YouTube2Text

จากจิตวิทยาสู่จิตภาวนา - ป อ ปยุตฺโต (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) — Transcript

by ป อ ปยุตฺโต (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) · 1,518 words · 1,365 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:08[เพลง]
  2. 0:13ซีดีธรรมบรรยายชุดจาก
  3. 0:17จิตวิทยาสู่จิตตภาวนา
  4. 0:21โดยพระพรหมคุณาภรณ์
  5. 0:24ปอประยุทโตวัดญาณเวศกวันตำบบาง
  6. 0:30อำเภอ
  7. 0:32สามพรานจังหวัด
  8. 0:34นครปฐมบรรยายเพื่อการถ่ายธรรมวีดิทัศน์
  9. 0:38สำหรับนิสิตในโครงการฝึกปฏิบัติทางจิตตาม
  10. 0:42แนว
  11. 0:43พุทธศาสตร์ภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการ
  12. 0:48แนะแนวมหาวิทยาลัย
  13. 0:51เกษตรศาสตร์ที่สถานพำนักสงสายใจธรรมเขา
  14. 0:55สำโรงดงยาง
  15. 0:57อำเภอพนมสารคา
  16. 1:00จังฉเชิงเทรา
  17. 1:02บรรยายเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม
  18. 1:08พุทศักราช
  19. 1:09[เพลง]
  20. 1:112534 ครั้งที่ 1 จาก
  21. 1:15จิตวิทยาสู่จิตตภาวนา
  22. 1:18[เพลง]
  23. 1:31เจริญพรท่านผู้สนใจเจริญภาวนาทุก
  24. 1:35ท่านวันนี้อาตมาจะพูดในหัวข้อ
  25. 1:40เรื่องจิตวิทยากับการเจริญ
  26. 1:44ภาวนาหัวข้อนี้ก็จะว่าด้วยความ
  27. 1:48สัมพันธ์ระหว่างจิตวิทยากับข้อปฏิบัติที่
  28. 1:53เกี่ยวกับจิตใจในพระ
  29. 1:57พุทธศาสนาทีนี้เมื่อพูดถึงคำว่าจิตวิทยา
  30. 2:00ก็คงต้องทำความเข้าใจกันหน่อยว่าจิตวิทยา
  31. 2:05ในที่นี้ก็คือวิชาการสมัย
  32. 2:08ใหม่ที่เราเรียกชื่ออย่างนั้นซึ่งเกิด
  33. 2:12ขึ้นในประเทศตะวันตกแล้วก็พัฒนามาใน
  34. 2:15ประเทศตะวัน
  35. 2:17ตกเมื่อพูดถึงจิตวิทยาตะวันตกมาสัมพันธ์
  36. 2:22กับพระ
  37. 2:23พุทธศาสนาเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ใน
  38. 2:26เชิง
  39. 2:27วิชาการเพื่อให้ความเข้าใจในเรื่องนี้ชัด
  40. 2:31เจนอาตมาเห็นว่าควรจะโยงไปหาเรื่องความ
  41. 2:36สัมพันธ์ในเชิงเหตุการณ์ด้วยหรือความ
  42. 2:39สัมพันธ์ในเชิง
  43. 2:41ประวัติศาสตร์ว่าที่จริงนั้นเวลานี้ในโลก
  44. 2:46ตะวันตกก็มีความสนใจพระพุทธศาสนากัน
  45. 2:51มากพูดได้ว่ามีความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  46. 2:56เมื่อ 2-3 วันนี้อาตมาฟังวิทยุ voa คือ
  47. 3:01วิทยุเสียง
  48. 3:03อเมริกาก็พูดถึงความเจริญอย่างรวดเร็วของ
  49. 3:08พุทธศาสนาในประเทศอเมริกาเาบอกว่าเมื่อ 20
  50. 3:12ปีก่อน
  51. 3:13โน้นศูนย์หรือสำนักต่างๆทางพุทธศาสนามี
  52. 3:18สักหยิบมือเดียวแต่ปัจจุบันนี้มีถึง 425
  53. 3:23แห่งซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่มากแล้วก็มี
  54. 3:28สถิติที่ยังไม่ถึงกับยืยืนยันว่าจำนวนชาว
  55. 3:31พุทธนี่เพิ่มจากแสนเป็น 2 หรือ 3 ล้านคน
  56. 3:36แล้วเจะเอาไปเทียบกับชาวยิวว่ามีแค่สัก
  57. 3:41ประมาณ 4 ล้านคนซึ่งนับว่าเป็นการเจริญ
  58. 3:46ก้าวหน้าของพุทธศาสนาในช่วงเวลาที่นับว่า
  59. 3:49รวดเร็ว
  60. 3:51มากความจริงนั้นพุทธศาสนาได้รับความสนใจ
  61. 3:55จากตะวันตกมานานก็เรียกได้ว่าถึงศตวรรวัด
  62. 4:01แล้วก่อนที่จะมาเจริญอย่างรวดเร็วในช่วง
  63. 4:0420 ปีในช่วงก่อนโน้นก็คือเมื่อยุค
  64. 4:08อาณานิคม
  65. 4:10ที่ฝรั่งเข้ามาทางประเทศอาเซียแล้วก็ใน
  66. 4:15การปกครองก็ต้องการเรียนรู้เรื่อง
  67. 4:18วัฒนธรรมของท้องถิ่นด้วยแต่การเรียนรู้
  68. 4:22เรื่องวัฒนธรรมนี้ทำให้มาเรียนรู้เรื่อง
  69. 4:24ศาสนาด้วยแล้วก็รู้จัก
  70. 4:27พุทธศาสนาผู้ที่สนใจศึกษาพระพุทธศาสนาบาง
  71. 4:30คนก็ได้มีความสนใจอย่างจริงจังจนกระทั่ง
  72. 4:34ว่าหันไปศึกษาค้นคว้าเรื่องพระพุทธศาสนา
  73. 4:38อย่างเดียวเป็นงานของชีวิตใหม่บางท่านก็
  74. 4:42หันมานับถือพุทธศาสนาในตอนช่วงก่อนโน้น
  75. 4:48ความสนใจพุทธศาสนานั้นจะเป็นไปในรูปแบบ
  76. 4:51ของความสนใจเชิงปัญญาหรือเชิงวิชาการโดย
  77. 4:55เฉพาะระยะนั้นเป็นยุคที่อุตสาหกรรมกำลัง
  78. 4:59เจริญใหม่ๆแล้วก็คนก็ฝากความหวังไว้กับ
  79. 5:03อุตสาหกรรมแลอุตสาหกรรมซึ่งประกอบด้วย
  80. 5:06เทคโนโลยีนี้ก็เจริญขึ้นมาด้วยอาศัย
  81. 5:08วิทยาศาสตร์คนกำลังอยู่ระยะที่ตื่น
  82. 5:11วิทยาศาสตร์
  83. 5:12มากก็มีความภูมิใจในวิทยาศาสตร์กัน
  84. 5:18อยู่และจุดที่ทำให้ชาตะวันตกหันว่าสนใจ
  85. 5:22พุทธศาสนามากก็คือการที่เห็นว่าพระ
  86. 5:25พุทธศาสนานี้มีคำสอนที่สอดคล้องกับ
  87. 5:28วิทยาศาสตร์ดังที่เราจะเห็นว่าในสมัยก่อน
  88. 5:31โน้นฝรั่งจะอ้างเรื่องกาลามสูตรกันมากเขา
  89. 5:36ก็มีความแปลกประหลาดอัศจรรย์ใจที่
  90. 5:38พุทธศาสนาไม่เหมือนกับศาสนาใดเลยเพราะ
  91. 5:42ศาสนาส่วนใหญ่นั้นจะเน้นเรื่องศรัทธาต้อง
  92. 5:44เชื่อตามที่ศาสนา
  93. 5:47สอนแต่เมื่อมาเจอพระพุทธศาสนาสอนอย่าง
  94. 5:50กาลามสูตรบอกว่าอย่าเชื่อเพียงเพราะได้
  95. 5:54ยินได้ฟังตามกันมาตลอดจนกระทั่งว่าอย่า
  96. 5:57เชื่อแม้แต่ว่าด้วยช่วยมองเห็นว่าท่านผู้
  97. 6:00นี้เป็นเป็นครูของเราอย่างนี้ก็ทำให้
  98. 6:04ฝรั่งมีความตื่นเต้นเห็นว่าคำสอนในพระ
  99. 6:08พุทธศาสนาสอดคล้องกับ
  100. 6:11วิทยาศาสตร์นี้ก็เป็นเรื่องเก่าๆที่เป็น
  101. 6:14มาทีนี้มาในถึงยุคปัจจุบันนี้ในระยะสัก
  102. 6:1720-30 ปีนี้แนวความสนใจก็เปลี่ยนไปคือ
  103. 6:23เกิดจากสภาพความเปลี่ยนแปลงในทางสังคมการ
  104. 6:27พัฒนาอุตสาหกรรมนั้น
  105. 6:31เป็นมาระยะหนึ่งก็ทำให้คนเกิดปัญหาจากการ
  106. 6:35พัฒนาคนจำนวนไม่
  107. 6:37น้อยได้มีปัญหาจากการดำเนินชีวิตที่ผิด
  108. 6:41พลาดอย่างที่ฝรั่งเรียกว่า
  109. 6:45ไสลวิธีใช้ชีวิตที่ผิดพลาดก็ทำให้เกิด
  110. 6:49ปัญหาในทางจิตใจมากซึ่งบางทีเขาก็โทษว่า
  111. 6:54เกิดจากการใช้เทคโนโลยีในทางที่ผิดแต่
  112. 6:57เรียกว่าเป็นปัญหาในยุคอุตสาหกรรมเมื่อคน
  113. 7:01มีปัญหาทางจิตใจมากทั้งๆที่มีวัตถุพรั่ง
  114. 7:04พร้อมมากขึ้นก็ทำให้เขามาสนใจพุทธศาสนาใน
  115. 7:09แง่ใหม่มองเห็นศาสนาตวันออกซึ่งรวมทั้ง
  116. 7:12พุทธศาสนาด้วยนี้มีการเน้นเรื่องการ
  117. 7:15ปฏิบัติทางจิตใจโดยเฉพาะก็คือเรื่องสมาธิ
  118. 7:19เนี่ยเป็นจุดเด่นช่วงหลังนี้ก็ทำให้ฝรั่ง
  119. 7:23เี่หันมาสนใจพุทธศาสนาในแง่การแก้ปัญหา
  120. 7:26ทางจิตใจด้วยการฝึกปฏิบัติสมาธิหรือการ
  121. 7:30เจริญภาวนานี่เป็นความโน้มเอียงแล้วก็
  122. 7:36ความเป็นไปโดยทั่วไปในสังคมของตะวันตก
  123. 7:39เช่นในประเทศอเมริกาเป็นต้นซึ่งไม่ใช่
  124. 7:42เฉพาะในวงการวิชาการแต่หมายถึงว่าคนทั่วๆ
  125. 7:46ไปในสังคม
  126. 7:47นั้นแต่ว่าพร้อมกับการที่คนทั่วไปมีความ
  127. 7:52สนใจมีความโน้มเอียงมาอย่างนี้ทางวิชาการ
  128. 7:56โดยเฉพาะจิตวิทยาก็หันไปสนใจด้วยแล้วก็มี
  129. 8:00การศึกษาเรื่องพุทธศาสนากันทั้งในเชิง
  130. 8:04วิชาการ
  131. 8:06จิตวิทยาภาคทฤษฎีและก็ภาคปฏิบัติโดยเฉพาะ
  132. 8:10ก็อย่างที่กล่าวแล้วก็คือการปฏิบัติสมาธิ
  133. 8:13เราก็จะได้เห็นว่าในระยะหลังนี้ 20-30 ปี
  134. 8:17เนี่ยก็มีศูนย์ปฏิบัติ
  135. 8:20สมาธิตั้งขึ้นในประเทศตะวันตกโดยเฉพาะ
  136. 8:24อเมริกานี้มากมายพุทธศาสนาแบบเซ็นเข้าไป
  137. 8:28แบบทิเบตเข้าไปแล้วก็แบบเถรวาทเข้าไป
  138. 8:33อย่างสถาบันของทิเบศที่เรียกว่านาปะ
  139. 8:36อิิที่เมืองโอร์โคโลราโดอันนั้น
  140. 8:41ก็มีการตั้งเป็นสถาบันการ
  141. 8:46ศึกษานอกจากฝึกสมาธิซึ่งเป็นภาคปฏิบัติ
  142. 8:49แล้วก็มีการสอนจิตวิทยาในเชิงวิชาการด้วย
  143. 8:53มีการให้ปริญญาซึ่งเท่าที่ทราบก็ให้ถึง
  144. 8:56ปริญญาโทแล้วก็วิชาตะวันตกพากันไปเรียน
  145. 9:00แล้วก็ฝึกปฏิบัติ
  146. 9:03ด้วยสำนักของทิเบศนี้ก็มีสาขาไปทั่ว
  147. 9:07ประเทศอเมริกามากมายเมื่อหลายปีก่อนก็มี
  148. 9:10ถึง 30 40 แห่งนี้ปัจจุบันนี้อาตมาก็ไม่
  149. 9:14ได้ติดตามซึ่งก่อนนั้นนิกายเซ็นซึ่งเป็น
  150. 9:18พุทธศาสนาเน้นสมาธิของญี่ปุ่นก็ได้รับ
  151. 9:21ความนิยมอยู่ก่อนแล้วแพร่หลายอยู่จน
  152. 9:25กระทั่งทิเบศขึ้นมาเรียกได้ว่าพอจะทันๆ
  153. 9:28กันนี้ฝ่ายเถรวาท
  154. 9:30โดยมากก็จะเป็นชาวตะวันตกเองที่มาศึกษาใน
  155. 9:36ประเทศทางด้านอาเซียอาคเนนี้มาฝึกปฏิบัติ
  156. 9:40บางทีก็มาบชพระฝึกสมาธิเจริญภาวนาแล้วก็
  157. 9:46กลับไปประเทศของตนมีการไปตั้งศูนย์เผย
  158. 9:50แพร่พระ
  159. 9:52พุทธศาสนาโดยวิธีที่เน้นภาคปฏิบัติหรือ
  160. 9:56การเจริญภาวนาก็มีกันขึ้นในแห่งต่างๆต่า
  161. 9:59อย่างเช่นที่เมืองบาเล่ที่รัฐแมสจุเที่
  162. 10:04นั่นอาตมาก็เคยไป
  163. 10:06เยี่ยมก็มีเนื้อที่ประมาณสัก 80 หรือ 85
  164. 10:11ไร่หรือ 85 เออรก็จำไม่แม่นแล้วนี่ก็มี
  165. 10:17ผู้เข้าปฏิบัติทำเป็น
  166. 10:19คอร์สในคอร์สหนึ่งๆก็มีประมาณสัก 150 คน
  167. 10:24ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนมากจะเป็นคน
  168. 10:27หนุ่มสาวแทบทั้งสิ้นอันนี้ก็เป็นภาพ
  169. 10:32ของความสนใจพระพุทธศาสนาในประเทศตะวันตก
  170. 10:36ในปัจจุบันซึ่งเน้นมาทางสมาธิจนกระทั่ง
  171. 10:38ว่าการปฏิบัติสมาธินี้จะกลายเป็นแฟชั่นไป
  172. 10:44แต่ย้อนหลังไปกว่านั้นที่จริงนักจิตวิทยา
  173. 10:47ก็มาสนใจเรื่องพุทธศาสนานี้แม้ก่อนยุคที่
  174. 10:51มีความตื่นในเรื่อง
  175. 10:54สมาธิคือว่าสมาธิในระยะแรกๆก็มีความสนใจ
  176. 10:59อยู่ในวงของคนจำนวนหนึ่งแล้วก็นัก
  177. 11:02จิตวิทยาก็สนใจในการที่จะนำ
  178. 11:06มาใช้ในทางจิตบำบัติและก็ในทางทฤษฎีวิชา
  179. 11:13จิตวิทยาของ
  180. 11:14ตนซึ่งก็อาจจะกล่าวได้ว่าก็เกิดจากการที่
  181. 11:19มองเห็นปัญหาของมนุษย์ในยุคอุตสาหกรรมนี่
  182. 11:22แหละรวมความว่าเรื่องความสนใจในพุทธศาสนา
  183. 11:26โดยเฉพาะภาคปฏิบัติการเจริญภาวนานี้เกิด
  184. 11:29ขึ้นในตะวันตกมากขึ้นมากขึ้นในระยะที่มี
  185. 11:32การเปลี่ยนแปลงของสภาพชีวิตและ
  186. 11:35สังคมซึ่งมนุษย์ในยุคนี้ได้เกิดความผิด
  187. 11:39หวังกับการเจริญก้าวหน้าในทางอุตสาหกรรม
  188. 11:43แล้วก็เพราะว่าเกิดปัญหาต่างๆขึ้นมามาก
  189. 11:46โดยเฉพาะปัญหาทางจิตใจจนกระทั่งมา
