YouTube2Text

ลดความดันโลหิตสูงด้วยตัวเอง แบบไม่ใช้ยา | หมอวี เล่าโรค — Transcript

by หมอวี Healthy · 1,392 words · 385 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00[เพลง]
  2. 0:04สวัสดีครับหมอวี Healthy ทุกคนรู้ไหม ครับ โรคความดันโลหิตสูงเนี่ยไม่จำเป็นต้อง
  3. 0:08เริ่มยาทุกคนในผู้ป่วยบางรายเนี่ยอาจไม่ จำเป็นต้องใช้ยาด้วยซ้ำไปหากมีการปรับ
  4. 0:13เปลี่ยนพฤติกรรมจริงจัง บางคนเนี่ย ไม่ต้องกินยาเลย วันนี้เรามารู้กัน
  5. 0:17ว่ามีวิธีอะไรบ้าง ที่จะลดความ ดันโลหิตสูงโดยไม่ต้องกินยาถ้าใครอยากดู
  6. 0:22สรุปวิธีการลดความดำแบบไม่ใช้ยาโดยผมจะ แบ่งไปทั้งหมด 10 ข้อเนี่ยให้ไปดูนาทีที่
  7. 0:2729 เลย แต่เป็นการดูภาพรวมแบบคร่าว ๆถ้าจะให้ดีเนี่ยก็ดูคลิปเต็มตั้งแต่ต้น
  8. 0:33จนจบเลยอันนี้ก็จะบอกภาพรวมของการลดความ ดันโลหิตสูงแบบไม่ใช้ยาได้ดีกว่า
  9. 0:39ความดันโลหิตสูงเนี่ยเป็นภัย เงียบจากข้อมูล ปี 2562 ถึง 2563
  10. 0:46เนี่ยพบว่ามีผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงเนี่ยในประเทศไทยเนี่ยตั้งแต่อายุ 18 ปี
  11. 0:51ขึ้นไปนะครับมีประมาณเนี่ย 13 ล้านคนนะ แล้วครึ่งนึงครับประมาณ 7 ล้านคนเนี่ยไม่
  12. 0:56ทราบว่าตัวเองเป็นด้วยซ้ำไปเพราะว่าโรคความดันโลหิตสูงเนี่ยมักไม่มีอาการใดๆมา
  13. 1:01ก่อนหรือไปตรวจอย่างอื่นแล้วเนี่ย พบว่ามีโรคความดันโลหิตสูงเนี่ยเช่นที่ผมเคยบอก
  14. 1:06ไปความดันสูงมากเลยแต่มาหาหมอเพราะว่า มีอาการปวดหลังหรือว่าบางคนเนี่ยปวดฟันมา
  15. 1:11เฉยๆไม่เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงเนี่ยเลย หรือบางคนจะมาด้วยอาการเวียน หัวปวดหัว
  16. 1:16คลื่นไส้อาเจียนหรือว่ามีอาการมึนงงแต่ จากข้อมูลเนี่ยครึ่งนึงเนี่ย
  17. 1:22มักไม่มีอาการอะไรมาก่อนเลยแล้วทำไมมี ความน่ากลัวเพราะว่าคนที่มีโรคความดันโลหิตสูง
  18. 1:28ทิ้งไว้นานๆเนี่ยผมเคยทำ คลิปไปแล้วนะจะมีอาการอะไรบ้างเช่น
  19. 1:29หัวใจวายเฉียบพันธุ์ กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก
  20. 1:36ไตวาย แล้วก็พบว่าคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง แบบไม่ได้รักษาเนี่ยจะมีโอกาสหัวใจวาย
  21. 1:46มากกว่าคนปกติถึงประมาณ 1-2 เท่าแล้วก็มี โอกาสที่จะเกิดโรคstoke
  22. 1:46หรือว่าโรหลอดเลือดทางสมองเนี่ยอัมพฤก อัมพาต มากกว่าคนปกติถึงประมาณ 3-4 เท่าเลย
  23. 1:53โรคความดันโลหิตสูงเนี่ยเราจะเรียกว่า hypertension หมายถึง
  24. 1:57ระดับความดันโลหิตตัวบนที่เรียกว่า systolic blood pressure ก็คือภาวะแรงบีบของหัว
  25. 2:05ใจเนี่ยเกิน 140 มมปรอท หรือเป็นภาวะที่ ความดันตัวล่างครับเรียกว่า
  26. 2:11diastolic blood pressure ก็คือเป็นแรงคลาย ของหัวใจเนี่ยเกิน 90 มมปรอท
  27. 2:16ตัวใดจัวหนึ่งที่ สูงเกินเกณฑ์เนี่ยเกิน 140 ตัวบนหรือตัว ล่างเกิน 90 เนี่ยก็วินิจฉัยว่า
  28. 2:17เป็นความ ดันโลหิตสูงหรือคนที่สุขภาพร่างกายปกติ ความดันโลหิตเนี่ยวัดที่บ้าน
  29. 2:23ต้องไม่ เกิน 130 ของตัวบนแล้วก็ตัวล่าง เนี่ยต้องไม่เกิน 80 มมปรอท
  30. 2:28แต่ในคนที่มีโรคประจำตัวเราก็อยากจะให้ความดัน โลหิตเนี่ยต่ำนะครับประมาณ 130/ 80
  31. 2:35ก็คือ คนที่เป็นเบาหวานคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง คนที่เป็นโรคหัวใจคนที่เป็นโรคอัมพฤต
  32. 2:48อัมพาต ความดันต้องตัวบนต้องต่ำ กว่า 130 แล้วก็ตัวล่างต้องต่ำกว่า 80
  33. 2:53แล้วก็คนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปนะ ส่วนใหญ่แล้วเนี่ยเราก็จะให้
  34. 2:57ความดันเนี่ยอยู่ในตัวบนก็ไม่เกิน 140 แล้วก็ตัวล่างเนี่ยต้องไม่เกิน 90 มมปรอท
  35. 3:02ก็ถือว่าดีแล้วครับเพราะว่าคน ที่สูงอายุหลอดเลือดเนี่ยจะมีความแข็งตัว
  36. 3:07เพราะฉะนั้นแล้วเนี่ยความดันเนี่ยเราก็จะ ให้อยู่ประมาณนี้ ตัวบนไม่เกิน 140
  37. 3:11ตัวล่างไม่เกิน 90 ถือว่าใช้ได้แล้ว เคยสงสัยกันไหมครับว่าความดันโลหิตเนี่ย
  38. 3:15บางคนเนี่ยทำไมตัวบนสูง บางคน เนี่ยทำไมตัวล่างสูงจริงๆแล้ว
  39. 3:16ความดันโลหิตเนี่ยที่สูงตัวบนหรือตัวล่างสูง อย่างใดอย่างหนึ่งเนี่ยก็จะพอบอกได้ครับ
  40. 3:25ว่ามีภาวะอะไรบ้างเช่น ความดันโลหิต ที่สูงเนี่ยตัวบนนะมักจะเกิดกับ
  41. 3:25คนที่สูง อายุครับเพราะที่ผมบอกไปนะเกิดจากภาวะที่ หลอดเลือดทั่วร่างกายเนี่ยเริ่มเสื่อมนะ
  42. 3:35มีการแข็งตัวเพราะฉะนั้นแล้วหัวใจก็ ต้องบีบตัวแรงขึ้นในการที่
  43. 3:36จะทำให้เลือดเนี่ยไปเลี้ยงทั่วร่างกายได้หรือคน ไข้ที่เป็นเบาหวานก็เช่นกัน
  44. 3:41ตัวบนมักจะสูงกว่าตัวล่างแล้วความดันโลหิตสูงของ ตัวล่างล่ะมีโรคอะไรบ้าง
  45. 3:47เช่นชอบกินเค็มมากเกินไปหรืออาจจะมีภาวะหยุดหายใจขณะ นอนหลับครับทำให้มีภาวะความดันตัวล่าง
  46. 3:55เนี่ยสูงกว่าปกติได้แต่ปกติ ไม่ว่า จะมีลักษณะที่เป็นสูงตัวตัวบนอย่างเดียว
  47. 4:00หรือตัวล่างสูงอย่างเดียวเนี่ยการรักษาก็ ไม่ค่อยแตกต่างกันครับก็อาจจะมีการปรับยา
  48. 4:06ที่ไม่เหมือนกันบ้างในบางกรณีโรคความดันโลหิตสูงมีทั้งหมด 2 สาเหตุ
  49. 4:10สาเหตุแรกเราเรียกว่า essential hypertension หรือ Primary hypertension
  50. 4:16ถ้าแปลเป็นภาษาไทยก็คือว่าเป็นโรคความดัน โลหิตสูงที่ไม่ทราบสาเหตุซึ่งชนิดนี้
