติดก็เหมือนคลื่นสึนามิ
  96. 4:02ระดับ 15 ที่ซัดตู้มเข้ามาในสมองรวดเดียว
  97. 4:05เลยสมองส่วนความจำมันจะตีความซึนามีนี้
  98. 4:09ยังไงฮะเนี่ย
  99. 4:10>> เอ้อเปรียบเป็นซึนามิก็เห็นภาพดีนะครับ
  100. 4:13แต่มันอาจจะยังไม่สะท้อนความโหดร้ายทั้ง
  101. 4:15หมดนะ
  102. 4:16>> อ้าวทำไมล่ะคะ
  103. 4:17>> เพราะว่าสึนามินในธรรมชาติเนี่ยมันซัดมา
  104. 4:19ตุ้มเดียวแล้วก็ถอยกลับไปใช่มั้ครับทิ่ง
  105. 4:22ความเสียหายไว้ให้เราค่อยๆซ่อมแซมเอา
  106. 4:24>> อืมจริงด้วยค่ะ
  107. 4:26>> แต่สารเสพติดเนี่ยมันคือสึนามิที่ซัด
  108. 4:29กระนำเข้ามาซ้ำๆครับทุกครั้งที่สารตกถึง
  109. 4:33สมองสิ่งที่เกิดขึ้นคือสมองจะเกิดการจำ
  110. 4:36ผิดอย่างรุนแรงเลยครับ
  111. 4:38>> เดี๋ยวนะคะจำผิดว่าสึนามินี้คือสิ่งที่ดี
  112. 4:41ที่สุดงั้นหรอคะ
  113. 4:42>> ใช่ครับผมตามธรรมชาติแล้วสมองถูกออกแบบมา
  114. 4:46ให้จดจำพฤติกรรมที่ให้โดมินสูงๆว่าเป็น
  115. 4:49พฤติกรรมที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดขั้น
  116. 4:52สูงสุด
  117. 4:53>> โห
  118. 4:53>> พอสึนามิโดพามินซัดเข้ามาปุ๊บ
  119. 4:56สมองจะเขียนโค้ดทับลงไปใหม่เลยครับว่านี่
  120. 4:59แหละคือรางวัลที่สำคัญที่สุดยิ่งกว่า
  121. 5:01อาหารยิ่งกว่าน้ำยิ่งกว่าความปลอดภัยอีก
  122. 5:04>> แบบนี้ผลที่ตามมาก็คือระบบประสาทจะหันเห
  123. 5:07ทรัพยากรแล้วก็ความสนใจทั้งหมดไปตามหาสาร
  124. 5:11เสพติดอย่างเดียวเท่านั้นเลยใช่มั้ยคะ
  125. 5:13>> ถูกต้องเลยครับโฟกัสทุกอย่างจะพุ่งไปที่
  126. 5:16ยาเสพติดหมดเลย
  127. 5:17>> โหฟังดูเหมือนระบบนำทางของสมองโดนไวรัส
  128. 5:21เขียนทับไปเลยนะคะเนี่ยแต่เดี๋ยวก่อนค่ะ
  129. 5:24ถ้ารู้ว่าสารเสพติดมันให้ความสุขที่
  130. 5:27รุนแรงเกินไปทำไมสมองส่วนที่เป็นเหตุเป็น
  131. 5:30ผลถึงไม่ออกคำสั่งให้หยุดล่ะคะ
  132. 5:32>> นั่นน่ะสิครับ
  133. 5:33>> คือคนเราก็น่าจะพอมีสติยับยั้งชั่งใจได้
  134. 5:36บ้างใช่มั้คะมันไม่น่าจะยอมโดนแฮกง่าย
  135. 5:38ขนาดนั้น
  136. 5:39>> เอ่อคือถ้าเป็นสมองปกติมันก็ควรจะเบรคได้
  137. 5:42ครับแต่ปัญหาคือระบบเบรกของสมองเนี่ยมัน
  138. 5:47ถูกทำลายไปพร้อมๆกันเลยครับ
  139. 5:49>> ระบบเบรกที่ว่านี่คือส่วนไหนคะ
  140. 5:51>> คือสมองส่วนหน้าผ่าครับหรือที่เรียกว่า
  141. 5:54preฟontal cortex ตัวย่อคือ PFC ตัวนี้ทำ
  142. 5:58หน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมเป็นศูนย์บัญชาการ
  143. 6:01ตรรกะเหตุผลแล้วก็เป็นเบรกพฤติกรรมของเรา
  144. 6:04ครับ
  145. 6:04>> อ๋อแล้วสารเสพติดมันทำอะไรกับพื้นที่ตรง
  146. 6:07นี้คะ
  147. 6:08>> สารเสพติดมันพุ่งเป้าไปโจมตีพื้นที่ตรง
  148. 6:11นี้ด้วยครับทำให้โครงสร้างของ PFC เสื่อม
  149. 6:14ถอยลงไปเลย
  150. 6:15>> ตรงนี้แหละที่น่าสนใจมากๆค่ะเพราะเรา
