YouTube2Text

เพิ่มพลังความจำด้วยวิธี Active recall — Transcript

by Doctor Tany · 536 words · 422 segments · language th · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00สวัสดีครับวันก่อนมีคนสอบถามผมเข้ามา
  2. 0:03เกี่ยวข้องกับเทคนิคที่ชื่อว่า Active
  3. 0:05recall นะครับเพราะว่าเขาอยากจะใช้
  4. 0:08เทคนิคนี้ในการอ่านหนังสือสอบนะครับแล้ว
  5. 0:11อยากจะให้ผมช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้ฟัง
  6. 0:13หน่อยว่ามันทำกันยังไงวันนี้ผมก็เลยจะเอา
  7. 0:16เรื่องเนี้ยมาเล่าให้ฟังในมุมมองของผม
  8. 0:18แล้วกันนะครับว่า Active recall เนี่ย
  9. 0:21มันมีประโยชน์ยังไงในการอ่านหนังสือเพื่อ
  10. 0:23เตรียมสอบนะครับพบกับผมนะครับนายแพทย์
  11. 0:25ธานีธนียวันเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่
  12. 0:27ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการ
  13. 0:29ปลูกถ่ายปและวิกฤตบำบัดนะครับ Active
  14. 0:33recall เนี่ยจริงๆส่วนตัวผมนะครับผม
  15. 0:35เพิ่งมารู้จักคำๆนี้เนี่ยไม่นานมานี่เอง
  16. 0:38นะครับเพราะว่าบังเอิญก็ไปเคยได้ยินมาจาก
  17. 0:41คนเพูดกันหลายๆคนแต่พอไปฟังดีๆแล้วเอ๊ะ
  18. 0:44เราใช้เทคนิคนี้มาตั้งนานแล้วนี่นาตั้ง
  19. 0:47แต่สมัยเราเรียนดังนั้นผมก็จะใช้
  20. 0:49ประสบการณ์จริงของผมเลยะกันว่าผมใช้
  21. 0:51Active recall เนี่ยยังไงบ้างนะครับ
  22. 0:55ขั้นตอนแรกก่อนที่เราจะศึกษาเรื่องอะไรก็
  23. 0:58แล้วแต่นะครับผมแนะนำแนะนำให้ลองทำพ Test
  24. 1:01ก่อนเลยคือเป็นพวกคำถามชุดต่างๆที่มันมี
  25. 1:06สำหรับดูว่าเรามีความรู้อะไรบ้างในตอนนี้
  26. 1:09ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้เรื่องต่างๆนะครับ
  27. 1:12อ่าแต่บางคนเนี่ยก่อนจะทำพีเทสบางคนจะ
  28. 1:16เลือกอีกวิธีนึงก็คืออ่านหนังสือแต่อ่าน
  29. 1:18เฉพาะโครงของหนังสือหมายความว่าเราอ่าน
  30. 1:22เฉพาะหน้าสารบันดูเฉพาะหัวข้อใหญ่ๆให้เรา
  31. 1:25สามารถสร้างโครงในหัวคร่าวๆก่อนว่าไอ้
  32. 1:28เรื่องที่เรากำลังจะเรียนเนี่ยมันเกี่ยว
  33. 1:30ข้องกับอะไรบ้างนะครับก็เปรียบได้กับการ
  34. 1:32ที่เราเขียนแผนที่นะะเราอาจจะเห็นว่าเออ
  35. 1:36บ้านเราเนี่ยที่กรุงเทพฯมีถนนสุขุมวิทถนน
  36. 1:39พระราม 4 เนี่ยเป็นโครงของเราละเรารู้
  37. 1:42อยู่แค่เนี้ยแต่พอเราเก่งมากขึ้นเราก็อาจ
  38. 1:45จะรู้แล้วอ๋อไอ้ซอยตัวนี้มันเป็นซอยตัน
  39. 1:47ซอยตัวนี้มันเชื่อมระหว่างถนน 2 2 เส้น
  40. 1:50พอมากกว่านั้นเราก็อาจจะรู้ว่าซอยแต่ละ
  41. 1:52ซอยมันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้างนะครับเป็นการ
  42. 1:54ค่อยๆต่อเติมแผนที่ทางจิตใจให้มันครบมาก
  43. 1:57ขึ้นนะครับแต่ถ้าเกิดว่าเราเลือกที่จะทำ
  44. 2:00พีเทสนะพี Test เนี่ยถ้าเราทำแล้วมันผิด
  45. 2:04เยอะๆไม่มีปัญหาบางคนกลัวการทำพีเทสเพราะ
  46. 2:07ว่าอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับเพราะว่า
  47. 2:08กลัวผิดกลัวพลาดคนไทยหลายๆคนเนี่ยเวลาที่
  48. 2:11อาจารย์สอนแล้วมันมีพีเทสเนี่ยเราก็รู้
  49. 2:13สึกว่าเราอยากจะทำให้ถูกเยอะๆอ่ะแต่มัน
  50. 2:16เป็นไปไม่ได้นะครับเพราะว่าเราไม่ได้รู้