  51. 4:22พบได้ประมาณ 90-95 % ของโรคความ ดันโลหิตสูงทั้งหมดซึ่งปัจจุบันเนี่ยเรา
  52. 4:28ยังไม่ทราบกลไกและก็สาเหตุที่แน่ชัดแต่พบ ว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่างๆเนี่ยจะทำให้เกิด
  53. 4:34โรคความดันโลหิตสูงชนิดนี้ได้คือกรรมพันธ์พ่อแม่เป็นก็มีโอกาสเป็น อายุมากขึ้นด้วยหลอดเลือดเริ่มเสื่อมขึ้น เพศชายมากกว่าเพศหญิง
  54. 4:47น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ มีไขมันในเลือดสูง แล้วก็พฤติกรรมทั่วๆไปครับเช่น
  55. 4:49ชอบกินอาหารที่มีรสจัดรสเค็มการไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์
  56. 4:54มีความเครียดก็เกี่ยว แล้วก็มีประวัติ ว่าคนในครอบครัวเนี่ยเป็นโรคหัวใจและ
  57. 5:00หลอดเลือดหัวใจซึ่งสาเหตุนี้เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรมอย่างมากครับเดี๋ยวผมจะกล่าวต่อ
  58. 5:11ไปนะว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่เสี่ยงมาดู ข้อ 2 กันก่อน ความดันโลหิตสูงชนิด
  59. 5:17ที่ทราบสาเหตุเราเรียกว่า secondary hypertension อันนี้พบได้น้อยครับ
  60. 5:22ประมาณแค่ 5-10 % ก็คือมีปัญหาที่ระบบอื่น แล้วส่งผลทำให้ความดันโลหิตสูง
  61. 5:28เช่น มีโรคต่อมไร้ท่อ เช่นโรคไทรอยด์มี โรคต่อมหมวกไต ทำงานผิดปกติ
  62. 5:33โรคไตเสื่อมเรื้อรัง มีโรคเส้นเลือดแดงใหญ่ตีบโรค ครรภ์เป็นพิษ คนที่ตั้งครรภ์นะก็มี
  63. 5:43ความเสี่ยงที่จะเกิดโรคความดันโลหิตสูงได้มี การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรงอันนี้ก็ทำ
  64. 5:48ให้เกิดได้ครับนอกจากนี้ คนที่ใช้ ยาบางประเภทนะครับเช่นยาสเตอรอยด์
  65. 5:54อันนี้ก็เกี่ยวเหมือนกันหรือมีการถูกสาร เคมีบางชนิดข้อ ต่อมาก่อนเราจะรู้ว่าเรา
  66. 5:59เรามีโรคความดันโลหิตสูงหรือเปล่าเนี่ยจริงๆผมแนะ นำทุกคนเนี่ยที่บ้านเนี่ยควรมีอย่าง
  67. 6:05น้อย 1 เครื่อง เพราะว่าโรคความดันโลหิตสูงเนี่ยจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ยิ่งเรา
  68. 6:10อายุมากขึ้น มีโอกาสที่จะมาโดยไม่รู้ตัว เลยแล้วต่อมานะ เราจะไปซื้อยังไงดี
  69. 6:15เต็มไปหมดเลยใช่ไหมครับ ดูในเว็บไซต์ ดูใน ร้านในออนไลน์เนี่ยมีเป็น
  70. 6:21ร้อยๆรุ่นเลย เราก็จะแนะนำเครื่องวัด ความดันโลหิตเนี่ยเป็นแบบออโต้ก็ได้
  71. 6:26หรือว่าเป็นแบบที่บีบก็ได้แต่ถ้าเป็น แบบออโต้เนี่ยวัดที่แขนเนี่ยอันนี้ก็จะ
  72. 6:31สะดวกที่สุดและก็ไม่แนะนำ เดี๋ยวนี้จะมีผมเห็นอยู่นะวัดตรงข้อมือ
  73. 6:36วัดตรงนิ้วอะไรอย่างเงี้ยอันนี้ความแม่น ยำเนี่ยไม่น่าเชื่อถือให้ซื้อแบบที่วัด
  74. 6:41แขนดีกว่าจะเป็นแบบรัดก็ได้หรือ เป็นแบบสอดก็ได้แล้วแต่สะดวกเครื่อง
  75. 6:45เยอะมากเลย แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า เครื่องนี้มีมาตรฐานหรือเปล่า
  76. 6:49มี เว็บไซต์ที่ให้เช็คเราก็สามารถพิมพ์ชื่อ รุ่นไปได้เลยแล้วเราก็ไปค้นเอาว่า
  77. 6:55รุ่นที่จะซื้อมีความแม่นยำไหม
  78. 6:57แต่เป็นภาษาอังกฤษหมด
  79. 6:59เดี๋ยวผมจะทิ้งลิงก์ไว้ให้ จะมี ประมาณ 2-3 เว็บไซต์เนี่ยถ้าบ้านไหนเนี่ย
  80. 7:03มีคนสูงอายุ อาจจะเช็คไม่ค่อยเก่ง ก็ฝากลูกหลานที่มีความรู้ทางด้านภาษา
  81. 7:08อังกฤษเช็คให้ข้อต่อมานะวิธีการวัดความ ดันต้องทำอย่างไรผมจะแบ่งไปทั้งหมดเป็น
  82. 7:142-3 ข้อ ข้อแรกคือวัดตอนที่เราพัก ครับง่ายๆเลยนะหลังตื่นนอนหรือว่าก่อนนอน
  83. 7:20หากมีความผิดปกติของร่างกายเราเช่น วันนี้เวียนหัว วันนี้มึนหัวมาก
  84. 7:21วันนี้คลื่นไส้รู้สึกไม่ค่อยดี ตรงนั้นต้องวัด ซ้ำอีกครั้งนึง เพราะอาจจะเป็น
  85. 7:27สัญญาณ ของความดันโลหิตสูงได้ทางที่ดี จดด้วย เช่น
  86. 7:34วันนี้ความดันโลหิตสูงเนื่องจากโดนอากาศร้อน ความเครียด จดมา แล้วก็ถ้าที่ดีเนี่ยถ้าสูงต่อเนื่องเนี่ย
  87. 7:42อันนี้ก็ต้องไปพบแพทย์วิธีการวัดความ ดันอันดับแรกก่อนเลย ไม่นอนวัด
  88. 7:42แล้ว ก็ควรจะมีโต๊ะและมีเก้าอี้ ก็จะดี มากโดยเฉพาะเก้าอี้ครับต้องมีพนักพิงสบาย
  89. 7:52เราควรจะมีโต๊ะนะให้เราวางแขนได้ด้วย เพราะว่าถ้าเรายกแขนสูงขึ้นไป ชูแขน
  90. 7:58หรือว่าเราเอาแขนเนี่ยโลงมาไม่มีอะไรให้ เราวางแขนเนี่ยความดันเนี่ยค่าจะ
  91. 7:59ไม่แม่นยำข้อ ต่อมา อันนี้มีความสำคัญไม่ ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือว่าอยู่ที่โรงพยาบาล
  92. 8:09ถ้าเราปวดปัสสาวะเนี่ยปวดอุจจาระเนี่ยให้ ไปเข้าห้องน้ำทำธุระให้เรียบร้อยก่อน
  93. 8:14ถ้าเรากลั้นไว้เนี่ยจะทำให้ความดัน โลหิตสูงมากกว่าปกติได้
  94. 8:15บางคนนะไปโรง พยาบาลเนี่ยเวลาเขาจะเรียกเนี่ยปวด ทุกทีเลยปวดอย่าเข้าห้องน้ำ
  95. 8:20เลยเวลานั่ง ตั้งนานเนี่ยนะหมอไม่เรียกสักทีพอจะเข้า ห้องน้ำเลยหมอเรียกก็รีบตื่นเต้น
  96. 8:21ไปวัดความดันโลหิตไปเจอหมอแล้วก็มีการปวดปัสสาวะ ปวดอุจจาระด้วยเนี่ยพอไปวัดแล้วเนี่ยจะทำ
  97. 8:35ให้ค่าสูงมากกว่าปกติได้ครับแล้วก็หลัง จากไปเข้าห้องน้ำหรือว่าทำกิจกรรม
  98. 8:39อะไรมาแล้วเนี่ยเราควรจะนั่งพักก่อน อย่างน้อยเนี่ย 5-10 นาทีการวัด
  99. 8:40ไม่ควร นั่งไขวห้าง ความดันโลหิตก็จะสูงกว่าปกติได้ ชากาแฟน้ำอัดลมอสูบบุหรี่