  151. 6:17กำลังพูดถึงสถาปัตติยกรรมของเบรกที่พัง
  152. 6:20ทลายถ้าเราเจาะลึกลงไปถึงระดับตัวรับ
  153. 6:23สัญญาณหรือว่าพวกรีซ
  154. 6:25เนี่ยมันเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ
  155. 6:27>> สิ่งที่น่าทึ่งตรงนี้ก็คือมันมีการเสีย
  156. 6:29สมดุลที่ชัดเจนมากในสมองส่วนสตอแอตัมครับ
  157. 6:33โดยเฉพาะการทำงานของตัวรับโดพามีนชนิด D1
  158. 6:37แล้วก็ D2
  159. 6:38>> มันทำงานต่างกันยังไงคะ 2 ตัวนี้
  160. 6:40>> ลองนึกภาพว่า D1 คือคันเร่งครับที่คอย
  161. 6:44กระตุ้นเวลาเราเจอสิ่งเร้าส่วน D2 คือ
  162. 6:47เบรกที่คอยดึงสติเราไว้ครับสารเสพติด
  163. 6:50เนี่ยมันจะทำให้จำนวนตัวรับ D2 ลดลงอย่าง
  164. 6:53มีนัยยะสำคัญคันเลย
  165. 6:55>> หมายความว่าเบรกมันหายไปดื้อๆเลยสิคะ
  166. 6:58เหมือนรถที่คันเรี่ยงดีวันเหยกมิดค้างไว้
  167. 7:01แต่ตัวเบรก D2 ดันพังแบบนี้ก็พุ่งชนอย่าง
  168. 7:04เดียวเลยสิคะ
  169. 7:05>> ใช่ครับผมอาการอยากมันเลยทะลุปลอดไปเลย
  170. 7:10>> แต่ขอแย้งตรงนี้นิดนึงนะคะพอพูดถึงเบรก
  171. 7:13เนี่ยในกลไกปราสาทวิทยาเรามักจะนึกถึงศาล
  172. 7:16สื่อปราสาทอีกตัวที่ชื่อว่ากาบ้ามากกว่า
  173. 7:19ไม่ใช่หรอคะ
  174. 7:20>> อ่าครับผม
  175. 7:21>> คือมันเป็นตัวยับยั้งหลักที่คอยให้ความ
  176. 7:23ผ่อนคลายแล้วก็ระงับความตื่นตัวนี่คะตกลง
  177. 7:26แล้วมันพังแค่ระบบโดพามีนหรือว่าสารตัว
  178. 7:29อื่นๆมันรวนไปด้วยคะเนี่ย
  179. 7:31>> โหเป็นประเด็นที่ดีมากเลยครับที่ดึงเอา
  180. 7:33กาบ้าเข้ามาคุยเพราะว่าสารเสพติดเนี่ยมัน
  181. 7:37ไม่ได้โจมตีแค่โดีนระบบเดียวนะครับแต่มัน
  182. 7:40สร้างความพินาศแบบโดมิโนให้กับสารสื่อ
  183. 7:42ประสาทตัวอื่นๆด้วยทั้งระบบเลยก็ว่าได้
  184. 7:45ครับ
  185. 7:45>> โหพังทั้งระบบเลยเหรอคะไหนลองไล่เรียงให้
  186. 7:49ฟังหน่อยสิคะว่าแต่ละตัวมันล้มเป็นโดมิโน
  187. 7:52ยังไง
  188. 7:52>> ได้ครับเริ่มจากกาบ้าก่อนเลยที่เป็น
  189. 7:55เหมือนเบรกมืออย่างที่คุณบอกพอระบบ
  190. 7:57Domมิโนลมปุ๊บการทำงานของกาบ้าจะถูกรบกวน
  191. 8:00ครับทำให้เบรกมือหลุดร่างกายเลยไม่สามารถ
  192. 8:03สงบหรือยับยั้งใจได้
  193. 8:05>> อ่าฮะแล้วตัวอื่นล่ะคะอย่างglลูตาเม
  194. 8:07>> ในขณะเดียวกันครับสารที่ชื่อกลูตาเมดซึ่ง
  195. 8:11ทำหน้าที่เหมือนคันเร่งของการเรียนรู้และ
  196. 8:13ความจำเนี่ยมันก็จะทำงานอโอวอร์โหลADครับ
  197. 8:16>> อวloadนี่คือมันจำฝังใจเลยหรอคะ
  198. 8:19>> ใช่ครับกูตาเมจมันจะไปสลักภาพจำฝังแน่น
  199. 8:22เลยว่าต้องมียาเท่านั้นถึงจะรอดทำให้เวลา
  200. 8:26ผู้เสพเดินผ่านซอยที่เคยไปซื้อยาหรือแค่
  201. 8:29เห็นเข็มฉีดยาอาการอยากมันจะพุ่งปรี๊ด
  202. 8:31ขึ้นมาทันทีแบบควบคุมไม่ได้เลยครับ
  203. 8:33>> แล้วเซโรโทนินล่ะคะตัวที่คอยควบคุมอารมณ์
  204. 8:36ความรู้สึกทั่วไปของเรา