  190. 11:49ปัจจุบันนี้ก็คือเกิดปัญหากับสภาพแวดล้อม
  191. 11:52ซึ่งทำให้ปัญหาต่างๆนี่ประดังกันมาก
  192. 11:56มายแล้วก็ความรู้สึกที่ที่ว่าวิชาการของ
  193. 12:00ตะวันตกเองแม้แต่จิตวิทยานี้ก็ไม่เพียงพอ
  194. 12:03ในการที่จะแก้ปัญหาเหล่านั้นแล้วก็พร้อม
  195. 12:06ทั้งความใฝ่รู้ด้วยก็ทำให้กระแสความสนใจ
  196. 12:10นี้มาบรรจบเข้ากับเรื่องพระ
  197. 12:13พุทธศาสนาก็เท่ากับว่าชาวตะวันตกหรือนัก
  198. 12:16วิชาการโดยเฉพาะจิตวิทยานี้มาสนใจพระ
  199. 12:21พุทธศาสนาเหมือนกับว่าต้องการจะนำเอาขุม
  200. 12:24ปัญญาทางพุทธศาสนาไปใช้ประโยชน์ในวง
  201. 12:28วิชาการของจิตวิทยาสมัยใหม่หรือจิตวิทยา
  202. 12:31ตะวันตกนั้นมองในแง่หนึ่งก็เหมือนกับว่า
  203. 12:34ถ้าเรามองเอาจิตวิทยาตะวันตกเป็นหลักก็ดู
  204. 12:37คล้ายกับว่าจิตวิทยาตะวันตกนี้มายอมรับ
  205. 12:41เอาจิตวิทยาของพุทธศาสนาเป็นวิชาการที่
  206. 12:44พึง
  207. 12:45ศึกษาแต่ถ้ามองในแง่ของพุทธศาสนาเราก็ถือ
  208. 12:49ว่าพุทธศาสนาเป็นตัวของตัวเองคือมีระบบ
  209. 12:53จิตวิทยาที่ถือว่ามีความสมบูรณ์ในตัวของ
  210. 12:56ตัวเองอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรจะทำความ
  211. 12:59เข้าใจกันเบื้องต้นแล้วในแง่นี้ก็เลยโยง
  212. 13:03ไปหาเรื่องคววามเหมือนหรือความแตกต่างของ
  213. 13:07จิตวิทยาในพุทธศาสนากับของตะวันตกซึ่งแม้
  214. 13:11เราจะพูดในเชิงความสัมพันธ์แต่ก็ควรจะมอง
  215. 13:13ความแตกต่างไว้ด้วยเพราะว่าการที่เราจะ
  216. 13:17เข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจนได้มองเห็นภาพ
  217. 13:20ที่กระจ่างก็จะต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยว
  218. 13:24กับความแตกต่างนี้บ้างไม่มากก็น้อยทันนี้
  219. 13:28จิตวิทยาตะวันตกนั้นตามประเพณีของเขาได้
  220. 13:33เจริญขึ้นมาพัฒนามาโดยมากก็จะอยู่ในแง่
  221. 13:38ของการเน้นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาของคนป่วย
  222. 13:41ทางจิตใจนี่เป็นจุดเริ่มต้นแล้วก็เป็น
  223. 13:47เป็นแดนสำคัญของการพัฒนาทางจิตวิทยานี่
  224. 13:51จากการที่พยายามแก้ปัญหาคนป่วยทางจิตและ
  225. 13:54ก็มีการศึกษาเพื่อความรู้ความเข้าใจจิตใจ
  226. 13:56มนุษย์พัฒนาเป็นทฤษฎีขึ้นมาซึ่งความรู้ึง
  227. 14:00เชิงทฤษฎีก็เพื่อแก้ปัญหาทางด้านจิตใจของ
  228. 14:03คนไข้เหล่านั้นด้วยแล้วต่อมาก็มีการใช้ใน
  229. 14:07ทางบวกด้วยใช้ในทางบวกนี่อย่างเรื่องการ
  230. 14:11เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการพัฒนาเกี่ยวกับแรง
  231. 14:15จูงใจการใช้ในวงการศึกษาอะไรต่างๆแต่
  232. 14:21ว่ามีอันหนึ่งก็คือความสัมพันธ์กับค่า
  233. 14:25นิยมในยุคอุตสาหกรรมการพันาของ
  234. 14:29จิตวิทยาตะวันตกนั้นไปประสานกับค่านิยมใน
  235. 14:34ยุคอุตสาหกรรมทำให้คนทั่วไปนี้มอง
  236. 14:38จิตวิทยาเด่นไปในแง่ของการนำมาเป็นอุบาย
  237. 14:41หรือใช้ประโยชน์ในการจัดการกับผู้
  238. 14:44อื่นเพื่อสนองความต้องการของตนคล้ายๆว่า
  239. 14:48คนรู้จิตวิทยามีจิตวิทยาดีเพื่อจะได้นำมา
  240. 14:52ใช้ในทางบวกเพื่อจะได้แสวงหาผลประโยชน์
  241. 14:55ของตนเองทำจุดหมายของตนในการการอยู่ในยุค
  242. 14:59แสวงหาวัตถุนี้ให้ได้ผลดียิ่งขึ้นแลกลาย
  243. 15:02เป็นการจัดการกับผู้อื่นเพื่อให้เป็นไป
  244. 15:04ตามความปรารถนาของตนเองอันนี้อย่างที่เรา
  245. 15:09มีคำพูดกันว่าคนนี้มีจิตวิทยาดีคนนั้นมี
  246. 15:12จิตวิทยาดีเความหมายของตะวันตกมักจะพูดไป
  247. 15:16ในแง่ของการที่ว่าจะนำจิตวิทยามาใช้ในการ
  248. 15:20ที่ทำจุดมุ่งหมายของตนให้สำเร็จความมุ่ง
  249. 15:23หมายนั้นอาจจะเป็นความมุ่งหมายที่ดีหรือ
  250. 15:26ไม่ดีก็ได้แต่ในยุคอุตสาหกรรมนั้นค่านิยม
  251. 15:30เป็นไปในทางที่ว่าจะแสวงหาความพรั่งพร้อม
  252. 15:33ทางวัตถุลาภผลเกียรติยศให้แก่ตนเองเพราะ
  253. 15:37ฉะนั้นการมองถึงการใช้จิตวิทยามาสนองจุด
  254. 15:41หมายของตนเองก็เลยเป็นไปในแง่เหล่านี้การ
  255. 15:44แวงหาลาภยศเป็นต้นซึ่งเป็นไปในเรื่องของ
  256. 15:47การสนองความต้องการของตนเองอันนี้ก็เป็น
  257. 15:52แง่หนึ่งที่ควรจะสนใจเกี่ยวกับจิตวิทยา
  258. 15:55ตะวันตกที่ได้พัฒนา
  259. 15:57มาแล้วก็ปัจจุบันนี้ก็จิตวิทยาตะวันตกก็
  260. 16:02มาเผชิญกับปัญหาของคนในยุคอุตสาหกรรมแนว
  261. 16:05โน้มก็จะต้องเปลี่ยนไปคือการที่ว่าจะต้อง
  262. 16:08มาแก้ปัญหาของ
  263. 16:09มนุษย์ที่ประสบปัญหาจากการแสวงหาในยุค
  264. 16:14อุตสาหกรรมหรือตามคานิยมในยุคเทคโนโลยี
  265. 16:18สมัยก่อนโน้นซึ่งเป็นเรื่อยมาจนกระทั่ง
  266. 16:21ถึงปัจจุบันทีนี้มองในฝ่าย
  267. 16:25พุทธศาสนาพุทธศาสนานั้นมองปัญหาจิตใจของ
  268. 16:30คนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ในวงของการป่วยทาง
  269. 16:33จิตคือไม่ไม่ได้เน้นเรื่องคนไข้โรคจิตแต่
  270. 16:39ปัญหาจิตใจของคนในพุทธศาสนานั้นหมายถึง
  271. 16:43ปัญหาของมนุษย์ทั่วไปทุกคนที่ยังมีความ
  272. 16:46ทุกข์หรือยังมีความบกพร่องยังเป็นคนที่
  273. 16:48ไม่สมบูรณ์พูดง่ายๆก็คือมนุษย์ทุกคนที่
  274. 16:52ยังไม่ไร้
  275. 16:53ทุกข์ปัญหาของมนุษย์ทุกคนที่ยังไม่ไร้
  276. 16:56ทุกข์นี่เป็นจุดสนใจของพระพุทธศาสศาสนา
  277. 16:58ทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นมองในแง่นี้แล้ว
  278. 17:01พุทธศาสนาก็สนใจปัญหาของคนธรรมดาสามัญที่
  279. 17:04อยู่ในสังคมทั่วไปนี้เองแล้วก็
  280. 17:08ขยายความสนใจนี้ให้ครอบคลุมไปทั้ง
  281. 17:13เรื่องปัญหานั้นที่มีผลต่อชีวิตของบุคคล
  282. 17:17และก็ที่มีต่อสังคมไปด้วยและการมองปัญหา
  283. 17:22ของมนุษย์นี้พระพุทธศาสนาก็ไม่ได้มองแบบ
  284. 17:25แยกส่วนคือมองเรื่องจิตใจของมนุษย์ปัญหา
  285. 17:30จิตใจของมนุษย์นี้โดยสัมพันธ์กับวิถี
  286. 17:35ชีวิตของมนุษย์ทั้งหมดการดำเนินชีวิตทุก
  287. 17:37แง่ทุกด้านหรือกิจกรรมพฤติกรรมทุกอย่าง
  288. 17:40เพราฉะนั้นพุทธศาสนานี้มองจิตวิทยาในแง่
  289. 17:44ของการแก้ไขปัญหาและการพัฒนามนุษย์เราก็
  290. 17:48มองว่าจิตวิทยาในพุทธศาสนานี้เป็นเรื่อง
  291. 17:51ของกระบวนการพัฒนามนุษย์แล้วถ้าเราพูดว่า
  292. 17:55จิตวิทยาก็อาจจะทำให้เข้าใจผิดเพราะทำให้
  293. 17:57รู้สึกรู้สึกว่ามีการแยกวิชาเกี่ยวกับจิต
  294. 18:00ใจออกมาจากระบบอื่นซึ่งระบบของพุทธศาสนา
  295. 18:04ทั้งหมดนั้นโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
  296. 18:07เป็นองค์รวมไม่สามารถจะแยกเป็นเรื่อง
  297. 18:09เดียวได้อันนี้ต่อไปที่ควรจะมองก็คือ
  298. 18:14เรื่องของการใช้วิธีการกล่าวได้ว่าทั้ง
  299. 18:18พุทธศาสนาและก็จิตวิทยาสมัยใหม่นี้ใช้
  300. 18:22วิธีการแบบวิทยาศาสตร์นี่ถ้าเราจะใช้
  301. 18:25ศัพท์ให้เข้ากับยุคสมัยซึ่งวิธีการทาง
  302. 18:29วิทยาศาสตร์นี้อาจจะมีความหมายที่ต่างไป
  303. 18:31จากวิธีวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจกันทั่วไปก็
  304. 18:34ได้แต่เพื่อให้เข้าใจก็โยงไปหาศัพท์ที่
  305. 18:37ใช้กันอยู่คือวิธีการวิทยาศาสตร์นั้นก็
  306. 18:40เป็นเรื่องของการถือประสบการณ์เป็นสำคัญ
  307. 18:43แล้วก็ใช้การตรวจสอบและทดลองทีนี้ความ
  308. 18:47หมายของการตรวจสอบและทดลองในพุทธศาสนากับ
  309. 18:52ในจิตวิทยาสมัยใหม่หรือตะวันตกนี้ก็อาจจะ
  310. 18:56ไม่ตรง
  311. 18:57กันในจิตวิทยาของตะวันตกนั้นวิธีการ
  312. 19:01วิทยาศาสตร์เน้นไปทางด้านวัตถุคือการที่
  313. 19:05จะต้องตรวจสอบทดลองให้ออกมาเป็นรูปธรรม
  314. 19:09ให้แสดงผลออกมาให้เป็นสิ่งที่มองเห็นได้
  315. 19:13บางทีก็ดูที่พฤติกรรมในภายนอกการแสดงออก
  316. 19:16ทางด้านที่ปรากฏในเชิงสังคมอะไรต่างๆ
  317. 19:20เหล่านี้แต่ของพระพุทธศาสนานั้นคำว่า
  318. 19:24ประสบการณ์ที่เราจะมองเนี่ยหมายถึง
  319. 19:26ประสบการณ์ของจิตใจ
  320. 19:30ประสบการณ์ที่เราได้รับ
  321. 19:32ที่รู้ประจักษ์ในทางจิตใจของตน
  322. 19:36เองซึ่งเทียบกับทางตะวันตกก็คือ
  323. 19:39introspection แต่ก็เมื่อศึกษาละเอียดจะ
  324. 19:42เห็นว่ามันก็ไม่เหมือนกันทีเดียว
  325. 19:44ประสบการณ์ทางจิตใจโดยตรงนี้เป็นเรื่อง
  326. 19:47สำคัญคือคนเรานี้จะรู้ความรักความโกรธ
  327. 19:50ความหลงอะไรต่างๆก็รู้ในจิตใจของตนเองโดย
  328. 19:53ตรงเป็นประสบการณ์ที่ชัดเจนแน่นอนแต่ก็
  329. 19:56เป็นสิ่งที่เป็นเรื่องเฉพาะตน
  330. 19:58อันนี้ประสบการณ์นี้ทางพุทธศาสนาถือว่า
  331. 20:01เป็นสิ่งที่
  332. 20:03สำคัญแล้วประสบการณ์นี้ก็โยงทางจิตใจนี้
  333. 20:07ก็โยงออกมาสู่พฤติกรรมทางรูปธรรมภายนอก
  334. 20:10ด้วยซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในระบบ
  335. 20:13ของชีวิตของมนุษย์ซึ่งไม่ยะไม่อาจจะแยก
  336. 20:17จากกันก็เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์ตามระบบ
  337. 20:20ของเหตุปัจจัยอย่างที่เรียกว่าเป็นองค์
  338. 20:22รวมเพราะว่าระบบของชีวิตทั้งหมดนั้นเป็น
  339. 20:25อันหนึ่งอันเดียวกันทุกส่วนอิาซึ่งกันและ
  340. 20:28กันเพราะฉะนั้นพุทธศาสนานี้ก็จะถือว่า
  341. 20:32ประสบการณ์ทางจิตใจก็จะต้องมีผลโยงมาทาง
  342. 20:36ด้านพฤติกรรมและพฤติกรรมก็มีผลลงไปถึงทาง
  343. 20:39ด้านจิตใจ
  344. 20:40ด้วยจากนี้ก็ทำให้เรามองเห็นว่าบางทีทาง
  345. 20:44ด้านจิตวิทยาตะวันตกนั้นก็มักจะมองเน้น
  346. 20:48เรื่องของด้าน
  347. 20:50จิตวิทยาด้านปัญหาชีวิตจิตใจของมนุษย์
  348. 20:53เนี่ยโดยเน้นเป็นอย่างๆไปโดยที่ว่าต่าง
  349. 20:57สำนักก็ยึดเอาแต่แต่ละจุดแล้วก็ไปเน้นจุด
  350. 20:59นั้นบางทีถึงกับปฏิเสธด้านอื่นอย่างบาง
  351. 21:02สำนักก็อาจจะเน้นสนใจ
  352. 21:05เฉพาะเรื่องจิตไร้สำนึกหรือให้ความสำคัญ
  353. 21:09กับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษบางสำนักก็เอา
  354. 21:12เฉพาะเรื่องพฤติกรรมถือแต่ว่าพฤติกรรม
  355. 21:15อย่างเดียวเท่านั้นที่เป็นของแน่นอนเป็น
  356. 21:17ของจริงไม่ยอมรับเรื่องภายในจิตใจเลย
  357. 21:20อย่างนี้เป็นต้นเรียกว่าแยกเน้นกันไปเป็น
  358. 21:23อย่างๆแต่ในพุทธศาสนานั้นถือว่ามองทุก