  51. 2:18เรื่องนั้นการทำพี Test มันจะทำให้เราพอ
  52. 2:22จะเห็นสโคปหรือมุมมองของปัญหาว่าเอ๊ะเวลา
  53. 2:27ที่เราไปเรียนเรื่องนี้จริงๆอ่ะมันจะจะ
  54. 2:29ต้องมีคำถามประมาณไหนนะครับมันจะช่วยทำ
  55. 2:32ให้เราเรียนได้ง่ายขึ้นนะอันที่ 2 พอเรา
  56. 2:36ทำ pretest ไปละอันนี้เนี่ยเราควรจะเริ่ม
  57. 2:40อ่านหนังสือนะครับอย่างที่ผมบอกถ้าผมอ่าน
  58. 2:43หนังสือเนี่ยผมอ่านจากสารบันก่อนเพื่อได้
  59. 2:46ดูหัวข้อหลักๆว่าเอ๊ะเรื่องนี้มันเกี่ยว
  60. 2:48ข้องกับอะไรบ้างยังไม่ต้องลงไปดูคำอธิบาย
  61. 2:51ยังไม่ต้องลงไปดูหัวข้อย่อยนะครับเอาหัว
  62. 2:53ข้อใหญ่ก่อนนะและพอเราอ่านไปแล้วเนี่ย
  63. 2:57Active Record คือการที่เราจำได้แล้ว
  64. 2:59แล้วออกมาพูดหรือเอามาอธิบายได้เลยนะครับ
  65. 3:02เวลาที่เราอ่านหนังสือสมมุติว่าเราอ่านไป
  66. 3:04ย่อหน้านึงดีที่สุดนะครับหยุดก่อนอ่านจบ
  67. 3:08แล้วหยุดก่อนย่อหน้าๆนะพอะนะครับและให้
  68. 3:11เราลองหลับตาหรือเราหันไปทางอื่นแล้วพูด
  69. 3:15ในสิ่งที่เมื่อตะกี้เราอ่านไปออกมาจาก
  70. 3:18ความเข้าใจแล้วก็ความทรงจำของเราเองทั้ง
  71. 3:20หมดแต่ถ้าเกิดว่าอันนั้นมันง่ายไปรู้สึก
  72. 3:23ว่าเออ 1 พาฟ 1 ย่อหน้ามันก็ไม่ค่อยมี
  73. 3:25อะไรเนาะถ้าอย่างงั้นคุณลองอ่านเป็น 1
  74. 3:28หน้า 2 หน้านะครับหรือถ้าเกิดคนไหนเก่ง
  75. 3:30มากๆเนี่ยก็สามารถที่จะอ่านได้ทั้งบทไป
  76. 3:33เลยแล้วพอจบบทนั้นก็ปิดหนังสือเลยแล้วก็
  77. 3:37พยายามอธิบายด้วยภาษาของตัวเองว่าสิ่งที่
  78. 3:40เราได้อ่านไปนั้นมันมีอะไรบ้างเอาออกมา
  79. 3:43จากความทรงจำของเราให้มากที่สุดนะครับตอน
  80. 3:46สมัยก่อนที่ผมใช้เนี่ยผมใช้วิธีในการปิด
  81. 3:48หนังสือแล้วก็พูดหรือว่าคิดในสมองนะครับ
  82. 3:52ถ้าเกิดคนไหนที่สมาธิสติมันไม่แข็งแรงมาก
  83. 3:56เนี่ยมันจะไม่สามารถคิดของพวกนั้นในสมอง
  84. 3:58ได้นะครับแต่ไม่เป็นไรวิธีก็คือพูดออกมา
  85. 4:02เหมือนกับว่าเรากำลังสอนใครอยู่นะครับลอง
  86. 4:04ไปยืนหน้ากระจกแล้วก็พูดไอ้เรื่องที่เรา
  87. 4:06เรียนมาเมื่อตะกี้เนี่ยหรือเรื่องที่เรา
  88. 4:08อ่านมาเมื่อตะกี้นี้ทั้งหมดจากความทรงจำ
  89. 4:11ตรงไหนที่จำไม่ได้มาร์คไว้ครับเขียนไว้
  90. 4:15เพราะว่าเราจะได้กลับไปดูตรงนั้นให้มัน
  91. 4:17มากกว่าปกติและตรงนั้นเนี่ยน่าจะเป็นสิ่ง
  92. 4:20ที่สำคัญที่ทำให้เราพลาดไปนะครับนี่อัน
  93. 4:24นี้ก็คือเป็นวิธีในการอ่านหนังสือแบบที่
  94. 4:26เราทำ Active recall อีกแบบนึงก็คือถ้า
  95. 4:29เราไม่พูดเราก็พิมพ์มันออกมาครับหรือ
  96. 4:31เขียนมันออกมาจากความทรงจำให้ได้มากที่
  97. 4:33สุดเท่าที่เราจะเป็นไปได้นะ
  98. 4:36ฮะหลังจากที่เราอ่านเสร็จแล้วเนี่ยนะครับ
  99. 4:40ขั้นต่อไปคือเราต้องทำความเข้าใจให้มัน
  100. 4:44มากขึ้นนะฮะโดยทั่วไปผมมักจะอ่านหนังสือ
  101. 4:47ก่อนที่จะไปเรียนเลคเชอร์ถ้าเป็นไปได้นะ
  102. 4:49เพราะว่ามันจะสามารถทำให้เราเข้าใจใน
  103. 4:51เนื้อหาที่อาจารย์จะสอนได้นะฮะแต่ถ้าเกิด
  104. 4:54ว่าเราไม่ได้อ่านไปเลยล่ะเราเราไม่ได้ทำพ
  105. 4:57Test ไปเลยเราไปเจอก็ไปเจอเจอเลคเชอร์
  106. 5:00เลยเเราจะทำยังไงให้เราสามารถที่จะเข้าใจ