  205. 8:38>> นั่นก็ร่วงตามไปด้วยครับระดับเซโรโทนินจะ
  206. 8:41เสียสมดุลรุนแรงทำให้เกิดความรู้สึกซึม
  207. 8:43เศร้าหงุดหงิดแล้วก็วิตกกังวลครับ
  208. 8:46>> คือพอสารเคมีหลักๆทั้ง 4 ตัวทั้งโดปามีน
  209. 8:49กาบ้ากลูตาเมตแล้วก็เซโรโทนินมันรวนไปหมด
  210. 8:53พร้อมๆกันเนี่ยโครงสร้างการควบคุม
  211. 8:55พฤติกรรมก็คือล่มสลายเลยใช่มั้ยคะ
  212. 8:57>> ใช่ครับนี่แหละคือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
  213. 9:00ที่ยืนยันว่าการที่คนหนึ่งเลิกยาไม่ได้
  214. 9:02เนี่ยมันไม่ใช่เพราะเขาใจไม่แข็งพอนะครับ
  215. 9:05แต่มันเป็นเพราะโครงสร้างฮาร์ดแวร์เนี่ย
  216. 9:07สมองเขาถูกทำลายไปแล้วจริงๆ
  217. 9:09>> อืพออธิบายแบบนี้เห็นภาพชัดเจนเลยค่ะว่า
  218. 9:12มันเป็นการต่อสู้ที่แทบจะไม่มีทางชนะด้วย
  219. 9:16ความตั้งใจล้วนๆได้เลยทีนี้พอแบรกพังสาร
  220. 9:20เคมีรวนสมองของมันก็จะเข้าสู่สภาวะการ
  221. 9:23ปรับตัวที่นำไปสู่วงจรอุบาทที่ออกไม่ได้
  222. 9:26ใช่ไหมคะ
  223. 9:26>> ถูกต้องครับซึ่งในคู่มือการวินิจฉัยโรค
  224. 9:29ทางจิตเวทหรือ DSM5 เนี่ยเขาพูดถึงเกณฑ์
  225. 9:33สำคัญ 2 คำครับคือภาวะดื้อยาหรือ
  226. 9:36tolerance และการพึ่งพาสารหรือ
  227. 9:39dependence
  228. 9:40>> 2 คำนี้มันทำงานเกี่ยวเนื่องกันยังไงคะ
  229. 9:42>> คือ 2 คำนี้เป็นตัวอธิบายกลไกการติดยาที่
  230. 9:45สมบูรณ์แบบที่สุดเลยครับภาวะดื้อยาเนี่ย
  231. 9:48เกิดจากการที่สมองเจอกับซุนามิโพีนบ่อย
  232. 9:50เกินไปสมองเรามันก็ฉลาดนะครับมันกลัวระบบ
  233. 9:54จะพัง
  234. 9:54>> มันก็เลยป้องกันตัวเองหรอคะ
  235. 9:56>> ใช่ครับมันป้องกันตัวเองด้วยการลดจำนวน
  236. 9:59เครื่องสแกนรับรางวัลลงแล้วก็ชัดดาวนโรง
  237. 10:02งาน VTA ไม่ให้ผลิตโดพามีนตามธรรมชาติออก
  238. 10:04มาอีก
  239. 10:05>> โอโหผลก็คือผู้ป่วยต้องใช้ยาในปริมาณที่
  240. 10:08เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้ได้ความรู้สึก
  241. 10:11สุขเท่าเดิมหรือบางทีอาจจะแค่ให้รู้สึก
  242. 10:14ว่าตัวเองปกติเท่านั้นเอง
  243. 10:16>> อ่าฮะใช่เลยครับ
  244. 10:18>> แล้วถ้าเกิดวันนึงยาขาดหรือผู้ป่วยพยายาม
  245. 10:20พยายามจะหยุดยาล่ะคะโรงงานที่มันโดน
  246. 10:23ชัดดาวน์ไปแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น
  247. 10:26>> มันก็เหมือนโดนตัดไฟกะทันหันทั้งเมืองอ่ะ
  248. 10:29ครับสมองที่เคยชินกับโดปามีนล้นๆเพราะจู่
  249. 10:32ๆมันหายวับไปมันจะตกอยู่ในสภาวะขาดแคลน
  250. 10:36ขั้นวิกฤตเลย
  251. 10:37>> ซึ่งก็นำไปสู่อาการถอนยาหรือ withdraw
  252. 10:40ว่าที่แสนทรมานนั่นเองใช่มั้ยคะ
  253. 10:42>> ใช่ครับนี่คือจุดที่ภาวะพึ่งพาสาลหรือ
  254. 10:46dependence เข้ามาทำงานเต็มรูปแบบเลยถึง
  255. 10:49จุดนี้เนี่ยแรงจุจูงใจในการเสพมันพลิกจาก
  256. 10:52หน้ามือเป็นหลังมือเลยนะครับ
