YouTube2Text

30000-1103 ทักษะภาษาไทยเพื่อนการนำเสนอวิชาชีพ - 2 [Room 12] #part2 2 #porntip #porntipchannel — Transcript

by Porntip Channel · 3,330 words · 2,688 segments · language en · Watch on YouTube

Full transcript

  1. 0:00อาจารย์ก็อย่างที่บอกกับนักศึกษาอาจารย์
  2. 0:02ก็จะเป็นอาจารย์ถูกมั้ยให้ความรู้ให้คำ
  3. 0:05แนะนำถามอะไรอาจารย์ก็พยายามหาต้องหาคำ
  4. 0:09ตอบหรือ
  5. 0:10พยายามแนะนำให้แต่ถ้าเกิดพอเราอาจารย์
  6. 0:14หลุดจากตรงเนี้ยไปจากตรงหน้าจอตรงนี้ไป
  7. 0:16เนี่ยอาจารย์ก็จะหลุดไปอ่าไปทำงานก็คือ
  8. 0:19ที่บริษัทบริษัทบริษัทบริษัทบริษัท
  9. 0:21อาจารย์ก็จะเป็นอีกอีกภาวะนึงหมายถึงว่า
  10. 0:25การทำงานก็จะเป็นอีกภาวะนึงก็
  11. 0:27คือถามว่าต้องต้องต้องวางตัวเหมือนเป็น
  12. 0:30อาจารย์มั้ยคือด้วยตำแหน่งของเรามัน
  13. 0:33เป็นมันเป็น consult consult ก็คือการ
  14. 0:37ให้คำแนะนำนะคะการให้คำแนะนำการใช้
  15. 0:41โปรแกรมกับพนักงานหรือโรงงานหรือคนที่ใช้
  16. 0:45โปรแกรมนั้นๆในแต่ละโรงงานอืมแต่จริงๆเรา
  17. 0:50ก็ไม่ได้เห็นหน้ากันหรอกนะแต่ว่าแต่ว่า
  18. 0:53ความเราจะใช้ด้วยความที่เราเอ่อ work
  19. 0:57anywhere หมายถึงว่าไม่ได้โรงงานที่
  20. 1:01อย่างที่อาจารย์งานอาจารย์เนี่ยคนที่
  21. 1:04อาจารย์ดูแลคือส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานใช่
  22. 1:06มั้ยแล้วโรงงานมันไม่ได้อยู่ที่ที่ออฟฟิศ
  23. 1:08ไม่ได้อยู่ที่บ้านมันจะอยู่ที่ตามอ่า
  24. 1:12แหลมชบังอ่าหนองแค
  25. 1:16ระยองอะไรอ่ะถ้าประเทศไทยก็จะเป็น
  26. 1:20ระยองหาดใ
  27. 1:22ใหญ่อ่าน่าน่าจะประมาณนี้ 4 ที่นะคะแล้ว
  28. 1:26ก็จีนเซียงไฮ้
  29. 1:30เซี้ยงไฮเฉหยาง2องที่ 3 มุมเยอะคือ
  30. 1:36อินเดียก็มีนะฮะตอนนี้ไปไปซัพพอร์ต
  31. 1:38อินเดียด้วยอินเดียอินโดนีเซียอะไรอย่าง
  32. 1:41เงี้ยคือพอพอมันมันอยู่กันละที่เนี่ย
  33. 1:44อาจารย์ก็จะแบบคนเป็นคนเหมือนหลากหลาย
  34. 1:46บุคลิกไปเลยแต่ว่าจริงๆแล้วเราก็คือคซult
  35. 1:50อ่ะคซultแต่เวลาเราไม่เคยเห็นหน้ากันนะ
  36. 1:54แม้กระทั่งประชุมอ่ะปกติอ่ะปกติมันต้อง
  37. 1:57เปิดกล้องใช่มั้
  38. 1:58แต่แต่พอเราใช้กันไปเรื่อยๆทุกวันทุกวัน
  39. 2:01ทุกวันเราก็จะไม่เปิดกล้องกันและหมายถึง
  40. 2:04ว่าเออไม่ต้องเห็นหน้าฉันหรอกแต่รูปอ่ะ
  41. 2:09ต้องมีแต่รูปอ่ะต้องมีดังนั้นเค้าก็จะไม่
  42. 2:12เห็นบุคลิกเราหรอกว่าเราจะหน้าตายิ้มแย้ม
  43. 2:15หน้าตาไม่แต่งหรืออะไรยังไงเราก็จะคุยกัน
  44. 2:17ในแบบเนี้ยเหมือนที่เราอาจารย์คุยกับพวก
  45. 2:19เรา
  46. 2:20เนี่ยติดกล้องด้วยนะอาจารย์ไม่เปิดแต่
  47. 2:23ด้วยความที่เป็นอาจารย์อาจารย์ต้องเปิดนะ
  48. 2:25เพราะว่าอาจารย์เป็นผู้บรรยายเนาะแต่ใน
  49. 2:27ฐานะที่ทำงานคือไม่ต้องเปิดคุยกันงั้นเขา
  50. 2:30ก็จะไม่เห็นว่าบุคลิกเราเป็นยังไงเขาจะ
  51. 2:32เห็นจากอะไรรู้มจากการพูดใน message ที่
  52. 2:36เราพิมพ์กันคุยกันน่ะอืมคุยกันในรูป
  53. 2:41อาจารย์ก็จะแบบเป็นรูปที่แบบเป็นทางการจะ
  54. 2:43ไม่ค่อยยิ้มดังนั้นเวลาอ่ะลอง imagine
  55. 2:46ถ้าเกิดเราต้องการติดต่อใครสักคนนึงโดย
  56. 2:48ที่เราไม่รู้จักเ้าอ่ะอ่าเราจะกล้าพูด
  57. 2:52เรื่องกับเค้ามั้ยหรือ
  58. 2:54หรือแม้กระทั่งอาจารย์
  59. 2:57เค้าถามอะไรมาอาจารย์ต้องตอบได้เพราะมัน
  60. 2:59เป็นมันเป็นมันเป็นตัวเค้าเรียกว่ามันก็
  61. 3:02คือเกี่ยวกับโปรแกรมเนาะถ้าเถามอะไรมา
  62. 3:04อาจารย์ต้องพยายามหาคำตอบให้ได้อาจารย์
  63. 3:07ต้องพยายามโซโซให้เค้า Soltion หา solut
  64. 3:10ให้เค้าได้อะไรอย่าเงี้ยเออมันก็มันก็
  65. 3:13เหมือนเค้ามองเรามาจากข้างนอกเหมือนเรา
  66. 3:16มองอาจารย์มาจากข้างนอกเอ้ยอาจารย์เป็น
  67. 3:18อาจารย์น่ะอาจารย์ต้องรู้ทุกอย่างอาจารย์
  68. 3:20ให้ความรู้อะไรอย่างเงี้ยเหมือนกันเค้าก็
  69. 3:22จะเป็นเหมือนพวกเราเนี่ยเฮ้ยเค้า
  70. 3:26เป็น consult แสดงว่าเค้าก็ต้องรู้ทุก
  71. 3:29อย่างที่เกี่ยวกับโปรแกรมถูกมั้ยมันคือ
  72. 3:32แต่เราอ่ะเห็นหน้าอาจารย์ไงเออเราก็อาจจะ
  73. 3:35แบบอาจจะอีกอารมณ์นึงแต่คนอื่นๆเ้าไม่
  74. 3:38เห็นเพื่อนๆขนาดคนไทยด้วยกันยังไม่เห็น
  75. 3:41หน้ากันเลยนอกจากว่าเห็นในรูปแล้วต่าง
  76. 3:44ชาติล่ะเออต่างชาติล่ะเค้าจะเห็นเค้าจะ
  77. 3:47เค้าจะเค้าต่างชาติต่างภาษาเนาะเวลาเค้า
  78. 3:50คุยกันเค้าคุยกับเราเค้าก็จะแบบให้ความ
  79. 3:53เคารพแหละเออให้ความเคารพแต่จริงๆบางที
  80. 3:57เค้าก็อาจจะอายุน้อยกว่ามากกว่าเราไม่รู้
  81. 3:59แต่เราก็จะแบบเออคุยกันแบบเหมือนปกติปกติ
  82. 4:03เอ่อคนให้คำปรึกษาอืมดังนั้นเอ่อการสื่อ
  83. 4:09สารต่างๆมันอย่างอาจารย์กับเค้าเนี่ยสื่อ
  84. 4:12สารกัน
  85. 4:14ด้วยสื่อสารกันด้วยเสียงที่พูดแต่ไม่เคย
  86. 4:17เห็นหน้าอย่างเราเนี่ยเราเห็นหน้ากันเรา
  87. 4:20เห็นหน้าอาจารย์กันอาจารย์เห็นหน้าพวกเรา
  88. 4:22อะไรเงี้มันก็ยังแบบพอพออาจารย์นึกภาพบอก
  89. 4:25เนาะก็สามารถทำให้มันสนิทสนมได้ใช่มั้ย
  90. 4:28แต่บางคนไม่เคยเห็นหน้าแล้วเราไปทำสนิท
  91. 4:30สนมไม่ได้เพราะว่าเราเราแต่เราแต่อาจารย์
  92. 4:34ก็พยายามทำให้เค้าอ่ะเหมือนรีแลกผ่อนคลาย
  93. 4:36เวลาเเข้ามาหาเราเจะได้เข้ามาหาง่ายๆนะคะ
  94. 4:40เหมือนเป็นกันเองดังนั้นการทำงานตรงเนี้ย
  95. 4:42เราสามารถทำให้คนรู้สึกอยากเข้ามาหาเรา
  96. 4:46ได้ด้วย message เป็นข้อ
  97. 4:48ความดังนั้นเราไม่ได้เรียนเฉพาะแค่ว่าการ
  98. 4:51พูดนะฮะเราต้องเรียนด้วยการพิมพ์ข้อความ
  99. 4:56การพูดและการภาษาภาษาเขียนภาษาพิมพ์อ่ะ
  100. 5:00ให้มันเป็นแบบเป็นทางการกับไม่เป็นทางการ
  101. 5:02คือคนเราเวลาจะอ่านข้อความตรงเมจเนี่ยมัน
  102. 5:06จะรู้ได้เลยว่าเค้าส่งมาแบบทางการหรือแบบ
  103. 5:10ไม่ทาง
  104. 5:11การอย่างอาจารย์ของพวกเราเนี่ยอาจารย์สอน
  105. 5:13แบบทางการถูกมั้ยแต่ถ้าเราไปเจอหน้ากัน
  106. 5:16แล้วเราอาจจะไม่ได้ทางการเออเป็นการพูด
  107. 5:18คุยกันทั่วไปนู่นนี่นั่นใช่มั้ยคะแต่พอ
  108. 5:20เราแต่มันจะสัมผัสได้นะเวลาเราคุยเเราคุย
  109. 5:24พิมพ์ไปหาเค้า
  110. 5:26เนี่ยมันสัมผัสได้ว่าอ๋อเฮ้ย message นี่
  111. 5:29มันเป็นทางการเว้ยอันนี้คือภาษาอังกฤษนะ
  112. 5:33แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นภาษาเป็นมันเป็น
  113. 5:36ภาษาทางเป็นภาษาทางการแต่ถ้ามันมีคำนึง
  114. 5:39ที่มันหลุดออกมาว่าเป็นเป็นแบบภาษาที่แบบ
  115. 5:41ให้เพื่อนคุยกันอย่างเงี้ยมันก็มันก็จะ
  116. 5:44แบบรีแลกเออเพื่อนๆมันทักมาอะไรเงี้ย
  117. 5:47คุยเนาะอันนี้คือให้เรามันสามารถสัมผัส
  118. 5:51ได้ด้วยการใช้คำใช้ประโยคใช้คำพูดอะไร
  119. 5:54เงี้ยนะฮดังนั้นเอ่อตัวเนี้ยมันก็จะเป็น
  120. 5:59ดังนั้นทุกเหตุการณ์ของพวกเราอ่ะมันก็คือ
  121. 6:02การสื่อ
  122. 6:03สารสามารถบอกได้ทั้งถึงอารมณ์ถึงอารมณ์
  123. 6:07ที่ถึงอารมณ์หรือความรู้สึกที่คนที่พูด
  124. 6:09ออกมาแล้วก็คนที่พิมพ์ออก
  125. 6:12มาเหมือนกันเวลาเราไปเจอลูก
  126. 6:14ค้าถ้าคุณไปหาลูกค้าแบบเอ่อหน้าตา
  127. 6:19ยิ้มแย้มแต่สายตาดูเศร้าหมองมันออกมาได้
  128. 6:23ทั้งบุคลิกและคือออกมาทั้งภายในออกมาหมด
  129. 6:26อ่ะเห็นคือหน้าคุณจะยิ้มก็ตามแต่เวลาคุณ
  130. 6:31เอ่อจะพูดอะไรออกมามันไม่ค่อยมีชีวิตกว่า
  131. 6:33คือบางทีเค้าดูเดูออกนะฮะดังนั้นมันอาจจะ
  132. 6:37เราเวลาเราเข้าสังคมเราก็ต้องรู้จักวาง
  133. 6:40ตัวนะคะอาจารย์ก็พยายามวางตัวให้ถูกแต่
  134. 6:44ส่วนใหญ่เวลาเจอกันอาจารย์ก็ไม่ค่อยจะวาง
  135. 6:46ตัวกันเท่าไหร่หรอกอาจารย์ก็จะเป็นประเภท
  136. 6:48แบบเอ่อชอบชบถ้าถ้ารู้จักนะอ่ะอย่างพวก
  137. 6:52เราเราก็เคยรู้จักกันบ้างเคยเห็นหน้ากัน
  138. 6:54บ้างนะในครั้งที่ผ่านมาถ้าใครที่ไปก็อาจ
  139. 6:58จะยังไม่ได้สนิทมากเพราะว่าเราไม่ได้เจอ
  140. 7:01นานๆกันเจอกันครั้งนึงนะคะแต่มันจะสัมผัส
  141. 7:04ได้ตอนเรียนไงเข้าใจมั้ยว่าถ้าเกิดเอ่อ
  142. 7:07เราเรียนรู้สึกว่าตอบโต้กับอาจารย์บ่อยๆ
  143. 7:10เวลาเราไปเจออาจารย์พวกเราก็จะแบบรู้สึก
  144. 7:12ว่าเฮ้ยเราคุยกับอาจารย์ได้อะไรอย่าง
  145. 7:13เงี้ยมันจะมันจะสัมผัสได้นะคะดังนั้นไม่
  146. 7:17ว่าเราจะไปณจุดไหนตรงไหนแม้เราเดินออกจาก
  147. 7:22บ้านเนี่ยมันก็คือการวางตัวการบุลคเฉพาะ
  148. 7:26เจาะจงแต่อยู่ที่เราดีไซน์ด้วยนะบางอย่าง
  149. 7:30อยู่ที่เราดีไซน์ด้วยอ่ะอย่างที่ออฟฟิศ
  150. 7:32อาจารย์ก็ดีไซน์บางอย่างกับบุคคลบางบุคคล
  151. 7:36ดีไซน์ตัวเองว่าเฮ้ยมันต้องเป็นแบบอย่าง
  152. 7:38งี้เป็นนี้แต่กับเพื่อนที่สนิททำงานด้วย
  153. 7:41กันก็จะไม่ค่อยดีไซน์ก็จะแบบเอ่อเป็นตัว
  154. 7:44ของตัวเองทำงานให้เป็นแต่ส่วนใหญ่จะใกล้
  155. 7:48เคียงกับการเป็นตัวของตัวเองนะ
  156. 7:51ถ้าเราดีไซน์เยอะเกินไปวันนึงเราไปคุยกับ
  157. 7:53เค้าเรื่องจริงมันจะแบบอ้าวเฮ้ยทำไมในตอน
  158. 7:57นั้นตัวอีกแบบนึงทำไมมาแบบนี้มันมันคนละ
  159. 8:02อย่างกันมันจะมันจะชัด
  160. 8:03เจนเอ้าอันนั้นมันมันงานแต่อันนี้มันส่วน
  161. 8:07ตัวเออมันอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้นะก็มี
  162. 8:09มีคนมีบางเวลาเนาะเวลาทำงานเราก็จะเป็น
  163. 8:13อีกแบบหนึ่งแต่พอเราไปงานเลี้ยงมันก็จะ
  164. 8:15อีกแบบ
  165. 8:16นึงส่วนใหญ่เป็นอย่าง
  166. 8:19งั้นนะคะดังนั้นพวกเราเหมือนกันอาจารย์
  167. 8:23เชื่อว่าพวกเราก็มีมุมที่แบบต้องดีไซน์
  168. 8:27ตัวเองเหมือนกันว่าฉันต้องเป็นแบบนี้แต่
  169. 8:30สุดท้ายแล้วมันก็ต้องใกล้เคียงตัวเราเอง
  170. 8:32มากที่สุดนะคะใกล้เคียงตัวเองเรามากที่
  171. 8:34สุดจะบอกว่าการการที่เราสื่อสารนะคะการ
  172. 8:39ที่เราสื่อ
  173. 8:40สารบุคลิกท่าทางมันจะออกมาบอกคนตรงข้าม
  174. 8:46ว่าเราเป็นยังไงนะฮะเราเป็นยังไงนะคะอ่ะ
  175. 8:51นะคะดังนั้นเราก็จะมาพูดถึงในส่วนของการ
  176. 8:54เอ่อวิเคราะห์สังเคราะห์ประเมิน 3 ซึ่ง
  177. 8:56ตรงเนี้ยจริงๆเราเรียนมาแล้วใช่มยในภาษา
  178. 8:59ไทยอาจารย์ก็จะเสริมให้เพิ่มเติมไปอีกนิด
  179. 9:02นึง
  180. 9:04เนาะต้องเรียกภาษาไทยแล้วใช่
  181. 9:07มั้ยเหมือนเพิ่งสอน
  182. 9:10ไปสอนห้อง 13 หรือ
  183. 9:13เปล่าอาจารย์ก็เยอะห้องแล้วงงตอน
  184. 9:17นี้อ่ะนะจริงๆของเราก็เรียนไปแล้วเนาะก็
  185. 9:21มาทบทวนกันนิดนึงซึ่งในส่วนของตัวทั้ง 3
  186. 9:24ตัว
  187. 9:25เนี่ยมันก็อยู่ในตัวพวกเราอยู่แล้วมีมาก
  188. 9:28มีน้อยนะคะมีมากมีน้อยเนาะแล้วก็จะมีบาง
  189. 9:31กลุ่มที่ต้องใช้งานเวลาทำงานเราก็จะมีการ
  190. 9:35ใช้สิ่งเหล่านี้เข้าไปด้วยเพื่อเกิดความ
  191. 9:37เข้าใจมากขึ้นเราก็มาดูเพิ่มเติมนิดนึง
  192. 9:39ว่าไอ้คำว่าวิเคราะห์นะคะวิเคราะห์
  193. 9:43analysis นะหรือสังเคราะห์นะคะ synthesis
  194. 9:49หรือประเมินสารนะคะ evalu นะคะ 3 ตัว
  195. 9:52เนี้ยอะไรที่เราเราคิดว่าเราใช้มากสุด
  196. 9:56หรือใช้จริงๆใช้ทุกอย่างแต่ว่าเราไม่รู้
  197. 9:59ว่าตัวไหนมันชัดเจนอะไรยังไงเนาะมาดูตัว
  198. 10:01แรกนะคะวิเคราะห์ analysis ก็คือการแยก
  199. 10:04แยะเนื้อหาหรือข้อมูลออกเป็นส่วนย่อยๆ
  200. 10:08เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างหรือความสัมพันธ์
  201. 10:11คือสเอ่อ process เนี้ยคือหรือคำคำเนี้ย
  202. 10:16นะฮะมันเป็นการเค้าเรียกว่าเอ่อจะบอกว่า
  203. 10:21มันเป็นการเอาข้อมูลที่เรามีอ่ะเหมือนเอา
  204. 10:24ข้อมูลที่เรามีไม่ว่าจะจากช่องทางไหนก็
  205. 10:27ตามนะคะไม่ว่าไม่ว่าจะช่องทางไหนก็ตามเรา
  206. 10:32ต้องนำมาวิเคราะห์แยกแยะนะแยกคือรวบรวม
  207. 10:37อ่ะเป็นการรวบรวมข้อมูลคือก่อนที่เราจะทำ
  208. 10:40อะไรก็ตามเราต้องมีการรวบรวมข้อมูลถูกมั้
  209. 10:41คะแล้วก็เอาข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์
  210. 10:44หรือเราไปรับปัญหาจากใครสักคนนึงก็มามา
  211. 10:47ปึ๊บเนี่ยเหมือนงานอาจารย์เนี่ยมันเป็น
  212. 10:49งานแบบนี้เลย
  213. 10:51นะเอ่อเป็นมาเป็นงานประเภทนี้เลยน่ะคือ
  214. 10:54แบบเรารับปัญหาเข้ามาปึ๊บเนี่ยเราต้องมา
  215. 10:57วิเคราะห์แล้วเฮ้ยเบื้องต้นเบ้าเรียกว่า
  216. 11:01analis เนาะก็คือเบื้องต้นน่ะวิเคราะห์
  217. 11:04ซิว่าปัญหานี้มันเป็นปัญหา
  218. 11:07อะไรง่ายๆง่ายๆเลยทำยังเอ่อถ้าถ้าแบบได้
  219. 11:14เลยปึ๊บเราบอกเข้าไปเลยว่าเป็นแบบ
  220. 11:16แต่ถ้าปัญหาอะไรที่มันมีความซับซ้อนเราก็
  221. 11:20ต้องไปเอาข้อมูลแล้วก็สร้างความเข้าใจกับ
  222. 11:23ข้อมูลเหล่านั้นก่อนแล้วเราก็เอามา
  223. 11:26วิเคราะห์ต่อเป็น 1 2 3
  224. 11:294 นะพอเราวิเคราะห์แล้วเนี่ยเอ่อเรา
  225. 11:33วิเคราะห์แล้วเราก็ต้องถามตัวเองด้วยนะ
  226. 11:35ว่าเฮ้ยวิเคราะห์ไปแล้วเราจะเอาเราเราจะ
  227. 11:38เอาไปทำอะไรต่อวัตถุประสงค์การนำเนื้อหา
  228. 11:41พวกนี้มาวิเคราะห์อย่างของอาจารย์เนี่ย
  229. 11:44ส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์เนาะเพราะว่าเอ่อ
  230. 11:46มันใกล้ตัวที่สุดเวลาอาจารย์นับเนื้อหามา
  231. 11:49อาจารย์ก็จะไปวิเคราะห์เอามาก่อนปัญหา
  232. 11:52ปึ๊บวิเคราะห์เบื้องต้นถ้ามันต้องไปต่อไป
  233. 11:54วิเคราะห์ต่อไปหาข้อมูลเพิ่มไปเช็คข้อมูล
  234. 11:57เพิ่มเอาข้อมูลมาเสร็จแล้วก็เอามา
  235. 12:00วิเคราะห์แล้วมาวิเคราะห์ว่าเฮ้ยฉัน
  236. 12:02วิเคราะห์เสร็จแล้วฉันจะเอาข้อมูลเนี้ยไป
  237. 12:04เอาไปใช้อะไรต่ออย่างเช่นเอาไปแก้
  238. 12:09ปัญหาเอาไปบอก
  239. 12:11user ว่าฉันเค้าเป็นอะไรโปรแกรมเป็นอะไร
  240. 12:14ทำไมมี
  241. 12:16ปัญหาถ้าเกิดเราหาเราไม่รู้วัตถุประสงค์
  242. 12:19เราเราจะเอาข้อมูลมาใหม่ถูกมั้ยก็มา
  243. 12:22วิเคราะห์แล้วเอาไปบอก User หรือเอาไปบอก
  244. 12:29โปรแกรมเมอร์เอาไปบอกเจ้าของโปรแกรมอ่ะ
  245. 12:32กลุ่มโปกลุ่มเจ้าของโปรแกรมเนาะอ่ะสมมุติ
  246. 12:34ว่าอาจารย์อาจารย์ได้อาจารย์ต้องเอาไป 2
  247. 12:37ทางก็คือต้องการเอาไปให้ไปแจ้ง user ว่า
  248. 12:40ปัญหาเป็นอะไรแล้วก็ไปบอกปัญหาเนี้ย
  249. 12:44กับเอ่อกลุ่มDevopีแล้วกันนะคะอาจารย์ก็
  250. 12:48จะวิเคราะห์ออกมา 2 กลุ่มกลุ่ม
  251. 12:51วัตถุประสงค์ของทำยังไงให้ user เข้าใจ
  252. 12:55ว่าปัญหาเนี้ยมันจะต้องถูกแก้ไขด้วย
  253. 13:00developer แล้วแต่เราอ่ะแต่เราอ่ะต้อง
  254. 13:04บอกว่ามันเป็นปัญหานี้เพื่อที่เพื่อที่จะ
  255. 13:07ไปทำต่อแต่ว่าเราต้องเราต้องมีข้อเสนอ
  256. 13:10เพิ่มด้วยนะว่าเราจะทำอะไรต่อไปเนี่ยเรา
  257. 13:15ต้องวิเคราะห์แล้วก็หาคำพูดหาภาษาเพื่อ
  258. 13:19ที่เอาไปสานต่อเอาไปบอกต่ออันเนี้ยถามว่า
  259. 13:25ยากมั้ยถ้าในความเป็นจริงของอาจารย์เนาะ
  260. 13:27ด้วยความอาจารย์ทำงานตรงเนี้ยมางานพวก
  261. 13:30analysis พวกนี้นะก็ 10 กว่าปี
  262. 13:34เนาะช่วงแรกๆมันยากมั้มันยากเพราะว่าอะไร
  263. 13:38เพราะบางทีประสบการณ์เรายังน้อยนะคะ
  264. 13:40ประสบการณ์เรายังน้อยเราเราบางทีมันยัง
  265. 13:43ไม่มีแบบเค้าเรียกว่าอะไรนะ
  266. 13:46อ่าเค้ายังเรียกว่ายังไม่มีประสบการณ์น่ะ
  267. 13:49พอมันคิดอะไรได้มันยังคิดไม่ถึงคิดไปไม่
  268. 13:52ถึงจุดอื่นดังนั้นเวลาเราเราทำอะไรตัวคน
  269. 13:55เดียวมันอาจจะได้มองแคบๆอ่ะอาจจะได้แคบ
  270. 13:58แคบแค่นี้แต่ถ้าเกิดเรามีหัวหน้าแล้วหัว
  271. 14:02หน้าไกด์ไลน์ให้เราได้เราอาจจะแยกไปอีก
  272. 14:04เป็นแบบกว้างขึ้นกว้างขึ้นไปอย่างนี้บาง
  273. 14:08ทีมันมองมันมองแค่นี้ไงบางทีเรามองอ่ะแต่
  274. 14:10พอเราได้ความมีประสบการณ์มากขึ้นมีหัว
  275. 14:13หน้าให้ปรึกษาขึ้นมันก็จะเริ่มแบบเฮ้ย
  276. 14:16กว้างขึ้นกว้างขึ้นกว้างขึ้นมันเลยหาช่อง
  277. 14:19ว่างได้ยากอะไรอย่างเงี้ยอาจจะแบบช่องหา
  278. 14:22ช่องปิดได้หรือเรามีประสบการณ์ในเรื่อง
  279. 14:24การซัพพอร์ตโปรแกรมนี้เยอะมันพอมันเห็น
  280. 14:27ปุ๊บมันวิเคราะห์ได้เลยเราก็บอกลูกค้าไป
  281. 14:29เลยแล้วก็ไปบอกโปรแกรมเมอร์ว่าเธอฉันมี
  282. 14:31โปรแกรมมีปัญหาแบบนี้นะ 1 2 3 4 ทำทำ
  283. 14:34แบบเป็นเอกสารแบบซmอี่ปัญหาว่าโหมันก็มัน
  284. 14:38เยอะนะเป็นอาจารย์อย่างี้คือทำงานแบบคือ
  285. 14:40เหมือนเหมือนง่ายแต่เราอ่ะดูเหมือนง่าย
  286. 14:44แต่คนอื่นมองมาอาจจะดูยากก็ได้เพราะว่า
  287. 14:47อะไรเพราะคุณอาจจะไปรับไปรับศามาต้อง
  288. 14:50วิเคราะห์เสร็จแล้วต้องถ้าต้องมา
  289. 14:53วิเคราะห์อีกว่าฉันจะส่งต่อหรือไม่ส่งต่อ
  290. 14:55ดีถ้ามันจบที่ฉันจะดีมากเหมือนจบที่เรา
  291. 14:59อ่ะหมายถึงว่าฉันแก้ปัญหาแล้วจบเลยไม่
  292. 15:02ต้องไปหาใครฉันจบที่ฉันมันมันก็มันก็มัน
  293. 15:07ก็ดีไงดังนั้นการทำงานเป็นคนกลางที่ต้อง
  294. 15:11มานั่งวิเคราะห์มันก็จะแบบยากนิดนึงนะคะ
  295. 15:14เพราะว่าเราต้องสื่อสารหลายฝ่ายนะคะจริงๆ
  296. 15:20ตอนแรกอาจารย์ก็มองว่าเอ๊ะด้วยความที่เรา
  297. 15:24ดูเหมือนคนเป็นคนพูดน้อยเนาะแต่จริงๆแล้ว
  298. 15:27กลับเป็นกลายเป็นคนที่ต้องเจอคนเยอะแยะ
  299. 15:30มาก
  300. 15:31มายแต่ไม่ได้เห็นหน้านะเออนะด้วยด้วย
  301. 15:36เมื่อก่อนมันเป็นโปรแกรมเมอร์เนาะ
  302. 15:38โปรแกรมเมอร์มันจะแบบทำงานอยู่คนเดียวตึๆ
  303. 15:40ๆไม่ได้คุยกับใครคุยแค่ SA หรือProเject
  304. 15:43Managอแต่พอเป็น SA ปุ๊บมันก็จะแบบอ่า SA
  305. 15:46ได้คุยลูกค้าบ้างแต่พอเป็นคซultปุ๊บมัน
  306. 15:50ได้คุยกันแบบเราติดกับลูกค้าเลยนะคะดัง
  307. 15:53นั้นวิเคราะห์เราก็ต้องแยกแยะให้ถูกเนาะ
  308. 15:56แยกแยะให้ถูกนะคะอ่าดูว่าใครเป็นคนส่งสาร
  309. 16:01ให้เรานะคะสื่อสื่อกันผ่านช่องทางไหน
  310. 16:06ออนไลน์โทรศัพท์หรือ Message Messenger
  311. 16:09Messenger ในแอปพลิเคชัใน Line ในอะไร
  312. 16:12อย่างเงี้ยนะคะหรือวัตถุประสงค์เราจะเอา
  313. 16:14ไปให้ใครเราจะสื่อกับ
  314. 16:17ใครมีวัตถุประสงค์อะไรอ่ะที่จะวิเคราะห์
  315. 16:21นะหรือกลุ่มเป้าหมายเราคือ
  316. 16:23ใครเราก็ต้องเพราะว่ามันจะได้วิเคราะห์
  317. 16:25ถูกนะคะใช้ภาษายังไงในการที่จะไปสื่อกับ
  318. 16:29เขาภาษาทางการภาษาทั่วไป
  319. 16:31ภาษา
  320. 16:33เทคนิคalคือในในส่วนของอาจารย์มันก็จะมี
  321. 16:36ภาษาเทคนิคalภาษาแบบภาษาทำยังไงให้เขา
  322. 16:40เข้าใจว่าทำเรื่องเป็นเรื่องมันต้องใช้