  107. 5:02เลคเชอร์นั้นได้นะครับและไม่หลับหรือที่
  108. 5:07สำคัญคือไม่เบื่อสูญเสียสมาธิหรือสติหลุด
  109. 5:10ไปซะก่อนเพราะว่าบางครั้งเนี่ยแหล่ง
  110. 5:12เลคเชอร์คณะแพทย์นะครับบางวิชาออหูพูดกัน
  111. 5:16เป็นชั่วโมงชั่วโมงอย่างเงี้ยทุกคนก็คง
  112. 5:18รู้อยู่แล้วว่าสมาธิของเราเนี่ยมันไปตั้ง
  113. 5:21แต่ 10-15 นาทีแรกแล้วครับหลังจากนั้นมัน
  114. 5:23ไม่เหลือแล้วครับแล้วจะทำยังไงให้เรามี
  115. 5:25สมาธิอยู่ตลอดรอดฝั่งได้ล่ะวิธีก็คือการ
  116. 5:28ตั้งคำถามครับเวลาอาจารย์อะไรสอนอะไรขึ้น
  117. 5:32มาเนี่ยไม่ว่าจะพูดเรื่องอะไรก็แล้วแต่
  118. 5:33ให้เราตั้งคำถามเสมอเลยว่าสิ่งที่อาาร
  119. 5:36กำลังจะพูดเนี่ยมันหมายความว่าอะไรมันคือ
  120. 5:39อะไรนะครับเช่นถ้าเรารู้เรากำลังพูด
  121. 5:42เรื่องวัฏจักรเปสเราก็ต้องบอกว่าวัฏจักร
  122. 5:44เปสเนี่ยมันคืออะไรมันมีไว้ทำไมมันอยู่
  123. 5:48ตรงไหนของร่างกายมันมีสารอะไรอยู่ในนั้น
  124. 5:51คือตั้งคำถามพวกนี้เขียนออกมาเลยนะครับ
  125. 5:54พิมพ์เขียนหรืออะไรก็ได้นะฮะเพราะว่ามัน
  126. 5:56จะทำให้เราเนี่ยมีคำว่า Active
  127. 5:58engagement
  128. 6:00คือมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ออาจารย์
  129. 6:02กำลังพูดอยู่นะครับทำให้เราสามารถเข้าใจ
  130. 6:05เรื่องพวกนี้ได้แล้วเราตั้งคำถามเยเป็น
  131. 6:08ชุดๆชุดๆไปเลยหลังจากจบเลคเชอร์ทำยังไง
  132. 6:13คุณรีบไปหาห้องสมุดหรือที่ไหนก็ได้เงียบๆ
  133. 6:17นะครับและเอาความทรงจำเกี่ยวข้องกับสิ่ง
  134. 6:21ที่เรียนออกมาให้หมดเลยจะเขียนจะพูดหรือ
  135. 6:24อะไดก็ได้เอาออกมาจากความทรงจำให้เกลี้ยง
  136. 6:26เลยโดยที่ไม่ต้องดูเนื้อหาที่อาจารย์สอน
  137. 6:28ไปนะครับเดี๋ยวนี้อาจารย์ก็จะมีแจกสไลด์
  138. 6:30ใช่มั้ยครับแจกเลคเชอร์ก่อนอ่ะแต่เราไม่
  139. 6:33ต้องดูครับเราเอาจากความจำแล้วแหละเมื่อ
  140. 6:35กี้อาจารย์สอนอะไรมาทั้งเรื่องอ่ะออกมา
  141. 6:37พูดคือเป็นการทำ Active recall ใหม่ๆเลย
  142. 6:41สดๆใหม่ๆหลังจากการที่เราอ่านหนังสือไปนะ
  143. 6:44ครับเอ่อหลังจากที่อาจารย์สอนไปทีนี้พอ
  144. 6:48เราทำ Active Record แบบนั้นได้แล้ว
  145. 6:50เนี่ยมันจะรู้ถึงช่องโหวของเราว่าเอ๊ะเรา
  146. 6:52ไม่เข้าใจตรงไหนของอาจารย์ไอ้ตรงนี้มัน
  147. 6:54หายไปความทรงจำเราตรงนี้ไม่มีเราก็เอาไป
  148. 6:56เปรียบเทียบกับสไลด์ที่อาจารย์เขาเขียนมา
  149. 6:58นั่นแหละครับหรือถ้าอาจารย์เให้หนังสือ
  150. 7:01ตัวอย่างที่เอ่อเราควรจะไปอ่านน่ะตอนนั้น
  151. 7:04แหละครับที่เป็นตอนที่ดีที่สุดที่เราควร
  152. 7:06จะไปอ่านหนังสือเพราะว่าความทรงจำของเรา
  153. 7:08เนี่ยมันยังสดใหม่อยู่แล้วจะทำให้เราจำ
  154. 7:11ได้ดีขึ้นนะ
  155. 7:12ครับตอนนี้พอเราเข้าใจทุกเรื่องที่เรา
  156. 7:16อ่านมาละเรารู้วิธีอ่านแล้วโอเคเราอ่าน
  157. 7:19เฉพาะหัวข้อก่อนไปประกอบกับเลคเชอร์ของ
  158. 7:21อาจารย์ประกอบกับคำถามที่เราตั้งไว้ตลอด
  159. 7:23เวลามันก็จะทำให้เราสามารถเข้าใจเรื่อง
  160. 7:25พวกนี้ได้คร่าวๆนะฮะแต่นั่นก็อย่างไม่ใช่
  161. 7:29เป็นสุดยอดของความเข้าใจแล้วเราจะจำอะไร
  162. 7:32ได้ก็แค่บางส่วนนะครับสิ่งที่ทำให้ความจำ