  257. 10:54>> คือไม่ได้เสพเพื่อตามหาความฟินเหมือนช่วง
  258. 10:56แรกๆแล้วใช่มั้คะ
  259. 10:57>> ถูกต้องครับพวกเขาไม่ได้อยากจะเสพเพื่อ
  260. 11:00ความสุขอีกต่อไปแต่ต้องเสพเพื่อหนีความ
  261. 11:03ทุกข์ที่แสนสาหัสครับ
  262. 11:05>> อืมหนีจากความเจ็บปวดทางกายแล้วก็ความ
  263. 11:07ดิ่งเวทางจิตใจ
  264. 11:09>> ใช่ครับเสพเพื่อที่ตัวเองสามารถลุกขึ้นมา
  265. 11:12จากเตียงแล้วก็รู้สึกเป็นมนุษย์ปกติได้ใน
  266. 11:14วันนั้นๆแค่นั้นเองครับ
  267. 11:17>> โหตรงนี้แหละที่ยิ่งฟังไฟฟ้ารู้สึกว่า
  268. 11:21สมองมันถูกจองจำเอาไว้จริงๆนะคะแต่เรื่อง
  269. 11:24มันยังซับซ้อนแล้วก็รับมือยากขึ้นไปอีก
  270. 11:26หลายระดับเลยนะเมื่อเราเอาเรื่องของโรค
  271. 11:29ทางจิตเวทอื่นๆเข้ามาเป็นตัวแปรเพิ่ม
  272. 11:31>> อาฮะที่เราเรียกว่าidityใช่มั้ครับ
  273. 11:35>> ใช่ค่ะเพราะในชีวิตจริงเนี่ยมันไม่ได้ตรง
  274. 11:37ไปตรงมาเหมือนในการทดลองผู้ป่วยหลายคนไม่
  275. 11:40ได้เริ่มต้นด้วยสมองที่ปกติดี 100% ตั้ง
  276. 11:43แต่แรกเนาะ
  277. 11:44>> ใช่ครับแต่ละคนมีพื้นฐานสมองต่างกัน
  278. 11:47>> ซึ่งข้อมูลจากงานวิจัย systematic รีวิว
  279. 11:50ล่าสุดที่เราเอามาวิเคราะห์กันวันนี้ชี้
  280. 11:52ให้เห็นเลยค่ะว่าถ้าสมองมีโรคทางจิตเวท
  281. 11:55อยู่ก่อนแล้วพอมาเจอยาเสพติดเนี่ยมันไม่
  282. 11:57ได้ทำลายสมองในรูปแบบเดียวกันทุกคนนะคะ
  283. 12:00>> อืมมันมีความเฉพาะเจาะจงมากเลยนะครับ
  284. 12:03>> ลองนึกภาพตามนะคะถ้าสมองส่วนระบบรางวัล
  285. 12:06ของคนๆนึงมันทำงานบกพร่องอยู่แล้วอย่างคน
  286. 12:09ที่เป็นโรคสมาธิสั้นหรือ ADHD พอมายุ่ง
  287. 12:12กับสารเสพติดข้อมูลบอกว่ามันสร้างผลเชิง
  288. 12:15เอกลักษณ์หรือ Unique effect ในสมองมัน
  289. 12:17ไม่ใช่แค่ 1 + 1 = 2 ใช่มั้คะกลไกมัน
  290. 12:20เป็นยังไงคะเนี่ย
  291. 12:22>> คือสำหรับคนที่เป็น ADHD เนี่ยสมองเขา
  292. 12:25เผชิญกับภาวะพร่องโดปามีนเป็นทุนเดิมอยู่
  293. 12:27แล้วครับการควบคุมแรงกระตุ้นมันทำได้ยาก
  294. 12:30กว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว
  295. 12:31>> อ่าฮะแล้วพอสารเสพติดเข้ามาล่ะคะ
  296. 12:35>> งานวิจัยพบว่ามันสร้างเส้นทางความพฤดปกติ
  297. 12:38ที่เป็นรูปแบบเฉพาะตัวมากๆเลยครับโดย
  298. 12:41เฉพาะในสมองส่วนอินซูล่าแล้วก็บซal
  299. 12:43gangรียซึ่งเป็นส่วนที่ประมวลผลเรื่อง
  300. 12:45รางวัลแล้วก็อารมณ์
  301. 12:47>> มันต่างจากคนทั่วไปยังไงคะ
  302. 12:49>> มันกลายเป็นการตอบสนองที่ตรงกันข้ามกับคน
  303. 12:52ที่ติดยาแต่ไม่ได้เป็น ADHD เลยครับ
  304. 12:55เหมือนกับว่าสมองสร้างทางลัดใหม่ที่ทำให้
  305. 12:57พฤติกรรมมันหุนหันพันแล่นรุนแรงแล้วก็คาด
  306. 13:00เดายากขึ้นไปอีก
  307. 13:01>> โหฟังดูเหมือนเอารถที่พวงมาลัยมันหลวม