  323. 16:42ภาษาเยอะ
  324. 16:43มากเออคุยกับโปรแกรม Develop Team ก็
  325. 16:47ต้องพูดแบบภาษาเทคนิคalถ้าพูดกับลูกค้าก็
  326. 16:50ต้องพูดแบบภาษา Business อ่ะมันมี
  327. 16:52Business กับTeทคnicalนะคะ Business
  328. 16:55คือเอ่ออ่ะอย่างคุณอย่างคุณใช้อใช้
  329. 17:00โทรศัพท์เนี้ยอย่างมีคนบอกใช้โทรศัพท์ไม่
  330. 17:02เป็นอาจารย์ต้องไปพูดถึงการใช้โทรศัพท์
  331. 17:05ให้พวกเราใช้งานได้ง่ายๆใช้ภาษาง่ายแต่พอ
  332. 17:08บอกว่าเฮ้ยภาษาโรศัพท์เนี้ยมันมีปัญหา
  333. 17:12อาจารย์ก็ต้องเอาโทรศัพท์เนี้ยไปอธิบาย
  334. 17:14ให้หรอกบอกว่าเฮ้ยตรงนี้มันมีปัญหานะมัน
  335. 17:16ไม่ compatible กันกดปุ่มนี้ไปนู่นนี่ไอ้
  336. 17:20พวกเนี้ยพูดไปเนี่ยพวกเราอาจจะงงไม่เข้า
  337. 17:22ใจแต่ถ้าเกิดเราพูดง่ายๆมันก็จะดูซอฟลง
  338. 17:28แต่ว่านั่นแหละมันอยู่ที่การใช้ภาษา
  339. 17:30เหมือนพวกเราเราไปใช้ภาษาเราเป็นลูกเป็น
  340. 17:33เป็นพนักงานต้อนรับเราไปใช้ภาษากับลูกค้า
  341. 17:36อีกแบบ
  342. 17:37อยู่แต่เวลาเราไปติดไปไปคอนแทaคกับเอ่อคน
  343. 17:42ในครัวสมมุติว่าพนักงานสั่งอาหารใช่ป่ะ
  344. 17:45แต่เอ่อลูกค้าสั่งอาหารแล้วเราต้องไปคุย
  345. 17:47กับทางแม่ครัวพ่อครัวเงี้ยเราก็ต้องใช้
  346. 17:50ภาษาอีกภาษานึงถูกป่ะลองสังเกตนะอ่ะลอง
  347. 17:53สังเกตนะให้สังเกตเอาว่าใช้
  348. 17:56ภาษาในงานตัวเองอ่ะแต่ละแต่ละด้านน่ะใช้
  349. 18:01ภาษาเหมือนกันมเอออาจเดียวกันมันอาจไงแต่
  350. 18:05ถ้าเป็นคนละด้านน่ะเราจะต้องสื่อสารยังไง
  351. 18:08ให้เค้าเข้าใจของเรานะคะอ่ะอันนี้คือใน
  352. 18:12ส่วนของวิเคราะห์ analysis นะคะอะไรก็ตาม
  353. 18:16อ่าก็มองเห็นภาพเนาะถ้าเป็นเราก็เวลาเรา
  354. 18:19ง่ายๆเวลาเราไปฟังข่าวอ่ะเราวิเคราะห์
  355. 18:22มเอ้ยวิเคราะห์สิสงสัยมันเป็นอย่างงั้น
  356. 18:26มันอย่างงี้นู่นนี่นั่นนั่นคือวิเคราะห์
  357. 18:28แล้วนะนั่นคือวิเคราะห์แล้วนะคุณ
  358. 18:30วิเคราะห์ข่าวแล้วนะคะอ่ะถัดมานะคะถัดมา
  359. 18:36นะสัง
  360. 18:37เอ่อเมาส์เยอะตัวเหลือเกิน
  361. 18:42ฉันเอ่อสังเคราะห์นะ
  362. 18:48คะsyินะคะรวมกันการนำข้อมูลหรือสาระ
  363. 18:54สำคัญจากหลายแหล่งนะคะมารวมกันสร้างความ
  364. 18:59สร้างเค้าเรียกว่าสร้างเป็นแนวคิดหรือ
  365. 19:03เนื้อหา
  366. 19:05ใหม่เค้าเรียกว่าอะไรสังเคราะห์ก็คือการ
  367. 19:09เอาการรวบรวมข้อ
  368. 19:12มูลที่มีมาจัดเรียงใหม่เอาง่ายๆการรวบรวม
  369. 19:16ข้อมูลมาจัดเรียงใหม่เหมือนเราเรียนความ
  370. 19:19ป่ะคล้ายๆอ่ะแต่มันอาจจะมีสาระมากกว่า
  371. 19:23อะไรอย่าเงี้ยเพื่อสร้างให้เป็นการเอามา
  372. 19:27สรุปแล้วกันเรียงความใหม่หรือเอามาสรุป
  373. 19:30ใหม่ให้มันได้เป็นแบบที่ไม่ได้แบบทิ้ง
  374. 19:33ความจริงไปนะให้มันยังอยู่ความจริงเท่า
  375. 19:36เดิมแต่ว่าความจริงเหมือนเดิมแต่ว่าเอามา
  376. 19:40ให้มันแบบดูกระทัด
  377. 19:42รัดเค้าเรียกว่ามันมาจากหลายที่อ่ะเราก็
  378. 19:45มาสเหมือนเหมือนเราไปเอา
  379. 19:47ข่าวดูข่าวเศรษฐกิจ
  380. 19:50มาช่องนั้นวิเคราะห์แบบนี้ช่องนี้
  381. 19:52วิเคราะห์แบบนี้วิเคราะห์แบบนี้วิเคราะห์
  382. 19:54แบบนี้ 5 ช่องอ่ะวิเคราะห์ไม่เหมือนกัน
  383. 19:56เลยเราก็เอาไอ้ 5 ช่องอ่ะมารวมกัน
  384. 20:00เออเอาความจริงที่เป็นไปได้อ่ะ
  385. 20:03มาให้มันเหลือเป็นของเราเป็นเรียงเป็นแบบ
  386. 20:08ฉบับ
  387. 20:09ใหม่นะเป็นการเค้าเรียกว่า
  388. 20:13อ่าก็เหมือนสรุปแหละเนาะสรุปข่าวก็เหมือน
  389. 20:17มีรายการใดรายการหนึ่งขึ้นมาเพื่อเอามา
  390. 20:21สรุปให้เรา
  391. 20:22อ่ะช่องนั้นเว่างงั้นช่องนี้ว่าอย่างงี้
  392. 20:25ก็เอามาอย่างนิดอย่างหน่อยอันไหนเหมือน
  393. 20:27กันก็เอามาชนกันดิเออว่ามันมันเหมือนกัน
  394. 20:30มั้ยถ้าเหมือนกันก็โอเคไม่เหมือนกันก็ลอง
  395. 20:32ไปดูอีกช่องอื่นสิว่ามันไอ้ตรงเนี้ยจุด
  396. 20:34พอยจุดเนี้ยพอย์เนี้ยเหมือนกันหรือ
  397. 20:37เปล่านะมันเป็นการสังเคราะห์ศาลใหม่
  398. 20:40สังเคราะห์คือการสร้างขึ้นมาใหม่นะคะต่าง
  399. 20:44กันเนาะวิเคราะห์สังเคราะห์นะคะแล้วก็
  400. 20:46ประเมินกับการประเมินศาลประเมินค่าศาลนะ
  401. 20:50คะตัวนี้ก็เป็นเอ่อในเรื่องของการเค้า
  402. 20:54เรียกว่าการตัด
  403. 20:57สินการประเมินการตัดสินดูคุณภาพภาพนะฮะ
  404. 21:03คุณภาพของ
  405. 21:04ของข้อมูลนั้นๆความถูกต้องความน่าเชื่อ
  406. 21:08ถือแล้วก็ประโยชน์ของสารนั้นๆที่ได้ที่
  407. 21:13เราได้รับมันก็เหมือนเป็นการประเมิน
  408. 21:16ประเมิน
  409. 21:17ค่าเนาะประเมินค่าว่าอ่ะคุณสังเคราะห์มา
  410. 21:21เสร็จและมันต้องมีคนตรวจใช่มั้คะอาจจะมี
  411. 21:24แบบ QC ตรวจไม่รู้ว่าเค้าเค้าเรียกว่า
  412. 21:27อะไรอ่ะที่ตรวจเรื่องเอกสารอ่ะก็จะมีคน
  413. 21:29ตรวจให้ก็เหมือนเวลาเราทำวิจัยอ่ะพวกเรา
  414. 21:35ยังไม่เคยทำวิจัยเนาะปกติเวลาเราทำวิจัย
  415. 21:37อ่ะค่ะเอ่อไม่แน่ไม่แน่ใจปริยาตรีจะได้ทำ
  416. 21:41หรือเปล่า
  417. 21:42นะแต่
  418. 21:44แต่โทรได้ทำนะโทรได้
  419. 21:49ทำทำนะอาจารย์จำได้ว่าปริยาตรีอาจารย์ทำ
  420. 21:52แต่ไม่แน่ใจว่าพวกรุ่นพวกเราจะได้ทำหรือ
  421. 21:54เปล่าถ้าเรียน
  422. 21:58ปริญญาตรีปกติอ่ะเรา
  423. 22:01ทำเราทำวิจัยเนี่ยหรือทำโปรเจคอะไรบาง
  424. 22:08อย่างเราทำเสร็จแล้วต้องให้อาจารย์ตรวจ
  425. 22:11ให้ใช่มั้ยคะอาจารย์ช่วยดูช่วยดูให้ว่า
  426. 22:16มันมันโอเคมั้ยก็ประเมินกับประเมินตรวจ
  427. 22:20สอบเบื้องต้นตรวจสอบอะไรบางอย่างความถูก
  428. 22:24ต้องนะคะแต่จริงๆแล้วอ่ะสุดท้ายแล้ว
  429. 22:28อ่ะมันก็ต้องผ่านขบวนการนะผ่านขบวนการทำ
  430. 22:33ทำเค้าเรียกว่าregิวิจัยเราอ่ะเอาวิจัย
  431. 22:38เราเข้าไปอยู่ในในสารระบบอ่ะอันนี้พอเรา
  432. 22:42รู้เราเราพอรู้เนาะดังนั้นวิจัยทุกเล่ม
  433. 22:45ที่เราทำมาเนี่ยจะต้องถูกregิขึ้น
  434. 22:48ระบบใครเสิร์ชหาต้องรู้จักต้องสามารถเอา
  435. 22:52ไปดูได้อ่ะในประเทศไทย
  436. 22:54อ่ะเออคือเมื่อก่อนอาจารย์ก็ไม่รู้หรอก
  437. 22:58ว่าเเวลาเค้าตรวจตเค้าตรวจเค้าตรวจ
  438. 23:00ประเมินศาลพวกเนี้ยเอ่อตรวจศาลพวกเนี้ย
  439. 23:05เค้าเค้าตรวจยัง
  440. 23:07ไงแต่ 10 ประมาณ 10 ปี
  441. 23:12มั้ย 5 ปีย้อนหลังไปแล้ว
  442. 23:16กัน 5 ปีย้อนหลังไปแล้วกันอาจารย์เพิ่งมา
  443. 23:19รู้ process ของปัจจุบันว่าเค้าทำยังไง
  444. 23:22คือเค้าไม่ได้ตรวจด้วยมือด้วยอะไรแล้วนะ
  445. 23:26เมื่อก่อนเนี่ยเมื่อก่อนเนี่ยเค้าเค้า
  446. 23:28เรียกว่าทำวิจใจเสร็จปุ๊บเล่มนึงใช่มั้
  447. 23:30เล่มใหญ่สมมุติว่าเล่มใหญ่เท่าเนี้ย
  448. 23:32อาจารย์ไม่รู้ว่าเค้าตรวจวิธีการตรวจยัง
  449. 23:34ไงแต่รูปแบบ format ทุกอย่างเค้าตรวจอาจ
  450. 23:37จะประเมินด้วย
  451. 23:39ตาเนื้อหาอาจจะประเมินด้วยคนที่มีความ
  452. 23:43เชี่ยวชาญน่ะเออด้วยการอ่านหรืออะไรก็ว่า
  453. 23:46กันไปนะคะแต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างงั้นแล้ว
  454. 23:50นะตอนเนี้ยใคร
  455. 23:53เรียนไม่รู้อาจารย์ว่าสแตนดารเหมือนกัน
  456. 23:55หรือเปล่านะแต่ในแต่ละที่ไม่ว่าใครจะ
  457. 23:58เรียนมหาลัยไหนก็ตามเวลาเค้าจะส่งเอกสาร
  458. 24:01ที่เป็นที่เป็นวิจัยอ่ะค่ะทุกวิทยาลัย
  459. 24:05มหาวิทยาลัย
  460. 24:06นะอย่างเช่นกลุ่มที่เป็นดอกเตอร์กลุ่มที่
  461. 24:09เป็นปริญญาโทแล้วคิดดูเค้าจบปีนึงจบกัน
  462. 24:12กี่รุ่นปีนึงจบกันเท่าไหร่เวลาเค้าเอาตัว
  463. 24:17เนี้ยไปตรวจในระบบอ่ะมันจะมีลิงก์ลิงก์
  464. 24:20กลางตัวตรวจตัวเนี้ยมันจะเป็นการ
  465. 24:24ตรวจทั้งประเทศไทย
  466. 24:26นะหมายถึงว่าคุณสมมุติว่าคุณทำเป็น PDF
  467. 24:30ใช่มั้ยคะสมมุติว่าหนาเท่านี้ใช่มั้ยคุณ
  468. 24:32คุณเมื่อก่อนน่ะเย็บเล่มส่งแต่ยังไม่เย็บ
  469. 24:36เล่มปกปกหนานะแต่สมัยนี้นะไม่ได้เย็บเล่น
  470. 24:40ไม่ได้ส่งบัตรหนาแล้วนะส่งไฟล์ PDF ไฟล์
  471. 24:43เดียวแล้วเค้าก็แอดเข้าไปในระบบให้ระบบ
  472. 24:47ตรวจเลยว่าคุณทำวิจัยเล่มเนี้ย PDF ไฟล์
  473. 24:52เนี้ยมีพารากราฟไหนที่เหมือนกับวิจัยที่
  474. 24:59อยู่ในระบบเกินเกินกี่บรรทัด
  475. 25:03นะ 2 หรือ 3 เนี่ยอาจารย์ไม่แน่
  476. 25:06ใจคือห้ามเหมือนกันเลย
  477. 25:09อ่ะเออนี่นคือ process ที่อาจารย์ทราบมา
  478. 25:14ล่าสุดทราบมาล่าสุดนะก็หมายความว่าไม่ว่า
  479. 25:19คุณจะจบเนี่ยถ้าคุณไปเรียนปริญญาปริญญาโท
  480. 25:22นะคุณโดนแน่ๆไฟล์ PDF ค่ะส่งเข้าไปในระบบ
  481. 25:28เพราะตอนนี้มันมี AI แล้วนี่ใช่มั้ย
  482. 25:31คะใช้ AI ตรวจ
  483. 25:34ค่ะเออเมื่อก่อนก่อนหน้า AI จะมาจริงๆมัน
  484. 25:40จริงๆ AI มันมานานแล้วนะทุกคนแต่ว่าพวก
  485. 25:43เราอาจจะไม่ได้แบบมันไม่มันไม่ได้อาจจะ
  486. 25:45บูมเหมือนตอนนี้อ่ะก่อนหน้านี้มันมามันมา
  487. 25:48ได้สักพักอ่ะก่อนที่มันจะมันจะดังๆนะคะ
  488. 25:51มันมาแต่มันมาในรูปแบบของการคือระบบ
  489. 25:55คอมพิวเตอร์อ่ะทุก
  490. 25:57มันสามารถเขียนโปรแกรมได้หมดแหละคุณอยาก
  491. 25:59ได้อยากทำ
  492. 26:01อะไรคือด้วยความที่เราเป็นโปรแกรมเมอร์
  493. 26:03อ่ะคือมันเขียนได้หมดเขียนให้ตรวจข้อสอบ
  494. 26:08ไอ้ตรวจไอ้พวกเนี้ยตรวจข้อความเนี่ยเกิน
  495. 26:122-3 บรรทัดเนี่ยมันตรวจได้หมด
  496. 26:14แล้วถ้ามันตรวจสอบเจอเป็นไงรู้มั้ยมันจะ
  497. 26:18มาร์คมาให้เลยตึ๊ดๆๆๆๆใน PDF อ่ะเค้าจะ
  498. 26:21ส่งกลับมาให้เราทันทีภายในกี่วัน
  499. 26:24นะภายใน 7 วันน่ะอันนี้อาจารย์เห็นเพื่อน
  500. 26:28อาจารย์จบนะอาจารย์เพือาจารย์จบไปประมาณ 4
  501. 26:30ปีที่
  502. 26:32แล้วน่าจะเป็น
  503. 26:34ม.ม.กรุงเทพฯเนาะปริยาโทกรุงเทพฯนะคะอตอน
  504. 26:41แรกอาจารย์เห็นใจจะตกใจตายแล้วถ้าเกิดฉัน
  505. 26:43เรียนฉันถ้าฉันจบช่วงหลังจากเนี้ยคือ
  506. 26:47อาจารย์จบเมื่อ 10 ปีที่แล้วเนาะถ้า
  507. 26:50อาจารย์ยังคิดเลยว่าถ้าเกิดอาจารย์จบช่วง
  508. 26:51ที่เค้าใช้ระบบแบบเนี้ยคงจะเหนื่อยน่าดู
  509. 26:56เพราะตอนที่ทำกับอาจารย์อีกน่ะทำวิจัย
  510. 27:00อ่ะก็โอ้โหทำกันหนักเหมือนกันเพราะว่าเรา
  511. 27:03เลือกแบบเราเราเลือกแบบแผนแผนที่มันทำแบบ
  512. 27:07กลุ่มอ่ะไม่ได้เลือกทำเดี่ยวอ่ะนะดังนั้น
  513. 27:11เราก็เรียนรู้เนาะว่าปัจจุบันเนี้ยมันไม่
  514. 27:13ได้ตรวจกันง่ายๆมันตรวจกันง่ายมากแต่เรา
  515. 27:17จะก๊อปกันยากขึ้นเข้าใจอาจารย์มั้ยกอปยาก
  516. 27:21ขึ้น
  517. 27:23จะคือทุกคนจะเข้าใจว่าเฮ้ยมันไปกอปจากที่
  518. 27:26อื่นได้อ่ะ Google เราก็มีเราไปเอามาบอก
  519. 27:30เลยไม่
  520. 27:31ได้อาจารย์บอกเลยว่าไม่ได้แต่ถ้าได้คุณก็
  521. 27:34ต้องใช้
  522. 27:35วิธีต้องมานั่งรีวิวเองอ่ะสมมุติว่าเอ่อ
  523. 27:39คุณไปกอปมา 2 บรรทัดใช่มั้ยแต่คุณก็ต้อง
  524. 27:41เอา 2 บรรทัดเนี้ยมาเขียนในรูปแบบของคุณ
  525. 27:43น่ะเข้าใจป่ะอย่าให้มันเหมือนเป๊ะเลยแต่
  526. 27:46ให้ให้ความหมายเหมือนกันแต่
  527. 27:49ว่าอย่าใช้คำเดียวกันอันนี้คือเทคนิคนะ
  528. 27:54อืมเพราะตอนที่ 10 ปีที่แล้วที่ทำกันก็
  529. 27:57แบบนี้แหละไปเอานี้ก็ตรงๆเนาะสมมติว่าไป
  530. 28:01เอาของรุ่นพี่มาแต่หัวข้อคล้ายๆกันมากเลย
  531. 28:04นะเราก็จะเอาหัวข้อของเขามาปึ๊บเราก็จะ
  532. 28:06แบบเอามาปรับเปลี่ยนนู่นนี่นั่นเสร็จแล้ว
  533. 28:09ปุ๊บส่งอาจารย์ให้อาจารย์ดูให้เนี่ยคือ
  534. 28:12การทำสมัยบัตรเมื่อ 10 ปีที่แล้วแต่ตอน
  535. 28:16เนี้ยน่าจะยากกว่าเดิมอาจารย์ว่าเพราะว่า
  536. 28:19การตรวจมันจะมันมันง่ายขึ้นแล้วมันไม่
  537. 28:21ต้องใช้คนตรวจแล้วอ่ะเมื่อก่อนใช้เวลา
  538. 28:24ตรวจนานมากนะคะเป็นเดือนนะเออถึงจะบอกว่า
  539. 28:28ผ่านหรือไม่
  540. 28:29ผ่านมันมีคนมันต้องมีคนตรวจแต่ตอนนี้มัน
  541. 28:33มีเครื่องตรวจแล้วนะเธอ 7
  542. 28:36วันเผลอๆแค่ 24 ชมงเอง
  543. 28:39นะอาจารย์จำได้ว่าไม่น่าจะไม่นัถึง 7 วัน
  544. 28:43น่าจะ 24 ชม.เพราะว่าระบบมันไม่ได้อ่าน
  545. 28:45ช้าขนาดนั้นนอกจากว่าคนเยอะส่งกันส่งกัน
  546. 28:49พร้อมเยอะพร้อมกันเยอะเพราะว่าเวลาเรา
  547. 28:51มหาลัยเค้าจบเ้าจะจบช่วงใกล้ๆกันใช่มั้ย
  548. 28:54คะนั่นแหละ
  549. 28:57เนาะอันนี้คือแชร์ให้ฟังว่าการประเมินสาร
  550. 29:00เนี่ยถ้านอกจากเอ่อตัววิจัยเนี่ยตัวที่
  551. 29:05น่าจะละเอียดสุดแล้วะแต่ถ้าเป็นตัวอื่นก็
  552. 29:07อย่างเช่นเราวิเคราะห์ทั่วไปเราสรุปข่าว
  553. 29:10นู่นนี่นั่นก็เป็นการประเมินว่าข้อมูล
  554. 29:13เนี้ยเป็นประโยชน์มั้ยถ้าเป็นประโยชน์ก็
  555. 29:15จะเอาสื่อออกไป
  556. 29:18สาธารณชนทำไมทำไมวิจัยเราต้องตรวจขนาด
  557. 29:20นั้นเพราะว่าเค้าต้องpublicับpublicับคือ
  558. 29:23ทุกคนสามารถเปิดอ่านได้เปิดอ่านได้นะคะ
  559. 29:27มันจะมีลองไปเสิร์ชดูก็ได้
  560. 29:30ว่าข้อมูล
  561. 29:33วิจัยหรือหรือเอ่อการเค้าเรียกว่า
  562. 29:38นะเอ่อการลงทะเบียนเอกสารวิจัยอ่ะลองลอง
  563. 29:42พิมพ์ดูใน Google เนี่ยนะคะแต่ของแต่ละ
  564. 29:46มหาวลัยก็น่าจะมีลิงก์ของเค้าอยู่เนาะ
  565. 29:50เวลาเค้าตรวจสอบไม่ได้ตรวจสอบแค่ประเทศใน
  566. 29:52มหาลัยนะเค้าตรวจสอบทั้งประเทศว่าถ้าเรา
  567. 29:56มีหัวข้อหัวข้อเหมือนกันคุณก็จะเอาหัวข้อ
  568. 29:59นั้นมาต่อเติมมาต่อยอดก็ได้แต่คุณต้อง
  569. 30:03อ้างอิงเนาะอันนั้นคือไปอันนั้นก็ไปค่อย
  570. 30:05ไปดูอีกทีนึงในเรื่องของการทำวิจัยนะดัง
  571. 30:09นั้นไอ้ 3 ข้อนี้นะพอจะแยกแยะออกได้เนาะ
  572. 30:12นะแยกแยะบอกก็ลองดูว่าอันไหนที่เราเรา
  573. 30:16อยู่ใกล้กับมันมากที่สุดอยู่กับมันบ่อย
  574. 30:18ที่สุดแล้วเวลาจริงๆอาจารย์เชื่อว่าก็แทบ
  575. 30:22จะทุกอันน่ะพวกเราน่าจะอยู่ในชีวิตประจำ
  576. 30:25ของพวกเราอยู่แล้วฟังข่าวทุกวันเราก็เรา
  577. 30:28ก็มีการได้วิเคราะห์การทำงานการไปไหนเรา
  578. 30:31ก็ต้องมีวิเคราะห์อยู่ตลอดเวลาอยู่ที่ว่า
  579. 30:33เราจะเอาข้อมูลมากน้อยแค่
  580. 30:35ไหนเวลาเราอยากกินอาหารอร่อยเราต้องเปิด
  581. 30:38Google มเปิดอาจารย์ก็เปิดนะคะก็คือการ
  582. 30:42สหารหาข้อมูลเนี่ยเพื่อจะไปในสิ่งในที่
  583. 30:46ที่อร่อยเหมือนกันนะคะเหมือนกันเวลาเราหา
  584. 30:49อะไรใน Google ก็คือเป็นการหาข้อมูลเพื่อ
  585. 30:52เอามาวิเคราะห์เอามาเป็นทางเลือกเป็น
  586. 30:54ช้อยส์นะอ่าอันนี้คือเรื่องของการ
  587. 30:58วิเคราะห์สังเคราะห์ประเมินสารนะ
  588. 31:02คะแล้วนอกจากนี้นะฮเราเอาสิ่งเหล่านี้มา
  589. 31:06เนาะสิ่งนึงที่เรา
  590. 31:08ก็ถ้าถ้าเป็นคนที่ทำงานจริงๆก็จะต้องเอา
  591. 31:12ไปสื่อออกไปหรือเอาไปพรีเซนเอาไปเอาไปพูด
  592. 31:18ให้คน
  593. 31:19ฟังถ้าอย่างอาจารย์ก็เอาไปอธิบายให้ user
  594. 31:24ฟังอธิบายให้โปรแกรมเมอร์ฟังอธิบายให้หัว
  595. 31:27หน้า
  596. 31:29ฟังเชื่อมั้ว่า 3 3 กลุ่มอาจารย์
  597. 31:33อธิบายเหมือนกันแต่ใช้คนละภาษาใช่มั้ย
  598. 31:39เรื่องเดียวกันแต่ใช้คนละ
  599. 31:41ภาษาถ้าเป็นอถ้าถ้าภาษาโปรแกรมเมอร์ก็จะ
  600. 31:44แบบโปรแกรมเมอร์อีกภาษานึงเลยแต่ถ้าเป็น
  601. 31:46หัวหน้ากับเป็น user อ่ะก็
  602. 31:50จะใกล้เคียงกันแต่ไม่แตกต่างกันนิด
  603. 31:55นึงอืมอาจารย์ถึงบอกว่าเอ่อก็อาจารย์ก็
  604. 31:59เลยชอบที่จะทำงานพวกนี้ไงเพราะว่าอะไร
  605. 32:02เพราะว่า
  606. 32:03เราเออเราทำได้อ่ะเราสามารถเข้าหาคน
  607. 32:07อธิบายคนได้ในในทางที่เค้าควรเข้าใจไม่
  608. 32:14ใช้คำอะไรที่มันยากให้เค้าเข้าใจง่ายๆนะ
  609. 32:18คะดังนั้นเช่นเดียวกันนะคะนอกจาก
  610. 32:22วิเคราะห์สังเคราะห์ประเมินสารแล้วนะสิ่ง
  611. 32:24นึงที่เราต้องเอ่อเรียนรู้ก็คือในเรื่อง
  612. 32:28ของการพูดในเชิงโน้มน้าว
  613. 32:32อาชีพนะคะการการพูดในเชิงโน้มน้าวเนี่ย
  614. 32:37ง่ายๆคืออะไรพูดให้คนเชื่อใช่มั้คือเป้า
  615. 32:42หมายของเค้าเนี่ยเป้าหมายของตัวเนี้ยพอ
  616. 32:43บอกว่าโน้มน้าวมันเชิงโน้มน้าวอ่ะแน่นอน
  617. 32:47เราเราต้องพูดหรือสื่อ
  618. 32:52สารให้กับคนที่เป็นภูมิเป้าหมายเราอ่ะ
  619. 32:59เพื่ออะไรนะเพื่อชักชวนจูงใจแล้วก็
  620. 33:05เปลี่ยนความคิดหรือทัศนคติสติของ
  621. 33:09เขานะคะให้เค้าพ้อยตามเราอ่ะหรือว่าเห็น
  622. 33:14ด้วยกับเราไป
  623. 33:16ด้วยหรือเราอยากให้เค้าทำ
  624. 33:19อะไรเราก็ต้องพูดให้เค้าเข้าใจแล้วก็โน้ม
  625. 33:23น้าว
  626. 33:24เค้านะโน้มน้าวเค้าถามว่าเจ้าอาจารย์เป็น
  627. 33:28คนโน้มน้าวเก่ง
  628. 33:30มั้ยไม่รู้แต่เวลาพูด
  629. 33:35ทีโน้มน้าวมันมันก็พูดอาจารย์เวลาอาจารย์
  630. 33:39พูดหรือจะอะไรก็ตามอาจารย์ก็จะเหตุผลเนาะ
  631. 33:43ด้วยใช้ด้วยเหตุและผลถ้าเราเอาเหตุผลความ
  632. 33:47จริงมาพูดกันอาจารย์เชื่อว่าคนที่ฟังเรา
  633. 33:50เค้าก็เชื่อเค้าก็เชื่อแล้วยิ่งแล้วยิ่ง
  634. 33:56เอ่อด้วยพระพระอาจารย์อ่าอาจารย์ก็เป็น
  635. 34:00ส่วนหนึ่งมันก็จะเป็นตัวซัพพอร์ตแต่จริงๆ
  636. 34:02เชื่อเถอะในไม่ว่าคุณจะเป็นอาจารย์หรือ
  637. 34:06ไม่ไม่เป็นอาจารย์คุณก็ต้องมีสกิลด้านนี้
  638. 34:08อ่ะคุณต้องมีสกิลด้านนี้อ่ะเวลาคุณไปเสนอ
  639. 34:13งานคุณไปขายของคุณทำหน้าที่ทำงานหน้าที่
  640. 34:17การงานตัวเองอ่ะอาจารย์เชื่อว่าในเนี้ย
  641. 34:20หลายคนที่น่าจะมีหน้าที่การงานที่ต้องแบบ
  642. 34:24พูดโน้มน้าว
  643. 34:26อ่ะบางคนอาจจะพูดเก่งกว่าอาจารย์ด้วยนะ
  644. 34:30คะการพูดโน้มน้าวเนี่ยมันมีหลากหลาย
  645. 34:33สถานการณ์นะคะหลากหลายสถานการณ์หลากสหลาก
  646. 34:36หลายเอ่อโครงสร้างเค้าเรียก
  647. 34:40ว่ารูป
  648. 34:42แบบการพูดในรูปแบบ
  649. 34:46ของเจ้าของ
  650. 34:48บริษัทการพูด
  651. 34:50ในรูปแบบของขายสินค้าใช่มั้ยชักชวนลูกค้า
  652. 34:56ซื้อของอ่ะหรือการพูดใน
  653. 35:00เชิงมารับสมัครงานน่ะเราเคยเห็นมั้ยเวลา
  654. 35:04เราเรียนมารายเออไม่ไม่น่าเคยเลยมั้ยที่
  655. 35:07แบบในมหาลัยแล้วมีแบบกลุ่มที่เป็นแบบหา
  656. 35:11งานน่ะเข้าไปตั้งโต๊ะอยากให้เราทำงานด้วย
  657. 35:14อย่างเงี้ยหรืออาชีพไหนที่แบบเค้าอยากให้
  658. 35:18เราทำอ่ะเค้าก็ต้องโน้มน้าว
  659. 35:20มั้ยสร้างแรงจูงใจอยากทำงานเยอะนะคะเยอะ
  660. 35:26มันก็จะมีนักพูดกลุ่มเหล่าเนี้ยอยู่เยอะ
  661. 35:28มากบางทีอาจารย์ก็ยังชอบนะว่าคนเออเค้า