  100. 8:46กินหล้าพวกนี้จะทำให้ความดันโลหิตสูงได้ เพราะฉะนั้นแล้วพวกเนี้ยต้องงด
  101. 8:51ก่อนวัด เนี่ยประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วมีปัญหานึงที่ พบบ่อยเหมือนกันก็คือวัดที่บ้าน
  102. 9:02ปกติเหมือนที่หมอบอกเลย ทำไมไปวัดที่ โรงพยาบาลเนี่ยสูงตลอดเลย 170 -180
  103. 9:09เพราะพวกนี้มีกลุ่มอาการครับเขาเรียกว่า White coat Syndrome ,White coat ก็คือ
  104. 9:13ว่ากลุ่มพวกเสื้อกาวน์ของหมอและของคุณพยาบาล
  105. 9:19พอเวลาเราไปโรงพยาบาลแล้วเนี่ยมันมีหลาย ปัจจัยครับต้องตื่นแต่เช้ามีตื่นเต้น
  106. 9:19งด น้ำงดอาหารไป มีความเครียด นอนไม่หลับพวก นี้จะทำให้ความดันสูงเนี่ยแบบชั่วคราวได้
  107. 9:31จะสูงกว่าปกติประมาณ 5-10 มมปรอท ไม่เป็นอันตราย
  108. 9:35ไม่มีภาวะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจในอนาคตได้ เป็นภาวะสูง ชั่วคราวเฉยๆถ้าทางที่ดี
  109. 9:36พอไปถึงโรง พยาบาลแล้วเนี่ยก็ต้องนั่งพักนานนิดนึง แล้วก็ต้องมีการจดด้วยนะ
  110. 9:48มาให้หมอดูนะว่าที่บ้านนเราปกติจริงๆ หรือเป็นผมจะแนะนำว่าให้เอาเครื่อง
  111. 9:53เนี่ยที่บ้านเนี่ยไปวัดเทียบกับที่โรง พยาบาลด้วย เพื่อที่จะรู้ว่าเครื่อง
  112. 9:57ของเราเนี่ยมีปัญหาหรือเปล่า เมื่อเรา เป็นความดันโลหิตสูงแล้วเนี่ยเป็นคำถามที่
  113. 10:02พบบ่อยเลต้องกินยาไปตลอดชีวิตหรือ เปล่าจริงๆแล้วถ้าเราสามารถควบคุม
  114. 10:08ปัจจัยได้ดีมากๆวัดความดันต่อเนื่องแล้ว ก็รักษาที่ต้นเหตุบางกรณีครับหายขาดโดย
  115. 10:14ที่ไม่ต้องกินยาได้เลยการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมแบบองค์รวมเนี่ยครับเราเรียกว่า
  116. 10:19Lifestyle modification ให้ทำทุกราย ถึงแม้ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  117. 10:25ก็ตามอันนี้เป็นการชะลอของการเกิดโรคได้ ซึ่งผมจะแบ่งเป็นทั้งหมด 10 ข้อ
  118. 10:26ข้อแรกเลย น้ำหนักตัวยิ่งมีน้ำหนักตัวมากเท่า ไหร่ความดันโลหิตเนี่ยก็มีโอกาสที่จะสูง
  119. 10:37มากขึ้นเท่านั้นโดยพบว่า คนที่น้ำ หนักตัวลด 1 กกความดันโลหิตจะ
  120. 10:44ลดลง 1-2 มมปรอทแล้วยิ่งลดได้ถึง 10 กิโลกรัมจะลดความดันโลหิตได้ประมาณ
  121. 10:505-20 มมปรอท เยอะมากๆเลย แล้วเราจะ ดูได้ยังไงว่าน้ำหนักตัวเราเกินเกณฑ์นะ
  122. 10:58เราต้องใช้ใช้คำว่าวัดดัชนีมวล กายครับอันนี้ทำไม่ยากนะง่ายๆ
  123. 10:58ก็ คือรู้น้ำหนักตัว หารด้วยส่วนสูง 2 ครั้งที่เป็นเมตรง่ายๆ เช่นคนไข้
  124. 11:13หนัก 70 กิโลกรัม ส่วนสูง 150 ซมก็เอา 70 กก ตั้งและหารด้วย 150 ซมก็คือ 1.5 เมตร
  125. 11:19ถูกไหมก็คือ 70 หารด้วย 1.5 หาร 2 ครั้งอัน นี้ก็จะเป็นค่า BMI ออกมาหรือว่าค่า
  126. 11:26Body Mass index หรือดัชนีมวลกายซึ่งดัชนีมวล กายค่าที่เหมาะสมอยู่ประมาณ
  127. 11:3118.5 -22.9 กกต่อตารางเมตร
  128. 11:38ถ้าคนแบบน้ำหนักตัว เยอะๆเลยอ้วนเป็นแบบ 100 กิโลกรัม เนี่ยหมอจะให้ผมลดมากลับมาเป็นปกติ
  129. 11:48เนี่ยผมทำไม่ได้หรอกครับจริงๆแล้ว แค่ลด 5-10 % ของน้ำหนักตัวเดิมเนี่ย
  130. 11:54อันนี้ก็มีผลดีแล้วเช่นน้ำหนักตัว 100 กิโลกรัม ลด 5% ก็ 5 กิโลกรัม 10% ก็ 10 กิโลกรัม
  131. 12:00ก็มีผลดีแล้ว แล้วถ้าผอมอยู่แล้ว เนี่ยจะให้ไปลดอะไรอีกไม่มีอะไรจะลด
  132. 12:05ผอมมากไปก็ไม่ดี เสี่ยงต่อการ เกิดพวกกระดูกบางกระดูกพรุนได้เพราะฉะนั้น
  133. 12:09แล้วเนี่ยน้ำหนักเนี่ยอยู่ในช่วงที่ผมบอก เนี่ยจะดีที่สุดครับ ข้อที่ 2
  134. 12:15การเลือกรับประทานอาหารครับกินผักให้เยอะ ขึ้นผลไม้ก็หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวาน
  135. 12:22ผลไม้เมืองไทยเนี่ยจะเป็นผลไม้เมือง ร้อนนะจะมีความหวานเยอะ พวกขนุน
  136. 12:27ทุเรียน มะม่วง องุ่นเยอะแยะเลย พวกนี้ ก็ถ้าเลือกทานได้เนี่ยก็ทานได้ทานที่มี
  137. 12:28รสหวานได้บ้าง แต่ว่าเน้นที่พวกที่ไม่ หวานเช่นชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง แก้วมังกร
  138. 12:41ในคนทั่วไปเนี่ยเราก็แนะนำว่าให้รับ ประทานไขมันเนี่ยประมาณ 3-4 ช้อนชาต่อวัน
  139. 12:47โดยเฉพาะไขมันที่มีปัญหาคือไขมันอิ่มตัว แล้วก็ไขมันทรานส์ ถ้าเราสามารถควบคุม
  140. 12:52อาหารที่ผมบอกไปได้นะไม่หวานจัดแล้ว ไขมันเนี่ยก็เลือกกินไขมันชนิดที่ดี
  141. 12:57พวกนี้เนี่ยจะสามารถลดความดันโลหิตได้ ประมาณ
  142. 13:028-10 มมปรอทเลย ปกติไขมันทรานส์เนี่ยเราจะ ไม่นำให้กินเลยจะดีที่สุดนะเพราะ
  143. 13:08ว่ามีงานวิจัยออกมาแล้ว ถ้ากินบ่อยๆ เนี่ยมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและ
  144. 13:14หล่อเลือดสมองอย่างมีนัยยะสำคัญแล้วไขมัน ทรานส์เนี่ยทุกคนรู้ไหมครับว่า คืออะไรจริงๆ
  145. 13:20แล้วไขมันทรานส์เนี่ยมันก็คือไขมันไม่อิ่ม ตัว เป็นไขมันที่มีประโยชน์ไขมันที่ดี
  146. 13:26แต่ว่าไขมันไม่อิ่มตัวที่มาจากพืชนะ พวกเก็บได้ไม่นานแล้วก็อาจจะมีความ
  147. 13:32เหม็นหืนง่ายด้วยลักษณะของไขมันที่ไม่ อิ่มตัวเมื่ออยู่ที่อุณหภูมิห้อง
  148. 13:37ตั้งเอาไว้นี่แหละมันก็จะมีลักษณะเป็นของ เหลวแต่ในแง่ของการทำกำไร ในแง่
  149. 13:43ของการทำธุรกิจเนี่ยทำยังไงก็ได้ จะ เอาเงินมาเยอะๆแล้วทำยังไงล่ะก็เอาไขมัน
  150. 13:49ดีอยู่แล้วเนี่ยไม่อิ่มตัวเนี่ยไปเติมสาร ไฮโดรเจนเข้าไป ทำให้คุณสมบัติของ