  308. 13:04อยู่แล้วไปขับเหยียบมิตรคันเร่งเลยล่ะคะ
  309. 13:07เนี่ยแล้วถ้าเป็นกรณีของโรคจิตเศหรือ
  310. 13:10สกิโซฟีเนียล่ะคะข้อมูลระบุชัดเจนเลยว่า
  311. 13:13มันเกิดผลเชิงขยายหรือ amplifying
  312. 13:16effects อันนี้น่ากลัวแค่ไหนคะ
  313. 13:18>> กรณีนี้คือการขยายขอบเขตความพินาศอย่าง
  314. 13:22แท้จริงเลยครับโรคจิตเพศเนี่ยส่งผลต่อการ
  315. 13:25ทำงานของสมองส่วนหน้าแล้วก็เรื่องของ
  316. 13:27ตรรกะความเป็นจริงอยู่แล้วพอยาเสพติดเข้า
  317. 13:30ไปภาพสแกนสมองฟ้องเลยครับว่าการเชื่อมต่อ
  318. 13:33ของ frontal areas แล้วก็ anterior
  319. 13:35singulate cortex มันเสื่อมถอยรวดเร็ว
  320. 13:38มาก
  321. 13:38>> ซึ่งส่วนนั้นเป็นศูนย์กลางการควบคุมการ
  322. 13:41ตัดสินใจและการประเมินความเสี่ยงใช่ไหมั้
  323. 13:43คะ
  324. 13:43>> ใช่ครับมันพังทลายหนักกว่าคนที่เป็นแค่
  325. 13:45โรคติดยาพิวหลายเท่าเลยครับ
  326. 13:48>> หมายความว่ายาเสพติดมันเข้าไปเร่งกระบวน
  327. 13:51การสลายตัวของสมองส่วนนี้ทำให้การยับยั้ง
  328. 13:54ชั่งใจที่มันน้อยอยู่แล้วแทบจะกลายเป็น
  329. 13:57ศูนยไปเลยใช่มั้ยคะ
  330. 13:58>> ถูกต้องครับมันเป็นการทำลายซ้ำเติมจุด
  331. 14:01อ่อนเดิมที่มีอยู่ให้พังราบ่าไปเลย
  332. 14:04>> โหน่ากลัวมากค่ะแต่มาถึงความซ้อนทับแบบ
  333. 14:07ที่ 3 นะคะอันนี้ทำเอาฉันต้องอ่านทบทวน
  334. 14:11หลายรอบมากนั่นคือโรคซึมเศร้าหรือ
  335. 14:14depression ข้อมูลจากสแกนสมองบางส่วน
  336. 14:17กลับเจอเจอกับภาวะผลเชิงลดทอนหรือ
  337. 14:20attenuating effects
  338. 14:21>> อ่าเรื่องนี้ contrast กับความรู้สึกคน
  339. 14:24ทั่วไปมากครับ
  340. 14:25>> ใช่ค่ะคือตอนแรกเราก็น่าจะคิดว่ามีทั้ง
  341. 14:29ซึมเศร้ามีทั้งติดยาสมองต้องพังยับเยิน
  342. 14:32สุดๆสิดูจากตรรกะแต่งานวิจัยบอกว่าการสูญ
  343. 14:36เสียเนื้อสมองหรือตัวรับโดปามีนบางส่วน
  344. 14:39กลับไม่ได้แย่ไปกว่าคนที่มีภาวะเสพติด
  345. 14:41เพียงอย่างเดียวทำไมมันถึงออกมาสวนทางกับ
  346. 14:44ความรู้สึกแบบนี้คะ
  347. 14:46>> เป็นประเด็นที่นักวิจใจก็ต้องถกเถียงกัน
  348. 14:48หนักมากเลยครับแต่ต้องทำความเข้าใจก่อนนะ
  349. 14:50ว่าผลเชิงลดทอนไม่ได้แปลว่ายาเสพติดมันมี
  350. 14:54ผลดีกับโรคซึมเศร้านะครับ
  351. 14:56>> อ่าฮะแล้วมันคืออะไรคะ
  352. 14:57>> แต่มันเป็นเรื่องของกลไกโครงสร้างที่มัน
  353. 15:00ทับซ้อนกันครับอธิบายง่ายๆคือในผู้ป่วย
  354. 15:03โรคซึมเศร้ารุนแรงสมองส่วนที่รับรู้ความ
  355. 15:06สุขมันด้านชาและตัวรับสัญญาณมันหดหายไปจน
  356. 15:09ถึงระดับที่ต่ำมากๆอยู่แล้วครับ
  357. 15:11>> อ๋อเหมือนกับว่าก้นหลุมมันลึกจนถึงที่สุด
  358. 15:14แล้วหรือเปล่าคะ
  359. 15:15>> เปรียบเทียบแบบนั้นก็ได้ครับพอยาเสพติด
  360. 15:17เข้ามาฟาดฟันซ้ำโครงสร้างที่มันพังอยู่