  662. 35:31พูดยังไงทำให้ให้อยากทำทำงานด้วยนักพูด
  663. 35:36มันก็จะมีนักพูดนะคะนักพูดที่ถูกสร้างมา
  664. 35:40หรือนักพูดที่เป็นนักพูดอยู่แล้ว
  665. 35:42อ่ะนะหรือจะเป็นนักเอ่อเป็นกลุ่ม
  666. 35:48ที่ขายงานไอขาย
  667. 35:51ไอเดียขายไอเดีย
  668. 35:55คือขาย
  669. 35:57โปรเจค
  670. 35:59ขายอะไรที่เกี่ยวกับ
  671. 36:02พวกทำงานเป็นทีม
  672. 36:04คือจริงๆอ่ะมันก็จะมีงานพวกนี้อยู่โดย
  673. 36:09เฉพาะกลุ่มที่เป็นแบบพวกกลุ่มเซลล์อ่ะ
  674. 36:12กลุ่มเซลล์กลุ่มนักขายอ่ะเออทำยังไงให้
  675. 36:15เค้าแบบอ่าเค้าเรียก
  676. 36:19ว่าขายเก่งขายยังไงให้คนแบบอยากซื้อนะทำ
  677. 36:25ยังไงให้อยากคนอยาก
  678. 36:27ซื้ออ่ะอันนี้คือความหมายเนาะดังนั้นดัง
  679. 36:31นั้นในแต่ละคนก็มีความความที่สามารถภูมิ
  680. 36:35ล้นนานได้จริงมั้ยจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่
  681. 36:38ที่เราฝึกนะคะจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
  682. 36:41ที่เราฝึกอ่ะถ้าเรื่องสอนอาจารย์ไม่ห่วง
  683. 36:44เลยเหรอตัวอาจารย์นะแต่ถ้าอาจารย์เคยบอก
  684. 36:47พวกเราใช่มั้ว่าสิ่งนึงที่อาจารย์ยังไม่
  685. 36:48เคยทำคือเรื่องขายอาจารย์ไม่รู้เลยว่าถ้า
  686. 36:51เกิดฉันไปขายจะบอกให้ลูกค้าว่าซื้อของฉัน
  687. 36:54ยังไงเหมือนกันในในช่วงชีวิตนึงช่วงที่จบ
  688. 36:58ใหม่
  689. 36:59ๆหรือหรือทำงานแล้วนะก็มีหลายคนที่มาชวน
  690. 37:05อาจารย์
  691. 37:07ไปประกันน่ะ
  692. 37:10เออคือเชื่อมั้ว่าเอ่อด้วยความที่เป็นคน
  693. 37:13ไม่ชอบขาย
  694. 37:15เนาะเหมือนเรา
  695. 37:16โดนพี่ๆแบบเอ้ย
  696. 37:19ไปอบรม
  697. 37:21มั้ยเหมือนตอนนั้นเป็นอาชีพที่
  698. 37:25แบบไม่รู้ว่าฮิตหรือว่าต้องการเซลล์ไม่
  699. 37:28รู้นะคือมันฮิตมากสำหรับเด็กเด็กจบใหม่นะ
  700. 37:33เออจริงสำหรับเด็กจบใหม่เนี่ยฮิตมากเลย
  701. 37:36งานขายประกันเนี่ยแต่เป็นไงเข้าไปแล้วร่ม
  702. 37:39เข้าไปแล้ว
  703. 37:41ล่มใจไม่
  704. 37:44เอาเพราะมันเหมือนมันไม่มันไม่สามารถ
  705. 37:48ทำลายกำแพงตัวเองได้ป่ะกำแพงของอาจารย์
  706. 37:51คือโอ๊ฉันขายไม่ได้หรอกใครจะมาซื้อเออ
  707. 37:56เดี๋คิดอย่างี้เลยเอานักพูดสิทธิ์นักพูด
  708. 37:59มามาพูดน่ะได้วันเดียวอาจารย์พรุ่งนี้มา
  709. 38:02อาจารย์ก็บอกโอ๊ยไม่ขายหรอกขายไม่
  710. 38:05เป็นเออขายไม่เป็นการถ้าขายไม่
  711. 38:09เป็นก็อยู่หลายรอบอ่ะเป็นอาชีพพี่ตอนเนต
  712. 38:13จนกลัวไปเลยอย่ามาชวนฉันนะถ้าซื้อเดี๋ฉัน
  713. 38:16ซื้อเองแต่ถ้ามาถ้าขายอย่ามาชวนฉันนะฉัน
  714. 38:20ไม่ขายฉันไม่มีมีทุกวันนี้ก็ยังมีมา
  715. 38:25ชวนก็ว่าเพราะเห็นอาจารย์เป็นอาจารย์ไง
  716. 38:28พูดเชื่อน่าเชื่อถือ
  717. 38:31แต่แต่ฉันก็ยังตัดยังทำลายกำแพงตัวเองไม่
  718. 38:36ได้เรื่องเรื่องการ
  719. 38:38ขายอืมแม้กระทั่งวันนี้ไปขายใน ti ก็ยัง
  720. 38:42คำถละอ่าเค้าเรียก
  721. 38:44ว่าเออมันก็คือขายของไงอาจารย์เป็นคนที่
  722. 38:48ถ้าจะขายนะอยากขายของที่มันเป็นชิ้นเป็น
  723. 38:51อันถามว่าอแล้วประกันมันไม่เป็นชิ้นเป็น
  724. 38:54อันได้ยังไงจริงๆอ่ะประกันน่ะมันดี
  725. 38:58นะแต่มันมันถ้าเราไปขายถูกคนมันก็ได้ไง
  726. 39:03เออมันก็ได้ไงแต่ถ้าไปขายแบบคนที่ต่อต้าน
  727. 39:07เหมือนที่แตต่อต้านตอนเนี้ยตอนที่จะดัน
  728. 39:09เป็นเด็กอ่ะมันก็ยังไงมันก็ไม่เอานะทุก
  729. 39:14วันนี้ไม่อ่ะวันนี้วิ่งใส่เลยซื้อเลยถ้า
  730. 39:16เกิดมี
  731. 39:17ตังค์เพราะอะไรภาษีเยอะมากบอกเลยนะมัน
  732. 39:24มันจริงๆมันขายง่ายนะอาจารย์ว่านั่นแหละ
  733. 39:27มันก็ยังยังเค้าเรียกเรียกว่ายังยังไม่
  734. 39:31ทำลายทำลายกำแพงตัวเองเรื่องของการขาย
  735. 39:34ประกันเออจริงๆเพื่อนที่ทำงานขายเต็มเลย
  736. 39:38นะเอออาจารย์ก็งงเหมือนกันงงเหมือน
  737. 39:43กัน
  738. 39:45ว่าไม่หรอกไอ้ที่เค้าขายกันน่ะเพราะอะไร
  739. 39:48ป่ะเพราะเค้าสมัครเพื่อขายซื้อของตัวเอง
  740. 39:52แล้วก็เผื่อเพื่อนรอบๆข้างนั่นคือเหตุผล
  741. 39:55ที่เ้า
  742. 39:57ทำเออนั่นคือเหตุผลที่เทำอยู่ตอน
  743. 40:01อันนี้ก็แชร์ให้ฟังนะเรื่องของโน้มน้ำแต่
  744. 40:04ทุกวันนี้ก็แต่ทุกวันนี้ก็ถามว่าก็ยังมี
  745. 40:07คนตามให้ไปขายอยู่แต่เราก็เฉยๆเราชอบอะไร
  746. 40:12ที่มันมันท้าทายกว่านั้นขายประกันก็ท้า
  747. 40:17ทายแต่ฉันงานฉันเยอะแล้วฉันขอทำตรงนี้
  748. 40:20ก่อนเพราะฉันอยากทำตรงนี้มากกว่าอะไร
  749. 40:23ประมาณเนี้ยตามๆอยู่นะคะตามอยู่เพื่อนๆ
  750. 40:27กันเองนี่แหละนะคะแต่ว่าเราก็เฉยๆถ้าเรา
  751. 40:31ซื้อหรือเราซื้อเองเค้าไม่ตามที่จะขายนะ
  752. 40:33เค้าตามที่จะให้เราไปขาย
  753. 40:35ช่วยถ้าให้มันเป็นวิยากรน่ะได้เป็นให้
  754. 40:40ได้เออแต่จริงๆเป็นวิทยากรค้นจะซื้อได้นะ
  755. 40:45เอ่อคือคิดเองนะแต่ว่าแต่ว่าก็ก็ต้องถ้า
  756. 40:49จะอยากให้ฉันทำก็ต้องศึกษาทรัพย์ฉันด้วย
  757. 40:51แบบนี้สิจ้างฉันให้เป็นวิทยากรสิเออถ้า
  758. 40:56วันนึงฉันเปิดใจเดี๋ฉันก็ขายเองแหละอย่า
  759. 40:58บังคับเพราะว่าคนแบบอาจารย์บังคับไม่ได้
  760. 41:01นะคะดังนั้นก็การโน้ม
  761. 41:04น้าวมันอยู่ที่คนที่อยู่ที่เราฝึกด้วยนะ
  762. 41:08คะอยู่ที่เราฝึกด้วยแล้วก็อยู่ที่ความ
  763. 41:10สามารถในการพูดของเราด้วยถ้าเราพูดเก่ง
  764. 41:12เราก็สามารถโน้มน้าวเ้า
  765. 41:14ได้ยิ่งมีความรู้
  766. 41:17มากเราก็ยิ่งโน้มน้าเ้าได้มากเหมือนกัน
  767. 41:21ถ้าคุณเป็นprofessปessionalเลยนะไปพูด
  768. 41:23บัตร 1 2 3 4 นู่นนี่นั่นแป๊บเดียวคน
  769. 41:26ก็ซื้อเหมือนกันคุณขายของอ่ะถ้าคุณรู้ของ
  770. 41:30คุณรู้ผลิตภัณฑ์ที่คุณจะขายดี
  771. 41:32ๆคนเชื่อคนก็ซื้อนะ
  772. 41:37คะแต่แต่สิ่งนึงที่มันตามมาคืออะไรคะโอ๊ย
  773. 41:42ตอนขายก็พูดอย่างเงี้ยแต่พอซื้อไปแล้ว
  774. 41:45เป็นไง
  775. 41:46คะมันก็จะมันก็จะแล้วแต่คนเซอร์ิสอ่ะบาง
  776. 41:52อย่างเนาะบางอย่างเนาะดังนั้นไม่ว่าจะ
  777. 41:54อยู่ในงานด้านไหนก็ตามนะคะคุณก็จะมีสกิล
  778. 41:59ในเรื่องของการโน้มน้าวในด้านที่คุณทำ
  779. 42:03อาจารย์เชื่อแบบนั้นนะคะก็ต้องฝึกต้องฝึก
  780. 42:07กันไปเนาะอยู่เพราะว่าอะไรก็ตามที่มันไม่
  781. 42:10ฝึกอ่ะอย่างเป็นอาจารย์เ่ะถามว่าอาจารย์
  782. 42:12ฝึกมั้ยตอนที่เป็นอาจารย์ใหม่ๆอาจารย์ฝึก
  783. 42:15ทุก
  784. 42:15วันฝึกอะไรฝึกพูดบนน้ากระจกตอนที่เป็น
  785. 42:20อาจารย์ใหม่ๆนะคะเมื่อ 20 กว่าปีที่
  786. 42:25แล้วโหท่องเลยค่ะอาจารย์แทบเขียนเลยนะ
  787. 42:30เพราะเมื่อก่อนมันไม่มันไม่มีกระดานมัน
  788. 42:31มันไม่มีไม่มี
  789. 42:34PowerPoint เพราะในห้องสอนไม่มีจะไม่มี
  790. 42:36จอให้มีแต่กระดานแต่แต่ Microsoft เปิด
  791. 42:40อะไรมาหมดแล้วนะตรงตอนนั้น
  792. 42:42น่ะแต่ไม่คิดไงไม่มีใครเริ่มทำทุกคนทุก
  793. 42:48อาจารย์ทุกคนต้องถือหนังสือ 1 เล่มเดิน
  794. 42:50เข้าห้องแล้วก็สอนเด็กด้วยหนังสือ 1 เล่ม
  795. 42:53ณตอนนั้น
  796. 42:54น่ะเออเออ
  797. 42:57แล้วไม่ไม่มีคนเริ่มทำไม่มีคนเริ่มทำ
  798. 43:01PowerPoint
  799. 43:02อะไรนะคะ
  800. 43:05มีใครพูดอะไรมั้
  801. 43:11เสียงอาจารย์มีปัญหาว่าค่ะสัญญา
  802. 43:16เราดูของ
  803. 43:23อาจารย์ต่อนะชัดๆชัดใช่มั้ยของอาจารย์ชัด
  804. 43:29ใช่
  805. 43:31มั้ยบอกนะเพราะว่าอาจารย์ไม่แน่ใจว่า
  806. 43:33เสียงอาจารย์ชัดหรือเปล่าชัดครับอาจารย์
  807. 43:36อืโอเคอาจารย์โอเคนึกว่าไม่
  808. 43:41ชัดเพราะอาจารย์ก็เพิ่งรีสตาร์ทเครื่อง
  809. 43:44เมื่อกี้นี่เองเปิดไว้ตั้งแต่วันอาทิตย์
  810. 43:46ที่แล้ว
  811. 43:47อ่ะเครื่องอาจารย์นี่ใช้คุ้มมาก
  812. 43:50เลยใช้คุ้มจริง
  813. 43:52ๆถึงบอกว่าถ้าดับไปนี่คือต้องรอเลย
  814. 43:56นะปกติคนไอทอ่ะทำงานไม่ค่อยชัดดาวเครื่อง
  815. 43:59นะฮะบอกไว้ก่อนพอไม่ชัดดาวเครื่องปุ๊บ
  816. 44:02เครื่องเครื่องมันทำงานหนัก
  817. 44:05ไงก็จะแบบบางทีก็จะเออไป
  818. 44:10อ่ะต่อนะคะอ่ะถัดมานะการพูดเชิงเน้มนน้ม
  819. 44:14น้ในอาชีพเนาะก็จะมีความเหมาะสมในแต่ละ
  820. 44:17แต่ละคนอาจารย์เชื่อว่ามีมีทุกคนแต่ละ
  821. 44:20อาชีพก็จะแตกต่างกันไปด้วยภาษาและการใช้
  822. 44:24วิธีนะคะเอ่อเราก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยน
  823. 44:29ถ้าอยากจะโน้มน้าวเป็นก็ต้องฝึกนะคะก็
  824. 44:32ต้องฝึกเนาะอ่ะเดี๋มาดูว่าถ้าจะฝึกต้องมี
  825. 44:37อะไรบ้างเนาะในรูปขององค์ประกอบของการพูด
  826. 44:41โน้มน้าวนะคะมีอะไรบ้างนะคะอย่างที่
  827. 44:44อาจารย์พูด
  828. 44:47ตอสนะคะคือความน่าเชื่อเถื่อน่าเชื่อ
  829. 44:52ถือคือเอ่อความน่าจะถึงคือของเรานี่แหละ
  830. 44:57ของเรา
  831. 44:58หรือของสภาพแวดล้อมนะคะไม่ว่าจะเป็น
  832. 45:02เรื่องของ
  833. 45:03เอ่อคการแต่งตัวง่ายๆนะคะอย่างอันนี้บอก
  834. 45:07ว่าผู้พูดควรมีความน่าเชื่อถือแล้วก็
  835. 45:09เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆถูกมั้ยถ้าคุณไม่
  836. 45:13มีความเชี่ยวชาญเลย
  837. 45:15เนี่ยเอ่อเฮ้ยจริงหรือเปล่าคนฟังก็จะเฮ้ย
  838. 45:18จริงหรือเปล่านู่นนี่นั่นหรือเปล่าอะไร
  839. 45:21อย่างเงี้ยมันก็จะมีแบบแตกเสียงออกไปการ
  840. 45:24แต่งแต่งกายท่าทางน้ำเสียงและข้อมูลที่
  841. 45:27แม่นยำ
  842. 45:30เออไม่ใช่พูดๆไปปึ๊บใช่ป่าวะเอออาจารย์ก็
  843. 45:35มีมีฟิลนั้นเวลาเราพูดเราก็แบบบางทีเรา
  844. 45:37ไม่มั่นใจไงพอเราไม่มั่นใจปุ๊บเวลาเราจะ
  845. 45:41พูดอะไรไปปุ๊บอาจารย์คิดว่าคนที่ฟังอาจจะ
  846. 45:43แบบเฮ้ยมันจริงรึเปล่าดับคนพูดยังแบบดู
  847. 45:48ไม่ตั้งใจ
  848. 45:51เลยหลายๆหลายๆคนจะเก่งในเรื่องของตัวเอง
  849. 45:55ถูก
  850. 45:56มั้ยในเรื่องของการทำงานน่ะอ่ะอย่างของ
  851. 45:59อาจารย์อาจารย์ก็จะมั่น
  852. 46:01ใจในการทำงานของอาจารย์
  853. 46:05ว่ายังไงอ่ะมันคือยังไงอ่ะมันแบบนี้นะ 1
  854. 46:102 3
  855. 46:114 ถ้าไม่รู้ฉันก็จะบอกว่าไม่
  856. 46:15รู้ไปเลยจริงๆถ้าไหนรู้ก็จะอธิบายให้ฟัง
  857. 46:20ว่า 1 เป็นอย่างงั้นเป็นอย่างี้
  858. 46:23นะคะมันก็จะดูน่าเชื่อถือือไงแต่ถ้าเกิด
  859. 46:26คุณเอ่ออ่าเอ่อตอบ
  860. 46:29ช้าไม่แน่ใจมันก็จะกลายเป็นแบบไม่น่า
  861. 46:32เชื่อ
  862. 46:33ถือนะเหมือนกับเหมือนกับการทำงานเวลาเรา
  863. 46:37ไปสัมภาษณ์งาน
  864. 46:38น่ะถ้าคุณดูดูลุกลี้ลุกลนดูไม่มั่นใจปึ๊บ
  865. 46:44เชื่อมว่าคนที่เขาสัมภาษณ์เขาก็จะตัดคุณ
  866. 46:47ตัดคุณออกไปอยู่ท้ายๆเลยไม่ได้ตัดทิ้งนะ
  867. 46:51อือตัดไปที่ท้ายก่อนแล้วดูคนดู
  868. 46:54คดิเดต 1 2 3 4 ถ้าcandidิateก็เป็น
  869. 46:58เหมือนคุณน่ะเค้าก็จะกลับมาดูรอบ 2 รอบ 3
  870. 47:01รอบ 4 ไปเป็นการสัมภาษณ์หรือหา
  871. 47:05ใหม่นะเช่นเดียวกัน
  872. 47:10เอ่ออย่างอ่ะอย่างอาจารย์สอนถ้าอาจารย์
  873. 47:13สอนไปแบบเสียงเบาๆเสียงคือด้วยอาจจะ
  874. 47:17บุคลิกอาจารย์เป็นคนเสียงดังด้วยแหละเวลา
  875. 47:19พูดมันก็จะได้ดู
  876. 47:21คือเนื้อหาทุกเนื้อหามันถูกเตรียมตะ
  877. 47:25เตรียมมาหมดนะถูกตะเตรียมมาหมดด้วย
  878. 47:27ประสบการณ์แล้วก็ด้วยความรู้ที่มีนะอะไร
  879. 47:30ที่มันยกตัวอย่างได้อาจารย์ก็จะพูดไปยก
  880. 47:33ตัวอย่างให้นั่นคือสิ่งที่มั่นใจแต่เอา
  881. 47:36เอาจริงๆตอนแรกๆก็ไม่ได้มั่นใจขนาดนี้นะ
  882. 47:39เพราะว่าเราไม่ได้พูดมานานไงมันก็เลยยัง
  883. 47:42ไม่ได้มีความมั่นใจในการสอนเท่าไหร่นะคะ
  884. 47:44หลังๆก็อ่ะมีมีแค่บูetมาให้ก็พอแล้วถ้ามี
  885. 47:48บูลetมาเราก็ไปได้หมด
  886. 47:50ก็คือไอ้ตัว
  887. 47:52ตัวจุดๆเนี่ยพูดเรื่อง 1 เรื่อง 2 เรื่อง
  888. 47:553 เรื่อง 4 ก็พอแล้วเดี๋ยวฉันต่อเอาเอง
  889. 47:58ได้นั่นคือความมั่นใจส่วนหนึ่งที่เป็น
  890. 48:01อาจารย์ส่วนถ้าไลฟ์
  891. 48:04สดก็เอาความรู้ในตัวเลยที่
  892. 48:08มีเอาความรู้ในตัวที่มีเลยหรือถ้าขายของ
  893. 48:12ตอนนี้ที่ขายของอยู่ก็ต้องไปดูนะเชื่อมั้
  894. 48:15ว่าอาจารย์จะขายของแต่ละชิ้นเนี่ยอาจารย์
  895. 48:17ต้องไปนั่งดูว่าเฮ้ยไอ้ของคนของอันเนี้ย
  896. 48:19มันมันขายยังไงวะคือต้องไปลิสไปลิสดูอ่ะ
  897. 48:23คุณสมบัติเค้า
  898. 48:25อ่ะก็ต้องดูพูดแบบมั่นใจถ้าอันไหนที่แบบ
  899. 48:29ไม่มั่นใจอาจารย์ก็จะไปพูดเหมือนกันขาย
  900. 48:32ของเหมือนกันคุณจะขายอะไรคุณต้องดูว่าคุณ
  901. 48:35จะขายอะไรแล้วคุณก็ต้องเรียนรู้ระบบด้วย
  902. 48:37ว่าคุณต้องพูดให้ถูกเนี่ยมันคือความน่า
  903. 48:40เชื่อถือถ้าคุณพูดฉะฉานขายของนะพูดฉะฉาน
  904. 48:45นู่นนี่นั่นไม่สะดุดไม่อะไรเนี่ยคนซื้อจะ
  905. 48:48เชื่อ
  906. 48:49อ่ะเมื่อวานมันจะมีอยู่ช่วงนึงที่อาจารย์
  907. 48:51แบบสะดุดสะดุดแล้วพอดีคนถามไงว่า
  908. 48:57เอ่อสะดุดก็ไม่ได้สะดุดเยอะนะสะดุดแค่ว่า
  909. 49:00เค้าถามว่าอะไรนะแล้วอาจารย์ตอบ
  910. 49:03แบบเหมือนไม่มั่น
  911. 49:06ใจเค้าไม่ซื้อเลยเออมันมีผลนะคะดังนั้น
  912. 49:11ดังนั้นคือถ้าบอกเราบอกว่าถ้าเราบอกว่า
  913. 49:14บอกโช๊ะไปเลยพูดไปเลย
  914. 49:17ว่าอะไรยังไงเค้าก็จะเค้าก็จะอาจจะเซอร
  915. 49:22แต่พอเราไปพูดไม่มั่นใจปุ๊บมันก็
  916. 49:26เลยก็เลยกลายเป็นว่าเค้าออกไปจากห้องเลย
  917. 49:31นะคะเนี่ยมันคือมันคือเรียนรู้ไงเรียนรู้
  918. 49:34จากการที่ว่าเฮ้ยมันมันสะดุดไม่ได้นะมัน
  919. 49:38สะดุดไม่ได้แล้วเวลาอ่ะถ้าเมื่อวานใครไป
  920. 49:43เมื่อวานใครไปห่างกันไม่รู้ใครจำไม่ได้
  921. 49:47อ๋อห้อง 13 ถ้าถ้าใครไปเห็นอาจารย์สอนน่ะ
  922. 49:51เอ้ยไปอาจารย์อาจารย์ขาย
  923. 49:53อ่ะเหมือนอาจจะมันก็จะรู้มั่นใจแหละแต่
  924. 49:56ไม่ค่อยพูดถึงคุณสมบัติสินค้านะเพราะว่า
  925. 50:00เวลาเราพูดอ่ะบางทีเราพูดผิดพูดถูกเอ่อ
  926. 50:04ไม่กลัวไงกลัวว่าติTokมันจะแบบจะแบนเรา
  927. 50:07อ่ะเพราะเมื่อวานซาโดนใบแดนไป 2 ตัวออมัน
  928. 50:11ก็เลยต้องระวังมันก็เลยต้องตะกุตะกักนิด
  929. 50:13นึงเพราะว่าเรากลัวระบบมันจับ AI มันจับ
  930. 50:17เก่งมากตอนนี้ทุกคนต้องเรียนต้องเรียนรู้
  931. 50:19เรื่อง AI ด้วยนะคะดังนั้นความน่าเชื่อ
  932. 50:22ถือไม่ว่าคุณจะทำอะไรในหน้าที่คุณก็ต้อง
  933. 50:24มีความมั่นใจอาจารย์มี 3 บทบาทใน
  934. 50:28ในชีวิตตอนนี้ที่ต้องอยู่ในpuลิคอาจารย์
  935. 50:33ก็ต้องในต้องเก่งในทั้งๆ 3 บทบาทในแต่ละ
  936. 50:38เวลาเราไปอยู่โฟกัสตรงนั้นน่ะเราต้องไป
  937. 50:40โฟกัสแต่ละจุดบทบาทให้มันมีความมั่นใจดัง
  938. 50:43นั้นเราจะเราก็จะทำของเราได้นะคะอ่ะอัน
  939. 50:48นี้ก็จะเป็นอีกตัวนึงนะคะเหมือนเวลาเราไป
  940. 50:50ทำอะไรสักบางอย่างไปสัมภาษณ์งานเราก็ต้อง
  941. 50:52บอกเราว่าเราทำได้นะไม่ใช่เราไม่เคยทำ
  942. 50:56เหมือนเวลาอาจารย์ไปสัมภาษณ์สมมุติว่า
  943. 50:58อาจารย์เวลาอาจารย์สัหางานเนาะอาจารย์จะ
  944. 51:00หางานตำแหน่ง system analysis business
  945. 51:05analysis โปรแกรมเมอร์ไม่ค่อยหาแล้ว
  946. 51:07เพราะว่าอายุมากแล้วเธออายุมากแล้วอ่ะก็
  947. 51:12ไม่อยากไปนั่งเก็บโปรแกรมป่ะ
  948. 51:14แต่บางทีมันก็มีแบบdevelopียor
  949. 51:18Develop เออก็ถ้ามันก็อ่าก็สมัครไป
  950. 51:23ซีเรียส
  951. 51:25หรอกเพราะเงินเดือนมันสูงอ่ะที่จะเลือก
  952. 51:29เพราะว่ามันเงินเดือนสูงถ้าได้ก็โอเคไม่
  953. 51:30ได้ก็ไม่เป็นไรเวลาเราไปสมัครปุ๊บเนี่ยพอ
  954. 51:33เราไปสัมภาษณ์ปุ๊บเนี่ยสมมุติว่าเค้า
  955. 51:35เรียกไป
  956. 51:36developียorใช่มยเวลาคุณสัมภาษณ์คุณต้อง
  957. 51:39อยู่ในตำแหน่งที่เป็น Develop นะคุณจะ
  958. 51:43ต้องบอกคุณต้องบอกว่าคุณทำได้ทุกอย่างที่
  959. 51:46เค้าจะให้คุณ
  960. 51:47ทำถึงแม้ทำไม่ได้ก็
  961. 51:50ตามถึงแม้ทำไม่ได้ก็ตามแต่คุณต้องดูว่า
  962. 51:53ฉันทำได้เออไปเป็น business สิคุณฉันก็
  963. 51:58ต้องบอกว่าฉันเคยทำมาแล้วฉันเคยทำได้อะไร
  964. 52:03อย่างเงี้ยฉันทำได้ไม่ใช่เคยทำได้นะฉันทำ
  965. 52:06ได้มันขึ้นอยู่คำพูดเราด้วยนะนะคะอ่าอัน
  966. 52:11นี้ก็จะเป็นความน่าเชื่อถือนะคะตัวถัดมา
  967. 52:14คือพาทOSนะฮะการใช้ความรู้สึกนะหรือกลุ่ม
  968. 52:18ที่เป็นเค้าเรียกว่าอะไร
  969. 52:20นะอีotชันะนะการดึงดึงดูดความอารมณ์ผู้
  970. 52:26ฟังเช่นความเห็นใจความภูมิใจความกลัวหรือ
  971. 52:31ความกลัวคือถ้าเราพูดแล้วคนเค้ารู้สึกตาม
  972. 52:36อ่ะเฮ้ยอันนั้นใช่
  973. 52:38ละแต่ถ้าเกิดเราอาจารย์พูดเนี่ยพวกเราปิด
  974. 52:41เสียงพวกเราไปทำนู่นทำนี่อาจารย์แสดงว่า
  975. 52:43อาจารย์ก็ไม่ได้อ่านดึงดูด
  976. 52:45นะก็ไม่รู้ไงเพราะว่าเราอาจารย์ไม่เห็นไง
  977. 52:48แต่ถ้าเกิดวันนึงไปอยู่ต่อหน้าเราจะเห็น
  978. 52:52มันจะได้มันจะสมัดได้กว่าเนาะถ้าเราพูด
  979. 52:55แล้วคนรู้สึก
  980. 52:57ตามมันมันเป็นการดึงอารมณ์อ่ะคนก็จะแบบ
  981. 53:01ไอ้นี่ด้วยเออมันก็จะทำให้เค้าเรียก
  982. 53:06ว่าล้มน้าวนะถ้าถึงขัดดึงอารมณ์ได้น้ม
  983. 53:11น้าว
  984. 53:12นั้นหรือใช้การกระตุ้นอารมณ์เช่นคุณไม่
  985. 53:16อยากพลาดโอกาสนี้ใช่ไหมเป็นการ
  986. 53:19พูดเป็นการพูดนะเป็นการพูดอะไรก็ได้ที่
  987. 53:23แบบรู้สึกว่าคนฟังแล้วรู้สึกตามอ่ะเออรู้
  988. 53:27สึกตามเมื่อวานเมื่อวานอีกและเพราะเมื่อ
  989. 53:31วานแบบอีมอมชัเยอะมากเมื่อวานเขายของ
  990. 53:35เสร็จแล้วหลังๆขายปุ๊บเนี่ยมันเริ่มมีคน
  991. 53:38มาถามเรื่องบัตรบัตรตัวแทน
  992. 53:40พอดีอาจารย์ขายของสินค้าตัวนึงที่มันเป็น
  993. 53:44ตัวแทนแบบดีลเลอร์อ่ะที่ที่ดีลเลอร์แต่ละ
  994. 53:47เจ้าไปเอาของมาแล้วมาขายใช่ป่ะแล้วเราไป
  995. 53:49ดึงตะกล้ามาขายมันถามหาบัตรตัวแทนคือปกติ
  996. 53:52เมื่อวานฟีดไม่ค่อย
  997. 53:55ดีเวลาคนมาถามตรงนี้ครูประจารย์รู้สึก
  998. 53:57จี๊ดขึ้นมาในใจสอนแต่สอนแบบอารมณ์อ่ะเข้า
  999. 54:02ใจป่ะสอนด้วยอารมณ์อ่ะว่ามาเดี๋ยวจะสอน
  1000. 54:06คือพูดแบบมีอารมณ์มากเลยนะแบบอารมณ์
  1001. 54:09อารมณ์ดุดันน่ะไม่เกรงใจใครอ่ะเหมือนดุ
  1002. 54:12อ่ะแต่เค้าก็อยู่ฟังแต่เชื่อมั้ยว่าฝีจาก
  1003. 54:16ที่แบบ 4 คน 5 คนน่ะขึ้นเป็น 10 15 คน 20
  1004. 54:21คนคือมันเลยจับได้ว่าTiิTokอ่ะมันชอบแบบ
  1005. 54:26คนที่แบบมีเค้าเรียกว่าเนี่ยอย่างอย่า
  1006. 54:30อาจารย์บอกเฮ้ยถ้าอย่างี้ก็ต้องขายแบบ