  151. 13:49ไขมันตัวเนี้ยเปลี่ยนไปมีลักษณะเป็นของแข็ง เมื่ออยู่ที่อุณหภูมิห้องเป็นก้อนๆ
  152. 13:56ไม่มี ความหืนเก็บได้นานคืออันนี้ดี ต่อคนที่ขาย แต่ว่าจะส่งผลเสียต่อ
  153. 14:07ผู้บริโภคอย่างมาก เช่น เนยขาว เนยเทียมวิปครีมที่ไม่มีส่วนของนม
  154. 14:15ที่เป็นก้อนๆแล้วก็จะมีพวกผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปเช่นพวกโดนัทพวก คุกกี้ พาย ขนมปังกรอบกินมาก อันตรายเสี่ยงต่อการเกิด
  155. 14:28โรคหัวใจและเส้นเลือดสมองเนี่ยมากกว่าคนปกติ หลายเท่าตัวไขมันอิ่มตัวอันนี้ทานมาก
  156. 14:28ก็ไม่ดี ก็คือเช่นไขมันที่มาจากสัตว์ มาจากพวกเบคอน มาจากหมู 3 ชั้นแล้วก็นอก
  157. 14:41จากนี้ ยังมาจากพืชบางชนิดด้วยเช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าวแล้วก็พวก
  158. 14:48กะทิด้วย เพราะฉะนั้นแล้วเราจะแนะนำ ว่าให้เลือกกินเนี่ยส่วนใหญ่แล้วเนี่ยให้
  159. 14:53มาจากไขมันที่ไม่อิ่มตัวมีอะไรบ้าง ก็มีพวกน้ำมันมะกอก น้ำมันเคโนล่า
  160. 14:59น้ำมันรำ ข้าวน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดชาแต่พวก น้ำมันที่ไม่อิ่มตัวเนี่ยผมก็แนะนำว่า
  161. 15:07พยายามกินให้หลากหลาย ไม่ควรกิน ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งนานๆเพราะจะทำให้
  162. 15:14ปริมาณไขมันเนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยแต่ละ ยี่ห้อเนี่ยก็จะมีสัดส่วนของพวกโอเมก้า 3
  163. 15:19โอเมก้า 6 แตกต่างกันแต่จริงๆก็แนะนำว่า ให้กินให้หลากหลายจะดีที่สุด
  164. 15:19ข้อที่ 3 ก็คือเป็นการจำกัดเกลือในอาหารก็คือเป็นการลดการบริโภคโซเดียม
  165. 15:25ให้น้อยลงซึ่งปกติจากข้อมูล พบว่าคนไทย เนี่ยกินอาหารที่มีปริมาณโซเดียมเนี่ยมาก
  166. 15:35เกินเกณฑ์เนี่ยไปถึง 2-3 เท่าเลย ซึ่งปกติเนี่ยเราจะให้กินพวกอาหารที่มี
  167. 15:41โซเดียมเนี่ยวันนึงไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมหรือถ้าเทียบแล้วเนี่ยก็เท่ากับ
  168. 15:45ประมาณเกลือ 1 ช้อนชาโดยพบว่าถ้าเรา บริโภคโซเดียมเนี่ยน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัม
  169. 15:50เนี่ยจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรค หัวใจได้ประมาณ 10% แล้วก็จะลดโอกาสการ
  170. 15:56เกิดโรคหลอดเลือดอุดตันได้ประมาณ 13% ถ้าเป็นคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
  171. 16:02เนี่ยเราจะแนะนำให้ลดปริมาณโซเดียมครับ ให้น้อยกว่านี่จะดีมากเลยให้น้อยกว่า
  172. 16:081,500 มิลกรัมต่อวันพวกนี้จะช่วย ทำให้ความดันโลหิตเนี่ยลดลงได้ประมาณ 3-8 มมปรอท
  173. 16:171,500 มิลลิกรัม เนี่ยมันประมาณไหนเอาง่ายๆเลย
  174. 16:23ถ้าเป็นเกลือเนี่ยก็ประมาณ 3/4 ของช้อนชา ถ้าเป็นน้ำปลาเนี่ย
  175. 16:27ประมาณ 1ช้อนโต๊ะก็ 1,500 มิลลิกรัมแล้วก็จะมีพวกซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  176. 16:36ประมาณ 1,300 มิลลิกรัม โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
  177. 16:421,400 แล้วก็พวก ซอสปรุงรสก็จะประมาณ 1,200 มิลลิกรัมต่อ 1 ช้อนโต๊ะถ้าเทียบเป็น
  178. 16:49ปริมาณผงชูรสต่อโซเดียมนะครับผงชูรส 1 ช้อนชาเนี่ยจะมีโซเดียมประมาณ 400 มกก็
  179. 16:58คือคือต้องไม่เกินวันละประมาณ 4 ช้อนชา ของผงชูรสคือถ้าเราไม่ทำอาหารเอง
  180. 16:59ไปซื้อกินเนี่ยมีโอกาสจะได้เกินแน่นอนอยู่ แล้วจากข้อมูลนะข้าวมันไก่ 1 จาน
  181. 17:09โซเดียม 1,150 ผัดไทย 1,100
  182. 17:13ผักกาดดอง 1 กระป๋อง 1,700 มะละกอเค็มอบแห้ง 4,400
  183. 17:20บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1,100 - 1,800 ไข่เค็ม 1 ฟอง 480 มก
  184. 17:24ต้องทำเองทุกมื้อเลยหรอ ถ้าเป็นไปได้ คนที่มีโรคความดันโลหิตสูงแนะนำว่าถ้าทำ
  185. 17:36เองได้จะดีที่สุดในความเป็นจริงไม่มีใคร ทำได้หรอกครับ ทุกวันทุกมื้ออาหารจะแนะนำ
  186. 17:42แบบนี้ข้อ 1 อาหารแปรรูปทุกอย่างแนะ นำถ้าเลี่ยงได้จะดีที่
  187. 17:46บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋องทั้งหลายขนมขบ เคี้ยวอาหารแช่แข็งหรือว่า
  188. 17:52ที่ขายตามร้านสะดวกซื้อที่เป็นกล่องๆอัน นี้ก็ต้องดูปริมาณโซเดียมด้วยอาหารที่มี
  189. 18:01ความเค็มเป็นหลักเนี่ยอันนี้ก็หลีกเลี่ยง จะดี เช่นพวกปลาเค็ม ไข่เค็ม พวกกะปิ
  190. 18:08พวกน้ำพริก มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆนะ ที่เราต้องไปกินข้างนอกถ้าไปกินแล้วเนี่ย
  191. 18:11พวกก๋วยเตี๋ยวพวกน้ำแกงเนี่ยผมไม่ค่อยแนะ นำว่าให้ทานน้ำซุปให้หมด
  192. 18:12พวกนี้ ปริมาณโซเดียมสูงจริงๆนอกจากนี้พวกซอส พริกซอสมะเขือเทศ ของหมักดองของแช่อิ่ม
  193. 18:25พวกนี้ถ้าลดได้ก็จะดีอันนี้ไม่มีใคร ทำได้ทุกข้อแล้ว แต่ที่ผมบอกนะถ้าเรา
  194. 18:30ทำได้เนี่ยแค่ 5-10 % ก็มีผลดีต่อ สุขภาพแล้วครับ ข้อที่ 4 นะการออกกำลังกาย
  195. 18:37เราก็จะแนะนำออก กำลังกายประเภทแอโรบิกครับหรือที่เรา
  196. 18:43ชอบเรียกกันว่าการทำคาร์ดิโอก็คือ มีการเดิน มีการว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน
  197. 18:49เราจะแนะนำว่าให้ทำเนี่ยประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์จะลดความดันโลหิตได้