  163. 7:36ของเราเนี่ยมันอยู่ยาวนานแล้วผมใช้มา
  164. 7:38เนี่ยคือ Mind Map นะครับการเอาสิ่งต่าง
  165. 7:43ๆที่เรารู้เขียนลงมาในกระดาษหรือพิมพ์ลง
  166. 7:46ไปในคอมพิวเตอร์หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ
  167. 7:48แล้วหาความเชื่อมโยงของแต่ละอย่างให้ได้
  168. 7:51นะครับ
  169. 7:52อ่าเพราะว่าก็เคยมีคนถามผมเวลาที่ผมพูด
  170. 7:55เรื่องคลิปต่างๆเอ๊ะทำไมผมจำโน่นจำนี่ได้
  171. 7:58ทำไมผมถึงรู้เรื่องเรื่องนั้นเรื่องนี้
  172. 7:59ทั้งๆที่บางอย่างเนี่ยผมก็เรียนตั้งแต่
  173. 8:02สมัยนิสิตแพทย์แล้วตอนนี้ก็ไม่ได้ใช้อีก
  174. 8:04แล้วนะครับแต่ก็ยังจำได้อยู่เลยเนี่ยนะ
  175. 8:08ครับเพราะว่าผมมีวิธีในการลิงก์ข้อมูล
  176. 8:11ต่างๆเข้าด้วยกันเหมือนเป็นโครงข่ายเบ
  177. 8:13เริ่มเทมนะครับเวลาที่เราเขียน mind map
  178. 8:16เนี่ยคุณอาจจะเริ่มเขียนจากเรื่องก่อน
  179. 8:18เช่นอ่าเราเริ่มเขียนจากเรื่องสมมุติ
  180. 8:22เรื่องปวดหัว heche เนี่ยเราก็ตั้งไปเลย
  181. 8:25ตรงกลางคำว่าปวดหัวปวดหัวมีกี่แบบที่เรา
  182. 8:28คิดได้อ่ะปวดตุ๊บๆปวดบีบๆปวดร้าวหรือบาง
  183. 8:33ทีเราก็หัวข้อพิเศษคือปวดแบบอันตรายที่
  184. 8:37จำเป็นจะต้องรักษาโดยด่วนแบบเนี้ยเป็นต้น
  185. 8:40หลังจากนั้นปุ๊บเราก็แตกแยกย่อยมันลงมา
  186. 8:42อ่าปวดตุ๊บๆมันมีบริเวณไหนบ้างอะไบริเวณ
  187. 8:45นี้หมายถึงอะไรอย่างนี้นะครับแล้วเอ๊มัน
  188. 8:48เราเขียนลิสต์ออกมาได้กว้างที่สุดเท่าที่
  189. 8:50เราจะเป็นไปได้ะจากความทรงจำของเรานะไม่
  190. 8:52ใช่ไปเปิดหนังสือแล้วเขียน mind map นะ
  191. 8:54ไอ้นี้ไม่ได้นะนะครับเราต้องเขียนจากความ
  192. 8:56ทรงจำเพราะว่ามันแสดงถึงความเข้าใจของเรา
  193. 8:58จริงๆ
  194. 8:59มันเป็นการเอาสมองเราอ่ะออกมาวางไว้ข้าง
  195. 9:02นอกอ่ะทำให้เราเห็นภาพรวมว่าจริงๆสมองเรา
  196. 9:05มันมีอะไรอยู่ในนั้นบ้างนะครับอันนี้ก็
  197. 9:08เป็นวิธีนึงซึ่งจะทำให้เราจำได้ดีแล้วนอก
  198. 9:11เหนือจากนั้นอย่างที่ผมบอกเขียนออกมาให้
  199. 9:13มากที่สุดหลังจากนั้นเนี่ยลองเอาไปเชื่อม
  200. 9:15โยงกับสิ่งต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับ
  201. 9:18ชีวิตประจำวันหรืออะไรก็ได้นะครับเช่น
  202. 9:20Mind Map ของเราเขียนว่าไอ้้เรื่องปวด
  203. 9:22หัวเนี่ยเอ่อพ่อเราเคยเป็นไมเกรนใช่มตอน
  204. 9:26เป็นไมเกรนพ่อเราเมีอาการแบบนี้นะครับแต่
  205. 9:29ตอนนั้นพ่อเขากินยาตัวนี้อ้อไอ้เรื่องปวด
  206. 9:31หัวนี่ก็ลิงก์ไปเรื่องยาว่ายาที่ใช้ในการ
  207. 9:34รักษาโรคไมเกรนคือตัวนี้มีกลไกการทำงาน
  208. 9:36อย่างนี้ต่อให้อาจารย์เไม่สอนเราก็สามารถ
  209. 9:38ลิงก์ไปได้แล้วถ้าคุณทำลิงก์อย่างเยอะๆ
  210. 9:40เนี่ยคุณจะมี Mind Map ที่มันใหญ่มากเลย
  211. 9:43นะครับแล้วมันก็จะเชื่อมกันทุกเรื่องทำ
  212. 9:46ให้เราสามารถที่จะเข้าใจได้ดีหลังจากจบ My
  213. 9:49Map ตอนนี้แล้วเนี่ยเราควรจะมีความรู้
  214. 9:51ที่ค่อนข้างแน่นพอสมควรเกี่ยวข้องกับ
  215. 9:53เรื่องที่เรากำลังเรียนอยู่ขั้นต่อไปขั้น
  216. 9:57ที่สำคัญมากๆต้องไปสอบสอนครับต้องสอนเรา
  217. 10:01จะเก่งได้เราก็ต้องสอนได้สอนยังไงโอเคถ้า
  218. 10:05เกิดเรามีเพื่อนหลายๆคนอ่ะเราจะมาติวกัน