  1007. 54:32ดุดันสิตลอดเวลาไม่งั้นไม่งั้นไม่มีคน
  1008. 54:37เข้าคือสังเกตเดี๋เราสังเกตแต่เมื่อวาน
  1009. 54:40นี้ดุดับจริงๆเมื่อวานนี้อารมณ์
  1010. 54:43เสียมันถามมาถามบ่อยมากหลังๆเริ่มถามเยอะ
  1011. 54:47เพราะว่าเพราะว่ามันก็เลยบอกเ้าว่าไปถาม
  1012. 54:51ไปถามตะกร้าเนี้ยนะกดไปที่ตะกร้าเลยค่ะ
  1013. 54:55แล้วจไปถามเค้านะว่าคุณมีบัตรตัวแทนหรือ
  1014. 54:58เปล่าอย่ามาถามในtiิTokอาจารย์ก็สอนไปอีก
  1015. 55:02สอนไปอีกดุด้วยแล้วก็สอนด้วยเค้าก็อยู่
  1016. 55:05ฟังนะคะน่ารักมากเลยนะเค้าก็อยู่ฝั่งฝั่ง
  1017. 55:10อักษรนั่นแหละเค้าไม่เพราะว่า 100% นะคะ
  1018. 55:15ตอนเนี้ยช่องอาจารย์เป็นช่องที่คนมาซื้อ
  1019. 55:17อย่างเดียวไม่มีแฟนคลับที่แบบเคยติดตาม
  1020. 55:20กันเล่นเหมือนเมื่อก่อนอาจารย์เล่นแบบ
  1021. 55:22เพื่อนเข้ามาจอเข้าใจมาอันนี้ใช่มั้ยหลัง
  1022. 55:25ๆไม่ใช่ะ 100% คนมาซื้อครับซื้อเสร็จไป
  1023. 55:28ซื้อเสร็จ
  1024. 55:29ไปดังนั้นคนที่เข้ามาปุ๊บเนี่ยเขาก็จะแค่
  1025. 55:32ติดตาม Follow เค้าก็จะกดกดติดตามเราแต่
  1026. 55:34เค้าก็ไปๆๆเราบอกเค้าติดตามด้วยนะแล้วเก็
  1027. 55:37ไปไปไม่มีแบบสนิทเหมือนเมื่อก่อนละแต่มี
  1028. 55:41น้อยนี่เจะเข้ามาดูดังนั้นเอ่อถ้าเราทำ
  1029. 55:44ให้กลุ่มเหล่าเนี้ยมีอิอีชัความรู้สึกไป
  1030. 55:47ด้วย
  1031. 55:48อ่ะเค้าจะตอบโต้กับเราอยู่ในข้างล่างอ่ะ
  1032. 55:53จริงๆอันนี้คือพอเราสัมผัสได้เนาะเป็นการ
  1033. 55:56โน้มนาวว่าอยากให้ขายของได้ขายของได้เรา
  1034. 55:59จะพูดยังไงให้เค้าให้เราขายได้เราต้องมี
  1035. 56:02การสร้างส่วนร่วมให้เค้าตอบไปเราให้ได้นะ
  1036. 56:07คะอันนั่นนั่นคือเป็นการสร้าง
  1037. 56:11สร้างให้เค้ารู้สึกว่าเค้าอยากจะตอบเรา
  1038. 56:15เออมันก็มันก็มันก็มันก็มีมันก็มีมาบางคน
  1039. 56:19ก็แบบบางคนก็ซื้อแล้วก็ไปซื้อแล้วก็ไป
  1040. 56:22ส่วนใหญ่เจอแต่คนกลุ่มไงฉันได้ของถูกกับ
  1041. 56:25ฉันไปอ่ะปัดกดปุ๊บปัดตัวทิ้งเลยกดติดตาม
  1042. 56:29บ้างก็ไปไม่อยากคุยนะอันเนี้คือการสร้าง
  1043. 56:33ความรู้สึกไม่ว่าจะเป็นจะเป็นในด้านไหนก็
  1044. 56:37ตามถ้าคุณพยายามเอาสิ่งที่คุณต้องต้อง
  1045. 56:41จริงใจด้วยนะการที่จะทำให้คนค้อยตามคุณไป
  1046. 56:45เนี่ยคุณต้องมีจริงใจกับเค้าด้วยนะไม่ใช่
  1047. 56:48เอ่อมันก็จะมีหลายประเภทเนาะประเภท
  1048. 56:52แบบมันก็เราก็ไม่ค่อยเคยเห็นหรอกแต่ว่า
  1049. 56:55มันก็จะมีกลุ่มที่แบบว่าเออสะบุคลิกก็
  1050. 56:58เป็นอย่างงั้นด้วยหรือไอ้อย่างอาจารย์น่ะ
  1051. 57:02บุคลิกอาจารย์ก็เป็นอย่างเงี้ยแต่เวลา
  1052. 57:03อาจารย์พูดอาจารย์ก็พูดด้วยความจริงเอา
  1053. 57:06เหตุผลมา
  1054. 57:07อ้างมันก็จะดูเออจริงอันนั้นอันนี้แต่ถ้า
  1055. 57:13คนที่เล่นหรือคนที่รู้จักเค้าก็จะเออว่ะ
  1056. 57:16อันนั้นใช่อย่างนี้ใช่นะดังนั้นพาทอสนะฮะ
  1057. 57:21การใช้ความรู้สึกนะคะความรู้สึกเข้าไปไป
  1058. 57:25ดึงดึงผู้ฟังเข้ามาอยู่ในอยู่ในเค้าเรียก
  1059. 57:28ว่าอยู่
  1060. 57:29ในอยู่ในอารมณ์การพูดณตอนนั้นนะอย่าให้มี
  1061. 57:35ส่วน
  1062. 57:36ร่วมนะคะการใช้เหตุผลนะคะ reason ก็คือ
  1063. 57:42กลุ่มที่
  1064. 57:45การใช้เหตุผลข้อมูลและหลักฐานเพื่อสร้าง
  1065. 57:49ความเชื่อมั่นนะสร้างความเชื่อ
  1066. 57:53มั่นอะไรก็ตามที่คุณพูดไปถ้าเกิดคุณมี
  1067. 57:57ซัพพอร์อ่ะมีอะไรบางอย่างมาซัพพอร์ตไอ้
  1068. 57:59สิ่งที่คุณพูดอ่ะมันก็จะรู้สึกว่าเฮ้ย
  1069. 58:02จริงเว้ยอย่างงั้นอย่างี้เว้ย
  1070. 58:06เชื่อใช่มั้แต่คุณก็ต้องไปหาข้อมูลด้วยนะ
  1071. 58:10ว่าไอ้ที่เค้าพูดจริงหรือเปล่านะหรือต้อง
  1072. 58:12มีโครงสร้างที่ชัดเจนเช่นปัญหาแนวทางแก้
  1073. 58:15ข้อ
  1074. 58:17เสนอ 3 ตัวเลยคู่
  1075. 58:20กันหรือเอาตัวเลขมา
  1076. 58:23อ้างเอาตัวเลขมาอ้างคนก็เชื่อทุกวันนี้
  1077. 58:29อาจารย์รู้มั้อาจารย์เวลาห้องอาจารย์ขาย
  1078. 58:31ของอาจารย์เอาอะไรอ้างอาจารย์เดือนให้
  1079. 58:33แล้วอ้าง
  1080. 58:35เชื่อมั้ยว่าสินค้าตัวเนี้ยมันมียอดขาย
  1081. 58:40มากสุดเดือนที่แล้วในห้องเนี้ยเท่า
  1082. 58:44ไหร่
  1083. 58:46เออ 4,000 บ้านจาก 4,000
  1084. 58:50บ้านในเดือนที่
  1085. 58:52แล้วไม่เชื่อกดตะกร้าไปดูแล้วดูป้ายเพราะ
  1086. 58:56อาจารย์ได้ป้ายมาป้ายstaratอรก็คือขายของ
  1087. 58:59ได้ยอดตามเป้าเออเค้าก็เชื่อ
  1088. 59:03นั่นคือเหตุผลนั่นคือการใช้เหตุผลแล้วก็
  1089. 59:06ความจริงมาอ้างว่าเฮ้ยมันฉันทำยอดได้จริง
  1090. 59:09ๆนะคนก็ซื้อไงใช่ป่ะคนซื้อนะคะแล้วก็จะมี
  1091. 59:13คนมาพิมพ์ต่อใช่ดีจริง
  1092. 59:16ๆเออมันก็จะมีเอ้ยมันเฮ้ยมันมีคนมีส่วน
  1093. 59:19ร่วมอ่ะอันนี้เห็นภาพเลยนะถ้าคือเนี่ยก็
  1094. 59:24ยังเครียดอยู่เลยว่าถ้าเกิดเรื่องนี้ฉัน
  1095. 59:25ทำฉันทำยอดไม่ได้น่ะป้ายฉันหายฉันก็จบเลย
  1096. 59:28นะชีวิตเออมันมันคือมันคือตัวที่พิสูจน์
  1097. 59:33ว่าเราเราไม่ได้โกหกคุณนะเราทำยอดกับ
  1098. 59:36สินค้าตัวเนี้ย 4,000 บ้านเมื่อเดือนที่
  1099. 59:39แล้ว 4,000 บ้านหมายถึงว่า 4 4,000 คนมา
  1100. 59:42ซื้ออ่ะ
  1101. 59:45อืมมันก็เลยทำให้เราคนน่ะก็เลยแบบกล้าที่
  1102. 59:49จะซื้อของของเราอ่ะแต่อีบางคนที่แบบไม่
  1103. 59:53มั่นใจอ่ะมีตัวแทนหรือเปล่าคะโอ้โหโดน
  1104. 59:55อาจารย์สวนไปเลยตอนนี้สวนด้วยแล้วก็สอน
  1105. 59:58ด้วยไงไม่ได้สวนอย่างเดียวนะคะสอนด้วยนะ
  1106. 1:00:00คะอันนี้คือเราเราเราต้องเค้าเรียกว่า
  1107. 1:00:03อะไรนะสเค้าเรียก
  1108. 1:00:06ว่าไม่ได้ว่าแต่สอนด้วยว่าเออระบบ TikTok
  1109. 1:00:10มันเป็นแบบนี้นะมันไม่ใช่แบบต้องมานั่ง
  1110. 1:00:13ตัวแทนนะไม่มีแล้วถ้าอยากได้ระบบตัวแทนไป
  1111. 1:00:16หาห้องนอกห้องนี้ไม่
  1112. 1:00:18มีอืมอ่าอันนี้คือองค์ประกอบนะฮะของการ
  1113. 1:00:22พูดโน้มนาวน้อยเอ่อมันไม่ได้มีมันเค้า
  1114. 1:00:26เรียก
  1115. 1:00:27ว่าให้เราตำ 3 3 หัวข้อนี้เอาไว้แล้วก็
  1116. 1:00:33อาจารย์เชื่อว่าแต่ละคน
  1117. 1:00:35น่ะจริงๆ 3 หัวข้อนี้มันก็ต้องสร้างเอา
  1118. 1:00:38เองด้วย
  1119. 1:00:38นะความน่าเชื่อถือเรื่องการแต่ง
  1120. 1:00:41ตัวความรู้สึกที่เราจะพูดออกไปจริงใจมั้ย
  1121. 1:00:45เอาแค่เอาจริงๆอ่ะคำว่าจริงใจหรือเปล่า
  1122. 1:00:48พูดออก
  1123. 1:00:49ไปแล้วมีเหตุผลซัพพอร์ต
  1124. 1:00:52มั้ยสไตล์อาจารย์จะแบบนี้
  1125. 1:00:55เลยอาจารย์เชื่อว่า 3 ข้อนี้อาจารย์มีใน
  1126. 1:00:58ตัวนะแต่ไม่ได้ท่องนะก็คือมีแต่ตัวเวลาจะ
  1127. 1:01:01พูดอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นตอนหน้าหรือตอน
  1128. 1:01:05หน้าใครหรือกับใครจะ
  1129. 1:01:10มีสิ่งที่มาซัพพอร์ตเสมอนะคะเพื่อให้เห็น
  1130. 1:01:14ว่าให้เห็นภาพอ่ะแล้วส่วนใหญ่เวลาอ่าอยาก
  1131. 1:01:17สังเกตมั้ยเวลาอาจารย์สอนอาจารย์จะพยายาม
  1132. 1:01:19เอาเรื่องของตัวเองเป็นตัวเป็นตัวยกตัว
  1133. 1:01:21อย่างเพราะไม่รู้จะไปเอาเรื่องของใครมายก
  1134. 1:01:23ตัวอย่างให้เพราะว่าตัวเองก็เจอมาบ่อยนะ
  1135. 1:01:27ทุกเพราะว่าทำมาหลายด้านทำงานมาเยอะนะทำ
  1136. 1:01:31งานมาเยอะแล้วก็พอมันทำมันเยอะปุ๊บมันก็
  1137. 1:01:34เลยมีเหตุมีเหตุให้ยกตัวอย่างได้เยอะนะ
  1138. 1:01:39คะอ่ะถัดมานี่คือองค์ประกอบเนาะแล้วในการ
  1139. 1:01:43พูดโน้มน้าวมันก็จะมีเป็นขั้นเป็นตอนด้วย
  1140. 1:01:46นะเธอนะหมายถึงว่าเอ่อมีรูปแบบขั้นตอนน่ะ
  1141. 1:01:50ว่าจะทำยังไงให้ดึงดูด
  1142. 1:01:53ได้จริงๆอ่ะไอ้ตรงขั้นตอนเนี่ยถ้าคนที่มี
  1143. 1:01:56ประสบการณ์หรือมีพรสวรรค์อยู่แล้วอ่ะ
  1144. 1:01:59เค้าแค่เพิ่มไปนิดหน่อยตกแต่งไปนิดหน่อย
  1145. 1:02:02เค้าก็ได้ละแต่บางคนน่ะที่มันยังไม่เคย
  1146. 1:02:05ต้องมานั่งฝึกอ่ะอย่างอาจารย์น่ะเอาจริงๆ
  1147. 1:02:08อาจารย์ก็ไม่ได้พูดว่าเป็นคนพูดโน้มนาว
  1148. 1:02:11เก่งอาจารย์ต้องฝึก
  1149. 1:02:14นะก็ไม่เนี่ยก็
  1150. 1:02:16ก็เค้าเรียกว่าฝึกยังไงคือบางทีอ่ะจะขาย
  1151. 1:02:20ของก็ต้องเขียนสิป
  1152. 1:02:22อ่ะแต่บางทีสิปก็ใช้ไม่ได้นะเวลานั้นบาง
  1153. 1:02:25ทีอืม
  1154. 1:02:28ตอนเพราะตอนนี้อาจารย์เจอเจอแบบของขายตัว
  1155. 1:02:30เองไม่ใช่เราขายของของขายตัวเองคืออะไร
  1156. 1:02:35คือของมันขายดีอยู่แล้วบังเอิญเรามีสิ่ง
  1157. 1:02:40ที่เค้าอยากได้คือคูปองมันก็เลยขายได้
  1158. 1:02:43อาจารย์แทบจะไม่ต้องพูดอะไรแต่ต่อไปเนี้ย
  1159. 1:02:45มันอาจจะยากกว่าตรงที่ทำยังไงให้คนซื้อ
  1160. 1:02:48นั่นน่ะคือการพูดล้นนะอาจารย์ก็ต้องเรียน
  1161. 1:02:51ศึกษาว่าขั้นตอนมีอะไรบ้างนะเช่นเดียวกัน
  1162. 1:02:56การโน้มน้าวนะขั้นตอนมีกี่ขั้นตอนหรอก
  1163. 1:03:02นะเราก็ก่อนอื่นเลยก็คือเปิดหัวเรื่องเลย
  1164. 1:03:05ค่ะ
  1165. 1:03:07introduชไม่ว่าจะคุณจะทำอะไรก็ตามไม่ต้อง
  1166. 1:03:10ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนพูดแบบไหนคุณต้องมี
  1167. 1:03:12การ
  1168. 1:03:15intrรoduชนะคะอาจจะเริ่มต้นด้วยเรื่อง
  1169. 1:03:17อะไร
  1170. 1:03:18บ้างอ่าอ่ะอย่างที่บอกว่าดึงดูดความสนใจ
  1171. 1:03:23ด้วยคำถามหรือเรื่องราวหรือข้อเท็จ
  1172. 1:03:27จริงจะเอาเรื่องไหนก่อนเราสังเกตมั้ยนัก
  1173. 1:03:30พูดในแบบสดแบบไลฟ์สดหรือ
  1174. 1:03:36แบบเวลาเค้าจะเริ่มพูดอะไรเนี่ยเค้าเค้า
  1175. 1:03:40มีแบบตัวเริ่ม
  1176. 1:03:42นะอาจารย์เคยไปฟังอาจารย์ชอบฟังเทเนาะ
  1177. 1:03:47หลังๆมันมีแบบภาษาไทยเนาะเมื่อก่อนฟัง
  1178. 1:03:51ภาษาอังกฤษหลังๆก็เริ่มมีภาษาไทยเพราะ
  1179. 1:03:53เหมือนเท talk มันมามันมาที่ประเทศไทยอ่ะ
  1180. 1:03:56แล้วมันก็เอาคนที่แบบพูดอ่ะมาพูดไงเช่น
  1181. 1:04:01เดียวกันเคก็จะมีสิปเหมือนกัน
  1182. 1:04:04นะอาจารย์ซึว่าเค้าก็น่าจะมีสิปเหมือนกัน
  1183. 1:04:07ในการเริ่มพูดเก็จะมีดึงดูดยังไงแนะนำตัว
  1184. 1:04:12และ
  1185. 1:04:13วัตถุประสงค์เออบางคนมาถึงแนะนำตัว
  1186. 1:04:18เลยมันมีหลายอย่างนะเราลองลองลองลองลอง
  1187. 1:04:22นึกภาพนะถ้าเรามาถึงปุ๊บสวัสดีค่ะอาจารย์
  1188. 1:04:25ซื่อนางสาวตุ๊ดๆไม่มีอะไรขึ้นต้นด้วยการ
  1189. 1:04:28ดึงดูดเลยความสนใจ
  1190. 1:04:29ว่าเป็นอะไรยังไงมันแล้วแต่เทคนิคคนเนาะ
  1191. 1:04:34เสน่ห์แต่ละคนไม่เหมือนกันนะ
  1192. 1:04:37คะเสน่ห์แต่ละคนไม่เหมือนกันเมื่อก่อนถ้า
  1193. 1:04:41เป็นอาจารย์เมื่อก่อนนะก็จะบอกสวัสดีค่ะ
  1194. 1:04:44ชื่อพรทพทิพย์นะอะไรอย่าเงี้ยอาจจะแบบแนะ
  1195. 1:04:46นำตัวแบบซื่อๆ
  1196. 1:04:49อ่ะแต่ถ้าตอนนี้ก็ไม่น่าจะแบบนี้แล้วอ่ะ
  1197. 1:04:53เออคือเพราะเหมือนเราพูดเยอะแล้วเหมือน
  1198. 1:04:56ถึงว่าเราจะบอกว่าเป็นนักพูดแล้วก็ไม่ได้
  1199. 1:04:58เป็นนักพูดแต่เป็นคนพูดที่ต่อหน้าคนเยอะๆ
  1200. 1:05:02แล้วมันก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่แล้วอ่ะ
  1201. 1:05:04นะเพราะว่าไลฟ์สดก็ผ่านมา
  1202. 1:05:07แล้วถ้าอาจารย์ถ้าใครอยากรู้ว่าอาจารย์
  1203. 1:05:09พูดไลฟ์สดวันแรกเป็นยังไงไปดูไปดูช่องที่
  1204. 1:05:13อาจารย์ไลฟ์แล้วแหละแล้วไปดูคลิปแรกเลยนะ
  1205. 1:05:17เออนะตลกดีบางทีกลับไปดูย้อนดูตัว
  1206. 1:05:21เองเก็บดูวันแรกวันแรกที่กดขึ้นแบบไม่รู้
  1207. 1:05:25ตัวแบบอยากไลฟ์อะไรอย่างเงี้ยดังนั้นก็
  1208. 1:05:28เราก็ต้องดูว่าถ้าเกิดเราจะไปขึ้น
  1209. 1:05:32พูดเราก็ต้องดูสถานการณ์ว่าเฮ้ยเราจะพูด
  1210. 1:05:35ยังไงดีเวลาเราไป
  1211. 1:05:38พูดต่อหน้าคนที่เห็นหน้าหรือเราไปพูดต่อ
  1212. 1:05:44หน้าอ่ะอย่างพูดกับพวกเราเนี่ยอาจารย์ก็
  1213. 1:05:45ไม่ได้มีพิธีการอะไรนะคะแต่ถ้าไปพูดใน
  1214. 1:05:48ไลฟ์
  1215. 1:05:49สดมันก็
  1216. 1:05:52ต้องหาคำพูดเริ่ม
  1217. 1:05:55ต้นแต่มันก็จะมีแล้วแต่สถานการณ์นะแล้ว
  1218. 1:05:59แต่สถานการณ์จะเป็นไป
  1219. 1:06:02นะถัดมาการนำเสนอนะเนื้อหาหรือบอดี้อใน
  1220. 1:06:07แนะนำตัวเสร็จแล้วแล้วเราจะนำเสนอเนื้อหา
  1221. 1:06:11อะไรบ้างนะก็อาจจะนำเสนอแบบปัญหามาก่อน
  1222. 1:06:14หรือ
  1223. 1:06:15โอกาสเห็นมยสังเกตมั้ว่ารูปแบบมันน่ะมัน
  1224. 1:06:19จะต้องเป็น 1 2 3 4
  1225. 1:06:22ฮะมันต้องเรียมเรียบเรียงสมองตัวเองว่า
  1226. 1:06:25ฉันจะพูดอะไร
  1227. 1:06:28ก่อนเนี่ยอย่างเเนื้อหาเนี่ยเราก็ต้อง
  1228. 1:06:32เริ่มต้นด้วยนำเสนอก่อนว่า
  1229. 1:06:35ปัญหาอาจจะเล่าเรื่องนู่นนี่นั่นมาแล้ว
  1230. 1:06:40ก็พอเราเจอมาแล้วปึ๊บเรา
  1231. 1:06:44ใช้เราจะเสนอแนวทางการแก้ปัญหายัง
  1232. 1:06:48ไงแล้วพอเราเสนอปุ๊บเรามีหลักฐานมั้ในการ
  1233. 1:06:52แก้ปัญหานั้นเหมือนเอามาให้ดู
  1234. 1:06:55อ่ะนะเหมือนเอามาให้
  1235. 1:06:58ดูแล้วก็เน้นจุดขายหรือประโยชน์ที่ผู้ฟัง
  1236. 1:07:02จะได้
  1237. 1:07:03รับเนี่ยมันสเต็ปการขายเลย
  1238. 1:07:06อ่ะมันสเต็ปการขายในในที่อาจารย์ขายอยู่
  1239. 1:07:11เลยแต่บางทีอ่ะณเวลานั้นบางทีแก้ปัญหา
  1240. 1:07:15ด้วยการขายไปเลยไม่ต้องพูดอะไรนักนะแต่
  1241. 1:07:18มันคือสเต็ปการ
  1242. 1:07:20หายนะ
  1243. 1:07:24คะอันที่ถัด
  1244. 1:07:26มาปสรุปแล้วก็เรียกร้องให้ดำเนิน
  1245. 1:07:31การ concusion หรือ call to action นะ
  1246. 1:07:35คะสรุปเนื้อหาให้กระชับกระตุ้นให้ผู้ฟัง
  1247. 1:07:39ลงมือ
  1248. 1:07:40ทำ 3 ขั้น
  1249. 1:07:43ตอนเอาจริงๆ 3 ขั้นตอนก็คือก็
  1250. 1:07:48คือเค้าเรียกว่า 3 ขั้นตอนการขายเลย
  1251. 1:07:52เนี่ยถ้าสั้นๆก็เปิดถ้าถๆถ้าใน
  1252. 1:07:56ใน TikTok เนาะถ้าเวลาเราทำคลิปถ้าเราทำ
  1253. 1:08:00คลิปเราก็เปิดหัวเปิดหัวคลิปเปิดยังไงทำ
  1254. 1:08:04ยังไงให้คนเปิดหัวคลิปภายใน 3
  1255. 1:08:08วินทีคุณพูด 3 วินาทียังไงให้คน
  1256. 1:08:11หยุดอันนี้เลยโน้มน้าว
  1257. 1:08:16อันที่ 2 ส่วนเนื้อหาคุณพูดไปปัญหามาแก้
  1258. 1:08:21อะไรปัญหาอ่าปัญหาของลูกค้าคืออะไรคุณจะ
  1259. 1:08:25เอาตัวเนี้ยคุณจะมาแก้ปัญหา
  1260. 1:08:28อะไรแล้ว Call to action Call to
  1261. 1:08:31Action คืออะไรวันนี้มีคูปองมาฝากกด
  1262. 1:08:34ตะกร้าเหลืองได้เลยอะไรประมาณนี้คือพูด
  1263. 1:08:36ยังไงเนี่ยคือ 3 ขั้นตอนเลยเหมือนกันกับ
  1264. 1:08:38การโน้มน้าวถ้าคุณไม่ขายของคุณก็จะไปพูด
  1265. 1:08:42อะไรอ่ะอยากจะโน้มน้าแล้วให้ทำอะไรให้มา
  1266. 1:08:45ร่วมโปรเจคหรืออะไรก็ว่าไปแต่คุณต้องมี 3
  1267. 1:08:48ขั้นตอนนี้เป็นเค้าเรียกว่า
  1268. 1:08:523
  1269. 1:08:54เอ่อ 3 สเต็ปอ่ะ 3
  1270. 1:08:57สเต็ปแต่ละแต่ละสเต็ปมันจะมีดีเทลตามนี้
  1271. 1:09:01เลยนะแต่อาจารย์ก็ใช้ก็เทคนิคของอาจารย์
  1272. 1:09:04ก็ 3 สเต็ป
  1273. 1:09:05อ่ะเนื้อหาหยุดคลิปเ่อเค้าเรียกว่าประโยค
  1274. 1:09:08ประโยคหยุด
  1275. 1:09:09คลิปประโยคหยุดหยุดนิ้ว
  1276. 1:09:15ประโยคหยุดนิ้วคือเวลาคนเล่นโทรศัพท์เจะ
  1277. 1:09:18ใช้มือเดียวถ่ายไปใช่ป่ะนั่นแหละประโยค
  1278. 1:09:22หยุด
  1279. 1:09:22นิ้ว 3 วินีทำยัง
  1280. 1:09:27ไงอ่าปัญหาแก้
  1281. 1:09:31ปัญหาเวลาเราเวลาเราเวลาเราไปทำไป
  1282. 1:09:35พรีเซนอย่างเหมือนพวกเราพรีเซนตงานเ
  1283. 1:09:37พรีเซนตัวเองเนี่ยจริงๆมันก็ไม่ได้
  1284. 1:09:41มีมันมันก็มีสไตล์แต่ละคนก็เป็นเป็นอยู่
  1285. 1:09:44แล้วเนาะแต่ว่าก็ตามที่อาจารย์ที่มัน
  1286. 1:09:47อาจารย์เรียงไว้ให้อยู่แล้วก็แล้วแต่ว่า
  1287. 1:09:48ใครจะเรียงมาแบบนั้นแต่ถ้าวันนึงที่จะ
  1288. 1:09:51ต้องไปเรียบเรียงตัวเองตัวเองก็ต้อง
  1289. 1:09:55เขียนเหมือนกันนะว่าคุณจะพูดอะไรเป็น
  1290. 1:09:58บูเลetไปไปแบบสมัครมาก็เขียนบูตไป
  1291. 1:10:03ว่าถ้าฉันต้องแนะนำตัวเองฉันต้องพูดอะไร
  1292. 1:10:07บ้างเออเป็นไว้นะคะอันนี้คือขั้นตอนการ
  1293. 1:10:11ล้มนาว
  1294. 1:10:12ง่ายๆเลย 3 ขั้น
  1295. 1:10:15ตอนเปิดเลือกนำเสนอแล้วก็สรุป Call to
  1296. 1:10:20action สรุป Conclusion and Call to
  1297. 1:10:22action นะคะก็อาจจะเป็น Call to action
  1298. 1:10:25เลยถ้าเป็นเซลล์ก็ Call to action เลย
  1299. 1:10:28ให้ทำอะไรเพราะบางทีเราดูคลิปเนี่ยถ้าไม่
  1300. 1:10:32บอกให้ทำอะไรเราจะทำมยไม่ทำเนาะก็จะดูไป
  1301. 1:10:36ดูไปขีไปขีไปนานนานเกินฉันก็ไม่ดูฉันก็
  1302. 1:10:41มันอยู่ที่เนื้อหาในการที่เราสน
  1303. 1:10:48ใจแล้วก็เอ่อในการในการโน้มน้าวอ่ะในการ
  1304. 1:10:53ในการพูดโน้มน้าวนะคะมันเป็นทักษะที่ทุก
  1305. 1:10:59ควร
  1306. 1:10:59มีเป็นทักษะที่ควรที่ทุกคนควรมีมากมีน้อย
  1307. 1:11:04แต่อยากให้ดูสเต็ปตรงนี้ละเอ่อจำสเต็ปตรง
  1308. 1:11:08นี้ไว้แล้วก็เอาองค์ประกอบที่เราเรียนไป
  1309. 1:11:11เมื่อสักครู่
  1310. 1:11:13อ่ะมาเค้าเรียกว่ามาอะไร
  1311. 1:11:16อ่ะมันเป็นทักษะอย่างนึงเนาะที่ที่มัน
  1312. 1:11:20ต้องมีอ่ะอย่างน้อยคุณอาจจะยังไม่ได้
  1313. 1:11:24เรื่องการพูดแต่บุคลิกทุกอย่างคุณต้องได้
  1314. 1:11:27แล้วคุณต้อง
  1315. 1:11:30ได้แต่สิ่งนึงเอ่อถ้าจะยกตัวอย่างอ่ะก็
  1316. 1:11:34ถ้าเป็นอาจารย์เนาะอ่ะถ้าเป็นคนง่ายๆอ่ะ
  1317. 1:11:39คือด้วยความที่เราเรามองว่า TikTok เนี่ย
  1318. 1:11:41มันเป็นการขายของแบบขาย Anywhere ขายที่
  1319. 1:11:45ไหนก็ได้มคะ anywhere any sal อ่ะมัน
  1320. 1:11:50ไม่จำเป็นต้องแบบต้องขายนั่งหน้าจอขาย
  1321. 1:11:53นู่นนี่
  1322. 1:11:54นั่นเห็นถ้าใครที่เเข้าไปหาอาจารย์บ่อยๆ
  1323. 1:11:57เนาะบางทีตอนเช้าอาจารย์เป็นคนที่แบบคือ
  1324. 1:12:01ด้วยความที่ทำงานพอเราขายแล้วต้องการทำ
  1325. 1:12:05ยอดปกติอาจารย์จะไลฟ์ตอนเย็นอย่างเดียว
  1326. 1:12:08ใช่มั้
  1327. 1:12:09สังเกตถ้าใครสังเกตหรือใครมาดูหรือใครไม่
  1328. 1:12:11ได้ดูก็ไม่เป็นไรแต่ว่าอาจารย์ก็จะพยายาม
  1329. 1:12:14ว่างตอนไหนอาจารย์ก็จะไลฟ์ตอนนั้นอย่าง
  1330. 1:12:16เช่นตื่นเช้ามาปุ๊บอาบน้ำนู่นนี่นั่น
  1331. 1:12:19เสร็จสดปุ๊บงเสร็จอาจารย์ให้กดไลก์
  1332. 1:12:22เลยกดไลก์แล้วไปต่อไปชงกาแฟก็ขายไปด้วยนะ
  1333. 1:12:27กดไลก์ก็ไปชงกาแฟทำกับข้าวหุงข้าวล้าง
  1334. 1:12:31ล้างจานคือก่อนทำงานจาน 9:00 น.อ่ะเออ
  1335. 1:12:35อาจารย์ทำงาน 8:00 น.ดิก่อน 8:00 น.