  359. 21:28ด้านถือว่าทุกส่วนนั้นมีความสำคัญและมี
  360. 21:33ความสัมพันธ์กันอยู่ในระบบของชีวิตจิตใจ
  361. 21:36ของมนุษย์ทั้งสิ้นจึงต้องมีการโยงประสาน
  362. 21:39กันแล้วก็มองความเป็นปัจจัยแก่กันและ
  363. 21:42สัมพันธ์กันซึ่งความสัมพันธ์ของแต่ละด้าน
  364. 21:46ของชีวิตจิตใจของมนุษย์นี้ที่มาสัมพันธ์
  365. 21:49กันนั้นก็จะมีความสำคัญที่อาจจะไม่เท่า
  366. 21:53กันซึ่งอันนี้เราจะมองว่ามีความสำคัญเท่า
  367. 21:56ไหนก็สัมพันธ์กับระดับพัฒนาการของบุคคล
  368. 22:00แต่ละคนด้วยเช่นเรามองถึงบุคคลที่มี
  369. 22:03พัฒนาการอยู่ในระดับต้นในระดับนี้เรื่อง
  370. 22:07ของด้านพฤติกรรมภายนอกก็จะมีความสำคัญมาก
  371. 22:11แต่เมื่อบุคคลนั้นมีพัฒนาการระดับสูงขึ้น
  372. 22:14ไปเรื่องทางด้านจิตใจที่ลึกซึ้งจนกระทั่ง
  373. 22:17ระดับปัญญาก็จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นจน
  374. 22:20กระทั่งด้านพฤติกรรมภายนอกนี้ถือว่าลงตัว
  375. 22:23อย่างที่เรียกว่าแทบไม่ต้องเอาใจใส่ดัง
  376. 22:26นั้นพุทธศาสนานี้จะมองภาพรวมโดยที่เห็น
  377. 22:30องค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ทุกระดับทุกขั้น
  378. 22:32ตอนทุกส่วนมาโยงมาสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
  379. 22:36จะเน้นเรื่องใดก็ต้องมาสัมพันธ์กับเรื่อง
  380. 22:39ของความเป็นไปในชีวิตจิตใจที่แท้จริง
  381. 22:42อย่างที่ว่าเช่นพัฒนาการของบุคคลในกระบวน
  382. 22:45การพัฒนามนุษย์เป็นต้นอันนี้อาตมาก็อยาก
  383. 22:49จะชี้ให้เห็นอีกอันหนึ่งซึ่งถ้าพูดตาม
  384. 22:51หลักแล้วเราอาจจะกล่าวได้ว่าพุทธศาสนา
  385. 22:56นั้นมอง
  386. 22:59กฎธรรมชาติโดยแยกออกไปเป็นด้าน
  387. 23:05ๆคือในด้านที่เกี่ยวกับชีวิตจิตใจของ
  388. 23:09มนุษย์นี้จะมีส่วนที่เป็นกฎธรรมชาติที่
  389. 23:12สำคัญอยู่ 2 ส่วนได้แก่จิตนิยามกับกรรม
  390. 23:16นิยามจิตนิยามก็คือกฎเกี่ยวกับการทำงาน
  391. 23:20ของจิตใจแล้วก็กรรมนิยามก็คือกฎเกณฑ์
  392. 23:26เกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์
  393. 23:28พฤติกรรมและก็ผลของพฤติกรรมนั้นๆอันนี้
  394. 23:32พุทธศาสนาถือว่าเป็นคนละกฎเป็นกฎธรรมชาติ
  395. 23:36คนละ
  396. 23:37ด้านโดยรวมแล้วมันก็สัมพันธ์เป็นกฎเดียว
  397. 23:40กันแต่ว่าสามารถแยกศึกษาเป็นคนละกฎเพราะ
  398. 23:44ฉะนั้นเราจะมีเรื่องจิตตนิยามกับกรรม
  399. 23:47นิยามเป็น 2 ส่วนแล้วเมื่อศึกษา 2 ส่วน
  400. 23:51นี้เราจะบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างจิต
  401. 23:53นิยามกับกรรมนิยามอีกทีซึ่งต่างกับ
  402. 23:56จิตวิทยาตะวันตกตกซึ่งถ้าเรามองจากแง่มุม
  403. 23:59ของพุทธศาสนาจะเห็นว่าการมองเรื่องกฎ
  404. 24:03ธรรมชาติที่เกี่ยวกับชีวิตจิตใจมนุษย์นี่
  405. 24:06ยังสับสนป่นเปอยู่เช่ว่าอย่างการที่มอง
  406. 24:10เป็นเรื่องพฤติกรรมอย่างเดียวอะไรนี้เลย
  407. 24:12โดยมองเรื่องจิตใจมันเป็นเรื่องพฤติกรรม
  408. 24:15อะไรต่างๆก็อย่างนี้ก็เท่ากับว่าสับสน
  409. 24:17ระหว่างจิตตนิยามกับกรรมนิยามเป็นต้นอัน
  410. 24:20นี้ก็เป็นแง่หนึ่งที่ควรจะได้นำมาพูดไว้
  411. 24:23พอให้เป็นหัวข้อสำหรับ
  412. 24:26สังเกต
  413. 24:28ันนี้อีกอย่างหนึ่งจากการที่ว่าทางตะวัน
  414. 24:32ตกเนี่ยมองแยกเรื่องเกี่ยวกับระบบจิตใจ
  415. 24:36ปัญหาชีวิตของมนุษย์นี่เป็นส่วนๆเป็น
  416. 24:38เรื่องๆก็ทำให้มีการแยกเรื่องจิตกับปัญญา
  417. 24:43ออกไปในชนิดที่ว่าบางทีก็เอาอย่างเดียว
  418. 24:47ไม่ได้มองเห็นความสำคัญอีกอย่างโดยเฉพาะ
  419. 24:50มักจะเอาแต่เรื่องจิตใจโดยที่ว่าบางทีไม่
  420. 24:54ได้สนใจเรื่องปัญญาบางทีสนใจบ้างก็ไม่
  421. 24:57ค่อยเห็นความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือก็
  422. 24:59เน้นไปอย่างใดอย่างหนึ่งว่าต้องอันนี้
  423. 25:01สำคัญอันนั้นจึงจะสำคัญอะไรอย่างงี้ซึ่ง
  424. 25:04พระพุทธศาสนาก็อย่างที่กล่าวแล้วว่าเรา
  425. 25:07ถือว่าทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบเป็นองค์
  426. 25:10ร่วมหรือเป็นปัจจัยรวมอยู่ในระบบความ
  427. 25:13สัมพันธ์อันหนึ่งอันเดียวกันเพราะฉะนั้น
  428. 25:16เรื่องจิตกับปัญญาในพุทธศาสนานี้จะมีความ
  429. 25:19สัมพันธ์กันอย่างมากแล้วถือว่าจะเป็น
  430. 25:22เรื่องที่แยกจากกันไม่ได้มีผลต่อกันด้วย
  431. 25:27เพะปัญหาของมนุษย์นั้นโดยเฉพาะปัญหาทาง
  432. 25:30จิตใจก็จะมีสาเหตุทางจิตใจด้วยแต่แล้วก็
  433. 25:34จะมีสาเหตุทางด้านปัญญาด้วยแล้วว่าให้ลึก
  434. 25:39ซึ้ง
  435. 25:40แล้วสาเหตุทางด้านจิตใจนี้จะเป็นส่วนที่
  436. 25:44เบื้องต้นกว่าเมื่อสืบลึกลงไปถึงที่สุดก็
  437. 25:47จะเป็นปัญหาทางด้านปัญญาหรือการขาด
  438. 25:50ปัญญาเพราะฉะนั้นในขั้นสุดท้ายการแก้
  439. 25:54ปัญหาจิตใจหรือระบบชีวิตของมนุษย์ทั้งหมด
  440. 25:57เนี่ยจึงต้องเอาปัญญาเป็นตัวแก้
  441. 26:00ปัญหาเป็นตัวตัดสินซึ่งปัญญาจะกลายมาเป็น
  442. 26:04ตัวแก้ปัญหาทางด้านจิตใจและนำจิตใจมนุษย์
  443. 26:07ไปสู่อิสรภาพหรือเราอาจจะพูดว่านำมนุษย์
  444. 26:10นั่นเองไปสู่
  445. 26:12อิสรภาพอย่างเราพูดถึงคำว่าทุกข์ของ
  446. 26:15มนุษย์นี้ทุกข์ของมนุษย์
  447. 26:17นี้เรากล่าวถึงสาเหตุทางด้านจิตสาเหตุทาง
  448. 26:22ด้านระดับจิตใจพระพุทธศาสนาจะใช้คำเป็น
  449. 26:25วิชาการง่ายๆว่าสาเหตุดจิตใจก็คือตัณหา
  450. 26:30แต่สาเหตุทางจิตใจนี้หรือระดับตัณหานั้น
  451. 26:34ยังไม่ใช่เป็นขั้นสุดท้ายการแก้ปัญหาทาง
  452. 26:39ด้านตัณหาอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะแก้
  453. 26:41ปัญหาทุกข์ของมนุษย์ได้แก้ปัญหาปัญหาของ
  454. 26:44มนุษย์ไม่จบสาเหตุทางด้านปัญญาที่ลงลึกลง
  455. 26:49ไปอีกก็คืออวิชชาเพราะฉะนั้นเรื่องเดียว
  456. 26:52กันนี้เราก็สืบปัญหา 2 ระดับแล้วจะแก้
  457. 26:55ปัญหาให้จบต้องแก้ถึงการทำทำลายที่อวิชชา
  458. 26:58หรือถ้าจะมองภาพรวมกันไปถึงระบบชีวิตของ
  459. 27:01มนุษย์ทั้งหมดเราก็จะมองได้ถึง 3 ชั้นคือ
  460. 27:05ระดับแรกเป็นระดับพฤติกรรมระดับ
  461. 27:09พฤติกรรมก็ได้แก่สาเหตุทางด้านความทุจริต
  462. 27:12หรือเจตนาที่ไม่ถูกต้องเจตนาที่ไม่ดีงาม
  463. 27:17เราเรียกว่าเป็นปัญหาในระดับศีลคือระดับ
  464. 27:20พฤติกรรมแล้วต่อไปก็ทางระดับจิตใจก็เป็น
  465. 27:24สาเหตุระดับตัณหาแล้วก็สืบลึกลงไปก็เป็น
  466. 27:28สาเหตุระดับปัญญาและทั้ง 3 ระดับนี้มี
  467. 27:31ความสัมพันธ์โยงเป็นปัจจัยแก่กันอย่างไร
  468. 27:34การแก้ปัญหาควรจะดำเนินตามลำดับอย่างไร
  469. 27:37และการแก้ถึงที่สุดจะต้องจัดการอย่างไร
  470. 27:40เนี่ยอันนี้ก็คือเป็นจุดสนใจและเป็นสิ่ง
  471. 27:45ที่พระพุทธศาสนาสอนไว้เอาละอาตมาว่านี่ก็
  472. 27:49ได้พูดมาในเรื่องของความสัมพันธ์ของ
  473. 27:52จิตวิทยาสมัยใหม่กับพุทธศาสนาเน้นใน
  474. 27:56เรื่องความแตกต่างบางอย่างให้ให้เข้าใจ
  475. 27:58ภาพรวมพอสมควรทีนี้อาตมาก็จะวกกลับมา
  476. 28:02อย่างที่ว่าในตอนต้นถึง
  477. 28:06เรื่องความเป็นไปในสังคมตะวันตกที่ทำให้
  478. 28:11มีความสนใจในพุทธศาสนามากขึ้นโดยเฉพาะก็
  479. 28:15เรื่องเกี่ยวกับข้อปฏิบัติทางด้านจิตใจ
  480. 28:17นี้อาตมาได้กล่าวแล้วว่าความเปลี่ยนแปลง
  481. 28:21ของสภาพชีวิตและสังคมปัญหาที่เกิดขึ้นใน
  482. 28:25ชีวิตและสังคมมนุษย์ในยุคพันาโดยเฉพาะก็
  483. 28:29คือในยุคอุตสาหกรรมที่ผ่านมานี่แหละที่นำ
  484. 28:32มาสู่ความสนใจในพระพุทธศาสนาแบบที่เป็น
  485. 28:36อยู่ความเจริญในยุคอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้น
  486. 28:40ในประเทศตะวันตกนั้นได้ทำให้คนมีความ
  487. 28:43พรั่งพร้อมทางวัตถุมาก
  488. 28:45ขึ้นแต่แล้วก็ปรากฏว่าชีวิตของมนุษย์ที่
  489. 28:51เจริญพั่งพร้อมด้วยวัตถุมากขึ้นนี้กลับมี
  490. 28:54ปัญหามากขึ้นในด้านจิตใจ
  491. 28:58เราอาจจะใช้ศัพท์ของฝรั่งที่เขพูดอยู่
  492. 29:01เสมอปัญหาในทางชีวิตจิตใจของสังคม
  493. 29:04อเมริกันปัจจุบันนี้เป็นตัวอย่างก็ได้แก่
  494. 29:08เรื่อง
  495. 29:09สสคือความเครียดอันนี้จะเป็นศัพท์ที่เด่น
  496. 29:12มากในปัจจุบันแล้วก็
  497. 29:15alienation ความรู้สึกแปลกแยกแล้วก็ Bom
  498. 29:19ความเบื่อหน่ายแล้วก็
  499. 29:22liness ความว้าเหว่เดียวดายหรือความคาม
  500. 29:27โดดเดี่ยวเดียวดายแล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือ
  501. 29:31emptiness ความรู้สึกี้คือว่างเปล่าไร้
  502. 29:35ความหมายเป็น Inner emptiness ความรู้
  503. 29:38สึกว่างเปล่าในภายในสภาพจิตใจที่เป็น
  504. 29:41ปัญหาเหล่านี้กำลังรบกวนรังควานความสุข
  505. 29:45ของคนในประเทศตะวันตกเป็นอย่างมากจน
  506. 29:47กระทั่งพยายามหาทางออกจนบางทีก็เห็นถึง
  507. 29:51กับว่ารู้สึกเหมือนว่าความเจริญพรั่ง
  508. 29:54พร้อมทางวัตถุนั้นไม่มีความหมายเสียเลยใน
  509. 29:56เมื่อปัญหาเหล่านี้มีอยู่แล้วก็มีความบีบ
  510. 30:00คั้นกดดันนซึ่งรวมศัพท์พูดง่ายๆในทาง
  511. 30:03พุทธศาสนาก็คือคำว่ามีความทุกข์นั่นเอง
  512. 30:06เคยมีฝรั่งที่เขียนหนังสือที่เกี่ยวกับ
  513. 30:10ความเจริญของสังคม
  514. 30:12อเมริกันได้สรุปสภาพชีวิตจิตใจของคนใน
  515. 30:16สังคมอเมริกันในปัจจุบันไว้ว่ามีสภาพที่
  516. 30:20เป็นปัญหาเนี่ย 3 อย่างที่สำคัญประการที่
  517. 30:241 ก็คือมีความรู้สึกว้าเหว่โดดเยความรู้
  518. 30:28สึกว้าเวตโดดเดี่ยวนี้ก็ทำให้เกิดมีความ
  519. 30:32ต้องการที่จะเข้าสังกัดในหมู่มีหมู่คณะมี
  520. 30:38ชุมชนหรือคอมมิวนิที่ตนจะได้เข้าร่วมอยู่
  521. 30:42แล้วก็มีความจงรักภักดีอันนี้ก็เป็นสภาพ
  522. 30:48จิตใจหนึ่งเป็นความต้องการที่เกิดขึ้นมา
  523. 30:51ซึ่งบางทีเจะยอมสละแม้แต่ความเฉลียวฉลาด
  524. 30:55สติปัญญาเกียรติยศเพื่อจะได้ไปอยู่ในชุม
  525. 30:59ชนหรือ comunity อย่างนี้ที่เขาจะได้แก้
  526. 31:02ปัญหาความว้าเวโดดเดี่ยวนี้อันนี้ประการ
  527. 31:06ที่ 2 ก็คือความรู้สึกที่คล้ายๆกันนั่น
  528. 31:10แหละแต่เป็นอีกด้านหนึ่งคือความรู้สึก