  219. 10:08นะครับไอ้คนติวนี่ก็ไปอ่านมาคนละเรื่อง
  220. 10:10แล้วก็มาติวให้เพื่อนฟังนะครับก็ได้แต่
  221. 10:13ถ้าเราไม่มีเพื่อนเราก็ติวตัวเองก็ได้
  222. 10:16วิธีในการติวเนี่ยผมแนะนำอย่างงี้เวลาไป
  223. 10:19ติวหรือเวลาไปสอนใครนะครับให้เราใช้ภาษา
  224. 10:23เสมือนกับเราสอนคนที่เค้าไม่รู้เรื่อง
  225. 10:26อะไรเลยเช่นผมเป็นสมมุติว่าตอนนั้นผมเป็น
  226. 10:29นักศึกษาแพทย์ปี 5 นะครับเราเรียนเรื่อง
  227. 10:32อ่าอะไรซักอย่างเนี่ยน้ำในท้องท้องมาร
  228. 10:35อย่างเงี้ยแล้วผมจะต้องไปสอนเรื่องท้อง
  229. 10:37มารให้คนคนึงฟังผมจะคิดว่าคนคนนั้นน่ะ
  230. 10:40อายุสัก 7-8 ขวบดังนั้นเวลาที่เราพูด
  231. 10:42เนี่ยเราจะใช้ภาษาบ้านๆภาษาชาวบ้านเลยจะ
  232. 10:46ไม่มีสับแสงเทคนิคอะไรแต่อย่างใดนะครับ
  233. 10:48อาจจะมีสับแสงเทคนิคเพื่อความเข้าใจของ
  234. 10:50ตัวเองได้แต่มันต้องสอนให้คนที่แบบไม่เคย
  235. 10:52ได้ยินเรื่องนั้นมาก่อนให้เข้าใจให้ได้
  236. 10:55และแบบที่ 2 ที่ผมต้องการสอนก็คือคนคนที่
  237. 10:59ช่างถามคุณลองคิดดูเวลาที่คุณสอนอ่ะเก็จะ
  238. 11:02มีคนถามอ้าวแล้วทำไมเป็นอย่างงั้นล่ะแล้ว
  239. 11:04พอคุณตอบเก็จะถามอ้าวใช่เหรอมันทำไมเป็น
  240. 11:06อย่างงั้นล่ะก็จะถามทำไมทำไมทำไมไปเรื่อย
  241. 11:09ๆมันก็เลยเป็นการบังคับให้คุณจะต้องหาคำ
  242. 11:12ตอบต่อสิ่งเหล่านั้นไปเรื่อยๆเรื่อยๆๆๆทำ
  243. 11:15ให้เราสามารถย่อยคอนเซปต่างๆจนกระทั่งมัน
  244. 11:18ลงไปจนถึงคอนเซปพื้นฐานสุดๆเลยถ้าเทำแบบ
  245. 11:22นี้ได้เนี่ยนะครับสอนคนอื่นได้โดยที่คุณ
  246. 11:24ไม่ต้องดูโพยใดๆทั้งสิ้นนะมันแสดงถึงว่า
  247. 11:27คุณเข้าใจเรื่องนั้นโดยถ่องแท้แล้วครับ
  248. 11:30Active recall ของคุณได้ทำงานเรียบร้อย
  249. 11:33แล้วแต่ถามว่าแค่นี้เนี่ยมันเพียงพอต่อ
  250. 11:35การสอบหมอหรือเปล่าผมตอบเลยครับว่าไม่นะ
  251. 11:38ครับคุณเข้าใจเรื่องใหญ่ๆก็จริงแต่ตอน
  252. 11:42เนี้ยสิ่งที่หลังจากคุณเข้าใจคอนเซปทุก
  253. 11:45อย่างหรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณเรียน
  254. 11:46แล้วเนี่ยต่อไปคุณต้องเข้าใจว่าเอาความ
  255. 11:50รู้ตรงนี้ไปทำ
  256. 11:52อะไรนะครับสำหรับผมสมัยก่อนเวลาผมเรียน
  257. 11:55เรื่องอะไรสักอย่างนึงเนี่ยผมจะไม่คิดว่า
  258. 11:57มันสอบอะไรนะผมจะคิดว่าเอาเอาความรู้
  259. 11:59เนี้ยไปใช้ยังไงเวลาผมจบไปเป็นหมอแล้ว
  260. 12:01แล้วเวลาที่ผมไปเจอคนไข้แบบนี้ผมจะเอา
  261. 12:03ความรู้ที่อาจารย์สอนวันนี้ไปทำอะไรแล้ว
  262. 12:06ตั้งโจทย์แบบนั้นขึ้นมาแล้วผมก็ตั้งโจทย์
  263. 12:09แบบมหาศาลมากมายเลยทีเดียวนะครับซึ่งส่วน
  264. 12:12ใหญ่มันก็มักจะไปตรงกับข้อสอบดังนั้นผมจะ
  265. 12:15เป็นคนที่เก็งข้อสอบเก่งพอสมควรเลยที
  266. 12:17เดียวนะครับเพราะว่าเราใช้วิธีคิดอย่าง
  267. 12:19งั้นเรื่อยๆเราคิดว่าเอ๊ะถ้าเรามีความรู้
  268. 12:21ตรงนี้เราจะทำยังไงถ้าเราเจอคนไข้แบบนี้
  269. 12:24จะแก้ไขอย่างไรนะครับต้องใช้ความรู้ตรง
  270. 12:26ไหนแล้วผุคุณตั้งคำถามแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ
  271. 12:29เนี่ยมันจะทำให้รู้สึกว่าเออว่ะมีหลาย
  272. 12:32อย่างที่เราไม่