  1336. 1:12:38จาก 18:00 น.ถึง 8:00 น.อาจารย์ก็ไลฟ์ได้
  1337. 1:12:421 รอบแล้วนะในระหว่างที่อาจารย์เพบางบาง
  1338. 1:12:45วันที่อาจารย์ไลฟ์ไลฟ์เอ่อ Work from
  1339. 1:12:48home อาจารย์ก็จะไลฟตั้งแต่ 18:00 น.จน
  1340. 1:12:50ถึง 8:00 น. 8:00 น.พวกอาจารย์ก็
  1341. 1:12:53ลงเพื่อที่จะทำยอดไงก็ตอนเย็นก็เรื่องงาน
  1342. 1:12:58ก็ทำด้วยความที่มัน any เค้าเรียกว่า any
  1343. 1:13:03sal anyware อยากทำให้เรื่องขายเป็น
  1344. 1:13:05เรื่อง
  1345. 1:13:06ง่ายเข้าใจมั้ยอันนี้ก็แทรกไปด้วยเนาะ
  1346. 1:13:10แทรกเนื้อหาไปด้วยคืออย่างพออาจารย์ทำแบบ
  1347. 1:13:13นี้ปุ๊บเพื่อนเห็นตอนนี้เพื่อนเริ่มมาทำ
  1348. 1:13:15ตามละหมายถึงเพื่อนเพื่อนเห็นว่าเอ้ยทำไม
  1349. 1:13:20เพื่อนเพื่อนเพื่อนในติtอกนะบางคนทำตาม
  1350. 1:13:24และปกติปกติต้องถือของถึงคือถือของถึงจะ
  1351. 1:13:29ขายได้ใช่
  1352. 1:13:30มั้ยด้วยความพอเราขายมา 3 เดือนแล้วเนาะ
  1353. 1:13:34เอ่อเค้าเรียกว่าอะไร
  1354. 1:13:36อ่ะด้วยความที่เป็นไอทีด้วยชอบหลอกล่อใช้
  1355. 1:13:41วิธีการอื่นหลอก AI อ่ะไม่มีของที่ขายได้
  1356. 1:13:45อะไรประมาณเนี้ยพอเราทำอย่างนี้ปุ๊บ
  1357. 1:13:47เพื่อนไปเลียนแบบพอเลียนแบบปุ๊บมันการ
  1358. 1:13:49เกิดการเลียนแบบเลียนแบบเลียนแบบเลียนแบบ
  1359. 1:13:52โดยที่เอาทำเหมือนเราเนี่ยเออแต่มันไม่
  1360. 1:13:55ได้ทำมันก็ไม่ได้ทำได้ทุกคนเหมือนกัน
  1361. 1:13:57อาจารย์ก็ไม่รู้เหมือนกันไม่รู้ไม่เข้าใจ
  1362. 1:14:00AI เหมือนกันเพราะ AI มันเรียนรู้ AI
  1363. 1:14:02เนี่ยมันจะเก่งได้เพราะอะไรรู้มั้ยเก่ง
  1364. 1:14:05ได้เพราะเราสอนเค้า
  1365. 1:14:06นะเราต้องเข้าใจเรื่องระบบของ AI เนาะณ
  1366. 1:14:09ปัจจุบันเนี่ยไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหนก็
  1367. 1:14:11ตามนะอ่า Facebook TikTok
  1368. 1:14:16Shopee อืม Lazada หรือแพลตฟอร์มความไหน
  1369. 1:14:21ที่เป็น Google พวกเนี้ยมันจะเก่งได้ก็
  1370. 1:14:25ต่อเมื่อเราสอนมันเชื่อ
  1371. 1:14:28มั้ยคุณพิมพ์ไปเนี่ยคุณพิมพ์ข้อความไป
  1372. 1:14:32เนี่ยถ้ามันขึ้นมาปึ๊บแล้วคุณกดปึ๊บมัน
  1373. 1:14:36แสดงว่าเฮ้ยมันตรงกับสิ่งที่คุณพิมพ์มัน
  1374. 1:14:38ก็จะเก็บข้อมูลนั้น
  1375. 1:14:40ไว้มันจะเก็บข้อมูลนั้นไว้เลยนะแล้วคนถ้า
  1376. 1:14:43เกิดวันนึงคนอื่นมาค้นหาเหมือนคุณน่ะมัน
  1377. 1:14:45ก็จะเอาข้อมูลนั้นออกมาออกมา
  1378. 1:14:47ด้วยมันก็จะเก็บเก็บๆเก็บของคุณแล้วก็
  1379. 1:14:51เก็บไปให้คนอื่น
  1380. 1:14:53ด้วย
  1381. 1:14:55อืม
  1382. 1:14:57เอ่อพฤติกรรมมันเรียนรู้จากพฤติกรรม
  1383. 1:15:00คนดังนั้น AI มันจะเก่งได้ก็ต้องคน
  1384. 1:15:06สอนคน
  1385. 1:15:08สอนมันมีคนสอนเค้าเรียกเค้าเรียกอะไร
  1386. 1:15:13นะเค้าคือเวลาทุกครั้งที่เราพิมพ์อะไร
  1387. 1:15:16เข้าไปในระบบมันจะเก็บเก็ๆนั่นแหละมันจะ
  1388. 1:15:21มี structure ของมันอยู่อ่ะนะฮะซึ่งซึ่ง
  1389. 1:15:25อาจารย์ศึกษามาอยู่ช่วงนึงนะมีมาอยู่ช่วง
  1390. 1:15:28นึงเพราะว่าเอ่อ
  1391. 1:15:30ด้วยด้วยความที่ช่วงปลายปี 2 2023 มัน
  1392. 1:15:36เป็นช่วงที่แบบตัวอีกตัวนึงมันเปิดตัว
  1393. 1:15:38เนาะก็เลยต้องมา
  1394. 1:15:40ศึกษาก็เลยนั่นแหละเราก็รู้ว่ามันทุก
  1395. 1:15:45อย่างที่เราดังนั้นเนี่ยข้อมูลอะไรก็ตาม
  1396. 1:15:47ที่มันเป็นส่วน
  1397. 1:15:49ตัวมันก็เก็บนะอาจารย์เคยอาจารย์เคยเอา
  1398. 1:15:55เรซูเบอาจารย์
  1399. 1:15:56เนี่ยไปให้ AI มันวิเคราะห์ว่า
  1400. 1:16:00เธอช่วยดูช่วยดูหน่อยว่าตำแหน่งฉัน
  1401. 1:16:07เนี่ย
  1402. 1:16:09ควรควรเถามมันต้องอยู่ที่การถาม
  1403. 1:16:14เนาะช่วยดูประวัติตัวนี้หน่อยตำแหน่งคน
  1404. 1:16:18นี้หน่อยว่าเค้าจะไปเป็นตำแหน่งอะไรได้
  1405. 1:16:22บ้างจะสมัครงานอะไรได้บ้างอ่ะเอาซูเบให้
  1406. 1:16:26อ่ะเพราะจะเขียนตึ๊ๆๆๆมันก็จะมันก็จะอ่าน
  1407. 1:16:28มันก็จะพิมพ์พิมพๆพิมพมาให้เลยนะแต่แต่
  1408. 1:16:31คุณต้อง
  1409. 1:16:32ต้องอันนี้ก็ตัดสินใจแล้วไงว่าเอาข้อมูล
  1410. 1:16:35เข้าไปเพราะยังไงข้อมูลฉันในอินเทอร์เน็ต
  1411. 1:16:37เยอะแยะไปหมดะเพราะว่ายังไงมันก็รู้อยู่
  1412. 1:16:40แล้วอ่ะก็เลยอ่ะๆรู้ไปเหอะบางทีมันก็มัน
  1413. 1:16:43ก็ปิดบังไปได้เนาะแล้วให้มันรู้ไปแล้วก็
  1414. 1:16:46ถามว่าอ่ะแล้วเงินเดือนคุณอยู่ที่ฐานเงิน
  1415. 1:16:48เดือนเท่าไหร่
  1416. 1:16:51อืแต่มันก็ไม่ได้บอกหมดนะมันก็แค่บอกว่า
  1417. 1:16:55เรทเงินเดือน
  1418. 1:16:56ของอ่า
  1419. 1:16:58ไอทีของประเทศไทยอ่ะตควรเท่า
  1420. 1:17:03ไหร่ถามว่าตรง
  1421. 1:17:06มั้ยอืมใกล้
  1422. 1:17:09เคียงต่ำแต่ใกล้
  1423. 1:17:11เคียงเพราะว่าจริงๆแล้วอ่ะจริงๆแล้วมัน
  1424. 1:17:15เอาก็เอาเงินเอาข้อมูลมา
  1425. 1:17:17ที่คนเค้าลงไว้แหละมาวิเคราะห์
  1426. 1:17:21เออเพราะว่าเพราะว่าเพราะว่าถ้าจำไม่ผิด
  1427. 1:17:24นะคะตัวที่อาจารย์ใช้อ่ะมันจะข้อมูลมันจะ
  1428. 1:17:28ล่าสุด 2
  1429. 1:17:30ปีช้ากว่าเรา 2 ปีที่จำได้นะแต่ไม่แน่ใจ
  1430. 1:17:34ว่าตอนนี้อัปเดตหรือยังอย่างปีที่แล้วที่
  1431. 1:17:36อาจารย์ใช้มันช้าไปกว่า 2 ปีแต่ไม่แน่ใจ
  1432. 1:17:38ว่าปีนี้มันมันช้าหรือมันมันเสมอกันแล้ว
  1433. 1:17:42เพราะว่าโปรแกรมมันอัปเดตไปแล้วเนาะดัง
  1434. 1:17:44นั้นอันเนี้ยก็ใช้อย่างระมัดระวังนะคะ
  1435. 1:17:47เรื่องของ AI นะคะแนะนำเลยเพราะว่าตอนมัน
  1436. 1:17:50มันแยกไม่ออกเลยนะตอนนี้ว่าเวลาเราเห็น
  1437. 1:17:53ภาพใช่มั้ยในในสื่อออนไลน์อ่ะบางทีแยกไม่
  1438. 1:17:58ออกเลยว่าเป็น AI หรือเป็นเรื่อง
  1439. 1:18:01จริงดูยากมากนะคะดูยากมากมันเหมือนน่ะบาง
  1440. 1:18:06ที
  1441. 1:18:08เอาเยเอ่อใน TikTok มันชอบมันใน TikTok
  1442. 1:18:12หรือว่าในแคCutัอาจารย์ก็ไม่แน่ใจพี่ก็ทำ
  1443. 1:18:15เป็นภาพแบบเหมือนคนนั่งอยู่เฉยๆก็ลุกขึ้น
  1444. 1:18:18เต้นได้อย่าเงี้ยเออโอ๊ยอันนั้นก็ทำทำ
  1445. 1:18:22เกินเอา AI มาทำว่า
  1446. 1:18:25งั้นเดี๋ยวนี้มีอะไรแปลกๆนะคะอ่ะถัดมานะ
  1447. 1:18:29คะนี่กี่โมงเนี่ย 10:30 น.
  1448. 1:18:35โอเคอีกสักแป๊บนึงอ่ะเดี๋ยวขอขึ้นอีกสัก
  1449. 1:18:39หัวข้อแล้ว
  1450. 1:18:40กันนะการพูดในโอกาสต่างๆนะคะการพูดใน
  1451. 1:18:44โอกาสต่างๆคือนอกจากการพูดที่เราพูดไป
  1452. 1:18:47แล้วเนาะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผุดน่ม
  1453. 1:18:49เน่าการองค์ประกอบนู่นนี่นั่นในการพูดมัน
  1454. 1:18:52ก็จะมีวาระต่างๆซึ่งในการพูดแต่ละวาระ
  1455. 1:18:56ต่างๆอาจจะแบบแต่ละคนอาจจะไม่ได้ใช้ทุก
  1456. 1:18:58วาระหรอกแต่วันนึงครั้งนึงในชีวิตอ่ะคุณ
  1457. 1:19:02ก็ต้องมีโอกาสได้พูดอ่ะใช่
  1458. 1:19:05มั้ยเอ่อการใช้นะคะทักษะเพื่อการสื่อสาร
  1459. 1:19:10ให้เหมาะกับ
  1460. 1:19:12สถานการณ์นะฮะเวลาและกลุ่มผู้ฟังเพื่อ
  1461. 1:19:16สร้างความประทับใจแล้วก็ความเข้าใจดีต่อ
  1462. 1:19:18กันนะคือเป็น
  1463. 1:19:21การเป็นการเค้าเรียก
  1464. 1:19:24ว่าแล้วแต่สถานการณ์อย่างที่บอกว่าถ้าวัน
  1465. 1:19:29นึงเราต้องได้มีโอกาสไปพูดหมดเอาจริงๆนะ
  1466. 1:19:33ต้องจำเป็นต้องเตรียม
  1467. 1:19:35มั้ยจริงๆจะพอความพร้อมก็ควรจะ
  1468. 1:19:40มีเพราะวันนึงเราไม่รู้เลยว่าใครจะเธอๆมา
  1469. 1:19:43พูดอันนี้หน่อยสิตายแล้วฉันจะพูดอะไรวะ
  1470. 1:19:48เออเอาจริงๆนะบางทีเฮ้ยฉันไม่พูดหรอก
  1471. 1:19:51เพราะเมื่อก่อนอาจารย์ไม่ได้เป็นคนชอบพูด
  1472. 1:19:56ต่อหน้าชุมชนนะ
  1473. 1:19:58คะจำได้เลย
  1474. 1:20:01ว่าตอนเรียนไม่เคยกล้าออกมาพูดหน้า
  1475. 1:20:05ฉันถ้าไม่ถูก
  1476. 1:20:08บังคับสมมุติว่าอยู่กลุ่มงานรายงานของ
  1477. 1:20:11เพื่อนเนี่ยแม้กระทั่งทำวิจัยเชื่อมั้ย
  1478. 1:20:14ตอนเรียนปริยาโทแม้กระทั่งปริยาโทอ่ะโดน
  1479. 1:20:17เลือกเป็นไดบอร์ด dir อ่ะอย่างเค้าจะ
  1480. 1:20:21เรียกบอร์ด diror คือเวลาเราเรียนปริโท
  1481. 1:20:23อ่ะเค้าจะมีการจัดโปรเจคใช่มั้คะโปรเจค
  1482. 1:20:27เพื่อไปทำโปรเจคอะไรบางอย่างเพื่อให้มัน
  1483. 1:20:29ได้รายได้มามันจะมีมันจะมีโปรเจคนี้อยู่
  1484. 1:20:33แต่อาจารย์ไม่แน่ใจว่าที่อื่นมีหรือ
  1485. 1:20:36เปล่าแต่จำได้ว่าที่ม.กรุงเทพเอ่อที่กรุง
  1486. 1:20:42น่าจะมีมั้น
  1487. 1:20:45เอ่อที่เราเรียนแหละม.ม.ธนบุรีน่าจะมีนะ
  1488. 1:20:49เพราะว่าอาจารย์จำได้ว่านักศึกษาที่
  1489. 1:20:50มาเรียนกับอาจารย์อ่ะเค้าก็มีชับโปรเจค
  1490. 1:20:53เนี้ยยังโทรมาปรึกษาอาจารย์เลยคือมันปกติ
  1491. 1:20:56เวลาเราเรียนปริญญาโทอ่ะค่ะมันจะมี
  1492. 1:20:59อาจารย์ก็จะให้เงินเรามาก้อน
  1493. 1:21:01นึงและให้เราเอาเงินก้อนเนี้ยไปบริหาร
  1494. 1:21:05ต่อไปบริหาร
  1495. 1:21:07ต่อ 3 เดือนทำโปรเจคอะไรก็ได้สักอย่าง 3
  1496. 1:21:11เดือนหรือในเวลาที่
  1497. 1:21:13จำกัดแล้วกลับมารายงานว่าไอ้ก้อนเนี้ยที่
  1498. 1:21:17คุณทำไปอ่ะได้กำไรมาเท่า
  1499. 1:21:21ไหร่แล้วรุ่นนรุ่นที่อาจารย์เรียนคือ 3
  1500. 1:21:25ประมาณนักศึกษาประมาณ 100 คนเกือบ 100 คน
  1501. 1:21:28ก็โดนเรียกโดนถูกเลือกเป็น
  1502. 1:21:31ไดคเตอร์ 5 คนมี 5 คนก็อาจารย์มีอาจารย์ 1
  1503. 1:21:34ในนั้นเค้าก็ให้เค้าก็บอกให้อาจารย์ไปให้
  1504. 1:21:37ไปพูดแนะนำตัวนู่นนี่นั่นด้วยความที่เรา
  1505. 1:21:40ก็ไม่คไม่ใช่คนพูดเก่งแต่เป็นคนลงมือทำไง
  1506. 1:21:44เออก็ไม่รู้ในบุคลิกบุคลิกอ่ะเค้าทุกคนก็
  1507. 1:21:48ว่าเนี่ยคนนี้แหละคนนี้แหละคนนี้แหละแต่
  1508. 1:21:52ก็เออก็ก็นำเพื่อนไปได้ได้จนจบโปรเจค
  1509. 1:21:56เพราะได้กำไรกันมานะแต่ตอนนั้นได้กำไรมาณ
  1510. 1:22:00ตอน
  1511. 1:22:01นั้นเค้าจะคิดคนปกติเวลาเราเรียนไปเรียน
  1512. 1:22:04โหเค้าจะคิดหัวไปแล้วนะว่าคนละ 2,000
  1513. 1:22:08ณตอนนั้น 2,000 2,100 คนคูณไปก็ประมาณ
  1514. 1:22:12400,000 มั้ยประมาณ
  1515. 1:22:14400,000 ก็น่าจะได้กำไรกลับ
  1516. 1:22:19มาป่าวะไม่ไม่ไรอ่ะแต่รู้แล้วมา 150,000
  1517. 1:22:25กำไรนะกำไรหักหลบหักกบลบหนี้แล้วอ่ะได้
  1518. 1:22:31กำไรเพราะว่าตอนนั้นทำโปรเจคเกี่ยว
  1519. 1:22:34กับมันอยู่ในช่วงงานกาชาติพอดีค่ะมันอยู่
  1520. 1:22:38ในช่วงงานกาชาติพอดีก็ไปตั้งบูทอะไรแหละ
  1521. 1:22:42ขายของตอนนั้นก็เป็นโปรเจคตอนนั้นมันมี
  1522. 1:22:46เรื่องไอ้เนี่ยค่ะดัง
  1523. 1:22:48อยู่โดมกับโดมกับพลอยอ่ะเรื่องอะไร
  1524. 1:22:54นะรักนิรันดร์ป่ะที่ที่เค้าเป็นแวมไพร์
  1525. 1:22:58อ่ะเออ
  1526. 1:23:01ณตอนนั้นทำผลิตภัณฑ์แล้วก็มีมีเซึมิ
  1527. 1:23:05ประเทศ
  1528. 1:23:06ญี่ปุ่นเรามีเซึมิประเทศญี่ปุ่นแล้วก็
  1529. 1:23:11อะไรสักอย่างแล้วเราก็ต้องนำเอาของมาขาย
  1530. 1:23:16ไปสั่งของจำอันนี้จำได้นะว่าเอาของสั่ง
  1531. 1:23:18ของมาขายเป็นพวกของพวกแก้วพวกอะไรอย่าง
  1532. 1:23:22เงี้ยเป็นเสื้อสกรีนอะไรอย่างเงี้ยเสื้อ
  1533. 1:23:25สกรีนแวมไพร์รักนิรันดร์เป็นรูปของทอยกับ
  1534. 1:23:29โดมบางอันก็เป็นของทอยบางอันโดมหรือเป็น
  1535. 1:23:32คู่อะไรอย่างเงี้ยแล้วก็มีโอเยอะเหมือน
  1536. 1:23:34กันน่ะทำมาเยอะแล้วก็พากันขายซื้อเองมั่ง
  1537. 1:23:37ขายเพื่อนมั่งขายให้เออแบบออกมาขายหมดนะ
  1538. 1:23:41คะขายหมดนะแล้ววันงานก็ได้เยอะเยอะด้วย
  1539. 1:23:45วันงานนี้คือจำไม่ได้ว่าโดมมาหรือ
  1540. 1:23:50เปล่าเหมือนเค้าแวะมาดูนะอืมเออเหมือน
  1541. 1:23:54เค้าแวะมาดูเพราะว่าเพราะว่าเสื้อก็เป็น
  1542. 1:23:57เสื้อเสื้อที่สกรีนเป็นเสื้อที่เค้าถ่าย
  1543. 1:23:59กับพอยเชอ
  1544. 1:24:02มาก็เลยน่าจะแวะมาดูก็ได้ได้ถึงถึงได้
  1545. 1:24:06กำไรไงเพราะว่าขายพากันช่วยขาย
  1546. 1:24:09เนาะก็นั่นแหละก็เป็นบอร์ดไดคเตอร์ก็พา
  1547. 1:24:12เพื่อนจนจบโปรเจค
  1548. 1:24:15ก็ไม่ได้เป็นคนพูดเก่งอะไรไงเออแต่มาตอน
  1549. 1:24:18นี้นะหนักกว่าตอนนั้นอีกหมายถึงว่าเออก็
  1550. 1:24:22เพิ่งรู้ว่าถ้าเกิดฉันย้อนกลับไปตอนนั้น
  1551. 1:24:25ถ้าฉันพูดเก่งมากกว่าเนี้ยมันก็คงเติบโต
  1552. 1:24:29มานานกว่านี้อะไรเงี้ยคือตอนนั้นพูดไม่
  1553. 1:24:31ค่อยเก่งตอนนี้ก็ไม่ได้พูดเก่งนะแต่ว่าก็
  1554. 1:24:34สอนได้นะคะถ้าฉันออนฉันไลฟ์สดมาเอ้ยตอน
  1555. 1:24:38นั้นมีไลฟ์สดยังไม่มีเพราะว่า Facebook
  1556. 1:24:42เพิ่งมาเนาะ Facebook มาได้ 4-5 ปีเอง
  1557. 1:24:45ช่วงที่เรียนเรียนบริโทแล้วเอาก็ยังไม่
  1558. 1:24:48ได้มีไลฟ์สดแต่ถ้าเกิดณตอนนั้นมันก็ยัง
  1559. 1:24:51ไม่มีปัจจัยอะไรที่ที่จะมาทำให้เราพูดได้
  1560. 1:24:55พูดเก่งเออดังนั้นปัจจุบันเนี้ยถามว่าณ
  1561. 1:24:59ปัจจุบันถ้าฉันต้องไปพูดอะไรบาง
  1562. 1:25:02อย่างเออมันก็ต้องมีเตรียมบ้างอาจารย์
  1563. 1:25:06เชื่อว่าเราต้องมีคำเตรียมบ้างสมมุติว่า
  1564. 1:25:09เฮ้ยให้ฉันขึ้นไปเลยหรอทำไมไม่ถ้ามาด่วนๆ
  1565. 1:25:12อาจารย์ไม่ค่อยขึ้น
  1566. 1:25:13แต่ถ้าแบบว่าเออเตรียมให้เตรียมตัวเออก็
  1567. 1:25:16จะไปขึ้นไปพูด
  1568. 1:25:17ให้แต่ถ้าแบบด่วนๆมาไม่ค่อยอ่ะไม่ค่อย
  1569. 1:25:22ไปไม่ค่อยไปนะคะดังนั้นในวาระโอกาส
  1570. 1:25:27อาจารย์คิดว่าในแต่ละครั้งทุกคนก็จะมี
  1571. 1:25:28วาระโอกาสที่ได้ออกไปพูดในงานวันเกิด
  1572. 1:25:32เพื่อนงานแต่งงานเพื่อนงานนู่นนี่นั่น
  1573. 1:25:35เยอะแยะไปหมดหรือในที่แม้กระทั่งในที่
  1574. 1:25:38ประชุมคุณก็ต้องมีคำเรียบเรียงคำขึ้นต้น
  1575. 1:25:41นะคำลง
  1576. 1:25:44ท้ายเอาแค่แนะนำตัวก่อนก็
  1577. 1:25:46ได้เอาแค่แนะนำตัวก่อนบางทีอาจารย์ต้อง
  1578. 1:25:50บางทีจะเวลาอาจารย์ไปคือทำไมถึงบอกว่า
  1579. 1:25:53ต้อง
  1580. 1:25:55ฝึกบางอย่างมันต้องดูไปก่อนคือเราเตรียม
  1581. 1:25:59ตัวไว้พร้อมไว้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นการ
  1582. 1:26:03พูด
  1583. 1:26:04จาการพูดเริ่มต้นการเปิดงานการอะไรอย่าง
  1584. 1:26:08เงี้ยมันก็ต้องมีบ้างเนาะเออแต่ถ้าถ้า
  1585. 1:26:12เกิดคนพูดเก่งอยู่แล้วไม่ได้กลัวความไม่
  1586. 1:26:15ได้กลัวหรือประหม่ามันก็สามารถพูดได้ทุก
  1587. 1:26:19อย่างได้ทุกวันนะคะดังนั้นก็ตัวนี้ก็จะ
  1588. 1:26:24เป็นการเค้าเรียกว่าให้ฝึกเนาะให้ฝึกดู
  1589. 1:26:28ว่าการใช้ภาษาการวางตัวมันก็ขึ้นอยู่กับ
  1590. 1:26:33กาเทศะของเราด้วยนะคะว่าเราจะไปเจอณ
  1591. 1:26:36สถานการณ์ไหนนะฮะดังนั้นประเภทของการพูด
  1592. 1:26:39ในโอกาสต่างๆนะฮะมีอะไรบ้างนะคะก็มีการ
  1593. 1:26:45แนะนำตัว Introduction
  1594. 1:26:47Speed อันเนี้ก็อาจจะเจอบ่อยอันเนี้ถึง
  1595. 1:26:51บอกว่าให้ทุกคนซ้อมของตัวเองไว้เลยวันนึง
  1596. 1:26:54ถ้าแบบอย่าเอาแบบสไตล์เมื่อก่อนก็อาจารย์
  1597. 1:26:58ก็สไตล์เดิมๆนะนางสาวพันทิพยคิสิรพันธ์
  1598. 1:27:00ค่ะชื่อนุ้ยค่ะหนุอะไรก็ว่าไปแต่หลังๆ
  1599. 1:27:06ก็ถ้าถ้าอ่ะถ้าเกิดคนบอกว่าอ่ะแนะนำ
  1600. 1:27:09ตัวถ้าเป็นที่ทำนานก็บอกว่าฉันก็พรทิพย์
  1601. 1:27:13นะพรทิพย์หรือหรือเรียกชั้นนุ้ยก็ได้อะไร
  1602. 1:27:17เงี้ยแต่มันเป็นภาษาอังกฤษเนาะภาษาภาษา
  1603. 1:27:20อังกฤษมันมีแพทเทิร์นของมันอยู่แล้วส่วน
  1604. 1:27:22ใหญ่ที่งานเวลาประชุมประชุมภาษาอังกฤษนะ
  1605. 1:27:25ครับดังนั้นมันจะมีแพทเทิร์นของของเรา
  1606. 1:27:29อยู่แล้วว่าเราชื่ออะไรตำแหน่งอะไรมาช่วย
  1607. 1:27:31อะไรแค่นั้นจบแพทเทิร์นของเค้า
  1608. 1:27:35ภาษาไทยไม่ค่อยมีนะคะคุยภาษาอังกฤษหมดแม้
  1609. 1:27:39กระทั่งคุยกับคนไทยด้วยกันยังคุยภาษา
  1610. 1:27:40อังกฤษผิดเลยนะคะก็เค้าเป็นวัฒนธรรมเค้า
  1611. 1:27:44เนาะ
  1612. 1:27:48เอ่ออันแรกเลยนะคะอันแรกอาจารย์ก็งงเมาส์
  1613. 1:27:52งงเมาส์ตัวเองนะคะมีเยอะอ่ะพูด
  1614. 1:27:58ในพูดในสัมมนาประชุมหรือการสัมภาษณ์งานก็
  1615. 1:28:02ให้เตรียมเอาไว้เนาะเตรียมเอาไว้ของตัว
  1616. 1:28:05เองนะคะเวลาคุณไปสัมมนาคุณไปอะไรอย่าง
  1617. 1:28:07เงี้ยมันจะต้องมีการพูดอยู่แล้วก็ดูว่า
  1618. 1:28:10formมatที่เค้าให้พูดคืออะไรนะคะการพูด
  1619. 1:28:14ให้กระชับชัดเจนครบถ้วนตามที่เค้าอยากรู้
  1620. 1:28:19ตามที่เค้าอยากรู้เลยนะแบบมั่นใจด้วยนะ
  1621. 1:28:23อย่าอึ๊กๆอึอัดูแล้วเป็นตัวตลกไม่
  1622. 1:28:27เอาบอกตัวเองเมื่อก่อนเมื่อก่อนใช่เมื่อ
  1623. 1:28:32ก่อนฉันกึ๊กๆเขินอายอะไรก็ไม่รู้
  1624. 1:28:37เออแล้วก็เนื้อหาชื่อตำแหน่งจุดประสงค์ใน
  1625. 1:28:41การ
  1626. 1:28:43พูดอืมก็อย่างที่บอกเวลาด้านตัวก็อ่ะ
  1627. 1:28:47พรทิพย์นะคะชื่อนุ้ยเรียกนุ้ยก็ได้อ่าดู
  1628. 1:28:51แลซัพพอร์ตนู่นนี่นั่นเออมันก็ดูง่ายๆนะ
  1629. 1:28:54เพราะเวลาภาษาอังกฤษมันไม่ค่อยมีวิธีการ
  1630. 1:28:56อะไรมากมันก็จะมีแพทเทิร์นของมันอยู่แล้ว
  1631. 1:28:58แต่แบบเวลาภาษาไทยก็เวลาคนไทยเนาะถ้าทาง
  1632. 1:29:02การ
  1633. 1:29:03ก็เสื่อก็เออถ้ารู้จักกันเยอะก็ไม่ต้อง
  1634. 1:29:07ไม่ต้องอะไรมากนะคะดูว่าอ๋อบอกว่าดู
  1635. 1:29:09ตำแหน่งนี้อยู่ดูอันนั้นอยู่ดูอันนี้อยู่
  1636. 1:29:12นะก็ท่องไว้ท่องไว้คือให้มั่นใจอ่ะการแนะ
  1637. 1:29:16นำตัวต้องมั่นใจไว้ก่อนเลย
  1638. 1:29:18นะเพราะเพราะคุณรู้ตัวคุณดูคุณดีการพูด
  1639. 1:29:22ขอบคุณอ่า Thank you speed พูดยังไง
  1640. 1:29:26เฮ้ยถึงขั้นขอบคุณต้องพูดเลยหรอใช่มัน
  1641. 1:29:29ต้องฝึกมันต้องฝึกว่าไอ้การพูดอ่ะมันใน
  1642. 1:29:34เรื่องในสถานการณ์ไหนอ่ะในงานเลี้ยงงาน
  1643. 1:29:38มอบรางวัลหรือหลังจากได้รับความช่วยเหลือ
  1644. 1:29:40แล้วนะคะก็ต้องขอบคุณก็ต้อง
  1645. 1:29:45มีมีวิธีการขอบคุณใครขอบคุณ
  1646. 1:29:52อะไร
  1647. 1:29:53นะมันมันมันต้องถ้ามีคนช่วยเหลือเราเยอะ
  1648. 1:29:57เราต้องเอ่ยให้ครบนะคะเพราะมันจะมี
  1649. 1:30:00ประเด็นนะถ้าเกิดวันนึง
  1650. 1:30:02อ่ะสมมุติว่าเราเค้าเชิญเรา
  1651. 1:30:06ไปเป็นวิทยากร
  1652. 1:30:10แต่บังเอิเป็นอีกคนนึงเชิญมาแต่เค้านั่ง
  1653. 1:30:13อยู่ในในงานนั้นอยู่แต่มันมีประธานของงาน
  1654. 1:30:17อยู่คนไปอ่ะอาจจะไปขอไปขอบคุณแค่ประธาน
  1655. 1:30:22ของงานแต่ไม่ขอบคุณคนที่เชิญมาก็สามารถทำ
  1656. 1:30:25ให้งานทางได้แล้วแล้วคุณจะไม่ได้รับงาน
  1657. 1:30:27อีกต่อไปเลยนะอานี้อาจารย์เคยเจอปัญหาเคย
  1658. 1:30:31เจอเคยเจอประสบการณ์นี้กับอีกเพื่อน
  1659. 1:30:34เพื่อนที่เคยรู้จักเป็นคนที่เคยรู้จัก
  1660. 1:30:37แล้วกันไม่ใช่เพื่อนเพราะว่าเหมือนเหมื
  1661. 1:30:40เหมือนอีกคนนึงอ่ะพาเค้าไปใช่มั้ยหางาน
  1662. 1:30:43ให้เค้าแต่เค้าไม่เอ่ยขอบคุณเลยสักคำใน
  1663. 1:30:46งาน
  1664. 1:30:47นั้นจริงๆควรเอ่ย
  1665. 1:30:50ขอบคุณที่เชิญมาให้รู้จักเพื่อที่ได้มี
  1666. 1:30:55โอกาสรับงานนี้อะไรก็ว่าไปอันนี้บอกเลยนะ
  1667. 1:30:59เพราะว่าเพราะว่าอะไรเพราะว่าคนที่ทำไม
  1668. 1:31:02เห็นทำไมถึงมันถึงเป็นสอนเราได้ด้วยว่า
  1669. 1:31:05เฮ้ยเวลาเรามีงานอะไรเราต้องขอบคุณทุกคน
  1670. 1:31:08เพราะว่าอะไรเพราะว่าเมื่อไหร่พอเค้าไม่
  1671. 1:31:10ขอบคุณคนนี้ใช่ป่ะเชื่อมั้ว่าเค้าถูกตัด
  1672. 1:31:13งานตักสิทธิ์งานอื่นๆที่เค้าจะได้ในอนาคต
  1673. 1:31:16เลย
  1674. 1:31:17อ่ะมันมันเหมือนเค้าแบบ
  1675. 1:31:21อ้าวทำไมไม่เอ่ยถึงเค้าเลยอะไรอย่างเงี้ย
  1676. 1:31:24มันก็คือเป็นอีกตัวนึงนะถึงแม้เค้าจะไม่
  1677. 1:31:26ได้แบบว่าเค้าเรียกว่าไม่รู้ดิเนาะผู้
  1678. 1:31:30ใหญ่เนาะมันก็ต้องมีบ้างอ่ะ
  1679. 1:31:33มันเค้าเชิญเรามาแต่มองข้ามเค้านะคะก็ไม่
  1680. 1:31:37ได้นะ
  1681. 1:31:38คะแสดงความขอบคุณอย่างจริง
  1682. 1:31:42ใจเนี่ยแหละตรงนี้แหละตรงที่เวลาเราพูด
  1683. 1:31:45มันจะออกมาทั้งหน้าตาออกทั้งสีหน้าออก
  1684. 1:31:48ทั้งความรู้สึกมันต้องออกมาทั้งหมดนะคะ
  1685. 1:31:52เพราะคนจะเห็นเราเลยนะ
  1686. 1:31:56คะมันก็บุคลิกเนาะบางคนก็บุคลิกนิ่งเกิน
  1687. 1:32:00ไปนะคะบางทีอาจารย์ไปเจอแบบคนที่แบบเ
  1688. 1:32:03ขอบคุณแล้วแต่หน้าเนิ่งมากหน้าเนิ่ง
  1689. 1:32:07แต่แล้วแต่แล้วแต่บุคลิกมันสื่อกันได้นะ
  1690. 1:32:11เนื้อหานะคะคือในการขอบคุณบุคคลหรือองค์
  1691. 1:32:14กรเหตุผลที่ขอบคุณเพราะอะไรผลกระทบที่ได้
  1692. 1:32:18รับจากการตรงนี้ตรงนั้นเป็นยังไงก็เอาให้
  1693. 1:32:24ครบเอาให้ครบเขาจะได้รู้สึกเออนะพูดเป็น
  1694. 1:32:29นะเค้าเรียกว่าอยู่
  1695. 1:32:31เป็นนะคะหมดยังตึ๊ดตึ๊ก
  1696. 1:32:36ๆอ่ะการพูดอำรานะฮะเอ่อ Fairwell speed
  1697. 1:32:42แวell spe เอ่ออำลาอาจจะแบบลาออกจากงาน
  1698. 1:32:47หรือลาไปต่าง
  1699. 1:32:49ประเทศโหพายุมาละหรือลาไปไหนอะไรอย่าง
  1700. 1:32:53เงี้ยอ่ะอาจจะไม่ได้เจอกันอีกหรือนานกว่า
  1701. 1:32:56จะได้เจอนะคะก็ต้องใช้คำพูดนะ
  1702. 1:33:02คะให้มันเหมาะเหมาะสมอันเนี้ยต้องจบเลย
  1703. 1:33:06หรือจะเอาความรู้สึกก็ได้หรือจะเอาความ
  1704. 1:33:08รู้สึกก็ได้แต่บางทีอ่ะเข้าใจมั้ยเวลา
  1705. 1:33:11ความรู้สึกอ่ะพอเราไปพูดต่อหน้าเค้าล่ะ
  1706. 1:33:14มันดีใจ
  1707. 1:33:16จนลืมพูดอ่ะเอออันนี้ก็
  1708. 1:33:21ต้องถ้ารู้ว่าจะได้พูดเตรียมตัวแต่ถ้ารู้
  1709. 1:33:25ว่าจะไปงานเนี้ยก็เตรียม
  1710. 1:33:27ตัวไม่ได้พูดหรือได้พูดคุณก็เตรียมตัวไว้
  1711. 1:33:31ก่อนจริงจริงอืมถ้างานใดงานหนึ่งเนาะจริง
  1712. 1:33:37ๆแต่แต่แต่ไอ้งานพวกนี้เรารู้อยู่แล้วไง
  1713. 1:33:40ว่ามันต้องเป็น
  1714. 1:33:43เราพูดเราก็ต้องเตรียมไปแต่งานบางงานเรา
  1715. 1:33:47ไม่รู้เนาะเน้นความประทับใจและความรู้สึก
  1716. 1:33:50ที่ดีที่ได้รับอืมใช่เนื้อหาสรุป
  1717. 1:33:56ประสบการณ์ขอบคุณผู้ร่วมงานแล้วก็คำอวยพร
  1718. 1:34:03การพูดในพิธีเปิด
  1719. 1:34:06ปิด Opening Closing Speed อันเนี้ยก็
  1720. 1:34:10อาจจะไม่ได้ไม่
  1721. 1:34:13ได้ไม่ได้พูดบ่อยไม่ค่อยไม่ไม่ค่อยมีก็
  1722. 1:34:17ได้นะ
  1723. 1:34:19คะแต่ถ้ามีโอกาสมีก็ฝึกก็ฝึกไปนะใช้ในงาน
  1724. 1:34:24สัมมนาเปิดโครงการหรือการสรุปการ
  1725. 1:34:27ประชุมแต่ถ้าเกิดประชุมก็อาจจะมีนะของเรา
  1726. 1:34:30อ่ะนะคนไหนที่เป็นได้เป็นคดรักอะไรอย่าง
  1727. 1:34:33เงี้ยเป็นคนดูแลการประชุมก็จะเป็นคนเริ่ม
  1728. 1:34:35คนปิดให้ก่อนเริ่มก็จะเป็นแบบเบอร์
  1729. 1:34:38agเจน้ามีอะไรบ้างปิดก็มีอะไรบ้างอะไรก็
  1730. 1:34:41ว่ากันไปความอ่าต้องสร้างความรู้สึก
  1731. 1:34:45เชื่อมโยงกระตุ้นความสนใจอ่ากระตุ้นความ
  1732. 1:34:50สน
  1733. 1:34:52ใจเนื้อหามีอะไรบ้างนะคะกล่าวต้อนรับ
  1734. 1:34:56อธิบายวัตถุประสงค์นะคะขอบคุณผู้เข้าร่วม
  1735. 1:35:00อืมอือันนี้ก็ก็ไม่เกิดกับเราแต่ก็ดูรูป
  1736. 1:35:06แบบเอาไว้จริงๆอาจารย์ก็ไม่ได้นี่หรอก
  1737. 1:35:08เวลาที่ก็จะดูไว้หรือ
  1738. 1:35:11ว่ามันก็ไม่ได้ไม่ได้อะไรขนาดนั้น
  1739. 1:35:16แต่ก็ต้องพร้อมแต่ก็ต้องพร้อมนะอ่ะเดี๋
  1740. 1:35:20ก่อนขึ้นหัวข้อนี้เดี๋ยวไปเบรกแป๊บนึงนะ
  1741. 1:35:24คะอ่ะเดี๋ยวในระหว่างเบรกเดี๋ยวอาจารย์
  1742. 1:35:26ส่งลิงก์
  1743. 1:35:28ให้เช็คชื่อนะคะ
  1744. 1:35:32ก็เดี๋ยวแป๊บ
  1745. 1:35:35นึงเหมือนฝนจะ
  1746. 1:35:41ตกมีใครที่ยังไม่ได้เข้ามาใน
  1747. 1:35:44ห้องอาจารย์ไม่ได้ดูหน้านี้เลย
  1748. 1:35:52นะตึ๊กๆตื๊ด
  1749. 1:35:59ๆเดือนนี้หมดแล้วใช่มั้วันหยุด
  1750. 1:36:05เราหยุดเยอะซะ
  1751. 1:36:08แบบลืมวันถ้าอาจารย์รู้ว่ามันหยุดเยอะ
  1752. 1:36:11อาจารย์ก็จะน่าจะหยุดบางคนหยุด 4 วันอัน
  1753. 1:36:15นี้ห้อง 12 ใช่
  1754. 1:36:19มั้อ่าเช็คชื่อ
  1755. 1:36:22ค่ะอ่ะอ่ะเดี๋ยวแป๊บเดี๋ยวอาจารย์ส่ง
  1756. 1:36:25ลิงก์
  1757. 1:36:27ให้
  1758. 1:36:31อืมแป๊บนึงนะเดี๋ยวอาจารย์ขอออกไปจากตรง
  1759. 1:36:36นี้ก่อนนะเดี๋ยวอาจารย์ไปรีสตาร์ทเครื่อง
  1760. 1:36:38ก่อนถ้าเพื่อนไม่เห็นลิงก์ส่งลิงกให้
  1761. 1:36:41เพื่อนด้วย
  1762. 1:36:42นะเดี๋ยวอาจารย์มาแป๊บนึง
  1763. 1:39:45กลับมา
  1764. 1:39:48และพอดีว่าเสียงมันเสียบมันขาดหาย
  1765. 1:40:12หายกันครบ
  1766. 1:40:16ยังตึๆ
  1767. 1:40:26ๆจะเปลี่ยนหาที่เค้าเรียกว่าหาเก้าอี้อ่ะ
  1768. 1:40:31ไม่ใช่หาเก้าอี้ดิอ่า
  1769. 1:40:50งเค้าเรียกว่าหาดโต๊ะ
  1770. 1:40:53สูงเพราะตอนนี้อาจารย์มีปัญหา
  1771. 1:40:57คือเมื่อ 2 วัน 3 วันที่แล้วอาจารย์เดิน
  1772. 1:40:59ไม่ได้ 2 วันนะเดินไม่ได้
  1773. 1:41:03เลยเนี่ยนั่งทำงานเนี้ยเหมือนเรานั่งตลอด
  1774. 1:41:10ยิ่งอาจารย์ไม่ได้ไม่ได้เข้าออฟฟิศตั้ง
  1775. 1:41:13แต่แผ่นดินไหวเนาะแผ่นดินไหวตั้งแต่แผ่น
  1776. 1:41:17ดินไหวก็ไม่ได้เข้าเลยมันก็เลยแบบนั่ง
  1777. 1:41:20อย่างเงี้ยทั้งวันทั้งวันสอนพวกเราก็นั่ง
  1778. 1:41:23ทั้งวันขายของก็นั่งทั้งวันนึงอยู่ตรง
  1779. 1:41:26เนี้ยอาจารย์นั่งอยู่ตรงเนี้ย
  1780. 1:41:28ประมาณ 8:00 น.บางทีอ่ะอ่ะเต็มที่ 8:00
  1781. 1:41:32น.แล้วกัน 18:00 น.ไม่ทับ 8:00 น.จนถึง
  1782. 1:41:3622:00 น.อ่ะถ้านับด้วย 18:00 น.ก็ถึง
  1783. 1:41:4022:00 น.