  198. 18:56ประมาณ 5-10 มมปรอทเลย แล้วหนักแค่ ไหนถือว่าจะมีผลดีแล้วเราก็จะแนะนำ
  199. 19:04แบบนี้อาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ที่จับ ชีพจรก็ได้ ให้เราเริ่มเดินไปนะให้เรา
  200. 19:10รู้สึกว่า แบบเริ่มหอบหน่อยๆพูดเวลาการพูดเนี่ยนะครับเราเรียกว่า
  201. 19:15Talk Test เวลาพูดแล้วเนี่ยเริ่ม รู้สึกว่ามีการแบบติดๆขัดๆหน่อยๆ
  202. 19:20อันนี้ก็ถือว่าใช้ได้ะเราก็จะแนะนำว่าให้ ทำอย่างเนี้ยนะ 30 นาทีสัปดาห์ละ 5 วัน
  203. 19:25อยากจะให้เพิ่มตรงนี้ไปนิดนึง จริงๆ แล้วการทำการยืดเหยียดการเพิ่ม
  204. 19:26ความยืด หยุ่นของร่างกายเนี่ยอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ สำคัญถ้าเป็นไปได้เนี่ยให้พยายาม
  205. 19:36เนี่ยยืดเหยียดก่อนไปคาร์ดิโอหรือว่าไป เดินไปวิ่งจะลดอาการบาดเจ็บของข้อต่อและ
  206. 19:41พวกกล้ามเนื้อได้ด้วยซึ่งการยืดเหยียด เนี่ยมันจะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะนะ
  207. 19:46เดี๋ยวผมคิดว่าต่อไปเนี่ยจะทำคลิป เกี่ยวกับการออกกำลังกายและการยืดเหยียด
  208. 19:52ด้วยการออกกำลังกายอีกประเภทนึงที่จะทำ ให้มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยแล้วก็
  209. 19:56มวลกระดูกด้วยคือการออกกำลังกายพวก strength ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  210. 20:01เช่นพวกวิดพื้นพวก squad ท่าที่มี Complex การใช้กล้ามเนื้อหลายมัด
  211. 20:07ว่าต่อไปจะทำคลิปสอนแต่ในที่นี้ขอบอก คร่าวๆเรื่องเกี่ยวกับการทำออกกำลังกาย
  212. 20:13ประเภทหัวใจโดยเริ่มแรก ถ้าใครไม่ เคยออกกำลังกายมาเลยเนี่ยใจเย็นๆ
  213. 20:13อย่า เพิ่งแบบวันนี้ไปวิ่งเต็มที่เลย ถ้าเราไม่เคยออกกำลังกายมา
  214. 20:22ก่อนเลยเนี่ยถ้าเราไปออกแรงมากๆเนี่ยมัน จะมีการบาดเจ็บได้ แล้วก็จะมีการปวด
  215. 20:27เมื่อยตามตัวอย่างมากเลย แนะนำว่าถ้าไม่ เคยออกกำลังกายมาก่อนเลยนะใจเย็นๆ
  216. 20:27วันนี้ 5 นาทีพรุ่งนี้ 10 นาทีร่างกายเราจะเริ่มชินต่อการออกกำลังกายเนี่ย
  217. 20:38ประมาณ 2 อาทิตย์ไปแล้วนะค่อยๆเพิ่มครับ เหมือนเราขึ้นบันไดนะค่อยๆขึ้นทีละขั้นที
  218. 20:43ละขั้นจะได้ไม่เจ็บตัวแล้ว ข้อต่อมา ถ้าความดันโลหิตสูงมาก
  219. 20:43ต้องไปออกกำลัง กายไปวิ่งหรือเปล่าแนะนำอย่างงี้ ถ้า ตรวจเจอว่าสูงมากเนี่ยแนะนำว่า
  220. 20:50อย่าเพิ่ง ออกกำลังกายครับแนะนำว่าควบคุมความ ดันโลหิตเนี่ยให้ดีก่อนอาจจะกินยา
  221. 20:59หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนพอเริ่มต่ำลง มาแล้วอาจค่อยไปออกกำลังกายได้แต่
  222. 21:04บางคนถ้าสูงมากเนี่ยอันนี้ยังไม่แนะนำให้ ออกกำลังกายแล้วแค่ไหนจะเรียกว่า
  223. 21:08สูงปกติแล้วถ้าสูงเนี่ยตัวบนเกิน 160 หรือตัวล่างเกิน 90 มมปรอท
  224. 21:14อาจจะหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายไปก่อนนะ ควบคุมให้ต่ำกว่านี้ก่อนก็ค่อยไป
  225. 21:15ออกกำลังกายจะดีกว่าแล้วก็มีการเตือน 2 ข้อ ข้อแรกคือขณะออกกำลังกายเจ็บ
  226. 21:25หน้าอกเวียนหัวใจสั่นหน้ามืดอันนี้หยุด ทันทีอันนี้อันอันตราย
  227. 21:25ข้อที่ 2 หลังออกกำลังกายแล้วเนี่ยเราจะมีอาการปวด เมื่อยตามตัวครับเป็นเรื่องปกติแต่ถ้า
  228. 21:34ผ่านไปสักวัน 2 วันแล้วเนี่ยอาการปวด เมื่อยไม่ดีขึ้นมีอาการปวดบวมแดงร้อนอัน
  229. 21:40นี้สงสัยว่าอาจจะมีการบาดเจ็บของกล้าม เนื้อแล้วให้หยุดไปก่อน
  230. 21:41ข้อ 5 เป็นการจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ครับโดยพบ ว่าถ้าดื่มในเพศชายไม่เกิน 2 ดริ้ง
  231. 21:52และในเพศหญิงเนี่ยไม่เกิน 1 ดริ้งเนี่ย ความดันโลหิตเนี่ยจะต่ำลงประมาณ 2-5 มมปรอท
  232. 21:581 ดริ้ง คือระดับแอลกอฮอล์ เท่ากับเบียร์กระป๋องเล็ก 1 กระป๋อง
  233. 22:04หรือเหล้าสี 3 ฝาหรือปริมาณไวน์ ประมาณ 120 -140 ซีซี
  234. 22:10ข้อที่ 6 การ สูบบุหรี่โดยพบว่าคนที่สูบบุหรี่เป็น ประจำเนี่ยจะทำให้ความดันโลหิตสูง
  235. 22:18ประมาณ 5-10 มมปรอท ข้อต่อมา ข้อที่ 7 ครับคือความเครียด
  236. 22:25เวลาเราเครียดเนี่ยสังเกตไหมครับ บางคน ปวดหัวเลยเพราะว่าจะมีฮอร์โมนตัวนึง
  237. 22:29ที่เรียกว่าคอร์ติซอลจะไปกระตุ้น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเลือด
  238. 22:33สุบฉีดมากขึ้นนอกจากนี้แล้วเนี่ยจะทำให้ ผนังหลอดเลือดทั่วร่างกายเนี่ยหดเกร็ง
  239. 22:34มาก ขึ้นแต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ความเครียดเนี่ยทำให้เกิดความดันโลหิตสูง
  240. 22:43ในระยะยาวได้แต่ยังไงก็ตามถ้าเรามีความ เครียดไปเรื่อยๆบ่อยๆเนี่ยอาจจะทำให้
  241. 22:47ความดันโลหิตสูงแบบถาวรได้เช่นกัน ข้อที่ 8 การนอนหลับเนี่ยมีการ
  242. 22:53ศึกษาการวิจัยเนี่ยพบว่าคนที่นอน น้อยกว่า 7 ชมต่อวันเนี่ยมีความเสี่ยงที่
  243. 23:00จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงมากกว่าคนอื่น ประมาณ 7% แล้วยิ่ง
  244. 23:00นอนน้อยกว่า 5 ชมต่อวันเนี่ยมีโอกาสเพิ่มขึ้นถึง 11% เลยเพราะฉะนั้นแล้วการนอนพักผ่อน
  245. 23:11ไม่เพียงพอเนี่ยส่งผลต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในระยะยาวได้อย่างแน่นอนแต่บางคน