  273. 12:34รู้และมากไปกว่านั้นครับเทคนิคพวกเนี้ยผม
  274. 12:38ใช้ในตอนที่ผมสอบ usm อ่ามาที่อเมริกา
  275. 12:42ด้วยนะครับหลังจากที่คุณคิดความชิดคำถาม
  276. 12:45ต่างๆด้วยตัวเองแล้วแรกๆเนี่ยมันจะได้คำ
  277. 12:47ถามที่แบบเอ่อไม่ค่อยไม่ค่อยดีไม่ค่อย
  278. 12:50แข็งแกร่งเท่าไหร่ไม่ค่อยยากเท่าไหร่แต่
  279. 12:53คุณลองไปดูข้อสอบเก่าข้อสอบอะไรพวกเนี้ย
  280. 12:56มาเปรียบเทียบดูว่าเค้าถามอะไรบ้างนะครับ
  281. 12:58เเวลาเถามอะไรบ้างเราจะลองเปรี่ยนที่วิธี
  282. 13:00ในการตั้งคำถามของเราและของคนที่เป็นมือ
  283. 13:04อาชีพนะครับคือของระดับอาจารย์ดูซิว่าไอ้
  284. 13:07คำถามของเรากับคำถามของระดับอาจารย์มัน
  285. 13:09ต่างกันยัง
  286. 13:10ไงถ้ามันต่างกันมากๆเนี่ยแปลว่าเออคุณก็
  287. 13:14ได้เรียนรู้วิธีในการตั้งคำถามพูดง่ายๆก็
  288. 13:17คือคุณกำลังเรียนรู้วิธีออกข้อสอบด้วยตัว
  289. 13:19เองแล้วพอเราออกข้อสอบได้ตรงกับที่ข้อสอบ
  290. 13:22เก่ามันออกเรื่อยๆคุณก็จะเดาข้อสอบได้คุณ
  291. 13:26ก็จะสามารถทำข้อสอบได้ดีมากขึ้นนะครับ
  292. 13:30หรือบางทีถ้าเราเข้าใจมากไปกว่านั้นอีก
  293. 13:33อันนี้คือเป็นความสามารถพิเศษของแต่ละคนะ
  294. 13:35ไม่ใช่มีทุกคนที่ทำได้คือเราเข้าใจสเต็ม
  295. 13:38ของโจทย์สเต็มของโจทย์หมายความว่าอะไร
  296. 13:40หมายความว่าโจทย์ข้อเนี้ยวัตถุประสงค์ใน
  297. 13:44การถามคืออะไรถ้าเราเข้าใจว่าเออโจทย์ข้อ
  298. 13:47นี้ถามเรื่องปวดหัวเราต้องการดูซิว่า
  299. 13:50นิสิตนักศึกษาแพทย์เนี่ยมันจะรู้จักมว่า
  300. 13:53อาการไหนของปวดหัวที่ถือว่าเป็นอันตราย
  301. 13:56อย่างเร่งด่วนอ่าอันนี้คือวัตถุประสงค์
  302. 13:59ของโจทย์ถ้าคุณเข้าใจในวัตถุประสงค์ของ
  303. 14:01โจทย์ปุ๊บเนี่ยคุณจะรู้เลยว่าเออบางทีเรา
  304. 14:04มั่วแล้วมันจะมั่วถูกได้นะครับอ่าในกรณี
  305. 14:07ที่เราจำไม่ได้นะดังนั้นนี่เป็นการที่เรา
  306. 14:11ตั้งคำถามด้วยตัวเองหลังจากที่เราเรียน
  307. 14:12รู้ทุกเรื่องเอาไปเทียบกับข้อสอบเก่าดู
  308. 14:15ว่ามันเป็นยังไงนะฮะและเวลาคุณอ่านข้อสอบ
  309. 14:18เก่าอย่างงี้ที่สำคัญก็คือมันจะมี้อยถูก
  310. 14:21มั้ยครับบางอันเป็น multiple Choice ใน
  311. 14:23้อยแต่ละอันเนี่ยให้เราดูเหตุผลว่าเออ
  312. 14:27ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นไม่ใช่เฉพาะข้อที่เรา
  313. 14:29ถูกอย่างเดียวนะที่เราต้องดูให้เราดูข้อ
  314. 14:32ที่มันผิดด้วยว่าเออทำไมมันถึงผิดแล้ว
  315. 14:35ทำไมมันถึงถูกนะพวกนี้เราต้องดูให้เข้าใจ
  316. 14:38ก่อนนะครับพอเราดูแล้วเนี่ยคำถามพวกเนี้ย
  317. 14:42ที่เราเขียนสะสมให้เราเขียนสะสมตลอดเวลา
  318. 14:45ถ้าเราคิดอะไรได้เขียนเขียนแยกๆไว้เพราะ
  319. 14:47ว่ามันจะมีประโยชน์ทีหลังไอ้คำถามที่เรา
  320. 14:50เขียนไว้ทั้งหมดระหว่างทางรวมทั้งคำถาม
  321. 14:52ที่เราได้มาจากการที่อ่านข้อสอบเก่าเนี่ย
  322. 14:55มันจะเอาไว้ทำอันนึงที่เรียกว่าแช C นะ
  323. 14:57ครับแชคก็ถ้าใครเคยเล่นเกมเด็กๆเนี่ยมัน
  324. 15:00จะมีกระดาษใบนึงข้างหน้าเขียนคำคำถามข้าง
  325. 15:03หลังเป็นคำตอบนะครับหรือมันเปิดออกมาก็จะ
  326. 15:06เป็นคำตอบแต่ว่าเราปึ๊ดๆมาดูอคำถามนี้เรา