  1784. 1:41:41อยู่ตรงเนี้ยหนูเดินบ้างแต่น้อยนะคะมันก็
  1785. 1:41:47เลยพอเราล้าปุ๊บหลังมันล้าด้วยพอมันไปก้ม
  1786. 1:41:51หยิบปึ๊บมันก็ไปเลยแล้วตรงนี้มันมีมันมี
  1787. 1:41:55แผลเนาะหมายถึงว่าเค้าเรียกว่าเคยล้มมา
  1788. 1:41:59เคยล้มมาแล้วเป็นมะกรนั้นนั่นน่ะเดินไม่
  1789. 1:42:02ได้เป็นอาทิตย์เลยแต่วันแต่วันเนี้ยมัน
  1790. 1:42:04แค่แบบยอกแต่ยอกแบบยอกยอกโหดมากอ่ะถ้าตรง
  1791. 1:42:08นี้ยอกนะบอกเลยเดินไม่
  1792. 1:42:10ได้ 2 วันนี้ต้องนอนทำงานเลยทีเดียวนอนทำ
  1793. 1:42:15งาน
  1794. 1:42:17น่ะน่ากลัว
  1795. 1:42:20มากน่ากลัวนี่คือถ้าเกิดฉันเดินไม่ได้นี่
  1796. 1:42:23คือเครียดกว่าเดิม
  1797. 1:42:25อีกสไลด์
  1798. 1:42:31ไหนตึ๊ด
  1799. 1:42:34ๆอ่าอันนี้พูดประทับใจอ่าถัดมาก็จะเป็น
  1800. 1:42:39เรื่อง
  1801. 1:42:42ของแป๊บนึง
  1802. 1:42:45นะเช็คกันทุบยนต์แล้ว
  1803. 1:42:53เนาะ
  1804. 1:43:04อืมอ่ะต่อนะคะครบแล้วเนาะส่งเอ่อเช็ค
  1805. 1:43:09ชื่อถามย้ำแล้ว
  1806. 1:43:12นะอ่ะมาต่ออีกนิดนึงนะ
  1807. 1:43:16คะว่าไง
  1808. 1:43:21จ๊ะตึ๊ดๆ
  1809. 1:43:24ยังผมได้เช็คชื่อเลยครับอาจารย์
  1810. 1:43:28เมื่อกี้เผลอก็เป็นกดออกอ่ะครับผมมันเข้า
  1811. 1:43:31มาอีกทีมันก็ไม่เห็นลิงก์แล้วครับอ๋อแป๊บ
  1812. 1:43:34นึง
  1813. 1:43:47อื
  1814. 1:43:5612 ครับครูสิยังไม่เช็คครับพอดีขับรถ
  1815. 1:43:59อยู่ครับเดี๋ยวถ้าจอดแล้วจะจะเช็คได้มั้
  1816. 1:44:01ครับ
  1817. 1:44:03ก็พยายามเช็คให้อยู่ในช่วงชั่วโมงนะคะ
  1818. 1:44:10หมายถึงพยายามเช็คให้อยู่ในชั่วโมงเรียน
  1819. 1:44:11นะถ้าเกินชั่วโมงเรียนอาจารย์ไม่เช็คให้
  1820. 1:44:16นะได้แต่ว่าให้อยู่ใน
  1821. 1:44:23ชั่วโมงอ่ะมาต่ออีกนิดนึงนะคะอ่ะสจารย์
  1822. 1:44:26ส่งลิงก์ให้
  1823. 1:44:27แล้วเทคนิคการพูดนะคะเทคนิคการพูดเมื่อ
  1824. 1:44:30กี้เราพูดถึงการพูดในวาระต่างๆประเภทต่าง
  1825. 1:44:34ๆนะค่ะเทคนิคในการพูดนะคะมีอะไร
  1826. 1:44:40บ้างอ่ะนะคะเห็นสไลด์แล้วเนาะเทคนิคการ
  1827. 1:44:45พูดนะคะให้ประทับ
  1828. 1:44:47ใจมันมันก็คือมันมีไม่มากหรอกเทคนิคในการ
  1829. 1:44:52ทำให้รู้สึกว่าประทับใจในการพูดเนาะอย่าง
  1830. 1:44:55แรกเลยเราก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมอย่าง
  1831. 1:44:58ที่อาจารย์บอกว่าไม่ว่าจะอะไรก็ตามนะถึง
  1832. 1:45:01จะไม่ใช่วาระของเราหรืออะไรก็ตามเนี่ยให้
  1833. 1:45:03เราเตรียม
  1834. 1:45:05ไปถึงแม้จะไม่ได้พูดก็ไม่เป็นไรนะฮคือการ
  1835. 1:45:09เตรียมตัวมันเป็น
  1836. 1:45:12การเอ่อเค้าเรียกว่าอะไร
  1837. 1:45:15อ่ะพร้อมตลอด
  1838. 1:45:17เวลาเค้าเรียก
  1839. 1:45:19ว่า on the way คือถ้าเค้าให้ฉันพูด
  1840. 1:45:23ปุ๊บฉันก็โอเคฉันพูดให้ฉันพูดให้ได้แสดง
  1841. 1:45:27ว่าคนนั้นมีความมั่นใจตัวเอง
  1842. 1:45:30มากจริงอ่ะถ้าถ้า 10 กว่าปีที่แล้วอ่ะถ้า
  1843. 1:45:36ย้อนไปซักก่อน 5 ปี
  1844. 1:45:40อ่ะอาจารย์ให้อาจารย์พูดยาก็ไม่พูดนะแต่
  1845. 1:45:43ถ้าตอนเนี้ยไปงานไหนแล้วให้อาจารย์พูด
  1846. 1:45:48พร้อมก็จะพร้อมขึ้นถึงแม้ฉันไม่มีอะไรใน
  1847. 1:45:51หัวฉันก็พร้อมขึ้นจริงๆเพราะว่าอะไรเพราะ
  1848. 1:45:55ว่ามันเหมือน
  1849. 1:45:56เหมือนอะไรอ่ะเค้าเรียกว่าประสบการณ์
  1850. 1:46:00เนาะอาจารย์เชื่อแล้วว่าทำไมทำไมไปเวลาคน
  1851. 1:46:03ที่ได้ไปพูดเอ่อในโอกาสต่างๆเค้าพูดได้
  1852. 1:46:06เก่งพูดอะไรอย่างเงี้ยเค้าเค้าอาจจะถูก
  1853. 1:46:09ฝึกแล้วก็ฝึกมาด้วยแล้วก็มั่นใจตัวเอง
  1854. 1:46:12ระดับหนึ่งด้วยว่าพูดได้อยู่ที่ความมั่น
  1855. 1:46:17ใจอยู่ที่ความมั่นใจของคนที่พูดด้วยแล้ว
  1856. 1:46:21ก็ความ
  1857. 1:46:23พร้อมนะความพร้อมที่จะพูดในแต่ละครั้งนะ
  1858. 1:46:28คะถึงไงถึงบอกถึงบอกว่าถ้าถ้าย้อนไปอีก
  1859. 1:46:32สัก 5 ปีอ่ะให้อาจารย์พูดอาจารย์ก็คงไม่
  1860. 1:46:34พูด
  1861. 1:46:35หรอกค่อยไม่ค่อยมันคือเรื่องอื่นมั่นใจนะ
  1862. 1:46:39แต่ถ้าให้ไปพูดแต่ไม่รู้จะพูดอะไรอ่ะเรา
  1863. 1:46:41ก็ไม่พูดนะดังนั้นเตรียมตัวให้พร้อม
  1864. 1:46:45ค่ะไม่ว่าจะโอกาสใดๆก็ตามถ้าคุณต้องรู้
  1865. 1:46:50จักว่าไอ้สิ่งไอ้งานที่คุณจะไปหรือไอ้
  1866. 1:46:53สิ่งที่คุณจะไปร่วมกับเค้าเนี่ยมันเป็น
  1867. 1:46:56การต้องศึกษาต้องศึกษาว่าเฮ้ยมันมันคือ
  1868. 1:47:00งานอะไรรู้จักว่าคนที่อยู่ในนั้นน่ะเป็น
  1869. 1:47:03ใครแล้วบรรยากาศสถานการณ์ตอนนั้นน่ะมัน
  1870. 1:47:07เป็นยัง
  1871. 1:47:08ไง
  1872. 1:47:09แล้วพอเราได้ถูกเชิญไปพูดมันจะมันจะพูด
  1873. 1:47:14ได้
  1874. 1:47:15ดี Imagine อาจารย์เคย Imagine นะว่าอ่ะ
  1875. 1:47:19ถ้า
  1876. 1:47:21ถ้ามีคนเรียกฉันออกไป
  1877. 1:47:24พูด
  1878. 1:47:26เออเค้าเรียกว่าเค้าเรียกว่าเตรียมพร้อม
  1879. 1:47:28แล้วนะ imagine เลยนะอ้าวใครจะออก
  1880. 1:47:33พูดคืออาจารย์อาจารย์เป็นคนนึงที่ถ้าไม่
  1881. 1:47:36เรียกอาจารย์ไม่
  1882. 1:47:37ออกคือไม่ยกมือแน่นอน
  1883. 1:47:40อ่ะเป็นคนไม่ยกมือแน่นอนแต่ถ้าอ่ะเชิญพี่
  1884. 1:47:46นุ้ยหรือเชิญอะไรออกมาพูดเออพูดแน่
  1885. 1:47:50นอนเหมือนกันใครที่จะเชิญมีหลายคนนะคะที่
  1886. 1:47:53จะเชิญอาจารย์ไปเป็น
  1887. 1:47:55วิทยากรแต่อาจารย์ไม่ตอบรับเพราะว่าด้วย
  1888. 1:47:58ความที่ภาระเยอะหมายความว่าภาระ
  1889. 1:48:01เวลาต้องสอนพวกเราต้องทำงานตัวเองวันหยุด
  1890. 1:48:05ก็มีแค่วันเดียวคือวัน
  1891. 1:48:07เสาร์มีคนอยากให้อาจารย์ไปสอนแต่
  1892. 1:48:10ว่าไม่อยากตอบรับเขาไปเพราะว่าเหนื่อย
  1893. 1:48:15เหนื่อยเดินทางเหนื่อยที่จะ
  1894. 1:48:17ไปมันก็เลยมันก็เลยแบบอ่าิอยากได้นะเพราะ
  1895. 1:48:23ว่าคนที่เชิญน่ะคือใคร
  1896. 1:48:25ป่ะเค้าเป็นเจ้าของธุรกิจอ่ะเป็นเจ้าของ
  1897. 1:48:29ธุรกิจเหมือน
  1898. 1:48:30แล้วแฟนเค้าเป็นรัฐมนตรีเอ่อไม่ใช่เป็น
  1899. 1:48:35ผู้ช่วย
  1900. 1:48:38รัฐมนตรีคือแล้วพี่แล้วคนที่เป็นผู้ช่วย
  1901. 1:48:41รัฐมนตรีอ่ะเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย
  1902. 1:48:45อาจารย์ด้วยเราเคยไปเจอกันแล้วนะแต่ด้วย
  1903. 1:48:49ความที่เรายุ่งเราก็เลยไม่ไม่กล้าตอบรับ
  1904. 1:48:52เค้า
  1905. 1:48:54ว่าเค้าบอกให้เค้าบอกให้เราอ่ะคิดค่าสอน
  1906. 1:48:57ค่าอะไรไปแต่ว่าด้วยความที่เราไม่กล้าตอบ
  1907. 1:49:00รับเราไม่รู้ว่าเราจะว่างเมื่อไหร่เราก็
  1908. 1:49:03เลยไม่ได้กล้าตอบรับนะเนี่ยอันนั้นก็ต่าง
  1909. 1:49:07หากเนาะฉะนั้นในการพูดแต่ละครั้งเราต้อง
  1910. 1:49:11ในงานใดๆก็ตามเราต้อง imagine ก่อนว่า
  1911. 1:49:15เฮ้ยถ้าเกิดฉันไม่ออกไปพูดฉันจะพูดยังไง
  1912. 1:49:17วะบางเคยนะเคยเป็นนะเพราะเราก็กลัวเหมือน
  1913. 1:49:21กันว่าเราจะถูกเวลาไปสัมมนาอย่าเงี้ยไป
  1914. 1:49:25สัมมนาทีมงานในทีมอ่ะอาจารย์ก็คิดตลอดว่า
  1915. 1:49:29อย่าเชิญนะอย่าเชิญฉันนะเพราะฉันไม่ยกมือ
  1916. 1:49:32อยู่แล้วแต่ว่าฉันก็จะคิดเป็นใจว่าฉันจะ
  1917. 1:49:34พูดอะไรฉันออก
  1918. 1:49:36ไปแต่พอแต่พอไม่เรียกปุ๊บโอโล่งเฮ้ดีแล้ว
  1919. 1:49:42แหละที่ไม่
  1920. 1:49:43เรียกเพราะว่าเพราะว่าอะไรก็คือตื่นเต้น
  1921. 1:49:47ไงตื่นเต้นเออแต่แต่ณตอนนี้คงไม่ใช่เพราะ
  1922. 1:49:52นั่นคือเมื่อก่อนอืเมื่อก่อนแต่ตอนนี้คือ
  1923. 1:49:55ไม่พูดได้ทุกสถานกัน
  1924. 1:49:58นะแล้วก็นะฮะนอกจากเตรียมตัวแล้วนะใช้
  1925. 1:50:01ภาษาที่เหมาะ
  1926. 1:50:03สมใช้ภาษาที่เหมาะ
  1927. 1:50:05สมเอ่ออาจารย์เชื่อว่า
  1928. 1:50:09นะแต่ละคนมีภาษาที่สุภาพอยู่แล้ว
  1929. 1:50:16แล้วก็ใช้ภาษาที่เหมาะสมอ่ะเค้าเรียกว่า
  1930. 1:50:21ทุกคนเรียนมาหมดแล้วอ่ะเรียนจากการฟังใช่
  1931. 1:50:26มั้ย
  1932. 1:50:27อาจารย์น่ะอาจารย์ชื่อว่าแต่ละคนนะถึงแม้
  1933. 1:50:30จะไม่เรียนจากอาจารย์หรือเรียนจากที่ตัว
  1934. 1:50:32เองเรียนมาจากที่ไหนก็ตามแต่อย่างน้อยคุณ
  1935. 1:50:35น่ะได้เรียนจากการฟังการดูข่าวการนู่นนี่
  1936. 1:50:37นั่นคุณก็เก็บตรงนั้นมาเก็บตรงนี้มาเพราะ
  1937. 1:50:41ว่าในหลักสูตรมันไม่ได้มีสอนหรอกว่าเฮ้ย
  1938. 1:50:43คุณต้องพูดอย่างงั้นพูดอย่างนี้นะคำนั้น
  1939. 1:50:45คำนี้ไม่
  1940. 1:50:46มีแต่ถ้าว่าทุกคนได้รับประสบการณ์จากการ
  1941. 1:50:50ฟังแล้วรู้ว่าสถานการณ์ไหนต้องใช้ภาษายัง
  1942. 1:50:55ไงทุกคนใช้ภาษาเดียวกันค่ะใช้ภาษาเดียว
  1943. 1:50:58กันแต่ว่าจะใช้ยังไงแล้วให้ดูให้
  1944. 1:51:02ดูประทับใจดูน่าฟังแล้วก็เค้าเรียกว่าฟัง
  1945. 1:51:08ง่ายนะคะไม่ดูดูแล้วเคารพอ่ะเคารพสถานที่
  1946. 1:51:13อ่ะนะมันก็จะมีประเภทประเภทแบบบางทีพูด
  1947. 1:51:18แล้วไม่ต่างคนต่างต่างคิดเนาะเราไม่รู้
  1948. 1:51:22ว่าเวลาคนพูดไม่ดีเค้าเค้าคิดอะไรความคิด
  1949. 1:51:26อาจจะไม่เหมือนกันนะคะความคิดอาจจะไม่
  1950. 1:51:29เหมือนกันแต่สิ่งนึงเหมือนกันคือภาษาที่
  1951. 1:51:34ใช้อยู่ที่ว่าเค้าจะเลือกใช้ถูกหรือผิด
  1952. 1:51:37แค่นั้นแหละนะคะใช้คำ
  1953. 1:51:40สุภาพใช้คำสมมุติว่าไปอยู่กับไปอยู่ใน
  1954. 1:51:44อยู่กับเด็กๆก็ต้องพูดจาให้มันสุภาพแบบ
  1955. 1:51:48เด็กๆถูกมั้ยเออให้เค้ารู้สึกว่าเค้าเรา
  1956. 1:51:52เคคุยกับเรารู้สึก
  1957. 1:51:53ว่าไม่หยาบคายเนาะแต่ถ้าเกิดพูดไปอยู่ใน
  1958. 1:51:57สถานการณ์ที่เป็นอยู่กับใครอ่ะอยู่
  1959. 1:52:01กับในวัดอย่างเงี้ยพูดกับคุยอยู่กับพระ
  1960. 1:52:05หรืออะไรอย่างเงี้ยมันก็ต้องใช้อีกภาษา
  1961. 1:52:07นึงป่ะมันก็ต้องอีกภาษานึงเนาะหมายถึงว่า
  1962. 1:52:10ภาษาในการสถานที่นั้นๆน่ะอาจจะคำเค้า
  1963. 1:52:15เรียกว่าบางคำแทนตัวอะไรก็ต้องให้มันถูก
  1964. 1:52:17ต้องอะไรอย่างงี้นะคะถัดมานะคะใช้ภาษาที่
  1965. 1:52:22เหมาะสมควบควบคุมน้ำเสียงและท่า
  1966. 1:52:25ทางควบคุมน้ำเสียงและท่าทางเี่คือจริงๆ
  1967. 1:52:29น้ำเสียง
  1968. 1:52:31เนี่ยเอ่อมันอาจจะมีเสียง 1 เสียง 2 เนาะ
  1969. 1:52:36แต่ของอาจารย์ก็คือเสียงปกตินะเสียงแบบ
  1970. 1:52:37นี้เลยเวลาพูดกับที่ทำงานหรือพูดที่ไหนก็
  1971. 1:52:41เสียงแบบนี้
  1972. 1:52:43แหละเป็นทางการหรือเปล่าก็ถ้าเกิดพูดใน
  1973. 1:52:46ทีมงานต้องเป็นแบบนี้
  1974. 1:52:47แหละดูปกติปกติ
  1975. 1:52:51ติไม่ได้ดูหยาบไม่ได้ดูก็คือ
  1976. 1:52:56ดูฟังแล้วดูดุดูมั้ยเสียงเสียงมันเสียง
  1977. 1:53:01มันจะแบบแข็งๆแล้วเสียงท่าทางมันก็จะออก
  1978. 1:53:05ตามบุคลิกเราด้วยนะตามบุคลิกเราตัวเรา
  1979. 1:53:10ด้วยนะคะตัวนักศึกษาเองด้วยว่าเราถ้าเรา
  1980. 1:53:14ลองส่องกระจกดูซิถ้าเกิดวันนึงฉันได้ออก
  1981. 1:53:16ไปพูดหน้าชั้นเรียนฉันจะพูดยังไงมือฉันจะ
  1982. 1:53:18วางที่ไหนรูปแบบถ้ายืนฉันจะออกต้องออกแบบ
  1983. 1:53:22เองด้วยนะถ้ายืนคุณน่ะคุณต้องออกแบบของ
  1984. 1:53:25คุณเองนะ
  1985. 1:53:28เออเออมันก็ต้องออกแบบจริงๆแต่บางทีเวลา
  1986. 1:53:32เราไปพูดมันอาจจะออกแบบไม่ทันใช่ป่ะเพราะ
  1987. 1:53:34ฉันไม่รู้หรอกว่าฉันไม่มีมันไม่มีกระจก
  1988. 1:53:36ส่งหน้าตรงข้างหน้ารู้แต่ว่าไปยืนอยู่
  1989. 1:53:39หน้าหน้าเวทีแล้วหน้ากระจกหรือยืนอยู่
  1990. 1:53:42หน้าห้อง
  1991. 1:53:43แล้วหรือในที่ประชุมแล้วอะไร
  1992. 1:53:47เงี้เออนะคะท่าทางออก
  1993. 1:53:51ไปเพราะว่าท่าทางมันก็จะเป็นตัวบอกว่าเรา
  1994. 1:53:55ไม่ดุ๊กดิ๊กหรือเปล่าดุ๊กดิ๊กในที่นี้คือ
  1995. 1:53:58โอ้โหไม่หยุดเลยมือวิ่งไปนู่นนี่นั่น
  1996. 1:54:00เมื่อก่อนมืออาจารย์ก็ไม่ได้ไม่ไม่ได้
  1997. 1:54:02ขนาดนี้นะเมื่อก่อนก็จะสอดแบบนิ่งๆนั่ง
  1998. 1:54:04เงียบๆอย่างี้
  1999. 1:54:06แหละแต่หลักๆก็เริ่มออกนะติดในไลฟ์ไลฟ์สด
  2000. 1:54:10ไงในไลฟ์สดมือชอบออกแบบนู่นสอนอะไรอย่าง
  2001. 1:54:14เงี้ยมันก็จะแบบออกให้เห็นท่าทางว่าเรา
  2002. 1:54:17กำลังอยากจะสื่ออะไรถัดมาเน้นใจความ
  2003. 1:54:23สำคัญเน้นใจความสำคัญไม่พูดวกไปวนมานะคะ
  2004. 1:54:29มีประโยคสั้นกระชับตรงประเด็นที่สุดณณตอน
  2005. 1:54:34ที่พูดนะถ้าพูดในที่ประชุมก็ให้ชัดเจน
  2006. 1:54:39อธิบายอธิบายให้
  2007. 1:54:42ชัด
  2008. 1:54:43เออจริงๆถ้าเกิดเป็นภาษาอาจารย์ยังคิดนะ
  2009. 1:54:47ถ้าเกิดประชุมภาษาไทยฉันน่าจะพูดได้คล่อง
  2010. 1:54:50กว่านี้นะเวลาพูดเป็นภาษาอังกฤษอ่ะเอา
  2011. 1:54:52จริงๆบางทีมันไม่สบายมันมันเค้าเรียกว่า
  2012. 1:54:55อะไร
  2013. 1:54:57นะมันไม่มันไม่ง่ายนะการที่จะหรือเรายัง
  2014. 1:55:02ไม่ไม่คล่องภาษาอังกฤษเพราะว่าอ่ะ
  2015. 1:55:04อาจารย์ก่อนหน้าจะอาจารย์จะมาอยู่ตรง
  2016. 1:55:07เนี้ยอาจารย์ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมาเกือบ 2
  2017. 1:55:11ปีมันก็เลยทำให้เราตะกุบ
  2018. 1:55:14ตะกับเอ่อเพราะ
  2019. 1:55:17ว่าก่อนบริษัทก่อนจะมาอยู่ตรงเนี้ยมันไทย
  2020. 1:55:21ล้วนๆเลยคุยภาษาไทยล้วนๆเลยภาษาอังกฤษไม่
  2021. 1:55:25มีเลยมันก็เลยทำให้เรารู้สึก
  2022. 1:55:27ว่าพอกลับมาอีกรอบนึงมันขาดตอนน่ะพอมัน
  2023. 1:55:32ขาดตอนปุ๊บมันมากลับมาพูดอีกรอบนึงมันก็
  2024. 1:55:34เลยแบบตะกุกตะกักไม่มั่น
  2025. 1:55:37ใจแต่ก็พยายามทำให้ตัวเองมั่นใจขึ้นในการ
  2026. 1:55:41ฟังฟังเยอะๆฟังภาษาอังกฤษนะไม่ใช่ฟังภาษา
  2027. 1:55:46ดูซาวดูหนังหนังก็พยายามพยายามถ้าไปดู
  2028. 1:55:50หนังเกาหลีนี่พยายามเป็นภาษาอังกฤษเป็น
  2029. 1:55:53ซับไตเติลภาษาอังกฤษแต่ฟัง
  2030. 1:55:55เกาหลีหรือบางทีถ้าหนังเกาหลีมีภาษาไทยก็
  2031. 1:56:00จะฟังไทยแต่ดูภาษาไต้ภาษาอังกฤษอะไรอย่าง
  2032. 1:56:04เงี้ยเออมันก็สลับกันพยายามฝึกให้ตัวเอง
  2033. 1:56:07ให้ได้เยอะสุดอ่ะนะคะถัดมานะคะเน้นใจความ
  2034. 1:56:13สำคัญเนาะประโยคสั้นกระชับตรงประเด็นมัน
  2035. 1:56:16จะได้จบ
  2036. 1:56:17ง่ายอ่ะฟังหมดแล้วพูดแล้วอ่ะพูดแล้วนะคะ
  2037. 1:56:21มาเหลืออีกประมาณอีกนิดนึง 10 10 สไลด์
  2038. 1:56:26ทันมั้ยทันแหละการเขียนปกตินะการเขียนแบบ
  2039. 1:56:31เชิงวิชาชีพ professional writing ส่วน
  2040. 1:56:34ใหญ่การเขียนแบบการเขียนของเราเนี่ยก็จะ
  2041. 1:56:36เป็นการเขียนข้อความนะคะจุดประสงค์ของเรา
  2042. 1:56:39ชัดเจนบริบทการทำงานโดยเน้นการสื่อสาร
  2043. 1:56:43อย่างประตตรงประเด็นกระชับสุภาพเป็นทาง
  2044. 1:56:46การเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจแล้วก็ดำเนินตาม
  2045. 1:56:49ที่เขียนต้องการอันนี้ก็คือมันก็อ่าถ้า
  2046. 1:56:53มันเป็นการเขียนในงานส่วนใหญ่เราจะเขียน
  2047. 1:56:56กระชับอยู่แล้วเนาะไม่มีการกล่าวนู่นนี่
  2048. 1:56:59นั่นนอกจากว่าอธิบายอะไรก่อนเรื่องอะไร
  2049. 1:57:04แล้วก็ตามด้วยอยากให้ทำอะไรการเขียนก็
  2050. 1:57:08ต้องมีลำดับด้วยนะมันเป็นมันเป็นเสน่ห์
  2051. 1:57:11อย่างนึงนะในเรื่องของการเขียนของอาจารย์
  2052. 1:57:14เนี่ยเอาจริงๆภาษาไทยก็ไม่ค่อยให้ได้
  2053. 1:57:16เขียนหรอกเอาจริงๆ
  2054. 1:57:19มเนี่ยให้เขียนจดหมายจังเขียนไม่เป็นนะ
  2055. 1:57:24เขียนเรียบเรียงแบบเอ๊ะจะเรียบเรียงยัง
  2056. 1:57:26ไงคือมันไม่ได้เขียนภาษาไทยนานแล้วตั้ง
  2057. 1:57:29แต่ตั้งแต่มาทำงานกับกลุ่มที่เป็นพวก
  2058. 1:57:32ญี่ปุ่นพวกฝรั่งพวกอะไรอย่างเงี้ยส่วน
  2059. 1:57:35ใหญ่อีเมลเราจะเป็นภาษาภาษาอังกฤษกันหมด
  2060. 1:57:38เลยอ่ะอย่างภาษาอังกฤษเราโอเคเราได้เรา
  2061. 1:57:42เขียนได้แต่พอภาษาไทยเนี่ยอาจารย์ก็เริ่ม
  2062. 1:57:44ไม่เป็นละเขียนยังไงเขียนภาษาไทยวะเรียน
  2063. 1:57:47คุณตึ๊ดๆเนื่องจากเราได้ตึ๊ดๆๆเออลองลอง
  2064. 1:57:51นึกภาพเนาะลอง
  2065. 1:57:53เขียนมันก็มันก็บางทีมัน
  2066. 1:57:57ก็เอ่อคือเค้าเรียกว่ายังไม่คล่องยังไม่
  2067. 1:58:01คล่องไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่าวะเขียนเป็น
  2068. 1:58:03ทางการหรือเปล่าบางทีเราเขียนถึงเพื่อน
  2069. 1:58:04ตัวเองในที่ทำงานน่ะแต่มันต้องเป็นทางการ
  2070. 1:58:08เนาะเพราะว่าเราทำงานด้วย
  2071. 1:58:11กันเพราะว่าคนที่อยู่เวลาเราซีซอ่ะมันมี
  2072. 1:58:14ต่างชาติด้วยไงเออบางทีมันแปลกๆนะไม่เป็น
  2073. 1:58:18ไรก็คืออันเนี้ยในแต่ละงานของตัวเองอ่ะ
  2074. 1:58:21มันก็จะมีคำพูดคำบริบทอะไรบางอย่าง
  2075. 1:58:26ที่การเขียนกับการพูดมันไม่เหมือนกันนะคะ
  2076. 1:58:30ดังนั้นเอ่อไม่ว่าจะเป็นการเขียน
  2077. 1:58:34ด้วยในรูปแบบต่างๆ
  2078. 1:58:37อีเมลการเขียนรายงานการเขียนจดหมายธุรกิจ
  2079. 1:58:41การเขียนบันทึกข้อความการเขียนประกาศต่าง
  2080. 1:58:46ๆอาจารย์เชื่อว่ามันก็จะต้องมีวิธีการ
  2081. 1:58:51เขียนเพื่อให้มันสื่อสารกับคนที่
  2082. 1:58:55ต่างได้ง่ายได้ง่ายแล้วก็
  2083. 1:58:59สุภาพเข้าใจง่ายอย่าเยอะเอออย่าเยอะเขียน
  2084. 1:59:04เข้าใจง่ายดังนั้นคนที่
  2085. 1:59:08อ่าใช้วิธีการเขียนเยอะๆก็ต้องฝึกเยอะ
  2086. 1:59:12เช่นเดียว
  2087. 1:59:13อาจจะคล่องกว่าเนาะอาจจะคล่องกว่านะคะ
  2088. 1:59:16คล่อง
  2089. 1:59:17กว่าประเภทของการเขียนนะคะเชิงวิชาชีพมี
  2090. 1:59:21อะไรบ้างนะคะอ่ามีจดหมายธุรกิจเนาะ
  2091. 1:59:24Business Dor นะฮะ