  246. 23:16อันนี้ก็ต้องเห็นใจเค้าจริงๆเขามี ปัญหาเรื่องการนอน ทำยังไงก็นอนไม่
  247. 23:20หลับเดี๋ยวผมจะบอกวิธีช่วยทำให้นอนหลับให้ดีขึ้น
  248. 23:24ข้อ1 งดการกินอาหารเนี่ยก่อนนอนประมาณ 3-4ชั่วโมง พอกินอิ่มมากไปก็จะทำต้องใช้ระบบการเผาผลาญบางคนเนี่ย ยิ่งกินอิ่มยิ่งตัวร้อนด้วยเพราะ
  249. 23:37ฉะนั้นแล้วให้ห่างจากมื้ออาหารประมาณ 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน ข้อที่ 2 หลีกเลี่ยงชากาแฟ
  250. 23:37น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลังทุกอย่างเนี่ย ประมาณ 6 ชั่วโมง ก่อนนอนนอกจากนี้
  251. 23:43คนที่สูบบุหรี่เนี่ยสารนิโคตินเนี่ยจะทำให้เรา นอนหลับยากอีกด้วยจริงๆแล้วบรรยากาศใน
  252. 23:54ห้องนอนเนี่ยอันนี้ก็มีผล แสงไฟ ถ้าสว่างมากเกินไปหรือว่าเราไปเล่น
  253. 24:00โทรศัพท์หรือว่าดูทีวีเนี่ยก่อนนอน ทำให้สมองเราเนี่ยมีการตื่นตัว
  254. 24:06ตลอดเวลา แนะนำว่าห้องนอนถ้าเราก่อน นอนสัก 2-3 ชั่วโมงเนี่ยให้เราปิดไฟ
  255. 24:12ไฟนีออนที่สว่างๆนะเปลี่ยนเป็นไฟสีส้ม แทนแล้วก็ไม่ให้เล่นโทรศัพท์หรือดูทีวี
  256. 24:18เนี่ยก่อนนอนประมาณสัก 2-3 ช่วโมงเพราะ ว่าแสงสีฟ้าหรือว่าแสงไฟพวกเนี้ยจะ
  257. 24:24ทำงานเหมือนแสงอาทิตย์แสงที่ตอน เช้าๆจะเป็นกระตุ้นสมองเราทำให้เรา
  258. 24:29ตื่นตัวตลอดเวลา แล้วแสงสีฟ้ามาจากไหน บ้าง เช่น โทรศัพท์
  259. 24:34สมาร์ทโฟน มือถือน แท็บเล็ต หลอดไฟสีขาว หลอดไฟ LED คอมพิวเตอร์
  260. 24:39จะมี กลไกนะไปบล็อกเมลาโทนินนะก็คือเป็น ฮอร์โมนของร่างกายซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ครับ
  261. 24:45จะออกมามากตอนที่เราจะนอนนะแต่เมื่อมีแสง สีฟ้าเนี่ยเขาจะไปขัดขวางทำให้ฮอร์โมน
  262. 24:51เมลาโทนินไม่ทำงานทำให้เราเนี่ยมีการตื่น ตัวนั่นเองฮอร์โมนเมลาโทนินเนี่ยจะ
  263. 24:51หลั่ง มากตอนที่อยู่ในที่มืด พอมีแสง ปุ๊บมันก็จะไปกระตุ้นทำให้เรานอนไม่หลับ
  264. 25:00แล้วมีใครเคยเป็นไหมครับ ยิ่งฝืนเนี่ยไปล้ม ตัวนอนเนี่ยบังคับข่มตานอนเนี่ยนอน
  265. 25:01ไม่หลับเพราะว่าฝืนตัวเอง มากเกินไป เราก็จะนอนไม่หลับด้วยเพราะ
  266. 25:10ฉะนั้นแล้วเวลานอนผมว่าก็ค่อยๆผ่อน คลาย วิธีการเนี่ยพอเวลาเรา
  267. 25:11ล้มตัว นอนแล้วเนี่ยให้เราค่อยๆผ่อนคลายกล้าม เนื้อตั้งแต่หัวลงมาเลย
  268. 25:16บ่าก็ต้องไม่ตึง ค่อยๆปล่อยออกมานะกล้ามเนื้อ หน้าอกกล้ามเนื้อแขน ค่อยๆไล่ไปจน
  269. 25:25ถึงเท้า ต้องผ่อนคลายตลอด ข้อที่ 9 อันนี้อาจจะไม่เกี่ยวสักทีเดียวนะแต่ว่า
  270. 25:30ก็เอามาพูดให้ฟังของคนที่สนใจว่า ทำไม เราดื่มชาเราดื่มกาแฟ
  271. 25:34เครื่องดื่มชู กำลังเนี่ยทำไมเราโรคความดันโลหิตสูงจริงๆ แล้วพวกนี้ ความดันโลหิตสูง
  272. 25:43จะสูงแบบชั่วคราว แต่เราก็จะมีปริมาณ ปกติแล้วเนี่ยเราก็จะ
  273. 25:43ไม่ให้กิน คาเฟอีน เพราะพวกชากาแฟ น้ำอัดลมขึ้น เครื่องชูกำลัง จะมีคาเฟอีนครับคาเฟอีน
  274. 25:54เราจะแนะนำว่าให้กินเนี่ยไม่เกินวัน ละประมาณ 300 - 400 มิลลิกรัม
  275. 25:55โดย ปกติเนี่ยกาแฟดำ 2 ช้อนเนี่ยจะมีคาเฟอีน ประมาณ 80-100 มิลลิกรัมเพราะฉะนั้นแล้วถ้าใคร
  276. 26:06กินเยอะมากๆแบบกินวันละ 7-8 แก้วกาแฟดำกิน เครื่องอยู่ชกำลังวันละ 4-5 ขวดอันนี้ก็
  277. 26:11เสี่ยงตอบการเป็นความดันโลหิตสูงแบบถาวรได้ อันนี้เป็นเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆนะ
  278. 26:16สงสัยไหมครับ ทำไมเพื่อนเรากินกาแฟ ดำไปตั้ง 2 - 3 แก้วก็แล้วหลับ
  279. 26:22สบายไม่มีปัญหาเลยจริงๆแล้วมันเกิดจากตรง นี้ครับปกติแล้วในตับคนเรานะจะมีเอนไซม์
  280. 26:28ตัวนึงเรียกว่า cyp 1 A2 เอนไซม์ตัวจะเกี่ยวข้อง
  281. 26:34กับคาเฟอีน ก็คือคนที่มีเอนไซม์ตัวนี้ เยอะการกำจัดคาเฟอีนในร่างกายก็
  282. 26:40จะเยอะแต่ละคนเนี่ยมีไม่เท่ากันอัน นี้เป็นสาเหตุว่า ทำไมคนนี้ทนต่อ
  283. 26:44คาเฟอีนมากๆหรือว่าใครอยากทดสอบว่า เรามีความไวต่อคาเฟอีนหรือเปล่าเนี่ย
  284. 26:50ก็ให้กินกาแฟดำแล้วก็สักครึ่ง ชั่วโมงเนี่ยไปวัดซ้ำดูถ้า
  285. 26:51ความดันโลหิตคุณสูงเนี่ยเกิน 5-10 จุดเนี่ยแสดง ว่าคุณมีความไวต่อคาเฟอีนนะอาจจะต้องลด
  286. 27:02ปริมาณคาเฟอีนลงให้ดื่มในปริมาณที่เหมาะ สม
  287. 27:06ข้อที่ 10 คนที่เป็นความดันโลหิตสูง ห้ามหยุดยาเอง อันนี้จะหยุดยา ได้เมื่อไหร่เนี่ยอันนี้ก็ต้องคุณหมอ
  288. 27:13พิจารณานะแต่ที่ผมบอกไปนะเราก็ต้องมีสมุด จดไว้ด้วยนะแล้วก็วัดที่บ้านเป็น
  289. 27:20อย่างไรแล้วคือพบว่าอย่างงี้ครับจะมีบาง คนที่ความดันโลหิตสูงเนี่ยมีบางช่วงนะ
  290. 27:26หยุดกินยาได้เลยเพราะว่าปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเนี่ยองค์รวมเนี่ยแทบจะหมดเลยแต่
  291. 27:31มีข้อนึงครับที่เราไม่สามารถทำได้คือ เมื่อเราอายุมากขึ้นครับหลอดเลือดจะ
  292. 27:37เริ่มแข็งตัวอาจจะต้องกลับมา กินยาใหม่เพราะฉะนั้นแล้วผมแนะนำอย่างนี้
  293. 27:43ความดันโลหิตเนี่ยถ้าเป็นไปได้เนี่ย เราควรวัดอย่างน้อยเนี่ย
  294. 27:43สำหรับคนไม่เป็นสัปดาห์นึงก็ให้ ได้ 1-2 ครั้ง เพราะว่าบางทีเนี่ยจะ
  295. 27:53กลับมาเป็นโดยไม่รู้ตัวทั้งที่หยุดยาไป แล้วก็ตามหรือบางคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  296. 27:54และกิน ยาไปเนี่ยและมีผลข้างเคียงครับเช่นมีไอ มีเรื่องขาบวม มีเรื่องปัสสาวะเยอะมาก