  327. 15:09ต้องตอบมาจากความทรงจำทำอย่างนี้บ่อยๆมัน
  328. 15:11จะทำให้เราจำเรื่องพวกนี้ได้ดีขึ้นนะครับ
  329. 15:14ถ้าเรามีการตั้งคำถามอย่างนี้บ่อยๆก็เรา
  330. 15:16ก็จะมีแช C ที่ค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ
  331. 15:19เดี๋ยวนี้มันก็มีโปรแกรมทำอ่าแช Card
  332. 15:22อยู่แล้วนะครับเด็กสมัยใหม่ก็คงใช้นะครับ
  333. 15:24แต่สมัยผมก็เ่ออาจจะไม่ค่อยได้ใช้อะไร
  334. 15:26เท่าไหร่นะครับเออพอเราทำแบบนี้ปุ๊บเนี่ย
  335. 15:30เราก็จะมีแช C แล้วก็จะมีวิธีการเรียนที่
  336. 15:33ถูกต้องที่ดีละขั้นตอนสุดท้ายคือขั้นตอน
  337. 15:38จำลองการสอบนะครับจำลองการสอบเนี่ยคือคุณ
  338. 15:42ก็เอาคำถามที่คุณหามาได้ทั้งหมดนี่แหละมา
  339. 15:45ตั้งเป็นโจทย์เลยนะฮะมาตั้งเป็นโจทย์หรือ
  340. 15:48ถ้ามีข้อสอบเก่าอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อน
  341. 15:50เนี่ยยิ่งดีเอามาตั้งเป็นโจทย์ตั้งเวลาทำ
  342. 15:53ทุกอย่างให้เหมือนตอนสอบให้หมดทุกอย่าง
  343. 15:55เช่นอ่าเราอาจจะไปคอกห้องน้ำให้มันน้อย
  344. 15:58หน่อยหน่อยตั้งเวลาที่เราต้องตอบอย่าให้
  345. 16:00คนมารบกวนในห้องอ่าถ้าใครอยากเอาที่อุดหู
  346. 16:03เข้าไปก็เอาไปอุดนะครับถ้าใครมีเครื่อง
  347. 16:04รางของขลังอะไรก็มาวางไว้นะครับอ่า
  348. 16:07เครื่องล่างอันนี้ทำให้สอบได้อันนี้ทำให้
  349. 16:09อ่ามั่วถูกเอามาตั้งมันไว้ให้หมดเลยให้
  350. 16:12มันเหมือนบรรยากาศจริงเลยเราก็ทำนะครับ
  351. 16:15นี่แหละก็คือวิธีในการ Active recall
  352. 16:18ที่มันน่าจะเป็นประโยชน์นะครับอ้อผมลืม
  353. 16:21พูดประโยชน์ข้อนึงของพ Test นะครับเวลา
  354. 16:24ที่เราทำพีเทสเนี่ยอ่าบางครั้งเราจะมั่น
  355. 16:27ใจว่าไอ้ข้อเเราทำถูกแล้วถ้าบังเอิญข้อ
  356. 16:29นั้นเราทำผิดเนี่ยมันจะทำให้แบบเราจำแบบ
  357. 16:32จำจนตายว่าเฮ้ยทำไมนะเราคิดว่ามันถูกแต่
  358. 16:35ทำไมมันผิดเนี่ยเราไปลองดูเหตุผลจริงๆซิ
  359. 16:37มันเป็นยังไงนะครับเอองั้นอันนี้ก็ต้องขอ
  360. 16:41เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังจะสอบนะครับ
  361. 16:44ไม่ว่าจะสาขาใดก็ตามนะครับวิธี Active
  362. 16:47Record ที่ผมใช้เนี่ยก็อย่างที่ผมจะสรุป
  363. 16:49ให้ฟังอย่างแรกก่อนที่จะศึกษาอะไรพยายาม
  364. 16:52ทำพีเทสก่อนอย่างที่ 2 นะครับเวลาเราอ่าน
  365. 16:55หนังสือเนี่ยเริ่มจากโครงก็คือสารบเอา
  366. 16:58โครงใหญ่ก่อนนะครับหลังจากเข้าใจโครงแล้ว
  367. 17:01ค่อยเข้าไปอ่านเล็กๆน้อยๆซึ่งวิธีในการ
  368. 17:03อ่านหนังสือให้จำยังไงผมเคยทำคลิปไปและ
  369. 17:06ลองไปดูคลิปนั้นดูนะครับมันจะมีวิธีอ่าน
  370. 17:08ยังไงให้คุณจำได้ทั้งทั้งพาฟทั้งหมดเลย
  371. 17:11อ่ะนะครับลองไปฟังคลิปนั้นดูแล้วแล้วลอง
  372. 17:13ใช้วิธีนั้นดูหลังจากที่คุณอ่านเสร็จปุ๊บ
  373. 17:16ปิดหนังสือแล้ว Active Record มันออกมา
  374. 17:19ก็คือเล่าด้วยภาษาตัวเองว่าสิ่งที่เมื่อ
  375. 17:21กี้อ่านไปมันคืออะไรพอเข้าใจตรงนี้ไปเวลา
  376. 17:25เรียนเลคเชอร์เขียนคำถามเสมอตั้งคำถาม
  377. 17:29ตลอดเวลาที่อาจารย์ถามเราจะได้ไม่สติหลุด
  378. 17:32นะครับไม่ไม่ฝันกลางวันไม่ฝันเออเราลูก