  361. 15:20แล้วในบริเวณเดียวกันมันเลยไม่สามารถพัง
  362. 15:22ลงไปได้ลึกกว่านั้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
  363. 15:25เมื่อดูผ่านภาพสแกนนะครับ
  364. 15:26>> คือเครื่องมือมันอาจจะเจอข้อจำกัดในการ
  365. 15:29วัดความเสียหายที่ทะลุเพดานไปแล้วใช่มั้
  366. 15:31คะที่เรียกว่า FL effect
  367. 15:33>> ใช่ครับแต่สิ่งที่ต้องระวังคือแม้ภาพสแกน
  368. 15:37จะดูเหมือนไม่แย่ไปกว่าเดิมแต่ในทาง
  369. 15:39คลินิกอาการของผู้ป่วยคือทรมานแสนสาหัส
  370. 15:43มากนะครับเพราะความดิ่งของอารมณ์แล้ววงจร
  371. 15:46การถอนยามันจะเกาะกินจิตใจอย่างหนักเลย
  372. 15:49>> อืพอเจาะลึกลงไปทีละโรคแบบนี้มันทำให้
  373. 15:53เห็นภาพใหญ่เลยนะคะว่าการที่สมงเจอศึก
  374. 15:57หลายด้านทั้งเบรกพังสารเคมีรวนแถมมีพายุ
  375. 16:01จิตเวทเฉพาะบุคคลซ้ำเติมเข้าไปอีก
  376. 16:04>> ครับผม
  377. 16:05>> นี่แหละคือคำตอบว่าทำไมการจับผู้ป่วยทุก
  378. 16:08คนไปเข้าค่ายบำบัดแบบเหมารวมแบบ one siiz
  379. 16:12fit all ใช้โปรแกรมเดียวกันเป๊ะๆถึงล้ม
  380. 16:15เหลวไม่เป็นท่า
  381. 16:16>> ใช่เลยครับการรักษามันถึงต้องมุ่งไปสู่
  382. 16:19personalized medicine หรือการแพทย์แบบ
  383. 16:22เฉพาะบุคคลเพราะสมองแต่ละคนมีบาดแผลแล้ว
  384. 16:25ก็ข้อบกพร่องตั้งต้นที่ต่างกันอย่างสิ้น
  385. 16:27เชิงเลยครับ
  386. 16:28>> ถึงจุดนี้ภาพที่เราวาดมาตลอดการสนทนามัน
  387. 16:31ดูมืดมนมากเลยนะคะสมองโดนไวรัสแฮกเบรกถูก
  388. 16:35ทำลายระบบพินาศนำไปสู่คำถามสำคัญที่เชื่อ
  389. 16:40ว่าทุกคนที่กำลังทำความเข้าใจเรื่องนี้
  390. 16:42อยากรู้ที่สุดค่ะ
  391. 16:44>> ถามว่าอะไรครับ
  392. 16:45>> แล้วสมองที่พังขนาดนี้มันจะซ่อมตัวเองให้
  393. 16:48กลับมาเหมือนเดิมได้มั้ยคะ
  394. 16:50>> เป็นคำถามที่สำคัญมากครับและข่าวดีก็คือ
  395. 16:53ได้ครับสมองเราไม่ได้เป็นคนกรีดที่หล่อ
  396. 16:57แล้วหล่อเลยนะครับ
  397. 16:58>> ว้าวโล่งอกไปทีค่ะ
  398. 17:00>> มันมีคุณสมบัติมหัศจรรย์ที่เรียกว่า
  399. 17:02Neurastic City ครับหรือความยืดหยุ่นใน
  400. 17:05การปรับตัวและฟื้นฟูสมองสามารถสร้างเซลล์
  401. 17:08ใหม่ซ่อมแซมโครงสร้างแล้วก็สร้างเส้นทาง
  402. 17:11ปราสาทใหม่ได้ตลอดชีวิตของเราเลยครับ
  403. 17:14>> ซึ่งมันมีสถิติหรือว่าหมุดหมายเวลาที่น่า
  404. 17:16สนใจมากเลยนะคะคือตัวเลข 90 วันหรือ
  405. 17:20ประมาณ 3 เดือนของการหยุดใช้สารเสพติด
  406. 17:22อย่างสิ้นเชิง
  407. 17:23>> อ่าฮะระยะเวลานี้สำคัญยังไงครับ
  408. 17:26>> มันคือจุดเริ่มต้นที่โครงสร้างทางกายภาพ
  409. 17:28เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวค่ะสมองส่วนหน้า
  410. 17:31หรือ PFC ที่เป็นเบรกและNucleสumbanceที่
  411. 17:34เป็นศูนย์รางวัลจะเริ่มปรับจูนจำนวนตัว