  2092. 1:59:26อีเมลนะฮคล้ายๆกันมั้ยจุดจุดหมายธุรกิจ
  2093. 1:59:31Business
  2094. 1:59:32Dor ก็ติดต่อกับลูกค้าเอาง่ายๆติดต่อกับ
  2095. 1:59:35ลูกค้าหรือองค์กรอื่นๆที่เราทำงานด้วยนะ
  2096. 1:59:40โครงสร้างมีอะไรมีไม่มากเลยมีไม่มากเลยนะ
  2097. 1:59:44คะใช่มั้ยตาม structure เการเขียนอีเมล
  2098. 1:59:51เลยแต่อันเนี้ยถ้าถ้าเป็นแบบกระดาษเราก็
  2099. 1:59:56จะเขียนเราเค้าเรียกว่าเราจะเราก็จะเขียน
  2100. 1:59:59ตามโครงสร้างของการเขียนจดหมายทั่วไปที่
  2101. 2:00:02เป็น Business Letter เนาะอันนี้อาจารย์
  2102. 2:00:05ไม่ต้องไปไปรวมถึงโครงสร้างเนาะอาจารย์
  2103. 2:00:07เชื่อว่าเราก็น่ะภาษาท้ายที่เราเรียนเรา
  2104. 2:00:11รู้ว่าน่าจะมีแล้วเนาะแต่ไม่เป็นไรโครง
  2105. 2:00:14สร้างของมันก็คือ
  2106. 2:00:16เอ่อไม่ถ้าเป็นที่อยู่ถ้าเป็นการส่ง
  2107. 2:00:20กระดาษทั่วไปก็จะเป็นที่อยู่ใช่มั้ฮะที่
  2108. 2:00:23อยู่ผู้รับใช่มั้ยเอ่อวันที่คำขึ้นต้นคุณ
  2109. 2:00:29ต้องรู้อะไรได้บ้างคำขึ้น
  2110. 2:00:32ต้น
  2111. 2:00:34เรียนใช่มั้ยเรียนคุณส่วนใหญ่เป็นเรียน
  2112. 2:00:38เนาะ
  2113. 2:00:40คุณถ้าภาษาอังกฤษก็ to ป่ะ dear แล้วแต่
  2114. 2:00:45แล้วแต่รูปแบบแต่ถ้าเป็น business
  2115. 2:00:50อ่ะ business อาจารย์เห็นเเขียน de
  2116. 2:00:53นะเดียเออทุก
  2117. 2:00:57ประเทศเดียหรือ
  2118. 2:01:01เปล่าเดียมันเป็นทาง
  2119. 2:01:03การแต่อาจารย์ไม่ค่อยใช้ส่วนใหญ่ญี่ปุ่น
  2120. 2:01:08ใช้ถ้าเป็นทางยุโรปจะไม่ใช้
  2121. 2:01:13ดียุโรปส่วนใหญ่
  2122. 2:01:16ฮัลโหลหรือไม่ก็เออฮัลโหลแหละ
  2123. 2:01:21ฮัลโหลตึ๊ดๆๆ
  2124. 2:01:25อืไม่ค่อยเห็นคำว่าเดียถ้า de คือจะเป็น
  2125. 2:01:28ญี่ปุ่นโซน
  2126. 2:01:29ญี่ปุ่นนะอันนี้คือแชร์ประสบการณ์คำลง
  2127. 2:01:33ท้ายก็ถ้าเป็นภาษาไทยก็ด้วยความเคารพ
  2128. 2:01:35อย่างสูงใช่มั้
  2129. 2:01:37มีคำอื่นมั้ยก็ก็เลือกใส่ภาษาอังกฤษก็
  2130. 2:01:42Bard ตัวใหญ่ก็
  2131. 2:01:45Guard ตัวอื่นก็มีเยอะนะแต่ว่าอาจารย์ก็
  2132. 2:01:47แทก Guard แค่นั้นแหละหรือไม่ก็ Thank
  2133. 2:01:50you Thank you
  2134. 2:01:53นะเป็นทางการนะคะตึ๊ดๆอีเมลโครงโครงสร้าง
  2135. 2:01:59เดียวกันนะคะโครงสร้างเดียวกันก็เนื้อหา
  2136. 2:02:03ก็ขึ้นอยู่กับขึ้นอยู่กับการขึ้นต้นเลยนะ
  2137. 2:02:06เนื้อหา
  2138. 2:02:07จดหมายอาจจะเป็นแบบ
  2139. 2:02:11เอ่อมันมันต้องขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำอะไร
  2140. 2:02:15เนาะอย่าง
  2141. 2:02:17เช่นต้องการติดต่อเค้าหรือต้องการแจ้งข้อ
  2142. 2:02:21มูลหรือโทรไปคุยกันแล้วแต่อยากคอนเฟิร์ม
  2143. 2:02:26สิ่งที่พูดคุยกันทางจดหมายเพื่อให้เป็น
  2144. 2:02:28หลักฐานมันก็จะมีการเขียนไม่เหมือนกันนะ
  2145. 2:02:31อย่างเช่นอะไรนะเอ่อต้องการแจ้งข่าวสาร
  2146. 2:02:34อะไรบางอย่างก็อาจจะ
  2147. 2:02:37แบบเนื้อหาก็อะไร
  2148. 2:02:41นะ
  2149. 2:02:42เอ่อเนื่องจากเอ่อมีเหตุการณ์ตื๊ดๆ
  2150. 2:02:48ต้องการแจ้งมันจะมีส่วนใหญ่จะขึ้นเนื่อง
  2151. 2:02:50จากถูกป่ะแต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษก็ I would
  2152. 2:02:54like to inform you หรืออะไรก็ว่าไป
  2153. 2:02:56หรือจะ as we
  2154. 2:02:58talking อ as we take
  2155. 2:03:01discuss แล้วก็อธิบายไปมันแล้วแต่ขึ้น
  2156. 2:03:05ต้นอันนี้ก็ไป Google ได้เนาะ Google ค้น
  2157. 2:03:08ได้นะ format คล้ายๆกันนะ
  2158. 2:03:11คะแต่ให้เป็นคำสุภาพนะเป็นคำสุภาพเป็นคำ
  2159. 2:03:15เขียนนะไม่ใช่เป็นคำเป็นคำพูดเอามาคุยกัน
  2160. 2:03:18หรือเอามารายงานหรืออะไรให้เป็นคำ
  2161. 2:03:21เขียนอันนี้คือรูปแบบของไม่ว่าจะเป็น
  2162. 2:03:23อีเมลนะคะหรือเป็นจดหมายธุรกิจรูปแบบ
  2163. 2:03:26คล้ายกันต่างกันแค่เป็นการเป็นเเปอร์ออก
  2164. 2:03:29โดยหนังสือส่งไปที่อยู่หรือว่าส่งไปที่
  2165. 2:03:32อีเมลนะ
  2166. 2:03:34คะดังนั้น
  2167. 2:03:36ก็แต่สิ่งนึง
  2168. 2:03:41ที่อ่าเค้าเรียกว่าอะไรนะเป็นทางการน่ะดู
  2169. 2:03:44เหมือนจะเป็นทางการ
  2170. 2:03:46นะก็เป็นหนังสือเปเปอร์มั้ถ้าเป็นประเทศ
  2171. 2:03:48ไทยเเปอร์ส่งไปส่งไปเพื่อเป็นทาง
  2172. 2:03:51การพร้อมกับส่งอีเมลไปด้วยอย่างงี้
  2173. 2:03:54ป่ะคือชีวิตนี้ฉันส่งแต่อิเล็กทรอนิกส์
  2174. 2:03:58อ่ะอีเมลอ่ะไม่เคยส่งเป็นเเปอร์สักทีนอก
  2175. 2:04:02จากว่าเป็นแบบ Company by company เนาะ
  2176. 2:04:06น่าจะแบบอันนั้นน่าจะเป็นทางการอีเมลไม่
  2177. 2:04:10รู้แบบเค้าส่งอีเมลจากแต่แต่เป็นอีเมลก็
  2178. 2:04:12มี
  2179. 2:04:14นะระหว่างประเทศอ่ะได้ระหว่างประเทศได้
  2180. 2:04:17แต่ถ้าเกิดประเทศเดียวกันเป็นบริษัทคนไทย
  2181. 2:04:20อาจจะใช้อีเมลเขียนหากันอะไรเงี้ยนะ
  2182. 2:04:23คะอ่ะถัดมารายงานนะฮะ Reporting นะคะ
  2183. 2:04:27Reporting แต่ตรงนี้ก็จะเป็นการสรุปเป็น
  2184. 2:04:30การสรุปรายงานผลการทำงานของเราหรือการ
  2185. 2:04:34วิเคราะห์ข้อมูลต่างๆที่เราได้ทำไปนะเรา
  2186. 2:04:38ได้ทำไปโครงสร้างก็เหมือนการทำรายงานทั่ว
  2187. 2:04:42ไปเลยค่ะมีชื่อรายงานมีคำนำมีสารบันนะมี
  2188. 2:04:46บทนำเนื้อหาสรุปข้อเสนอแหนเป็นการเขียน
  2189. 2:04:50รายงานทั่วไปเลยเหมือนเราเหมือนเราส่งราย
  2190. 2:04:52งานให้
  2191. 2:04:54อาจารย์นะหรือที่เป็นรูปเล่มนะที่เป็นรูป
  2192. 2:04:58เล่มเย็บเล่มเรียบร้อยนะคะแต่แต่ในที่ทำ
  2193. 2:05:04งานทำด้วยเหรอบางบริษัททำบางบริษัทเค้าทำ
  2194. 2:05:08เลยนะเป็นรายงานเป็นrepอร์ต
  2195. 2:05:10เลยอ่ะอย่างrepอร์ตสิ้นเดือนเงี้ยอย่าง
  2196. 2:05:13เงี้ยเค้าก็อ่าสำหรับผู้บริหารน่ะเค้าทำ
  2197. 2:05:16เป็นเล่มนะอืทำรายงานส่งผู้ถือหุ้นอะไร
  2198. 2:05:21อย่างเงี้ยเค้าก็ทำเป็นเล่มนะอันนี้คือ
  2199. 2:05:25รายงานนะ
  2200. 2:05:30คะบันทึกข้อความนะคะบันทึกข้อความ Memmory
  2201. 2:05:34เอ่อ Writing นะคะคือเค้าเรียกว่าเป็นการ
  2202. 2:05:37สื่อสารส่วนใหญ่ถ้าเมoเป็นสื่อสารภายใน
  2203. 2:05:41องค์กรมั้ยเป็นเมม
  2204. 2:05:44นะเออเป็นเมมโม่นะคะก็มีอาจจะ
  2205. 2:05:50มีอะไร
  2206. 2:05:52อ่ะเน้นการสื่อสารภายในองค์กร
  2207. 2:05:56กระชับตรงประเด็นที่สุดนะอาจจะเป็น
  2208. 2:06:02หนังสือเหมือนจดหมายก็ได้แผ่นเดียวแต่ว่า
  2209. 2:06:05ก็เขียนว่าวันชื่อหน่วยงานไหนแผนกไหนวัน
  2210. 2:06:08ที่อะไรเรื่องอะไรแล้วก็ใครส่งใครรับแล้ว
  2211. 2:06:13ก็เนื้อหาแค่
  2212. 2:06:16นั้นเคยมั้ยเคยได้ยินว่าเมโม่มั้ยมีใคร
  2213. 2:06:19เคยได้ยินว่าแมบโม่มั้ยอาจารย์เคยได้ยิน
  2214. 2:06:23ตอนที่อาจารย์เป็นอาจารย์นี่แหละโอก็นาน
  2215. 2:06:25แล้วนะนานมากเหมือนแบบเขียนเมมไว้ว่าวัน
  2216. 2:06:31นี้อะไรสักอย่างเงี้ยแล้วก็ไปเก็บไว้ที่
  2217. 2:06:35เหมือนส่งให้หน่วยงานอะไรบางหน่วยงาน่ะ
  2218. 2:06:39ให้เค้ารู้ว่าเออวันนี้เรามีสมมุติว่า
  2219. 2:06:41อาจารย์มีสอนพิเศษเงี้ยอ่ะไปเขียนเมมไว้
  2220. 2:06:44เผื่อลืมยื่นเรื่องไปอ่ะเค้าจะจัดการ
  2221. 2:06:49ให้ก็นานแล้วไม่ค่อยได้ใช้อ่ะแต่บางคนอาจ
  2222. 2:06:53จะใช้เนาะมีใครได้ใช้มเพราะอาจารย์ก็ไม่
  2223. 2:06:56ค่อยได้ใช้นะแต่จำจำว่าใช้ได้ตอนที่เรียน
  2224. 2:07:00มาในสอนสอนสอนนั่นแหละก็นานมากแล้วอ่ะ
  2225. 2:07:03ส่วนใหญ่
  2226. 2:07:04เป็นแผนกต่อแผนกอะไรเงี้หรือไม่ก็เป็น
  2227. 2:07:08แผนกที่
  2228. 2:07:09แบบการ
  2229. 2:07:11เงินการเงินการเงินกับเพชทำงานด้วยกัน
  2230. 2:07:15เงี้ยมีเมoเก็บ
  2231. 2:07:18ไว้เป็นแบบพิเศษบันทึก
  2232. 2:07:22พิเศษนะอ่ะอันนี้คือในเรื่องของประเภทของ
  2233. 2:07:25การเขียนนะ
  2234. 2:07:27ฮะแล้วเทคนิคนะนอกจากประเภทแล้วเทคนิคการ
  2235. 2:07:31เขียนนะคะเชิงวิชาชีพของเรานะคะมีอะไร
  2236. 2:07:34บ้างนะเทคนิคจริงๆเทคนิคมัน
  2237. 2:07:38ก็พุกไซส์ก็จะพูดบ่อยเนาะเรื่องของความ
  2238. 2:07:41กระชับหนาตรงประเด็นเวลาคุณเขียนการเขียน
  2239. 2:07:46อะไรก็ตามถ้ามันไม่ใช่บรรยาย
  2240. 2:07:49อ่ะให้กระชับตรงประเด็นที่สุดถ้าบรรยาย
  2241. 2:07:53คือบรรยายเนาะเวลาบรรยายความรู้สึกเออคุณ
  2242. 2:07:57เขียนอะไรก็ได้บรรยายความรู้สึกอ่ะบรรยาย
  2243. 2:07:59สิ่งที่ทำไปบรรยายถ้ามันมีคำว่าบรรยาย
  2244. 2:08:03แสดงว่าคุณต้องพูดอะไรก็ได้ที่มันต้องแบบ
  2245. 2:08:06เหมือนสาธยายนะคะถัดมาเป็นภาษาเป็นทางการ
  2246. 2:08:11นะ
  2247. 2:08:12คะภาษาทางการ
  2248. 2:08:16อืมตรวจทานความถูกต้องด้วยก่อนที่จะส่ง
  2249. 2:08:20ออกไปอันเนี้ระวังเพราะอาจารย์บ่อยมากเลย
  2250. 2:08:24บางทีอ่ะบางทีเราเขียนอีเมลเนาะมันรีบมัน
  2251. 2:08:29ทำหลาย
  2252. 2:08:30อย่างส่งกดอีเมลส่งไปปึ๊บเฮ้ยเมลไปแล้ว
  2253. 2:08:35เมลไปแล้วคือข้อความไปแล้ว
  2254. 2:08:38อ่ะแต่ระบบมันมีให้ดึงกลับ
  2255. 2:08:41นะแต่เคยเคยใช้อยู่นะนานๆใช้ทีมมันก็จะ
  2256. 2:08:47ยากนิดนึงในระบบในระบบในระบบไอ้นี่นะระบบ
  2257. 2:08:50เอ่ออย่างเช่น Outlook อย่างเงี้ย Google
  2258. 2:08:53ก็มี
  2259. 2:08:55นะมันมีให้ดึงกลับ
  2260. 2:08:58ได้เหมือนแบบdeleteทไปแล้วก็ส่ง
  2261. 2:09:01ใหม่เอออันนี้ก็ต้องไปเรียนรู้เอานะก็บาง
  2262. 2:09:04ทีต้องตรวจทานดับเบิ้ลเลยนะบางยิ่งภาษา
  2263. 2:09:08ไทยก็ไม่เท่าไหร่หรอกภาษาอังกฤษเอาจารย์
  2264. 2:09:10แบบดูแล้วดูอีกอ่านอ่านย้ำอ่านย้ำอ่ะ
  2265. 2:09:13เพื่อบางที
  2266. 2:09:16มันกลัวไม่เข้าใจเนาะกลัวเขียน
  2267. 2:09:20ผิดอ่านผิดชีวิตเปลี่ยนอ่ะ
  2268. 2:09:23เคก็ระวังนะฮะตัดตรวจทานข้อมูลนิดนึงเน้น
  2269. 2:09:26เน้นการใช้โครงสร้างที่ชัด
  2270. 2:09:30เจนนะชัดเจนเขียนให้ชัดเจนโครงสร้างชัด
  2271. 2:09:35ด้วยแต่อย่าเขียนติดกันเกินไปรูปแบบรูป
  2272. 2:09:39อ่าอย่างเช่นเนาะความโครงสร้างชัดเจนนะ
  2273. 2:09:43โครงสร้างสตักเจอร์แบบปกติชัดเจนอยู่แล้ว
  2274. 2:09:45เนาะแต่บางอย่างอย่างเช่นอ่าถ้าอันนี้
  2275. 2:09:49แบ่งออกเป็น 2 เป็น 2 2 ทางนะก็ทางที่ 1
  2276. 2:09:52ทางที่ 2 หรือ 1 2 อะไรอย่างเงี้ยก็
  2277. 2:09:54เขียนให้ชัดเจนว่าแยก 1 2 หรือให้
  2278. 2:09:58ปฏิบัติตาม 4 ข้อนี้ก็ต้องเขียนให้ 4 ข้อ
  2279. 2:10:00ให้เห็นว่าเป็น 4 ข้อคือชัดเจนเ้าจะได้
  2280. 2:10:03อ่านเข้าใจเออนะ
  2281. 2:10:06คะอ่าถัดมานะ
  2282. 2:10:10คะการ
  2283. 2:10:12เตรียมการเตรียมข้อมูลนะคะและการนำเสนอ
  2284. 2:10:17ทาง
  2285. 2:10:18วิชาชีพไวนิดนึงเนาะคือปกติเวลาเรานำเสนอ
  2286. 2:10:26ไม่ว่าการจะนำเสนอแบบไหนก็ตามมันต้องมี
  2287. 2:10:28การเตรียมอยู่แล้วถูกมั้ยเหมือนที่
  2288. 2:10:29อาจารย์ให้พวกเราทำ
  2289. 2:10:31อ่ะถ้าอาจารย์ไม่บอกว่าให้เขียน 1 2 3
  2290. 2:10:344 พวกเราก็ต้องไปดีไซน์เองแต่อันนี้
  2291. 2:10:37อาจารย์ก็ด้วยความว่ากลัวจะดีไซน์กันไม่
  2292. 2:10:39ได้อาจารย์ก็ต้องเขียนให้ก่อนว่าต้องทำ
  2293. 2:10:41อะไร 1 30 มันก็จะเห็นชัดว่าเออเป็นการ
  2294. 2:10:44เตรียมเตรียมหัวข้ออยากให้ทำ
  2295. 2:10:47อะไรแล้วคนที่ไปเตรียมก็ต้องเตรียมหลัก
  2296. 2:10:50ให้ถูกต้องดังนั้นความสำความสำคัญนะคะก็
  2297. 2:10:54คือการจัดเตรียมข้อมูลเนี่ยสิ่งสำคัญก็
  2298. 2:10:56คือ 1 ก็คือเอ่อเรื่องข้อมูลข่าวสารหรือ
  2299. 2:11:00ข้อมูลสารที่เรา
  2300. 2:11:02ต้องการนะคะก็คือตัว
  2301. 2:11:08นี้นะ data preparation นะตัวนี้เป็นการ
  2302. 2:11:13เตรียมข้อมูลข่าวสารที่จะเผย
  2303. 2:11:17แพร่ว่าเราจะนำข้อมูลออกมาเสนออะไรเพื่อ
  2304. 2:11:23ให้คนที่มาฟังเรารู้สึกเข้าใจชัดเจนและ
  2305. 2:11:28ตรงประเด็นที่สุดไม่ต้องอ้อมค้อมอะไรเยอะ
  2306. 2:11:31อ่ะเวลาน้อยก็ต้องจัดไปเลย 1 2 3 4
  2307. 2:11:35อยากรู้อะไรอธิบายไปเหมือนกันเวลาเราไปจะ
  2308. 2:11:39ไป
  2309. 2:11:40พรีเซนอยากให้รู้
  2310. 2:11:43อะไรนะคะบางอย่างคนก็รู้แล้วก็ได้แต่อย่า
  2311. 2:11:47ลืมนะเค้ารู้
  2312. 2:11:49แต่อาจจะยังไม่เพียงพอพอเราก็เสริมเข้าไป
  2313. 2:11:55ให้คนฟังก็ต้องพยายามฟังให้มันเหมือนน้ำ
  2314. 2:11:58น้ำไม่เต็มแก้วนะไม่ใช่ฟังแบบน้ำเต็มแก้ว
  2315. 2:12:02ก็ไม่ต้องฟังกันเข้าใจมั้ยเฮ้ยไอ้นี่ฉัน
  2316. 2:12:06รู้แล้วฉันไม่ฟังหรอกอะไรอย่าง
  2317. 2:12:09เงี้ยฟังดิเพราะว่าความคิดการพูดแต่ละคน
  2318. 2:12:12ไม่เหมือนกันนะ
  2319. 2:12:14คะ
  2320. 2:12:15เออความคิดบางทีอ่ะเราไปเรื่องเนี้ยเอ้ย
  2321. 2:12:20ฉันรู้แหละแต่อย่าอย่าลืมนะว่าคนเรารู้
  2322. 2:12:24จักใครรู้จักอีกคนนึงใช่มั้ยถ้าเราไปฟัง
  2323. 2:12:28จากคนนี้ล่ะเผื่อได้ไอเดียเพิ่มอืมเผื่อ
  2324. 2:12:33ได้ไอเดีย
  2325. 2:12:35เพิ่มนะดังนั้นตรงนี้ก็ชัดเจนตรงประเด็น
  2326. 2:12:39เนาะการเตรียมการเตรียมจะเตรียมข้อมูล
  2327. 2:12:42กระชับทัลรัดอย่าเยอะแต่อย่างสไลด์
  2328. 2:12:45อาจารย์นี่ก็พยายามเอาหัวข้อมาอย่างเดียว
  2329. 2:12:47เห็นป่ะล่ะส่วนเนื้อหาอาจารย์ก็จะมาพูด
  2330. 2:12:49แทรกเอานะคะไม่ให้ไม่ให้เยอะไปนำเสนอทาง
  2331. 2:12:54วิชาชีพพอเราได้ data มาแล้วเป็นไง
  2332. 2:12:58คะ professional นะคะ
  2333. 2:13:02presentation จัดรูปแบบการนำเสนอของเรา
  2334. 2:13:05เป็นแบบ Professional เลยสร้างความเข้าใจ
  2335. 2:13:08แล้วก็อ่าสามารถล้มน้าผู้ฟัง
  2336. 2:13:13ได้แบบเค้าเรียกว่า
  2337. 2:13:16แบบเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนเอาไปต่อได้นะคะ
  2338. 2:13:24แต่สิ่งที่คุณพูดคุณสิ่งที่คุณเอามาคุณก็
  2339. 2:13:26ต้องมั่นใจว่าเฮ้ยฉันเอามาให้คุณเต็มที่
  2340. 2:13:29นะงั้นต้องสร้างความรักหรือคนฟัง
  2341. 2:13:32ด้วยการพรีเซนตมันไม่ได้พรีเซนเอาจริงๆ
  2342. 2:13:35ยาก
  2343. 2:13:36นะคุณจะทำยังไงให้คุณให้ข้อมูลของคุณน่ะ
  2344. 2:13:40คน
  2345. 2:13:41เชื่อ
  2346. 2:13:44อืมเตรียมมากระยอกกระแยกแบบเนี้ยถ้า
  2347. 2:13:47เตรียมมาแล้วพูดไม่ได้เยอะเป็นไงนะแต่ถ้า
  2348. 2:13:50พูดเยอะแล้วไม่รู้เรื่องก็เหมือนเดิมใช่
  2349. 2:13:53ป่ะดังนั้นสิ่งนึงก็คือความเชื่อความน่า
  2350. 2:13:56เชื่อถือในการเตรียมสไลด์เตรียมข้อมูลเอา
  2351. 2:13:59ข้อมูลที่เราเตรียมมาเอามาใส่
  2352. 2:14:02สไลด์แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ใส่หมดนะการ
  2353. 2:14:05จัดการจัดวางสไลด์ต่างๆก็ต้องไปเรียนรู้
  2354. 2:14:08เพิ่มเติมอีกนะคะของอาจารย์นี่ถือแบบขั้น
  2355. 2:14:11เร็วนะคะไม่ใช่อันนี้คือขั้นเร็วนะเนี่ย
  2356. 2:14:14ขั้นเร็วหมายถึงว่ารีบทำอาจารย์ไม่ได้สอน
  2357. 2:14:18แค่
  2358. 2:14:18แวิชา 2 วิชาไม่ได้ถอดแค่ห้อง
  2359. 2:14:23เดียวมันก็ต้องแบบเร่งด่วนแต่เข้า
  2360. 2:14:28ใจแต่ถ้าเราต้องดูปริมาณคนด้วยดูปริมาณ
  2361. 2:14:32งานดูงานดูคนที่เข้ามาฟังด้วยนะนะต้องจัด
  2362. 2:14:35ดูดีๆจริงๆอาจารย์ก็เป็นคนไม่ค่อยชอบทำ
  2363. 2:14:38สไลด์เท่า
  2364. 2:14:40ไหร่ใช้เป็นแต่ไม่ทำไม่อยากทำนะไม่อยากทำ
  2365. 2:14:44แต่สุดท้ายก็ต้องทำทำนะคะเพราะสไลด์มัน
  2366. 2:14:48เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดนะอาจารย์ว่า
  2367. 2:14:50จริงๆเพราะอะไรเพราะบางทีอ่ะคุณไปสอน
  2368. 2:14:55เนี่ยหรือคุณ
  2369. 2:14:58ไปเอาเอาไปพูดหน้าหน้าชุมชนน่ะถ้าคุณไป
  2370. 2:15:03แบบตัว
  2371. 2:15:05เปล่าแล้วถือสิปโอเคก็ได้นะไม่ต้องมี
  2372. 2:15:10สไลด์แต่ถ้ามีสไลด์มันก็จะดูง่ายนิดนึงคน
  2373. 2:15:14คนดูก็จะดูสไลด์ไปด้วยฟังเราพูดไปด้วยว่า
  2374. 2:15:17เรากำลังพูดหัวข้อไหนถูกป่ะเค้าจะได้เวลา
  2375. 2:15:21เค้าไปเผลอพูดเผื่อใครเกลับมาอ๋อยังพูด
  2376. 2:15:24เรื่องนี้อยู่ยังไม่ได้ไป
  2377. 2:15:28ไหนมีคนมาส่งของเโทรหาชันไป
  2378. 2:15:32เลยนะดังนั้นสิ่งระหว่างมีสไลด์กับไม่มี
  2379. 2:15:36สไลด์มันต่างกัน
  2380. 2:15:38นะก็ลองดูแต่อาจารย์เชื่อว่าการมีสไลด์
  2381. 2:15:41มันจะทำให้
  2382. 2:15:43เราสื่อสารกับคนที่อยู่กับเราอ่ะฟังเรา
  2383. 2:15:48อ่ะเค้าเรียกว่าง่ายขึ้นคนกลับมาโฟกัสได้
  2384. 2:15:52ง่ายขึ้นนะคะแล้วก็สามารถกระตุ้นผู้ฟัง
  2385. 2:15:55ได้
  2386. 2:15:56ด้วยนะได้เร็วขึ้นน่ะไม่ใช่แบบว่าเฮ้ยฉัน
  2387. 2:16:00กลับมาอีกทีนึงเค้ากำลังพูดเรื่องอะไร
  2388. 2:16:02อยู่ไปถามใครก็ไม่ได้และเพราะมันไม่มี
  2389. 2:16:05อะไรมาโชว์ให้เราเห็น
  2390. 2:16:07เนาะนะแต่มันก็จะพอมันมีหัวข้อมีสไลด์มัน
  2391. 2:16:10ก็ทำให้อ๋อเรื่องนี้ฉันจะได้โฟกัสอยู่
  2392. 2:16:13เรื่องนี้อันนี้ก็นี่แหละคือความสำคัญของ
  2393. 2:16:16การเตรียมข้อมูลแล้วก็มีสื่อการนำเสนอของ
  2394. 2:16:22เราถัด
  2395. 2:16:24มาการจัดเตรียมนะคะการจัดเตรียมข้อมูลนะ
  2396. 2:16:28คะอ่ะไวๆกำหนดวัตถุประสงค์การนำเสนอว่าจะ
  2397. 2:16:31นำเสนออะไรแจ้งข่าวสารเพื่อโน้มน้าวหรือ
  2398. 2:16:35เพื่อรายงานผลดูดีๆนะคะ 2 วิเคราะห์กลุ่ม
  2399. 2:16:39เป้าหมายดูว่ากลุ่มเป้าหมายของเรานะคะ
  2400. 2:16:43เอ่อเป็นแบบไหนเป็นระดับผู้บริหารหรือ
  2401. 2:16:46เป็นเซลล์ด้วยกันหรือเป็นพนักงานอยู่ข้าง