  297. 28:07แล้วก็หยุดยาเองจริงๆแล้วยาลด ความดันโลหิตสูงเนี่ยมันจะมีหลายกลุ่มมาก
  298. 28:12เหมาะกับคนไม่เหมือนกันนะอายุมาก อายุน้อย กินก็คนละแบบกัน
  299. 28:17เป็นโรคเบาหวาน โรคตับก็กินแบบนึง เพราะฉะนั้นแล้วนะครับไม่ควรให้ยาที่เจอ
  300. 28:25อีกอย่างนึงคือเอายาเพื่อนมากินด้วยอันนี้ก็ไม่เหมาะสมนะครับ
  301. 28:26จริงๆแล้ว ก็ต้องไปหาหมอ หมอก็จะบอกว่าคุณ เหมาะกับตัวไหน แล้วก็
  302. 28:31ไม่ควรหยุดยาเอง ถ้าเราเจอผลข้างเคียงเนี่ยเราก็ ต้องไปหาหมอ จะมียาปรับอีกหลาย
  303. 28:40กลุ่มเลยครับไม่ต้องกลัวนะไปพบได้เลยก็ คือสรุป ที่ผมบอกไปเนี่ยทั้ง 10 ข้อ
  304. 28:45เนี่ยจริงๆแล้วเนี่ยมันใช้เวลา ไม่ ใช่แค่วัน 2 วัน ปกติการปรับเปลี่ยน
  305. 28:50พฤติกรรมของเราเนี่ยมันใช้เวลาอย่างน้อย เนี่ยประมาณ 3 เดือนเลย
  306. 28:51ถ้าเราสามารถควบคุมความดันโลหิตสูงถ้าอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ก็จะลดโอกาสเสียงที่ผมบอกไป
  307. 28:57โรคหัวใจก็เกิดน้อยลง โรคสมอง เช่น โรคstroke เส้นเลือดสมองตีบแตกก็ลดลง
  308. 29:06โรคไตก็จะลดลงด้วยก็ ขอสรุปแนวทางการปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความดันโลหิตแบ่ง
  309. 29:11ไปทั้งหมด 10 ข้อฝั่งซ้ายมือจะ เป็นวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฝั่งขวา
  310. 29:15มือจะเป็นความดันโลหิตที่ลดลงได้นะ หน่วยเป็นมิลลิเมตรปรอท
  311. 29:20ข้อที่ 1 ลด น้ำหนักโดยเปรียบเทียบกับดัชนีมวลกายสูตร ก็คำนวณโดยใช้น้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม
  312. 29:26หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง จะได้ค่าเลขออกมานะ เดี๋ยวผมจะทิ้งสูตรไป
  313. 29:31ให้ด้วยที่ข้างล่างเนาะเผื่อใครจะ ไปเข้าดูจะได้ไม่ต้องคำนวณเองโดยค่าที่
  314. 29:35เหมาะสมเนี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 18.5 - 22.9 ครับโดยพบว่าทุก 1 กิโลกรัมที่ลดจะลดได้
  315. 29:421 มมปรอทแต่ถ้าหากลดได้ถึง 10 กิโลกรัม จะลดได้ประมาณ 5-20 หน่วยเลย
  316. 29:42แต่คนที่น้ำ หนักเกินเกณฑ์มากๆไม่ต้องตกใจนะแค่ ลดให้ได้เนี่ย 5-10 ของน้ำหนักเดิมก็มีผลดีแล้ว
  317. 29:54ข้อที่ 2 รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์เน้นผัก ลดหวานไขมันไม่อิ่มตัว
  318. 30:00เพิ่มผักก็คือเน้นพวกผักใบเขียว ลด ความหวานเนี่ย ทุกอย่างเลย ขนมหวาน
  319. 30:06รวมถึงผลไม้ที่มีรสหวานด้วย แนะนำว่า ให้กินผลไม้ที่รสไม่หวานหรือว่า
  320. 30:07มีน้ำตาลน้อย เช่น ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่งแก้วมังกร เบอร์รี่พวกนี้น้ำตาลจะไม่สูงมาก
  321. 30:13แล้ว ก็ไม่แนะนำให้ไปดื่มพวกน้ำผลไม้ที่เป็น กล่องกล่อง น้ำตาลจะสูงมาก
  322. 30:19ถ้าจะกิน ก็กินผลไม้ที่มาจากธรรมชาติโดยตรงเลยอัน ต่อมาคือเน้นไข่มันไม่อิ่มตัวก็คือไขมัน
  323. 30:29ที่มาจากพืช เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง
  324. 30:35โดยถ้ากินอาหารที่มีประโยชน์ จะลดความดันได้ประมาณ 8-15 หน่วย
  325. 30:36ข้อ ที่ 3 เป็นการจำกัดปริมาณโซเดียมต่อ วันโดยคนทั่วไปเนี่ยจะจำกัดให้อยู่ใน
  326. 30:46ปริมาณน้อยกว่า 2,000 มิลกรัมต่อวันหรือ ประมาณเกลือ 1 ช้อนชาหรือเทียบเท่า
  327. 30:51เท่ากับน้ำปลาประมาณ 4 ช้อนชาแต่ถ้าเป็น คนที่มีความดันโลหิตสูงด้วยเนี่ย
  328. 30:52จะแนะนำว่าให้ต่ำกว่า 1,500 มิลกรัมต่อวันส่วน รายละเอียดปริมาณอาหารเท่าไหร่
  329. 31:01เนี่ยผมทำคลิปหลักไว้แล้วย้อนไปดูได้ว่าปริมาณโซเดียม 1,500 มิลกรัมเนี่ย
  330. 31:05ประมาณไหนซึ่งถ้าทำตามวิธีนี้จะลด ความดันโลหิตได้ประมาณ 3-8 หน่วย
  331. 31:06ฟังดู น้อยจังเลยนะ 3-8 หน่วยเองนะถ้าจำกัด ปริมาณโซเดียมแต่ว่าถ้าเราบริโภคหรือว่า
  332. 31:17กินพวกโซเดียมที่ปริมาณมากๆเนี่ยจะมีผล ระยะยาวต่อไตได้ ทำให้ไตเสื่อมได้
  333. 31:22เมื่อไตเริ่มเสื่อมไตเริ่มมีปัญหาเนี่ยจะ มีผลเสียตามมาอีกหลายอย่างเลย
  334. 31:22ความดันโลหิตสูงมากขึ้นเพราะไตเนี่ยจะทำงาน เกี่ยวข้องกับระบบเกลือแร่และการดึงเข้า
  335. 31:32ของน้ำแล้วก็ขับน้ำทิ้งเพราะฉะนั้น แล้วคนที่เป็นโรคไตเนี่ยความดันโลหิต
  336. 31:32จะคุม ได้ยากมากขึ้นครับถ้าเราไม่คุมปริมาณ โซเดียมต่อวันเลยเนี่ยพบว่ามีโอกาสเป็น
  337. 31:41โรคหัวใจและเป็นโรคหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ประมาณ 10%
  338. 31:44ข้อที่ 4 การออกกำลังกาย สม่ำเสมอแนะนำว่าออกกำลังกายประเภท แอโรบิกนะครับหรือว่าเรียกสั้นๆว่าคาร์ดิโอ
  339. 31:51โดยแนะนำว่าให้ออกกำลังกายเนี่ยสัปดาห์ ละประมาณ 150 นาทีจะสามารถลดความดันได้
  340. 31:57ประมาณ 5-10 หน่วยยังแนะนำเพิ่มนิดนึงที่ผมบอกไปเนาะแนะนำว่าให้มีการ
  341. 32:02เหยียดยืดกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นด้วยจะได้ เป็นการลดการบาดเจ็บของข้อต่อและกล้าม
  342. 32:06เนื้อที่เกิดขึ้นจากการออกกำลังกายได้ ข้อที่ 5 มีการจำกัดเครื่องดื่ม
  343. 32:11แอลกอฮอล์ต่อวันอันนี้พูดถึงในคนปกตินะ ว่าถ้าเป็นผู้ชายเนี่ยดื่มไม่ควรเกิน 2 ดริ้ง