  529. 31:12อ้างวงว่างเปล่าหรือกลวงภายในคือในจิตใจ
  530. 31:17นี่มันกลวงมันว่างมันเปล่าไม่มีอะไรเลยที
  531. 31:22นี้ความอ้างวงว่างเปล่ากลวงภายในนี่ก็จะ
  532. 31:25ทำให้เกิดความต้องการหลักยึดเหนี่ยว
  533. 31:29ต้องการกฎเกณฑ์ต้องการบทบาทต้องการสถานะ
  534. 31:32ที่ชัด
  535. 31:34เจนตลอดจนกระทั่งว่าต้องการอำนาจที่บอก
  536. 31:37ว่าจะต้องทำอะไรเพราะคนในสังคมอเมริกัน
  537. 31:41นี้เชิดชูเสรีภาพแต่ไปๆมาๆแล้วสังคมมีทาง
  538. 31:45เลือกจนกระทั่งว่าเลือกไม่ถูกในที่สุดคน
  539. 31:48อ่อนเพลียเหนื่อยหน่ายต่อการที่จะชใช้
  540. 31:51ปัญญาในการคิดในการเลือกสิ่งต่างๆเลือก
  541. 31:54ไม่ถูกตอนแรกก็มีความขยันที่ที่จะเลือก
  542. 31:57ต่อมามันมันคิดบ่อยมันชักหนักเกินไปคิด
  543. 32:01ไม่ไหวไม่อยากจะคิดปัจจุบันนี้คนสังคมมี
  544. 32:04การมาถึงขั้นที่ว่าไม่อยากจะคิดแล้วเพราะ
  545. 32:09ฉะนั้นปล่อยให้เขามาสั่งให้ทำอะไรดีกว่า
  546. 32:12คือมีอะไรจะให้ทำก็บอกมาเพราะะนั้นคนพวก
  547. 32:16นี้ก็เลยยอมให้มีชุมชนขึ้นมาแล้วแล้วชุม
  548. 32:21ชนนั้นอาจจะวางกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆมี
  549. 32:24วินัยที่เข้มงวดมีคำสั่งออกมาให้ทำอะไรก็
  550. 32:27ทำไปตามโดยที่ว่ายอมไปตามนั้นโดยที่ว่า
  551. 32:31ไม่มีการขัดขืนไม่ต้องคิดหาเหตุผลทั้งๆ
  552. 32:34ที่เป็นสังคมที่ให้โอกาสในการคิดเหตุผล
  553. 32:38มากมีเสรีภาพในทางความคิดแต่ว่าคนเบื่อ
  554. 32:41หน่ายหมดแรงที่จะคิดไม่ต้องการใช้เสรีภาพ
  555. 32:44นั้นกลับต้องการสยบยอมภาวะในสังคมเป็นการ
  556. 32:48ปัจจุบันอันหนึ่งที่บางคนนักจิตวิทยา
  557. 32:51ตะวันตกถึงกยกขึ้นมาเขียนเป็นเรื่องได้
  558. 32:53แก่ภาวะที่เรียกว่า psychic
  559. 32:56surrender ความสยบยอมในทางจิตใจจอันนี้
  560. 32:59ก็เป็นปัญหาหนึ่งในสังคมตะวันตกแลประการ
  561. 33:02ที่ 3 ก็คือสภาพจิตที่เรียกว่าความเลื่อน
  562. 33:05ลอยไม่มีความหมายไร้จุดหมายเรียกว่า lack
  563. 33:09of
  564. 33:10Direction คือรู้สึกว่าอะไรตอะไรมันเต็ม
  565. 33:13ไปหมดความเจริญต่างๆก็มีให้เลือกมากมาย
  566. 33:17เป็นเรื่องสับสนไม่ชัดเจนข่าวสารก็มากมาย
  567. 33:21ท่วมท้นโดยเฉพาะเข้าสู่ยุคที่เรียกว่ายุค
  568. 33:24ข่าวสารข้อมูลข่าวสารข้อมูลก็มากเหลือ
  569. 33:27เกินปัญญาไม่พอที่จะคิดพิจารณาเรื่อง
  570. 33:30เหล่านี้คนก็เข้าสภาวะอย่างที่ว่าเมื่อ
  571. 33:34กี้คือหมดแรงที่จะคิดหมดแรงที่จะพิจารณา
  572. 33:39มีความรู้สึกเลื่อนลอยไม่มีความหมายมื่อ
  573. 33:43กี้นี้ต้องการกฎเกณฑ์คำสั่งมาเลยจะเอาไง
  574. 33:45ก็เอาทีนี้ต้องการหลักความเชื่อในข้อนี้
  575. 33:48จะต้องการหลักความเชื่อที่ตายตัวเพราะ
  576. 33:51ฉะนั้นเมื่อชุมชนนั้นเตั้งขึ้นมาแล้วนอก
  577. 33:54จากมีกฎเกณฑ์แล้วก็กรอกหลักความเชื่อเข้า
  578. 33:57หูไปทุกวันทุกวันคนพวกนี้ก็จะเชื่อไปตาม
  579. 34:00นั้นโดยไม่ต้องคิดสงสัยหาเหตุผลเพราะ
  580. 34:04ฉะนั้นคนในกลุ่มพวกนี้จะมีลักษณะที่ว่า
  581. 34:07พูดอะไรเป็นแบบเดียวกันทำอะไรเป็นแบบ
  582. 34:09เดียวกันเพราะว่ามันมีลักษณะที่ว่ามันมี
  583. 34:13สิ่งที่มาเติมให้เขาเต็มขึ้นมาในภายในหาย
  584. 34:17ๆเลื่อนลอยให้มีความหมายให้ดำเนินชีวิต
  585. 34:20อย่างมีทิศทางขึ้นอันนี้กลายเป็นว่าสังคม
  586. 34:23ที่เจริญไปอย่างมากมายมีเสรีภาพให้ปัญญา
  587. 34:28ให้คนมีความคิดแต่ผลที่สุดมันกลับตรงกัน
  588. 34:32ข้ามคนกลับไม่ต้องการใช้ปัญญาไม่ต้องใช้
  589. 34:35ความคิดอยากจะเป็นอยู่อย่างที่เรียกว่า
  590. 34:39ให้เขาสั่งมาสำเร็จรูปนี่คือสภาพจิตใจที่
  591. 34:43เป็นปัญหาในสังคมอเมริกันขณะนี้เพราะ
  592. 34:46ฉะนั้นเราจะเห็นสภาพของคนที่ว่าทั้งๆที่
  593. 34:49เจริญด้วยความรู้และสติปัญญาแต่สภาพความ
  594. 34:52หลงใหลงมงายก็มีขึ้นเป็นคู่แข่งกันและแล
  595. 34:57อีกอันหนึ่งที่ฝรั่งเองพูดก็คือว่าขณะนี้
  596. 35:00สังคมิการแทบจะไม่มีภาวะที่เรียกว่า
  597. 35:02Public Happiness เลยภาวะความสุขที่
  598. 35:06เป็นปับที่เป็นของส่วน
  599. 35:09รวมคือขาดความอบอุ่นขาดความไว้วางใจกัน
  600. 35:15ขาดความมีไมตรีจิตที่แท้จริงหรือขาดน้ำใจ
  601. 35:19จริงต่อกันอันนี้เป็นสภาพจิตที่เป็นปัญหา
  602. 35:23ซึ่งเนื่องกันอยู่กับ 3 ข้อที่อาตมากล่าว
  603. 35:26มานั้น
  604. 35:27ทีนี้จิตวิทยาในความหมายที่อาตมากล่าว
  605. 35:30ข้างต้นที่ทางสังคมอุตสาหกรรมนี้ได้นำเอา
  606. 35:35จิตวิทยาตะวันตกไปใช้นี่ก็คือจิตวิทยาใน
  607. 35:39แง่ของความหมายที่ว่าเป็นการที่สามารถใช้
  608. 35:43อุบายในการจัดการกับเพื่อนมนุษย์เพื่อ
  609. 35:46สนองความต้องการของตนเองก็กลายเป็นว่า
  610. 35:49จิตวิทยาในความหมายนี้ได้กลับมาเป็นส่วน
  611. 35:53ที่ซ้ำเติมปัญหานี้ให้มากขึ้นหรือกลับมา
  612. 35:56เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ก่อปัญหาทางจิตใจ
  613. 35:59แก่มนุษย์ยุคปัจจุบันในสังคมตะวันตกนั้น
  614. 36:02งั้นกลายเป็นว่ามองไปมองมาจิตวิทยาตะวัน
  615. 36:05ตกนี้มีส่วนร่วมในการก่อปัญหาแก่ชีวิตจิต
  616. 36:09ใจของคนตะวันตกไปด้วยก็จากเรื่องความเป็น
  617. 36:14ไปในสังคมเหล่านี้ที่ทำให้เกิดปัญหาทาง
  618. 36:16ชีวิตจิตใจของมนุษย์นี้เป็นจุดอันหนึ่ง
  619. 36:19ที่มากระตุ้นเราให้วงการจิตวิทยาเนี่ย
  620. 36:23ขยายความสนใจจากความเจ็บไข้ป่วยทางจิตของ
  621. 36:27คนไข้ในคลินิกอย่างที่อาตมากล่าวตอนต้น
  622. 36:30แล้วว่าเดิมนั้นจิตวิทยานี้จุดเน้นความสน
  623. 36:33ใจอยู่ที่คนไข้ที่ป่วยทางจิตในคลินิกการ
  624. 36:36รักษาในคลินิกตอนนี้สภาพสังคมที่เปลี่ยน
  625. 36:40ไปแบบนี้ที่มองเห็นชัดว่าคนมีปัญหาทางจิต
  626. 36:43ใจได้ทำให้วงการจิตวิทยาตะวันตกขยายความ
  627. 36:46สนใจจากปัญหาความเจ็บไข้ป่วยทางจิตของคน
  628. 36:50ไข้ในคลินิกนี้ออกมาสู่อาการเจ็บไข้หรือ
  629. 36:55ความป่วยของคนคนทั่วไปคือปัญหาทางจิตใจ
  630. 36:58ของคนในสังคมทั้งหมดเพราะฉะนั้นเราพูดตาม
  631. 37:03ภาษาที่เขาบอกว่าฝรั่งนั้นได้ขยายความสน
  632. 37:08ใจจาก Six Person คือบุคคลที่เจ็บ
  633. 37:11ป่วยมาสู่ SI Society มาสู่สังคมที่ป่วย
  634. 37:16ขณะนี้ก็มีศัพท์เรียกว่า SI
  635. 37:19Society หรือจากบุคคลที่ป่วยหรือ SI
  636. 37:23Person มาสู่ So Call Normal person
  637. 37:27มายังคนที่เรียกๆกันว่าเป็นปกติคือคนที่
  638. 37:31ดูๆก็เป็นปกติแต่ว่าในิ Society ซึ่งคน
  639. 37:35ที่เรียกว่าเป็น Normal หรือปกติเนี่ย
  640. 37:37กลายเป็นคนที่มีปัญหาแล้วเบอกว่าอันนี้
  641. 37:42เป็นการที่ขยาย Concept และจุดหมายของการ
  642. 37:47บำบัดทางจิตของตะวันตกหรือจิตวิทยาตะวัน
  643. 37:50ตกนี้ให้กว้างออกไปแล้วก็ทำให้เกิดการ
  644. 37:54เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง
  645. 37:56เรื่องความเจ็บป่วยและสุขภาพฉะนั้นความ
  646. 37:59เปลี่ยนแปลงของจิตวิทยาตะวันตกอย่างหนึ่ง
  647. 38:01ในปัจจุบันก็คือการเปลี่ยนแปลงในความเข้า
  648. 38:04ใจเกี่ยวกับเรื่องความเจ็บป่วยและก็
  649. 38:08สุขภาพซึ่งมีความหมายกว้างออกไปจากเรื่อง
  650. 38:11ความเจ็บไข้ทางจิตที่ปรากฏชัดอย่างที่ว่า
  651. 38:15เช่นเป็นโรคจิตโรคประสาทเนี่ยออกมาสู่
  652. 38:17ปัญหาความเครียดความเบื่อหน่ายอะไรต่างๆ
  653. 38:21ความรู้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย
  654. 38:24ความเหงาว้าเหว่คความรู้สึกร้ยความหมาย
  655. 38:27อะไรต่างๆความขาดทิศทางอะไรต่างๆในจิตใจ
  656. 38:31ของคนทั่วๆไปในสังคมทีนี้ในเมื่อจิตวิทยา
  657. 38:36ตะวันตกขยายความหมายจิตวิทยาของตนออกมา
  658. 38:39อย่างนี้แล้วมันก็เลยกลายเป็นเหตุหนึ่ง
  659. 38:41ที่ทำให้มาบรรจบกับพุทธศาสนาเพราะอาตมา
  660. 38:45นี้ได้บอกไปแล้ว
  661. 38:47ว่าพุทธศาสนานั้นเมื่อพูดถึงปัญหาชีวิต
  662. 38:51จิตใจของมนุษย์ไม่ได้เน้นที่ความเจ็บไข้
  663. 38:53ได้ป่วยทางจิตใจของคนเป็นโรคจิตหรือเรา
  664. 38:57เรียกกันว่าป่วยทางจิตพุทธศาสนานี้แทบจะ
  665. 39:00ไม่พูดถึงเลยแต่พูดถึงปัญหาจิตใจของทุกคน
  666. 39:04ที่ยังไม่ไร้ทุกข์ก็คือคนธรรมดาสามัญนี้
  667. 39:08ซึ่งปัญหาของคนในทางจิตใจชีวิตทั้งหมด
  668. 39:11เนี่ยจะมีในระดับต่างๆกันเบาบ้างสั้นน้อย
  669. 39:15บ้างตราบใดที่ยังไม่เป็นคนสมบูรณ์ยังไม่
  670. 39:18ละกิเลสหมดสิ้นก็ยังอยู่ในวงความสนใจของ
  671. 39:20พุทธศาสนาทั้งสิ้นคราวนี้การที่ว่า
  672. 39:25จิตวิทยาตะวันตกจะมาบรรจบกับพุทธศาสนาที่
  673. 39:28มาสนใจนี้ก็กล่าวได้ว่าปมีจุดสำคัญ 2 จุด
  674. 39:32ใหญ่ๆก็ 1 ก็คือความสนใจในการแก้ปัญหาจิต
  675. 39:40ใจหรือการหาความสุขให้แก่จิตใจโดทั่วๆไป
  676. 39:43อย่างที่บอกว่าแก่คนสามัญมนุษย์นี่แหละ
  677. 39:46นี่เป็นเรื่องหนึ่งคือการแก้ปัญหาจิตใจ
  678. 39:49และก็อ่าซึ่งอันนี้ก็ไปมีความสัมพันธ์กับ
  679. 39:56เรื่องเรื่องของการได้ยินกิตติศัพท์ของ
  680. 39:58ตะวันออกซึ่งมีสิ่งที่จะเสนอให้แก่การแก้
  681. 40:01ปัญหานี้โดยเฉพาะก็คือเรื่องสมาธิจน
  682. 40:04กระทั่งว่าทางตะวันตกนี้ได้มีความสนใจ
  683. 40:07เรื่องสมาธิการเป็นแฟชั่นไป
  684. 40:10เลยแล้วก็พลอยให้นางเมืองไทยเราตะวันออก
  685. 40:14นี้เราเคยมีภาพไม่ดีต่อสมาธิมาสมัยหลังๆ
  686. 40:18นี่คนสมัยใหม่ก็กลับไปสนใจสมาธิไปด้วย
  687. 40:21ซึ่งฝรั่งเองก็เขียนบอกว่าการที่คนใน
  688. 40:24ประเทศอาเซียตะวันออกเฉียงใต้หันไปสนใจจ
  689. 40:28สมาธินี้เขาถือว่าความสนใจสมาธิในโลก
  690. 40:32ตะวันตกมีส่วนเป็นอิทธิพลด้วยอันนี้เป็น
  691. 40:35ข้อเขียนของฝรั่งกล่าวไว้เองก็นี้เป็นแง่
  692. 40:39ที่ 1 คือความสนใจที่จะแก้ปัญหาทางจิตใจ
  693. 40:42หาความสุขให้กับจิตใจโดยได้ยินกิตติศัพท์
  694. 40:44เรื่องข้อปฏิบัติเกี่ยวกับจิตใจโดยเฉพาะ
  695. 40:47สมาธิก็เลยทำให้มาสนใจพุทธศาสนาแล้วก็แง่
  696. 40:51ที่ 2 ก็ที่กล่าวมาแล้วก็คือการขยายความ
  697. 40:55หมายของความเจ็บป่วยทางจิตหรือขอบเขตความ
  698. 40:58สนใจในวงการ
  699. 41:00จิตวิทยาเอ่อทีนี้ก็การขยายความหมายนี้ก็