  412. 17:37รับสัญญาณให้กลับมาใกล้เคียงกับเกณฑ์ปกติ
  413. 17:39ได้ค่ะ
  414. 17:40>> โอ้โห 90 วันเป็นเหมือนแสงสว่างแรกที่
  415. 17:43ปลายอุโมงค์เลยล่ะครับแต่ต้องย้ำว่า
  416. 17:45กระบวนการ Neurastic City เนี้ยมันไม่
  417. 17:48ได้ทำงานแบบอัตโนมัติ 100% เพียงแค่เรา
  418. 17:50อยู่เฉยๆนะครับอ้าวแล้วเราต้องทำยังไงคะ
  419. 17:53>> มันมีองค์ประกอบ 2 ส่วนที่ต้องมาคู่กัน
  420. 17:55ครับ 1 คือระยะเวลาที่ห่างจากยาเพื่อให้
  421. 17:59สารเคมีล้างระบบไปก่อน
  422. 18:01>> แล้วอย่างที่ 2 ล่ะคะ
  423. 18:03>> อย่างที่ 2 ซึ่งสำคัญมากๆคือคุณภาพของ
  424. 18:07กิจกรรมใหม่ที่เราจะป้อนเข้าไปในสมองครับ
  425. 18:10>> อืมถ้าให้ลองอุปมานะคะกระบวนการนี้มัน
  426. 18:14เหมือนกับการเดินป่าไอ้ทางสายเดิมที่ผู้
  427. 18:17ป่วยใช้เดินไปหายาเสพติดเนี่ยมันถูกย่ำจน
  428. 18:20เตียนโล่งเป็นทางด่วนระดับ 8 เลนสมองก็
  429. 18:24วิ่งปรู๊ดพรดไปตามทางนี้ง่ายดายสุดๆ
  430. 18:26>> อ่าฮะใช่ครับสมองมันชอบทางที่ง่ายอยู่
  431. 18:29แล้ว
  432. 18:30>> ทีนี้พอจะเลิกยาผู้ป่วยต้องหันหลังให้ทาง
  433. 18:33ด่วนแล้วเอามีดมาฟันกิ่งไม้ถังทางเดินสาย
  434. 18:37ใหม่ที่ไม่มีสารเสพติดช่วงแรกมันทั้ง
  435. 18:40เหนื่อยทั้งช้าทั้งโดนหนามเกี่ยวยากลำบาก
  436. 18:43มากเลยนะคะ
  437. 18:44>> เป็น analogy ที่ตรงจุดเลยครับเพราะว่า
  438. 18:46เส้นทางปราสาทใหม่มันยังเล็กแล้วก็อ่อนแอ
  439. 18:49มาก
  440. 18:50>> แต่ถ้าเราอดทนนะคะย่ำไปบนทางสายใหม่ทุก
  441. 18:53วันทำกิจกรรมใหม่ๆเรียนรู้ทักษะใหม่ๆทาง
  442. 18:57เดินสายเล็กๆนั้นก็จะกว้างขึ้นแข็งแรง
  443. 19:00ขึ้นจนกลายเป็นทางหลัดค่ะ
  444. 19:02>> อืมเห็นภาพเลยครับได้ตลอดรอดฝั่งลงนะครับ
  445. 19:05>> ทำไมล่ะคะ
  446. 19:06>> เพราะในช่วงแรกที่ร่างกายยังขาดโดปามิน
  447. 19:08รุนแรงเนี่ยแค่จะลุกขึ้นยืนยังยากเลยครับ
  448. 19:11ไม่มีกระจิตกระจางป่าหรอกครับ
  449. 19:14>> อืมจริงด้วยค่ะ
  450. 19:15>> นี่คือเหตุผลที่จิตบำบัดการสนับสนุนจาก
  451. 19:18ครอบครัวหรือระบบการให้รางวัลทางเลือก
  452. 19:20อย่าง Contingency Management ถึงมีบท
  453. 19:23บาทชี้เป็นชี้ตายเลยครับ
  454. 19:24>> Contingency Management นี่คือการให้
  455. 19:26รางวัลพฤติกรรมเชิงบวกใช่มั้คะ
  456. 19:28>> ใช่ครับมันคือการส่งคนไปช่วยผู้ป่วยถาง
  457. 19:31ทางหรือว่าให้ไฟฉายนำทางในวันที่เขามืด 8
  458. 19:34ด้านจนกว่าสมองจะสร้างโครงสร้างประสาท
  459. 19:36ใหม่ที่แข็งแรงพอจะเดินเองได้ครับ
  460. 19:38>> วันนี้เราเดินทางกันมาลึกมากเลยนะคะจาก
  461. 19:41เรื่องของฟิล์มเrayที่มองไม่เห็นไปจนถึง
  462. 19:44สถาปัตยกรรมระดับตัวรับสัญญาณในสมองกัน
  463. 19:47เลยทีเดียวถ้าจะให้สรุปแก่นสำคัญจากการ
  464. 19:50เจาะลึกข้อมูลวันนี้ประการแรกเลยคืออะไร
  465. 19:53คะ