  344. 32:16ผู้หญิงเนี่ยไม่ควรเกิน 1 ดริ้ง 1 ดริ้งก็เท่ากับเบียร์กระป๋องเล็ก 1กระป๋อง
  345. 32:22เหล้าสี 3 ฝาหรือไวน์ ก็เท่ากับ ประมาณ
  346. 32:25130-140 ซีซีแต่ในพูดถึงในคนปกติ ถ้าคนที่มีโรคประจำตัว เช่น
  347. 32:30เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ โรคไตก็ไม่ แนะนำให้เดมแอลกอฮอล์อยู่แล้ว
  348. 32:30คนที่มีโรค ประจำตัวซึ่งถ้ามีการจำกัดหรือว่า การงดการดื่มแอลกอฮอล์เนี่ยจะลดความดัน
  349. 32:42ได้ประมาณ 2-5 หน่วย ข้อที่ 6 ไม่สูบ บุหรี่เพราะว่าการสูบบุหรี่เนี่ยจะทำ
  350. 32:47ให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้นะโดยพบว่าถ้า เราเลิกบุหรี่แบบถาวรเนี่ย
  351. 32:47จะลดความดัน โลหิตได้ประมาณ 5-10 หน่วยเลย ข้อที่ 7 ความเครียด พบว่าคนที่มีความเครียด
  352. 32:57จะมีฮอร์โมนมนคอร์ติซอลออกมามาก ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้
  353. 32:57หัวใจเต้น เร็วขึ้นเส้นเลือดมีการหดเกร็งมากขึ้น ทั่วร่างกายเพราะฉะนั้นแล้วถ้ามีความ
  354. 33:06เครียดแบบสะสมเนี่ย ทุกๆวันนะเป็น มากจนถึงขนาดนอนไม่หลับเนี่ยหรือว่าเป็น
  355. 33:11มากจนถึงขนาดทำงานหรือว่าใช้ชีวิตประจำ วันไม่ได้เนี่ยอาจจะส่งผลทำให้
  356. 33:11โรคความดันโลหิตสูงแบบถาวรได้ ข้อที่ 8 การลดปริมาณการดื่มชากาแฟและเครื่องดื่ม
  357. 33:21ชูกำลังเพราะว่าจะมีพวกคาเฟอีนนะจะไป กระตุ้นทำให้ความดันโลหิตสูงได้
  358. 33:22แบบชั่ว คราวแต่ถ้าใครดื่มมากๆอาจจะทำให้ ความดันโลหิตสูงแบบถาวรได้เช่นกันโดยปกติ
  359. 33:33เนี่ยเราจะให้ดื่มเนี่ยวันนึงไม่เกิน ประมาณ 300 มกรถึง 400 มกของปริมาณ
  360. 33:38คาเฟอีนกาแฟดำ 2 ช้อน จะมีคาเฟอีน ประมาณ 80-100 เพราะฉะนั้นแล้วเราก็จะแนะนำ
  361. 33:43ว่าให้ดื่มวันนึงเนี่ยของกาแฟดำนะไม่เกิน วันละประมาณสัก 2-3 แก้วก็น่าจะเพียงพอ
  362. 33:48แล้วแต่ในคนที่มีโรคประจำตัวที่เป็นโรค ความดันโลหิตสูง มีกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว
  363. 33:54มีโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดสมองพวกนี้อาจจะ ต้องแนะนำว่าให้ลดปริมาณคาเฟอีนให้ดื่มใน
  364. 34:00ปริมาณที่เหมาะสมซึ่งเหมาะสมแต่ละคนเนี่ย ก็ไม่เท่ากันครับเพราะว่าความทนต่อ
  365. 34:04คาเฟอีนแต่ละคนไม่เท่ากันเพราะฉะนั้นแล้ว อาจจะลองดื่มน้อยๆก่อนครับถ้าดื่มแล้วมี
  366. 34:09อาการเวียนหัวปวดหัวอันนี้อาจจะต้องลด ปริมาณลง ข้อที่ 9 การนอนหลับพักผ่อน
  367. 34:14อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญโดยพบว่าถ้านอน หลับไม่เพียงพอเนี่ยนอนน้อยกว่า 7 ชม
  368. 34:19เนี่ยมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงประมาณ 7% และจะเพิ่มเป็น 10%
  369. 34:19ถ้านอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง ข้อที่ 10 ห้ามหยุดยาความความดัน โลหิตด้วยตัวเอง อันนี้เป็นเรื่อง
  370. 34:29สำคัญนะบางคนเนี่ยกินยาจนความดันลงมาอยู่ ในเกณฑ์ปกติแล้วแล้วพอไปวัดแล้วบอกว่า
  371. 34:34ปกติเลยไม่กินยาอันนั้นเกิดจากภาวะที่เรา กินยาอยู่แล้วยากดความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  372. 34:40อันนี้ก็แนะนำว่าถ้าจะหยุดยา เนี่ยก็ต้องปรึกษาแพทย์ที่รักษาประจำหรือ
  373. 34:45ถ้ามีผลค้างเคียงจากการกินยา เช่นมี ขาบวมมีไอเยอะ มีปัสสาวะมากๆ
  374. 34:45อันนี้ก็ ปรึกษาแพทย์ที่จะเปลี่ยนยาได้เช่นกันครับ แล้วก็แนะนำว่าให้วัดความดันโลหิต
  375. 34:56เป็นประจำต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นคนที่เป็น โรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงอยู่แล้วหรือ
  376. 35:01ว่าคนที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดีอันนี้ก็ จะแนะนำว่าให้วัดต่อเนื่องครับเพราะที่ผม
  377. 35:06บอกไปนะครับปัจจัยกระตุ้นโรคความดันโลหิต สูงเนี่ยเยอะมากเลย
  378. 35:10ความดันโลหิตสูงเนี่ยอาจจะมาแบบเราไม่ตั้ง ตัวก็ได้เพราะว่าพวกนี้มักจะไม่มีอาการ
  379. 35:14แต่ที่ผมบอกไปทั้ง 10 ข้อที่ เป็นภาพรวมการสรุปเนี่ยทุกอย่างใช้เวลา
  380. 35:19ไม่ใช่ทำแค่เดือนนึงจะลดลง และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะมีผลต่อ
  381. 35:24ร่างกายของเราเนี่ยต้องใช้เวลาอย่างน้อย ประมาณ 3 เดือน วันนี้ก็น่าจะประมาณนี้
  382. 35:29น่าจะเป็นภาพรวมทั้งหมด เลยของการลดความดันโลหิตสูง
  383. 35:29โดยที่ไม่ใช้ยาต้องทำอย่างไรบ้าง สุดท้าย นี้เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะกดไลค์ กดติดตาม กดแชร์
  384. 35:40แล้วก็กดกระดิ่ง ถ้าคลิปใหม่ๆมาเนี่ยทุกคนจะได้เห็นกัน วันนี้ก็ขอตัวลาแต่เพียงเท่านี้ครับ
  385. 36:02[เพลง]

About this transcript

This page contains the full transcript of ลดความดันโลหิตสูงด้วยตัวเอง แบบไม่ใช้ยา | หมอวี เล่าโรค by หมอวี Healthy, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 1,392 words across 385 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to choose a caption track available on the video.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, caption language selection, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.