  700. 41:04มาประสานตรงกับความหมายของปัญหาความทุกข์
  701. 41:07พื้นฐานในความหมายของพุทธศาสนาอย่างที่
  702. 41:09กล่าวเมื่อกี้อ้าแล้วอาตมาก็คิดว่าอันนี้
  703. 41:13ก็เป็นเรื่อง
  704. 41:16ที่ชี้จุดสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง
  705. 41:20พุทธศาสนากับจิตวิทยาตะวันตกโดยเฉพาะก็
  706. 41:24คือแง่ที่ว่าจิตวิทยาตะวันตก
  707. 41:26มาสนใจพุทธศาสนาอย่างไรและก็สนใจในจุดไหน
  708. 41:30ประเด็นไหนนะย้ำอีกทีว่า 1 ก็คือสนใจการ
  709. 41:35แก้ปัญหาจิตใจหาความสุขให้แก่จิตใจมนุษย์
  710. 41:39โดยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องสมาธินำเอา
  711. 41:44เรื่องสมาธินี้ไปใช้และประการที่ 2 เกิด
  712. 41:46จากการขยายความหมายของความของปัญหาจิตใจ
  713. 41:50และชีวิตของมนุษย์นี้ออกจากความเจ็บป่วย
  714. 41:53ของจิตใจมาสู่ปัญหาพื้นฐานของชีวิตมนุษย์
  715. 41:57ซึ่งตรงกับความหมายของ
  716. 42:00พุทธศาสนาเพราะฉะนั้นตอนนี้เราจะไม่เอา
  717. 42:04เฉพาะ
  718. 42:06เรื่องคนป่วยโรคจิตที่มีจำนวนน้อยในสังคม
  719. 42:09เท่านั้นแต่มุ่งแก้ปัญหาพื้นฐานของมนุษย์
  720. 42:12ทุกคนซึ่งในพุทธศาสนานี้การแก้ปัญหาของ
  721. 42:15มนุษย์นี้จะต้องโยไปหากระบวนการพัฒนา
  722. 42:18มนุษย์มนุษย์จะแก้ปัญหาไม่ตกถ้าไม่พัฒนา
  723. 42:22ตนเองเพราะฉะนั้น 2 เรื่องนี้จึงสัมพันธ์
  724. 42:25กันการแก้ปัญหาของมนุษย์ก็ต้องสัมพันธ์
  725. 42:28กับกระบวนการพัฒนามนุษย์ด้วย
  726. 42:31แต่ก็ตอนนี้ก็เป็นอันว่านักจิตวิทยาตะวัน
  727. 42:36ตกเริ่มเข้ามาหาพุทธศาสนาโดยสนใจระบบวิธี
  728. 42:40ในการแก้ปัญหาหรือว่าทำชีวิตจิตใจให้มี
  729. 42:42ความสุขแล้วก็เลยสนใจ Meditation นั่นเอง
  730. 42:45ศัพท์ภาษาอังกฤษที่เขาเรียกสมาธิก็คือ
  731. 42:48Meditation แต่ศัพท์เหล่านี้ที่จริงบาง
  732. 42:51ทีก็ใช้กันจนกระทั่งว่ามีความสับสนและพา
  733. 42:54ซึ่งถ้ามีโอกาสเราก็จะต้องมีการอภิปราย
  734. 42:57หรือชี้แจงกันอีกเพราะคำว่า Meditation
  735. 43:00นี่ก็เป็นศัพท์ที่คลุมๆถ้าใช้ว่าตรงกับ
  736. 43:04สมาธิมันก็เป็นเพียงด้านหนึ่งของข้อ
  737. 43:08ปฏิบัติทางจิตใจในพุทธศาสนาซึ่งจะไม่ครอบ
  738. 43:11คลุมพุทธศาสนาทั้งหมดหรือไม่ครอบคลุมคำ
  739. 43:14ที่เราใช้ว่าการเจริญ
  740. 43:16ภาวนาเดี๋วนี้นักจิตวิทยาตะวันตกนั้น
  741. 43:20เมื่อมาสนใจอย่างเรื่อง Meditation แล้ว
  742. 43:23ก็เลยเข้ามาศึกษาด้วยตนเองแล้วก็มีการทด
  743. 43:25ลองปบัตด้วยแลถ้าหากว่าเป็นในระดับนี้มัน
  744. 43:31ก็ยังเป็นการเข้ามาใช้ประโยชน์จากพระ
  745. 43:35พุทธศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา
  746. 43:37เพียงระดับหนึ่งคือระดับของวิธีการซึ่ง
  747. 43:41เป็นเรื่องของการใช้วิธีการมาแก้ปัญหา
  748. 43:45แล้วก็จะมีความรู้สึกเป็นแบบว่าเป็นการมา
  749. 43:49เอาสิ่งดีในพุทธศาสนาไปเสริมจิตวิทยาตอน
  750. 43:53ตกหมายความว่าเขามีความเชื่อตามสำนักของ
  751. 43:57ตนของตนเช่นว่าสำนักไซโค analysis
  752. 44:00จิตวิเคราะห์เขาก็มีความเชื่อตามแนวความ
  753. 44:03คิดของตนเองมีทฤษฎีของตนเองแลเสร็จแล้วก็
  754. 44:06มาเอาความรู้เกี่ยวกับข้อปฏิบัติใน
  755. 44:08พุทธศาสนาเช่นสมาธินี้ไป
  756. 44:11เสริมการใช้ในการปฏิบัติการก็ตามหรือว่า
  757. 44:16ในทางทฤษฎีก็ตามเช่นว่าในการแก้ปัญหาคน
  758. 44:19ป่วยโรคจิตหรือขยายออกมาสู่ชีวิตของคนใน
  759. 44:22สังคมทั่วไปไปเสริมทฤษฎีอะไรต่างๆนี้ที
  760. 44:26นี้ถ้าหากว่าทำแบบนี้แล้วเราจะเห็นว่ามัน
  761. 44:30จะมีปมปัญหาที่สำคัญเกิดขึ้นคือในเรื่อง
  762. 44:34ของจิตวิทยาซึ่งเป็นการแก้ปัญหาของตัว
  763. 44:37มนุษย์เองเนี่ย
  764. 44:39ในการที่จะมา
  765. 44:41ใช้มาเอาแต่เฉพาะระดับวิธีการแก้ปัญหาไป
  766. 44:47เสริมของตนเองเนี่ยมันจะเป็นเรื่องที่มัน
  767. 44:52วกเข้าสู่ปัญหาใหญ่ที่สำคัญต่อไปอันนี้
  768. 44:56มันเป็นยังไงก็จะต้องขยายความกันนิดหน่อย
  769. 45:00คือเจติวิทยานี้เกี่ยวกับตัวมนุษย์แท้ๆ
  770. 45:04ถึงรากถึง
  771. 45:07แก่นไม่เหมือนกับวิทยาศาสตร์ทางวัตถุถ้า
  772. 45:11เราจะเอาจิตวิทยาเป็นวิทยาศาสตร์
  773. 45:13วิทยาศาสตร์ทางจิตใจเราก็ลองไปเทียบกับ
  774. 45:18วิทยาศาสตร์ทางวัตถุวิทยาศาสตร์ทางวัตถุ
  775. 45:22นั้นพัฒนาขึ้นมาแล้วก็มีเทคโนโลยี
  776. 45:26เทคโนโลยีซึ่งอาศัยความรู้ในวิทยาศาสตร์
  777. 45:29บริสุทธิ์เนี่ยไปประดิษฐ์ไปสร้างสรรค์
  778. 45:33สิ่งต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกสบายทีนี้
  779. 45:37สิ่งที่เกิดจากวิทยาศาสตร์แบบนั้นที่ไป
  780. 45:39เป็นเทคโนโลยีเนี้ยมันเกี่ยวข้องกับชีวิต
  781. 45:41มนุษย์แค่เปลือกนอกตัวเขาเป็นด้านนอกของ
  782. 45:45ชีวิตเท่านั้นเพราะฉะนั้นวิทยาศาสตร์แบบ
  783. 45:49นั้นไม่จำเป็นจะต้องเข้าถึงความจริงพื้น
  784. 45:51ฐานของมนุษย์ก็ได้คือเรียนรู้เกี่ยวกับ
  785. 45:55โลกวัตถุมีความรู้เท่าไหรก็ประดิษฐ์สิ่ง
  786. 45:58ของขึ้นมาให้มนุษย์ใช้ไปอเพราะฉะนั้น
  787. 46:01วิทยาศาสตร์ก็ใช้ประโยชน์ไปด้วยพร้อมกับ
  788. 46:06ว่าในเวลาเดียวกันก็พัฒนาตัวเองในแง่ของ
  789. 46:11ความรู้ความเข้าใจพัฒนาพัฒนาทฤษฎีนี้
  790. 46:15เจริญก้าวหน้าไปด้วยความเจริญก้าวหน้าของ
  791. 46:19ทฤษฎีก็เพิ่มขึ้นแต่ว่าไอ้การใช้ประโยชน์
  792. 46:26ก็ใช้ไปเลยทีเดียวบางทีความรู้นั้นพัฒนา
  793. 46:28ไปพัฒนาไปอ่าต่อมาก็รู้เห็นว่าความรู้ที่
  794. 46:32ค้นพบแต่ก่อนนี้ผิดอ้าผิดก็แล้วไปมันก็
  795. 46:35ไม่เสียหายกับชีวิตมนุษย์เท่าไหร่เพราะ
  796. 46:37มันเป็นเรื่องการใช้ประโยชน์ภาย
  797. 46:39นอกแต่ถึงอย่างงั้นก็ตามเราก็จะได้เห็น
  798. 46:43ว่าการที่เรามีความรู้ทางวัตถุหรือโลก
  799. 46:46วัตถุโลกธรรมชาติแวดล้อมเนี่ยยังไม่ถูก
  800. 46:50ต้องสมบูรณ์เนี่ยแล้วนำมาใช้ประโยชน์บาง
  801. 46:53ทีมันก็ก่อปัญหากับชีวิตมนุษย์เหมือน
  802. 46:55เหมือนกันอย่างที่เราประสบปัญหาเกี่ยวกับ
  803. 46:58สารเคมีเกี่ยวกับธรรมชาติแวดล้อมเสีย
  804. 47:01เนี่ยแล้วก็เกิดจากการที่ว่ามนุษย์มีความ
  805. 47:03รู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับหนึ่งแล้วก็นำความ
  806. 47:06รู้นั้นมาใช้ประโยชน์ในทางเทคโนโลยีเสร็จ
  807. 47:09แล้วต่อ
  808. 47:11มาปรากฏว่ามันเกิดโทษขึ้นก็ค้นพบว่าที่
  809. 47:15จริงนั้นไอ้ความรู้ที่ได้มาตอนแรกมันไม่
  810. 47:18ถูกต้องอย่างนี้เป็นต้นแต่นี่ก็เรียกว่า
  811. 47:20อย่างที่กล่าวข้างต้นคือว่ามันยังเป็น
  812. 47:22เรื่องที่เกี่ยวกับเปลือกนอกชีวิตด้านนอก
  813. 47:25ของมนุษย์ไม่สำคัญเท่าไหร่ทีนี้ถ้าเรามา
  814. 47:28ถึงเรื่องจิตวิทยาที่เข้าถึงแก่นถึงตัว
  815. 47:30มนุษย์แท้ๆเนี่ยเราจะใช้วิธีที่ว่าลองผิด
  816. 47:34ลองถูกก้าวไปไม่ได้คือถ้าตราบใดที่
  817. 47:37จิตวิทยายังไม่รู้จักธรรมชาติของมนุษย์
  818. 47:41อย่างถูกต้องแล้วการแก้ปัญหาของชีวิตจิต
  819. 47:44ใจมนุษย์ก็จะถูกต้องจริงไม่ได้เช่นเดียว
  820. 47:47กันอันนี้มันเป็นคล้ายๆอย่างที่เรียกว่า
  821. 47:49ดิลมาเพราะฉะนั้นมันก็เลยกลายเป็นเรื่อง
  822. 47:52ที่ว่าถ้าหากว่าจิตวิทยาตะวันตกนี้มี
  823. 47:56ปัญหากับการเข้าใจจธรรมชาติของมนุษย์ยัง
  824. 47:59ไม่ถูกต้องถ้าเป็นอย่างนั้นแม้จะเอาวิธี
  825. 48:02การทางพุทธศาสนาไปใช้มันก็จะยังแก้ปัญหา
  826. 48:06ไม่ได้สิ้นเชิงไม่ถูกต้องอยู่นั่นเอง
  827. 48:09ฉะนั้นปัญหาเรื่องการวิธีการหรือปัญหา
  828. 48:12ระดับวิธีการหรือการแก้ปัญหามันต้องโยงไป
  829. 48:15สู่ปัญหาระดับตัวองค์ความรู้คือเกี่ยวกับ
  830. 48:19เรื่องธรรมชาติของมนุษย์ด้วยก็ในที่นี้ก็
  831. 48:23เท่ากับเป็นการสรุปว่า
  832. 48:26การแก้ปัญหาของมนุษย์ในระดับวิธีการนั้น
  833. 48:28จะถูกต้องได้ต่อเมื่อมีความรู้เข้าใจ
  834. 48:32ธรรมชาติของมนุษย์โดยเฉพาะทางด้านจิตใจ
  835. 48:34อย่างถูกต้องซึ่งความเข้าใจธรรมชาติของ
  836. 48:37มนุษย์นี้ก็รวมไปถึงความเข้าใจจุดหมายของ
  837. 48:40ชีวิตมนุษย์ไปด้วยโยงอยู่ด้วยกันเพราะ
  838. 48:44ฉะนั้นในกรณีที่ศึกษาพุทธศาสนาไปเสริม
  839. 48:47จิตวิทยาตะวันตกโดยเฉพาะเอาวิธีการไปใช้
  840. 48:51เนี่ยก็ย่อมมีความเสี่ยงต่อความผิดพลาด
  841. 48:54ถ้าภาพมนุษย์หรือภาพจิตใจมนุษย์ที่มีอยู่
  842. 48:58นั้นไม่ถูกต้อง
  843. 49:00คือแล้วก็ยังมองธรรมชาติของมนุษย์และจุด
  844. 49:03หมายของชีวิตมนุษย์อย่างเดิมเพราะฉะนั้น
  845. 49:07เราจะเห็นว่าปัจจุบันนี้มีการเอาสมาธิของ
  846. 49:10ตะวันออกนี้ไปใช้เพื่อสนองค่านิยมของ
  847. 49:16สังคมอุตสาหกรรมคือการที่เอาสมาธิไปใช้
  848. 49:19เพื่อจะให้มีความ
  849. 49:22สามารถมากขึ้นในการที่จะดดำเนินธุรกิจอัน
  850. 49:27นี้ก็เป็นการประยุกต์ในกรณีที่เกิดความ
  851. 49:30สัมพันธ์
  852. 49:31ระหว่างจิตวิทยาตะวันตกกับข้อปฏิบัติทาง
  853. 49:36จิตใจในตะวันออกซึ่งจะต้องมีการวิเคราะห์
  854. 49:40กันอีกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ถูกต้องจริง
  855. 49:43หรือไม่ก็โดยอาศัยพื้นฐานอย่างที่อาตมา
  856. 49:46กล่าวมาเอาละก็เป็นอันสรุปในตอนนี้ว่าจาก
  857. 49:50เหตุผลที่กล่าวมาก็จะต้องมีการศึกษา
  858. 49:53พุทธศาสนาหรือเรื่องจิตใจใจของพุทธศาสนา
  859. 49:56ทั้ง 2 ระดับคือ 1 ความเข้าใจเกี่ยวกับ
  860. 49:59ธรรมชาติของมนุษย์และจุดหมายของชีวิตอัน
  861. 50:02นี้เป็นตัวแกนที่สำคัญแล้วก็ 2 การแก้
  862. 50:06ปัญหาของมนุษย์ในระดับวิธีการอันนี้ก็
  863. 50:10เท่าที่กล่ามาก็จะเห็นว่าตะวันตกเนี่ยสน
  864. 50:14ใจในระดับวิธีการมากกว่าคือมาเอาเรื่อง
  865. 50:18สมาธิไปใช้แต่ว่าพร้อมกันนั้นก็จะโยงเข้า
  866. 50:22มาหาเรื่องความรู้เรื่องทฤษฎีอะไรต่างๆ
  867. 50:26ด้วยแต่ว่ามันเป็นเพียงทฤษฎีในระดับที่จะ
  868. 50:30เอาวิธีการนั้นไปใช้ซะมากกว่าที่จะเข้า
  869. 50:32ถึงตัวทฤษฎีที่
  870. 50:34สมบูรณ์ทีนี้เรามามองว่าในกรณีนี้ก็ต้อง
  871. 50:39พูดกันในแง่ของการยอมรับมองจากแง่ของเรา
  872. 50:42ก่อนว่าเรามองว่าพุทธศาสนาเป็นระบบที่มี