  466. 19:54>> ประการแรกเลยคือเราต้องเลิกมองว่าการติด
  467. 19:57ยาเป็นเรื่องของความอ่อนแอหรือว่าข้อบก
  468. 20:00พร่องทางศีลธรรมครับมันคือโรคทางกายภาพ
  469. 20:03ของสมองหรือ Brain disease ที่มีระบบการ
  470. 20:06ทำงานผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเฉิงทั้งระบบ
  471. 20:09รางวัลที่ถูกแฮกแล้วก็ระบบยับยั้งชั่งใจ
  472. 20:11ที่พังทลายลงครับ
  473. 20:13>> และประการที่ 2 นะคะซึ่งเป็นสิ่งหล่อ
  474. 20:16เลี้ยงความหวังเลยก็คือแม้ความเสียหายจะ
  475. 20:19รุนแรงหรือซับซ้อนด้วยโรคทางจิตเวทอื่นๆ
  476. 20:22แค่ไหนแต่ด้วยความสามารถของneurรพลาสิ
  477. 20:26สมองสามารถที่จะซ่อมแซมและสร้างทางเดิน
  478. 20:28ใหม่ได้เสมอค่ะ
  479. 20:30>> ใช่ครับหากเราได้รับการบำบัดที่เหมาะสม
  480. 20:33ใช้ระยะเวลาที่เพียงพอแล้วก็ออกแบบการ
  481. 20:36รักษาให้เข้ากับข้อบกพร่องตั้งต้นของแต่
  482. 20:38ละคนนะครับ
  483. 20:39>> อืมมันเป็นเรื่องที่น่าขบคิดต่อนะคะทุกคน
  484. 20:42ว่าเมื่อเราเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า
  485. 20:45อาการติดยาคือโรคที่สร้างความเปลี่ยนแปลง
  486. 20:47ทางโครงสร้างประสาทและสมองจริงๆไม่ได้
  487. 20:50ต่างอะไรจากโรคเบาหวานหรือโรคหัวใจเลย
  488. 20:53>> ครับผม
  489. 20:53>> สังคมและนโยบายสาธารณะของเราควรจะเปลี่ยน
  490. 20:56กระบวนททัศน์จากการมุ่งลงโทษและตีตราผู้
  491. 20:59ที่มีอาการของโรคมาเป็นการสร้างระบบเพื่อ
  492. 21:02รักษาและฟื้นฟูอวัยวะที่บกพร่องนี้อย่าง
  493. 21:05ที่มันควรจะเป็นหรือไม่
  494. 21:07>> เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากครับ
  495. 21:10>> เราอาจจะไม่มีฟิล์มเrayที่โชว์รอยร้าวของ
  496. 21:14การเสพติดได้ชัดเจนเหมือนกระดูกหักนะคะ
  497. 21:16แต่ตอนนี้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์และ
  498. 21:18ปราสาทวิทยาได้ช่วยเปิดเปลือกตาให้เรา
  499. 21:21เห็นความเจ็บปวดที่โซ่นอยู่เบื้องหลัง
  500. 21:23พฤติกรรมเหล่านั้นอย่างปฏิเสธไม่ได้แล้ว
  501. 21:25ล่ะค่ะวันนี้การจอดลึกข้อมูลของเราเข้ม
  502. 21:28ข้นมากขอบคุณผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมไขความ
  503. 21:31ลับของสมองด้วยกันนะคะสวัสดีค่ะ
  504. 21:34>> ยินดีครับสวัสดีครับ

About this transcript

This page contains the full transcript of 🧠 EP.1 สมองติดยา...มากกว่าที่คุณคิด | ความจริงที่วิทยาศาสตร์ค้นพบ by 🟦 ยาจิตเวชเข้าใจง่าย | เภสัชโตโต้, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 786 words across 504 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to choose a caption track available on the video.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, caption language selection, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.