  2402. 2:16:49ในหรือเป็นคนที่อยากดูข้อมูลเบื้องต้นดู
  2403. 2:16:55ดี
  2404. 2:16:56ๆนะอันที่ 3 การรวบรวมและคัดกรองข้อมูล
  2405. 2:17:01เราก็ต้องรวบรวมข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อ
  2406. 2:17:04ถือได้มีอ้างอิงด้วยนะต้องมีอ้างอิงด้วย
  2407. 2:17:09reference น่ะว่ามาจากตัวที่
  2408. 2:17:11ไหนคัดเลือกเฉพาะนะคะเอ่อข้อมูลที่สอด
  2409. 2:17:16คล้องกับ
  2410. 2:17:18วัตถุประสงค์
  2411. 2:17:22อืมนะแล้วก็ตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบ
  2412. 2:17:26ร้อยไม่ว่าจะเป็นการทำนำเสนอหรือการ
  2413. 2:17:29เตรียมออกมาพูดนะคะให้ถูกต้องหรือหาข้อ
  2414. 2:17:32มูลมา
  2415. 2:17:34ซัพพอร์ตจัดโครงสร้างเนื้อ
  2416. 2:17:37หานะในการจัดโครงสร้างเนื้อหาเอาจริงๆ
  2417. 2:17:40เนาะ
  2418. 2:17:45มันเป็นสแตนดารดอยู่แล้วถูก
  2419. 2:17:47ป่ะเมื่อสักครู่เลยเปิดเรื่องเปิดเรื่อง
  2420. 2:17:52ยังไงเปิดการพูดยัง
  2421. 2:17:54ไงอันที่ 2 คืออะไรคะเนื้อหาชัดเจนมั้ย
  2422. 2:17:57เปิดเรื่องเนื้อหาแล้วก็สรุป 3 หัว
  2423. 2:18:03ข้อเปิดเรื่องก็คือวันนี้มาทำอะไรฉันจะมา
  2424. 2:18:08แบบนั้นแบบนี้ก็ว่าไปอันที่ 2 เนื้อ
  2425. 2:18:10เรื่องเนื้อหาก็อธิบาย
  2426. 2:18:12ไปอธิบายไปเนื้อหาตื๊ดๆสรุปที่พูดไปสรุป
  2427. 2:18:17แล้วยัง
  2428. 2:18:19ไงนะ
  2429. 2:18:21คะถัด
  2430. 2:18:25มาอ่ะ 4 หัวข้อ
  2431. 2:18:29โอเค 4 ขั้นตอน
  2432. 2:18:33เนาะอันที่ 5 ก็พีซน
  2433. 2:18:36เลยจริงๆเอาแค่ขั้นตอนการทำนำเสนอนะ
  2434. 2:18:43คะอ่ะสุดน่าจะสุดขาว
  2435. 2:18:46เลยตามดูสไลด์
  2436. 2:18:52ก่อนตึ๊ดๆ
  2437. 2:18:55ตือ่ะอีก 2 ตัว
  2438. 2:18:57ข้อพิธีกรรมในงาน
  2439. 2:19:01อาชีพมันคืออะไรพิธีกรรมในงานอาชีพนะคะ
  2440. 2:19:04อ่ะมาดูนะคะพิธีกรรมความหมายของมันก็คือ
  2441. 2:19:07พิธีกรรมในงานอาชีพของเราคือการปฏิบัติ
  2442. 2:19:09บัตรหรือจัดกิจกรรมตามธรรมเนียมหรือ
  2443. 2:19:12วัฒนธรรมองค์กรเพื่อสร้างความสัมพันธ์และ
  2444. 2:19:15เสริมสร้างบรรยากาศใน
  2445. 2:19:17การพิธีกรรมก็คือกิจกรรมนั่นแหละโพูด
  2446. 2:19:21ซะเขียนซะดูงงใช่มั้ไม่งงเพราะเป็น
  2447. 2:19:25พิธีกรรมก็คือกิจกรรมนั่นแหละนะกิจกรรมใน
  2448. 2:19:29ในองค์กรว่าเอ่อมีอะไรบ้างนะคะมีอะไรบ้าง
  2449. 2:19:35แล้วเราควรมีส่วนได้ส่วนเสียตรงนั้นหรือ
  2450. 2:19:37เปล่านะมาดูนิดนึงนะประเภทของกิจกรรมมี
  2451. 2:19:41อะไรบ้างคะมีพิธีเปิดพิธีต้อนรับ Open
  2452. 2:19:45Cemony Welcome นะคะ Cemony อะไรก็ได้
  2453. 2:19:48ที่เป็นพิธีต่างๆที่อยู่ในองค์กรในอาชีพ
  2454. 2:19:51ของเรานะเอ่อ
  2455. 2:19:57การใช้นะฮะการใช้ภาษาหรือการการร่วมนะมัน
  2456. 2:20:03ก็จะมีขั้นตอนหรือมีสเต็ปของเค้าอยู่นะใน
  2457. 2:20:07การอย่างเช่นอ่ะถ้าที่ยังเป็นการเปิดพิธี
  2458. 2:20:10หรืองานต้อนรับต่างๆก็จะมีการกล่าวต้อน
  2459. 2:20:13รับใช่มั้คะการกล่าวต้อนรับการแนะนำผู้
  2460. 2:20:17เอ่อผู้เข้าร่วมชี้แจงวัตถุประสงค์ของ
  2461. 2:20:21วัตถุของเงินงานนั้นๆใช่มะถ้าเปิดงานเนาะ
  2462. 2:20:26อันที่ 2 คือพิธีมอบ
  2463. 2:20:29รางวัลประกาศ
  2464. 2:20:33กิจกรรมพิธีอำลาตัวเกษียณก็จะเหมือนกับ
  2465. 2:20:36ไอ้หัวข้อที่แล้วเนาะเดี๋ยวอาจารย์ขอไปไว
  2466. 2:20:39แล้วกันเนาะวิธีทำบุญวิธีศาสนามีมั้ยของ
  2467. 2:20:44เราในงานต่างๆมันก็ต้องมีการกล่าวกล่าวคำ
  2468. 2:20:49เปิดงานลงเปิดปิดงานหรืออะไรก็ว่าไปจริงๆ
  2469. 2:20:53คำเหล่านี้มันก็จะมีเนื้อหาอยู่ในตัวถ้า
  2470. 2:20:59เราไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัทเราก็
  2471. 2:21:02คงไม่ได้เป็นก็คงไม่มีอะไรพูดแต่ถ้าเกิด
  2472. 2:21:05สมมุติว่าเราเป็นเจ้าของบริษัทเราก็ต้อง
  2473. 2:21:07มีสิ่งที่พูดพูดเนาะมันก็จะมีตามวาระกัน
  2474. 2:21:10ออกไปอ่ะอย่างที่บอกก็อันเนี้ยถ้ายังไม่
  2475. 2:21:15ถึงตาเราเรายังไม่คิดหรอกแต่ถ้าเกิดเมื่อ
  2476. 2:21:17ไหร่นะถึงตาเราที่ต้องอ่ะมีโอกาสได้พูดก็
  2477. 2:21:21เรียนรู้ที่จะพูดนะคะในวาระต่าง
  2478. 2:21:24ๆเอาเอาแค่ imagine ตามเค้าก็
  2479. 2:21:28พอ
  2480. 2:21:30นะอ่ะถัดมาประโยชน์ของพิธีกรรมในงานอาชีพ
  2481. 2:21:33นะคะสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อัน
  2482. 2:21:36ดีออก
  2483. 2:21:37ก่อนนะแล้วก็ส่งเสริมขวัญและกำลังใจให้
  2484. 2:21:41กับพลังงานจริงมั้ยสร้างความเชื่อมั่น
  2485. 2:21:44แล้วก็ภาพลักษณ์นะภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่
  2486. 2:21:48องค์กรคือมันก็คือการ
  2487. 2:21:51สร้างเค้าเรียกว่า
  2488. 2:21:54สร้างกิจกรรม่ะแหละภายในองค์กรให้มันให้
  2489. 2:21:58คนในองค์
  2490. 2:22:00กรเค้าเรียกว่าอะไรอ่ะแน่นแฟ้นน่ะรู้จัก
  2491. 2:22:04กันน่ะเอาจริงๆอ่ะ
  2492. 2:22:08ทีมงานที่อาจารย์ทำเนี่ยมันก็ใหญ่พอสมควร
  2493. 2:22:12เนาะเวลาเค้าจัดกิจกรรมอ่ะเค้าไม่ได้จัด
  2494. 2:22:15ทีเดียวทั้งหมดหรอกเจัดเป็นหย่อมๆอย่าง
  2495. 2:22:18เช่นอ่ะกรุงเทพฯเป็นcซentเตอร์ใช่มั้ย
  2496. 2:22:21เค้าก็จะจัดเฉพาะเซ็นเตอรไม่ได้เอาแต่เอา
  2497. 2:22:25โรงนั้นโรงงานนั้นโรงงานนี้มารวมกันน้อย
  2498. 2:22:29มากอย่างสมมุติว่าอ่าโรงงานนี้จัดเราก็
  2499. 2:22:33ไม่ได้ไป
  2500. 2:22:34ร่วมบ้านที่เราก็เป็นจริงๆเค้าเชิญเราได้
  2501. 2:22:37นะเพราะเราเพราะเราเป็นดูแลเค้าเค้าก็
  2502. 2:22:41สามารถเชิญเราได้เรียนเราน่าเชิญเราได้
  2503. 2:22:45นะดีเป็นกิจกรรมนะคะถัด
  2504. 2:22:50มาการใช้คำไทยในวิชาชีพอ่ะสุดท้ายนะคะวัน
  2505. 2:22:56นี้การใช้ภาษาไทยคำภาษาไทยคำใช้คำภาษาไทย
  2506. 2:23:00ที่เป็นทางการและเหมาะสมในบริบทในการทำ
  2507. 2:23:03งานหรือวิชาชีพ
  2508. 2:23:05ไม่ว่าจะเป็นการเขียนการพูดการเขียนอีเมล
  2509. 2:23:09นะคะมันมีรูปแบบการใช้คำภาษาไทย
  2510. 2:23:12อยู่เป็นประเภทอยู่นะคะอยู่ประมาณ 3
  2511. 2:23:16ประเภทด้วยกันแบบราชาศัพคำสุภาพแล้วก็คำ
  2512. 2:23:20เฉพาะทางวิชาชีพใช่มั้ยถ้าเราไม่ได้ใช้
  2513. 2:23:24ไม่ได้ทำ
  2514. 2:23:26วิชาชีพใดวิชาชีพหนึ่งเราจะไม่รู้เลยเรา
  2515. 2:23:30จะไม่รู้เลยว่าเค้าใช้ภาษาอะไรอย่างเช่น
  2516. 2:23:33อาจารย์อยู่เทคเทคโนโลยีอาจารย์ก็จะไม่
  2517. 2:23:35รู้หรอกว่าคนที่อยู่หมอ่ะใช้คำภาษาภาษา
  2518. 2:23:39อะไรบ้างเหมือนกันคนที่อยู่ดูแลเครื่อง
  2519. 2:23:42มือแพทย์อาจารย์ก็ไม่รู้หรอกว่าคำเครื่อง
  2520. 2:23:44มือแพทย์เค้ามีคำอะไรบ้างเหมือนกันพวกเรา
  2521. 2:23:48ไม่ได้ทำงานเหมือนอาจารย์อาจารย์พวกเราก็
  2522. 2:23:50ไม่รู้หรอกว่าคำที่มันต้องใช้ในภาษาอาชีพ
  2523. 2:23:54อาจารย์น่ะมันมีคำอะไรบ้างต่างคนต่างมีคำ
  2524. 2:23:58เฉพาะของตัวเองในแต่ละอาชีพนั้นๆแต่คำ
  2525. 2:24:01สุภาพทุกคนมีอยู่แล้วในตัวเหมือนๆ
  2526. 2:24:04กันเหมือนกันส่วนคำราชา
  2527. 2:24:09ศัพท์เราก็รู้ไว้เป็นพื้นฐานตัวเองถูก
  2528. 2:24:12มั้ยคะดังนั้นไอ้คำประเภท 3 คำเนี่ย 3 คำ
  2529. 2:24:16ในชุด 3 ชุด
  2530. 2:24:19เนี้ย
  2531. 2:24:20เอ่อ 1 คนไม่ได้มีทั้ง
  2532. 2:24:23หมดแต่รู้ไว้ก็ดีใช่มั้แต่รู้ไว้ก็
  2533. 2:24:28ดีเป็นความรู้รอบตัวเราบางทีอาชีพเอ่อ
  2534. 2:24:33เอ่อก่อสร้างเงี้ยอาจารย์ก็ไม่รู้หรอกบาง
  2535. 2:24:37คำไหนที่มันต้องใช้
  2536. 2:24:42กันเออก็ไม่รู้หรือ
  2537. 2:24:45อาชีพขาย
  2538. 2:24:48กาแฟขายของทั่วไปอาจารย์ก็ไม่รู้หรอกหรือ
  2539. 2:24:51อาจารย์รู้แล้วตอนนี้เออก็รู้แล้วนะช่วง
  2540. 2:24:54นี้มาขายกาแฟนะก็รู้ว่าสารอันนั้นอันนั้น
  2541. 2:24:58อันนั้นผสมอันนี้เอออันนั้นเออปเริ่มรู้
  2542. 2:25:01เว้ยตอนแรกกินนะปกติกินแฟดำอย่างเดียวจะ
  2543. 2:25:04ไม่ค่อยกินไม่
  2544. 2:25:06กินอาจารย์เหมือนไม่เหมือนเป็นไม่ค่อยไม่
  2545. 2:25:09ชอบคไม่ชอบกิน
  2546. 2:25:11หวานแต่
  2547. 2:25:13แต่ชอบขนมหวานเอองง
  2548. 2:25:16ะก็มันก็จะมีคำเฉพาะเวลาเราขายของขายกาแฟ
  2549. 2:25:22เฉพาะขายพวกคอสเมติกก็เฉพาะเออขายเซรั่ม
  2550. 2:25:26มันก็จะเฉพาะเห็นป่ะนี่คือเรื่องอาชีพนะ
  2551. 2:25:31เอ่อแม่บ้านแม่บ้านเจะมีคำเฉพาะของเค้า
  2552. 2:25:34ถูกมั้ยดังนั้นถ้าเรารู้ก็จะดีไว้ดีเป็น
  2553. 2:25:40เค้าเรียกว่าเป็น
  2554. 2:25:41เป็น
  2555. 2:25:43ชั่วเค้าเรียกว่ารู้ไว้ดีเวลาเค้าคุยกัน
  2556. 2:25:47เราจะได้คุยรู้เรื่องนะนะอันนี้คือคำที่
  2557. 2:25:51ใช้ใน
  2558. 2:25:55วิชาชีพยังอ่ะตามในสไลด์
  2559. 2:26:00ก่อนถัดมาเทคนิคอ่าเทคนิคในการใช้นะคะคำ
  2560. 2:26:05ภาษาไทยนิดนึงเนาะวิเคราะห์กลุ่มผู้ฟังนะ
  2561. 2:26:09คะหากเป็นผู้บริหารควรใช้สุภาพและเป็นทาง
  2562. 2:26:11การเนาะเหมือนหัวหน้าเราใช้กับหัวหน้า
  2563. 2:26:15ระวังคำที่มีความหมาย 2 แง่ 3 งาม 2 แง่ 2
  2564. 2:26:18งับเลือกใช้คำที่ชัดเจนนะ
  2565. 2:26:21คะเราก็ต้องรู้นะว่าเราเล่นอะไรยังไง 2
  2566. 2:26:25แง่
  2567. 2:26:26ส 2 แง่ 2 ง่ามเนี่ย
  2568. 2:26:31แล้วแต่กลุ่มคนเนาะถ้าเพื่อนกันจะคุยกัน
  2569. 2:26:33น่ะใช้กระชับทำกระชับไม่ยืดเยื้อเน้น
  2570. 2:26:38เนื้อหาที่สำคัญและตรงประเด็น
  2571. 2:26:41นะหลีกเลี่ยงภาษาวิบัติแล้วก็คำ
  2572. 2:26:45แสดงดังนั้นอันเนี้ยอาจารย์ก็รู้เชื่อว่า
  2573. 2:26:49พวกเรามีอยู่แล้วรู้ว่าอะไรเหมาะไม่เหมาะ
  2574. 2:26:52กับคำต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวันเราหรือ
  2575. 2:26:54ในที่งานนะไม่ว่าจะเป็นงานการพูดในพิธี
  2576. 2:27:00ต่างๆในอาชีพหรือในกิจกรรมต่างๆนะฮะมันก็
  2577. 2:27:03เป็นเค้าเรียกว่าเป็นการสร้างความ
  2578. 2:27:06สัมพันธ์ที่ดีเนาะให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วย
  2579. 2:27:07กันเพื่อนที่ทำงานด้วยกันใช้ภาษาให้ถูก
  2580. 2:27:11ต้องในวิชาชีพนั้นๆกับคนที่เอ่ออยู่ใน
  2581. 2:27:15วิชาชีพอ่ะเออบางทีบางทีบางทีเราเพิ่ง
  2582. 2:27:20เข้าไปอย่างเงี้ยอย่างอาจารย์เพิ่งเข้าไป
  2583. 2:27:22ขายใช่ป่ะอาจารย์ก็ไม่รู้หรอกบางคำบางคำ
  2584. 2:27:24ที่มันต้องพูดมันต้องพูดยังไงอาจารย์ก็
  2585. 2:27:26เรียนรู้นะอาจารย์เรียนรู้ตลอดเวลานะคะ
  2586. 2:27:30แล้ว
  2587. 2:27:31ก็บางทีคำบางคำสำหรับโคเซลล์ด้วยกัน
  2588. 2:27:34อาจารย์ก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าคุยกันแล้วมัน
  2589. 2:27:36แปลว่าอย่างี้ก็ไม่รู้เราก็เรียนรู้กัน
  2590. 2:27:40ไปเรียนรู้เพื่อที่จะสร้างความน่าเชื่อ
  2591. 2:27:43ถือให้ตัวเองนะ
  2592. 2:27:45คะไปคุยกับใครเราจะได้รู้เรื่องไงไม่ไม่
  2593. 2:27:49เค้าเรียก
  2594. 2:27:50ว่ารู้ไปซะทุกเรื่องนะคะรู้ไปซะทุกเรื่อง
  2595. 2:27:54นะคะนะฮะดังนั้นที่เราเรียนมาทั้งหมดเนาะ
  2596. 2:27:58มันเป็นเรื่องของการใช้ภาษาไทยในการนำ
  2597. 2:28:01เสนอในอาชีพของตัวเองดังนั้นทั้งหมดที่
  2598. 2:28:04เรียนมาแล้วอาจารย์ก็อยากให้พวกเราเอาหัว
  2599. 2:28:08ข้อไหนที่มัน
  2600. 2:28:09จำเป็นเราก็หยิบดึงไปใช้ให้มันตรงกับงาน
  2601. 2:28:14ที่เราทำแล้วอาจารย์เชื่อว่าในวิชาเนี้ย
  2602. 2:28:17มันก็จะมีบาเป็นประโยชน์กับพวกเราด้วยใน
  2603. 2:28:20เรื่องของการเลือกที่จะใช้ภาษากับคนที่
  2604. 2:28:25เหมาะสมอ่ะ
  2605. 2:28:28จริงๆอ่ะเราไม่ต้องมานั่งเรียนไม่ต้องมา
  2606. 2:28:30นั่งสอนก็ได้แต่พอเราเรียนปุ๊บอ๋อเออมัน
  2607. 2:28:32ต้องใช้มันเป็นแบบนี้เองแต่จริงๆในชีวิต
  2608. 2:28:35อาจารย์จริงๆ common เซenseคนทั่วไปอ่ะ
  2609. 2:28:38อาจารย์เชื่อว่าทุกคนมีคอมมอนซenseทั่วไป
  2610. 2:28:41ว่าเวลาเราไปพูดกับใครที่เค้า
  2611. 2:28:46มี
  2612. 2:28:49วุฒิภาวะมันจะรู้สึกได้ทันทีเราก็จะ
  2613. 2:28:51สามารถใช้ภาษาที่มันสุภาพกับคนหัวลง
  2614. 2:28:57เนาะเออมันก็มันก็เป็นอย่างนึงที่เค้า
  2615. 2:29:00เรียกว่าบุธิภาวะ
  2616. 2:29:02แหละจริงๆบางอย่างบางอย่างไม่ควรทำแต่
  2617. 2:29:06เค้าไม่มีวุฒิภาวะไงเอออันนี้
  2618. 2:29:10ก็ลองลองลองลองลองวิเคราะห์และสังเคราะห์
  2619. 2:29:14เอานะคะเพราะบางทีบางทีเราไปเจอเหตุการณ์
  2620. 2:29:16อะไรบางอย่างเฮ้ยทำไมเค้าคิดไม่ได้อ่ะ
  2621. 2:29:19อะไรอย่างเงี้ยทำไมเค้าคิดไม่
  2622. 2:29:22ได้หรือเค้าอาจจะไม่ได้ฟังหรือไม่ได้
  2623. 2:29:25เรียนมามันก็อันนี้คือแล้วแต่ความคิดแต่
  2624. 2:29:28ละคนนะคะอ่ะก็หวังว่าวิชานี้มันก็จะทำให้
  2625. 2:29:32เราได้เอาไปใช้ได้อย่างถูกต้องนะคะแล้วก็
  2626. 2:29:36มีแนวทางที่ชัดเจนเนาะมีสเต็ปหรือมีอะไร
  2627. 2:29:39ที่มันแบบสามารถไปเพิ่มความรู้ตัวเองได้
  2628. 2:29:42ก่อนหน้าที่จะเรียนวิชานี้เนาะอันนี้ทิ้ง
  2629. 2:29:46ไว้เท่านี้แหละนะคะน่าจะหมดแล้วดูจาก
  2630. 2:29:50สไลด์มีอะไรสอบถามเพิ่มเติมมั้คะกับวิชา
  2631. 2:29:53นี้เนาะ
  2632. 2:29:56อาจารย์ก็หลงเมาส์ตลอด
  2633. 2:30:00เลยตึ๊บ
  2634. 2:30:05ๆ
  2635. 2:30:07โอเคมีอะไรสอบถามเพิ่มเติมมั้จ๊ะของ 12
  2636. 2:30:10ใช่ป่ะวิชาที่ 2 อาทิตย์หน้าสอบเนาะหน้า
  2637. 2:30:13สอบแล้วก็เริ่มขึ้นวิชาใหม่ถามยังไม่ได้
  2638. 2:30:16เช็คชื่ออาจารย์
  2639. 2:30:18มีลิงก์อาจารย์ตรงนี้เท่านั้น
  2640. 2:30:24เองมีอะไรเพิ่มเติมมั้ยคะมีอะไรใครมีใคร
  2641. 2:30:27จะสอบย้อนหลังมั้ครับวัน
  2642. 2:30:31นี้อ่ะมีก็เปิดกล้องจ้ะอ่ะส่งลิงก์ให้
  2643. 2:30:34แล้ว
  2644. 2:30:41จ้ะก็ฝนจะตกพอดีก็พรุ่งนี้ที่สลับเนาะ
  2645. 2:30:46พรุ่งนี้จริงๆอ่ะเอาจริงๆเอาจริงๆพรุ่ง
  2646. 2:30:48เนี้ยที่สลับอ่ะพอดีบัลือคือพอดีคลาด
  2647. 2:30:52เคลื่อนคลาดเคลื่อนนิดนึงนะคะก็พอดีเค้า
  2648. 2:30:56แคเซลมาเมื่อวานก็เลยไม่เป็นไรเอาเป็นว่า
  2649. 2:31:00เดี๋ยวถ้ารอบหน้านะคะถ้ารอบหน้านะก็
  2650. 2:31:04เดี๋ยวอาจจะมีอีกแต่ไม่แน่ใจว่าวันไหน
  2651. 2:31:06อาจารย์ก็ไม่อยากปากแต่อันเนี้ยอยากให้
  2652. 2:31:09พวกเรานะมีtiิTokกันทุกคนใช่
  2653. 2:31:12ป่ะมีทุกคนมั้
  2654. 2:31:15เดี๋ยมีมีใครไม่เล่นต่อมั่ง
  2655. 2:31:21ครับอาจารย์ครับไปดูอาจารย์มีค่ะอาจารย์
  2656. 2:31:25มีใช่มั้ไม่หรอกคือถ้าวันนั้นมาถึงชื่อ
  2657. 2:31:28อ่ะก็คืออยากจะให้พวกเรานี่แหละเข้าไปให้
  2658. 2:31:32พวกเรานี่แหละเข้าไปนะ
  2659. 2:31:34คะไม่แน่ใจว่าจะเป็นเดือนนี้หรือเปล่านะ
  2660. 2:31:37คะพอดีคุณเชนธนานะคะเชิญอาจารย์ไป
  2661. 2:31:41ที่ไปที่คังสินค้าเค้าล่ะเนาะก็อยากให้
  2662. 2:31:45พวกเราเข้าไปด้วยนะคะเข้าไปช่วยให้กำลัง
  2663. 2:31:47ใจ
  2664. 2:31:48เนาะเออแต่อันเนี้ยมันจริงๆจริงๆมันจะ
  2665. 2:31:51เป็นพรุ่งนี้แต่เมื่อวานพอดีเหมือนน่าจะ
  2666. 2:31:53มีชาติขึ้นอะไรนิดหน่อยก็เลย cancel ไป
  2667. 2:31:57ก่อนนะคะก็เตรียมเตรียมเตรียมสมัครไว้รอ
  2668. 2:32:01แล้วกันเดี๋อาจารย์ถ้าถ้าวันไหนมันได้มา
  2669. 2:32:03จริงๆก็เดี๋ยวจะแชร์มาเข้ามาแล้วก็ไปช่วย
  2670. 2:32:05ให้กำลังใจอาจารย์นิดนึงเนาะนะไม่รู้จะ
  2671. 2:32:08ตื่นเต้นแค่ไหนก็ไม่ต้องไปยืนอยู่กับเค้า
  2672. 2:32:12ก็
  2673. 2:32:14โอเค 1
  2674. 2:32:182
  2675. 2:32:213 โอเคค่ะวันนี้ก็ฝากไว้เท่านี้มีใครยัง
  2676. 2:32:24ไม่ได้เช็คชื่อถามอีกรอบแล้วก็มีใครจะสอบ
  2677. 2:32:28ต้องเอ่ออยู่
  2678. 2:32:31มีมอยู่เสาร์อาทิตย์ครับผม
  2679. 2:32:34ครับ
  2680. 2:32:37ว่ายังไง
  2681. 2:32:42นะสุวิชาพูดอะไรคะอาจารย์ไม่ได้ยิน
  2682. 2:32:48ไม่มีอะไรใช่มั้ยอ่ะไม่มีอะไรก็แยกย้าย
  2683. 2:32:51ได้เลยจ้ะสวัสดีครับอาทิตยหน้าสอบหน้ามี
  2684. 2:32:54สวัสดีค่ะอาจารย์สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะ
  2685. 2:32:59ใครจะสอบย้อนหลังก็อยู่ต่อไม่สอบ
  2686. 2:33:02ก็รอเช็คอีกทีนึงอาทิตย์หน้ามีสอบ
  2687. 2:33:09คะไม่ได้ยินสวัสดีค่ะอาจารย์สวัสดีครับ
  2688. 2:33:14สวัสดี

About this transcript

This page contains the full transcript of 30000-1103 ทักษะภาษาไทยเพื่อนการนำเสนอวิชาชีพ - 2 [Room 12] #part2 2 #porntip #porntipchannel by Porntip Channel, generated from the public captions YouTube serves with the video. The transcript has 3,330 words across 2,688 segments, with the original timestamps preserved so you can click any line to jump to that moment in the embedded player.

What you can do with it

Use the transcript to take notes, quote the speaker, build a study guide, generate a summary with ChatGPT or Claude via the YouTube Summary tool, or export it as a timed subtitle file with YouTube to SRT. You can also re-open it in the transcriber to translate the transcript into 100+ languages.

Free YouTube transcript tool

YouTube2Text is a free YouTube transcript generator — no signup, no daily limit. Paste any YouTube link and get the full transcript instantly, with timestamps, click-to-jump, translation to 100+ languages, AI prompts for ChatGPT, Claude, and Gemini, and exports to TXT, SRT, VTT, or Markdown.