  873. 50:46ความสมบูรณ์ในตัวทีนี้การที่จะเข้าถึงตัว
  874. 50:51แท้ตัวจริงมองเห็นภาพรวมหรือระบบของพุทธ
  875. 50:55ศาสนาได้ทั่วตลอดจนกระทั่งถึงกับเห็น
  876. 50:59ธรรมชาติของมนุษย์และจุดหมายของชีวิต
  877. 51:02มนุษย์นั้นก็จะต้องศึกษาทฤษฎีพุทธศาสนา
  878. 51:06ทั้งหมดด้วยทันนี้มีข้อแม้อีกในทาง
  879. 51:10พุทธศาสนาเองที่บอกว่าแต่การที่จะเข้าใจ
  880. 51:14พุทธศาสนาได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ได้
  881. 51:17นั้นการศึกษาเพงทฤษฎีย่อมไม่เพียงพอเพราะ
  882. 51:21ความรู้ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นต้องพิสูจน์
  883. 51:25ด้วยประสบการณ์ตรงในการปฏิบัติหรือในการ
  884. 51:28ภาวนาเพฉะนั้นก็ไอ้การปฏิบัติหรือภาวนา
  885. 51:32นี้ก็เป็นตัวที่จะตรวจสอบความรู้ทางทฤษฎี
  886. 51:38ทำให้ความรู้หรือการศึกษาทฤษฎีนั้นไม่เขว
  887. 51:41ไม่ผิดพลาดไม่เข้าใจผิดั้นนักจิตวิทยา
  888. 51:46ตะวันตกนั้นสนใจการปฏิบัติหาประสบการณ์
  889. 51:48ทางจิตอยู่แล้วอย่างที่ว่าเมื่อกี้นี้ว่า
  890. 51:51สนใจ
  891. 51:52สมาธิแต่ว่าการปฏิบัติโดยไม่รู้รู้ทฤษฎี
  892. 51:55รองรับก็อาจจะหลงไปอีกเหมือนกันนี้เมื่อ
  893. 51:59กี้นี้เรามองว่าทฤษฎีนั้นไม่สมบูรณ์ต้อง
  894. 52:02มีการปฏิบัติแต่ในเวลาเดียวกันปฏิบัติ
  895. 52:05เล่าการปฏิบัติโดยไม่รู้ทฤษฎีรองรับก็อาจ
  896. 52:08จะหลงไปกับประสบการณ์เบื้องต้นหรือ
  897. 52:11ประสบการณ์หลากหลายที่ตนมีขึ้นอย่างใด
  898. 52:13อย่างหนึ่งซึ่งอาจจะเป็นทางที่ทำให้เข้า
  899. 52:16ใจไขว้เขวนี้ประสบการณ์ที่เจอในการ
  900. 52:20ปฏิบัติโดยไม่มีทฤษฎีรองรับก็คือการที่
  901. 52:24ไม่ได้ประสบการของผู้ที่เคยปฏิบัติมาก่อน
  902. 52:28มาเป็นเครื่องตรวจสอบเรารู้ปริยัติหรือ
  903. 52:31ทฤษฎีนั้นทฤษฎีในความหมายพุทธศาสนาไม่ใช่
  904. 52:35หมายความว่าเป็นความรู้เชิงเหตุผลแต่
  905. 52:40ทฤษฎีในทางพุทธศาสนาในที่นี้เราเพียงแต่
  906. 52:43ยืมคำว่าทฤษฎีมาใช้ที่จริงไม่ถูกต้องคำ
  907. 52:47ว่าทฤษฎีในที่นี้หมายถึง
  908. 52:49ว่าบันทึกประสบการณ์ของผู้ที่ได้ผ่านการ
  909. 52:54ปฏิบัติมาแล้วนั่นเองเองซึ่งได้
  910. 52:56ประสบการณ์จริงเพราะฉะนั้นการที่เรารู้
  911. 52:59ทฤษฎีของพุทธศาสนาก็เพื่อเอาประสบการณ์
  912. 53:02ของคนที่เคยปฏิบัติมาแล้วโดยเฉพาะของพระ
  913. 53:05พุทธเจ้าเองเนี่ยมาตรวจสอบกับประสบการณ์
  914. 53:08ของเรานั้นในแง่นี้ก็เหมือนกับไทฤษฎีนั้น
  915. 53:12ที่เอามาตรวจสอบก็คือการตรวจสอบ
  916. 53:15ประสบการณ์ด้วยประสบการณ์นั่นแหละแต่เป็น
  917. 53:17การตรวจสอบประสบการณ์ของเราเฉพาะตัวด้วย
  918. 53:21ประสบการณ์ที่เป็นของท่านที่เรายอมรับว่า
  919. 53:24เป็นผู้เข้าถึงความจริงแล้วหรือว่าได้
  920. 53:27บรรลุผลของการปฏิบัติแล้วก็เลยมันก็เลยวน
  921. 53:31กลับไปกลับมาว่าการศึกษาทฤษฎีจะสมบูรณ์
  922. 53:36ต่อเมื่อมีประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติแต่
  923. 53:39การปฏิบัติจะได้ผลสมบูรณ์ต่อเมื่อมีความ
  924. 53:42รู้ทางทฤษฎีคือเอาประสบการณ์ของท่านที่
  925. 53:45ได้ปฏิบัติมาก่อนนี้มาเป็นเครื่องตรวจสอบ
  926. 53:49ด้วยเพราะฉะนั้นก็เลยต้องรู้ต้องเข้าใจ
  927. 53:54แล้วมีทั้ง 2 ด้านเรื่องทฤษฎีนั้นก็คือ
  928. 53:57สิ่งที่เราเรียกว่า
  929. 53:59ปริยัติและก็ส่วนที่เป็นปฏิบัติก็เรียก
  930. 54:03ว่า
  931. 54:04ภาวนาก็อันที่นี้ก็เท่ากับบอกว่าต้อง
  932. 54:07ศึกษา
  933. 54:08พุทธศาสนาทั้งในแง่หลักการเพื่อเข้าใจ
  934. 54:12ธรรมชาติของมนุษย์และจุดหมายของชีวิตเป็น
  935. 54:16การศึกษาด้านทฤษฎีหรือ
  936. 54:19ปริยัติแล้วก็ประการที่ 2 ต้องมีการปฏิัต
  937. 54:25วิธีการที่เป็นการพิสูจน์ความจริงของ
  938. 54:27ปริยัติให้มีผลจริงแท้ก่ชีวิตด้วยซึ่งเรา
  939. 54:30เรียกว่าปฏิบัติหรือภาวนาอันนี้ก็เป็นการ
  940. 54:33สรุปในตอนหนึ่งนี้อาตมาจะขอผ่านไปถ้าพูด
  941. 54:37แค่นี้ก็คิดว่าความเข้าใจความสัมพันธ์นี้
  942. 54:40ก็มีความชัดเจนน่าจะพอสมควรทีนี้จะโยงไป
  943. 54:44หาตัวอย่างตัวอย่างนี้จะเป็นการช่วยความ
  944. 54:47เข้าใจให้มาก
  945. 54:48ขึ้นอาตมาจะพูดถึงตัวอย่างการแก้ปัญหาโดย
  946. 54:52สอดคล้องกับความเข้าใจในธรรมชาติและจุด
  947. 54:54หมายของ
  948. 54:55มนุษย์ได้พูดไปแล้วว่าที่มาของปัญหาจิตใจ
  949. 54:59หรือปัญหาชีวิตของคนปัจจุบันที่ก็เกิด
  950. 55:03ขึ้นในยุคอุตสาหกรรมและสาระสำคัญของปัญหา
  951. 55:07จิตใจนี้คือ
  952. 55:08อะไรจะขอสรุปว่าที่มาของปัญหาจิตใจของคน
  953. 55:12ปัจจุบันนี้ได้แก่ความขัดแย้งระหว่างสภาพ
  954. 55:17ความเป็นจริงในชีวิตและ
  955. 55:19สังคมกับสภาพจิตใจของมนุษย์ซึ่งไม่มี
  956. 55:22ปัญญาที่จะรับมือให้สอดคล้องเท่าทันกัน
  957. 55:26กับสภาพชีวิตและสังคมที่เป็นจริงนั้นขอ
  958. 55:29ย้ำอีกทีหนึอาจจะตามทันยากบอกว่าที่มาของ
  959. 55:33ปัญหาชีวิตจิตใจของคนปัจจุบันคือความขัด
  960. 55:38แย้งระหว่างสภาพความเป็นจริงในชีวิตและ
  961. 55:41สังคมกับสภาพจิตใจของมนุษย์ซึ่งไม่มี
  962. 55:44ปัญญาที่จะรับมือให้สอดคล้องเท่าทันกัน
  963. 55:48กับสภาพชีวิตจิตใจที่เป็นจริงนั้นคือสภาพ
  964. 55:51ชีวิตจิตใจของคนในปัจจุบันเนี่ยมันเป็นไป
  965. 55:54อย่างโน้นอย่างนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้วจิตใจ
  966. 55:59ของคนที่อยู่ในสภาพความเป็นจริงนั้นไม่มี
  967. 56:02ปัญญาพอที่จะรับมือกับสภาพอย่างนั้น
  968. 56:05ได้เมื่อไม่มีปัญญาพอที่จะรับมือกับมัน
  969. 56:09มันก็เกิดความขัดแย้งแล้วก็เป็นปมปัญหา
  970. 56:12ขึ้นมาอาตมาจะขอยกตัวอย่างเป็นคำพูดสัก 4
  971. 56:17ประโยคให้เห็นลักษณะของความเป็นไปของจิต
  972. 56:20ใจของมนุษย์ในสังคมอุตสาหกรรมที่พัฒนา
  973. 56:23แล้วที่กำลังมีปัญหายุ่งยากอยู่เช่นว่า
  974. 56:281 ในขณะที่สังคมมีคนมากมายคับคั่งยิ่ง
  975. 56:32ขึ้นบุคคลแต่ละคนกลับโดดเดี่ยวเดียวดาย
  976. 56:36ว้าเหว่ยิ่ง
  977. 56:39ขึ้น
  978. 56:432 คนในยุคปัจจุบัน
  979. 56:48เนี่ยต้องการให้ตัว
  980. 56:50เองตนเนี่ยได้รับการยอมรับให้เด่นให้
  981. 56:55ปรากฏทำอะไรให้แก่ตัวเองเราก็พูดได้ว่าใน
  982. 56:59ขณะที่คนกำลังใฝ่หาต้องการ
  983. 57:03ให้สังคมหรือคนอื่นยอมรับตัวตนของตนอย่าง
  984. 57:08เต็ม
  985. 57:09ที่สังคมกลับปฏิบัติต่อบุคคลอย่างไม่เป็น
  986. 57:13ตัวเป็นตนยิ่งขึ้นอันนี้ในตะวันตกเขา
  987. 57:17กำลังพูดว่าสังคมเขาเนี่ยมีปัญหาเรื่อง
  988. 57:19impersonal คือคนเกลายเป็น
  989. 57:22impersonal ไม่เป็นตัวเป็นตนเพราะระบบ
  990. 57:25ของอุตสาหกรรมระบบบิวรี่อะไรต่างๆเหล่า
  991. 57:29เนี้ยแล้วระบบของอุตสาหกรรมเองเช่นว่าการ
  992. 57:33ทำงานในโรงงานเป็นต้นเนี่ยปฏิบัติต่อคน
  993. 57:36เหมือนไม่เป็นคนทีนี้มันสวนทางกับวิถี
  994. 57:42จิตวิทยาของตะวันตกที่เป็นมาที่ว่าคน
  995. 57:46เนี้ยต้องการที่จะให้คนอื่นยอมรับตัวตน
  996. 57:50ถึงกับว่าในแนวจิตวิทยาตะวันตกในทางการ
  997. 57:53ศึกษามีการพูดว่าว่าเขามีความมุ่งหมายให้
  998. 57:58มี Self
  999. 58:00maximization คือแม้แต่การศึกษาก็เพื่อ
  1000. 58:03ทำให้ตัวตนเนี่ยมันขยายใหญ่ขึ้นทำให้ใหญ่
  1001. 58:05ที่สุดเท่าที่จะทำได้เราเรียกว่า Self
  1002. 58:08maximization อันนี้วิถีชีวิตในสังคม
  1003. 58:11ตะวันตกแนวความคิดพื้นฐานอะไรต่างๆระบบ
  1004. 58:15ชีวิตอุตสาหกรรมอะไรต่างๆ
  1005. 58:18เนี่ยทำให้คนเนี่ยมุ่งหมายในเรื่องนี้ที่
  1006. 58:21จะแสดงออกของตัวตนทำให้ตัวตนได้รับการยอม
  1007. 58:25รับมากขึ้นแต่พร้อมกันนั้นเองระบบสภาพที่
  1008. 58:28เป็นจริงของระบบสังคมชีวิตนั้นไม่เป็น
  1009. 58:31อย่างนั้นกลับเป็นระบบที่ปฏิบัติต่อบุคคล
  1010. 58:35ในทางที่ไม่เป็นตัวเป็นตนยิ่งขึ้นมันก็
  1011. 58:37เกิดความขัดแย้งและไม่สมปรารถนาเป็นอย่าง
  1012. 58:40ยิ่งอ้าวต่อไปข้อที่
  1013. 58:433 ในขณะที่อุตสาหกรรมและก็เทคโนโลยี
  1014. 58:49ด้วยช่วยให้คนมีวัตถุปนเปรอพรั่งพร้อม
  1015. 58:52เต็ม
  1016. 58:53บ้านแต่ในใจของคนนั้นกลับว่างเปล่ากลวง
  1017. 58:57โบ๋ยิ่งขึ้นอันนี้ขอให้ดูว่าเป็นจริงหรือ
  1018. 59:01เปล่าคือคนในยุคอุตสาหกรรมที่เป็นมานี่
  1019. 59:05เราเรียกได้ว่าเป็นสังคมวัตถุนิยมถือว่า
  1020. 59:08ความสุขนั้นอยู่ที่การมีวัตถุพั่งพร้อมที
  1021. 59:12นี้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างๆนี้ก็มาช่วย
  1022. 59:15ให้คนเนี่ยมีวัตถุปรนเปรอพรั่งพร้อมอย่าง
  1023. 59:18ที่เรียกเมื่อกี้ว่าเต็มบ้านคนมีวัตถุ
  1024. 59:21พรั่งพร้อมเต็มไปหมดเต็มล้นบ้านอยู่ใน
  1025. 59:26อยู่รอบ
  1026. 59:27ตัวในขณะที่มีวัตถุปรนเปรอพรั่งพร้อมอยู่
  1027. 59:31รอบตัวแต่ในใจนั้นกลับว่างเปล่ากลวงอย่าง
  1028. 59:36ที่ว่าอันนี้มันก็เป็นสภาพที่ขัดกันซึ่ง
  1029. 59:41มันเป็นปัญหาอย่างแน่นอนแล้วก็ต่อไปในขณะ
  1030. 59:45ที่คนผู้กลวงในอย่างที่ว่ามา
  1031. 59:49นี้ก็พยายามไปหาความเต็มจากข้างนอกมาเติม
  1032. 59:53ให้กับตัวเองคนที่กลวงในข้างในว่างเปล่า
  1033. 59:57นี้ก็ออกไปข้างนอกไปหาอะไรต่ออะไรมาเติม
  1034. 1:00:01ไปหาวัตถุมาเติมไปหาสังคมภายนอกมาหา
  1035. 1:00:05กิจกรรมทางสังคมมาเติมให้กับตัวเองเพื่อ
  1036. 1:00:07ให้เกิดความรู้สึกเต็มวิ่งหนีจากตัวเอง
  1037. 1:00:10ออกไปหาก็จะไปพึ่งพาสังคมให้ช่วยเติมให้
  1038. 1:00:14ตนเองให้ตัวเองนี้เกิดความรู้สึกเต็มขึ้น
  1039. 1:00:17มาแต่ก็ปรากฏว่าสังคมนั้นได้ทำให้เขาาอก
  1040. 1:00:22หักเพราะว่าคนในสังคมนั้นขาดความจริงใจ
  1041. 1:00:27ขาดไมตรีที่แท้จริงต่อกันอันนี้ความเต็ม
  1042. 1:00:31ก็ไม่มีออกไปหาสังคมนึกว่าจะช่วยเติมเต็ม
  1043. 1:00:36ให้กับตัวเองกลับกลับมาด้วยความผิดหวังอก
  1044. 1:00:39หักยิ่งอ้างวงว่างเปล่ายิ่งขึ้นเพราะ
  1045. 1:00:43ฉะนั้นนี่ก็คือสภาพในข้อที่ 4 ที่บอกว่า
  1046. 1:00:46ในขณะที่คนพู้ปลวงในพยายามหาสิ่งภายนอกมา
  1047. 1:00:49เติมตัวเองให้เต็มวิ่งหนีจากตัวเองออกไป
  1048. 1:00:53หาไปพึ่งพาสังคม