  379. 17:34ิ้นปิ้งอะไอยากจะกินะนะครับให้เราทำแบบ
  380. 17:37นี้บ่อยๆพอเราทำเสร็จปุ๊บหลังเรียนจบ
  381. 17:40Active Record อีกรอบนึงเอาที่อยู่ใน
  382. 17:43หัวที่เราฟังอาจารย์เมื่อกี้เขียนลงมาให้
  383. 17:44หมดเสร็จปุ๊บหลังจากนั้นอ่านหนังสือทำ
  384. 17:47ความเข้าใจทั้งหมดทำความเข้าใจได้แล้ว
  385. 17:48เขียน My Map ออกมาในหัวหรือจะยังไงก็
  386. 17:51แล้วแต่ทำ My Map เสร็จแล้วให้สอนคนสอน
  387. 17:54คนเสร็จตั้งคำถามเวลาสอนคนให้คิดเสมอว่า
  388. 17:57คนๆนั้นเป็นคนคนจุกจิจู้จี้ช่างถามเยอะๆ
  389. 18:00แต่จะเป็นเด็กที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยให้
  390. 18:01เราพยายามสอนคนที่ไม่รู้เรื่องเรื่องนั้น
  391. 18:03ให้เขารู้เรื่องให้ได้นะครับหลังจากนั้น
  392. 18:06ก็ไปทำโจทย์ละทำโจทย์เนี่ยเราตั้งโจทย์
  393. 18:09ของตัวเองไปเปรียบเทียบกับโจทย์ที่เขา
  394. 18:11ตั้งการทำแบบนี้เรื่อยๆจะทำให้เราสามารถ
  395. 18:13เดาข้อสอบได้เก่งมากขึ้นนะครับแล้วก็จริง
  396. 18:16ๆเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีมากขึ้น
  397. 18:18ด้วยซ้ำไปนะครับนี่พอเราทำแบบนี้ก็จะเก่ง
  398. 18:22แล้วเรามีแช CL หลายๆอันหรือบางคนจะใช้
  399. 18:24วิธีอ่า occlusion หรือปิดคำตอบก็ได้เช่น
  400. 18:29ว่าถ้าเราจะจำเอ่อกล้ามเนื้อที่แขนอย่าง
  401. 18:31เงี้ยนะครับมันก็จะมีเอ่อมีไฟล์ Anatomy
  402. 18:35ที่แบบเขียนตรงนั้นเ่อมีกล้ามเนื้อนี่
  403. 18:37ชื่ออะไรนั่นชื่ออะไรคุณก็เอาอะไรปิดไว้
  404. 18:39สักอย่างนึงนะครับแล้วก็ลองดูไอ้ที่ปิด
  405. 18:41เนี่ยมันกล้ามเนื้อชื่อว่าอะไรแล้วเปิด
  406. 18:43เงี้ยหรือว่ากล้ามเนื้อนี้มันมีมีจุดเกาะ
  407. 18:46อยู่ที่ไหนบ้างมีเส้นประสาทตรงไหนมา
  408. 18:48เลี้ยงอย่าเงี้ยครับก็ใช้เป็นคำถามแช Card
  409. 18:50ของเราได้เหมือนกันนะครับอ่าบางกรณีเรา
  410. 18:53ต้องเรียงตามลำดับเช่นอ่าสารในวงจรอนี่
  411. 18:56ต้องมาก่อน 1 2 3 4 แล้วก็พยายามท่องๆ
  412. 18:58อย่างนั้นอยู่เรื่อยๆนะครับโอเควันนี้ผม
  413. 19:01ก็หวังว่าเอ่อวิธีในการ Active Record
  414. 19:04ที่ผมใช้นะจะเป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะ
  415. 19:06ครับโดยเฉพาะน้องๆที่กำลังสอบอยู่ใน
  416. 19:08ปัจจุบันนี้หรือกำลังต้องการจะสอบนะครับ
  417. 19:11ลองลองทำความเข้าใจแบบนี้ดูนะครับถ้าเรา
  418. 19:13มีเวลาแต่ถ้าคุณจะสอบแล้วคุณไม่มีเวลาผม
  419. 19:17เคยทำคลิปเรื่องวิธีอ่านหนังสือยังไงให้
  420. 19:19มันเร็วแล้วก็ใช้ในกรณีที่ไม่ค่อยมีเวลา
  421. 19:22สอบก็ลองไปดูคลิปนั้นดูนะครับโอเควันนี้
  422. 19:25เท่านี้นะครับขอบคุณมากครับสวัสดีครับ

About this transcript

This page contains the full transcript of เพิ่มพลังความจำด้วยวิธี Active recall by Doctor Tany, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 536 words across 422 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to translate the transcript into 100+ languages.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, translation to 100+ languages, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.