  1049. 1:00:55สังคมก็ทำให้เขาอกหักเพราะว่าในสังคมนั้น
  1050. 1:00:58ไม่มีความจริงใจขาดไมตรีที่แท้จริงอันนี้
  1051. 1:01:03ก็เป็นสภาพตัวอย่างซึ่งสังคมตะวันตกกำลัง
  1052. 1:01:06ประสบอยู่แล้วสังคมที่พัฒนาตามแบบ
  1053. 1:01:09อุตสาหกรรมถ้าไม่รู้สึกตัวไม่ปรับไม่
  1054. 1:01:13เตรียมแก้ไขป้องกันก็จะต้องเป็นอย่างนี้
  1055. 1:01:16าว
  1056. 1:01:18นี้ก็จะจำกัดขอบเขตของปัญหาให้แคบเข้าอีก
  1057. 1:01:22อาตมาก็จะยกตัวอย่างปัญญหา
  1058. 1:01:24ที่จำกัดลงมาอีกสักตัวอย่างหนึ่งแว่า
  1059. 1:01:29ปัญหาว่าในขณะเคนเหงาว้าเหว่
  1060. 1:01:33มีความรู้สึกนี้มากอยู่คนเดียวไม่ได้
  1061. 1:01:37อย่างที่บอกเมื่อกี้บอกว่าข้างในมันกลวง
  1062. 1:01:40มันว่างเปล่าความรู้สึกที่อ้างวงว่าง
  1063. 1:01:43เปล่าเหงาเดียวใดอะไรต่างๆในครอบงำจิตใจ
  1064. 1:01:46ของคนในสังคมปัจจุบันมากแล้วเสร็จแล้วคน
  1065. 1:01:50พวกนี้ก็วิ่งหนีตัวเองออกไปหาสิ่งันนอกมา
  1066. 1:01:54เติมให้กับตัวเองสภาพอย่างนี้เขาเรียกว่า
  1067. 1:01:57เป็นสภาพที่ว่าไม่สามารถอยู่คนเดียวหรือ
  1068. 1:02:02ว่าไม่สามารถมีความสุขในการอยู่กับตนเอง
  1069. 1:02:05ทันนี้ในขณะที่คนมีความเหงาว้าเหว่อยู่
  1070. 1:02:09แล้วในการอยู่คนเดียว
  1071. 1:02:11เนี่ยวัฒนธรรมตะวันตกแก้ปัญหาอย่างไร
  1072. 1:02:16นะมาช่วยคนอย่างไรบ้างเอาละตัวปัญหาคือ
  1073. 1:02:21ขณะที่คนเหงาว้าเว่อยู่แล้วในการอยู่คน
  1074. 1:02:24เดียวนี่เรายกเป็นตัวกระทู้หรือปัญหาขึ้น
  1075. 1:02:27มาแล้วเรามีวิธีปฏิบัติอย่างไรในการแก้
  1076. 1:02:30ปัญหาวัฒนธรรมอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นใน
  1077. 1:02:33ตะวันตกแทนที่จะไปแก้ปัญหาที่ต้นต่อคือ
  1078. 1:02:36แทนที่จะแก้ปัญหาว่าทำไงจะให้เขาอยู่คน
  1079. 1:02:40เดียวโดยไม่ต้องว้าเหว่ไม่เอาอย่างนั้นนะ
  1080. 1:02:44เขาเหงาว้าเหว่ในการอยู่คนเดียวจุดที่ต้น
  1081. 1:02:48ตอคือว่าทำยังไงจะทำให้เขาอยู่คนเดียวโดย
  1082. 1:02:51ไม่อ้างว้างว้าเวได้วิธีของสังคมตะวันตก
  1083. 1:02:56อุตสาหกรรมวัฒนธรรมอุตสาหกรรมก็คือว่า
  1084. 1:03:00เปลี่ยนความเหงาเปล่าเปลี่ยวในการอยู่คน
  1085. 1:03:02เดียวไปเป็นความเหงาเปล่าเปลี่ยวทั้งที่
  1086. 1:03:06อยู่กันเต็มหมู่นี่นี่คือว่าสภาพที่เป็น
  1087. 1:03:10อยู่ในปัจจุบันเนี่แหละที่กำลังเป็น
  1088. 1:03:13ปัญหาก็เลยกลายเป็นว่าซ้ำปัญหาเป็น 2 และ
  1089. 1:03:17ปัญหาเดิมไม่ได้แก้อยู่คนเดียวก็เหงา
  1090. 1:03:20เปล่าเปลี่ยวแล้วยังเพิ่มปัญหาใหม่ก็คือ
  1091. 1:03:23อยู่กันเต็มหมู่ก็ยังเหงาเปล่าเปลี่ยว
  1092. 1:03:26ปัจจุบันอย่างที่กล่าวเบื้องต้นแล้วว่า
  1093. 1:03:28สังคมปัจจุบันนี้ทั้งที่อยู่กันคับ
  1094. 1:03:32คั่งแต่ว่าในใจคนนี่อ้างว้างว้าเหวี่ย
  1095. 1:03:36ยิ่ง
  1096. 1:03:37ขึ้นแต่ละคนก็วิ่งหนีจากตัวเองเพื่อไปหา
  1097. 1:03:41สิ่งเติมเต็มจากข้างนอกแล้วก็อย่างที่ว่า
  1098. 1:03:44เมื่อกี้ก็ไปเจอกับสังคมที่หักหลังเขาไม่
  1099. 1:03:48ยอมให้เขาพึ่งหรือไม่ได้เต็มใจที่จะให้
  1100. 1:03:52อะไรแก่เขาเพราะแต่ละคนคนในสังคมนั้นต่าง
  1101. 1:03:56ก็หนีจากตัวเองมาด้วยกันทั้งนั้นเพื่อจะ
  1102. 1:03:59มาหามารับ
  1103. 1:04:01เอามาเติมให้กับตัวเองต่างคนต่างมีจุด
  1104. 1:04:04พร่องความว่างเปล่าในตนที่จะมาหามาเติมก็
  1105. 1:04:09เลยไม่สามารถช่วยกันและกันได้สังคมนั้นก็
  1106. 1:04:12ไม่สามารถจะสนองความต้องการของบุคคลเราก็
  1107. 1:04:16มาเจอกันในสังคมในระบบที่เรียกว่าแม้มี
  1108. 1:04:20การยิ้มก็ยิ้มแบบธุรกิจคือไม่ใช่ยิ้มแบบ
  1109. 1:04:24จริงใจก็เป็นอันว่ามีความพร่องว่างเปล่า
  1110. 1:04:28มาบุคคลมาพร้อมด้วยความพร่องความว่าง
  1111. 1:04:31เปล่าในตัวเองแล้วก็มาเจอกับสังคมโดยเอา
  1112. 1:04:36ความว่างความพร่องความเปล่ากลับไปด้วย
  1113. 1:04:40เพิ่ม
  1114. 1:04:41ขึ้นอันนี้ปัญหาของสังคมปัจจุบันที่ีนิวก
  1115. 1:04:46มาทาง
  1116. 1:04:47พุทธศาสนาแต่พุทธศาสนานั้นมองอีกอย่างพระ
  1117. 1:04:50พุทธศาสนาบอกว่าต้องแก้ที่ต้นต่อคือตัว
  1118. 1:04:54ตัวจุดของปัญหาโดยตรงก่อนคือต้องไปแก้ที่
  1119. 1:04:58ว่าเมื่อคนเขาเหงาว้าเว่อยู่แล้วในการ
  1120. 1:05:00อยู่คนเดียวก็ต้องแก้ให้เขาว่าอยู่คน
  1121. 1:05:03เดียวได้โดยมีความสุขไม่เหงาไม่ว้าเวอัน
  1122. 1:05:06นี้อันนี้ก็เราก็เปลี่ยนวิธีการของ
  1123. 1:05:11พุทธศาสนาก็เปลี่ยนเปลี่ยนเป็นว่าเปลี่ยน
  1124. 1:05:15ความเหงาเปล่าเปลี่ยวในการอยู่คนเดียวไป
  1125. 1:05:18เป็นการมีความสุขในการอยู่เดียวนี่เรา
  1126. 1:05:21เรียกว่าอยู่เป็นสุขในวิเวกหรือวิเวกกับ
  1127. 1:05:24สุขซึ่งเป็นจุดที่เน้นย้ำในพุทธศาสนาพอทำ
  1128. 1:05:28ให้คนอยู่เป็นสุขคนเดียวได้อยู่กับตัวเอง
  1129. 1:05:31ได้เต็มในตัวแล้วไม่ต้องวิ่งไปหาที่เติม
  1130. 1:05:34ข้างนอกเพราะข้างในมันเต็มเขาออกไปสู่
  1131. 1:05:39สังคมก็มีความชื่นชมเบิกบานสุขในหมู่
  1132. 1:05:43อีกเพราะแต่ละคนในสังคมนั้นต่างก็เต็มมา
  1133. 1:05:47ด้วยกันต่างก็พร้อมที่จะให้แล้วก็มีอะไร
  1134. 1:05:50ที่จะให้แก่ผู้อื่นเพราะไม่พร่องที่จะมา
  1135. 1:05:53แย่งมาหาจากผู้อื่นเพราะฉะนั้นมันก็จะมี
  1136. 1:05:56ภาวะที่เรียกว่ามีความจริงใจมีไมตรีเกิด
  1137. 1:06:00ขึ้นได้เราไม่ต้องมียิ้มที่เรียกว่ายิ้ม
  1138. 1:06:04ธุรกิจคือยิ้มให้ไม่ใช่ยิ้มเอาที่ว่ายิ้ม
  1139. 1:06:10เอาก็คือยิ้มที่
  1140. 1:06:14หน้าแต่ว่ามืออ้าไปล้วงกระเป๋านะอันนี้ก็
  1141. 1:06:19เป็นสภาพที่เป็นไปในสังคมปัจจุบันนี้มาก
  1142. 1:06:22แล้วก็จะฝึกกันอย่างงั้นด้วยจิตวิทยาถูก
  1143. 1:06:25นำมาสนองความต้องการอันนี้คือจะให้คนยิ้ม
  1144. 1:06:28ที่หน้าและพร้อมกับอ้ามือไปล้วงกระเป๋า
  1145. 1:06:31ให้ได้ด้วยถ้าหากว่าใครทำอย่างนี้ได้
  1146. 1:06:34สำเร็จโอ้เรียกว่าคนนั้นมีจิตวิทยานี่
  1147. 1:06:38เพราว่าเด็กว่ายิ้มธุรกิจก็กลายเป็นว่า
  1148. 1:06:42ฝึกให้คนยิ้มแต่การยิ้มนี้เป็นการยิ้ม
  1149. 1:06:45หลอกๆก็เป็นการยิ้มที่ไม่จริงใจซึ่งในทาง
  1150. 1:06:50พุทธศาสนาถือว่าคนจะต้องมีความเต็มในตัว
  1151. 1:06:53และการยิ้มนั้นจะยิ้มด้วยน้ำำใจยิ้มด้วย
  1152. 1:06:57ใจ
  1153. 1:06:58จริงคนนั้นก็จะเต็มบริบูรณ์มาในตัวเสร็จ
  1154. 1:07:03แล้วก็มาพบกับความเต็มกลับไปเป็นบุคคลที่
  1155. 1:07:07เต็มบริบูรณ์มาแล้วมาพบกับสังคมที่เต็ม
  1156. 1:07:09บริบูรณ์ด้วยเพราะฉะนั้นจะอยู่คนเดียวก็
  1157. 1:07:11มีความสุขมาอยู่ร่วมสังคมก็เป็นสังคมที่
  1158. 1:07:14มีความสุขด้วยมีความชื่นบานหันษาอันนี้
  1159. 1:07:18มันก็เป็นเรื่องของการที่ว่าทำไงจะแก้
  1160. 1:07:20ปัญหาให้ตรงจุดนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะยก
  1161. 1:07:24มาเปรียบเทียบถึงวิธีการของพุทธศาสนากับ
  1162. 1:07:27เรื่องของตะวันตกเพราะฉะนั้นก็เป็นการที่
  1163. 1:07:32ว่าประเด็นก็อยู่ที่การทำให้มีความสุขใน
  1164. 1:07:35การอยู่กับตัวคนเดียวได้โดยไม่ต้องวิ่ง
  1165. 1:07:37หนีตัว
  1166. 1:07:39เองแล้วก็เป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งในการแก้
  1167. 1:07:42ปัญหาซึ่งแก้ปัญหาจากบุคคลแล้วในใจบุคคล
  1168. 1:07:46ก็ขยายไปสู่สังคมทั้งหมด
  1169. 1:07:49ด้วยแต่วิธีการแก้ปัญหานั้นทางพุทธศาสนา
  1170. 1:07:52อ้าแทนที่จะเอาตัวคนเดียวนี้กลับไปเน้น
  1171. 1:07:55วิธีแก้มาจากสังคมอีกนะแต่ว่าพุทธศาสนาจะ
  1172. 1:08:01ยืดหยุ่นเช่นการแก้ปัญหาว่าทำไงจะให้คน
  1173. 1:08:04เนี่ยมีความสุขในการอยู่คนเดียว
  1174. 1:08:07ได้สำหรับคนที่ถึงขั้นจริงๆถ้านบอกว่าแก้
  1175. 1:08:11ดระดับปัญญาใช้โยนิโสมนสิการอย่างเดียวพอ
  1176. 1:08:16ก็แก้ที่ตัวเองเลยแต่คนส่วนใหญ่จะไม่ได้
  1177. 1:08:19อย่างนั้นเพราะฉะนั้นสำหรับคนส่วนใหญ่
  1178. 1:08:21แล้ววิธีการแก้ปัญญหาของบุคคลจะเริ่มมา
  1179. 1:08:25จากวิธีการทางสังคมกลับเป็นอย่างนั้นไป
  1180. 1:08:28โดยพุทธศาสนาจะให้เริ่มจากการมี
  1181. 1:08:30กัลยาณมิตรนะเราจะให้มีให้คนนั้นที่ไม่มี
  1182. 1:08:35ความสุขในการอยู่คนเดียวที่มีความอ้าง
  1183. 1:08:38ว้างว้าเหว่ว่างเปล่าในภายในเนี่ยได้มี
  1184. 1:08:41กัลยาณมิตรกัลยาณมิตรก็คือคนที่เต็มข้าง
  1185. 1:08:45ในคนที่เต็มข้างในนี้ก็มาช่วยคนที่อ้าง
  1186. 1:08:49ว้างภายในนั้นชวยโดยช่วยทางด้านจิตใจก่อน
  1187. 1:08:54การช่วยในด้านจิตใจนี้ก็คือทำให้เขาเนี่ย
  1188. 1:08:58ทำให้คนที่ว่างเปล่าภายใน
  1189. 1:09:01เนี่ยอยู่กับสังคมชนิดไม่อกหักหมายความ
  1190. 1:09:04เ้ามาเจอคนในสังคมแล้วคือกัลยาณมิตรเนี่ย
  1191. 1:09:08ที่ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าถูกทรยศหรือหัก
  1192. 1:09:15หลังก็ทำช่วยให้เามีความเต็มไปในภายในใจ
  1193. 1:09:19ได้ทีนี้ต่อไปกัลยาณมิตรนั้นนอกจากถ้วย
  1194. 1:09:23ทางด้านจิตใจแล้วก็จะช่วยด้านปัญญาด้วย
  1195. 1:09:27ด้านปัญญานี้ก็จะเป็นการที่ช่วยให้คนนั้น
  1196. 1:09:30ได้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต
  1197. 1:09:32จิตใจของตนเองจนกระทั่งว่าคนนั้นเป็น
  1198. 1:09:36อิสรภาพมีอิสรภาพเพราะช่วยตัวเองได้่าว่า
  1199. 1:09:40การช่วยในระดับจิตใจเี่ยังไม่ทำให้คนมี
  1200. 1:09:42อิสรภาพต่อเมื่อช่วยแก้ปัญหาถึงระดับ
  1201. 1:09:45ปัญญาคนนั้นจึงจะมีอิสรภาพเพราะฉะนั้น
  1202. 1:09:48หน้าที่ของ
  1203. 1:09:49กัลยาณมิตรเป็นการแก้ปัญหาจากด้านสังคม
  1204. 1:09:52เข้ามาหาบุคคลคนแต่ก็เริ่มจากสังคมนั้นมา
  1205. 1:09:56หาจิตใจก่อนแล้วด้านจิตใจยังไม่พอต้องถึง
  1206. 1:09:59ปัญญานี่ก็คือระบบของพุทธศาสนาทีนี้เมื่อ
  1207. 1:10:04ถึงด้านปัญญาแล้วบุคคลนั้นจะช่วยตัวเอง
  1208. 1:10:07ได้แล้วเป็นอิสระอย่างแท้จริงโดยที่มี
  1209. 1:10:11ความสามารถที่จะทำตัวเองให้เป็นสุขในการ
  1210. 1:10:14อยู่คน
  1211. 1:10:15เดียวเพราะฉะนั้นในการแก้ปัญหานี้จึงได้
  1212. 1:10:18บอกแต่ข้างต้นว่าพุทธศาสนาเป็นระบบที่
  1213. 1:10:21องค์ประกอบหลายอย่างมีความสัมพันธ์เชื่อม
  1214. 1:10:23โยงกันในการแก้ปัญหาแม้แต่บุคคลที่มีความ
  1215. 1:10:27เหงาว้าวไปอยู่ในใจเราต้องการกัลยาณมิตร
  1216. 1:10:31เราต้องการสังคมที่มีปฏิสัมพันธ์กันโดย
  1217. 1:10:33ศีลคือมีความสัมพันธ์ในเชิงสังคมที่ดีที่
  1218. 1:10:37ไม่เบียดเบียนที่ไม่เอารัดเอาเปรียบไม่
  1219. 1:10:39มุ่งหาประโยชน์จากกันมีความก็มันก็โยงไป
  1220. 1:10:43หาจิตใจซึ่งจากนั้นก็ทำให้จิตรู้สึกเต็ม
  1221. 1:10:47อิ่มแล้วก็โดยที่ว่าบุคคลนั้นเองในที่สุด
  1222. 1:10:50แล้วจะต้องมีปัญญาที่รู้เข้าใจความจิจริง
  1223. 1:10:54แห่งชีวิตซึ่งในการที่จะทำให้หายว่าง
  1224. 1:10:58เปล่านี้ก็มีสิ่งที่เรียกว่าเป็น
  1225. 1:11:02พาราด็อกซ์เกิดขึ้นในพุทธศาสนาบอกว่าการ
  1226. 1:11:05ที่เขาจะหายว่างเปล่าก็ต่อเมื่อเขาเข้าใจ
  1227. 1:11:07ความว่างเขาจะหมดความรู้สึกว่างเปล่า
  1228. 1:11:11เมื่อเขารู้จักความว่างอันนี้ก็นำเข้าสู่
  1229. 1:11:14หลักการที่เรียกว่าอนัตตาเมื่อคนรู้จัก
  1230. 1:11:18ความว่างรู้จักอนัตตาเข้าถึงความจริงของ
  1231. 1:11:21ชีวิตอย่างที่สุดหรือเรียกีกภาษาหนว่าถึง
  1232. 1:11:24สุญญตาแล้วเขาจะหายจะหมดความรู้สึกว่าง
  1233. 1:11:28เปล่าอันนี้ก็จะเป็นยังไงจะไม่ใชจะยังไม่
  1234. 1:11:33อธิบายในที่นี้แต่ก็จะพูดสั้นๆบอกว่าตกลง
  1235. 1:11:38การแก้ปัญหาในขั้นสุดท้ายต้องถึงปัญญา
  1236. 1:11:41ปัญญาที่รู้จักความว่างเปล่าจากตัวตนคือ
  1237. 1:11:45รู้จักอนัตตารู้จักเข้าใจชีวิตและโลกนี้
  1238. 1:11:48ตามความเป็นจริงเมื่อรู้จักด้วยปัญญาคำ
  1239. 1:11:53ว่าว่ารู้จักนี่หมายถึงปัญญาแรู้จักความ
  1240. 1:11:57ว่างแล้วก็จะเกิดภาวะทางจิตคือความว่าง
  1241. 1:12:02ของจิตใจจากกิเลสและความทุกข์นะตอนแรกรู้
  1242. 1:12:06จักความว่างด้วยปัญญาต่อมาจิตใจมีผลเกิด
  1243. 1:12:10ขึ้นทางจิตใจก็คือว่าจิตใจว่างจากกิเลส
  1244. 1:12:14และความ
  1245. 1:12:16ทุกข์นี่คือการแก้ปัญหาระดับจิตใจที่มีผล
  1246. 1:12:20โยงมหาปัญญาความว่างในที่นี้ก็คือความ
  1247. 1:12:23เป็นอิสระในความหมายหนึ่งทีนี้เมื่อจิต
  1248. 1:12:28ว่างจากกิเลสความทุกข์แล้วกลายเป็นว่าจิต
  1249. 1:12:31นั้นก็เต็ม
  1250. 1:12:33อิ่มจิตนี้เต็มอิ่มก็เป็นจิตเป็นความ
  1251. 1:12:37ปฏิบัติระดับจิตใจการทำจิตใจให้เต็มอิ่ม
  1252. 1:12:40นี้ก็คือการปฏิบัติในระดับ
  1253. 1:12:45สมาธิแล้วเมื่อเมีจิตเต็มอิ่มใน
  1254. 1:12:49สมาธิคือมีระดับจิตเป็นสมาธิเนี้ยเขาออก
  1255. 1:12:54ไปมีความสัมพันธ์ในทางสังคมก็จะมี
  1256. 1:12:57ปฏิสัมพันธ์ที่มีความชุ่มชื่นเบิกบานใน
  1257. 1:13:00สังคมนั้นในกรณีนี้กลายเป็นพูดกลับกันว่า
  1258. 1:13:05จากปัญญาส่งผลมาสู่ระดับจิตหรือสมาธิแล้ว
  1259. 1:13:09ระดับจิตหรือสมาธิส่งผลไปหาพฤติกรรมในทาง
  1260. 1:13:12สังคมคือระดับศีลเราก็เลยมองว่าระบบของ
  1261. 1:13:15พุทธศาสนานี่มันเวียนกลับไปกลับมาการ
  1262. 1:13:19ปฏิบัติฝึกนั้นฝึกจากศีลเข้าไปหาสมาธิ
  1263. 1:13:22แล้วไปหาปัญญาแต่ในทางกลับกันเวลาส่งผล
  1264. 1:13:27นี่ปัญญาส่งผลมาสู่จิตและส่งผลมาสู่
  1265. 1:13:30พฤติกรรมระดับศีลทั้งหมดนี้เป็นระบบของ
  1266. 1:13:33ความสัมพันธ์ในองค์รวมของชีวิตมนุษย์
  1267. 1:13:38เพราะฉะนั้นเรื่องในทาง
  1268. 1:13:42พุทธศาสนาในแง่นี้ก็มีแง่ที่เราจะพิจารณา
  1269. 1:13:46โดยสัมพันธ์กับจิตวิยาตะวันตกแลเป็นจุด
  1270. 1:13:48หนึ่งที่จิตวิทยากับตะวันตกกำลังหันมาสน
  1271. 1:13:51ใจ
  1272. 1:13:52พุทธศาสนาซึ่งฝรั่งกำลังมาสนใจเรื่องความ
  1273. 1:13:56ว่างเรื่อง emptiness เรื่องอยู่สุญญตา
  1274. 1:13:59กันอยู่ก็ไม่น้อยแลอันนี้ก็กลับเป็นจุด
  1275. 1:14:02ที่จะนำไปแก้ปัญหาสังคมปัจจุบันที่คนรู้
  1276. 1:14:05สึกอ้างว้างว้าเวว่างเปล่ากลวงในภายใน
  1277. 1:14:09อย่างที่กล่าวมานั้นในข้อสังเกตในกรณีนี้
  1278. 1:14:13ก็คือว่าการอยู่
  1279. 1:14:17เดียวอาจจะก่อให้เกิดโรคจิตก็ได้หรืออาจ
  1280. 1:14:20จะเป็นการแก้โรคจิตก็ได้ทั้งนี้ก็อยู่ที่
  1281. 1:14:23ว่าจะมีสภาพจิตใจและปัญญาอย่างไรบางท่าน
  1282. 1:14:27ถึงก็บอกให้แยกมีคำว่า be alone กับ be
  1283. 1:14:32lly be alone นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดี
  1284. 1:14:36ถ้าปฏิบัติให้ถูกต้องก็คือได้วิเวกสุแล้ว
  1285. 1:14:40ก็จะไม่ be Lan แต่ถ้า be lany แล้วก็
  1286. 1:14:44ไม่ไหวก็จะต้องเป็นปัญหาจิตใจซึ่งเนื่อง
  1287. 1:14:47จากการขาดปัญญาที่แท้จริงแม้ในพระสูตรพระ
  1288. 1:14:51พุทธเจ้าก็เคยตรัสแยกความแตกต่างระหว่าง
  1289. 1:14:56ความอยู่เดียวที่แท้กับความอยู่เดียว
  1290. 1:14:58เทียมความอยู่เดียวแท้เป็นอย่างหนึ่งคือ
  1291. 1:15:02ความมีจิตใจและปัญญาในสภาพที่ทำให้ตนเอง
  1292. 1:15:05นี้อยู่เป็นสุขแต่ว่าความอยู่เดียวชนิด
  1293. 1:15:10ที่เทียมก็คือความมีสภาพจิตที่ขาดการฝึก
  1294. 1:15:17จิตขาดการพัฒนาไม่มีปัญญาที่รู้เข้าใจ
  1295. 1:15:20ความจริงก็จะทำให้เกิดปัญหาจากกิเลสและ
  1296. 1:15:23ความทุกข์ขึ้นมาก็เลยเราก็มีความว่างแบบ
  1297. 1:15:28เต็มกับความว่างแบบกลวงโบ๋ไร้ความหมาย
  1298. 1:15:32แล้วก็มีความว่างแบบที่เห็นแจ้งด้วยปัญญา
  1299. 1:15:36กับความว่างเปล่าทาง
  1300. 1:15:38อารมณ์คือการรู้จักความว่างกับการรู้สึก
  1301. 1:15:42ว่างเปล่าถ้าเป็นการรู้จักความว่างอันนี้
  1302. 1:15:46คือปัญญาถ้าความรู้สึกว่างเปล่านั้นคือ
  1303. 1:15:49เป็นด้านจิตหรืออารมณ์แล้วก็ความว่างแบบ
  1304. 1:15:53แบบเวิ้งว้างไม่รู้ทิศทางน่า
  1305. 1:15:55กลัวกับความว่างที่โปร่งโล่งทำให้เกิด
  1306. 1:15:59ความคล่องตัวอันนี้มันเป็นไปได้ทั้ง 2
  1307. 1:16:01อย่างสำหรับบางคนนั้นจะมีความว่างประเภท
  1308. 1:16:05ที่ว่าเวิงวงไม่รู้ทิศทางจะไปไหนสับสนน่า
  1309. 1:16:10กลัวแต่สำหรับบางคนแล้วท่านที่พัฒนาจิต
  1310. 1:16:14ปัญญาดีก็จะมีความว่างชนิดที่โปร่งโล่ง
  1311. 1:16:17คล่องเบิกบานผ่องใสอันนี้ก็เป็นตัวอย่าง
  1312. 1:16:23อย่างที่อาตมายกมาพูดเพื่อจะให้เห็น
  1313. 1:16:25เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจิตวิทยาสมัย
  1314. 1:16:29ใหม่กับข้อปฏิบัติทางจิตใจในพุทธศาสนา
  1315. 1:16:32ซึ่งจะเน้นในแง่ที่ว่าจะเห็นว่าจะนำไปใช้
  1316. 1:16:35ประโยชน์อย่างไรซึ่งทางตะวันตกก็มุ่ง
  1317. 1:16:38ประโยชน์ในแง่อย่างที่กล่าวมานี้เพราะ
  1318. 1:16:41ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งในสังคมตะวันตก
  1319. 1:16:43ปัจจุบันซึ่งมาจากวัฒนธรรมอุตสาหกรรมก็
  1320. 1:16:46คือความรู้สึกว่างเปล่าความมี Inner
  1321. 1:16:50emptiness ความรู้สึก empty ที่นี้แล้ว
  1322. 1:16:55ก็มาเรียนรู้ฝึกวิธีแก้ปัญหานั้นแก้ความ
  1323. 1:16:59รู้สึกว่างเปล่านั้นด้วยการรู้จักความ
  1324. 1:17:02ว่างที่ทำให้เต็มกลายเป็นว่าบุคคลที่
  1325. 1:17:07พัฒนาจิตปัญญาดีแล้วเข้าถึงความว่างรู้
  1326. 1:17:12แจ้งความว่างดย
  1327. 1:17:13ปัญญาเป็นผู้
  1328. 1:17:16ว่างแต่เป็นผู้เต็มเขาเต็มเพราะเขาว่าง
  1329. 1:17:20ถ้าเข้าใจนี้จะเข้าใจสาพพุทธศาสนาได้แบบ
  1330. 1:17:24หนึ่งบุคคลที่เต็มเพราะว่างะก็คนที่
  1331. 1:17:29พร่องก็เพราะว่าไม่ว่างอันนี้ปัญหา
  1332. 1:17:33ปัจจุบันอาตมาว่าเท่าที่พูดมาก็จะทำให้พอ
  1333. 1:17:36มองเห็นภาพได้อนี้ก็เป็นเรื่องที่เน้นให้
  1334. 1:17:41เห็นความสำคัญของปัญญาในพระพุทธศาสนาด้วย
  1335. 1:17:44ที่ว่าในการแก้ปัญหาในขั้นสุดท้ายแล้ว
  1336. 1:17:47ปัญหาจิตใจจะต้องแก้ด้วยปัญญาเป็นการแก้
  1337. 1:17:51ปัญหาในขั้นตัดสินที่จะนำจิตใจของมนุษย์
  1338. 1:17:56ไปสู่
  1339. 1:17:58อิสรภาพแล้วก็บุคคลผู้นั้นถ้ามองในแง่ของ
  1340. 1:18:02การเป็นอยู่ในสังคมเราก็จะบอกได้ว่าเขาจะ
  1341. 1:18:06มีความสุขในการอยู่คนเดียวอยู่คนเดียวก็
  1342. 1:18:09มีความสุขแล้วเมื่อเขาออกไปสู่สังคมอยู่
  1343. 1:18:13ร่วมกับผู้อื่นเขาก็จะอยู่ในสังคมอย่าง
  1344. 1:18:17เป็นสุขและช่วยทำสังคมให้เป็นสุขด้วยจะ
  1345. 1:18:20กลายเป็นสังคมที่มีความเต็มอิ่มเพราะเขา
  1346. 1:18:24ไปด้วยแล้วถ้าหากว่าคนในสังคมโดยทั่วไป
  1347. 1:18:27เป็นอย่างนี้กันมันก็ย่อมทำให้เกิดสังคม
  1348. 1:18:30ที่ดีงามชีวิตก็เป็นชีวิตที่ดีงามเป็น
  1349. 1:18:33ชีวิตที่เต็มเป็นชีวิตที่มีความสุขและทำ
  1350. 1:18:37ให้สังคมก็พลอยมีความสุขด้วยเอาตมาก็พูด
  1351. 1:18:41มาก็ต้องการให้เห็นเข้ามาถึงหลักการของ
  1352. 1:18:44พุทธศาสนาบางอย่างที่ตะวันตกกำลังเพ่งมอง
  1353. 1:18:50ด้วยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ก็คิดว่า
  1354. 1:18:53การพูดในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง
  1355. 1:18:56จิตวิทยาคือจิตวิทยาสมัยใหม่หรือจิตวิทยา
  1356. 1:19:00ที่มาจากตะวันตกกับข้อปฏิบัติทางจิตใจใน
  1357. 1:19:03พระพุทธศาสนาก็พอสมควรกับเวลาหรือเกิน
  1358. 1:19:06เวลาแล้วเพราะฉะนั้นก็ขอยุติแต่เพียงเท่า
  1359. 1:19:10นี้ขออนุโมทนาทุกท่านและขอให้ทุกท่าน
  1360. 1:19:14เจริญงอกงามในการภาวนาเพื่อได้รับ
  1361. 1:19:18ประโยชน์จากพระพุทธศาสนาทั้งในระดับจิตใจ
  1362. 1:19:21และปัญญาแลออกมาสู่พฤติกรรมในทางสังคม
  1363. 1:19:25อยู่ร่วมกับเพื่อนมนุษย์ด้วยโดยทั่วกัน
  1364. 1:19:27ทุกท่านตลอดกาลนาน
  1365. 1:19:36เทอ

About this transcript

This page contains the full transcript of จากจิตวิทยาสู่จิตภาวนา - ป อ ปยุตฺโต (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) by ป อ ปยุตฺโต (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์) , generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 1,518 words across 1,365 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to translate the transcript into 100+ languages.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, translation to 100+ languages, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.